ทายาทปริศนา

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 970 Views

  • 19 Comments

  • 35 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3

    Overall
    970

ตอนที่ 1 : บทนำ 1/1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 228
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    24 มี.ค. 59

                                                                     ทายาทปริศนา

 

                                                                                                 บทนำ

 

        ดวงจันทร์ในคืนข้างขึ้นสิบห้าค่ำ ทอแสงนวลกระจ่าง อากาศปลายปีหนาวเย็นทำให้ นาค หนุ่มวัยฉกรรจ์ ร่างสูงใหญ่หน้าตาคมสัน ซึ่งมักจะสวมแค่กางเกงเลเพียงตัวเดียว ต้องหยิบเสื้อมาสวม ก่อนจะคว้าแหขึ้นสะพายบ่า จุดตะเกียงน้ำมันสำหรับวางไว้ที่หัวเรือ ก่อนจะเดินไปปลดโซ่เรือที่ผูกไว้ที่หัวสะพานหน้าเรือน และลงเรือบดคู่ชีพ เพื่อออกไปหาปลาตามอาชีพของตนเอง ชายหนุ่มพายเรือแหวกกระแสน้ำ ในคลองหมาหอนไปข้างหน้า ด้วยความมุ่งมั่นที่กะว่าคืนนี้จะได้ปลา อย่างน้อยครึ่งลำเรือ ไปให้มารดานำไปขายที่ตลาดในตอนเช้า เขากราดสายตาอย่างหวาดๆไปตามลำคลองกว้าง และสองฟากฝั่งที่มีต้นไม้ใหญ่ยืนต้นเรียงรายมืดทะมึน นานๆจะมีบ้านที่ปลูกติดชายคลองสักหลัง บรรยากาศโดยรวมจึงเงียบสงัด มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนที่กรีดปีก อยู่ตามสุมทุมพุ่มไม้ และยังนกเค้าแมวที่ซ่อนตัวอยู่บนคาคบไม้ ยังส่งเสียงร้องชวนให้สะพรึง ถึงแม้นาคจะคุ้นชินแต่ก็มิวายที่จะทำให้สันหลังเย็นวาบ ชายหนุ่มมองตรงไปข้างหน้าตามแสงตะเกียงที่หัวเรือสาดไปบนพื้นน้ำ พยายามที่จะไม่วอกแวกมองไปในหมู่ไม้สองฝั่งคลอง เพราะมารดาเคยบอกเสมอว่าคนเรากลัวความมืดและชอบหลอกตัวเอง

       เสียงจ๋อมๆของพายตนเองที่กระทบน้ำ โผง! เสียงปลาใหญ่กระโดดฮุบเหยื่อ และเสียงที่เขาไม่อยากได้ยิน ก็คือหมาเจ้ากรรมที่หอนโจ๋ว!!!ขึ้นมา สมกับชื่อคลอง ทำให้นาคขนลุกเกรียว

      ‘ไอ้เบิ้มนะไอ้เบิ้ม ไอ้ตาขาว ชวนมาเป็นเพื่อนก็ไม่ยอมมา ถ้าคืนนี้ข้าได้ปลาเยอะละก็ อย่ามาขอแบ่งเชียว นาคคิดอย่างแค้นใจเบิ้มลูกของน้าชาย ซึ่งกลัวผีเป็นชีวิตจิตใจ

        จู่ๆเสียงเครื่องดนตรีบางอย่าง ก็กังวานลอยลมมาเบาๆ ความไพเราะแปลกหู ทำให้ชายหนุ่มยกพายขึ้นจากน้ำ เพื่อจะเงี่ยหูฟังให้ถนัดโดยไม่มีเสียงพายกระทบน้ำ เสียงหวานใสแปลกๆมีมนต์ขลังทำให้หัวใจของชายหนุ่มกระตุกวูบ เมื่อนึกถึงคำบอกเล่าเรื่องผีพราย แต่ความจนความลำบากของครอบครัว ซึ่งที่นาที่สวนยังต้องเช่าที่ทำกิน ไม่ได้มีที่ดินเป็นของตนเอง เขาสงสารมารดาและพี่สาว ที่หมดหน้านาก็ต้องเก็บผัก หาปลาไปขาย ทำให้นาคสูดลมเข้าปอดลึกๆรวบรวมความกล้าและจำต้องขจัดความกลัว ที่เกาะกุมจิตใจออกไป

        แสงสว่างจากตะเกียงน้ำมันที่วางไว้ที่หัวเรือ สะท้อนลงในกระแสน้ำสีเขียวจางๆ เห็นปลาตัวเล็กๆดีดตัวขึ้นเล่นแสงไฟ แต่เขามุ่งมั่นว่าจะไปทอดแหตรงหัวคุ้งน้ำ ด้วยปลาจะชุกชุมอยู่ตรงนั้นมากมาย เพราะไม่มีใครที่จะกล้าหาญไปทอดแหหาปลา ทำให้เป็นโอกาสของเขาเพียงคนเดียว เพราะเสียงเล่าลือเรื่องผีพราย ที่เล่าลือสืบต่อกันมาทำให้ผู้คนขยาด เสียงดนตรีแปลกๆเงียบหายไปแล้ว ทำให้เขายกพายขึ้นพุ้ยน้ำอีกครั้ง

       ‘ หูเราแว่วเพราะความเงียบ หรือว่าวันนี้เป็นวันพระ ที่คนโบราณเขาว่าเป็นวันปล่อยผี หรือว่าผีกำลังเล่นงานเรา จะมาหลอกมาหลอนทำไมกันวะ กูน่ะกลัวอดตายมากกว่ากลัวผีนะโว้ย นาคร้องก้อง แต่อยู่แค่เพียงในใจเท่านั้น

       และเมื่อเกือบจะถึงหัวคุ้งเป้าหมายของเขา แสงจากตะเกียงที่ส่องสว่าง ก็ทำท่าจะดับวูบลง ด้วยจู่ๆก็มีลมที่พัดวู่หวิวขึ้น เสียงดนตรีที่เงียบหายไป ก็ดังขึ้นอีกครั้ง และดังจนเหมือนตัวเขาอยู่ใกล้ต้นเสียงเข้าไปทุกที

       ‘ ใครมันดีดอะไรวะ ไม่เคยได้ยินเสียงแบบนี้เลย มันช่างไพเราะกังวานหวานจริงๆ ฮึ๋ย..แล้วถ้าเป็นผีล่ะ

       นาคคิดพร้อมทั้งชะลอฝีพาย เมื่อใกล้หัวคุ้งจุดหมายที่จะทอดแห ลมเริ่มพัดจนต้นไม้ กิ่งไม้ไหวระรัว ใบไม้แห้งร่วงกราวลงมาบนพื้นน้ำ ไฟในตะเกียงวูบไหว แม้จะมีแก้วครอบไว้  ซึ่งทำให้เขาใจไม่ดีนัก เพราะเกรงว่าไฟจะดับ ความหวาดกลัวเข้าเกาะกุมหัวใจ จนต้องพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ และแล้วไฟในตะเกียงที่วูบไหว ก็ดับพรึบลงจริงๆ

       แต่ยังดีที่แสงจันทร์ข้างขึ้น ยังคงทอแสงสว่างนวล รอดใบไม้ที่ร่มครึ้มลงมา ทำให้นาคมองเห็นฝูงปลา ที่ชุกชุมออกันแน่นที่หัวคุ้ง ซึ่งมีต้นโพธิ์ใหญ่ยืนต้นอยู่เหนือตลิ่งพอดิบพอดี นาคดึงแหที่วางไว้กลางลำเรือ เสียงโซ่ที่แหครูดกับท้องเรือดังกราว!!!!

       เขาชะงักเพียงเท่านั้น เมื่อเสียงเครื่องดนตรีไพเราะ ดังกังวานแหวกความเงียบเข้ามาอีกครั้ง และใกล้ตัวมากที่สุด ทำให้เขาเหลียวหาที่มาของเสียง และต้องเบิ่งตาโตมองไปข้างหน้าอย่างตกใจสุดขีด เมื่อเห็นร่างของผู้หญิงคนหนึ่ง นั่งหันหลังอยู่บนโขดหินริมตลิ่ง เธอวางเครื่องดนตรีสีทองเล็กๆที่มีสายลงข้างกาย หยิบหวีขึ้นมาสางผม อีกมือยกกระจกขึ้นส่อง  

       ‘ เรากำลังโดนผีพรายหลอกละมั้งเนี่ย นาคคิดด้วยหัวใจที่เต้นโครมคราม เลือดในกายเย็นวาบ ขนแขนลุกตั้งชันขึ้นทันที

       เขาเห็นร่างงามอรชรอ้อนแอ้น ท่อนบนจากทางด้านหลังเปลือยเปล่า ถึงสะโพกขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ ซึ่งร่างของหญิงสาวผู้นั้นหย่อนส่วนขาไว้ในน้ำ สำนึกในความกลัวสุดขีด ทำให้ชายหนุ่มกลั้นใจตะโกนออกไป

       “ นี่...ฉันไม่กลัวผีหรอกนะ อย่ามาหลอกฉันเลยน่า เพราะถ้าฉันกลัว ฉันก็ไม่มาตรงนี้หรอก ทางใครทางมัน ต่างคนต่างอยู่ดีกว่า

       ร่างงามค่อยๆหมุนกายมา ระยะที่ห่างกันเพียงแค่ประมาณสามวา ทำให้นาคเห็นใบหน้าหวานซึ้งอย่างถนัดตา

       “ ฉันเหมือนผีงั้นเหรอจ้ะพี่ เสียงย้อนถามกังวานหวาน จากสีหน้ายิ้มเยือน ทำให้นาคถึงกับตะลึงลาน

       “ แต่เธอก็ไม่ใช่คนหรอกน่า ฉันรู้จักผู้หญิงสาวแถวนี้ทุกคนแหละ และผู้หญิงธรรมดา ก็ไม่มานั่งอยู่ในที่มืดๆ โดยเฉพาะตรงนี้ ยิ่งไม่มีใครกล้า แม้แต่กลางวันก็ยังกลัวกันเลย ” กล้าเอ่ยตอบโต้ออกไป ซึ่งความงดงามของหญิงสาวทำให้ความกลัวของเขาลดลง อกงามสล้างชูชันมีผมลงมาปิดเฉพาะปลายถัน ทำให้เลือดหนุ่มฉีดพล่าน อกใจเต้นระทึก

       “ แต่ฉันก็ไม่ได้เป็นผีนี่ ฉันเห็นพี่มาทอดแหที่นี่บ่อยๆ ทั้งกลางวันกลางคืน แต่พี่ไม่เห็นฉันเอง เอาอย่างนี้มั้ย คืนนี้ฉันจะช่วยพี่หาปลา พี่นั่งเฉยๆนะเดี๋ยวฉันจะช่วยเอง รับรองพี่จะได้ปลาไปเต็มลำเรือเลยละ วันนี้มีพวกปลาถึงฆาตเยอะแยะเชียวละพี่ อิๆ“

       เสียงใสกังวานเอ่ยด้วยเสียงหัวเราะ แววตาหยอกเย้า จากเนินหินที่หญิงสาวผู้นั้นนั่ง ไม่มีร่มไม้ปกคลุม แสงจันทร์จึงสาดสว่างลงบนร่างงาม ทำให้เห็นใบหน้าของสาวรุ่น ที่กำลังคลี่ยิ้ม ซึ่งเธอไม่เหมือนสิ่งที่เรียกว่าผีแม้แต่น้อย และเธอกลับเหมือนสาวน้อยแสนสวยน่ารักอารมณ์ดี และกล้าที่จะตอบโต้กับเขา

       “ ถ้าไม่ใช่ผี แล้วเธอเป็นใคร บ้านอยู่ที่ไหนล่ะ แล้วมานั่งอยู่ตรงนี้ได้ยังไง นาคยังคงรัวคำถามด้วยความสงสัย

       “ ก็คืนนี้เดือนหงาย ฉันก็ขึ้นมานั่งเล่นน่ะสิ และก็มารอพี่ด้วยไงล่ะพี่นาค ”

       “ อ๊ะ เธอรู้จักชื่อฉันด้วยเหรอ ” นาคย้อนถามด้วยสีหน้าแปลกใจ

       “ ทำไมล่ะ สาวๆทั่วคลองหมาหอนนี่ ก็รู้จักพี่ทุกคนไม่ใช่เหรอ โดยเฉพาะสาวที่ชื่อขันทอง ”

         หญิงสาวเอ่ยคล้ายจะเย้า และยังเอ่ยชื่อสาวที่เขาหมายปอง ยิ่งทำให้นาคเกิดความพิศวง ใคร่รู้ว่าเธอเป็นผีหรือคน หรือเป็นอะไรกันแน่ เขาจึงตัดสินใจพายเรือเข้าไปใกล้ ซึ่งทำให้หญิงสาวเลื่อนกายลงไปลอยคออยู่ในน้ำทันที

      “ นี่อย่าหนีนะ แล้วเธอล่ะชื่ออะไร ไหนบอกฉันสิ

       “ ฉันชื่อแสงจันทร์จ้ะ หญิงสาวเอ่ยตอบพร้อมทั้งวักน้ำขึ้นใส่เขาอย่างหยอกเย้า และหัวเราะคิกๆ นาคก้มลงวักน้ำสาดใส่เธอบ้าง

       “ ชื่อแสงจันทร์เหรอนี่ๆๆ อืม!!!ความจริงก็เพราะดีเหมือนกันนะ แล้วบ้านอยู่ไหนล่ะ ฉันจะพายเรือไปส่ง อากาศหนาวออกอย่างนี้ลงไปลอยคอ เดี๋ยวก็เป็นไข้หรอก ขึ้นมาบนเรือดีกว่านะ อ่ะ!ส่งมือมาสิ ถ้าเธอไม่ได้เป็นผี ” ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมทั้งยื่นมือลงไปข้างกราบเรือ เมื่อความกลัวแต่แรกมลายหายไปสิ้น

       “ ให้ฉันไปเที่ยวบ้านพี่ได้มั้ยล่ะจ๊ะ ” เสียงหวานเอ่ยถาม ทำให้นาคคลี่ยิ้มกว้าง ก่อนจะเอ่ยด้วยแววตาพริบพราว อวดความหล่อของตนเองอย่างไม่ได้ตั้งใจ 

       “ ฉันอยู่คนเดียวนะ เธอกล้าไปหรือเปล่าล่ะ ”

       “ พี่ถอดเสื้อส่งมาให้ฉันสิ แล้วก็หันหลัง ฉันจะสวมเสื้อและไปกับพี่ ”

       นาคก็เหมือนชายหนุ่มทั่วไป เขารู้สึกใจเต้นระทึกขึ้นทันที ที่หญิงสาวแสนสวยผู้นี้ เอ่ยปากว่าจะไปด้วย ความสงสัยเคลือบแคลงต่างๆนาๆในสมองหายวับไปทันที เหลือเพียงตัณหาในตัวตนที่ก่อตัว ร้อนเร่าขึ้นมาแทนที่ เขารีบถอดเสื้อเชิ้ตสีขาวมอๆแขนยาว ที่ตนเองสวมอยู่ส่งให้หญิงสาว และหันหลังให้ ครู่เดียวเรือก็ยวบตะแคงจนเหมือนจะล่ม ทำให้นาคตกใจรีบหันมา ก็ปรากฏว่าหญิงสาวขึ้นมานั่ง บนแผ่นกระดานที่ค่อนไปทางหัวเรือ หันหน้ามาทางเขา เรียบร้อยแล้ว

      “ เอ่อ....แน่ใจนะ ว่าจะไปบ้านพี่น่ะ พ่อแม่เธอล่ะไม่ดุเหรอ ” ชายหนุ่มเปลี่ยนสรรพนามตนเอง เอ่ยถามเสียงอ่อน สายตาเขาแลเลยลงต่ำ มองเนียนเนื้อจากเรียวขาที่รอดออกมา จากเสื้อของเขาที่หญิงสาวสวม และกอดอกไว้ สายตาที่โลมเลียมของนาค ทำให้หญิงสาวสะเทิ้น ยิ้มอย่างเก้อเขิน ก่อนจะเอ่ยตอบเบาๆ

       “ แน่ใจสิจ๊ะ เพราะฉันโตเป็นสาวแล้ว ไม่มีใครว่าหรอกจ้ะ ”

       สองหนุ่มสาวที่นั่งประจันหน้ากัน ท่ามกลางแสงจันทร์ฉายในบรรยากาศยามราตรี อากาศรอบกายเย็นฉ่ำ ต่างสบตากันนิ่งๆดังจะให้สายตาสื่อภาษา บอกความพึงพอใจในกันและกัน สายตาคมกล้ากรุ้มกริ่มบอกอารมณ์เสน่หาของชายหนุ่ม ทำให้หญิงสาวสะเทิ้นเมินหน้าหนี

       นาควาดหัวเรือและพายกลับด้วยหัวใจที่พองโต ความหนุ่มฉกรรจ์ก่อเกิดความรัญจวน ต่อหญิงสาวแสนสวยตรงหน้าแทบขาดใจ และไม่อาจหักห้าม ลืมสิ่งที่ตั้งใจจะทำในคืนวันนี้จนหมดสิ้น และแม้จะเป็นการจ้ำฝีพายทวนน้ำ แต่เขากลับมีพลังมหาศาล และที่น่าอัศจรรย์ก็คือ ปลามากมายกระโดดดีดตัวลงมาในลำเรือไม่ขาดสาย

       “ เฮ้...มันขึ้นมาได้ยังไงกันเนี่ย ” เขาร้องออกมาอย่างแปลกใจ

       “ ก็ฉันบอกพี่แล้วไงล่ะ ว่าฉันจะช่วยพี่ พวกปลาถึงฆาตมันจะกระโดด ขึ้นมาเองแหละจ้ะ ” หญิงสาวเอ่ยด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจ

       “ เธอมีคาถาเรียกปลาได้งั้นเหรอแสงจันทร์ ”

       นาคเอ่ยถามอย่างไม่จริงจังนัก เมื่อหญิงสาวยกมือที่กอดอกออก เสื้อที่เปียกน้ำนั้น จึงแนบอยู่บนทรวงอกอิ่ม อวดตุ่มไตและความชูชัน จนเขาแทบลืมหายใจ เมื่อสาวน้อยหยิบพิณเล็กๆในมือมากรีดปลายนิ้วลงเบาๆ ใบหน้าที่ก้มต่ำเห็นแต่เพียงเปลือกตา ที่มีแผงขนตายาวงามงอน และยังเรียวขาที่เปล่าเปลือยนวลเนียนน่าสัมผัส ทำให้ชายหนุ่มดำดิ่งอยู่ในห้วงแห่งตัณหา เมื่อไฟราคะในกายลุกโชน จนรู้สึกได้ว่าลมหายใจที่พ่นออกมาร้อนระอุ เร่งจ้ำฝีพายไปข้างหน้า อย่างไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยแม้อกกว้างเปลือยเปล่าจะพราวด้วยเหงื่อ 

       หญิงสาวไม่ได้ตอบคำถาม ซึ่งผู้ถามก็ไม่ได้สนใจที่จะได้คำตอบ ไม่ได้สนใจมองปลาถึงฆาต ที่กระโดดมาเต็มลำเรือ ไม่ได้ยินเสียงกังวานหวานจากพิณเล็กๆในมือเรียวงาม ด้วยความเป็นชายที่กำลังตื่นตัวขึ้น อย่างที่ตนเองไม่สามารถควบคุมไว้ได้ และยังหัวใจที่ตื่นระทึกจนเหมือน ใครมารัวกลองอยู่ในอก สายตาเขาไม่อาจละจากความงดงามของแสงจันทร์หญิงสาวสวยคนนี้ได้ และแทบจะพายเรือเลยบ้านตนเองด้วยซ้ำ นาค...ชายหนุ่มวัยเบญจเพส ตกอยู่ในภาวะอกใจสับสนอลหม่าน

       ชายหนุ่มพายเรือเข้าเทียบหัวสะพาน กระโดดแผล็วขึ้นไปบนหัวสะพานหน้าบ้าน พันเชือกเรือผูกไว้กับหลัก และรับหญิงสาวขึ้นจากเรือ ร่างงามเซมาปะทะกับอกเปลือย ทำให้เขารีบรวบกายนั้นกอดไว้ กลิ่นกายสาวหอมกรุ่น เร่งไฟในกายให้ลุกโชนจนเกินจะควบคุม มือประคองแก้มนวล จดจูบอย่างหื่นโหย กล้ามเนื้อทุกส่วนบนกายตึงเขม็ง เมื่อตนเองละไล้มือลงบนส่วนที่ยื่นออกมา และกอบกำความเต่งเต็ม นั้นไว้ในอุ้งมือ หัวใจของชายหนุ่มแทบออกมาเต้นอยู่นอกทรวงอก ความต้องการสั่งให้เขาช้อนร่างบางนั้นไว้ในวงแขน สายตาที่ทอดสบกันท่ามกลางแสงสลัว ถ่ายทอดความในหัวใจเกินกว่าจะพรรณนา


              * มาติดตามอีกครึ่งที่เหลือกันนะคะ *

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #2 tookta12 (@tookta12) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 10:04
    วาว เงือกสาวสวย. น่าติดตามค่ะ. แต่ขอดราม่าน้อยๆๆค่ะไรเตอร์555
    #2
    0
  2. #1 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มีนาคม 2559 / 21:26
    ตอนแรกก็เริ่มหลอนเลย
    #1
    0