ตำหนักรักข้ามภพ ตีพิมพ์ครั้งที่2กับส.น.พ.ปองรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 6,985 Views

  • 32 Comments

  • 114 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    14

    Overall
    6,985

ตอนที่ 15 : แพรวาถูกเรียก100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 377
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    3 เม.ย. 61




ขอบคุณเจ้าของภาพนี้นะคะ


แพรวา


ตอนที่15 แพรวาถูกเรียก

 

พระองค์ชายทรงเงียบขรึมและทอดพระเนตรมองแพรวานิ่งๆ ด้วยสีพระพักตร์กังวลอยู่หลายครั้ง จนแพรวารู้สึกได้ จึงเดินมานั่งข้างๆ แนบแก้มกับพระพาหา สวมกอดรอบพระวรกาย แล้วเงยหน้าขึ้นทูลถาม

ฝ่าบาทมีอะไรไม่สบายพระทัยหรือเพคะ

มันไม่เชิงดอกแพรวา เราเพียงแต่เป็นกังวลที่จะต้องล่องไปกรุงเก่า ไปดูข้าวที่จะซื้อในฤดูเก็บเกี่ยวนี้ เราเป็นห่วงเจ้า สงสารที่เจ้าเหงา

ให้แพรตามเสด็จไปด้วยสิเพคะ แพรไม่อยากอยู่ที่นี่ตามลำพังนานๆ โดยที่ฝ่าบาทไม่ทรงอยู่นะเพคะ” แพรวาทูลขึ้นด้วยรู้สึกอ้างว้างใจหายขึ้นมาทันที

แพรวา ทำไมเราจะไม่ต้องการพาเจ้าไปด้วยล่ะ แต่หนทางมันลำบาก ต้องไปทางเรือล่องไปตามลำน้ำเรื่อยๆ และที่นั่นก็ไม่มีที่พักที่สะดวก ไปเที่ยวนี้เราว่าจะไปดูให้เขาสร้างแพสำหรับเราสักลำหนึ่ง เพื่อจะได้สะดวกในเวลาข้างหน้าที่เราพาเจ้าไปด้วย แต่ครั้งนี้เจ้าต้องอยู่ที่ตำหนัก คอยดูแลบ่าวไพร่แทนเรา ไม่กี่เวลาเราก็จะกลับแล้ว หัวใจเรามีเจ้า ลมหายใจเข้าออกของเราก็เป็นของเจ้า เจ้าน่าจะรู้นะ

แพรวานิ่งเงียบเข้าสู่ภวังค์ ทุกวันนี้ในแต่ละวันก็รอคอยการกลับมาอย่างใจจดใจจ่อ นี่จะเสด็จไปอีกหลายวัน เธอคงเหงามากเป็นแน่ กลางคืนที่นี่แค่สองทุ่มก็เงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจแล้ว ความมืดอันแสนน่ากลัวจะคืบคลานเข้าครอบคลุมตำหนักที่กว้างขวางทันทีในยามค่ำ แสงตะเกียงวอมแวมในยามที่มีใครเดินก็จะเกิดแสงเงาวูบวาบด้วยเงาตะคุ่มอย่างน่ากลัว แพรวาไม่เคยออกจากห้องนอนในตอนกลางคืนด้วยกลัวความเงียบและความมืด มีเพียงพระองค์เท่านั้นที่ทำให้เธอรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นใจกาย เปรียบเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของลมหายใจของเธอ หากขาดท่านไปในยามค่ำคืนเธอก็คงเหมือนถูกทิ้งให้อยู่ในโลกร้าง คิดถึงตรงนี้น้ำตาพลันร่วงรินพร้อมกับโผเข้าซบพระอุระแล้วสะอื้นเบาๆ ไม่อาจทูลยับยั้งให้พระองค์ต้องหนักพระทัยทั้งๆ ที่อยากทำ

หนหน้านะแพรวา เราสัญญาว่าจะพาเจ้าไปด้วย เราตัดสินใจที่จะทำการค้าขึ้นมาด้วยไม่อยากให้เสด็จแม่ทรงรู้สึกว่าทรงสู้อุตส่าห์ส่งไปเรียนแต่กลับไม่เป็นโล้เป็นพายกับการงานสิ่งใด และเราก็ต้องหาอัฐิมาเลี้ยงข้าทาสบ่าวไพร่ เจ้าจงเห็นใจเราเถอะนะแพรวา

เพคะฝ่าบาท

ความรักของแพรวาเต็มตื้นอยู่ในอก แม้จะรับรู้ได้ว่าพระองค์ทรงเมตตาและสนิทเสน่หาเธอมากมายแค่ไหน แต่ทุกคนก็มีภาระหน้าที่ ไม่ว่าจะอยู่ในภพไหนหรือเวลาใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเธอที่ต้องดำเนินชีวิตอยู่ที่นี่ให้ได้

ทรงร่ำลาอาลัยอย่างอ้อยอิ่งเนิ่นนานตลอดราตรีนั้น สุรเสียงกระซิบรำพันบอกรักงึมงำอยู่อย่างไม่สร่างซา เมื่อเวียนกอดเวียนจุมพิตกอดกระชับร่างเธอแนบกับพระอุระ สายลมที่พัดเข้ามาทางช่างพระแกลเย็นสะท้านเมื่อถูกเปลื้องอาภรณ์จนเปลือยเปล่า บัวคู่งามถูกเจ้าผึ้งเวียนเคล้าเชยชมจนปทุมมาลย์ไหวสะท้าน เสียงแมลงกลางคืนกรีดปีกร้องระงมคร่ำครวญรำพันกับราตรีกาล เงาของเทพบุตรที่หล่อสมาร์ตทาบทาอยู่ที่ผนังห้อง ร่างใหญ่สง่างามเป็นเงาผงาดดูสวยงามเหลือเกินเมื่อยามที่เงานั้นเคลื่อนไหว มันชัดเจนจนแพรวาต้องลอบมอง เงาของพระวรกายที่ทรงรัวระริกวูบไหวสะท้อนกับแสงของเปลวไฟในตะเกียงและสุรเสียงพึมพำพร่ำสุข เหมือนดูภาพยนตร์รักหวานย้อนยุคที่สร้างฉากรักได้อย่างงดงามโรแมนติก

การร่ำลาอาลัยเริ่มอีกครั้งในยามค่อนแจ้ง ทุกอย่างเปี่ยมล้นในความรู้สึก เมื่อต่างป้อนความสุขให้แก่กันอย่างไม่เกี่ยงงอน แพรวายอมรับถึงความบอบช้ำจากการสั่งลาตลอดทั้งราตรีนั้น

เราคงเจียนตายกว่าจะได้พบเจ้าอีก

แพรมีความสุขล้นเปี่ยมหัวใจ และจะรอรับรักจากฝ่าบาทจนกว่าจะเสด็จกลับมานะเพคะ

เจ้าหวานยิ่งกว่าน้ำหวานของเกสรดอกไม้ใดๆ ในโลก เราจะคิดถึงเจ้า ฝันถึงเจ้าทุกราตรีนะแพรวา

ขอบพระทัยในความเมตตาเพคะ

แพรวา เจ้าจงจำคำที่เราสั่งไว้ให้ดี ค่ำมืดอย่าลงจากตำหนัก ปิดหน้าต่างห้องเสียเมื่อเราไม่อยู่ อย่าทำสิ่งไม่งาม ถามนมเอิบก่อนที่จะทำอะไรที่ผิดแปลกไปจากที่เคยเห็น ความจริงเราจะพาเจ้าไปฝากเสด็จแม่ให้อยู่ในฝ่ายใน แต่ก็กลัวว่าเจ้าจะอึดอัดกว่าอยู่ที่นี่ เราเกรงว่าเจ้าจะร้องไห้คร่ำครวญ เจ้าจงเข้มแข็งให้เหมือนสตรีที่ผัวไปออกรบทัพจับศึกเยี่ยงในอดีต เราเชื่อว่าเจ้าคงเรียนรู้ประวัติศาสตร์มาแล้ว เจ้าต้องทำให้ได้นะแพรวา วางตัวให้ดีแล้วเราจะกลับมาประทับรับขวัญพระองค์ชายตรัสสั่งเสียด้วยความอาวรณ์

 

คืนวันที่สองที่เสด็จไปเป็นวันพระแรมสิบห้าค่ำ แม่เอิบนำพวงมาลัยมามอบให้ในตอนหัวค่ำและบอกกับเธอ

“คุณหญิงเจ้าคะ คืนนี้เป็นคืนวันพระใหญ่ อิฉันอยากให้คุณหญิงเข้าห้องพระสวดมนต์ จะได้อธิษฐานให้พระองค์ชายทรงทำการค้าสำเร็จ และทรงปลอดภัยจากภยันตราย คุณหญิงจะได้สบายใจด้วยเจ้าค่ะ

เธอพยักหน้าอย่างเห็นด้วยทันที แม่เอิบจึงพาแพรวาเข้าไปสวดมนต์ในห้องพระ และเมื่อแพรวาย่างกรายเข้าไปก็รู้สึกเย็นยะเยือก ขนลุกแปลกๆ ทั้งๆ ที่เคยเข้ามาแล้วครั้งหนึ่ง

ห้องพระกว้างขวางมีพระพุทธรูปวางตั้งอยู่มากมายบนโต๊ะหมู่ขนาดใหญ่ ห้องทั้งห้องมีแสงส่องสว่างจากเทียนเล่มโตซึ่งถูกจุดอยู่ตรงหน้าองค์พระและแสงตะเกียงที่แม่อิ่มถือเข้ามาตั้งวางไว้ แม่อิ่มกับแม่เจียมนั่งห่างออกไปจากเธออยู่ตรงประตู ส่วนแม่เอิบนั่งเยื้องไปทางด้านหลังเธอนิดหนึ่ง เธอจุดธูปปักลงในกระถางธูป ควันจากธูปลอยอวลส่งกลิ่นหอมจางๆ พวงมาลัยดอกมะลิในมือที่เธอวางถวายตรงหน้าพระส่งกลิ่นกรุ่นกำจายตลบอบอวลไปทั่วห้อง แพรวาก้มลงกราบพระ และเริ่มสวดมนต์เบาๆ ตามที่เคยสวดในเวลาของตนเองอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะสวดแผ่เมตตาแล้วอธิษฐานให้อำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยคุ้มครองพระองค์ชาย ให้การเสด็จในครั้งนี้เป็นไปโดยสวัสดิภาพ และทำการใดๆ สำเร็จดังต้องพระประสงค์ จากนั้นก็กราบสามครั้ง

เมื่อเธอลุกขึ้นยืน แม่อิ่มก็ขยับและยกตะเกียงขึ้น ทำให้แพรวาเหลือบไปเห็นตู้ใบหนึ่งตั้งอยู่ที่มุมห้อง เธอฉวยตะเกียงจากมือของแม่อิ่มแล้วเดินตรงไปที่ตู้ใบนั้น ใช้ตะเกียงส่องไปที่ตู้ พลันนั้นก็จำได้ทันที เพราะตู้ใบนี้เหมือนตู้ที่เธอเคยเห็นในวังโบราณแห่งนั้น ตู้ที่เพียงแค่เธอแตะต้องตัวนกก็ทำให้เธอวูบหมดสติก่อนจะมาปรากฏตัวที่ห้องหม่อมจิต เธอเอ่ยถามเอิบอย่างฉงนใจทันที

ตู้นี่อยู่ที่นี่มานานแล้วเหรอจ๊ะแม่เอิบ ฉันเข้ามาคราวก่อนไม่เห็นมีเลยนี่

อ๋อ...เพิ่งเอามาจากเรือนหม่อมจิตเจ้าค่ะ เป็นตู้ที่อยู่บนเรือนนั้นมานานแล้วเจ้าค่ะ ตอนที่รื้อเรือนก็เลยรับสั่งให้เอาข้าวของเครื่องเรือนมาเก็บไว้ที่ห้องเก็บของหลังตำหนัก แต่พอดีตู้ใบนี้ไม่มีที่เก็บเพราะมันใหญ่โต อิฉันก็เลยให้บ่าวยกมาไว้ที่ห้องพระเจ้าค่ะ

เคยอยู่ที่เรือนหม่อมจิตเหรอเธอทวนคำแม่เอิบด้วยหัวใจที่กระตุกวูบขึ้นทันที

เจ้าค่ะ อยู่มานานแล้วเจ้าค่ะ แต่ก่อนก็อยู่ที่ห้องเก็บของ พอหม่อมจิตมาขอไปใช้ ก็ประทานให้เจ้าค่ะ คุณหญิงชอบรึเจ้าคะ ลวดลายที่ประตูมันงดงามดีนะเจ้าคะ

เปล่าจ้ะ ฉันเพียงแต่...”

แพรวาตอบแม่เอิบได้เพียงเท่านั้น เพราะสมองเริ่มคิดทบทวนเรื่องราว ตู้ใบนี้กับตู้ใบนั้นเหมือนกันมาก แม้เธอจะไม่ได้สังเกตสังกาอะไรนักตั้งแต่แรกเห็น แต่มันเหมือนกันราวกับเป็นใบเดียวกัน หรือว่ามันจะเป็นใบเดียวกัน แล้วเธอผ่านมิติเข้ามาทางตู้ใบนี้ เธอจำได้ว่าเธอวูบและเหมือนจะล้มลงที่ตู้ใบนี้ พอรู้สึกตัวอีกทีก็อยู่ในเรือนของหม่อมจิต แพรวาเริ่มแน่ใจแล้วว่าการที่เธอมาอยู่ที่นี่ได้นั้นจะต้องเชื่อมโยงกับตู้ใบนี้แน่ ถ้าตู้ใบนี้เคยอยู่ในห้องของหม่อมจิต

ตู้ใบนี้เป็นทางกลับไปหรือเปล่า เป็นที่ที่เราจะใช้ผ่านกลับไปยังเวลาของเราใช่ไหม ใช่...มันต้องใช่แน่ๆ แต่มันจะเข้าออกไปๆ มาๆ ได้ไหมนะ และถ้าได้จะด้วยวิธีใด ถ้ามันทำให้เราไปและกลับมาได้ คงจะเป็นอะไรที่วิเศษที่สุดของเราเลยทีเดียว เพราะสามารถกลับไปเมื่ออยากไป และกลับมาอยู่กับคนที่รักได้ แต่ถ้าไปแล้วกลับมาไม่ได้ล่ะ เรากับพระองค์จะต้องจากกันชั่วชีวิตงั้นหรือ

เพียงแค่คิดก็ใจหาย ด้วยทั้งรักและห่วงหาเหมือนใจจะขาด

“ยามหนึ่งแล้วเจ้าค่ะ กลับห้องเถอะนะเจ้าคะ

แม่เอิบเอ่ยเตือนขึ้น ทำให้เธอหมุนกายและส่งตะเกียงให้แม่อิ่ม ก่อนจะเดินนำกลับมายังห้องนอน

คืนนั้นแพรวารู้สึกว่าอากาศร้อนเหลือเกิน แม่อิ่มกับแม่เจียมมานอนเป็นเพื่อนอยู่ที่หน้าเตียง ส่วนแม่เอิบนอนอยู่ในห้องพระ เพราะพระองค์ชายทรงให้จุดเทียนไว้จนกว่าเทียนเล่มใหญ่จะหมดเพื่อเป็นพุทธบูชาในคืนวันพระตามที่พระมารดารับสั่งให้ทรงปฏิบัติ แพรวาลุกขึ้นมาเปิดหน้าต่างที่เหนือหัวเตียง ลมพัดพลิ้วเข้ามาจนเย็นชื่นใจ หญิงสาวยืนรับลมอยู่ครู่หนึ่งก็เดินกลับมาขึ้นเตียงและหลับไป

ค่อนดึกของคืนนั้นหญิงสาวรู้สึกเหมือนฝันว่ามีเสียงกระซิบต่ำๆ เรียกชื่อเธอสลับกับเสียงท่องมนตร์งึมงำ ทำให้เธอเริ่มกระสับกระส่าย ร้อนจนทนจะไม่ไหว รู้สึกอยากไปหาคนที่กำลังเรียกเธอใจจะขาด แต่แล้วเสียงร้องดังและลากเสียงยาวของนกกลางคืนยามบินผ่านหลังคาตำหนักท่ามกลางความเงียบของรัตติกาลทำให้เธอสะดุ้งลุกพรวดขึ้นนั่ง ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่าง จนเหมือนกายเธอจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

แพรวากรีดร้องลั่นก่อนจะทอดกายลงบนที่นอนแล้วบิดกายส่ายไปมา ทำให้แม่อิ่มและแม่เจียมต่างลุกพรวดด้วยความตกใจและวิ่งเข้าไปหาคุณหญิง มือยกตะเกียงส่องไปยังร่างของเธอที่มีเหงื่อผุดพรายทั่วทั้งใบหน้าและซอกคอ คุณหญิงเริ่มกรีดร้องเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเสียงที่แสดงถึงความเจ็บปวดจนแทบจะขาดใจ น้ำตาร่วงพรู

ฝ่าบาท ฝ่าบาทเพคะ ช่วยแพรด้วย แพรเจ็บจนเหมือนจะขาดใจแล้วเพคะเธอกรีดเสียงร้องเรียกหาด้วยสีหน้าที่ทรมานเจียนจะขาดใจ

แม่อิ่มกับแม่เจียมมองหน้ากันเลิ่กลั่กด้วยความหวาดกลัว สมองของแพรวาเริ่มไม่สั่งการเสียแล้ว ความรู้สึกเจ็บปวดจนกายแทบแตกเป็นเสี่ยงๆ ทำให้หูอื้ออึง กายสั่นระริก มือบางลูบไล้ไปตามร่างกายของตัวเอง และในสมองเหมือนจะถูกสั่งการให้ไปที่ห้องพระ ทำให้เธอรีบลุกพรวดไปที่ประตู ยกไม้ที่คั่นออก แล้ววิ่งสะเปะสะปะเสียงพื้นกระดานดังตึงตังในความมืด ร่างกายเหมือนจะถูกบีบรัดอย่างรุนแรงจนแทบทนไม่ไหว มือทาบตรงตำแหน่งของหัวใจ อิ่มกับเจียมวิ่งตามมารั้งกายเธอไว้ แต่เธอกลับสะบัดออก แล้ววิ่งไปทุบประตูอย่างแรงเท่าที่เรี่ยวแรงจะทำได้

“เอิบ เอิบ เปิดประตู เอิบ

แม่เอิบเดินมาเปิดประตูด้วยความตกใจ ที่ได้ยินคุณหญิงเรียกชื่อและเคาะประตูเสียงดังก้องไปทั้งตำหนัก และเมื่อนมเอิบเปิดประตูออก ร่างของแพรวาก็ล้มลงไปในห้อง นมเอิบโอบประคองร่างบางอย่างตกใจ โดยมีแม่อิ่มและแม่เจียมรีบเข้าช่วยประคอง

คุณหญิง คุณหญิงเป็นอะไรไปเจ้าคะ

แพรวารู้สึกเหมือนใจเธอจะขาดลงเสียให้ได้ในทุกนาที ทุกคนรวมทั้งแพรวาได้ยินเสียงนกแสกร้องดังยาวผ่านหลังคาตำหนัก เสียงลมพายุพัดไปมาทำให้ต้นไม้กิ่งไม้เสียดสีกันอย่างรุนแรง ฟ้าร้องคำรามเสียงครืนๆ ดังเสียงคำรามของปีศาจ สายฟ้าฟาดลงมาเป็นสายที่นอกหน้าต่างดูน่ากลัว แม่อิ่มและแม่เจียมต่างยกมือขึ้นพนมไหว้พระเนื้อตัวสั่น แพรวามองไปที่ตู้ใบนั้น เธอรู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่มีพลังมหาศาล ซ้ำยังมีอำนาจเหนือจิตวิญญาณของเธอ วันนี้ถ้าเธอไม่ตายลงเสียก่อน เธอคงต้องถูกอำนาจลึกลับดึงเธอกลับไปเป็นแน่ สมองของเธอในขณะนี้นึกถึงพระองค์ชายเหลือเกิน ป่านนี้จะรู้ไหมว่าเธอเจียนจะตายอยู่แล้ว

เธอเอ่ยด้วยเสียงที่ขาดเป็นห้วงๆ

เอิบ...ทูลฝ่าบาท...ด้วย...ว่า...ฉัน...รัก...ท่าน...รัก...ท่าน

ในห้วงสุดท้ายที่ทรมานจนเกินจะทน กายเธอสั่นระริกพลางกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด หญิงสาวลุกพรวดไปที่ตู้ตรงริมห้อง และเหมือนจะล้มฟาดใส่ตู้ใบนั้น แต่แล้วแม่เอิบ แม่อิ่ม และแม่เจียม ต่างตกตะลึงพรึงเพริด เมื่อเห็นร่างของคุณหญิงแพรวาค่อยๆ ถูกอุโมงค์อันมืดดำดูดกลืนร่างจมหายเข้าไปในตู้ใบนั้น ทั้งสามนิ่งตะลึงตาค้าง พยายามขยี้ตาตนเอง และยกตะเกียงสูงขึ้นเพื่อส่องดูปรากฏการณ์ตรงหน้าด้วยสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด ก่อนจะตะโกนเรียก

“คุณหญิง! คุณหญิง!”

พ่อครูสุ่นรู้สึกว่าโดยรอบเรือนไทยโบราณที่ตนเองทำพิธีอยู่เกิดแรงลมกระโชกแรง จนเรือนไหว เสียงฟ้าคำรามดังกึกก้อง สายฟ้าฟาดลงมาเป็นสายอย่างน่ากลัว แต่ชายชราที่นุ่งขาวห่มขาวก็ยังท่องมนตร์ไปเรื่อยๆ ความรู้สึกขณะท่องมนตร์บทสุดท้ายเหมือนมีใครมาหมอบอยู่ข้างๆ และเมื่อจบมนตร์ก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น ครูสุ่นรู้สึกตระหนกทั้งๆ ที่เตรียมใจไว้ก่อนทำพิธีแล้วว่าจะต้องทำสำเร็จในคืนวันพระแรมสิบห้าค่ำตามตำรา ไม่เหมือนครั้งก่อนที่เป็นวันพระข้างขึ้น จึงทำไม่สำเร็จ เพราะเป็นการฝืนตำราในคัมภีร์โบราณที่ระบุไว้ว่าต้องเป็นวันพระแรมสิบห้าค่ำเท่านั้น

พ่อครูสุ่นออกไปนอกห้อง และเคาะประตูเรียกหลานสาว

หวาย! หวายเอ๊ย! ออกมาหาปู่เร็วๆ หวาย! หวาย!”

หญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกับแพรวาโผล่หน้าออกมาด้วยสีหน้างัวเงีย ร้องถามอย่างตกใจ

มีอะไรหรือจ๊ะปู่ ปู่ไม่สบายเหรอจ๊ะหญิงสาวตกใจกับท่าทางของปู่ที่ไม่เคยมาเรียกตนกลางดึกอย่างนี้

มาดูอะไรกับปู่ แล้วก็มาช่วยเธอหน่อย เร็ว!” ชายชราเร่งเร้าหลานสาว

เธอ? ปู่หมายถึงใครกัน นี่มันดึกแล้วนะจ๊ะปู่ เธอที่ไหนล่ะปู่หญิงสาวเอ่ยถามด้วยสีหน้ากังขา

ชายชราชักเดือดที่หลานสาวซักไซ้ไล่เลียง

บอกให้มาก็มาสิ ที่ห้องพระของปู่โน่นไปดูสิ หนูรู้จักไม่ใช่เหรอ ปู่ว่าหนูต้องรู้จัก ช่วยปู่หน่อยละกัน อย่าเพิ่งซักเลย

พ่อครูสุ่นเอ่ยเสียงขุ่นแล้วเดินนำหน้าหลานสาวกลับมาที่ห้องพระทันที และเมื่อก้าวเข้าไปในห้องพระ หวายก็ต้องตกใจสุดขีดที่เห็นร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งนอนตะแคงคว่ำหน้าอยู่บนพื้น สวมโจงกระเบนห่มผ้าแถบคาดอก หลานสาวเจ้าของบ้านรีบวิ่งไปพลิกร่างคนที่นอนคว่ำหน้าขึ้นมา

เอ๊ะ! คุณแพรวานี่ปู่ เขาเป็นนางเอกละครที่หายตัวไปเมื่อหลายเดือนก่อนไงปู่ แล้วมาอยู่ที่บ้านเราได้ยังไงล่ะ บอกหวายหน่อยสิจ๊ะหลานสาวเอ่ยถามด้วยสีหน้าประหลาดใจแกมตระหนก

หนูอย่าเพิ่งถามเลย หนูรีบทำให้เธอฟื้นขึ้นมาก่อนเถอะ ไม่รู้เธอเป็นยังไงบ้าง

หวายช้อนร่างบางของแพรวาให้มาพิงอกเธอ พ่อครูสุ่นหยิบยาหม่องมายื่นส่งให้ขวดหนึ่ง หวายจึงรีบทาที่แขนของแพรวาเบาๆ ก่อนจะทาบางๆ ที่ขมับและปลายจมูก จากนั้นก็นวดเฟ้นไปตามแขนตามขา ขณะที่พ่อครูรีบไปหาหมอนมาให้หวายเพื่อใช้รองศีรษะของแพรวา ประมาณยี่สิบนาทีนักแสดงสาวก็เริ่มรู้สึกตัว เธอลุกพรวดขึ้นนั่ง และมองหน้าชายชรากับหลานสาวอย่างตกใจสุดขีด ร่างบางกระถดกายหนีพลางร้องเรียก พร้อมทั้งกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง

แม่เอิบ แม่อิ่ม แม่เจียม ไปไหนกันหมด

สองปู่หลานมองหน้ากัน แพรวามองไปที่แสงไฟบนเพดานอย่างแปลกใจ

ที่ไหนกันนี่ มีไฟฟ้าด้วย หรือว่าเรากลับมาในเวลาของเราแล้ว

เธอมองหน้าสองปู่หลานแล้วเอ่ยถาม

ที่นี่ที่ไหนเหรอคะ ที่นี่ปีพ.ศ.2552 ใช่ไหมคะคุณตา

หวายได้ยินคำพูดนั้นจึงเอ่ยถามขึ้นอย่างแปลกใจ

ทำไมถามอย่างนั้นล่ะคะคุณแพรวา คุณหายไปไหนมา แล้วมาที่บ้านเราได้ยังไง คุณรู้ไหมว่ามีคนตามหาคุณกันทั่วประเทศ จนแทบจะพลิกแผ่นดินเลยนะคะ”

แล้วแพรกลับมาที่นี่ได้ยังไงคะ

พ่อครูยกมือขึ้นนิดหนึ่ง เมื่อหวายและแพรวาต่างคนต่างตั้งคำถามกันไปมาอย่างไม่รู้อะไรเลย ก่อนที่พ่อครูสุ่นจะเริ่มต้นเล่าเรื่องให้ฟังว่าท่านเป็นคนที่ใช้คัมภีร์เรียกเธอมาจากภพภูมิที่เธอเดินทางไป ถ้าท่านไม่ใช้คัมภีร์นี้เรียกกลับมาแล้วติดนกเข้าไปตามเดิม เธอก็จะถูกนกยมทูตพรากวิญญาณจากไปตลอดกาล นั่นเป็นเพราะเธอทำนกตัวนี้ซึ่งถูกลงอาคมเอาไว้แตกหัก มันจึงเหมือนเธอต้องอาถรรพ์อย่างร้ายแรง และเมื่อใดที่ท่านติดนกลงไปตามเดิมพร้อมกำกับคาถาลงไป เธออาจจะพ้นจากอาถรรพ์ร้ายก็ได้ ซึ่งท่านตัดสินใจที่จะทำในคืนนี้เลย ทว่าหวายกลับเห็นแย้งขึ้นมา

ปู่...มันไม่สมควรที่จะมีเรื่องแบบนี้ในโลกยุคไซเบอร์แล้วนะคะ มีการเข้าใจอะไรผิดกันหรือเปล่าคะปู่”

แพรวาเอ่ยขึ้นช้าๆ น้ำตาไหลรินลงมา

มันเกิดขึ้นจริงค่ะคุณหวาย แพรหลุดเข้าไปในอีกมิติหนึ่งจริงๆ และก็มาที่นี่เพราะมีคนเรียก เหมือนว่าประตูระหว่างกาลเวลาได้เปิดขึ้น แล้วพาแพรกลับมา คงเป็นคุณปู่ใช่ไหมคะที่เป็นคนเรียกแพร ให้แพรเรียกคุณปู่เหมือนคุณหวายด้วยนะคะ”

หวาย...หญิงสาวหน้าตาสะอาดเกลี้ยงเกลา ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้สวยโดดเด่นอย่างแพรวา แต่เธอก็น่ารัก ด้วยผิวขาวเหลือง หน้ากลม ปากนิดจมูกหน่อย ตาสวยหวาน รูปร่างกลมกลึง หวายฟังแพรวาจบก็เหมือนจะตะลึงค้างไปชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยถามขึ้น

แล้วจะทำยังไงกันต่อล่ะคะ ต้องกลับไปกลับมาเหมือนในละครไหมคะ

เรื่องที่หนูแพรจะกลับไปได้อีกไหม ปู่บอกไม่ได้ วันที่ทำนกหักและหลุดเข้าไปอีกภพหนึ่ง นั่นก็เป็นอาถรรพ์อย่างหนึ่ง และมันจะเกิดอีกเมื่อหนูดวงตก เหมือนมีคนรอเอาวิญญาณหนูอยู่ แต่ปู่จะลงไปติดนกตัวนั้นเข้าที่เดิม หนูแพรจะได้พ้นจากอาถรรพ์เสียที

ปู่คะ ดึกขนาดนี้จะไปเห็นอะไรล่ะคะ”

ปู่ไม่ได้บอกใครแม้แต่คุณปีร์ ว่านกตัวนี้มันต้องติดด้วยอาคมเท่านั้น เอาอย่างอื่นมาติดก็ไม่อยู่หรอก มันถึงต้องทำในคืนนี้ไงล่ะ มันมีอะไรหลายอย่างซึ่งถ้าปู่อธิบายแล้ว หนูก็ไม่เข้าใจอยู่ดี เรื่องอาถรรพ์อาคมเป็นเรื่องที่ไม่มีใครพิสูจน์ได้ มันเป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อในยุคไซเบอร์อย่างที่หนูบอกนั่นแหละ

แพรวานั่งนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง จิตใจอาวรณ์อาลัย จนเธอต้องหลั่งน้ำตาออกมาอีกครั้ง

คุณปู่คะ คุณหวาย แพรมีเรื่องจะบอกค่ะ แพรต้องการกลับไปอยู่ที่โน่นค่ะ

ทั้งปู่และหลานหันมามองหน้าเธอด้วยสายตานิ่งค้างและถามขึ้นแทบจะพร้อมกัน

ทำไม

แพรมีสามีอยู่ที่โน่นค่ะ และแพรก็รักท่านมาก เรารักกันมากค่ะคุณปู่

พ่อครูสุ่นนั่งอึ้งอย่างไม่รู้จะพูดอะไรอยู่นานกว่าจะเอ่ยออกมาอีกครั้งด้วยสีหน้าครุ่นคิด

หนูแพร ปู่ก็คิดอยู่เหมือนกันว่าการที่หนูไปอยู่อีกภพหนึ่งซึ่งจะเป็นยุคไหนปู่ก็สุดที่จะรู้ หนูคงต้องอยู่ในภาวะนี้แน่ คุณปีร์ค้นประวัติอะไรต่อมิอะไรจนแน่ใจว่าเขาเจอหนู เขาไม่ละความพยายามที่จะค้นหาหนูเลยนะ

คุณปู่กำลังจะบอกว่าแพรควรจะอยู่กับปีร์ที่นี่ใช่ไหมคะ แต่คุณปู่คะ แพรรักพระองค์ท่าน แพรก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดความรักขึ้นมาได้ยังไง แต่แพรอยู่ที่นี่ไม่ได้ค่ะคุณปู่ ถ้าคุณปู่ติดนกแล้ว แพรจะกลับไปได้อีกไหมคะ

พ่อครูนิ่งครุ่นคิด ในคัมภีร์บอกว่าใครแตะต้องนกตัวนี้ วิญญาณจะต้องจากพราก มันจะหมายถึงการจากอีกมิติหนึ่งไปอีกมิติหนึ่งไหมนะ ความจริงแล้วนกตัวนี้มันเล็กกระจิริดจนแทบจะสังเกตไม่เห็น แต่แพรวากลับเห็น หรือว่ามันเป็นเวรกรรมที่ลิขิต และถ้าเธออยากกลับไป เธอจะต้องทำลายนกตัวนี้โดยแตะต้องมันอีกครั้งหนึ่ง และก็ต้องยอมต้องอาถรรพ์ของมันอีกอย่างช่วยไม่ได้


*แพรวาจากมาแล้วพระองค์ชายล่ะจะทรงเป็นเยี่ยงไร มาติดตามกันต่อตอนหน้านะคะ*

@,มาเป็นแฟนพันธ์แท้กันนะคะ

อย่าลืมคอมเม้นส์มาให้กำลังใจ 

สำหรับรับหนังสือตอบแทน จับรางวัลในวันที่5เมษายนนนี้แล้วนะคะ

น้องๆจะอ่านในแบบรูปเล่มก็มีจำหน่ายแล้ว และถ้าสะดวกโหลดอ่านในรูปแบบebookก็สามารถโหลดอ่านได้ในหลายเว็บค่ะ

ตำหนักรักข้ามภพ
บุษบาพาฝัน
www.mebmarket.com
        การหายตัวไปอย่างลึกลับไร้ร่องรอยของแพรวานางเอกสาวสวยแถวหน้าของเมืองไทย ในระหว่างการถ่ายทำละครย้อนยุคที่วังโบราณแห่งหนึ่ง ได้สร้างความตกตะลึงให้กับสังคมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะไม่มีใครรู้ว่าเธอหายไปได้อย่างไร และหายไปไหน และแทบไม่ร่องรอยอะไรให้ค้นหา         ในขณะที่แพรวาก็ไม่รู้เช่นกันว่าเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ในเมื่อเธอกำลังเดินสำรวจวังบริเวณแห่งนี้ และทุกอย่างก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป ที่นี่ไม่ใช่โลกของเธออีกแล้ว แต่เป็นโลกของเขา พระองค์เจ้าวิชิตชลชายผู้สูงศักดิ์ ผู้ทีรอคอยนางในฝันของเขามาแสนนาน และเธอก็มาปรากฏกายขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์         ปีร์ นักโบราณคดีแฟนหนุ่มลูกครึ่งของแพรวา ต้องรีบเดินทางกลับจากอังกฤษเมื่อทราบเรื่องที่แฟนสาวของเขาหายตัวไปอย่างลึกลับ การค้นหาประวัติศาสตร์ของปีร์เริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาพบบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งทำให้นักโบราณคดีอย่างเขาเชื่อว่า แพรวาหายตัวไปอย่างไม่ธรรมดา แล้วชายหนุ่มจะตามหาคนรักเจอหรือไม่ มาติดตามรักสามเส้าของหนึ่งหญิงสองชายต่างมิติ ในที่สุดแพรวาจะเลือกอยู่กับใคร อะไรคือปมแห่งความผูกพันของ แพรวา ปีร์ และพระองค์เจ้าวิชิตชล        นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายเรื่องที่คนเขียนรักมาก และได้รีไรท์ใหม่ทั้งเรื่อง เป็นแนวดราม่า โรแมนติก เนื้อเรื่องมีทั้งสองภพค่ะ ซึ่งนิยายเรื่องนี้จะทำให้นักอ่านซาบซึ้งตรึงใจกับคำว่ารักแท้ รักที่ต้องเสียสละ รักที่ข้ามภพข้ามชาติ บุษบาพาฝันต้องขอขอบคุณนักอ่านทุกท่าน ที่กรุณาอุดหนุนผลงานทุกเรื่องด้วยดีเสมอมา....
style="font-size: 26.6667px;">

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #23 tookta12 (@tookta12) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 06:16
    วาว น้องแพร จะเจอพี่ปีร์แล้ว
    #23
    0
  2. #22 tookta12 (@tookta12) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 01:57
    ตื่นเต้น เเพวาไปแล้ว สงสารพระองค์ชาย
    #22
    0