ตำหนักรักข้ามภพ ตีพิมพ์ครั้งที่2กับส.น.พ.ปองรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,060 Views

  • 32 Comments

  • 114 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    24

    Overall
    7,060

ตอนที่ 11 : คำภีร์โบราณ100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 498
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    11 มี.ค. 61



ตำหนักรักข้ามภพวางแผงแล้วที่ซีเอ็ด&นายอินทร์ทุกสาขาทั่วประเทศ 




ตอนที่ 11 คัมภีร์โบราณ

 

ความปรารถนายังแฝงอยู่ในสายพระเนตรที่ทอดมองเธอมิคลาดคลา ซ้ำพระองค์ยังทรงโอบกอดเธอไว้ในพระอุระ ประทับพระโอษฐ์พรมอยู่ที่แก้มนวลคลอเคลียมิสร่างซา ทรงกระซิบรำพันหวานถึงความสำราญเมื่อครู่เบาๆ

เจ้ามีความสุขเปี่ยมล้นเช่นเรารึไม่ เราเจียนจะขาดใจเพราะเจ้าเร่าร้อนนะแพรวา

แพรวานิ่งเงียบอยู่ในอ้อมพระอุระอย่างรู้สึกเขินอายในรับสั่งรำพันนั้น

แพรวา เรารุนแรงกับเจ้ามากรึ เจ้าจึงเคืองเราเยี่ยงนี้”

ทรงเชยคางเธอขึ้นแต่เธอกลับหลับตาไม่ยอมสบพระเนตร แก้มแดงปลั่งอย่างขวยเขิน ทรงก้มลงจุมพิตเบาๆ ที่แก้ม

ไยเจ้ายังสะเทิ้นแก้มแดงปลั่ง เจ้ายังต้องอายเราอันใดกันอีก เจ้างามเหลือเกินแพรวา เทพอุ้มสมให้เราได้พบเจ้าจริงๆ เจ้าอย่าเคืองเราเลยนะ เราคงเจียนตายเพราะอดเสน่หาเจ้า

ไม่หรอกเพคะ มีคนรอให้เสน่หามากมายหลายคน

เจ้ายังประชดเรา เคืองเรา ด้วยเหตุใดรึแพรวา ทั้งที่เราเชื่อว่าเจ้ารู้ดีว่าเรารักเจ้ามากเพียงใดรับสั่งถามและยังกระชับอ้อมพระกรให้แน่นขึ้นราวกับจะแกล้ง

ไม่รู้เพคะ”

เจ้าแสนงอนนัก ไม่เคยมีใครงอนเราเยี่ยงนี้เลย เจ้ารู้รึไม่

ไม่รู้เพคะ

เสียงของแพรวายังบอกถึงอาการแง่งอนที่มีอยู่มากมายนัก จนทรงพระสรวลอยู่ในลำพระศอด้วยพระหทัยที่เปี่ยมรัก

 

ปีร์มาพบกับพ่อครูสุ่นอีกครั้ง ชายชราเดินมานั่งบนเก้าอี้หน้าโรงเรือนไม้ ซึ่งท่านทำเป็นสถานที่สำหรับทำงานแกะสลัก และมีงานที่ส่งมาให้ซ่อมวางไว้อยู่หลายชิ้น รวมทั้งตู้ใบนั้นด้วย เขาทำความเคารพชายชราอย่างนอบน้อม ด้วยรู้สึกว่าชายชราตรงหน้ามีสิ่งที่น่าเลื่อมใสศรัทธาอยู่ในตัว ทั้งท่าทางที่สุขุมเยือกเย็น สีหน้ามีรอยยิ้มน้อยๆ ประดับอยู่เสมออย่างคนที่มีอารมณ์ดีมีเมตตาอยู่เป็นนิจ

กินข้าวกินปลามาหรือยังล่ะพ่อหนุ่ม มาแต่เช้าเชียวชายชราเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มน้อยๆ บนสีหน้า

กินมาเรียบร้อยแล้วครับพ่อครู คือผมร้อนใจมากครับ และมีความหวังอยู่ว่าจะได้ข้อมูลอะไรบ้างน่ะครับ ตัวผมเองก็ไปค้นข้อมูลมาได้บ้างนะครับพ่อครู มีเสนาบดีท่านหนึ่งบันทึกไว้ว่าได้พบและสอบสวนคุณหญิงท่านหนึ่งที่ต้องข้อหาว่าเป็นผีพรายหรือว่าปีศาจ ด้วยว่าคุณหญิงท่านนั้นงดงามมาก งามอย่างที่ไม่เหมือนหญิงใด จนมีพระองค์ชายพระองค์หนึ่งซึ่งมีพระอิสริยยศเป็นพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า มาหลงใหลในตัวคุณหญิงผู้นี้มาก และในบันทึกนั้นได้เขียนว่าคุณหญิงผู้นั้นบอกว่าเธอมาจากอนาคต ผมเพิ่งเคยอ่านบันทึกแบบนี้ เป็นครั้งแรกนะครับพ่อครู ที่มีคนบันทึกเรื่องแบบนี้ ซึ่งความจริงก็มีเรื่องเล่าถึงคนที่เดินทางไปในอดีตเกิดขึ้นทุกมุมโลก แต่ก็ไม่เคยเห็นหลักฐานการบันทึกแบบนี้เลย แต่บันทึกนี้คงไม่ค่อยมีใครสนใจอ่านในสมัยนั้น และผมก็เพิ่งจะเห็นเหมือนกันปีร์เอ่ยเล่ายาวเหยียดเหมือนจะระบายสิ่งที่เขารู้ให้คนที่พอจะคุยได้ด้วยฟัง

อืม...พ่อหนุ่มคิดว่าบันทึกโบราณนั่นมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้เหรอ

ก็ไม่เชิงหรอกครับ แต่ที่ผมคิดก็คือมีคนในปัจจุบันหายเข้าไปในอดีตจริงๆ และแพรก็อาจจะหายไปแบบนั้นน่ะครับ ผมสังหรณ์ใจแปลกๆ ผมมีความรู้สึกว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ แต่ภพภูมิหรือเวลาที่มันซ้อนกัน เลยทำให้เธอหายไปอย่างไร้ร่องรอยใดๆ เธอไม่ได้ไปไกลจากเราเท่าไร มันเป็นความรู้สึกน่ะครับ

พ่อครูสุ่นเอ่ยขึ้นช้าๆ ฉันก็ไปได้ข้อมูลมาอย่างหนึ่ง คือตู้แบบนี้ต่อขึ้นเพียงสองหลังเท่านั้น ปู่ทวดของฉันเป็นคนสร้าง แต่เขาว่าอีกหลังหนึ่งยังทำไม่ทันเสร็จ ปู่ทวดก็ต้องอาถรรพ์ตาย ไม่รู้ว่าอาถรรพ์เรื่องอะไร แต่อาคมที่ลงบนตัวนกก็เป็นอาคมของทวดสิม เขาว่าท่านมีวิชาอาคม ตู้ใบนี้ก็เลยตกทอดกันไปมาอย่างไม่มีใครใส่ใจนัก เพราะไม่ได้ลงรักปิดทอง คงทำขึ้นสำหรับบ้านพวกขุนนาง แต่ลวดลายที่แกะสลักงดงาม อย่างหาใครทำขึ้นอีกไม่ได้แล้ว เลยทำให้มันดูมีค่าจนเอามาเก็บไว้ที่วังนั่นแหละ

แล้วพ่อครูพอรู้ไหมครับ ว่าอาถรรพ์ของนกบันทึกไว้ว่ายังไง

แปลออกมาพอได้ใจความว่า นกตัวนี้เป็นทูตแห่งความตาย ที่จะนำวิญญาณผู้ที่ก้าวล่วงปลิดปลิวไปกับกรรมที่ติดตัวมาของคนผู้นั้น ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายก็คือว่าใครก็ตามที่ไปแตะต้องจะถูกอาถรรพ์ร้าย และจะหนักหนาสาหัสแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับเวรกรรมของคนผู้นั้นเป็นปัจจัย ถ้ามีเวรกรรมหนักอยู่แล้ว ก็จะโดนอาถรรพ์ซ้ำเติมอย่างหนักน่ะพ่อหนุ่ม มันเหมือนคำสาปฟาโรห์อย่างในพีระมิดอียิปต์ แต่มันอาจจะเป็นแค่คำขู่ก็ได้ อย่าไปจริงจังกับมันเลยชายชราเอ่ยเปรียบเทียบแล้วหัวเราะ

ถ้าเราลองติดนกตัวนั้นลงไปที่เก่า พ่อครูคิดว่ามันจะลบล้างอาถรรพ์ร้ายได้ไหมครับ

ชายชรามุ่นหัวคิ้วเข้าหากัน และถอนหายใจน้อยๆ

ฉันก็ไม่แน่ใจนะ ว่ามันจะดีขึ้นหรือเลวร้ายลง แต่ฉันจะขอเอานกตัวนี้ไปทำพิธีบูชาก่อน ฉันรอวันพระขึ้นสิบห้าค่ำในอีกสองวันนี่แหละ ให้ฉันทำพิธีเงียบๆ ตามแบบโบราณในตำราเก่าที่ฉันไปได้มันมาก่อน เพราะถ้าเราผลีผลามทำอะไรลงไป อาจจะไปทำลายชีวิตใครสักคนเข้าก็ได้ มันจะยิ่งเป็นบาปนะพ่อหนุ่ม ขอความแน่ใจสักหน่อยดีกว่า แล้วให้เบอร์โทร.ทิ้งไว้ ฉันจะโทร.ไปบอกนะ

ชายชราเอ่ยด้วยเสียงเรียบๆ สีหน้าครุ่นคิด ดวงตามีแววกังวล จนปีร์สังเกตเห็น

ปีร์ไม่ได้สบายใจขึ้นเลยสักนิดเมื่อได้พบครูสุ่นอีกครั้ง ท่าทางของอีกฝ่ายแฝงไว้ด้วยความกังวลราวกับมีหลายอย่างที่ปิดบังไว้ไม่ให้เขารู้ มันอาจเป็นเรื่องที่ไม่ดี หรือท่านอาจจะไม่แน่ใจอะไรสักอย่าง ถึงได้พูดแบ่งรับแบ่งสู้แบบนั้น

 

พระองค์ชายชลและแพรวานั่งอยู่ในห้องทรงอักษร หญิงสาวทูลถามเรื่องการทรงงานของท่านที่เธอเห็นทรงงานทุกวัน พระองค์จึงประทานเล่าความในพระทัยให้คนถามฟัง

แพรวา เสด็จแม่มีพระประสงค์ให้เราเข้ารับราชการอย่างที่เจ้าได้ยินนั่นแหละ เราลองไปสัมผัสดูบ้างแล้ว แต่วิสัยเราไม่ตรงกับผู้คนในกระทรวง เราก็เลยทำงานแปลเอกสารให้ แต่ไม่เข้าไปนั่งทำงาน และก็ไม่ขอรับอะไรตอบแทน เราอยากจะค้าขายมากกว่า มันเป็นอิสระแก่ตัวเรา และกฎมณเฑียรบาลก็ห้ามข้าราชการในพระองค์ค้าขาย รึมีกิจการใดๆ เราก็เลยไม่ขอเข้ารับราชการ เพียงแต่ช่วยในกิจการงานของบ้านเมืองบ้างเท่านั้น

ฝ่าบาทจะทรงขายอะไรเหรอเพคะ แพรไม่ทราบว่าคนที่นี่เขาขายอะไรกันบ้าง

เราจะส่งออกสินค้าสยามอย่างเช่นข้าวไปขายในต่างประเทศ การค้าตอนนี้ก็เปิดกว้างขึ้นมากแล้ว ไม่ลำบากมากนัก

คงหลังจากสนธิสัญญาเบาว์ริงใช่ไหมเพคะ

อืม..เจ้าก็รู้เรื่องนี้ด้วยรึแพรวา

ก็พอรู้เพคะ ทุกคนต้องเรียนนี่เพคะ เพราะมันเป็นเรื่องสำคัญในประวัติศาสตร์ ผลของสัญญาฉบับนี้ก็คล้ายๆ กับยุคของหม่อมฉัน ที่เปิดการค้าเสรีเพคะ

ก็ดีนะแพรวาที่เจ้าเข้าใจ เราจะมีเจ้าเคียงคู่ไปด้วยทุกหนทุกแห่ง เจ้าทำให้เรามีความหวัง มีความฝันอันเปี่ยมล้น เพราะมีเจ้าเป็นกำลังใจหนุนให้เราคิดทำการนี้ขึ้น เวลาที่ผ่านมาเราคิดเพียงคนเดียว และก็ล้มเลิกความคิดนี้เสียหลายครา

แพรจะช่วยทุกอย่างเท่าที่จะช่วยได้นะเพคะ

ผู้หญิงไม่จำเป็นต้องทำการใดๆ ดอก เพียงช่วยให้ผัวมีกำลังใจ ดูแลบ่าวไพร่ในเรือนชาน ไม่ต้องมาเหนื่อยยากทำการใดๆ

ในเวลาของแพร ผู้หญิงต้องทำงานนอกบ้านเพื่อหาเงินมาช่วยครอบครัว และยังต้องทำงานบ้านด้วยเพคะ ผู้หญิงไม่ได้รอให้สามีหาเลี้ยงเพียงคนเดียว เพราะค่าครองชีพสูงมาก และผู้หญิงก็มีความรู้ความสามารถเท่าเทียมกับผู้ชายทุกอย่าง เราทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กัน และคิดด้วยกันในทุกๆ เรื่องเพคะ

จริงรึแพรวา ผู้หญิงจะเก่งกล้าสามารถเท่าเทียมกับผู้ชายเลยรึ

จริงสิเพคะ ผู้หญิงสามารถเป็นเสนาบดีได้ด้วยนะเพคะ เพราะผู้หญิงในยุคของแพรเรียนทุกอย่างเท่าที่ผู้ชายเรียนรู้ ผู้หญิงบางคนสามารถบริหารเป็นผู้นำประเทศได้ด้วยนะเพคะ

งั้นรึแพรวา มิน่าล่ะ เจ้าจึงไม่เหมือนผู้หญิงในยุคนี้เลย เจ้าดูเก่งกล้าสามารถ ฉะฉาน และไม่เกรงกลัวผู้ใด

เราสมควรจะเกรงกลัวในสิ่งที่เราทำผิดเท่านั้นเพคะ ฝ่าบาทเพคะ...พรุ่งนี้จะต้องตื่นบรรทมแต่เช้านะเพคะ แม่เอิบบอกแพรว่าพรุ่งนี้เป็นวันพระกลางเดือน ลงไปทรงบาตรกับแพรนะเพคะแพรวาทูลชวนด้วยรอยยิ้ม และเอื้อมมือไปจับปลายพระนาสิกบีบเบาๆ อย่างหยอกเอิน

ได้สิจ๊ะ ปลุกเราให้ตื่นแต่เช้าละ

อย่าทรงโยเยนะเพคะ

ทรงพระสรวลน้อยๆ เมื่อฟังคำพูดและท่าทางหยอกเย้าของแพรวา ด้วยไม่เคยมีหญิงใดกล้าปฏิบัติเช่นนี้มาก่อน จึงสำราญในพระทัยยิ่งนักที่มีแพรวาคอยหยอกเย้า เข้าใจว่าทรงอยู่ในอารมณ์ไหน หล่อนงดงามน่ารักและไม่ใส่จริต พระองค์ทอดพระเนตรมองแพรวาที่ขีดเขียนอะไรสักอย่างบนกระดาษอยู่เป็นนานสองนาน กระทั่งเขียนเสร็จก็ทูลเกล้าฯ ถวายด้วยรอยยิ้มสวยๆ และแววตาหยอกเย้า

ทอดเนตรสิเพคะ ว่าเหมือนไหม

พระองค์ชายทอดพระเนตรพระรูปขององค์เองที่แพรวาเป็นผู้วาด ทรงพระสรวลน้อยๆ ออกมาอย่างพอพระทัย ก่อนจะรับสั่ง

“เราจะไปหาซื้อผ้าใบและสีมาให้เจ้าวาดรูปเรากับเจ้าคู่กันให้เป็นเรื่องเป็นราว เจ้าวาดได้รึไม่

ก็คงจะได้มั้งเพคะ แพรจะวาดรูปของฝ่าบาทให้เหมือนเป๊ะ แต่รูปตัวเองจะเหมือนหรือเปล่า ดูท่าอาจจะยากสักอย่าง คงต้องใช้กระจกส่องดูตัวเองด้วย ไม่งั้นคงไม่เหมือนเพคะ

เจ้าไม่ต้องรีบดอก เราอยากมีรูปเจ้าไว้ประดับบ้าน เราชอบมองเจ้า เจ้าวาดรูปเจ้าหลายๆ ภาพ เราอยากได้รูปเจ้ามากนะแพรวา

ไว้สำหรับทอดเนตรยามที่แพรไม่อยู่เหรอเพคะ

ทรงชะงักนิ่ง ทอดพระเนตรมองหน้าเธอด้วยประกายเนตรปวดร้าว

งั้นเจ้าไม่ต้องวาดรูปเจ้าดอก และอย่าพูดคำนี้อีก เราทนฟังไม่ได้ เจ้าต้องอยู่กับเราที่นี่ ทำไมเจ้าต้องพูดเป็นลางร้ายด้วย เจ้าไม่รักเรา คิดแต่จะจากเราไปงั้นรึ

รับสั่งด้วยสุรเสียงขึ้งเคียด สีพระพักตร์และแววพระเนตรที่ทอดมองเธอเหมือนจะน้อยพระทัยนัก

แพรวารู้ว่าเธอไม่สมควรทูลออกไปอย่างนั้น และรู้ว่าตนเองผิด จึงรีบเข้าไปใกล้ แล้วก้มลงกราบบนพระเพลา ก่อนจะลุกขึ้นโผเข้ากอดรอบพระวรกาย

ประทานอภัยให้แพรด้วยนะเพคะ แพรจะไม่พูดอย่างนี้อีก แพรรักฝ่าบาท ไม่ได้คิดจะจาก เพียงแต่สังหรณ์ใจยังไงชอบกล แพรก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงคิดอย่างนั้น คงเป็นเพราะแพรกลัว แพรอยากอยู่ที่นี่กับฝ่าบาทตลอดไป อย่ากริ้วแพรเลยนะเพคะเธอเอ่ยด้วยสีหน้าประจบ จูบที่พระปรางทั้งสองข้างเบาๆ

ทรงกอดตอบพลางลูบหลังเธอเบาๆ

แพรวา เจ้าเป็นดวงใจของเรา เจ้าคิดรึว่า ถ้าเจ้าจากเราไปแล้ว เราจะยังมีลมหายใจอยู่ได้อีก เราขอร้องเจ้านะแพรวา อย่าพูดเรื่องจากพรากอีก เราทำใจรับฟังไม่ได้

พระองค์ชายทรงกอดเธอไว้ในอ้อมพระกร หัวใจสองดวงปฏิพัทธ์ผูกพันกันจนเกินจะเอื้อนเอ่ยออกมาเป็นคำพูดใดๆ ได้ แพรวามองพระพักตร์คมสันนิ่งนานก่อนจะเอ่ย

ฝ่าบาทเพคะ ให้แพรทูลอะไรสักนิดนะเพคะ

พระองค์พยักพระพักตร์ให้น้อยๆ แพรวาจึงทูลขึ้น

“ถ้าแพรต้องจากไปจริงๆ แพรก็จะหาทางกลับมาให้ได้เพคะ เพราะแพรรักฝ่าบาท และแพรก็จะเป็นของฝ่าบาทเพียงผู้เดียวไม่ว่าจะอยู่ภพไหนเพคะแพรวาทูลเหมือนจะให้คำมั่นสัญญา

ไม่...เราไม่ให้เจ้าพูดเยี่ยงนี้อีก เรากับเจ้าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป อย่าพูดอีกนะแพรวา เราทนฟังไม่ได้สุรเสียงสะเทือนพระทัยมากมายนัก

เพคะ...แพรจะไม่พูดอีก

 

เช้าวันพระ พระองค์ชายตื่นบรรทมแต่เช้าตรู่และลงมาทรงบาตรกับแพรวาที่ท่าน้ำ ก่อนจะขึ้นมากรวดน้ำด้วยกัน กระทั่งทรงกรวดน้ำเสร็จ จึงทรงอธิษฐาน

ขอให้บุญกุศลใดๆ ที่ข้าพเจ้าได้สร้างในวันนี้และตลอดมาช่วยดลบันดาลข้าพเจ้าและคุณหญิงแพรวาได้อยู่เป็นคู่สร้างกันตลอดไป อย่าได้จากพรากกันเลย

แพรวาอมยิ้มน้อยๆ มองหน้าพระองค์ชายอย่างขันๆ ในคำอธิษฐาน หากแต่ในใจนั้นรับรู้ได้ว่าทรงรักเธอมากมายนัก ทรงจูงมือเธอให้มานั่งที่ศาลาท่าน้ำและรับสั่งเบาๆ

แพรวา เราสองคนต้องเคยทำบุญร่วมสร้างกันมา ถึงเราจะอยู่กันต่างภพต่างเวลา แต่เราก็ได้มาพบกันและใช้ชีวิตร่วมกันมิใช่รึ เจ้าอย่ากังวลไปเลยนะ เมื่อเราสองคนมีลูกสักคนให้เสด็จแม่ พระองค์ท่านก็คงจะสำราญพระทัย และถ้าเจ้ามีลูกให้เราหลายๆ คน สมเด็จก็จะขอพระราชทานฐานันดรให้เจ้าเอง

แพรไม่อยากได้อะไรหรอกเพคะ แค่มีลูก มีฝ่าบาท แพรก็มีความสุขแล้วละเพคะ

“เราว่าจะถามเจ้าตั้งแต่เมื่อวาน ที่เจ้าบอกว่าผู้หญิงในยุคของเจ้าต้องทำงาน แล้วเจ้าทำงานอะไรรึ

“แพรเป็นนักแสดงเพคะ

คำตอบของเธอทำให้คนถามขมวดพระขนงเข้าหากัน

“เราไม่เข้าใจ

“แพรเป็นนางเอกภาพยนตร์ นางเอกละคร ที่ต้องแสดงให้ผู้คนได้ชมในบทบาทต่างๆ อย่างที่วันแรกฝ่าบาททรงพบแพรในเครื่องแต่งกายแบบทาส นั่นก็คืองานแสดงอย่างหนึ่งเพคะ

พระองค์ชายทรงเชยคางเธอขึ้น ใช้สายพระเนตรสำรวจหน้าตาของเธอ ก่อนจะรับสั่ง

“เราไม่เข้าใจเรื่องงานแสดงของเจ้าดอกนะ แต่ต่อไปนี้เจ้าต้องอยู่ที่นี่ และแสดงให้เราดูเพียงผู้เดียว เราหวงแหนเจ้ามากนะแพรวา

“แพรวาก็หวงฝ่าบาท หึงมากด้วยเพคะเธอทูลแล้วจับพระหัตถ์มาแนบแก้มตนเอง

 

ค่ำคืนนั้นพ่อครูสุ่นแต่งกายนุ่งขาวห่มขาวเข้าไปนั่งในห้องพระ และสาธยายมนต์ตามปรกติที่เคยปฏิบัติ จากนั้นก็นั่งสมาธิแล้วกำหนดจิตถึงนางเอกสาวแพรวาที่ชายหนุ่มนามว่าปีร์นำรูปของเธอมามอบไว้ให้ พร้อมหยิบคัมภีร์โบราณที่ค้นเจอมาจากบ้านของบรรพบุรุษ และเริ่มท่องมนตร์บทที่จารึกว่าเป็นมนตร์เรียกจิตวิญญาณ

เมื่อเริ่มท่องมนตร์ นกแกะสลักราวกับมีชีวิต มันกระดุกกระดิกกุกกักอยู่บนพาน เกือบจะเที่ยงคืนแล้ว พ่อครูสุ่นก็ได้ยินเสียงประหลาดดังขึ้น เป็นเสียงนกแสกร้องยาวผ่านหลังคาบ้านไป ขณะที่เจ้านกยมทูตในพานเริ่มดิ้นแรงขึ้นจนพานสะเทือนอย่างน่าอัศจรรย์

แพรวาในอีกภพหนึ่งกำลังหลับสนิท เธอเริ่มฝันว่าตนเองกำลังเดินอยู่ท่ามกลางม่านหมอกที่ลอยคละคลุ้งจนมองอะไรไม่เห็น และเมื่อเธอเหลียวหน้าแลหลังพยายามหาทางออกด้วยความหวาดกลัว เสียงเรียกชื่อเธอก็ดังขึ้นผะแผ่ว ก่อนจะค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ ทำให้แพรวาวิ่งเตลิดไปยังต้นเสียงพลางร้องถาม

“ใครน่ะ ใครเรียกฉัน ช่วยฉันด้วย ฉันมองไม่เห็นอะไรเลย ช่วยด้วย ฝ่าบาท ฝ่าบาท ทรงช่วยแพรด้วยเพคะแพรวาพร่ำเรียกหาด้วยความหวาดกลัว

กายบางพลิกไปมาอย่างกระสับกระส่าย เหงื่อผุดพรายขึ้นทั่วเรือนกาย และเริ่มรู้สึกร้อนในอก เธอรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวไปทั่วร่าง จนต้องกรีดร้องออกมา

ฝ่าบาท...ฝ่าบาทเพคะ ทรงช่วยแพรด้วยเพคะ ร้อน...แพรร้อนเหลือเกิน มีคนเรียกแพร ใครก็ไม่ทราบเพคะ ฟังสิเพคะ...เสียงนกร้องน่ากลัวเหลือเกินเธอพร่ำพูดทั้งที่ยังคงหลับตา ดิ้นรนไปมาพลางยกมือขึ้นปิดหูทั้งสองข้าง

พระองค์ชายชลทรงลุกขึ้นจากแท่นบรรทมด้วยความตกพระทัย ก่อนจะทรงดำเนินไปไขตะเกียงลานให้แสงสว่างขึ้น แล้วทรงรีบกลับมาที่พระแท่น ทรงช้อนกายบางที่ดิ้นรนไปมาไว้ในอ้อมพระกร สีพระพักตร์ตื่นตระหนกขณะทรงเขย่ากายเธอเบาๆ

แพรวา...แพรวา...เจ้าเป็นอะไรรึ ละเมอรึฝันร้าย บอกเราสิแพรวา

มีคนเรียก...มีคนเรียกให้แพรกลับไปเพคะ แพรต้องกลับไปแล้วนะเพคะ แพรเจ็บเหลือเกิน ปวดเหลือเกิน ช่วยแพรด้วยเพคะ แพรทนไม่ไหวแล้ว ปล่อยแพร แพรต้องไปแล้ว

เธอร้องร่ำคร่ำครวญกายสั่นระริก มือบางยกขึ้นลูบแขนของตัวเองด้วยสีหน้าเจ็บปวดทรมาน ก่อนจะดันพระอุระออกห่างแล้วพยายามจะก้าวลงจากเตียง ทว่าทรงรีบคว้าร่างเธอเข้ามากอดไว้แน่น

แพรวาอยู่กับเรา อย่าไปนะแพรวา เราไม่ให้เจ้าไป เราไม่ให้เจ้าไป

แต่มีคนเรียกแพร แพรเจ็บไปหมดแล้วเพคะ ทำไมถึงเจ็บอย่างนี้ เจ็บ โอ๊ย! เจ็บเธอพร่ำพูดและเริ่มดิ้นรนไปมาเหมือนจะขาดใจ

แพรวาเจ็บจนกายเธอสั่นระริก ใบหน้าและซอกคอเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ ริมฝีปากบางสั่นระริก สองมือของเธอจับพระกรบีบแน่น น้ำตาไหลพราก ร่างงามเริ่มบิดไปมา ความรู้สึกของเธอในยามนี้เหมือนกำลังถูกอะไรสักอย่างดูดร่างให้ลงไปในอุโมงค์ที่มืดดำ กายเหมือนถูกบีบรัดจนเจียนจะแตกสลาย ทรมานจนแทบขาดใจ

ฝ่าบาท...แพรคงจะต้องตายเพคะ ทนไม่ไหวแล้ว โอ๊ย!

เธอกรีดร้องเสียงดังลั่นด้วยความเจ็บปวด และเหมือนจะดิ้นเฮือกสุดท้ายก่อนที่จะขาดใจ มือที่จับพระหัตถ์บีบแน่น จนพระองค์ชายทรงรู้สึกเจ็บ ทรงรั้งกายเธอเข้ามากอดแนบพระอุระ น้ำพระเนตรคลอคลองด้วยพระหทัยที่จวบเจียนจะขาด ทรงพร่ำรำพันเรียกชื่อแพรวาตลอดเวลาราวกับจะแข่งกับพ่อครูสุ่นที่เอ่ยเรียกชื่อเธอเช่นเดียวกัน

นาฬิกาที่ฝาผนังห้องบรรทมเริ่มตีทีละครั้งจนครบสิบสองครั้ง บ่งบอกเวลาเที่ยงคืนซึ่งเป็นเวลาของวันใหม่ ความรู้สึกเจ็บปวดราวกับถูกบีบรัดที่แพรวาเผชิญก่อนหน้านี้เริ่มบรรเทาเบาบางลงทีละน้อย ก่อนที่เธอจะหมดสติลง

แม่เอิบถูกเรียกเข้ามา รวมทั้งแม่อิ่มและแม่เจียม ต่างหน้าตาตื่นที่ถูกปลุกกลางดึก และเมื่อรับรู้ว่าคุณหญิงไม่สบายมาก ต่างก็เร่งช่วยเหลือ อย่างแม่เอิบก็ไปหายามาทาถูนวด แม่เจียมกับแม่อิ่มช่วยกันบีบนวดแขนขา พิมเสนถูกชโลมทา ยาหอมถูกชงมารอ

แม่เอิบมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก ที่คุณหญิงแน่นิ่งไม่ไหวติง พระองค์ชายทรงช้อนกายเธอโอบประคองอยู่ทางด้านหลังพลางรับสั่งเรียก สีพระพักตร์เหมือนพระหทัยจะแตกสลาย

แพรวา...แพรวา เจ้าเป็นอะไร บอกเราสิ เราจะขาดใจไปกับเจ้าด้วยแล้วนะแพรวา ลืมตามองเราสิ แพรวา แพรวา

รับสั่งด้วยสุรเสียงตื่นตระหนกเมื่อร่างที่บิดเกร็งเมื่อครู่อ่อนยวบลง พระดัชนีถูกยื่นไปจ่อที่ใต้จมูกเธอ ทำให้ทรงรู้ว่าเธอยังมีลมหายใจ จึงทรงเขย่าร่างเธอเบาๆ อยู่ตลอดเวลา

แพรวาเริ่มรู้สึกตัว ลืมตาขึ้นน้อยๆ ความเจ็บปวดเมื่อครู่หายเป็นปลิดทิ้ง เหลือไว้เพียงความเหนื่อยอ่อนจากการที่ดิ้นรนบิดกายในยามที่เจ็บปวด

แพรค่อยยังชั่วแล้วเพคะ

สิ้นเสียงนั้นหญิงสาวก็หลับตาลงพร้อมกับที่เจ้าของห้องบรรทมวางเธอให้นอนราบกับหมอน แล้วหันมาพยักพระพักตร์ให้บ่าวออกไปจากห้อง

เจ้าเป็นอะไร มีใครทำอะไรเจ้ารึแพรวารับสั่งถามเบาๆ

แพรเหมือนถูกใครเรียกเพคะ และเหมือนมีอะไรบางอย่างพยายามทำให้ตัวแพรละลาย มันร้อนมาก แพรคิดว่าคงต้องมีใครทำอะไรสักอย่างในเวลาของแพรเพื่อให้แพรกลับไปเพคะ แพรทรมานมากเหลือเกิน แต่พอนาฬิกาตีบอกเวลาเที่ยงคืนก็รู้สึกว่าเสียงเรียกและเสียงท่องมนตร์หายไป แพรกลัวจังเลยเพคะ

ผู้ฟังถอนพระปัสสาสะอย่างหนักหน่วง สีพระพักตร์เป็นกังวล แต่ก็รับสั่งปลอบประโลม

แพรวา เราจะเสาะแสวงหาใครสักคนมาช่วยเจ้าให้ได้ เราจะไม่ยอมแพ้ในลิขิตของผู้ใด แพรวา...เรารักเจ้ามากนะ” รับสั่งแล้วทรงโอบกอดเธอไว้ในอ้อมพระอุระ

พ่อครูสุ่นรู้ในสมาธิว่าแพรวายังมีชีวิตอยู่ และการทำพิธีเรียกเธอนั้นมันกลับกลายเป็นการทำบาป เพราะแพรวาต้องทนทุกข์ทรมาน พ่อครูรับรู้ได้จากการนั่งสมาธิว่าหญิงสาวร้องอย่างเจ็บปวดรวดร้าว จึงตั้งใจเมื่อออกจากสมาธิว่าจะไม่ทำพิธีนี้อีก

 

*แพรวาและพระองค์ชายจะต้องจากพรากกันหรือไม่มาติดตามกันค่ะ*

@มาเป็นแฟนพันธ์แท้กันนะคะ สำหรับหนังสือ2เล่ม

และอีก2เล่มสำหรับคอมเม้นท์ค่ะ

ขอเลื่อนการประกาศผลรางวัลเป็นวันที่5เมษายนนะคะ

โหลดอ่านได้ในรูปแบบebookแล้วนะคะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

0 ความคิดเห็น