ตำหนักรักข้ามภพ ตีพิมพ์ครั้งที่2กับส.น.พ.ปองรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,067 Views

  • 32 Comments

  • 114 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    31

    Overall
    7,067

ตอนที่ 13 : หม่อมโดนโบย100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 487
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    19 มี.ค. 61




คุณหญิงแพรวา


พระองค์ชายวิชิตชล



ตอนที่ 13 หม่อมโดนโบย

        แพรวากลับขึ้นมาบนตำหนักด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว เธอกัดริมฝีปากตนเองสีหน้าบึ้งตึงพลางถามตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าว่าทำไมต้องนึกโกรธพระองค์ชายชลขนาดนี้ด้วย เคยทรงสำราญกับพวกหม่อมมิเว้นวาย ทั้งกลางวันกลางคืนและทั้งสี่นาง ช่างมีพลังรักมากมาย หมั่นไส้นัก

แม่เอิบเข้ามานั่งหมอบอยู่ข้างๆ พร้อมทั้งอิ่มและเจียม ต่างลอบมองหน้ากันด้วยไม่เคยเห็นสีหน้าบึ้งตึงของคุณหญิงเลยสักครั้ง ถ้าไม่สบายใจก็เพียงแค่นั่งเหม่อๆ เท่านั้น แต่วันนี้ฮึดฮัดหายใจแรงนักหนา แม่เอิบจึงเอ่ยถามขึ้นเบาๆ

คุณหญิงยังไม่ได้รับอาหารกลางวันเลยนะเจ้าคะ เลยเวลาจนเย็นหมดแล้วละเจ้าค่ะ

แพรไม่หิวไม่อยากกินอะไรทั้งนั้น ยกไปกินกันเองเถอะ แพรอนุญาตเธอตอบด้วยสีหน้าที่ยังคงบึ้งตึง

โกรธหม่อมจิตรึเจ้าคะ

เปล่าหรอก แพรไม่ค่อยสบายใจน่ะแม่เอิบ ฝ่าบาทยังคงมีใครที่จะมาถวายตัวอีกหลายคนไหมจ๊ะ แพรอยากรู้ บอกมาตรงๆ นะอย่าปิดบังแพรวาเอ่ยถามนมเอิบอย่างคาดคั้น

เอ่อ...อืม...

แม่เอิบทำเสียงอึกอักอยู่ในคอ จนแพรวาหันมาคาดคั้นอีก

แม่เอิบ บอกมาสิ ทำไมต้องทำเสียงอย่างนั้นด้วยล่ะ แพรจะโกรธและจะไม่พูดกับแม่เอิบอีกเลยนะ ถ้าไม่บอกตามตรง

คุณหญิงอย่าไปฟังพวกหม่อมเลยนะเจ้าคะ พวกนั้นใส่ไฟหมายจะให้คุณหญิงขุ่นเคืองใจ และหวังจะให้ทะเลาะกันเพราะต่างก็อิจฉาที่พระองค์ชายโปรดคุณหญิง เชื่อเอิบเถอะนะเจ้าคะ

แม่เอิบก็บอกแพรมาสิ ว่ายังมีใครที่จะมาถวายตัวอีกไหม เรื่องนี้แม่เอิบรู้ดีมิใช่รึ” แพรวาต้องการรู้ความจริงของเจ้านายในยุคนี้ แม้เธอพอจะรู้มาบ้างจากการเรียนประวัติศาสตร์

โถ...คุณหญิง มีคนส่งลูกสาวหลานสาวมาถวายตัวมากมายเลยเจ้าค่ะ แต่มิได้ทรงรับไว้นะเจ้าคะ พวกทาสที่ส่งมาขัดดอกก็มีเจ้าค่ะ แต่ก็มิได้โปรดไปสำราญด้วยเจ้าค่ะ เพียงแต่ให้ส่งขึ้นมาดูตัวเท่านั้น ส่วนหม่อมทั้งสี่คนนี่สมเด็จประทานให้เจ้าค่ะ เลยจำพระทัยรับไว้ สมเด็จทรงเฟ้นหาผู้ที่จะให้มามีโอรสหรือธิดาด้วย เพราะพระองค์ชายไม่ทรงยอมรับใครที่สมเด็จจะไปทรงสู่ขอให้ ทรงบ่ายเบี่ยงจนสมเด็จต้องทรงบังคับให้มีพวกหม่อมเพียงเพื่ออยากได้พระนัดดาน่ะเจ้าค่ะ” แม่เอิบอธิบายยืดยาวเพราะรู้ว่าคุณหญิงกำลังขุ่นข้องหมองใจนัก

พระองค์ชายของแม่เอิบก็แสนจะพิศวาสมิเว้นวายกับพวกหม่อม ทำไมจึงไม่มีใครท้องเสียทีล่ะ

คำของคุณหญิงทำให้หญิงชรารู้แล้วว่าคุณหญิงโกรธขึ้งเพราะหึงหวงพระองค์ชาย แม่เอิบเช็ดน้ำหมากก่อนที่จะเอ่ยขึ้น

พวกหม่อมคงหามีบุญวาสนากระมังเจ้าคะ คุณหญิงอย่าหมองหมางพระองค์ชายเพราะคำพูดให้ร้อนใจของพวกริษยาตาร้อนพวกนี้เลยนะเจ้าคะ ต่อไปนี้ใครมาถวายตัวก็คงไม่ทรงรับดอกเจ้าค่ะ ทรงเสน่หาคุณหญิงอย่างที่ไม่เคยทรงเสน่หาหญิงใดเลยนะเจ้าคะ”

พวกทาสขัดดอก มิได้ทรงสำราญด้วยงั้นหรือแม่เอิบ

ไม่ดอกเจ้าค่ะ เพียงแต่ทอดเนตรเท่านั้นเจ้าค่ะแม่เอิบเอ่ยตอบพร้อมทั้งมองไปทางเบื้องหลังคุณหญิง

แล้วแม่เอิบไปเห็นหรือ ว่าพระองค์ชายของแม่เอิบไม่ได้ทรงสำราญด้วย

สิ้นเสียงย้อนถามของแพรวาก็มีสุรเสียงหนึ่งดังขึ้นจากทางเบื้องหลังของคนถาม

แพรวา เจ้าว่ากระไรเราอยู่รึ แล้วซักอะไรนมเอิบ จนสีหน้าเจ้าขุ่นเคืองเสียงเขียว

รับสั่งถามแล้วประทับนั่งข้างแพรวา ทรงจับคางแพรวาให้หันมา แล้วทอดเนตรมองหน้าเธอด้วยรอยแย้มสรวลน้อยๆ บ่าวทั้งหมดจึงรีบคลานถอยหลังห่างออกมา

แพรวายังขึ้งโกรธด้วยความหึงหวงในใจ จากการที่หม่อมทั้งสี่ใส่ไฟว่ายังต้องมีหญิงสาวอีกมากมายมาถวายตัว ซึ่งเธอก็เห็นจริงตามบทละครที่ตัวเธอเองแสดงเป็นทาสและถูกนำมาถวายตัวเพื่อขัดดอก ทำให้เธอเมินหน้าหนี ปรายตาค้อน หน้าบึ้งตึง ไม่ยอมทูลตอบคำใด

โกรธผัวด้วยเรื่องอันใด จึงมีสีหน้าขุ่นเคืองนัก บอกผัวสิ

ยังต้องทรงมีนางเล็กๆ อีกกี่คนเพคะ

พระองค์ชายสรวลดังออกมาทันทีด้วยสีพระพักตร์ขันเต็มที่ ก่อนจะรับสั่งตอบอย่างยั่วเย้า

เจ้าจะอนุญาตให้เรามีอีกกี่คนล่ะ เราคงแล้วแต่เจ้า

แพรวาลุกขึ้นอย่างทั้งโกรธทั้งงอน เดินไปยืนที่พระแกล ทอดสายตามองออกไปข้างนอก น้ำตาปริ่มขอบตาเจียนจะหยาดหยด เมื่อทรงดำเนินเข้ามากอดเธอก็เบี่ยงกายหนี จึงขมวดพระขนงเข้าหากัน

ดูสิ เพิ่งบอกกับเราเมื่อไม่นานมานี้ว่าจะไม่มีใครอีก แต่ตอนนี้คงกลับใจแล้วสินะ ฮึ! อยากมีก็มีไปเถอะ แต่ต่อไปนี้ไม่ต้องมายุ่งกับเราอีก แค่ปัญหาเมียสี่ห้าคนก็มากพออยู่แล้ว ยังจะหาใครเข้ามาให้มีปัญหาอีก คนในยุคนี้คงเป็นอย่างนี้กันทุกคนสินะ ยิ่งมียศศักดิ์สูงส่งมากแค่ไหน ก็ยิ่งมีคนมากมายนำผู้หญิงมาถวายให้ คอยดูนะ ถ้าเราไปแล้ว จะไม่กลับมาหาอีกเลย ชาตินี้ก็ไม่ต้องมาพบเจอกันอีก

เธอคิดด้วยความโกรธแกมน้อยใจ

ทรงงุนงงกับอาการโกรธขึ้งมากมายของแพรวานัก จนต้องดำเนินไปหาแม่เอิบ แล้วรับสั่งถามอย่างสงสัย นมเอิบจึงกราบทูลเรื่องทั้งหมดให้ทรงทราบ

คงจะต้องทรงง้อคุณหญิงนานเป็นแน่เพคะฝ่าบาท ทั้งโกรธ ทั้งงอน ทั้งน้อยใจออกเยี่ยงนี้ พวกหม่อมช่วยกันรุมใส่ไฟเรื่องที่ทรงเคยสำราญด้วย และเรื่องที่อาจจะทรงมีหม่อมคนใหม่ ที่ใครส่งมาถวายตัว ไหนจะยังพวกทาสที่ถูกส่งมาขัดดอกอีกละเพคะ”

แล้วทำไมคุณหญิงจึงลงไปที่ท้ายตำหนัก ทำไมนมเอิบถึงไม่ทักท้วง ปล่อยให้ลงไปเจอกับพวกนั้น ถ้าพวกนั้นรุมทำร้ายคุณหญิงจะทำเยี่ยงไรกัน เราสั่งให้ดูแลแต่ไม่มีใครใส่ใจเลยรึรับสั่งดุนมเอิบ

คุณหญิงคงอยากลงไปเดินดูอะไรบ้างกระมังเพคะ คุณหญิงบอกกับนมว่าถ้าจะให้อยู่แต่บนตำหนักก็คงเหมือนนักโทษ และที่นี่ก็เป็นที่ของฝ่าบาท หากต้องกลัวเกรงใครก็คงเหมือนถูกจองจำ คุณหญิงเก่งออกเพคะ ยังกล้าต่อปากต่อคำกับหม่อมทั้งสี่คน ด้วยอ้างอำนาจที่เหนือพวกหม่อม มีเพียงหม่อมจิตเท่านั้นเพคะ ที่เหมือนจะเข้ามาทำร้าย แต่คุณหญิงก็ยืนนิ่งไม่กลัวเกรงแม้แต่น้อย จนนังเจียมกลัวจะโดนทำร้าย เข้าไปขวางเลยถูกหม่อมจิตตบเพคะนมเอิบจำต้องกราบทูลไปตามตรง

เรารู้ว่าคุณหญิงไม่เกรงกลัวใคร แม้แต่ท่านสมุหพระกลาโหม คุณหญิงยังไม่เกรงกลัว เราหวั่นใจอยู่แล้วว่าจะต้องเกิดเรื่องเช่นนี้เข้าสักวันในเวลาที่เราไม่อยู่ ดีแต่ว่าวันนี้เราไม่พบใครจึงกลับมาก่อน เราคงต้องลงโทษนางพวกนี้เสียบ้างแล้ว โทษฐานเหิมเกริม ไม่เกรงกลัวอาญาทั้งที่เราคาดโทษไว้เมื่อครั้งก่อน”

พระองค์ชายกริ้วขึ้นเป็นริ้วๆ สีพระพักตร์เรียบตึง ถอนพระปัสสาสะถี่ๆ และเสด็จลงทางหลังตำหนักไม่ให้แพรวาเห็น ทรงดำเนินเร็วๆ ไปจนถึงเรือนของหม่อมทั้งสี่โดยมีบ่าวชายเดินตามเสด็จไปด้วย ทรงขึ้นไปบนเรือนหม่อมจิต แล้วรับสั่งตวาดเรียกหา ทำให้หม่อมจิตจำต้องเดินสงบหงิมออกมาจากในห้องอย่างนึกหวาดหวั่นด้วยสุรเสียงนั้นดังกร้าวนัก

วันนี้มึงหาเรื่องอันใดอีก มึงไม่เกรงกลัวกูเพราะเห็นว่ากูไม่เคยเอาเรื่องพวกมึงที่ทะเลาะกันมิเว้นว่าง แต่มึงบังอาจทะเลาะกับคุณหญิง ใส่ไฟ ให้ร้าย ด่าทอเมียกูต่างๆ นานา ทั้งที่มึงมีโทษติดอยู่ แต่ก็มิเกรงกลัวกูแม้แต่น้อย มึงจงเก็บข้าวของออกไปจากตำหนักของกู กลับเรือนไปในวันนี้ และก่อนไปมึงต้องรับโทษ จะได้ไม่เป็นเยี่ยงอย่าง ไอ้หวนเอาหวายมาให้กู

ทรงหันไปรับสั่งเรียกทาสร่างใหญ่ที่รีบส่งหวายทูลเกล้าฯ ถวายให้ และรับสั่งเรียกบ่าวของหม่อมจิตที่นั่งก้มหน้าเงียบอยู่

อีจิบ มึงมาจับนายมึงคว่ำลงเดี๋ยวนี้

หม่อมจิตคลานเข้าไปกอดข้อพระบาท แล้วเอ่ยวิงวอนตัวสั่นงันงก

หม่อมฉันขอประทานอภัยโทษเพคะฝ่าบาท หม่อมฉันผิดไปแล้ว อภัยให้เมียด้วย ทรงเห็นแก่ความภักดีของเมียด้วยเถิดเพคะ

ถ้ามึงภักดีต่อกู มึงจะหาเรื่องให้กูร้อนใจตลอดทุกคราเยี่ยงนี้รึ

แม่พวกนั้นบอกให้หม่อมฉันเป็นคนออกโรงแทน แล้วพวกมันจะช่วยหม่อมฉันเพคะ ประทานอภัยโทษให้หม่อมฉันสักครั้งเถอะเพคะ หม่อมฉันจะไม่ทำอีกแล้ว ทรงเมตตาเมียด้วยเถอะเพคะ

มึงหาเป็นเมียกูอีกต่อไปไม่ พวกมึงสุขสบายกินๆ นอนๆ แต่ไม่เคยทำให้กูสบายใจเลยสักเวลา อีจิบ...มาจับนายมึงคว่ำลงเดี๋ยวนี้ รึว่ามึงอยากโดนโบยด้วย

เสียงคาดโทษทำให้บ่าวรับใช้ประจำตัวของหม่อมจิตรีบเข้ามาจับเจ้านายให้นอนคว่ำหน้าลงกับพื้น

เสียงหวายกระทบเนื้อตามมาด้วยเสียงกรีดร้องดังลั่น จนแพรวาได้ยินและวิ่งไปหาแม่เอิบ

แม่เอิบ ใครเป็นอะไรถึงได้ร้องเสียงดังลั่น”

ก็คงจะเป็นเสียงหม่อมจิตน่ะเจ้าคะ โดนโบยเสียบ้างก็ดี จะได้หายทำตัวใหญ่โตเสียที

อะไรนะจ๊ะแม่เอิบ เสด็จลงไปตอนไหน ทำไมต้องโบยล่ะ ความจริงแล้วแพรก็ผิดด้วย ที่ขัดรับสั่ง สงสารหม่อมจิตคงจะเจ็บมาก โธ่...ไม่น่าเลย

คุณหญิงอย่าไปสงสารคนอย่างหม่อมจิต เห็นฤทธิ์เห็นเดชเพียงแค่นี้ยังน้อยไปนะเจ้าคะ ร้ายเหลือรับมานานแล้ว ต้องลงหวายอย่างนี้แหละเจ้าค่ะ อย่าไปช่วยเลยนะเจ้าคะ จะได้หลาบจำเสียบ้าง วันนี้เกือบจะทำร้ายคุณหญิงนะเจ้าคะ ตบตีกันเองพระองค์ก็ร้อนพระทัยอยู่แล้ว ยังก้าวก่ายมาถึงคุณหญิงอีก ครั้งนี้คงไม่ทรงยอมให้ห้ามหรอกเจ้าค่ะ

 

หลังเสร็จสิ้นการลงหวายถึงห้าทีหม่อมจิตก็ถูกขับให้ออกจากตำหนักในวันนั้น จากนั้นหม่อมอีกสามนางก็ถูกเรียกให้มารับโทษคนละสองที

แพรวานึกด่าตัวเองอยู่ในใจ ที่ขัดรับสั่งจนทำให้เกิดเรื่องร้อนพระทัย เธอนั่งลงเงียบๆ ในห้องทรงอักษร แล้วหยิบรูปวาดฝีมือตัวเองขึ้นมาดู รูปนี้เป็นรูปที่เธอแต่งกายด้วยเสื้อคอปิดและนั่งส่องกระจกขณะวาดรูปตัวเอง สีสันเหมือนจริงทุกอย่าง รอยยิ้มน้อยๆ ที่เธอพยายามจะใส่อารมณ์ลงไปเพื่อให้รูปมีสีหน้าเปี่ยมสุข ในแววตาหวานหวามมีประกายแห่งรักฉายอยู่ในนั้นอย่างเปี่ยมล้น ด้วยอยากให้พระองค์ทรงทราบว่าเธออยู่ในอารมณ์รัก เธอเซ็นชื่อลงใต้ภาพ

ทรงดำเนินเข้ามาในห้องทรงอักษร ทอดเนตรมองเธอนิ่งๆ จนแพรวาต้องมานั่งบนพื้น กราบลงแทบบาท

แพรขอประทานอภัยเพคะ ที่ไม่เชื่อในรับสั่งลงจากตำหนัก ทำเรื่องให้ฝ่าบาทต้องร้อนพระทัย แพรขอรับโทษด้วยเพคะ เพราะแพรก็มีส่วนก่อเรื่องเช่นกันเพคะ”

พระองค์ชายถอนพระปัสสาสะออกมาน้อยๆ ดำเนินมาประคองไหล่เธอให้ลุกขึ้น แล้วรับสั่งด้วยสุรเสียงเรียบๆ

แพรวา เราลำบากใจกับเรื่องหม่อมๆ มากนะ มีเรื่องกันมิหยุดหย่อน แต่เราไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยว นอกจากจะเป็นเรื่องหนักหนา แต่ก็เหมือนเราจะปกครองยากขึ้นทุกวัน มีแต่ฟ้องกันไปมาจนเรามิอาจสบายใจได้เลย และทำให้เราคิดที่จะไม่ลงไปยุ่งกับพวกหล่อนก่อนจะได้มาเจอเจ้า เราไม่ชอบความวุ่นวาย เจ้าลองคิดดูว่าบ้านเรือนที่ร้อนเป็นไฟจะอยู่เป็นสุขรึไม่

“ไม่เพคะ” เธอทูลตอบในลำคอเพราะรู้ว่าตนเองก็มีส่วนผิด

“แต่เราก็มีความสุขใจขึ้นเพราะมีเจ้ามาเคียงข้าง และเราก็ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่รับใครที่จะมาถวายตัวอีกแล้ว เจ้าพอใจรึไม่แพรวาสุรเสียงรับสั่งยังคงแฝงไว้ด้วยความขุ่นข้องพระทัย

แพรเข้าใจเพคะ และจะไม่ทำให้พระองค์ต้องร้อนพระทัยอีก

เจ้าจงเชื่อในความรักของเราเถอะนะ เรารักที่จะอยู่อย่างผัวเดียวเมียเดียว เราเข็ดพวกนางเต็มทน มีเมียมากก็มากความ หาความสุขใจมิได้

รับสั่งพร้อมกับทรงดึงตัวเธอเข้ามาในอ้อมพระอุระ จุมพิตที่แก้มแพรวาเบาๆ รับสั่งขึ้นด้วยรอยแย้มสรวลบางๆ สายพระเนตรบอกความในพระทัย

สตรีที่มาจากอนาคต เจ้าทั้งงาม ทั้งฉลาดล้ำ เกินจะตามอารมณ์ได้ทัน เราจะหาใครมาเสมอเหมือนเจ้าได้อีกเล่า จำไว้ว่าเจ้าคือนางในฝันที่เราถวิลหามาทั้งชีวิต อย่าได้เคลือบแคลงสิ่งใดอีก

“แพรวาดถวายฝ่าบาทเพคะ

เธอส่งภาพวาดตนเองถวายด้วยรอยยิ้มประจบ ทรงรับมาทอดพระเนตรก่อนจะรับสั่ง

“เราหวังว่าภาพนี้จะไม่ใช่ตัวแทนของเจ้า

“ไม่เพคะ แพรจะอยู่ที่นี่และอยู่กับฝ่าบาทไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่

“เราถือว่านี่เป็นคำสัญญาของเจ้านะ

“เพคะ แพรสัญญา

 

ปีร์เริ่มค้นคว้าหาพระประวัติของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิชิตชล แต่กลับพบน้อยมากเนื่องจากไม่ได้ทรงเข้ารับราชการ แม้กระทั่งพระรูปก็ไม่พบ เขาพยายามที่จะค้นคว้าเจาะลึกให้ได้ แต่ก็ลำบากมาก จนในที่สุดก็ได้พบพระประวัติส่วนพระองค์เพียงสั้นๆ ว่าเป็นพระโอรสของใคร และทรงมีนางในที่สนิทเสน่หามากที่สุดชื่อคุณหญิงแพรวา และตัวหนังสือต่อจากนั้นก็ขาดหายไป ด้วยเป็นหนังสือเล่มเก่ามาก แม้ทางหอสมุดจะมีการซ่อมแซมไปแล้ว แต่มันก็ขาดวิ่นไปมากพอสมควร ถึงอย่างนั้นปีร์ก็เริ่มแน่ใจเกินครึ่งว่าคุณหญิงแพรวากับแพรวาจะต้องเป็นคนคนเดียวกัน เพราะบันทึกตรงที่ว่าคุณหญิงผู้นี้งดงาม และมีบุคลิกลักษณะแปลกกว่าหญิงใดในยุคนั้น เป็นผู้หญิงที่เก่งกล้า พูดจาฉะฉาน และพระองค์ชายทรงสนิทเสน่หาในตัวนางมาก ต้องใช่แพรวาแน่ๆ

นักโบราณคดีหนุ่มพยายามค้นคว้าถึงเรื่องการเดินทางผ่านมิติเวลาของผู้คนทั่วโลกที่อ้างว่าได้เดินทางเข้าไปในอดีตโดยผ่านสิ่งของหลายอย่าง เช่น บ้านโบราณ เมืองร้าง กระจก และตู้ แต่ข้อมูลที่ได้ก็ไม่ได้ระบุว่าการผ่านเข้าไปและกลับออกมาทำได้อย่างไร หรือมีอะไรเป็นตัวช่วย เพียงแต่มีบันทึกเกี่ยวกับวันที่พระจันทร์เต็มดวงบ้าง คืนเดือนดับบ้าง แต่ทว่าไม่มีบอกเวลาตายตัวเลยสักรายเดียว มีเพียงแค่บอกถึงการเข้าออกโดยที่ไม่รู้ตัวเท่านั้น และเมื่อเขาศึกษาถึงมิติเวลาที่ทับซ้อนกัน ก็ไม่มีทฤษฎีใดมายืนยัน และบางเรื่องก็กลายเป็นเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์ ทำให้เขามึนงงหาเหตุหาผลอยู่คนเดียว

บิดาของแพรวาเดินทางมาจากอเมริกา และมานั่งคุยกับเขาหลายเรื่อง ปีร์ซึ่งพอจะรู้เรื่องราวความบาดหมางของเธอและพ่อมาบ้าง ก็ได้แต่เอ่ยปลอบใจท่าน เมื่อคุณอภินันท์นั้นโทษตัวเองที่ทิ้งให้แพรวามาอยู่เมืองไทยตามลำพัง

ผมเสียใจมากนะที่ไม่ได้ดูแลลูกให้ดีเท่าที่ควรจะเป็น แกไม่มีแม่และว้าเหว่เหมือนคนที่ต้องมาสู้ชีวิตตามลำพัง แต่เรื่องที่เราขัดแย้งกันมันก็เป็นเรื่องที่คุยกันไม่ลงตัว แล้วนี่แกจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ ตำรวจก็ดูเหมือนจะจนปัญญาที่จะค้นหาเธอ เพราะไม่มีร่องรอยใดๆ ที่ทิ้งไว้ให้เป็นประเด็นเลยสักอย่าง

คุณพ่อครับ ผมไม่รู้ว่าคุณพ่อจะเชื่อหรือเปล่า คือจากการที่ผมค้นหาและค้นคว้า ผมแน่ใจว่าแพรได้หลุดมิติเวลาเข้าไปในอดีต ผมพบว่ามีชื่อของแพรในบันทึกสองสามฉบับ ในนั้นระบุว่ามีหญิงผู้หนึ่งบอกว่าเธอมาจากอนาคต และอธิบายรูปร่างหน้าตาที่ใกล้เคียงกับแพรมาก ซ้ำยังมีรูปที่เธอวาดให้คนในยุคนั้นดู มีลายเซ็นชื่อเธอ ถึงแม้มันจะเลือนมากจนแทบมองไม่เห็น แต่ผมก็คิดว่าน่าจะใช่ เพราะแพรวาดรูปเก่งมาก

“คุณเชื่อเรื่องแบบนี้ด้วยหรือคุณอภินันท์เอ่ยถามเสียงหลง และมองหน้าชายหนุ่มด้วยสีหน้าตื่นตะลึง

“คือเรื่องมันเริ่มตั้งแต่วันแรกที่ผมไปที่วังโบราณนั่น ผมจะเล่าให้ฟังนะครับ

ปีร์เอ่ยเล่ารายละเอียดหลายอย่างให้บิดาของแพรวาฟัง

ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ เราจะทำยังไงดีคุณอภินันท์ฟังจบแล้วย้อนถามด้วยสีหน้าที่ย่ำแย่กว่าเก่า

ผมก็พยายามหาข้อมูลทุกอย่างอยู่ครับ ผมรักแพรนะครับ และก็จะพยายามทำทุกอย่างเพื่อพาแพรกลับมาให้ได้ปีร์พยายามให้ความมั่นใจกับพ่อของแพรวา

ผมคงจะต้องกลับไปอเมริกาก่อน คือผมทิ้งงานมาน่ะ แม่เลี้ยงของแพรดูแลอยู่ แพรไม่ยอมรับแม่เลี้ยง แกโกรธงอนผมเรื่องนี้แหละ ยังไงผมฝากเรื่องนี้ให้คุณช่วยหน่อยละกัน แล้วถ้ามีอะไรคืบหน้าก็ช่วยโทร.บอกผมด้วย ยังไงผมจะโทร.มาถามทุกวันแล้วกัน แต่ถ้ามีเรื่องด่วนอะไรก็รีบโทร.ไปบอกผมได้เลย ผมจะได้รีบบินกลับมา

 

พระองค์ชายวิชิตชลทรงตระกองกอดแพรวาไว้ในอ้อมพระกร ทรงชี้ชวนให้ชมจันทร์อยู่ที่พระแกลในห้องบรรทม ลมอ่อนๆ พัดโชยพลิ้วพากลิ่นดอกไม้หอมกรุ่นในอุทยานลอยมาเตะจมูก แสงจันทร์ข้างขึ้นสาดแสงนวลสว่างไปทั่วบริเวณตำหนัก ทรงกระซิบเบาๆ อยู่ที่ข้างแก้ม

ความรักทำให้เรารู้สึกว่าแสงจันทร์งดงามกว่าที่เคยเป็น หัวใจเราเอิบอิ่มมีความสุข เจ้ารู้สึกเช่นเรารึไม่แพรวา

รู้สึกมากกว่าฝ่าบาทอีกเพคะ แพรรู้สึกว่าหัวใจอบอุ่นกรุ่นไอรัก มีฝ่าบาทเหมือนเป็นเกราะป้องกันภัยให้กับแพร แต่แพรรู้สึกว่าตำหนักเงียบเหงามากเหลือเกิน บางครั้งก็เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นเลยนะเพคะ อาจจะเป็นเพราะในเวลาของแพรไม่เคยมีความเงียบแบบนี้ แพรอยู่กับแสงสีเสียงตลอดเวลา แต่สักวันถ้าเรามีลูก ลูกคงจะทำให้แพรหายเหงาได้เพคะ

เป็นความใฝ่ฝันของเรานะแพรวา เราอยากมีลูกมากที่สุด ให้ลูกกับเราเถอะนะ ถ้าเจ้าท้องวันใด เราจะมีความสุขที่สุด

ทรงจับบ่าเธอให้หันเข้ามา ประทับรอยจุมพิต แล้วกอดไว้อ้อมพระอุระพลางลูบไล้แผ่นหลังเธอเบาๆ

เจ้าทำให้เราร้อนรุ่มได้ทุกเมื่อ รู้ตัวไหมว่าเสน่ห์เจ้านั้นรุนแรงมากเหลือเกิน

เสน่ห์นางพรายหรือเพคะ

จะเสน่ห์อะไร เราก็หลงเจ้าเจียนขาดใจทุกเวลา

รับสั่งหวานๆ แบบนี้บ่อยหรือเปล่าเพคะ แพรหวงฝ่าบาทนะเพคะ

เธอฉะอ้อนพร้อมกับช้อนสายตามองพระพักตร์ ทำให้พระองค์ต้องทรงก้มลงจุมพิตบนเปลือกตาเบาๆ

เราอยากให้เจ้าหวงเพราะแสดงว่าเจ้ารักเรา และราตรีนี้เราจะให้เจ้ารักเรา เจ้าจะทำรักให้เรารึไม่

แพรวาเข้าสวมกอดรอบพระวรกายด้วยความรู้สึกทั้งรักทั้งหวงแหน

คืนนี้แพรจะรักฝ่าบาทเพคะ

หญิงสาวเขย่งปลายเท้าขึ้น ใช้แขนโอบรอบพระศอ ก่อนจะประทับริมฝีปากปิดพระโอษฐ์ แล้วกระซิบรำพันเว้าวอน

แพรต้องการฝ่าบาทเพคะ จะประทานรักให้แพรเพียงคนเดียวใช่ไหมเพคะ รับสั่งบอกแพรสิเพคะเธออ้อนออดรำพึงรำพัน และจุมพิตถวายพรมไปทั่วพระวรกาย

แพรวา เจ้าทำให้เราเจียนขาดใจเพราะเสน่หาของเจ้า แรงปรารถนาที่เจ้าให้เราล้นเปี่ยม จนเรามิอาจมีให้ใครได้อีก

และแล้วบรรจถรณ์ก็ได้รองรับพระวรกายที่ทอดเอนองค์ลง แพรวาเรียนรู้ตำราที่ทรงสอนด้วยหัวใจที่อิ่มเอมเปี่ยมรัก เธอนำบทรักที่ทรงสอนถวายความสำราญด้วยอารมณ์รักแรงปรารถนา จนถึงกับทรงครางรำพันเรียกชื่อแพรวาไม่ขาดพระโอษฐ์ เมื่อเธอซุกซนซอกซอนริมฝีปากจรดจุมพิตโจมตีไปทั่วพระวรกาย รัวกระหน่ำทำโทษไม่ยั้ง

“แพรวา...แพรวา เรากำลังจะขาดใจ ลงทัณฑ์เราเสียที

เธอไม่อาจจะทนเสียงเร่งเร้าจากบุรุษอันเป็นที่รักได้อีกต่อไป เพราะตนเองก็ร้อนเร่าดังเพลิงผลาญ ร่างงามจึงได้รัวบรรเลงเพลงรักจากจังหวะสโลว์อันแสนหวาน ทำให้ต่างต้องหลับตารับกับความวาบหวาม และเมื่อไฟรักลุกโชนจนไม่อาจรอช้าได้อีก ร่างงามของหญิงสาวดุจเปลวเทียนยามต้องสายลมแรงที่ระริกเร่าก็บรรเลงเพลงรักด้วยจังหวะถี่กระชั้นขึ้นตามลำดับ

เสียงครางครวญของเธอยิ่งทำให้เกิดความรัญจวนซึ่งเจียนจะทะลักทลาย พระหัตถ์หนาจับเอวบางไว้แน่นเมื่อเธอซอยเท้าพาออกวิ่งไปข้างหน้า ร่างเปลือยเปล่าอันทรงเสน่ห์ดุจนางพญาที่อยู่เหนือมังกรพราวไปด้วยเหงื่อ ใบหน้างามซึ่งอยู่ในอารมณ์ปรารถนา อีกทั้งสายตาบอกความรัญจวนที่ทอดมองพระองค์ เป็นภาพที่ราชนิกุลหนุ่มทอดพระเนตรมองด้วยความตราตรึงในพระทัย และถึงแม้บทเพลงแห่งรักจะจบลงแล้ว แต่ความสนิทเสน่หายังคงอวลกรุ่นอยู่ในกันและกัน

“เรามีความสุขมากเหลือเกินแพรวาสุรเสียงบอกความในพระทัยดังขึ้นพร้อมพระโอษฐ์ที่จุมพิตลงบนหน้าผากเบาๆ

“แพรก็มีความสุขมากเช่นกันที่ฝ่าบาทพอพระทัย อย่าทอดพระเนตรมองแพรวาด้วยสายพระเนตรอย่างนี้สิเพคะ แพรอาย บรรทมเถอะนะเพคะหญิงสาวทูลด้วยสีหน้าขวยเขิน จรดริมฝีปากลงบนดวงเนตรคมหวานที่ทอดมองเธอ

สายลมยามดึกพัดพรูแผ่วเข้ามาจากช่องพระแกล นำพากลิ่นดอกราตรีในอุทยานเข้ามาในห้องบรรทมหอมชื่นใจ แสงสีส้มจากไส้ตะเกียงวูบไหวและริบหรี่ลง เหลือเพียงแสงสลัวจางๆ เสียงแมลงกลางคืนกรีดปีกดังดนตรีจากธรรมชาติขับกล่อมให้เข้าสู่นิทราในอ้อมกอดของกันและกัน

 

*ปีร์จะพาแพรวากลับมาในภพเดิมได้หรือไม่เขาจะทำยังไงต่อไปมาติดตามกันในตอนหน้าค่ะ*

@,มาเป็นแฟนพันธ์แท้กันนะคะ

อย่าลืมคอมเม้นท์มาให้กำลังใจคนเขียนบ้าง

มีรางวัลหนังสือ4เล่ม ประกาศผลวันที่5เมษายนค่ะ

ตำหนักรักข้ามภพ
บุษบาพาฝัน
www.mebmarket.com
        การหายตัวไปอย่างลึกลับไร้ร่องรอยของแพรวานางเอกสาวสวยแถวหน้าของเมืองไทย ในระหว่างการถ่ายทำละครย้อนยุคที่วังโบราณแห่งหนึ่ง ได้สร้างความตกตะลึงให้กับสังคมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะไม่มีใครรู้ว่าเธอหายไปได้อย่างไร และหายไปไหน และแทบไม่ร่องรอยอะไรให้ค้นหา         ในขณะที่แพรวาก็ไม่รู้เช่นกันว่าเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ในเมื่อเธอกำลังเดินสำรวจวังบริเวณแห่งนี้ และทุกอย่างก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป ที่นี่ไม่ใช่โลกของเธออีกแล้ว แต่เป็นโลกของเขา พระองค์เจ้าวิชิตชลชายผู้สูงศักดิ์ ผู้ทีรอคอยนางในฝันของเขามาแสนนาน และเธอก็มาปรากฏกายขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์         ปีร์ นักโบราณคดีแฟนหนุ่มลูกครึ่งของแพรวา ต้องรีบเดินทางกลับจากอังกฤษเมื่อทราบเรื่องที่แฟนสาวของเขาหายตัวไปอย่างลึกลับ การค้นหาประวัติศาสตร์ของปีร์เริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาพบบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งทำให้นักโบราณคดีอย่างเขาเชื่อว่า แพรวาหายตัวไปอย่างไม่ธรรมดา แล้วชายหนุ่มจะตามหาคนรักเจอหรือไม่ มาติดตามรักสามเส้าของหนึ่งหญิงสองชายต่างมิติ ในที่สุดแพรวาจะเลือกอยู่กับใคร อะไรคือปมแห่งความผูกพันของ แพรวา ปีร์ และพระองค์เจ้าวิชิตชล        นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายเรื่องที่คนเขียนรักมาก และได้รีไรท์ใหม่ทั้งเรื่อง เป็นแนวดราม่า โรแมนติก เนื้อเรื่องมีทั้งสองภพค่ะ ซึ่งนิยายเรื่องนี้จะทำให้นักอ่านซาบซึ้งตรึงใจกับคำว่ารักแท้ รักที่ต้องเสียสละ รักที่ข้ามภพข้ามชาติ บุษบาพาฝันต้องขอขอบคุณนักอ่านทุกท่าน ที่กรุณาอุดหนุนผลงานทุกเรื่องด้วยดีเสมอมา....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #20 tookta12 (@tookta12) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 20:16
    อ่านแล้วเศร้า จะต้องจากกันแล้ว
    #20
    0