ตำหนักรักข้ามภพ ตีพิมพ์ครั้งที่2กับส.น.พ.ปองรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,062 Views

  • 32 Comments

  • 114 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    26

    Overall
    7,062

ตอนที่ 18 : หักหาญน้ำใจ100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 394
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    17 เม.ย. 61









ตอนที่ 18 หักหาญน้ำใจ

 

แพรวารู้สึกตกใจกับการจู่โจมของปีร์ ทำให้ดิ้นรนร้องห้าม

ปีร์...ปีร์อย่านะ ได้โปรดเถอะปีร์ ไม่ได้นะปีร์...ไม่ได้ อย่านะคะ แพรขอร้องแพรวาพร่ำบอกเขาเสียงสั่นสีหน้าตื่นตระหนกพลางดันอกเขาไว้อย่างเต็มแรง

ทำไมล่ะแพร ปีร์รักแพรมากนะ แพรไม่สงสารปีร์เหรอ ตลอดเวลาที่ผ่านมาปีร์ยอมแพรตามที่แพรขอร้องทุกครั้ง แต่ในเมื่อ...

ปีร์หยุดยั้งคำพูดไว้เพียงเท่านั้นแล้วกอดรัดซุกไซ้ไม่ฟังเสียง เขาดึงเสื้อตัวหลวมของแพรวาออก จนเหลือเพียงบราเซียร์ลูกไม้ตัวบาง ชายหนุ่มทำตัวดุจภู่ผึ้งที่บินเคล้าเคลียบัวคู่งาม มือหนาเอื้อมไปที่แผ่นหลังและปลดตะขอเกาะเกี่ยวออกทั้งที่แขนอีกข้างยังโอบกระชับร่างเธอไว้แนบอก

สองมือของแพรวาดันอกเขาไว้ เบี่ยงกายกระถดร่างหนี เมื่อเขาใช้ความพยายามทุกทางที่จะทำให้แพรวายินยอมพร้อมใจ ท่าทางเขาบ้าคลั่งจนไม่ฟังเสียงอะไรอีก และหญิงสาวก็รู้ว่าเธอคงไม่อาจต้านทานเขาได้ แรงปรารถนาและแรงหึงหวงเติมพลังให้เขารุนแรงกว่าทุกคราวที่เขาเคยกระทำแบบนี้ ความรู้สึกนึกถึงพระองค์ชายชลทวีขึ้นในใจของแพรวา ท่านไม่เคยกระทำการใดๆ ที่เหมือนจะรุนแรงขัดใจขนาดนี้เลยสักครั้ง ทรงนุ่มนวล ป้อนคำหวานประโลมใจให้ผ่อนคลาย มีความสุข แต่ตัณหาหน้ามืดของปีร์เปรียบเสมือนพายุที่เธอไม่อาจต้านทานได้เลย ทำให้แพรวาหวาดหวั่น ใจเต้นระทึก

ปีร์ ถ้าปีร์ทำอะไรแพร แพรสัญญาเลยว่าปีร์จะไม่ได้พบหน้าแพรอีก ปล่อยแพรนะปีร์เธอเอ่ยขู่เสียงเข้มและพยายามดันกายเขาออก

แพร...ให้ปีร์เถอะนะ แล้วเราจะแต่งงานกัน เราจะเดินทางไปทุกมุมโลกด้วยกัน ปีร์ทนไม่ได้หรอกนะที่แพรทำเหมือนมีคนอื่นอยู่ในใจแบบนี้ เป็นของปีร์เถอะนะแพร

เขาวิงวอนเสียงกระเส่า และยังไม่หยุดที่จะใช้ความพยายาม พาให้แพรวาโกรธจนหน้าแดงก่ำ

หยุดนะปีร์ ถึงแม้แพรจะไม่ได้เป็นสาวบริสุทธิ์อีกแล้ว แต่ปีร์ก็ต้องคิดถึงจิตใจแพรบ้าง ปล่อย...ปล่อยสิ...ปีร์ แพรบอกให้ปล่อย!”แพรวาเริ่มกรีดเสียงดังขึ้น

แพร ปีร์หยุดไม่ได้ เป็นของปีร์เถอะนะ ปีร์ทนไม่ได้แล้ว

เสียงกระเส่าที่บ่งบอกถึงอารมณ์ความต้องการอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินจากชายหนุ่มมาก่อน ทำให้แพรวารู้สึกตระหนก

ปีร์ปลดกางเกงตนเองออกและกำลังจะล่วงล้ำ แพรวาทั้งร้องทั้งดิ้น น้ำตาร่วงพรู สะอื้นฮักๆ ความรู้สึกในขณะนั้นเธอไม่ได้มีอารมณ์ร่วมเหมือนที่เคยมีกับเขาในอดีต หลายครั้งหลายคราที่เธอเกือบจะใจอ่อนกับอารมณ์ความต้องการของเขา ซึ่งปีร์ก็รับรู้ทุกอย่างดี แต่วันนี้มันไม่ใช่ หัวใจของเธอไม่สามารถยอมรับใครได้อีก ความรู้สึกที่เคยมีให้ปีร์ คนที่เธอเคยรักและมีความคิดที่จะยอมเป็นของเขาก่อนแต่งงาน มันไม่มีหลงเหลืออีกแล้วแม้แต่น้อย เมื่อคนเคยรักพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะให้แพรวายินยอม สิ่งสุดท้ายที่หญิงสาวต้องทำก็คือการรวบรวมพลังทั้งหมดที่มีเพื่อดันร่างเขาเอาไว้

ปีร์...ก็ได้ แพรยอมปีร์ก็ได้ แต่ปีร์ต้องปล่อยแพรก่อนเธออ้อนวอนด้วยน้ำตา

แพร...ปีร์จะขาดใจแล้ว สงสารปีร์เถอะนะ ปีร์รอไม่ได้อีก

เขาถามเสียงครางต่ำๆ สองแขนยังคงกอดรัดร่างบางแนบแน่นและพยายามล่วงล้ำกายสาว ขณะที่เธอพยายามเบี่ยงกายกระถดหนีจนสุดมุมของโซฟา แพรวาตั้งใจไว้ว่าจะไม่มีวันยอมให้เกิดบาดแผลขึ้นในใจเป็นอันขาด เธอจะต้องกลับไปหาพระองค์ชาย ต้องกลับไปถวายงาน และถึงแม้ว่าจะมีเหตุให้ต้องแยกจากกันชั่วชีวิต แต่ตอนนี้เธอไม่สามารถยินยอมใครได้จริงๆ แล้วถ้าเกิด...เธอคิดถึงเหตุผลที่สำคัญขึ้นมาได้ จึงรีบเอ่ยกับปีร์

ปีร์...ฟังแพรก่อน ฟังนะปีร์ ให้แพรถามปีร์สักนิดเถอะนะ ปล่อยแพรก่อน ปล่อยสิ!”

แพรวาแผดเสียงใส่เขา จนปีร์หยุดชะงักไปนิดหนึ่ง จึงเป็นโอกาสให้หญิงสาวเบี่ยงกายหนีแล้วลุกพรวดมายืนอยู่ห่างๆ กอดอกไว้แน่น

ปีร์...ถ้าเกิดแพรกำลังท้องอยู่ล่ะ เห็นใจแพรบ้างสิ ให้เวลาแพรบ้าง อย่าให้แพรรู้สึกไม่ดีกับคนที่แพรไว้ใจมาตลอดแบบนี้ แพรรู้สึกอบอุ่นที่มีปีร์ ชีวิตแพรไม่มีใครเลย แล้วทำไมปีร์ต้องทำกับแพรอย่างนี้

แพรวาพูดออกมาจากความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลด้วยเสียงสะอื้นร่ำไห้ มองหน้าเขาตรงๆ ด้วยดวงตาที่คลอคลองไปด้วยหยาดน้ำตา ก่อนจะผลุนผลันวิ่งขึ้นห้องนอนไปทันทีที่เอ่ยจบ แล้วโถมกายลงบนที่นอน ใช้กำปั้นทุบหมอนที่นอนหนุน กรีดเสียงร้องลั่นเหมือนต้องการจะระบายความทุกข์ทุกอย่างที่สุมอยู่ในอก เธอรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในโลกมืดที่หาทางออกไม่พบ มีเพียงความหวังอันน้อยนิดที่จะได้กลับไปอยู่ในอ้อมกอดของคนที่เธอรัก ทั้งที่ความจริงไม่มีสิ่งใดมายืนยันว่าจะไปได้อีก มันคงขึ้นกับโชคชะตาและบุญวาสนาสินะ

และถ้าเราตั้งท้องเป็นท่านหญิงหรือท่านชายตัวน้อยๆ ล่ะ เราจะทำยังไง เราจะไม่ยอมให้ใครมาล่วงล้ำก้ำเกิน

คิดถึงตรงนี้สุรเสียงของพระองค์ชายก็ดังแว่วอยู่ในโสตประสาท

แพรวา บัดนี้เจ้าเป็นนางห้ามของเราแล้วนะ เจ้าจะให้ชายใดล่วงล้ำก้ำเกินเจ้าไม่ได้อีก สัญญาสิแพรวา

เพคะ แพรสัญญาด้วยหัวใจเพคะ

ฝ่าบาทเพคะ ตลอดชีวิตของแพรนับจากนี้จะไม่ยอมให้ใครมาล่วงล้ำก้ำเกิน ไม่ใช่ด้วยสัญญาที่ให้ แต่เป็นด้วยหัวใจที่แพรไม่สามารถจะมอบให้ใครได้อีก เพราะแพรได้มอบหัวใจไว้ใต้เบื้องบาทของพระองค์แล้ว แพรกลับมาแต่เพียงกายเท่านั้น แพรไม่รู้ว่าจะอยู่ในเวลาของแพรได้หรือไม่ ถ้าเราจะต้องจากพรากกันจริงๆ โดยไม่มีวันที่จะได้พบกันอีก แพรไม่เคยคิดเลยว่าความรักจะทำให้เราเป็นทุกข์ได้ถึงเพียงนี้

 

ปีร์นั่งเท้าแขนทั้งสองข้างกับหน้าขาของตัวเอง ก้มหน้ารำพึงรำพันอยู่ในใจ

เรามันบ้าไปแล้วที่ทำการอุกอาจขนาดนั้น แพรกำลังอยู่ในห้วงทุกข์ เราน่าจะเข้าใจเธอให้มากกว่านี้ ผีห่าซาตานอะไรนะ ที่ทำให้เราหน้ามืดจนไม่ฟังเสียงอ้อนวอนของเธอเลย

ภาพในอดีตระหว่างเขากับแพรวาผุดพรายขึ้นมาในมโน ปีร์ยังจำภาพแห่งความสุขเมื่อครั้งรักหวานๆ ระหว่างเขากับเธอได้ดี เขาหลับตาก็เห็นภาพความงดงามในปาร์คที่ต่างประเทศยามเขาโอบกอดพาเธอเดินเล่นและสนทนากัน

ปีร์คะ แพรว่าการที่เราคบกันแบบนี้ดีกว่าที่จะมีอะไรกันก่อนนะคะ การเป็นแค่แฟนกันมันมีความสุขแบบหวือหวา มันเหมือนเรามีความรักใสๆ ตลอดเวลา แพรรู้สึกถึงความสุขตื่นเต้นที่จะได้พบกัน มันมีความรู้สึกดีๆ หลายอย่างเลยนะคะ ถ้าเรามีความสัมพันธ์ทางกายกันเมื่อไร แพรว่า...ความรู้สึกแบบนี้ก็จะหายไป มันเหมือนกับว่าเราสองคนต้องมาดูแลกันในอีกฐานะหนึ่ง แต่แพรคิดว่ามันไม่น่าจะถึงเวลานั้นเร็วนัก แพรอยากรักษาความรู้สึกแบบนี้ไว้ให้นานที่สุด จนกว่าเราสองคนจะพร้อมที่จะดูแลกันน่ะค่ะ

แพร...แต่ปีร์จะตายเสียก่อนละมั้ง ความรักมันก็มาพร้อมกับความปรารถนาด้วยนะแพร เราอาจจะมีความรู้สึกรักกันมากกว่านี้ ถ้าเราลึกซึ้งกันมากขึ้น มันจะมีพลังแรงใจที่จะทำทุกอย่างเพื่อกันและกัน

ไม่จริงหรอกค่ะ เราเป็นแค่คู่รักกันอย่างนี้ แพรก็รักปีร์และมีความสุขเสมอ ปีร์ก็ทำใจให้คิดเหมือนแพรสิคะ แพรอยากเป็นเจ้าสาวที่เวอร์จิ้นในวันแต่งงานนะคะ แพรว่าวันนั้นต่างหากที่เราจะพร้อมดูแลกัน และอืม...มันจะเป็นวันที่พิเศษที่สุด แพรคิดว่าถ้าเรามีอะไรกันก่อน วันแต่งงานก็เหมือนกับวันธรรมดาวันหนึ่ง แพรไม่อยากมีความรู้สึกอย่างนั้นค่ะ

แพรวาให้เหตุผลที่เขาก็เห็นจริงด้วยในขณะนั้น

และจากวันนั้นจนถึงวันนี้ แพรวาก็ไม่เคยใจอ่อนยอมเขาเลยสักครั้ง เธอจะโกรธทุกครั้งเมื่อเขาใช้ความพยายามที่จะล้ำเส้น ซึ่งก่อนหน้าที่เธอจะหายตัวไป เขาขอเธอแต่งงานอีกครั้ง เธอก็ไม่ได้บ่ายเบี่ยง เพียงขอให้ถ่ายละครเรื่องทาสรักให้จบก่อน

แพร ตอนนี้ปีร์ก็เรียนจบปริญญาโทแล้ว และก็ทำงานแล้วด้วย แพรลืมสัญญาของเราหรือยัง มันนานเกินไปแล้วนะแพร เขาทวงสัญญาเมื่อกลับมาเมืองไทยครั้งหลังสุด

เธอทำหน้าเหลอ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นครุ่นคิดพลางย้อนถามยิ้มๆ ด้วยท่าทางหยอกเย้า

แพรสัญญาเหรอ เอ๊ะ! สัญญาเมื่อไรนะ

เขารวบตัวเธอเข้ามากอดไว้ทันที แล้วแกล้งยื่นไม้ตายยิ้มๆ

ถ้าแพรลืมสัญญาจะถูกปีร์ปล้ำ เพราะปีร์ก็จะลืมสัญญาเหมือนกัน

หือ? ลืมเสียเมื่อไร รอให้แพรถ่ายละครเรื่องนี้จบก่อนนะคะ แล้วแพรอาจจะอำลาวงการมาแต่งงานกับปีร์ และจะเปิดแกลเลอรีหรือลงทุนทำกิจการอะไรสักอย่าง ตอนนี้แพรมีเงินเยอะแล้วนะ แพรยังวาดฝันด้วยว่าจะไปเที่ยวกับปีร์เวลาที่ปีร์ไปทำงาน ไปทุกมุมโลกที่ปีร์ไปเลยค่ะ ดีไหมคะ

จริงนะแพร ปีร์ถือว่าเป็นคำสัญญาของแพรนะ

สัญญาเสียเมื่อไร

เธอพูดจบก็รีบพลิ้วกายหนี เขาต้องไปคว้าร่างเธอมากอดและระดมจูบซุกไซ้ จนแพรวาต้องร้องห้าม

พอแล้วค่ะปีร์ อย่าล้ำเส้นนะคะ รออีกไม่กี่เดือนเอง

ปีร์จะรอไม่ไหวแล้วนะแพร

หือ? รอมาได้ตั้งหลายปี อีกแค่ไม่กี่เดือนจะรอไม่ได้เชียวหรือคะ รอนะคะ รอให้ถึงวันพิเศษของเรา แพรก็รอเหมือนกันนะ ไม่ใช่ปีร์รอคนเดียวเสียหน่อย เธอโอบกอดเขาพลางจูบแก้มเขาเบาๆ ปลอบใจด้วยรอยยิ้มออดอ้อน

แต่ตอนนี้เขาทำผิดอะไร ทุกอย่างที่วางไว้ในชีวิตของเขาและเธอพังทลายหมดแล้วใช่ไหม เขาพยายามอย่างที่สุดที่จะกอบกู้มันขึ้นมาใหม่อีกครั้ง แต่ดูเหมือนมันจะยิ่งแย่ลง แพรวาไม่ต้องการที่จะสร้างฝันร่วมกับเขาอีกแล้วใช่ไหม ปีร์ครุ่นคิดอย่างท้อแท้กับความหวังความฝันที่เขาอุตส่าห์สร้างร่วมกับแพรวามาตลอดห้าปี

 หัวใจของหนึ่งหญิงสองชายต่างระทมทุกข์ พระองค์ชายเสวยน้ำจัณฑ์อย่างหนักจนแทบไม่อาจจะครองพระสติไว้ได้ในแต่ละวันที่ผ่านมา หม่อมห้ามแต่ละนางต่างยินดีปรีดาที่แพรวาหายไปอย่างเงียบเชียบ ไม่มีใครรู้ว่าเธอหายไปไหน คนที่รู้ซึ่งมีเพียงแค่สามคนก็ปิดปากเงียบและทำเพียงซุบซิบกันเท่านั้น

หม่อมทั้งสามคนมายังตำหนักด้วยท่าทีหยั่งเชิง พระองค์ชายไม่ปริพระโอษฐ์รับสั่งกับใคร เสวยน้ำจัณฑ์เหมือนทรงต้องการให้ลืมความทุกข์ทรมาน แล้วรับสั่งเรียกหาแพรวาจนกระทั่งบรรทมพับไป หม่อมมะลิใจกล้าที่สุด เมื่อตวาดใส่แม่เอิบที่ห้ามเธอขึ้นมาบนตำหนัก และยังหาญกล้าเข้าไปในห้องบรรทม ซึ่งบรรดาหม่อมทุกคนไม่เคยได้เข้ามาในห้องนี้

นี่นังเอิบ ถึงแกจะเป็นคนที่สมเด็จส่งแกมารับใช้ใกล้ชิดฝ่าบาท แต่แกก็ไม่มีสิทธิ์มาห้ามฉันที่เป็นเมียท่าน ฉันต้องมาดูแลผัวบ้าง แกอย่าสะเออะมาห้าม

แม่เอิบได้แต่มองตาปริบๆ เมื่อเห็นหม่อมมะลิเปิดพระทวารเข้าไป พระองค์ชายบรรทมอยู่บนบรรจถรณ์เงียบๆ และตรัสเรียกชื่อแพรวาสุรเสียงผะแผ่ว หม่อมมะลินั่งลงแล้วเขย่าพระวรกายเบาๆ พร้อมทั้งโถมร่างเข้ากอดรัดพลางรำพึงรำพัน

โถ ทูนหัวทูนเกล้าของเมีย ทำไมทรงเป็นถึงเพียงนี้ อีนางพรายมันทำเสน่ห์เล่ห์กลอันใด อีนังชาติชั่ว ถ้ามันกลับมาอีก คราวนี้คงต้องเห็นดีกันเสียบ้าง มองเมียสิเพคะ เมียขึ้นมาถวายงานแล้วนะเพคะ

ทรงรั้งกายหม่อมมะลิเข้ามาในอ้อมพระอุระ ทรงประคองให้นอนลงข้างๆ โดยไม่ได้ลืมพระเนตร ทรงอยู่ในภาวะครึ่งหลับครึ่งตื่น และเหมือนจะสุบินว่าแพรวาเข้ามาโอบกอดท่านไว้

แพรวา เจ้าหนีเราไปไหนมา เจ้ารู้ไหมว่าเราคิดถึงเจ้ามากแค่ไหน หัวใจเราเจียนจะขาด เจ้าก็รู้ว่าเราขาดเจ้าไม่ได้สักเวลา ไยเจ้าจึงใจดำทิ้งเราไปเล่า” รับสั่งรำพันพลางกอดรัดหม่อมมะลิ

หม่อมมะลิปลดผ้าแถบที่รัดรึงทรวงอกออก และกระทำการสวมรอยเป็นแพรวา ก่อนจะปลดพระภูษาแล้วใช้กายตนเองเข้าเคล้าเคลีย พระหัตถ์ที่ทรงเอื้อมมาไขว่คว้าสะเปะสะปะไปตามร่างของหม่อมมะลิที่กำลังจะถวายงานให้ ความห่างเหินร้างราทำให้หม่อมมะลิเกิดอารมณ์ปรารถนาจนกายเธอร้อนเร่า พระองค์ชายชลตรัสเรียกชื่อแพรวา ด้วยทรงดำริว่ากายของหม่อมมะลินั้นคือแพรวา แต่ก่อนที่หม่อมมะลิจะขึ้นถวายงาน หม่อมอีกสองคนก็ทุบพระทวารดังลั่น ความริษยาหึงหวงบดบังความเกรงกลัวอาญาใดๆ เสียงเหมือนจะพังประตูเข้ามา ห้องทั้งห้องจึงเกิดเสียงสะท้อนดังก้อง

พระองค์ชายตกพระทัย จนลืมพระเนตรขึ้นมา แล้วก็พบว่ากายเปลือยของหม่อมมะลิกำลังคร่อมอยู่บนพระวรกายและกำลังจะถวายความสำราญ ทรงผุดลุกขึ้นนั่งพรวดพราด พาให้หม่อมมะลิแทบจะตกจากแท่นบรรทม เสียงทุบพระทวารยังดังสนั่นอย่างต่อเนื่อง เจ้าของตำหนักขมวดพระขนง รับสั่งตวาดก้อง เมื่อทอดพระเนตรเห็นหม่อมมะลิเต็มพระเนตร

ใครให้มึงเข้ามาในห้องนี้ ออกไปเดี๋ยวนี้! ออกจากห้องกูไปเดี๋ยวนี้!”

ทรงตวาดก้องด้วยสีพระพักตร์ขุ่นเคือง กริ้วขึ้นมาจนแน่นพระอุระ ด้วยเสียงทุบพระทวารยังดังอึงคะนึงอยู่ด้านนอก เมื่อทรงโจงภูษาแล้ว จึงดำเนินมาที่พระทวาร และเมื่อทรงเปิดผลัวะออกไปก็ทรงพบหม่อมเรียมและหม่อมรื่นที่รีบนั่งราบกับพื้นแล้วกราบลงแทบบาท

พวกมึงมันเลวสิ้นดี กล้าขัดคำสั่งกู กูใช้พวกมึงงั้นรึ พวกมึงถึงขึ้นมาเสนอหน้าบนตำหนักกูเยี่ยงนี้

หม่อมมะลิรีบแต่งกายและเดินออกมาหมอบกราบอีกคน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นกราบทูลอย่างกล้าหาญกว่าใคร

ขอประทานอภัยเพคะฝ่าบาท หม่อมฉันทราบว่าพระองค์ไม่สบายพระทัย ก็อยากจะมาถวายงานรับใช้ให้ทรงสำราญ อย่ากริ้วเมียเลยนะเพคะ

มึงกล้าเข้ามาในห้องนอนกู ห้องนี้เป็นห้องของกูกับเมียกูเท่านั้น ถึงคุณหญิงแพรวาจะไม่อยู่ กูก็ไม่คิดจะให้ใครมานอนเคียงข้างกูบนนี้ นังเอิบ นังเจียม นังอิ่ม ข้าสั่งนักสั่งหนาว่าไม่ให้ใครที่ข้าไม่อนุญาตขึ้นมาบนนี้ ทำไมถึงไม่ขัดขวางห้ามปราม พวกมึงอยากให้กูโบยงั้นรึ

แม่เอิบรู้ว่าวันนี้พระองค์ชายกริ้วมากแค่ไหน เพราะไม่เคยประทานอนุญาตให้หม่อมคนใดขึ้นมาร่วมแท่นบรรทมด้วยเลยสักคน หรือแม้จะเพียงย่างกรายเข้ามาในห้องนี้ก็ไม่เคยประทานอนุญาต แม่เอิบรีบทูลเสียงสั่น

นมห้ามปรามแล้วเพคะฝ่าบาท แต่ไม่มีใครยอมเชื่อเพราะถือตัวว่าเป็นหม่อมห้าม นมและแม่สองคนก็จนปัญญาจะห้ามเพคะ

นังอิ่ม มึงไปเรียกนังเทียบมา ให้มันเอาหวายมาด้วย

หม่อมทั้งสามนางรู้ชะตากรรมที่จะต้องโทษทัณฑ์ต่างเข้ากอดข้อพระบาท กราบทูลขอประทานอภัยโทษเสียงสั่นกายสะท้าน แต่สีพระพักตร์ก็ยังคงเคียดขึ้ง สายพระเนตรกร้าว พระองค์ชายขบพระทนต์อย่างที่แม่เอิบไม่เคยเห็น และยังนึกในใจว่ามีคนเดียวเท่านั้นที่จะทูลให้พระทัยเย็นลงได้บ้าง แต่คุณหญิงก็ไม่อยู่ที่จะช่วยใครได้ ทุกคนที่อยู่ตรงนี้คงต้องโดนโบยกันถ้วนหน้าเป็นแน่

นังเทียบถือหวายคลานเข่าเข้ามาก่อนจะหมอบกราบ พระองค์ชายรับสั่งด้วยพระพักตร์ถมึงทึง

นังอิ่ม มึงเฆี่ยนนังเทียบให้กูห้าที โทษฐานที่มันไม่ดูแล เพราะกูสั่งไม่ให้พวกหม่อมเหยียบย่างเข้ามาในเขตตำหนักกู ในเมื่อมันทำหน้าที่ไม่ได้ตามที่กูสั่ง มันต้องโดนโทษโบยเป็นคนแรก

เทียบหญิงร่างใหญ่จำต้องนอนคว่ำหน้าให้แม่อิ่มเฆี่ยน และเมื่อครบห้าครั้งก็มีรับสั่งให้เทียบเฆี่ยนหม่อมทั้งสามคนละห้าครั้ง แม่อิ่มและแม่เจียมคนละสองครั้ง จากนั้นก็ประทับยืนนิ่งทอดพระเนตรการลงโทษโดยไม่ปริโอษฐ์รับสั่งคำใดออกมาอีก จนจบสิ้นกระบวนการจึงดำเนินเข้าห้องบรรทม

แม่เอิบต้องเป็นผู้ทายาให้ทั้งแม่อิ่มและแม่เจียมที่นอนคว่ำให้ทายาพร้อมทั้งคร่ำครวญรำพันถึงคุณหญิงแพรวา แม่อิ่มครวญเสียงอ่อยๆ เมื่อลุกขึ้นมานั่ง

โธ่เอ๊ย...เวรกรรมของนังอิ่มเสียจริง ไม่เคยสั่งโบยบ่าวเลยสักครา เพราะพวกหม่อมแท้ๆ แต่ละคนก็หื่นกระหายอยากจะมาหาผัว ผัวก็ไม่พิศวาสสักหน่อย ทำให้ข้าต้องโดนหวายไปด้วย นี่ถ้าคุณหญิงอยู่พวกเราสองคนก็คงไม่โดนหรอก

แม่เจียมยังนอนคว่ำหน้าอยู่ที่พื้น สูดปากเบาๆ อย่างเจ็บปวด เมื่อแม่เอิบทายาลงบนรอยหวาย

แต่ข้าไม่เสียใจหรอกนะ สะใจเสียมากกว่า เพราะพวกหม่อมจะได้เลิกกระเหี้ยนกระหือรือเสียที เห็นทำท่ากันมาสองสามวันแล้ว ทำอย่างกับว่าพระองค์ท่านจะทรงยอมร่วมสำราญด้วย ทรงสนิทเสน่หาคุณหญิงจนไม่แม้จะชายสายเนตรมองแม่พวกหม่อมหื่นพวกนี้เลยสักนิด

เสียงแม่เอิบเอ่ยดุ เดี๋ยวพวกเอ็งก็โดนอีกหรอก พูดถึงอะไรก็ให้มันเบาๆ หน่อย กำแพงมีหูประตูมีช่อง ยิ่งกริ้วออกเยี่ยงนี้ ข้ายังพลอยโดนหางเลขไปด้วยเลย พวกหม่อมๆ นี่แหละตัวต้นเรื่อง ถ้าทรงต้องการให้ถวายงานก็คงเสด็จไปหาเอง ห้องบรรทมน่ะรับสั่งนักหนาว่าเป็นของผู้หญิงที่โปรดเท่านั้น รับสั่งอย่างตั้งพระทัยตั้งแต่ยังไม่ทรงพบคุณหญิง และเมื่อทรงพบก็ทรงสนิทเสน่หาเพียงคุณหญิงแพรวา หม่อมมะลิก็ช่างกล้าหาญขึ้นไปบนแท่นบรรทม ถึงได้โดนกันระนาวเยี่ยงนี้

แม่อิ่มครวญขึ้นอีก แล้วคุณหญิงจะกลับมาอีกไหมล่ะป้า นี่ก็ห้าวันห้าคืนแล้ว สงสารฝ่าบาทเหลือเกิน ไม่เสวย ไม่บรรทม เสวยแต่น้ำจัณฑ์ พระพักตร์อมทุกข์ สายพระเนตรเศร้าสร้อย ข้าน่ะไม่โกรธเลย ที่มีรับสั่งให้โบย กลับสงสารพระองค์ท่านมากกว่า

แม่เจียมเอ่ยขึ้นอีกคน เหมือนกันว่ะ ข้าก็ไม่นึกเคืองเลยที่ทรงลงโทษ เพราะถ้าไม่ทรงทำ เราก็คงไม่มีข้ออ้างเวลาที่พวกหม่อมเกิดกระเหี้ยนกระหือรือขึ้นมา ต่อไปนี้ข้าจะได้ห้ามได้อย่างเต็มที่ เพราะข้าโดนโบยด้วย นังเทียบก็เหมือนกัน มันคงไม่ปล่อยให้พวกหม่อมขึ้นมาเสนอหน้าอีกแล้ว”

แม่เอิบเคี้ยวหมากหยับๆ แล้วเอ่ยเท้าความหลังถึงแพรวาด้วยความอาลัยรัก

ใครจะไม่รักคุณหญิงแพรวา ออกจะน่ารักเหลือขนาด รู้จักประจบ รู้จักอ้อน แล้วก็ฉลาด ถ้ารู้ว่าตัวเองผิดก็จะเข้าประจบออดอ้อนเหมือนเด็กๆ วันที่ลงไปเล่นเตาขนมครกที่ให้นังพริกเอามาให้น่ะ ฝ่าบาททั้งกริ้วทั้งทรงขัน แต่ไม่รู้จะทรงทำยังไงกับคุณหญิง ได้แต่ทำพระพักตร์บึ้งตึง พอขึ้นตำหนักและลับหลังบ่าวไพร่เท่านั้นก็โถมเข้ากอด หอมพระปรางประจบ บีบปลายพระนาสิกทูลให้แย้มสรวล สารพัดจะอ้อน แล้วก็ขอประทานอภัย ทูลบอกว่าอยากเล่นอยากสนุกบ้าง ข้ายังแอบขำที่ทำพระพักตร์ตึงอยู่ได้ไม่นานก็แย้มสรวลออกมา แต่ก็รับสั่งดุไม่ให้เล่นเหมือนเด็กๆ อีก

บ่าวทั้งสามถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกทั้งรักทั้งคิดถึงคุณหญิงแพรวาและสงสารพระองค์ชาย

 

ปีร์ตัดสินใจขึ้นไปเคาะประตูห้องนอนของแพรวาเมื่อเธอหายเงียบอยู่ในนั้นจนถึงเย็น ทำให้เขารู้สึกใจคอไม่ค่อยดี ด้วยกลัวว่าแพรวาจะคิดทำร้ายตัวเอง ทว่าเจ้าของบ้านกลับเงียบไม่ส่งเสียงใดๆ ตอบกลับมา ทั้งๆ ที่ปีร์พยายามแนบหูฟังพร้อมกับเคาะเรียกอีกหลายครั้ง สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจโทร.หาแทมมี่แล้วเล่าเรื่องราวให้อีกฝ่ายฟัง แทมมี่ก็รีบขับรถมาที่บ้านแพรวาทันทีด้วยความร้อนใจ ตลอดทางก็เอาแต่ครุ่นคิดเรื่องของนักแสดงสาว

แพรวาเล่าทุกอย่างให้แทมมี่ฟัง บอกความรู้สึกที่เธอมีต่อพระองค์ชาย แทมมี่จึงรู้ว่าแพรวาผูกพันกับท่าน จนไม่หลงเหลือความรู้สึกรักให้กับปีร์อีกแล้ว ในใจนั้นก็สงสารเพื่อนนัก แต่อีกใจก็อยากให้แพรวาลืมอดีตให้หมด แล้วมาเริ่มต้นใหม่กับปีร์ แทมมี่ยังจดจำคำพูดของแพรวาในวันนั้นได้ดี

แกไม่เข้าใจหรอกแทมมี่ ว่าฉันรักพระองค์ท่านมากแค่ไหน ไม่ว่าอะไรก็มาทำให้ฉันลืมท่านไม่ได้หรอก มันเป็นพรหมลิขิตหรือจะเป็นกรรมลิขิตฉันก็ไม่รู้ ฉันไม่เคยรักใครมากเท่านี้มาก่อน แม้แต่ปีร์ มันก็เป็นรักคนละแบบ อาจจะเพราะว่าฉันยังไม่มีอะไรลึกซึ้งกับปีร์เท่ากับท่าน ฉันอยู่ในโลกนี้ไม่ได้หรอกนะแทมมี่ ถ้าฉันไม่ได้อยู่กับท่าน ไม่ได้กลับไปอีก ฉันคงต้องตายแน่ๆ แพรวาโอดครวญเอ่ยด้วยเสียงเจือสะอื้น น้ำตาร่วงพรูลงอาบแก้ม

เออว่ะ ฉันก็พอจะเข้าใจความรู้สึกของแกนะ แต่ถ้ามันกลับไปไม่ได้จริงๆ แกจะถึงขนาดต้องตายเลยหรือไง มันไม่ใช่โรมิโอจูเลียตนะ

ฉันว่ามันยิ่งกว่าอีกนะ เพราะโรมิโอกับจูเลียตยังอยู่ในภพเดียวกัน ถึงจะถูกกีดกันขวางกั้นก็ยังมีโอกาสได้เห็นหน้ากัน แต่สำหรับฉันมันไม่ใช่ มันไกลกันยิ่งกว่าขอบฟ้ากั้นเสียอีก ฉันต้องตายแน่แทมมี่ ถ้าฉันกลับไปหาท่านไม่ได้อีก ฉันมีชีวิตอยู่ไม่ได้ ฉันรักท่านมาก รักจนไม่รู้ว่าจะบอกกับแกว่ารักยังไง หรือรักแค่ไหน แต่ที่รู้คือฉันรักท่านเสมือนท่านเป็นเจ้าของฉันทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ เข้าใจไหม

 

*ความรักที่ต้องพรากจากทั้งที่ก็ต่างมอบชีวิตและจิตวิญญาณแก่กัน จนไม่อาจมีใครอื่นได้อีก เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป ปีร์จะยอมเลิกราไปง่ายๆงั้นหรือ แล้วชีวิตในภพนี้ของแพรวาล่าจะดำเนินต่อไปอย่างไร มาติดตามกันค่ะ รับรองความซาบซึ้งตรึงใจทุกตอน จนถึงบรรทัดสุดท้ายจริงๆค่ะ*

โหลดอ่านในรูปแบบebookได้แล้วนะคะ

 





ตำหนักรักข้ามภพ
บุษบาพาฝัน
www.mebmarket.com
        การหายตัวไปอย่างลึกลับไร้ร่องรอยของแพรวานางเอกสาวสวยแถวหน้าของเมืองไทย ในระหว่างการถ่ายทำละครย้อนยุคที่วังโบราณแห่งหนึ่ง ได้สร้างความตกตะลึงให้กับสังคมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะไม่มีใครรู้ว่าเธอหายไปได้อย่างไร และหายไปไหน และแทบไม่ร่องรอยอะไรให้ค้นหา         ในขณะที่แพรวาก็ไม่รู้เช่นกันว่าเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ในเมื่อเธอกำลังเดินสำรวจวังบริเวณแห่งนี้ และทุกอย่างก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป ที่นี่ไม่ใช่โลกของเธออีกแล้ว แต่เป็นโลกของเขา พระองค์เจ้าวิชิตชลชายผู้สูงศักดิ์ ผู้ทีรอคอยนางในฝันของเขามาแสนนาน และเธอก็มาปรากฏกายขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์         ปีร์ นักโบราณคดีแฟนหนุ่มลูกครึ่งของแพรวา ต้องรีบเดินทางกลับจากอังกฤษเมื่อทราบเรื่องที่แฟนสาวของเขาหายตัวไปอย่างลึกลับ การค้นหาประวัติศาสตร์ของปีร์เริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาพบบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งทำให้นักโบราณคดีอย่างเขาเชื่อว่า แพรวาหายตัวไปอย่างไม่ธรรมดา แล้วชายหนุ่มจะตามหาคนรักเจอหรือไม่ มาติดตามรักสามเส้าของหนึ่งหญิงสองชายต่างมิติ ในที่สุดแพรวาจะเลือกอยู่กับใคร อะไรคือปมแห่งความผูกพันของ แพรวา ปีร์ และพระองค์เจ้าวิชิตชล        นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายเรื่องที่คนเขียนรักมาก และได้รีไรท์ใหม่ทั้งเรื่อง เป็นแนวดราม่า โรแมนติก เนื้อเรื่องมีทั้งสองภพค่ะ ซึ่งนิยายเรื่องนี้จะทำให้นักอ่านซาบซึ้งตรึงใจกับคำว่ารักแท้ รักที่ต้องเสียสละ รักที่ข้ามภพข้ามชาติ บุษบาพาฝันต้องขอขอบคุณนักอ่านทุกท่าน ที่กรุณาอุดหนุนผลงานทุกเรื่องด้วยดีเสมอมา....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #27 tookta12 (@tookta12) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 09:10
    สงสารท้ังสามคน ต่างกำลังหาทางออกให้ตนเอง
    #27
    0