ตำหนักรักข้ามภพ ตีพิมพ์ครั้งที่2กับส.น.พ.ปองรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 6,984 Views

  • 32 Comments

  • 114 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    13

    Overall
    6,984

ตอนที่ 14 : ความรู้สึกของแพรวา100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 417
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    26 มี.ค. 61







ตอนที่ 14 ความรู้สึกของแพรวา

       ปีร์มาหาพ่อครูสุ่นอีกครั้ง ครั้งนี้เขาฉลาดที่จะเอ่ยปรับทุกข์ถึงบิดาของแพรวาว่าท่านป่วยหนักหลังทราบข่าวว่าลูกสาวหายตัวไป ปีร์จำต้องโกหกพ่อครูสุ่นเพราะเขาแน่ใจว่าอีกฝ่ายต้องรู้วิธีที่จะนำแพรวากลับมา ด้วยท่าทางของพ่อครูภายหลังทำพิธีในคืนวันพระใหญ่เหมือนกำลังครุ่นคิด พร้อมบอกปัดที่จะทำพิธีนั้นอีก

พ่อครูครับ พ่อครูจะไม่ช่วยเลยหรือครับ สงสารคุณพ่อของแพรเถอะนะครับ ท่านมีลูกสาวเพียงคนเดียว ซ้ำยังมาหายตัวไปแบบนี้ ท่านรีบเดินทางมาจากอเมริกา ต้องการจะอ้อนวอนพ่อครูด้วยตัวเอง แต่ป่วยจนลุกไม่ไหว เมื่อวานผมต้องพาไปหาหมอ ท่านเครียดมากไม่ยอมกินยอมนอนตรอมใจ และโทษตัวเองว่าดูแลลูกไม่ดี ท่านน่าสงสารมากนะครับ

ฉันก็พอเห็นในข่าวเหมือนกันว่าพ่อของหนูแพรเดินทางมาจากอเมริกา น่าสงสารหัวอกคนเป็นพ่อเหมือนกันนะ ที่ลูกสาวมาจากไปอย่างนี้ มันเป็นผลจากกรรมในอดีตชาติน่ะพ่อหนุ่ม

คำพูดและสีหน้าของพ่อครูสุ่นดูครุ่นคิด พร้อมทั้งถอนหายใจ

ปีร์ยิ่งแน่ใจว่าพ่อครูต้องรู้อะไรสักอย่างจากคัมภีร์โบราณ จึงพยายามอ้อนวอนมากขึ้น

พ่อครูครับ นึกว่าสงสารผมกับคุณพ่อของแพรเถอะนะครับ ตอนนี้แพรอาจจะลำบากมากที่หลงเข้าไปอยู่ในยุคที่ไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างที่คุ้นชินแบบนั้น เธออาจจะไปลำบากตรากตรำหรือว่าตกไปเป็นทาสของนายเงินก็ได้นะครับ

นารีมีรูปเป็นทรัพย์ ฉันว่าเธอไม่มีทางไปตกระกำลำบากหรอก พ่อหนุ่มไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนั้น ฉันห่วงก็แต่ว่าเธอจะทำให้คนในยุคโน้นปั่นป่วนแย่งชิงตัวเธอ” พ่อครูสุ่นเอ่ยอย่างคาดคะเนด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

ปีร์ไม่ได้พูดเรื่องที่เขาค้นพบและแน่ใจว่าเธอเป็นนางห้ามของพระองค์ชายพระองค์หนึ่งให้พ่อครูฟัง ถึงอย่างนั้นชายชราก็วิเคราะห์ออกมาได้อย่างตรงจุดที่สุด ความสวยของแพรวาไม่มีทางทำให้เธอลำบากกระทั่งต้องไปเป็นทาส คงจะเป็นเพราะคนรุ่นพ่อครูมีประสบการณ์ชีวิตผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก จนรู้ซึ้งถึงสัจธรรมของชีวิตได้ดี

พ่อครูครับ ถ้าเป็นไปได้ก็ถือว่าช่วยผมหน่อยเถอะครับ เอ่อ...” ปีร์ยกมือขึ้นพนมไหว้ก่อนที่จะเอ่ย “ผมคงต้องขอโทษนะครับ คือว่า...อืม...ผมไม่อยากพูดเรื่องเงินเพราะมันคงจะน่าเกลียด แต่ถ้าพ่อครูต้องใช้เพื่อดำเนินการกับเรื่องนี้ ผมก็ยินดี เพียงขอความกรุณาพ่อครูช่วยบอกผมด้วยเถอะนะครับ”

พ่อครูสุ่นยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเอ่ยบอกความจริง

พ่อหนุ่ม มันไม่ต้องใช้เงินใช้ทองอะไรหรอกนะ แต่ว่าการที่เราจะพาเธอกลับมาน่ะ ฉันไม่เคยทำกับใครมาก่อน มันเป็นคัมภีร์โบราณของต้นตระกูล เป็นคาถาเรียกจิต ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรือภพภูมิใด ถ้ากายนั้นยังมีจิตวิญญาณอยู่ ก็จะร้อนกายร้อนใจจนแทบขาดใจ ต้องหาทางมาหาคนเรียก มันเป็นคาถาทางด้านมนตร์ดำที่ฉันไม่อยากทำ เพราะถ้าคุณหนูนั่นไปอยู่ในอีกมิติหนึ่ง ฉันก็ไม่รู้ว่ามันจะได้ผลแค่ไหน แล้วเธอจะหาทางกลับมาได้ยังไง แต่ฉันรู้ว่าคราวนั้นที่ฉันเรียกจิตเธอ ฉันได้ยินในสมาธิ เสียงเธอร้องอย่างเจ็บปวดทรมานแทบขาดใจ ฉันอาจจะไปทำให้เธอต้องตาย หรือเป็นอะไรไปในภพนั้น ฉันถึงไม่อยากทำอีก

ปีร์ฟังแล้วนิ่งอึ้ง

จริงสินะ ถึงแพรจะยังมีชีวิตอยู่ แต่มันก็เป็นอีกมิติหนึ่ง ถึงแพรจะร้อนใจร้อนกายเดินทางมาก็คงเป็นไปไม่ได้ เขาจะทำยังไงดีนะ

แล้วนกแกะสลักนั่นล่ะครับพ่อครู มันเกี่ยวกับคัมภีร์นั่นไหมครับ

พ่อครูสุ่นนิ่งไปครู่หนึ่ง เหมือนจะพยายามเรียบเรียงคำตอบ ก่อนจะเอ่ยขึ้น

ความจริงแล้วนกแกะสลักนั่นไม่ได้เกี่ยวกับวิชาเรียกจิตนี่หรอก แต่ในคืนนั้นมันมีการเชื่อมโยงกันอย่างน่าประหลาด พอฉันท่องคาถาเรียกจิต เจ้านกตัวนี้มันก็เหมือนจะมีชีวิตขึ้นมาด้วย ฉันรู้ว่ามันต้องเชื่อมโยงกับเธอแน่ แต่ความที่เราไม่รู้ลึกซึ้ง เราก็เพียงแต่รู้สึกว่ามันมีเรื่องที่เชื่อมโยงกันระหว่างนกกับหนูแพร

ผมอยากให้พ่อครูลองเอานกตัวนี้ติดเข้าไปที่เก่าของมัน มันน่าจะเกิดอะไรขึ้นสักอย่างน่ะครับ เพราะนกตัวนี้หักออกมาในวันที่แพรขึ้นไป เธออาจจะไปแตะต้องมันจนหักก็ได้ครับ และมันอาจจะเป็นรหัสพาเธอไป หรือเป็นอะไรสักอย่างหนึ่ง ถ้ามันเชื่อมโยงกับเธอจริงเขาเริ่มวิเคราะห์ตามความรู้สึกของนักโบราณคดีที่ชอบคิดค้นหาสมมุติฐาน

อืม...มันก็น่าคิดอย่างที่พ่อหนุ่มว่า แต่ฉันก็ยังคิดอยู่ว่าจะติดมันด้วยวิธีไหนดี เพราะถ้าติดด้วยกาวสารเคมี แล้วหากมันไม่ติดเข้าที่ในครั้งเดียว มันก็จะติดอีกแทบไม่ได้ ฐานที่เกาะมันเล็กมาก ถ้าจะทำต้องทำครั้งเดียวแล้วเรียบร้อยเลย แต่ถ้าทำไม่ละเอียดไม่ระมัดระวังและเอามันออกมาอีก รับรองได้เลยว่ามันจะหักตรงข้อเท้าของนกซึ่งบอบบางมาก ตอนนี้ฉันกำลังคิดหาวิธีอยู่น่ะ

พ่อครูสุ่นเอ่ยออกมาโดยที่ไม่ยอมเปิดเผยเรื่องที่ตนเองรู้ให้ปีร์ฟัง และคิดว่าจะทำงานตรงนี้ตามลำพัง เพราะหนึ่งต้องการสมาธิ และสองสิ่งที่แกบังเอิญอ่านเจอ มันจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ก็ไม่รู้

พ่อครูคิดว่าจะทำเมื่อไรหรือครับ

คงจะเป็นอาทิตย์นี้แหละ ฉันต้องซ่อมคันฉ่องอันนี้ให้เรียบร้อยก่อน เขามาจ้างทำน่ะและก็รับปากเขาไว้แล้ว ใจเย็นๆ นะพ่อหนุ่ม แล้วฉันจะโทร.ไปบอกก็แล้วกันชายชราไม่บอกกำหนดวัน แต่ชี้ไปที่โต๊ะเครื่องแป้งโบราณเล็กๆ ซึ่งเป็นงานที่ต้องทำแทน

 

แพรวาเริ่มที่จะเรียนรู้และพยายามปรับตัวเองให้เข้ากับการดำรงชีวิตของคนในยุคนี้ ทว่าระเบียบธรรมเนียมปฏิบัติที่เธอไม่เคยรู้ไม่เคยเข้าใจ รวมถึงความรู้สึกของคนรอบข้างที่มีต่อเธอ และการปรากฏกายที่ยังครุมเครือของเธอ กลับทำให้บ่าวไพร่กลัวๆ กล้าๆ กับเธอ นอกจากผู้ที่อยู่ใกล้ชิดอย่างแม่เอิบ แม่อิ่ม และแม่เจียม ที่เห็นเธอจนคุ้นชิน จึงไม่รู้สึกเคลือบแคลงเหมือนคนอื่น คุณหญิงแพรวาจึงเป็นคนที่บ่าวไพร่ทั้งหลายพยายามที่จะไม่เข้าใกล้และลอบมองเธออยู่ห่างๆ แต่ทุกคนก็ชอบแอบมองความงามของเธอ

หม่อมจิตย้ายออกไปแล้ว พร้อมกับข่าวของเธอก็เงียบหายไป เพราะไม่มีสิ่งใดที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารถึงกันได้ ส่วนเรือนที่ประทานให้ก็มีรับสั่งให้รื้อทิ้งและเอาไม้ไปปลูกเป็นเรือนของทาสที่ท้ายตำหนัก ข้าวของใช้บนเรือนของหม่อมจิต พระองค์ชายรับสั่งให้นำไปเก็บไว้ในห้องเก็บของห้องหนึ่งบนตำหนัก ทรงเด็ดขาดในบางครั้ง และยังความเยือกเย็นในสีพระพักตร์ ทำให้หม่อมที่เหลืออยู่รู้สึกครั่นคร้ามเป็นอย่างมาก

เหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับหม่อมจิต แพรวาไม่ได้ออกไปดู ด้วยในใจนั้นรู้สึกสงสารพลางนึกโทษตัวเองที่มีส่วนทำให้หม่อมจิตได้รับชะตากรรมเช่นนั้น อีกทั้งยังรับไม่ได้กับอำนาจแบบเผด็จการ ทั้งๆ ที่รู้ว่าหม่อมจิตทำผิดร้ายแรง และไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกคาดโทษ จึงดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่เกรงกลัวในพระอาญา เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้แพรวาไม่ลงไปที่หลังตำหนักอีกเลย เพราะเกรงว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นมาอีก

เมื่อพระองค์ชายเสด็จออกไปทรงงาน แพรวานั่งคิดเงียบๆ ถึงเวลาในโลกของตนเอง ทั้งรถยนต์ที่เคยขับ โทรศัพท์มือถือที่เคยใช้ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก รวมถึงเครื่องอำนวยความสะดวกทุกอย่างที่เคยมีเคยใช้

ทว่าที่นี่กลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนว่าทุกอย่างมันนิ่งๆ ไม่มีอะไรเคลื่อนไหวแปลกใหม่ ทุกคนเคยทำอะไรก็ทำแบบนั้นซ้ำซากจำเจ จนเหมือนดูหนังเรื่องเก่าซ้ำๆ กันอยู่ทุกวัน ไม่มีถนนหนทางที่คิดจะเดินไปไหนมาไหนได้ตามใจชอบ ชีวิตวนเวียนอยู่แต่บนตำหนัก ดูบ่าวไพร่ร้อยดอกไม้ ทำบุหงา หั่นหมากตากแห้ง เอากาบกล้วยมาตากแห้งดึงมาเป็นเชือก เอาไม้ไผ่มาผ่าซีกเหลาให้บางเป็นตอกเพื่อใช้มัดห่อขนมหลายๆ อย่าง เอาทางมะพร้าวมาเหลาเป็นไม้กลัดสำหรับกลัดห่อขนมบนใบตองสด ส่วนใบตองแห้งทำเป็นกระทงใส่อาหาร ทาสชายผ่าฟืน ออกไปทำนาทำสวนบนที่ดินท้ายตำหนักซึ่งกว้างขวางสุดลูกหูลูกตา กลิ่นควันไฟโชยมาตามกระแสลมบ้าง เมื่อทาสหญิงทำครัวหุงหาอาหาร ความเงียบเหงาทำให้เธอรู้สึกว้าเหว่ขึ้นมาอย่างจับจิตจับใจ

และเมื่อต้องอยู่คนเดียว แม้จะมีบ่าวไพร่แต่ก็ไม่มีใครกล้าเยี่ยมกรายมาวุ่นวายด้วย เธอมองไปรอบๆ กายแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ ความเหงาทำร้ายความรู้สึกจนหญิงสาวเริ่มคิดถึงบ้าน คิดถึงโลกของเธอที่จากมา และนิ่งคิด...

เธออยู่ที่นี่ได้เพราะมีพระองค์ชายเท่านั้น ถ้าในโลกใบใหม่นี้ไม่มีพระองค์ชายเสียองค์เดียว เธอคงจะอกแตกตายด้วยความอึดอัด บางครั้งอยากร้องเพลง อยากเต้นรำ หรือตะโกนโหวกเหวกทักทายใครสักคนให้สะใจ อยากทำทุกอย่างที่เคยทำในโลกใบที่จากมา แต่ด้วยยศตำแหน่งคุณหญิงที่ค้ำคอ ซึ่งคงไม่มีใครในยุคนี้ทำกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตำหนักประทับเช่นนี้ ขนาดบ่าวที่ขึ้นมาทำงานบนตำหนักยังต้องใช้เพียงเสียงกระซิบกระซาบคุยกันงึมงำ แพรวาเห็นเด็กผมจุก ผมแกละ ผมเปีย ลูกทาสวิ่งเล่นกันไกลๆ จึงนึกอยากจะไปชวนให้มาเล่นด้วยกัน แต่เมื่อทุกคนเห็นเธอย่างกรายเข้าไปใกล้ กลับวิ่งหนีหายไปกันหมด

แพรวาได้แต่รำพึงกับตัวเอง เป็นคุณหญิงไม่เห็นจะดีตรงไหน เหมือนนกที่จับคอนอยู่ในกรงทองมองไปรอบๆ กรงอย่างโหยหาอิสรภาพ จะนั่งคนเดียวก็ไม่ได้ ต้องมีบ่าวสองคนนั่งราบอยู่ใกล้ๆ พอเธอขยับตัวก็เหมือนจะขยับตามไปด้วย สิ่งที่ทำได้มีเพียงวาดรูป ทั้งวาดทิวทัศน์และวาดรูปบ่าวเล่น เคยส่งให้แม่เอิบดูรูปของตัวแกเอง แม่เอิบก็ทำสีหน้าแปลกๆ ราวกับถูกผีหลอก ทำให้เธอหัวเราะออกมาได้บ้าง และได้แต่ร้องเพลงหงิงๆ เบาๆ ทั้งที่อยากจะร้องออกมาให้มันดังๆ บางครั้งอยากจะเดินโชว์ตัวเหมือนเดินในงานพรมแดง แต่ก็ทำได้เพียงขันความคิดตนเองในใจ

พระองค์ชายทรงเริ่มทำการค้าข้าว จึงต้องเสด็จออกไปที่โรงสีแทบทุกวัน ทำให้แพรวายิ่งเหงามากขึ้น เธอรู้ว่าการเดินทางไปกับพระองค์ก็คงทำได้ แต่ถ้อยรับสั่งเกี่ยวกับท่าเรือโรงสีที่มีแต่ฝุ่นคลุ้ง รวมถึงกลิ่นจากกระสอบข้าว ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องรื่นรมย์ พร้อมตรัสว่าเธอจะต้องนั่งคอยอยู่แต่ในเรือเท่านั้น มันก็จบแล้วที่คิดจะไปเป็นคุณหญิงนั่งวางท่าสงบเสงี่ยมถือพัดโบกอยู่ในเรือ และที่สำคัญในยุคนี้ไม่มีห้องน้ำที่คิดว่าจะไปใช้ได้อย่างสะดวกโยธิน

แพรวาคิดวนเวียนเหมือนพายเรือในอ่าง อยากทำอะไรสักอย่างที่เคยทำ นอกจากนั่งวาดรูปไปวันๆ เธอลุกพรวดขึ้นจนบ่าวตกใจ และสาวเท้าก้าวยาวๆ ลงมาจากตำหนัก เดินไปที่ศาลาท่าน้ำ การรอคอยใครสักคนที่เธอไม่เคยทำมาก่อน มันเป็นการทรมานใจอย่างที่สุด ถ้าเป็นในเวลาของเธอ ความรู้สึกเช่นนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น หากแต่เพราะที่นี่เหมือนไม่มีใครเลยที่จะเข้าใจในตัวตนของเธอหรือคุยกันได้รู้เรื่อง เธอพูดอะไรถามอะไรก็มีเพียงบ่าวที่เออๆ ออๆ และเพียงรับคำเจ้าค่ะเท่านั้น เธอจึงเหมือนคนที่ถูกจับมาปล่อยเกาะให้อยู่กับคนที่พูดกันคนละภาษา สื่อสารกันไม่เข้าใจ เธอพยายามที่จะหัดร้อยมาลัย ทำอะไรแบบสาวชาววัง แต่ก็ไม่มีความอดทนพอ

ถ้าอยากทำอะไรที่ตัวเองอยากทำ ก็ดูเหมือนตำหนักทั้งตำหนักจะเกิดความปั่นป่วน เมื่อครั้งที่แพรวาลงเล่นน้ำในคลองที่หน้าตำหนักโดยไม่ฟังคำทักท้วงของแม่เอิบ ด้วยคิดว่าการเล่นน้ำให้สบายใจบ้าง ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร สุดท้ายเธอก็นุ่งผ้ากระโจมอกลงไปลอยคออยู่ในคลอง น้ำใสเย็นสบายจนแพรวาแหวกว่ายอย่างมีความสุข และอยากจะตะโกนเรียกให้ใครต่อใครลงมาเล่นด้วย แต่แล้วบ่าวหญิงมากมายก็ถูกเกณฑ์ให้ลงมาในน้ำ ไม่เว้นแม้แต่แม่อิ่มและแม่เจียม จนเธอรู้สึกสนุกและหัวเราะเสียงใสออกมา โดยไม่รู้เลยว่าทุกคนต้องลงมาดูแลเธอ เพราะถ้าเธอจมน้ำหรือเป็นอะไรขึ้นมา หวายจะลงหลังบ่าวไปตามๆ กัน

และเมื่อเรือพระที่นั่งมาจอดเทียบท่าโดยที่เธอยังสุขสำราญอยู่ในน้ำ พระองค์ชายประทับยืนทอดเนตรมองเธอด้วยสีพระพักตร์เรียบเย็น ไม่แย้มสรวลให้เหมือนเช่นทุกวัน แม่เอิบซึ่งนั่งอยู่ที่ท่าน้ำได้แต่ก้มหน้าเงียบ แพรวารับรู้ได้ทันทีว่าพระองค์กำลังไม่พอพระทัย จึงจำต้องขึ้นจากน้ำ บ่าวรีบนำผ้าผืนใหญ่มาคลุมร่างให้ และเมื่อขึ้นตำหนักเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทรงเข้ามาจูงมือเธอพาไปที่ห้องบรรทม ปิดพระทวารลง และเริ่มรับสั่ง

คุณหญิงแพรวา...ลงไปแหวกว่ายในน้ำเช่นนั้นมันไม่งามเลยนะ เจ้าเป็นถึงคุณหญิงจะลงไปเล่นน้ำเยี่ยงบ่าวได้เช่นไร ถ้าใครพายเรือผ่านมาและเห็นคุณหญิงลงเล่นน้ำเปลือยไหล่ที่หน้าตำหนัก จะนำเรื่องไปครหานินทากันทั่วคุ้ง เจ้าอย่าทำเช่นนี้อีกเป็นอันขาด

เล่นน้ำมันผิดตรงไหนล่ะเพคะ ในเวลาของแพร เราจะเล่นน้ำในสระ ถ้าใครอยากจะมองก็มองไป เราเพียงแค่นุ่งผ้าปกปิดของสงวนเท่านั้น แต่ทำไมที่นี่ต้องมีข้อห้ามมากมายนักด้วยล่ะเพคะ แพรไม่มีสิทธิ์ที่จะมีชีวิตส่วนตัว ไม่มีสิทธิ์ที่จะทำอะไรได้เลย ถ้าที่นี่ไม่มีฝ่าบาท แพรคงจะอึดอัดจนตายไปแล้วมังคะ

ทรงรู้ว่าแพรวาขัดใจนัก ซ้ำยังปรับตัวเองให้เข้ากับคนในยุคนี้ไม่ได้เท่าที่ควร ดูเหมือนมันจะลำบากยากเย็นนัก เธอยังต้องเรียนรู้อะไรอีกมากมายอย่างค่อยเป็นค่อยไป พระองค์เข้าพระทัยในความรู้สึกของเธอดีทุกอย่าง แต่ก็คงต้องทรงสอนให้เธอเข้าใจปรับตัวเองให้ได้

แพรวา เจ้าไม่ได้อยู่ในฐานะบ่าว เจ้าเป็นถึงคุณหญิงของพระองค์ชาย ลงไปในคลองเล่นน้ำเยี่ยงนั้น เขาไม่ทำกัน เราบอกได้แต่ว่ามันไม่งามสำหรับสตรีสูงศักดิ์ เจ้าต้องวางตัวให้งดงามเป็นตัวอย่างของบ่าวไพร่ ต่อไปใครๆ ก็จะกล่าวเลื่องลือถึงความงามสง่าของเจ้า และจงจำไว้ว่าเจ้าคือความภาคภูมิใจของเรา

แพรวาขัดเคืองกับทุกข้อห้าม ห้ามวิ่ง ห้ามตะโกน ห้ามเล่นหัวกับบ่าว ห้ามหัวเราะโดยไม่มีอะไรปิดปาก ห้ามร้องรำทำเพลงส่งเสียงดัง และมีข้อห้ามอีกมากมายจนเธอต้องระวังตัวทุกฝีก้าว

ก็ได้เพคะ แพรจะไม่ทำอีก ไม่ลงไปเล่นน้ำ ไม่พูดกับใคร ไม่หัวเราะกับใคร และจะรอพูดกับฝ่าบาทเพียงผู้เดียว และถ้าสักวันแพรเป็นใบ้ก็อย่ามารับสั่งด้วยอีกนะเพคะเธอทูลประชดประชัน

พระองค์ทรงพระสรวลออกมาดังก้อง และทรงเข้ามาโอบกอดเธอไว้

แพรวา ที่เราบอกเจ้าทุกอย่างก็เพื่อตัวเจ้าในอนาคต เจ้าจะต้องเป็นพระมารดาของท่านหญิงท่านชายเล็กๆ เจ้าจะยังเป็นเด็กๆ ได้อีกต่อไปรึ

ก็ได้เพคะ แพรเชื่อก็ได้ และจะไม่ลงไปเล่นน้ำอีก พอพระทัยไหมเพคะเธอทูลด้วยท่าทางที่ยังงอนนัก

 

นับจากวันนั้น ความเหงาเงียบทำให้เธอกลายเป็นคนที่รอคอยการกลับมาของพระองค์ไปโดยปริยาย และเมื่อเสด็จกลับมาในตอนบ่าย ก็ทรงพบว่าแพรวานั่งคอยอยู่ที่ท่าน้ำแทบทุกวัน เหมือนเช่นวันนี้ที่เธอลุกพรวดขึ้นด้วยความดีใจ เมื่อทรงดำเนินขึ้นจากเรือ ก็โผเข้ากอดพระองค์ด้วยความลืมตัว จนบ่าวลอบอมยิ้มให้กัน

แพรคิดถึงฝ่าบาทเหลือเกินเพคะ

ทรงพระสรวลน้อยๆ และทรงโอบกอดตอบ

เจ้ายังเหมือนเด็กๆ อยู่เลยนะคุณหญิง เรารู้ว่าเจ้าเหงา เจ้าต้องอดทนนะแพรวารับสั่งพร้อมกับทรงโอบเอวพาเธอเดินขึ้นตำหนัก

แพรไม่มีอะไรทำนี่เพคะ คิดอยากจะทำแบบคนที่นี่ทำ แต่ก็ทำไม่ได้ดีสักอย่าง ร้อยมาลัย เย็บปัก แกะสลักผลไม้ ทำแล้วก็ไม่สวย ไม่ดี ไม่ได้เรื่องสักทีเพคะ ทำไมแพรถึงได้โง่เง่าอย่างนี้ก็ไม่รู้เธอบ่นตัวเองด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ

เรารู้ว่างานพวกนี้ไม่เหมาะกับวิสัยของคนใจร้อนอย่างเจ้าดอก เราคิดว่าถ้างานมันเข้าที่เรียบร้อยแล้ว เราก็คงมีเวลาได้อยู่กับเจ้าบ้าง อย่าทำหน้าเศร้าสร้อยนักเลย

แพรคงจะเป็นแม่บ้านแม่เรือนที่ไม่ได้เรื่อง ตอนที่อยู่ในเวลาของแพร แพรก็ไม่เคยได้เรื่องอะไรเหมือนกัน ชีวิตอยู่แต่นอกบ้านมากกว่าในบ้าน ไม่มีพ่อแม่ อยู่ที่ไหนก็อ้างว้างพอๆ กัน เพียงแต่ว่าในเวลาของแพรนั้นต้องทำงานหาเงิน มีเพื่อนร่วมงานมากมาย ก็เลยไม่รู้สึกเหงาเท่านั้นเพคะ

เจ้าต้องรีบมีลูกแล้วละ จะได้ไม่เหงาและใช้เวลาดูแลลูก ไม่มีเวลามาคิดห่วงผัวหวงผัว

ทรงดำเนินมาประทับนั่งบนตั่ง บ่าวนำน้ำลอยดอกมะลิมาส่งให้แพรวา ก่อนที่หญิงสาวจะนำจอกมาตักและทูล ถวายถึงพระโอษฐ์อย่างเอาพระทัย พระองค์สบพระเนตรกับแพรวาด้วยสายพระเนตรหวานหวามแฝงนัยความหมายบาอย่างขณะรับสั่งว่าต้องการสรงน้ำ

ห้องสรงหอมกรุ่นด้วยกลิ่นหอมละมุนของมวลดอกไม้ แพรวาค่อยๆ ปลดภูษาออกจากพระวรกายด้วยแก้มที่แดงก่ำ และจับพระหัตถ์เหมือนจะจูงให้ทรงก้าวลงในถังไม้บรรจุน้ำสรง

แพรวา เจ้าจะเปียก ทำไมเจ้าไม่เปลื้องผ้าออก รึรอให้เราเปลื้องให้รับสั่งถามด้วยรอยแย้มสรวลเหมือนจะทรงเย้า

เปล่าเพคะ แพรจะอาบทีหลัง แพรจะสรงให้ฝ่าบาทต่างหากล่ะเพคะ

สุรเสียงพร่าต่ำลงน้อยๆ แพรวา เจ้าอย่าอิดเอื้อนกับผัว เจ้ารู้ว่าเราต้องการเจ้า แต่เจ้าแกล้งเกี่ยงงอนกับเราทำไม่รู้ไม่ชี้ จะให้เราเจียนคลั่งเพราะเจ้าบ่ายเบี่ยงงั้นรึ

ก็แพรเห็นว่าทรงงานมาเหนื่อยแล้วนี่เพคะ

เรากับเจ้าจะช่วยกัน จูงมือกันไปให้ถึงวิมานมิใช่รึรับสั่งพร้อมทั้งทอดสายพระเนตรหวานระยิบระยับบอกความในพระทัย ทรงจูงมือเธอก้าวลงไปในอ่างน้ำ ลูบไล้กายเธอเบาๆ

แพรจะสรงให้ฝ่าบาทเพคะ ไม่ได้ให้ฝ่าบาทมาอาบให้แพรสักหน่อย” เธอทูลและเบือนหน้าหลบสายพระเนตรวิบวับ

แพรวา เจ้าอย่าคิดอิดเอื้อนหยอกเย้าให้เราคลั่ง เจ้าอาจจะ...

รับสั่งได้เพียงเท่านั้น แพรวาก็โถมกายเข้ากอดและปิดพระโอษฐ์ไว้ด้วยกลีบปากของเธอเอง ยินยอมแล้วที่จะถวายความสำราญด้วยหัวใจที่อวลอุ่นไปด้วยกลิ่นอายแห่งรัก

 


* มาติดตามตอนหน้ากันนะคะ แพรวาจะถูกเรียกตัวแล้ว เข้าพาสที่2แล้วค่ะ*

อย่าลืม@มาเป็นแฟนพันธ์แท้..สำหรับหนังสือ2เล่ม

และคอมเม้นท์มาคุยกันบ้าง...สำหรับหนังสือ2เล่ม

ประกาศผล5เมษายนนี้นะคะ

จะซื้อเป็นรูปเล่มได้จับต้อง หรือจะโหลดอ่านในรูปแบบebookก็ได้แล้วนะคะ




ตำหนักรักข้ามภพ
บุษบาพาฝัน
www.mebmarket.com
        การหายตัวไปอย่างลึกลับไร้ร่องรอยของแพรวานางเอกสาวสวยแถวหน้าของเมืองไทย ในระหว่างการถ่ายทำละครย้อนยุคที่วังโบราณแห่งหนึ่ง ได้สร้างความตกตะลึงให้กับสังคมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะไม่มีใครรู้ว่าเธอหายไปได้อย่างไร และหายไปไหน และแทบไม่ร่องรอยอะไรให้ค้นหา         ในขณะที่แพรวาก็ไม่รู้เช่นกันว่าเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ในเมื่อเธอกำลังเดินสำรวจวังบริเวณแห่งนี้ และทุกอย่างก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป ที่นี่ไม่ใช่โลกของเธออีกแล้ว แต่เป็นโลกของเขา พระองค์เจ้าวิชิตชลชายผู้สูงศักดิ์ ผู้ทีรอคอยนางในฝันของเขามาแสนนาน และเธอก็มาปรากฏกายขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์         ปีร์ นักโบราณคดีแฟนหนุ่มลูกครึ่งของแพรวา ต้องรีบเดินทางกลับจากอังกฤษเมื่อทราบเรื่องที่แฟนสาวของเขาหายตัวไปอย่างลึกลับ การค้นหาประวัติศาสตร์ของปีร์เริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาพบบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งทำให้นักโบราณคดีอย่างเขาเชื่อว่า แพรวาหายตัวไปอย่างไม่ธรรมดา แล้วชายหนุ่มจะตามหาคนรักเจอหรือไม่ มาติดตามรักสามเส้าของหนึ่งหญิงสองชายต่างมิติ ในที่สุดแพรวาจะเลือกอยู่กับใคร อะไรคือปมแห่งความผูกพันของ แพรวา ปีร์ และพระองค์เจ้าวิชิตชล        นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายเรื่องที่คนเขียนรักมาก และได้รีไรท์ใหม่ทั้งเรื่อง เป็นแนวดราม่า โรแมนติก เนื้อเรื่องมีทั้งสองภพค่ะ ซึ่งนิยายเรื่องนี้จะทำให้นักอ่านซาบซึ้งตรึงใจกับคำว่ารักแท้ รักที่ต้องเสียสละ รักที่ข้ามภพข้ามชาติ บุษบาพาฝันต้องขอขอบคุณนักอ่านทุกท่าน ที่กรุณาอุดหนุนผลงานทุกเรื่องด้วยดีเสมอมา....
"iframe_seller_link" frameborder="0">


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #21 tookta12 (@tookta12) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 08:36
    นกน้อยแพรวาจะต้องกลับภพภูมิปัจจุบันแล้ว ตื่นเต้นจังค่ะ
    #21
    0