ตำหนักรักข้ามภพ ตีพิมพ์ครั้งที่2กับส.น.พ.ปองรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,058 Views

  • 32 Comments

  • 114 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    22

    Overall
    7,058

ตอนที่ 1 : ข้ามมิติ100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 936
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    12 มี.ค. 61






ตำหนักรักข้ามภพ โดย บุษบาพาฝัน

ตอนที่ 1 ข้ามมิติ

 

รถสปอร์ตคันหรูแล่นโฉบฉายอยู่บนถนนเพชรเกษมขาออกโดยคนขับแสนสวยอย่างแพรวา นางเอกแถวหน้าของเมืองไทยที่มีค่าตัวแพงสุดในขณะนี้ เพราะความสวยน่ารักและฝีมือการแสดงที่เล่นได้สมบทบาทของเธอ

นี่แทมมี่ แกว่าเราจะไปถึงกองถ่ายทันสี่โมงเย็นไหมยะ”

เธอปรายตาพลางเอ่ยถามผู้จัดการส่วนตัวสาวประเภทสองที่กำลังยกพัฟขึ้นแตะแก้มพร้อมกับส่องกระจกมองความงามของตนเองโดยเอียงซ้ายเอียงขวาทำหน้าสวย ก่อนจะหันมาเอ่ยตอบด้วยท่าทางแต่งจริตที่คิดว่าเริดที่สุดแล้ว

ทันย่ะแม่คุณ แค่สองร้อยกว่ากิโลเอง และนี่ก็เพิ่งจะบ่ายสองโมง แต่เหยียบๆ หน่อยก็ดี จะได้มีเวลาแต่งหน้าทำผม จะว่าไปไอ้แต่งหน้าแค่นี้แทมมี่จัดให้แค่วูบเดียวก็สวยเริดแล้ว”

เฮ้อ...ไอ้บทนางทาสในวังเสด็จนี่มันช่างท้าทายความสามารถเสียจริง คำราชาศัพท์ก็เยอะ แถมยังมีบทเลิฟซีนตรึม ฉันละกลุ้ม ฉันยิ่งไม่ค่อยชอบหน้านายหนุ่มสักเท่าไร แต่ทำไมต้องมาเล่นคู่กับนายนี่ด้วย เซ็งชะมัด ถ้าเรื่องนี้หลอกแต๊ะอั๋งฉันอีกละก็ ฉันจะแกล้งอัดเข่าตรงเป้าให้หน้าเขียว ไม่สนหรอกว่าจะเป็นพระเอกไฮโซมาจากไหน ชอบนอกบทอยู่เรื่อย” แพรวาเอ่ยบ่นด้วยสีหน้ากระเง้ากระงอด

แหม...ถ้านอกบทละก็ ส่งมาให้ฉันสิ ฉันออกจะปลื้ม นายหนุ่มน่ะหล่อเลิศระเบิดเถิดเทิง คิ้วเข้ม ตาสวย ยิ้มก็ออกจะเท่เก๋ไก๋ หัวใจฉันแทบละลายทุกครั้งยามได้สบตาแสนจะอินเลิฟ

แทมมี่ยกมือขึ้นมาประสานไว้ที่ใต้คางทำท่าเคลิบเคลิ้ม จนแพรวาปรายตามองอย่างขวางๆ แกมหมั่นไส้

ทำเป็นซึ้ง เดี๋ยวแฟนไอ้บ้านั่นก็มาตบสักฉาดสองฉาดให้หายปลื้มเอาไหมล่ะ แฟนเขาหวงอย่างกับจงอางหวงไข่ ป่านนี้ไม่ตามมาเฝ้าที่กองแล้วเหรอ”

ก็แม่นั่นหึงแกจนตาแทบจะลุกเป็นไฟอยู่แล้ว แทมมี่เอ่ยพร้อมกับควักค้อนแล้วเอ่ยต่อ “เป็นฉันละก็ จะยั่วให้อกแตกตายไปเลย”

บาปกรรม แค่นี้เขาก็หวงจนตาแทบถลนออกมานอกเบ้าอยู่แล้ว เวลามีบทเลิฟซีนด้วยกัน ไอ้บ้านั่นก็ชอบฉวยโอกาสจูบจริง ผู้กำกับสั่งคัตแล้วก็ยังไม่ยอมปล่อย จนนักข่าวเอาไปเขียนล้อ ฉันถึงได้เครียดกับไอ้บ้านี่ ความจริงฉันถนัดบทบู๊มากกว่า มาเล่นเรื่องนี้ต้องทำตัวติ๋มๆ หงิมๆ แถมเซื่องๆ แบบสาวโบราณ มันอึดอัดพิกลแพรวาบ่นพึม

อ้าว...ก็ดีแล้วนี่ยะ พลิกคาแรกเตอร์เสียบ้าง บางทีเรื่องนี้อาจจะทำให้แกดังเป็นพลุแตก เรตติ้งพุ่งกระฉูดจนช่องอื่นมองค้อนกันตากลับ”

เออ เจ้าประคู้ณ ขอให้มันดังอย่างที่แกว่าเถอะ จะได้เห็นคนตากลับว่ามันเป็นยังไง ยังไม่เคยเห็นสักทีแพรวาเอ่ยอย่างขำๆ คำพูดของเพื่อน

สองสาวมาถึงกองถ่ายทันเวลาพอดี สถานที่ถ่ายทำในวันนี้เป็นวังโบราณที่ยังคงงดงาม และมีการอนุรักษ์ทุกอย่างไว้อย่างดีเยี่ยม แต่ความใหญ่โตและบริเวณที่กว้างขวางทำให้แลดูเงียบสงบจนเหมือนวังเวง ผู้จัดการกองถ่ายออกมาต้อนรับและบอกให้แต่งตัวได้เลย รอพระเอกของเรื่องอีกแค่คนเดียวเท่านั้นก็ลงมือถ่ายทำได้ทันที

แทมมี่พาแพรวามานั่งทำผมแต่งหน้าอยู่ที่มุมสงบมุมหนึ่ง แพรวาเอ่ยบ่นกระปอดกระแปดตามประสาคนใจร้อน

ไอ้พระเอกสุดห่วยก็มาสายตามเคย เซ็งว่ะ กว่าจะเสด็จมา กว่าจะแต่งตัวเสร็จ เราก็คอยเงกไปสิ มันเคยเกรงใจใครบ้างไหม ถือว่ารวยหรือไง ถ้ารวยก็อยู่บ้านไปสิ จะมาเล่นละครให้มันเหนื่อยมันเมื่อยทำไม”

นี่แกเป็นนางเอกจอมโวยไปแล้วหรือไงยะ นักข่าวยิ่งตั้งสารพัดฉายาให้แกอยู่”

อ้าว...ก็ฉันไม่เคยผิดนัดไม่เคยเบี้ยวงาน แต่ถ้าใครมาทำให้ฉันคอย ฉันก็สมควรโวยไม่ใช่เหรอ งานฉันออกจะท่วมหัว เวลาล้วนเป็นเงินเป็นทอง ฉันต้องหาเงินตัวเป็นเกลียวหัวเป็นนอตนะยะ พรุ่งนี้ก็ต้องไปงานอีเวนต์เปิดตัวน้ำหอมของคุณหญิงได๋ ตอนเย็นก็ต้องวิ่งมาที่นี่อีก สงสัยจะหมดแรงตายเสียก่อนมั้ง แล้วถ้ามาถึงค่ำมืด คืนนี้มิต้องสว่างคาตาเลยหรือไง เซ็งคนแบบนี้ชะมัดแพรวายังคงบ่นไม่หยุด

หยุดบ่นสักครู่นะยะ จะทาปาก”

แพรวาแต่งตัวเสร็จแล้ว เธออยู่ในชุดโจงกระเบนสีกรมท่า ห่มผ้าแถบสีเทาหม่น อย่างที่ทาสตามบทบาทในละครสวมใส่ ผ้าแถบรัดรึงหน้าอกไว้แน่น เนินเนื้อที่โผล่พ้นผ้าออกมาสวยนวลเนียน ผุดผาดน่ามอง แทมมี่แต่งหน้าแต่งตัวให้แพรวาเรียบร้อยแล้ว ก็ขอตัวล้มกายลงนอนหลับคุดคู้ ขณะที่นักแสดงคนอื่นๆ รวมถึงตัวประกอบตั้งวงเล่นไพ่กันวงใหญ่ แพรวาจึงเดินไปทักทายพูดคุยกับผู้กำกับและบรรดาทีมงานอยู่ครู่หนึ่ง โดยไม่สนใจคำเชิญชวนมาให้ร่วมวงญาติมิตรเพื่อฆ่าเวลาอันแสนน่าเบื่อกับการที่ต้องมารอพระเอก

นางเอกสาวสวยเดินทอดน่องสำรวจความงดงามไปรอบๆ บริเวณวัง พื้นที่ด้านหลังเป็นเหมือนอุทยานดอกไม้ซึ่งมีการตกแต่งเป็นพุ่มงดงามบนพื้นสนามหญ้าโล่งเตียน และยังมีเรือนโบราณถือปูนเป็นแถวยาว เหมือนเป็นเรือนของพวกนางห้ามหรือนางกำนัลในสมัยโบราณ แม้ทุกห้องจะถูกปิดตายแต่ยังคงความงดงามสะอาดสะอ้าน ด้วยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแล ซึ่งคงเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากรหรือหน่วยงานอื่น เพราะเธอเห็นใส่ชุดข้าราชการสีกากี

ชั้นบนของวังแห่งนี้มีบันไดกว้างขวาง ขั้นบันไดเป็นไม้สีแดงขัดเงามันปลาบทอดสูงขึ้นไป โคมไฟเจียระไนขนาดใหญ่ห้อยอยู่เหนือเพดาน ตรงกึ่งกลางบันไดพอดี แพรวาคิดว่าถ้าเปิดไฟคงจะสวยงามเหลือเกิน ด้านข้างตัววังมีระเบียงที่เดินไปได้รอบๆ และมีช่องประตูลักษณะคล้ายซุ้มเป็นวงโค้งงดงาม

ดาราสาวเดินชมไปรอบๆ ก่อนจะตัดสินใจขึ้นไปชมข้างบนอย่างอยากรู้อยากเห็น เธอก้าวเดินขึ้นบันไดไปช้าๆ เงยหน้ามองดูความงดงามบนฝาผนังและเพดาน

เมื่อก้าวถึงชั้นบนก็ปรากฏภาพของประดับตกแต่งอย่างเครื่องเรือนโบราณซึ่งล้วนงดงามด้วยศิลปะอันหาชมได้ยาก แพรวาแตะมือเบาๆ ตามตู้และโต๊ะที่วางประดับเรียงรายทั้งที่มีป้ายห้ามจับ ด้วยความรู้สึกชื่นชอบเนื่องจากเธอเรียนจบมาทางด้านศิลปะ หญิงสาวเดินช้าๆ มองดูทุกอย่างไปเรื่อยๆ อย่างหลงใหลในความงดงาม ประตูห้องที่เรียงรายต่างปิดสนิทใส่กุญแจแน่นหนา ศิลปะอันอ่อนช้อยจากฝีมือช่างสมัยโบราณน่าตื่นตาตื่นใจ ทำให้เธอรู้สึกดื่มด่ำกับศิลปะในยุคนั้นเหลือเกิน

ตู้ที่ตั้งติดฝาผนังใบหนึ่งแกะสลักบานประตูด้วยฝีมือชั้นครู ทั้งละเอียดและประณีต เป็นลายเถาไม้ที่ลดเลี้ยวเกี่ยวพันกัน และยังมีนกตัวเล็กๆ อยู่ในมวลไม้นั้น เธอสอดนิ้วเข้าไปแตะเจ้านกตัวเล็กๆ น่ารักตัวนั้นอย่างต้องการแตะต้องมันสักนิดให้พอชื่นใจ และแล้วความรู้สึกวูบหนึ่งทำให้เธอเหมือนกำลังมองลงไปในน้ำที่กำลังกระเพื่อม และแรงกระเพื่อมนั้นก็หนักหน่วงขึ้นจนเป็นระลอกคลื่นพาให้ตาลาย สมองพลันหมุนคว้างก่อนจะค่อยๆ วูบหายแล้วไม่รู้สึกตัวอีกเลย

 

เสียงแปลกๆ แว่วเข้ามาในโสตประสาท หญิงสาวเสมือนตกอยู่ในภาวะครึ่งหลับครึ่งตื่น เสียงร้องเหมือนเจ็บปวด เสียงหอบกระชั้นถี่แรงของคนสองคน เสียงพึมพำบอกภาษากามา ใครนะมาทำรักกันอยู่บนนี้ เธอคิดแล้วลุกขึ้นนั่งกวาดสายตามองไปรอบๆ วินาทีนั้นเธอรู้สึกว่าตนเองอยู่ในห้องห้องหนึ่งที่มืดมาก แม้จะมองเห็นมือตัวเองแต่ก็ไม่ชัดนัก อีกทั้งเสียงที่ดังเข้ามาในหูอยู่ไม่ห่างจากตัวเธอมากนัก เมื่อเธอยื่นมือออกไปข้างหน้าก็พบว่ามีเพียงม่านกั้นไว้เท่านั้น

นี่มันที่ไหนกัน

เสียงปฏิบัติการรักยังคงดังอย่างต่อเนื่องไม่มีหยุด จนเธอต้องยกมือขึ้นทาบหน้าอกจับหัวใจตัวเองเอาไว้ ทั้งสถานที่ที่แปลกประหลาดและเสียงร่วมรักกันทำให้เธอรีบมองหาทางออกจากห้องนี้ ทว่ามันกลับมืดมากจนแทบไม่เห็นอะไรเลย

เธอกระเถิบเข้าไปจนชิดม่าน และเพียงแง้มม่านสีเข้มออก ภาพการร่วมรักระหว่างผู้ชายมาดแมนแอนด์แฮนด์ซั่มกับผู้หญิงผิวสีเข้มร่างอวบอั๋นก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า หญิงสาวรู้สึกตื่นตะลึงและเบิ่งตามองภาพนั้นจนจบลง ใจเธอสั่นระริกอย่างตื่นเต้นสุดขีด จนต้องยกมือขึ้นทาบอก ก่อนจะรีบปิดม่านแล้วนั่งแปะกับพื้นพลางกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก

กระทั่งครู่หนึ่งผ่านไป เสียงของผู้ชายก็ดังขึ้น

ฉันเบื่อการที่โดนบังคับเยี่ยงนี้ ดูรึ ทำไมเสด็จแม่ต้องทรงทำแบบนี้ด้วย ฉันไม่เข้าใจความคิดอันคร่ำครึนี้เลย”

แต่ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันเต็มใจนี่เพคะ เอ่อ...หม่อมฉันไม่เป็นที่ต้องพระทัยรึเพคะเสียงผู้หญิงเอ่ยออดอ้อน

แม่จิต ฉันต้องการร่วมสำราญกับคนที่ฉันมีใจรักเท่านั้น การที่ต้องร่วมสำราญเพื่อให้กำเนิดเด็กขึ้นมาสักคนโดยปราศจากความรักในหัวใจ มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนหุ่นที่ไร้วิญญาณ แต่ฉันไม่ได้โทษหล่อนดอกนะ ฉันเพียงแค่อยากระบายความในใจออกมาให้หล่อนฟังเท่านั้น”

แล้วพวกนังเรือนอื่นๆ ล่ะเพคะ ฝ่าบาทรับสั่งแบบนี้กับพวกหล่อนด้วยไหมเพคะ รึว่ารับสั่งแต่เพียงหม่อมฉันเท่านั้นเสียงพูดของผู้หญิงดังออกมาอย่างน้อยอกน้อยใจเชิงตัดพ้อ

ฉันก็บอกแบบนี้ทั้งนั้น น่าจะพอกันสักที ฉันร่วมสำราญกับพวกหล่อนมาจนครบสามเดือนแล้ว ถ้าพวกหล่อนไม่กำเนิดลูกให้ฉัน ฉันก็จนใจ ฉันจะไม่มาร่วมสำราญกับใครอีกเลย

แล้วพวกแม่รื่น แม่เรียม แม่มะลิล่ะเพคะ ฝ่าบาทรับสั่งแบบนี้ด้วยไหมเพคะ”

ฉันบอกแบบนี้กับทุกคน ฉันไม่ต้องการร่วมสำราญกับใครอีก มันฝืนความรู้สึก มันเหมือนถูกบังคับด้วยหน้าที่ มันไม่มีความสุขอย่างที่ใจฉันปรารถนา ฉันจะกราบทูลเรื่องนี้ต่อเสด็จแม่เอง จากนี้ถ้าพวกหล่อนจะอยู่ที่นี่ต่อก็อยู่ไป การกินอยู่เรือนใหญ่ล้วนรับผิดชอบ ไม่มีใครต้องลำบาก”

เสียงผู้หญิงร่ำไห้กระซิกๆ ดังขึ้นทันที

ไม่นะเพคะ หม่อมฉันไม่ยอมเพคะ หม่อมฉันรักฝ่าบาทนะเพคะ ทรงเมตตาเสด็จมาหาหม่อมฉันเถอะนะเพคะ หม่อมฉันจะให้ความสุขทุกอย่างที่ฝ่าบาททรงต้องการจากหม่อมฉันเพคะ

แต่ฉันไม่ได้รักหล่อน ไม่ได้รักใครทั้งนั้น ฉันจะค้นหาใครสักคน คนที่ทำให้ฉันต้องการจะร่วมสำราญด้วยหัวใจและความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลในยามที่หล่อหลอมเป็นหนึ่งเดียวกัน ฉันต้องการอย่างนั้นเสียงผู้ชายบอกเจตจำนงชัดเจน

แพรวารีบเดินคลำอยู่ในห้องนั้นอย่างพยายามหาทางออก เพราะคิดว่าตนเองกำลังถูกผีหลอก

ใช่แล้ว ผีคนโบราณในวังไง ใครๆ ก็บอกว่าวังเก่าๆ ต้องมีผี และหนังสือที่เราเคยอ่านยังบอกเลยว่าวังในอังกฤษมีผี แถมยังออกมาเดินให้คนเห็นบ่อยๆ ใช่แน่แล้ว ผีต้องหลอกเราแน่ๆ ทำไมถึงซวยขนาดนี้นะ เพราะผลที่เดินท่อมๆ อยู่คนเดียว และเดินดูโน่นดูนี่สินะ ผีเลยหมั่นไส้ช่วยกันหลอก

เมื่อคิดได้เช่นนั้นหัวใจเธอแทบจะวาย ด้วยความกลัวผีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แพรวาตัดสินใจในทันที

แทมมี่...แทมมี่...ช่วยฉันด้วย แทมมี่ ฉันโดนผีหลอก ช่วยด้วยเธอตัวสั่นเทิ้มและหลับหูหลับตาตะโกนจนสุดเสียง

ชายที่เธอเห็นเมื่อครู่ก้าวพรวดเข้ามาถึงตัวเธอก่อนจะลากแขนเธอออกมา แพรวาหน้าซีดตัวสั่น หลับตานิ่งๆ แต่ไม่หยุดกรีดร้อง

ช่วยด้วย ช่วยด้วย ผีหลอก ช่วยด้วย ผีมันจับแขนฉันแล้ว นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต เอ่อ...ความกลัวสุดขีดทำให้เธอหลับตาสวดมนต์ แต่สวดได้เพียงเท่านั้นก็นึกไม่ออก

ผู้หญิงคนนั้นวิ่งเข้ามาที่แพรวาทันที พร้อมทั้งแผดเสียงใส่อย่างโกรธจัด

อีไพร่ มึงมาจากเรือนผู้ใดกัน ใครใช้ให้มึงมาแอบดูกูกับพระองค์ชาย บอกมานะ หวายต้องลงหลังมึงแน่ ใครอยู่ข้างนอกมาเอาอีนี่ไปโบย!”

แพรวาลืมตามองหน้าเธอผู้นั้นทันที สีหน้าของคนกลัวผีหวาดกลัวแกมตื่นตระหนกสุดขีด ก่อนจะหันหน้าไปเงยมองหน้าผู้ชายคนนั้น เขานิ่งตะลึงมองหน้าเธอ มือเขายังจับต้นแขนเธอแน่น ดวงตาสวยหวานคมกริบมองหน้าเธอนิ่งๆ และหันไปเอ่ยกับหญิงนางนั้น

หล่อนไม่ต้องมาตัดสินเรื่องอะไร ฉันจะตัดสินเอง

เธอถูกชายผู้นั้นลากแขนลงมาจากเรือน พาให้แพรวาทั้งร้องทั้งดิ้นและยังตะโกนว่าผีหลอกมาตลอดทาง จนเขาผู้นั้นต้องรวบตัวเธอไว้แล้วแบกพาดบ่า เขาพามายังเรือนใหญ่อีกหลังหนึ่ง บรรยากาศในเรือนหลังใหญ่โตนี้งดงามไม่ต่างจากภาพที่เธอเคยเห็นในละครพีเรียด เครื่องเรือนทุกชิ้นเหมือนจะตกแต่งด้วยลวดลายไทยและลงรักปิดทอง จนเหมือนจะเกิดแสงสว่างเรืองรองวิบวับไปทั่ว

ผีสามารถดลบันดาลทุกอย่างให้เกิดขึ้นได้ ทำไมผีต้องโกรธเราขนาดนี้ด้วย เราไม่ได้ลักขโมยอะไรสักหน่อย โธ่เอ๊ย...ผีอะไรจะดุขนาดนี้กันนะ

หญิงสาวคิดอย่างหวาดกลัว เป็นจังหวะเดียวกับที่เขาคนนั้นวางเธอลงบนพื้น

แพรวานั่งคุกเข่าเมื่อเขาปล่อยมือ และพนมมือขึ้นหลับตานิ่งๆ

เจ้าประคู้ณ ลูกขอขมาลาโทษ ลูกไม่ได้ตั้งใจลบหลู่ดูหมิ่นเลยเจ้าค่ะ อย่าหลอกอย่าหลอนลูกเลย ปล่อยลูกไปเถอะนะเจ้าคะ ลูกกลัวแล้ว ต่อไปนี้ลูกจะไม่ซนไม่หยิบไม่จับไม่แตะต้องของในวังนี้อีกเป็นอันขาด ปล่อยลูกไปเถอะเจ้าค่ะ”

เจ้าซนงั้นรึ”

ใช่เจ้าค่ะ ลูกจับนกที่ตู้นิดเดียว เห็นว่ามันน่ารักดี ไม่ได้ตั้งใจจะขโมยนะเจ้าคะ ปล่อยลูกไปเถอะเจ้าค่ะ

เจ้าเพ้อเจ้ออะไร เราไม่เข้าใจ แล้วเจ้าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร เข้ามาในบริเวณตำหนักของเราได้เยี่ยงไร บอกมาทีรึเสียงพูดนั้นเนิบๆ แต่มีอำนาจนัก

แพรวาไม่ได้ฟังคำถามจนจบ ความกลัวผีของเธอแล่นเข้าจับหัวใจ เธอตัดสินใจหลับหูหลับตาตะโกนร้องให้คนช่วยอีกครั้ง

ช่วยด้วย ช่วยด้วย ผีหลอก ผีหลอก แทมมี่...อีบ้าแทมมี่ มาช่วยฉันที ผีหลอกจะบ้าตายอยู่แล้ว

ชายผู้นั้นนั่งลงตรงหน้า จับเธอเขย่าแรงๆ จนเหมือนตัวเองจะหัวสั่นหัวคลอน

นี่...เจ้าวิปลาสไปแล้วรึ ร้องจนตำหนักเจียนแตก เจ้าไม่อายใครบ้างรึ ผีอะไรจะมาหลอกกลางวัน ยังไม่ถึงกับพลบค่ำเสียหน่อย ลืมตาดูอะไรบ้าง”

แพรวาลืมตาขึ้นน้อยๆ หน้าของชายผู้นั้นแทบจะติดใบหน้าของเธอ จนเธอผงะหงายหลัง แต่เขาใช้แขนรับร่างเธอไว้ได้ทัน ก่อนจะรวบเธอไว้ในวงแขน สายตาของคนในอ้อมกอดตื่นกลัวจนลมหายใจขาดเป็นห้วงๆ รีบหลับตาและตะโกนขึ้นสุดเสียงอีกครั้ง

ช่วยด้วย ผีหลอกช่วยด้วย”

หญิงชราผู้หนึ่งที่ยืนค้อมกายลับๆ ล่อๆ อยู่ข้างประตูคลานเข่าเข้ามาหายามถูกชายผู้นี้กวักมือเรียก ก่อนจะก้มมองหน้าเธอแล้วยิ้มเหมือนจะขันนัก ทว่าฟันของหญิงผู้นั้นดำทั้งปาก พาให้แพรวากรีดร้องสุดเสียงเมื่อนึกถึงปอบผีฟ้า และเป็นลมแน่นิ่งไปทันที

เขาผู้นั้นช้อนร่างแบบบางของแพรวาขึ้นไปวางบนเตียงทองเหลือง หญิงชราฟันดำเข้านวดเฟ้นพลางใช้พิมเสนเกล็ดป้ายที่จมูกโด่งของเธอเบาๆ แล้วใช้ยาอะไรสักอย่างกลิ่นแปลกๆ ร้อนๆ ทาที่มือและปลายเท้า เธอเริ่มรู้สึกตัวแต่ไม่กล้าลืมตาขึ้นมอง ยังคงนอนหลับตานิ่ง หัวใจเธอสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว

ปอบคงจะล้วงตับไตไส้พุงเสียคราวนี้ ตกลงแล้วเป็นผีอะไรกันแน่นะ โธ่โว้ย! อีแทมมี่ แกหลับจนไม่ได้ยินเสียงฉันเลยเหรอ แล้วพวกทีมงานกับนักแสดงอีกตั้งโขยงทำไมไม่ได้ยิน หรือจะเป็นอย่างที่เขาว่า ผีคงบังตา และตอนนี้ก็คงบังเสียงด้วย ถึงไม่มีใครได้ยินเราเลย สวดมนต์สิแพรวา ผีจะได้กลัว

เธอคิดได้เช่นนั้นก็รีบยกมือขึ้นพนม เริ่มต้นสวดอิติปิโสผิดๆ ถูกๆ ทันที

ชายผู้นั้นที่ยังคงนั่งอยู่ข้างๆ เธอเริ่มหัวเราะ และเสียงหัวเราะก็ค่อยๆ ดังขึ้นจนก้องไปทั้งห้อง แพรวาลุกขึ้นนั่งและยังไม่ยอมหยุดสวดมนต์ ชายหนุ่มผู้นั้นหยุดหัวเราะ ทว่าสายตาและสีหน้าของเขายังฉายแววขบขัน หญิงชราในชุดผ้าแถบเหมือนอย่างที่เธอสวมนั่งยิ้มอยู่ที่พื้น แพรวามองหน้าของทั้งสองด้วยสีหน้าหวาดกลัวมากขึ้น เธอเริ่มถอดใจที่จะสวดมนต์อีกต่อไป เพราะไม่เห็นว่าผีสองตัวนี้จะหนีไป มิหนำซ้ำกลับหัวเราะชอบใจ

ไม่กลัวคาถาด้วยเหรอ โธ่เว้ย! จะหลอกไปถึงไหน บอกว่ากลัวแล้ว ไม่ซนอีกแล้วไง ไปเสียทีสิเธอเอ่ยไล่

เจ้าจะให้เราไปไหนรึ นี่ตำหนักของเรา เจ้าล่ะ...มาจากไหน ลูกเต้าเหล่าใคร ทาสในเรือนผู้ใดบอกเรามาที”

ก็มาถ่ายหนังที่วังนี้แหละ จะโกรธอะไรนักหนา ยังไม่ได้ขโมยอะไรสักหน่อย ปล่อยแพรไปเถอะนะคะ แพรจะไม่ขึ้นมาหยิบจับอะไรอีกแล้ว อย่าหลอกอีกเลยนะคะ แพรกลัวแล้วเธออ้อนวอนอย่างเข้าตาจน

หลอก? เราหลอกอะไรเจ้าล่ะ เจ้าเห็นเราเป็นผีงั้นรึ จะได้หลอกเจ้าน่ะ เจ้ายังไม่ได้ตอบเลยว่าเป็นทาสของเรือนผู้ใดกัน แล้วขึ้นไปอยู่บนเรือนหม่อมจิตได้ยังไง

คุณไม่ได้เป็นผีเหรอคะ แน่ใจนะคะเธอถามพร้อมกับจ้องหน้าชายผู้นั้นนิ่งๆ

เขายื่นแขนมาให้ จับดูรึ...ว่าเรามีเลือดเนื้อเหมือนเจ้ารึไม่

แพรวามองหน้าหล่อคมเข้มของเขา เขาหล่อมากเหลือเกิน ถ้าเป็นผีจริงก็ไม่น่ากลัวสักเท่าไร แถมเมื่อกี้ยังเห็นเขาเมกเลิฟกับผู้หญิงอยู่เลย นางเอกสาวสวยเอื้อมมือไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ แล้วค่อยๆ แตะแขนเขาเบาๆ เขามองมือเรียวสวย เล็บมือยังเพนต์ไว้ด้วยสีสันสวยสดใส เขาแตะเล็บมือของเธอด้วยสีหน้าแปลกใจ

เจ้าไปทำอะไรกับเล็บ จึงได้แปลกเยี่ยงนี้

ก็เพนต์น่ะสิ

เจ้าแปลกไม่เหมือนใคร เจ้ายังไม่ได้ตอบเราเลยว่าเป็นทาสในเรือนของผู้ใดกันชายผู้นั้นถามแล้วมองเธอทั่วตัวอย่างพิจารณา

ฉันมาถ่ายหนัง แสดงเป็นทาส เดี๋ยวนี้มีทาสที่ไหนอีกล่ะ จะบ้าหรือไง ฉันจะกลับไปกองถ่าย ป่านนี้พวกเขาคงตามหาตัวกันให้ควั่กแล้ว แต่ฉันไม่รู้จะกลับไปทางไหน บอกทางหน่อยสิ...ที่นี่มันแปลกๆ ฉันเหมือนหลุดเข้ามาอยู่ในสมัยไหนก็ไม่รู้ ถ้าคุณเป็นผีฉันก็ไม่กลัวแล้วละ พาฉันไปส่งเถอะนะ ฉันจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ นะคุณนะเธอเอ่ยอ้อนวอนเขาอีกครั้ง มองหน้าเขาตรงๆ พยักหน้าให้เขาน้อยๆ

ชายผู้นั้นนิ่งอึ้งมองคนตรงหน้า เขาไม่เข้าใจที่อีกฝ่ายพูดเลยสักคำ อะไรคือกองถ่ายไม่มีทาส หรือว่าเจ้าหล่อนผู้นี้จะจิตวิปลาส เพ้อเจ้อ บ้าคลั่ง เจ้าหล่อนฤทธิ์มากมาย ทั้งร้องทั้งดิ้น ซ้ำยังตะโกนว่าผีหลอก กว่าจะพาตัวขึ้นตำหนักได้ก็เหนื่อยแทบขาดใจ ใบหน้าสวยหวานคมซึ้งอย่างที่ไม่เคยเห็นใครในสยามจะงามเท่า มือไม้รึก็เรียวงามไม่เหมือนทาสในเรือนเบี้ย รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นดังนางละคร ทั้งคำพูดคำเอ่ยเล่าอ้างก็ฉะฉานไม่มีทีท่าสงบเสงี่ยมหงิมเยี่ยงทาสเลยแม้แต่น้อย

แพรวาตัดสินใจลุกพรวดแล้วลงมายืนข้างเตียง

คุณไม่ไปส่งก็ช่วยบอกให้ป้านั่นไปส่งก็ได้

เธอทำท่าจะออกเดิน แต่ชายผู้นั้นรีบออกคำสั่ง

นมเอิบ ลงไปที่ห้องเครื่อง ให้ตั้งเครื่องเย็นมาเทียบ เราจะกินข้าวกับเจ้าหล่อนผู้นี้ ที่นี่

เพคะ

แม่เอิบรับคำแล้วคลานเข่าออกไปจากห้องนั้น เขาเดินตามไปและลั่นดาลประตูทันที

แพรวานิ่งงันเมื่อเห็นเขาใช้ไม้อันยาวสอดลงไปในช่องเหมือนจะล็อกประตูไม้สักบานหนานั้นไว้ เธอมองหน้าเขาด้วยสายตาตื่นๆ

นี่เขาขังเราไว้แล้วสินะ เขาเป็นผีหรือคนกันแน่

เขานุ่งผ้าโจงกระเบนสีม่วงเข้ม เสื้อผ้าป่านสีขาว ใบหน้าหล่อคมเข้ม รอยยิ้มของเขายังมีรอยขันอยู่จางๆ ทั้งสีหน้าและแววตา ทำให้ใบหน้าคมหวานของเขายิ่งดูหล่อเหลามีเสน่ห์ ร่างสูงใหญ่สมาร์ตสมบูรณ์แบบไปทุกสัดส่วน เธอยังจำลอนกล้ามที่หน้าอกตอนที่เขาเปลือยร่างร่วมรักกับผู้หญิงคนนั้นได้ เขาดุดันยามที่ทำรัก แต่ยามนี้สีหน้าเขาหวานละไม อ่อนโยน จนเธอคลายความกลัวลงไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าเขาจะเป็นผีหรือคนก็ตาม

ตกลง...คุณจะขังฉันไว้ในห้องนี้เหรอ การกักขังหน่วงเหนี่ยวมันผิดกฎหมายนะ ปล่อยฉันไปเถอะค่ะ ไม่ว่าคุณจะเป็นผีหรือคน ฉันก็บอกไปหมดแล้วว่าฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะขโมยอะไรเลย ฉันไม่รู้ว่าตรงวังที่ฉันจากมากับที่นี่มันเป็นที่เดียวกันหรือเปล่า ตอนนี้ฉันสับสนมาก ถือว่าสงสารฉันเถอะนะ และที่ฉันแต่งตัวเหมือนทาสก็เพราะฉันมาถ่ายทำละคร ฉันไม่ได้ตั้งใจจะลบหลู่หรือดูหมิ่นอะไรเลย แต่ถ้ามันทำให้คุณรู้สึกอย่างนั้น ฉันขอโทษเธอเอ่ยอธิบายเสียงอ่อนวิงวอนเขา

ชายผู้นั้นกอดอกเดินไปยืนที่หน้าต่างห้อง หันมามองเธอ

เจ้าหล่อนกล่าวออกมาเหมือนไม่แน่ใจว่าเราเป็นผีหรือคน สีหน้าและแววตาวิงวอนน่าสงสารนัก เราน่าจะสงสัยเจ้าหล่อนเสียมากกว่า ว่าเจ้าหล่อนเป็นนางฟ้าแปลงกายลงมาหลอกเราหรือไม่ ช่างงดงามดังเทวดาเสกสรรปั้นแต่ง คำพูดคำจา ทั้งห้าวหาญและเก่งกล้าเสียเหลือเกิน เราจะขังเจ้าไว้เชยชม ให้เจ้าเป็นนกน้อยแสนสวยในกรงทอง ความช่างเจรจาคงจะทำให้เพลินใจมิน้อย เจ้าหล่อนน่ารักน่าใคร่เสียยิ่งกระไร จนอยากจะเข้าไปกอดจูบลูบไล้ แต่อย่าเพิ่งเลย คืนนี้อีกทั้งคืนยังมีเวลา ที่จะไม่ให้ไก่ตื่น

เจ้าชื่อเรียงเสียงไรกัน

ฉันชื่อแพรวา

แพรวา เจ้าจะให้เราไปส่งที่ใดรึ ที่นี่ก็เป็นวังอย่างที่เจ้าบอกแล้วไงล่ะ รึว่าเจ้ามาจากวังเสด็จพระองค์ไหนก็บอกมา เราจะได้ไปส่งถูก รึว่าเจ้าเป็นหม่อมห้ามนางในของผู้ใดก็บอกเรามา เราจะได้ไม่แตะต้องเนื้อนวลของเจ้า

แพรวาไม่อยากฟังคำถาม ไม่อยากพูดอะไรอีก ได้แต่เหลียวมองไปรอบๆ ตัวอีกครั้ง

เขาบอกว่าที่นี่เป็นวัง แล้วตกลงเรามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ทุกสิ่งทุกอย่างมันดูย้อนยุคไปหมด หรือว่าเราหลุดเข้ามาในมิติเวลา หรือว่าเรากำลังฝัน หรือว่ามันเกิดขึ้นจริงๆ กันแน่

น้ำตาเริ่มร่วงรินเมื่อไม่มีคำที่จะตอบเขาได้ว่าให้ไปส่งที่ไหน

หรือว่าเรากำลังเป็นบ้า เห็นภาพลวงตา จิตหลอน คงเป็นเพราะเราอ่านบททาสที่จะแสดงแล้วอินจนเก็บเอาไปฝันแน่ๆ

คิดถึงตรงนี้นักแสดงสาวก็เอื้อมมือมาหยิกแขนตัวเองแรงๆ ก่อนจะนิ่วหน้าอย่างรู้สึกเจ็บ

เราไม่ได้ฝันนี่หว่า แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันนี่

สายตาคู่คมมองมาอย่างขันๆ ในการกระทำของเธอ เขาเดินมาจับต้นแขนเธอให้ลุกขึ้นยืน จ้องมองหน้าเธอในระยะห่างแค่คืบ สายตาเขามีไฟที่เริ่มคุกรุ่น เหมือนกำลังมีอารมณ์ปรารถนา

สายตาหวานกรุ้มกริ่มระยิบระยับมันสื่อถึงความต้องการอย่างชัดเจน แล้วเราจะรอดจากเงื้อมมือของเขาไหมนะ วันนี้เขายังเมกเลิฟกับผู้หญิงคนนั้นอยู่เลย นี่เขา...เริ่มมีอารมณ์หื่นอีกแล้วเหรอ

เธอมองสายตาที่สื่อความหมายของเขาด้วยหัวใจสั่นระรัว ภาพที่เขาจ้วงแทงคู่ต่อสู้ไม่ยั้งยังติดตาอยู่อย่างไม่รู้ลืมเลือน

 

*เกิดอะไรขึ้นกับแพรวา และชายผู้นั้นคือใคร ผีหรือคน เหตุการณ์นับจากนี้จะเป็นอย่างไร มาลุ้นระทึกกันค่ะรับรองความสนุก มีครบรสทั้งโรแมนติก ดรามา คอมเมดี้ แฟนตาซี ไม่อ่านไม่ได้แล้วนะคะ*

อ่านแล้วอย่าลืม

คอมเม้นท์สำหรับหนังสือ2เล่ม

@มาเป็นแฟนพันธ์แท้สำหรับหนังสือ2เล่ม

โดยการสุ่มจับค่ะ


 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #1 ยุวธิดายอแสงทอง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 22:25
    แพรวาของเราท่าทางจะโดนใจเจ้าของวังนี้ซะแล้วงานนี้ไม่ได้กลับบ้านแน่ๆ
    #1
    0