smile breathe and go slowly - (chanbaek)

ตอนที่ 47 : Lose control

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,845
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 181 ครั้ง
    24 ก.ค. 63

 

Lose control

 

 

Warning ! : DRAMA

 

 

 

คุณมีเรื่องอะไรที่ไม่อยากลืมหรือเปล่าครับ ?

 

อย่างเช่น รักครั้งแรก

 

สอบติดมหาวิทยาลัย

 

ถูกลอตเตอรี่

 

หรือ..ใครบางคนที่สำคัญกับชีวิตจนคุณคิดว่ายังไงซะชาตินี้....ก็จะไม่มีวันลืมเขา

 

 

 

โชคชะตามักชอบเล่นตลก เพราะเขาทำให้ผมลืม...

 

 

 

 

 

 

 

พี่ชานยอลต้องกินยาก่อนอาหารก่อนนะครับ จะได้ทานข้าวผม อ๊ะ

 

ทั้งแก้วน้ำพลาสติกและเม็ดยาสามเม็ดตกกลิ้งไปเกลื่อนห้อง แบคฮยอนมองขากางเกงที่เปียกน้ำของอีกคน ก่อนจะลุกขึ้นเอามือเช็ดให้แต่แล้วก็ถูกปัดออกจนตัวเองเซไปด้านหลัง ล้มทับทางน้ำไหลจนเปียกไปด้วยอีกคน เขาเลยถอยออกมาเพื่อจะเลือกไปหยิบกางเกงมาให้พี่ชานยอลเปลี่ยนก่อนถึงจะมาเช็ดพื้นและเก็บกวาดสิ่งเหล่านั้นทีหลังเพราะรู้ว่าพี่ชานยอลจะไม่สบายตัว

 

อย่าพึ่งลุกนะครับ

 

เออ! กูรู้

 

                ถึงแม้จะรู้ว่าพี่ชานยอลยังเดินไม่ได้ แต่ตลอดเวลาอีกคนก็มักจะไม่ฟังเขาและพยายามจะลุกยืนหรือเดินจนเกือบล้มอยู่หลายครั้ง และก็หลายครั้งที่เขามาเห็นเข้าเสียก่อนเลยช่วยทัน

 

 

ทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นก็ยังทำให้แบคฮยอนยิ้มได้ มันอาจดูเลวร้าย.....แต่เขาไม่ได้คิดแบบนั้น

 

ทุกสิ่งทุกอย่างเขาเต็มใจทำให้พี่ชานยอล ด้วยหัวใจและชีวิต

 

ขอแค่เรายังอยู่ด้วยกันก็ไม่ต้องการอะไรแล้ว

 

 

 

ผ้าขี้ริ้วเปียกชุ่มไปด้วยน้ำ โชคดีที่พี่ชานยอลยังไม่ดื้อ แบคฮยอนวางผ้าขี้ริ้วลงในถังข้างตัวก่อนจะหยิบกางเกงตัวใหม่ที่ไปหยิบมาเพื่อจะเปลี่ยนให้พี่ชานยอล

 

เปลี่ยนกางเกงนะครับ

 

อย่ามายุ่งได้มั้ย

 

“…”

 

รำคาญ!แววตาแข็งกร้าวนั้น ถ้อยคำนี้อีกที่ได้ยินทุกวันเลย

 

ถ้าเขินจะเปลี่ยนเองก็ได้นะครับ ผมจะออกไปรอข้างนอกแล้วจะเอายามาให้ใหม่

 

จะไปไหนก็ไปเถอะไป

 

 

                ภายในบ้านไม้ที่เงียบสงัดตอนนี้ มีเพียงสะอึกสะอื้นของใครบางคนที่กำลังกลั้นมันเอาไว้แน่นพอๆกับมือที่ขยุ้มเสื้อตัวเอง แบคฮยอนนับหนึ่งถึงสิบทุกครั้งเวลาที่เหมือนถูกผลักลงไปในเหว เขาต้องปีนขึ้น ปีนมันขึ้นมาให้ได้อย่างเข้มแข็ง

 

                เขาไม่เคยอยากจะร้องไห้ต่อหน้าอีกฝ่าย แม้จะบอกว่าชินแต่เขา...ก็อดเสียใจไม่ได้อยู่ดี

 

 

 

ทานนะครับจะได้กินข้าว

 

มือเล็กผอมๆยื่นเม็ดยาไปใกล้ปากคนที่ทำหน้าแสนจะรำคาญสุดๆในตอนนี้ กางเกงถูกเปลี่ยนแล้วแต่มันก็ยังไม่ค่อยเรียบร้อย แบคฮยอนคิดว่าเดี๋ยวเขาค่อยจัดการ ถ้าจะถูกตวาดอีกรอบเขาคงต้องยอมเพื่อแลกกับการที่พี่ชานยอลจะยอมกินยา เขายอม... และในที่สุดพี่ชานยอลก็อมมันเข้าไปนั่นคือสิ่งที่ทำให้เขามีความสุขเวลาที่อีกคนอ่อนลง

 

แต่..

 

 

ถุ้ย!”

 

พี่ชานยอลครับ...

 

ออกไป

 

พี่ไม่กินยาก็ได้ แต่พี่ต้องกินข้าวนะครับ คนตัวเล็กพูดรัวเร็วและก้าวถอยหลังไปที่ประตู เมื่อจานข้าวเหมือนกำลังจะถูกปาเข้าใส่

 

บอกให้ออกไป

 

 

 

 

 

น้ำเสียงที่แข็งกระด้างแบบนั้นราวกับไม่ใช่พี่ชานยอลที่เขารู้จัก....ปาร์คชานยอลที่เป็นแฟนของแบคฮยอน คนที่เคยบอกรักเขาด้วยถ้อยคำหวานทุกๆวัน

 

 

ออกไป!

 

 

เพล้ง!

 

 

 

เสียงสิ่งของตกกระแทกพื้นตามหลังทำให้คนที่แบกรับทุกอย่างมายาวนานปล่อยน้ำตาให้มันไหลออกมาทันทีที่ประตูห้องของเราปิดลง แผ่นหลังบางรูดไปตามประตูกระจกที่มีผ้าม่านปิดมิดกั้นเอาไว้

 

หยาดน้ำตาไหลออกมาอย่างยากกักเก็บ กลั้นเสียงสะอื้นเพราะไม่อยากให้คนข้างในได้ยิน มือขาวปัดป่ายไปตามใบหน้าที่เปียกปอนไปด้วยความเสียใจ เขาต้องสู้ พยายามยิ้มออกมาแม้น้ำตาจะเปรอะเปื้อนไปทั่วใบหน้า แบคฮยอนไม่มีเวลามานั่งร้องไห้ฟูมฟายเสียใจ เจ็บได้แต่ก็ต้องรีบหาย

 

สติถูกรวบรวมกลับมาอีกหนเพราะอีกไม่กี่วันเขาเองก็ต้องสอบแล้ว หนังสือยังไม่ได้ถูกอ่านเลยซักนิดแต่ถ้ารีบอ่านได้ก็จะดีมากจะได้มีเวลาเหลือมาดูแลพี่ชานยอลต่อ แล้วต้องทำกับข้าวไว้ให้พี่ชานยอลอีกด้วยไหนจะยาที่ต้องเตรียมเอาไว้ก่อน เพราะเผื่อกลางคืนพี่เขาจะหิว ก่อนกินข้าวต้องกินยาตามที่หมอสั่งรวมถึงยาหลังอาหาร

 

เปิดตู้เย็นที่มีเพียงไข่เหลืออยู่พร้อมกับเนื้อหมูบางส่วน เขาไม่มีเวลาออกไปตลาดเลยเพราะไม่อยากปล่อยให้พี่ชานยอลอยู่คนเดียว คุณแม่พี่ชานยอลก็ทำงานอยู่ที่ต่างจังหวัดแทบจะละตัวออกมาไม่ได้ บางครั้งเธอก็จะมาดูแลลูกชายในเวลาที่เขาติดเรียนหรือมีสอบสำคัญ อย่างเช่นอีกไม่กี่วันที่เธอจะขึ้นมา

 

 

                เวลาเกือบสี่ทุ่ม ไฟในห้องยังคงถูกเปิดเอาไว้กับเสียงของโทรทัศน์ที่ได้ยินเล็ดลอดออกมาบ้าง ก่อนนอนคืนนี้แบคฮยอนว่าจะเอาข้าวต้มเข้าไปไว้ให้

 

ข้าวต้ม..ผมวางไว้ตรงนี้นะครับ แบคฮยอนพูดขึ้นพร้อมหันไปมองอีกฝ่ายที่ปิดโทรทัศน์พร้อมนอนลงไปแล้ว แผ่นหลังกว้างยังคงเป็นสิ่งที่เขาคุยด้วย

 

ก่อนจะมองอยู่ซักพักแล้วหันมาจัดการความสะอาดพื้นที่เศษจานยังคงมีแตกกระจายเหลืออยู่ ไหนจะเศษอาหารกลัวมันจะเหม็นเอา

 

อย่าลืมทานนะครับเผื่อกลางคืนหิว เพราะพี่ยังไม่ได้กินอะไรเลย

 

“…”

 

ฝันดีนะครับ

 

 

เขามีความสุขทุกครั้งที่ได้ทำทุกอย่างให้พี่ชานยอลเหมือนแต่ก่อน กับข้าวแต่ละวันเขาก็ใส่ใจด้วยนะรวมถึงทุกๆอย่าง

 

 

 

 

 

ทำไรครับที่รักของพี่

 

ไม่บอกหรอก แบร่

 

อ่า ข้าวผัดกิมจิ

 

‘...’

 

แต่พี่อยากกิน...โมจิ

 

ไม่มีซักหน่อย

 

นี่ไง....

 

แก้มนิ่มๆถูกกดหอมเสียจนหน้ายู่

 

โอยย อย่ากัดครับบ

 

แล้วเขินทำไมครับ หื้ม

 

 

 

 

 

ผมคิดถึงพี่ ฮึก

 

 

                อีกครั้งกับหน้ากระดาษของหนังสือที่มีร่องรอยของหยดน้ำตา อีกครั้งของเวลากลางคืนที่เผลอปล่อยให้เสียใจ และเป็นอีกครั้งที่เขาต้องพาตัวเองกลับมาให้ได้....

 

 

ที่พี่ชานยอลเป็นแบบนี้มันเป็นเพราะแบคฮยอน เป็นเพราะเขา....เขาทำให้พี่ชานยอลเป็นแบบนี้ จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อปลายปีที่แล้วมีส่วนที่ทำให้ความทรงจำของพี่ชานยอลหายไป ความทรงจำที่ไม่มีเขา พร้อมขาข้างซ้ายที่ยังคงใช้งานไม่ได้อย่างปกติจนเข้าสู่เดือนที่หกแล้ว

 

วันที่เกิดเรื่องเป็นวันที่แบคฮยอนมีสอบไฟนอล แต่ตัวเองดันลืมเอาบัตรนักศึกษามาจากที่บ้านของเขากับพี่ชานยอล เขารีบโทรไปหาอีกฝ่ายหลังจากที่พึ่งมาส่งแล้วกลับไปไม่ถึงสิบห้านาที

 

 

พี่ครับผมลืมบัตรอ่ะ ฮือ ทำไงดีๆๆๆ

 

โอเคพี่จะรีบเอาไปให้ ไม่เป็นไรนะ

 

พี่รีบมานะ ต้องรีบมาเลยเพราะอีกสิบนาทีอาจารย์จะล็อคห้องแล้วอ่า

 

 

 

เพราะเขาที่บอกให้อีกฝ่ายรีบ เพราะเขารถมอเตอร์ไซค์ของพี่ชานยอลที่ขี่มาด้วยความเร็วมันเลยไปชนเข้ากับรถตู้คันใหญ่ และแฉลบไปชนเข้ากับเสาไฟฟ้าทำให้หัวของพี่ชานยอลกระแทกกับเสาไฟข้างถนนอย่างจังแม้จะใส่หมวกกันน็อก ทั้งรถที่ตามมาเกือบเหยียบขาซ้ายไปทั้งขา นับเป็นโชคดีที่รถคันนั้นเบรกทันมันเลยไม่โดนเข้าทั้งหมด

 

แบคฮยอนร้องไห้แทบขาดใจที่รู้แบบนั้น เขาได้เข้าสอบในวันนั้นเพราะอาจารย์เกิดอนุโลม แบคฮยอนตอนนั้นเลยทำได้แค่ส่งข้อความไปบอกแต่เหมือนอีกฝ่ายจะยังไม่ทันได้อ่าน กระทั่งที่ออกมาเปิดโทรศัพท์หลังจากสอบเสร็จ สายที่ไม่ได้รับกว่ายี่สิบสายจากทั้งเบอร์พี่ชานยอลและเบอร์ของแม่พี่ชานยอล รวมถึงเบอร์ที่ไม่คุ้นทำให้เขาตกใจรีบกดโทรออกไปยังเบอร์พี่ชานยอลแต่ปลายสายที่ตอบกลับมาด้วยเสียงสะอื้นกลับเป็นแม่ของอีกฝ่าย และทันทีที่รู้....ตัวเขาเหมือนได้ตายไปแล้ว เพราะหัวใจมันเหมือนได้หายไป

 

 เขาอ้อนวอนทุกสรรพสิ่งในโลกนี้ว่าขออย่าให้พี่ชานยอลเป็นอะไร แม้จะต้องแลกกับชีวิตของเขา เขาก็ยอม

 

แต่คงเป็นบาปกรรมที่ตามทัน ที่ทำให้เมื่อฟื้นขึ้นมาแล้วความทรงจำของพี่ชานยอล...ไม่มีเขาอยู่ในนั้น

 

 

คุณ...เข้ามาทำไม เป็นใคร

 

‘…แบคฮยอนไงครับ

 

ไม่รู้จัก

 

 

 

                อาการของชานยอลได้รับการกระทบกระเทือนทางสมองในส่วนที่ทำให้อารมณ์และความทรงจำเปลี่ยนไปราว 89 % นั่นแปลว่ามีโอกาสหาย แม้จะน้อยแต่เราก็มีความหวัง

 

                อารมณ์ที่เปลี่ยนไปมันไม่ได้ทำให้ทุกอย่างดูเลวร้ายไปซะหมดขนาดนี้ แต่อาจจะเป็นเพราะขาที่ไม่สมบูรณ์และต้องใช้เวลาบวกกับความหงุดหงิดรำคาญใจนั่นอาจจะเป็นผลที่ยิ่งทำให้พี่ชานยอลมีอารมณ์ที่รุนแรงและโมโหร้าย

 

 

 

 

 

อีกไม่ถึงอาทิตย์แบคฮยอนจะสอบไฟนอลของปีสามแล้ว เขาเองก็ยังไม่มีเวลาอ่านหนังสืออยู่ดีเพราะเวลาทั้งหมดก็ใช้ไปกับพี่ชานยอล

 

วันนี้แบคฮยอนเข้าไปอยู่ในห้องกับพี่ชานยอลตอนที่อีกฝ่ายกำลังหลับ ปรับอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศให้เย็นพอดี มีเวลาระหว่างรอนิดหน่อยในการหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน

 

แต่แล้วก็ผล็อยหลับไป

 

 

“...นี่

 

“...”

 

เห้ย!”

 

 

แบคฮยอนสะดุ้งสุดตัวเมื่อรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่กระทบกับหัว อ่า เป็นหมอนนี่เอง

 

 

ขอโทษทีครับ เผลอหลับ อ... เอาอะไรมั้ยครับ

 

เหนียวตัว จะปรับแอร์ทำไมมันร้อน

 

งั้นเดี๋ยวผมพาไปอาบน้ำนะ

 

อืม

 

 

...ดีใจจัง วันนี้ดูพี่ชานยอลจะอารมณ์ดีนะขอให้เป็นแบบนี้ทั้งวันไปเลย

 

 

โชคดีที่แบคฮยอนตื่นเช้า เขารีบทำกับข้าวไว้แล้วก็เข้ามาอยู่กับคนที่คิดว่าน่าจะตื่นเช้าเหมือนกัน และก็ตื่นเช้าจริงๆด้วย เขาช่วยจับให้อีกฝ่ายลุกขึ้นมานั่งพิงกับหัวเตียงกับมือที่หยิบรีโมทขึ้นมาเปิดโทรทัศน์ดู.. อ่า นั่งดูโปเกม่อนด้วย

 

จะทานอะไรก่อนมั้ยครับ

 

“...”

 

วันนี้ทำซุปกิมจิ มีผลไม

 

หนวกหู

 

แบคฮยอนก็เลยเงียบ เขาค่อยๆเก็บสิ่งของต่างๆที่ตกอยู่รอบเตียง แล้วเปลี่ยนไปหาเสื้อผ้าออกมาเตรียมไว้ต่อเพราะเดี๋ยวจะพาอีกฝ่ายไปอาบน้ำ

 

งั้นไปอาบน้ำกันเลยนะครับ

 

อีกฝ่ายว่าง่ายเวลาที่จะต้องอาบน้ำแต่ก็บางครั้งอ่ะนะ ที่จริงก็พึ่งจะยอมอาบช่วงไม่ถึงเดือนหลังนี้เอง อาจจะเพราะรำคาญเขาและตัวเองก็เดินไม่สะดวกทำให้พี่ชานยอลจะโมโหทุกครั้งเวลาที่เขาจะพาลุกขึ้นเดิน เลยต้องเช็ดตัวแทน แต่เขาก็ตามใจพี่ชานยอลอยู่แล้วเพราะบางทีเขาก็ไม่ยอมจะลุกไปไหนเลย

 

หมอแนะนำให้พากันเดินบ่อยๆแต่ก็ยากกับพี่ชานยอล เพราะฉะนั้นเวลาที่อีกฝ่ายยอมเข้าไปอาบน้ำเขาจะดีใจมากๆเลย

 

แบคฮยอนได้แต่ภาวนา ขอให้พี่ชานยอลกลับมาเดินได้อย่างแข็งแรงเร็วๆ

 

 

ค่อยๆเดินนะครับแม้จะตัวเล็กกว่า แต่การพยุงอีกฝ่ายก็ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับแบคฮยอนเลย

 

 

 

ในห้องน้ำมีเก้าอี้ตั้งเอาไว้อยู่หนึ่งตัว เขาพยุงอีกฝ่ายให้นั่งลง ค่อยๆก้มลงไปเลิกเสื้อนอนสีขาวขึ้นถอดออกให้ แต่ไม่ทันสังเกตหรอกว่ามีใครแอบมองตามเพราะเวลาที่ก้มลงนั้นเสื้อที่มันคอกว้าง...ขนาดที่ทำให้มองเห็นจุกสีสวยตัดกับผิวขาวสว่าง

 

เหมือนแบคฮยอนจะรู้ตัว เขาเลยดึงมันขึ้น แต่ปฏิกิริยาบางอย่างของอีกฝ่ายทำให้เขารู้สึกไปไม่ถูก

 

 

ทำไม สายตาคมนั้นจ้องมองกัน มันช่างว่างเปล่า

 

...เปล่าครับ

 

อาบน้ำห่าอะไรไม่ถอดกางเกงเขาค่อยๆเดินไปหยิบฝักบัวมา แต่ก็โดนดุซะก่อนน้ำเสียงนั้นกำลังหงุดหงิดอีกแล้ว

 

ขอโทษครับ ...เดี๋ยวผมถอดให้

 

ผมรู้ว่าเป็นธรรมดาของผู้ชายที่ส่วนใต้ร่มผ้านั้นจะมีปฏิกิริยาขึ้นมา ผมพยายามใจดีสู้กับสิ่งตรงหน้า แต่มัน... มือหนาเฉยคางเขาขึ้น แค่วินาทีเดียวที่แววตานั้นเปลี่ยนไป เปลี่ยนไปเป็นเหมือนคนที่เขารู้จัก

 

 

เคยมั้ย

 

“...”

 

น่าจะเคยทำกันอยู่

 

 

อมให้หน่อย

 

 

อีกฝ่ายหยักไหล่เหมือนคอยดูว่าเขาจะทำยังไงต่อไป

 

แม้คนตรงหน้าจะคือคนที่เคยร่วมสัมพันธ์กันหลายต่อหลายครั้ง แต่กับคำพูดแบบนี้ก็เหมือนไม่ใช่เขาอยู่ดี ....

 

 

...ผม

 

ถ้าไม่ก็ออกไปซะ จะได้ทำเอง 

 

ผมจะทำ!” อีกฝ่ายแค่มองมานิ่งๆเมื่อแบคฮยอนนั่งลงตรงหว่างขา

 

ปกติพี่ชานยอลจะไม่ชอบให้เขาออรัลให้ เขาเองก็เคยอยากลองทำให้หลายหนเพราะอยากให้อีกฝ่ายได้รับความสุขบ้างระหว่างมีเซ็กส์ แต่พี่ชานยอลก็จะชอบบอกว่าไม่เป็นไรแค่นี้ก็มีความสุขแล้ว แตกต่างจากตอนนี้

 

เขาไม่รู้ว่าปล่อยให้น้ำตาไหลทั้งที่ปากกำลังอมไอ้นั่นอยู่เต็มลำ รูดขึ้นลงไปตามขนาดความยาวกับสัมผัสหนักๆที่หัว และถูกดันเข้าออกจนแทบสำลัก

 

ถ้าเขามีความสุข... ผมยอมทุกอย่าง

 

และเขาไม่ได้หลั่งในปากผม แต่เอามันออกมารินรดลงบนใบหน้าผมแทน

 

 

อ๊า!”

 

 

 

แบคฮยอนแค่ทำตัวปกติ เมื่อสิ่งนั้นอ่อนยวบเป็นเหมือนเดิม เขาหยิบทิชชู่มาแล้วเช็ดมันออก ไร้เสียงสนทนาต่อ ก่อนที่สายน้ำจะเริ่มไหลราดลงบนลำตัวแกร่ง

 

 

มึงไม่เบื่อหรือไง

 

...ไม่ว่าเรื่องอะไร ผมไม่เคยเบื่อเลยครับแบคฮยอนยิ้มให้อีกฝ่าย ไม่ได้ตอบเพื่อเอาใจแต่เขาคิดแบบนั้นจริงๆ

 

การที่เรารักใคร รักในแบบที่ทุ่มเททั้งชีวิตให้เขาได้ สำหรับแบคฮยอนความรักที่มีต่อพี่ชานยอลเขาเชื่อว่ามันคือรักแท้ เราจะช่วยกันฟื้นความทรงจำที่มีกันขึ้นมาให้ได้ กับการที่ยังมีเขาอยู่ด้วยกันตรงนี้อย่างไม่ยอมแพ้ ผลลัพธ์ในอนาคตมันคงต้องสวยงามอยู่แล้ว

 

ถ้ากูไม่มีวันจำมึงได้ล่ะเขาชะงักไป

 

“... ผมก็ยังอยู่ตรงนี้ข้างๆพี่ครับ

 

 

แต่กลับได้ยินเสียงหัวเราะมาจากอีกฝ่าย เขาไม่ได้พูดอะไรแค่อาบน้ำให้ต่อไปเงียบๆ เพราะกลัวจะโดนดุอีก กระทั่งเสร็จเรียบร้อยแบคฮยอนก้มลงเช็ดทุกส่วนให้ ช่วยหยิบจับให้ใส่เสื้อผ้าจนเสร็จสรรพแต่อีกฝ่ายก็เริ่มพูดขึ้นมาอีกหน

 

 

กูไม่ได้ต้องการอะไรจากมึงเลย ถ้าอยากจะไปวันไหนก็ไปเถอะ

 

 

 

 

กี่ครั้งแล้ว ที่พูดไล่กันอย่างนี้

 

 

 

 

เดี๋ยวผมเอากับข้าวเข้ามาให้นะครับ

 

 

ชานยอลมองคนที่เดินออกไป ทั้งตัวเปียกชุ่มไปด้วยน้ำ แม้กระทั่งตอนเดินเอาข้าวมาให้ก็ยังใส่เสื้อผ้าที่เปียกอยู่แบบเดิม ดูแลคนอารมณ์บ้าๆแบบนี้ยังจะฝืนทำไปทำไม

 

 

จะทนอยู่อีกทำไมวะ

 

 

 

 

 

 

 

/

 

 

 

 

 

 

 

ว่าไงจงแด

 

(เป็นไงบ้าง)

 

สบายดีๆ เรากำลังจะอ่านหนังสือเลยเนี่ย

 

(มีอะไรให้เราช่วยบอกนะแบค เดี๋ยวติวให้)

 

โอเคจงแดติวให้หน่อยนะ แปบนึง

 

(อ่านถึงไหนแล้วล่ะ จะไปได้เปิดหนังสือถูก)

 

เอ่อ..ยัง...ยังไม่เริ่มอ่านเลย

 

(เห้ย สอบพรุ่งนี้แล้วนะ)

 

“...”

 

(เห้อ ยังไงก็โทรมานะ)

 

โอเค เดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมงนะ แค่นี้ก่อนนะๆ

 

 

พอวางสายจากจงแดแบคฮยอนก็รีบเข้าไปในห้องเพราะอีกฝ่ายตะโกนเรียก หรือตัวเองจะเผลอคุยเสียงดังเกินไป

 

 

ว่าไงครับ

 

หึ คุยกับผู้ชายเสียงดังหัวเราะดูมีความสุข กับกูกลัวนักหรือไง

 

ผมคุยกับเพื่อนครับ ชื่อจง....

 

“…ออกไป

 

แต่..คือ

 

เขาไม่อยากให้พี่ชานยอลเข้าใจผิด ทั้งที่วันนี้มันดีอยู่แล้วแท้ๆ ... ทำตัวเองจริงๆเลยนะแบคฮยอน

 

พี่ครับพรุ่งนี้ผมมีสอบ แม่พี่จะมาช่วยดูก่อนนะครับแล้วเด...

 

กูบอกให้ออกไป

 

 

พูดคำเดียวไม่เข้าใจหรือไงวะ!”

 

 

มึงเป็นใครกูยังจำไม่ได้เลย จะมาจมปลักอยู่กับกูทำไม

 

 

                นานเท่าไหร่แล้ว ทำไมไม่ไปซักที

 

 

ไปซะ

 

 

จะไปที่ไหนก็ไป!

 

 

แบคฮยอนยังยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น มันวูบโหวงไปทั้งตัว เขายิ้มทั้งที่น้ำตาไหลออกมาและเขาก็อยากจะบอกกลับไปเป็นรอบที่ร้อยที่ยังยืนคำเดิม

 

 

“...ผมจะไม่ไปไหนทั้งนั้นครับ

 

 

 

 

 

                กว่าเกือบเที่ยงคืนที่แบคฮยอนพึ่งทำทุกอย่างเสร็จ กว่าจะรวบรวมความกล้าโทรหาจงแดหลังจากร้องไห้อย่างหนัก เขาเองก็ไม่อยากให้เพื่อนรู้ ไม่อยากให้มันมาเป็นกังวลที่ว่าตัวเอง...เสียใจอีกแล้ว

 

ผมไม่รู้ว่าทำไมพี่ชานยอลต้องโกรธขนาดนั้น แต่ผมไม่เคยคิดอะไรกับจงแดเลย มันเป็นเพื่อนสนิทที่พี่ชานยอลเองก็เคยรู้จักดี

 

 

“ฮัลโหล มาแล้ว”

 

(ต้องคุยเสียงเบาขนาดนี้เลยใช่มั้ย)

 

“อื้ม ... เริ่มกันเถอะ”

 

 

เขาลากผ้าผืนบางที่เคยปูนอนหน้าห้องนอนพี่ชานยอลออกห่างไปจากเดิมนิดหน่อยเพราะกลัวตอนคุยกับจงแดจะทำให้พี่ชานยอลนอนไม่หลับและรำคาญอีก ตลอดสองชั่วโมงเขากับจงแดก็ช่วยกันติวช่วยกันลองทำโจทย์จนล่วงเลยไปเกือบตีสอง

 

แล้วเลขข้อนี้ตอบ A ใช่ป่ะ

 

(ใช่ เก่งมากกก)

 

แน่นอน ไงล่ะวันไนท์มิราเคิล

 

(ฮ่าๆ นี่...ไปนอนเถอะนะ พรุ่งนี้เจอกัน)

 

“โอเคคค”

 

ขอโทษนะจงแดที่ให้อยู่ติวซะดึกเลย ฝันดีนะ

 

(อื้ม ฝันดีรีบนอนล่ะ)

 

 

                ปลายสายที่รู้ทุกอย่างได้แต่ถอนหายใจ จงแดสงสารแบคฮยอนเพราะเพื่อนของเขามันชอบโทษตัวเอง มันโทษตัวเองอย่างเดียวที่ทำให้แฟนรุ่นพี่เป็นแบบนั้น จากคนที่เคยร่าเริงกลายเป็นเศร้าซึม อีกทั้งยังผอมแห้งจนแทบเหลือแต่กระดูกตั้งแต่เหตุการณ์นั้น เขาแทบไม่เคยเห็นมันหัวเราะได้อย่างเต็มที่เสียที

 

เขาพยายามบอกแบคฮยอนหลายครั้งแต่ตัวเองก็เป็นแค่เพื่อนพูดมากไปก็คงไม่ดี เรื่องที่พี่ชานยอลคนนั้นเขามีนิสัยเปลี่ยนไปยังไง เพราะสมองกระทบกระเทือน ตัวเองกลัวว่ามันจะโดนทำร้ายเพราะคนที่อยู่กับมันเหมือนไม่ใช่เขาคนเดิม

 

                แบคฮยอนมักจะยิ้มตอบกลับมาเสมอว่าตัวเองโอเค เพราะว่ารักมากขนาดไหน แต่กับเนื้อตัวที่มีรอยเขียวช้ำจากการกระแทกกับอะไรหลายอย่าง ไหนจะร่างกายที่ผอมแห้งมันทำให้จงแดถามไถ่ตลอดจนแบคฮยอนเริ่มพูดออกมาว่าตัวเองเจออะไรมาบ้าง

 

                แต่แบคฮยอนมันก็ยืนยันว่าพี่ชานยอลคนนั้นไม่เคยทำร้ายร่างกายมัน ในฐานะเพื่อนก็คงมีไม่กี่อย่างที่เขาพอจะช่วยได้

 

 

 

 

 

 

                เช้าวันสอบแบคฮยอนรีบตื่นขึ้นมาจัดแจงของทุกอย่างให้เรียบร้อย แล้วก็รอเจอแม่พี่ชานยอล แต่เธอก็โทรมาหาเขาทั้งยังบอกว่าให้เขารีบไปสอบก่อนเพราะอีกสิบนาทีกว่าเธอจะมาถึง พี่ชานยอลเองก็คงยังไม่ตื่น ตอนแรกแบคฮยอนไม่อยากทำอย่างนั้น เขาไม่อยากทิ้งให้พี่ชานยอลอยู่คนเดียวเลยแต่ว่าจะทำยังไงได้

 

                สอบครั้งนี้ก็สำคัญ ร่างเล็กนั้นชะโงกมองผ่านประตูก็ยังเห็นว่าอีกคนยังคงหลับอยู่ ถ้าแม่พี่ชานยอลบอกว่าอีกสิบนาทีใกล้จะมาถึงคงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง แบคฮยอนโทรไปบอกเธออีกครั้งก่อนจะรีบวิ่งออกมา

 

 

 

 

 

แบคฮยอน! ทางนี้จงแดมองเห็นแบคฮยอนที่วิ่งเข้ามาก่อนจะกวักมือเรียก สองมือของเขาถือไส้กรอกไว้อยู่

 

กินไรยัง เอาไป

 

ขอบใจนะ

 

เออกินเลย กินเยอะๆๆ

 

                เขามองสภาพแบคฮยอน มันแย่กว่าเดิมอีก นี่แค่อาทิตย์เดียวที่ไม่ได้เจอกันเพราะต้องอ่านหนังสือสอบ มันผอมได้ขนาดนี้เลย

 

แล้ว...ใครดูเขาล่ะ

 

คุณแม่ๆ มาถึงแล้วแหละสีหน้ามันดูสบายใจ เขาก็ดีใจ

 

ป่ะ ทวนกันอีกนิดนึงเถอะเหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมง สอบเสร็จเราก็จะสบายแล้ว

 

อื้ม! ป่ะ

 

เราสองคนเดินจับมือกันไป แต่ทว่าจงแดรู้สึกว่าแขนมันอุ่นๆ ก่อนจะหยุดแล้วเอามืออังหน้าผากเพื่อนสนิท

 

“มึงป่วยเหรอ”

 

“อื้อ แต่กินยามาแล้ว”

 

“จะไหวมั้ยวะ”

 

“ไหวดิ สู้!” ยังมีหน้ามายิ้มอีก

 

“งั้นสอบเสร็จไปหาหมอกันนะ เพราะยังไงแม่พี่ชานยอลก็อยู่มึงไม่ต้องรีบก็ได้ ไปรักษาตัวก่อน”

 

“ค้าบบบเพื่อน”

 

 

 

 

 

 

 

 

เสมือนเดจาวูอีกหน

 

 

 

 

 

 

 

                ความเงียบที่มีเหมือนดั่งทุกวัน แต่ไม่รู้ทำไมชานยอลถึงนึกไม่ออกว่าวันนี้มันเหมือนขาดอะไรไป ปกติที่จะมีเสียงดังของกระทะ เสียงของอุปกรณ์ที่กระทบกัน เสียงคนคุยโทรศัพท์ หรือเสียงเอี๊ยดอ๊าดของไม้เวลาที่คนเดิน...แต่วันนี้กลับไม่ได้ยินอะไรเลย

 

                ร่างกายสูงใหญ่พลิกตัวหันไปมองทางประตู ปกติคนๆนั้นจะต้องเข้ามายุ่มย่ามในเวลาแบบนี้แต่ตอนนี้กลับหายหัวไปไหน

 

อยู่ไหน เอ่ยออกไปด้วยเสียงราบเรียบปกติ

 

 

                แต่ไร้การตอบสนอง

 

 

อยู่ไหนวะ!”

 

                เขากำลังนึกไปถึงเมื่อคืนที่อีกฝ่ายบอกไว้ว่า...

 

โอ๊ย... ชิทแม่ง

 

 

อ๊าก

 

 

ช..ช่วย! ด้วย!”

 

                เพราะการพยายามนึกยิ่งทำให้ปาร์คชานยอลปวดหัวเหมือนมันจะระเบิด เขาพยายามลุกขึ้นยืนเพื่อหาความช่วยเหลือ ก่อนจะล้มลงเพราะขาที่ไม่แข็งแรง เสียงดังโครมเมื่อทั้งตัวล้มลงกระทบกับพื้นไม้อย่างแรง

               

 

                ผมร้องโอดโอยกับอาการปวดหัวอย่างหนัก ง้อตัวด้วยความทรมาน ในหัวยังเอาแต่คิด

 

                ....หายไปไหนทำไมถึงไม่มาดูดำดูดี

 

 

 

กูบอกให้ออกไป

 

 

พูดคำเดียวไม่เข้าใจหรือไงวะ!’

 

 

‘จะไปไหนก็ไป!’

 

 

 

 

ช่วยที ช....

 

 

                น้ำเสียงอ่อนแรงกับสติที่ดับสูญไป...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เป็นอีกครั้ง ที่พอสอบเสร็จสิ่งแรกที่แบคฮยอนทำคือการรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปลี่ยนโหมดกลับมาเป็นปกติจากที่เปิดโหมดเครื่องบินไว้ไม่ให้รบกวนเอาไว้

 

และข้อความกับสายที่ไม่ได้รับที่เด้งขึ้นมา เป็นสิ่งที่เขาไม่ชอบเอาเสียเลย และยิ่งสายนั้นเป็นสายของแม่พี่ชานยอล

 

จะขาดใจอีกหน....

 

แบคฮยอนเดินผละออกมาจากจงแด บอกมันว่าแม่พี่ชานยอลโทรมา มันเองก็เป็นห่วงเขาก็เลยบอกไป...บางทีอาจจะไม่มีอะไรก็ได้ ท่านคงอาจจะโทรมาถามว่าเขาจะกลับเมื่อไหร่

 

ใช่ ต้องเป็นแบบนั้น

 

 

ครับ แม่ ผมสอบเสร็จแล้วกำลังจะก

 

(ฮึก...ชาน..ยอลอยู่โรงพยาบาลนะลูก ฮือ)

 

 

แบค! ไอ้แบค

 

แรงเขย่าจากเพื่อนสนิทไม่ได้ทำให้แบคฮยอนรู้สึกตัวได้เลย มือถือราคาถูกหล่นลงกระแทกพื้น หยาดน้ำตามากมายหลั่งไหลออกมาอย่างไม่ได้นัดหมาย จงแดที่อยู่ด้วยจับตัวแบคฮยอนที่สั่นเทาเอาไว้ ตอนนี้แบคฮยอนเองก็ไม่สบาย ตัวก็ร้อนมาก

 

 

 

พี่ชานยอล!!” 

 

แบคฮยอนรีบวิ่งออกมาจากมหาวิทยาลัย โดยไม่สนใครหน้าไหนทั้งนั้น พี่ชานยอลล้มอีกแล้ว และหัวฟาดอีกครั้งมันมีสิทธิที่จะไปกระทบกับสมองแน่ๆ 

 

สองมือปัดป่ายน้ำตาที่ไหลออก เขาต้องวิ่ง ต้องวิ่งไปให้เร็วที่สุดเท่านั้น

 

....แม้จะตายก็ไม่อยากจะหยุดเลย

 

 

 

 

แม่ครับ!”

 

แบคฮยอน!” เธอสวมกอดเขา

 

แม่ผิดเอง แม่ผิด... ที่แม่ไปช้าฮือ

 

เธอสวมกอดคนรักของลูกชายกับความรู้สึกผิดที่ประดังประเดเข้ามาให้รู้สึก ภาพลูกชายที่นอนสลบอยู่กับพื้น ทำให้ใจคนเป็นแม่สิ้นสลาย ปาร์คชานยอลตอนนั้นไม่รู้สึกตัวเลยซักนิด กระทั่งมาถึงโรงพยาบาลจนตอนนี้

 

มัน..เกิดอะไรขึ้นครับถามออกไปด้วยน้ำตานองหน้า เธอเล่าทุกอย่างให้แบคฮยอนฟัง โดยที่เธอก็สังเกตว่าแบคฮยอนทั้งหน้าซีดเซียวและเหงื่อโทรมกาย

 

หนูไม่สบายนี่ลูก โธ่ลูกเอ้ย

 

ครับคุณน้า มันป่วยจงแดมองหน้าเพื่อนตัวเอง ที่กว่าเขาจะตามมาทัน

 

ผม ขอลุกไป

 

แบคฮยอน!”

 

 

                สติที่ดับวูบไป ผมพยายามฝืนตัวเองแล้ว

 

ผมเป็นห่วงพี่ แต่ผมเหนื่อยเหลือเกิน พี่ชานยอล..ขอให้ปลอดภัยนะครับ

 

 

ผม...รักพี่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ติ๊ด ติ๊ด 

 

 

เสียงเครื่องช่วยหายใจดังเป็นระยะพอๆกับการลืมตาขึ้นมาของใครบางคน ฝ้าเพดานสีขาวกับกลิ่นที่ตัวเองรู้สึกไม่ชอบมันเอาเสียเลย ที่หัว....เจ็บอีกแล้ว

 

 

‘ข่าวดีนะครับ ทุกอย่างปลอดภัยแล้วนะครับคุณแม่’

 

 

‘ความจำของเขากลับมาแล้วนะครับ ถ้าหากเขาฟื้นคุณแม่รีบแจ้งหมอเลยนะครับ’

 

 

 

 

ตามหมอให้หน่อยค่ะ ลูกชายดิฉันฟื้นแล้วค่ะ!” 

 

 

ชานยอล! ชานยอลลูก...”

 

 

สองมือที่ไขว่คว้ากุมมือลูกชายไว้แน่น แกบีบมือกลับมาเป็นคำตอบ สายตาของลูกกวาดมองไปทั่วห้อง

 

 

..แบน้ำเสียงแหบพร่าเอาแต่ถามหาคนรักไม่ขาดปาก แม้จะยังพูดไม่ถนัดเพราะเครื่องช่วยหายใจ แต่เธอก็รู้เลยในทันทีคนที่อยู่ในความทรงจำเสมอ..

 

แบคฮยอนเหรอลูกหยาดน้ำตาของเธอไหลหยดลงมา เมื่อลูกชายพยักหน้าว่าเขาพูดถูก

 

 

ความจำของเขากลับมาแล้วจริงๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สองวันผ่านไป

 

 

แบคฮยอนแอดมิทในสถานะที่ป่วยหนักมีไข้ขึ้นสูงเกือบสี่สิบ มีอาการวูบจนหมดสติและทันทีที่ลืมตาขึ้นมาแบคฮยอนก็ยังคงเป็นแบคฮยอน

 

 

พี่ชานยอล!” พรวดพราดจะลุกขึ้นโดยที่มันไม่เคยคิดถึงตัวเองก่อนเลยด้วยซ้ำ

 

มึงพักก่อนเถอะ ไข้ยังไม่ลดเลย แล้วก็ฟังกู...” จงแดต้องจับให้อีกฝ่ายนอนลงเหมือนเดิม

 

พี่ชานยอลออกจากไอซียูแล้ว แล้วเขา...ก็รู้สึกตัวแล้ว

 

...จริงเหรอถามออกไปด้วยน้ำตาที่เอ่อคลอไปทั้งดวงตา

 

อืม

 

กูอยากไปหาเขา ไกลๆ...ได้มั้ยจงแด

 

มึงนี่เนอะ เดี๋ยวถามแม่เขาให้นะ

 

 

 

แค่ไกลๆ ไม่ให้ไข้ของเขาไปติดก็ยังดี แบคฮยอนอยากเห็นด้วยสองตาของตัวเองว่าอีกฝ่ายเป็นปกติดี ....ขอแค่นั้น

 

 

ขอแค่ให้เห็นว่าเขาปลอดภัย

 

 

 

 

 

 

จงแดเป็นคนออกมาคุยกับแม่ของชานยอล เธอรับรู้จุดประสงค์ดีว่าแบคฮยอนอยากเจอลูกชายของเธอขนาดไหน แต่เธอก็มีสิ่งหนึ่งที่ต้องทำมันเหมือนกัน..แม้มันจะยากและลำบากใจมากแค่ไหนก็ตาม

 

 

ส่วนของสวนย่อมบนชั้นสิบสามของโรงพยาบาล แม่ของชานยอลเข็นรถเข็นพาแบคฮยอนขึ้นมาบนนี้ตามที่ท่านบอกว่ามีเรื่องอยากจะคุยด้วย

 

 

ไม่รู้สิ...ว่าทำไมเขาถึงรู้สึกกลัว

 

 

แบคฮยอนลูก..เป็นยังไงบ้าง

 

ยังรู้สึกเพลียๆครับ

 

“…แม่มีเรื่องอยากคุยกับหนูน่ะลูก

 

ครับ

 

แล้วก็ชานยอลฟื้นแล้วนะลูก อาการโดยรวมก็ทรงตัวดี .. เธอเดินอ้อมมาตรงหน้าผม ลูบหัวอย่างอ่อนโยนแบบที่เขาได้รับมันบ่อยๆ

 

“…”

 

แบคฮยอน

 

..แม่อยากจะพาชานยอลกลับไปดูแลด้วยกัน แกขอไว้น่ะลูก ใจแบคฮยอนชาวาบ พี่ชานยอลไม่ต้องการเขาแล้วจริงๆใช่มั้ย

 

แม่คิดว่า เขาคงไม่อยากรบกวนหนู อีกอย่างหนูไม่ได้เป็นอันทำอะไรเลย หนูต้องมาเลี้ยงลูกแม่ทั้งๆที่แม่ควรดูแลเขาบ้างหยดน้ำตาของเธอไหลออกมา

 

“...ผมผิด

 

เธอส่ายหน้า

 

 

มันผ่านไปแล้วลูก ... แม่เห็นหนูวันนี้ แม่เสียใจ สิ่งที่เกิดขึ้นกับหนูมันแย่กับหนูมากมั้ยลูกแบคฮยอนเบะปากร้องไห้ออกมา ไม่ใช่ร้องไห้กับการกระทำที่เคยได้รับ เขาร้องไห้เพราะเสียใจที่นี่คือการปฏิเสธเขาทางอ้อม ทำเหมือนว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีก

 

ขอแม่ดูแลพี่เขาก่อนได้มั้ยลูก แม่อยากให้หนูพักผ่อน ได้กลับไปใช้ชีวิต...”

 

ชีวิตผม มีแค่พี่ชานยอลแบคฮยอนสะอื้นร่ำไห้ตัวโยน

 

แม่สงสารหนูเธอเองก็ร้องไห้ไม่ต่างกันแม่ถึงอยากให้หนูมีชีวิตที่ดีกว่านี้ ลูกชายแม่ทำร้ายจิตใจหนูมามาก

 

..ผมรักพี่ชานยอล

 

แม่รู้ ให้เวลาเขาสักพักได้มั้ยลูกแม่จะดูแลจนกว่าเขาจะหายดี ถึงวันนั้นแม่สัญญาแม่จะพาเขาคนนั้นกลับมา

 

“...”

 

แต่หากวันใดที่ลูกเจอคนที่ดีกว่าแล้ว แม่และเขาจะยินดีด้วยมากๆอย่าหาว่าผลักไสกันเลยนะลูก

 

แบคฮยอนเอาแต่ร้องไห้ เมื่อถึงเวลานี้เขาไม่เป็นที่ต้องการแล้ว การถูกให้เดินออกมาจากชีวิตแบบที่พี่ชานยอลต้องการมาเสมอ พี่จะดีใจใช่มั้ย

 

 

ผม...ขอเจอพี่เขาได้มั้ยครับ

 

 

 

 

 

 

เสียงความเงียบภายในห้องผู้ป่วยของปาร์คชานยอล เป็นอีกครั้งที่แบคฮยอนพารถเข็นเข้ามาด้วยใจที่แสนเศร้า แผ่นหลังกว้างเป็นสิ่งแรกที่เขาเห็นเหมือนทุกครั้งที่มักจะโดนหันหลังให้...

 

ที่หัวของพี่เขามีผ้าพันเอาไว้....เจ็บอีกแล้ว เพราะเขาอีกแล้ว

 

 

แบคฮยอนปาดน้ำตาออกอย่างรวดเร็ว พี่ชานยอลเกลียดคนร้องไห้อ่อนแอและเขาจะไม่ร้องไห้ต่อหน้าอีกฝ่าย... แต่ทำไม่ได้เลย หากแต่กลัวเสียงสะอื้นจะเล็ดลอด สองมือที่เอาขึ้นมาปิดกุมปากที่ร้องไห้ออกมาปานจะขาดใจกับสิ่งที่ตัวตัดสินใจไปแล้ว

 

... ว่าเลือกจะปล่อยไป

 

 

หากครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้เข้ามาพูดบอก

 

 

 

..ผม รัก ..พี่ ฮึก

 

 

 

รีบเอามือมาปิดปากอีกครั้ง แม้แต่จะเข้าไปสัมผัสยังไม่กล้าจะทำเพราะกลัวไข้จะไปติดอีกฝ่าย

 

 

ต่อให้พี่ไม่อยากจะเจอผมแล้ว แต่ยังไงผมก็ยังรักพี่เหมือนเดิม ไม่ว่าพี่จะเป็นแบบไหน .. ผมก็รักพี่ ฮือ

 

ผมขอโทษ ท..ที่ไม่ได้ดูแลพี่

 

 

แบคฮยอนร้องไห้จนตัวโยน คนเป็นแม่ที่รู้และเห็นทุกอย่างเข้ามากอดปลอบคนรักของลูกชาย เธอคิดว่าทั้งเขาและชานยอลเลือกทำถูกแล้ว การเลือกปล่อยให้แบคฮยอนไป ... เราทำถูกแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

/

 

 

 

 

 

 

 

 

สามวันต่อมา

 

 

ขยับไหวมั้ยลูก

 

ได้อยู่ครับแม่

 

ข้าวต้มนะลูกชายพยักหน้า หน้าบวมๆนั้นเพราะนอนเสียเยอะ แล้วก็...

 

กินหน่อยนะ จะได้มีแรงเสียใจจนไม่ยอมกินอะไร ไหนจะอาการเหม่อลอย เอาแต่มองออกไปข้างนอกหน้าต่าง

 

ปาร์คชานยอลต้องได้เข้ารับการบำบัดหลายอย่างทั้งร่างกายภายนอก และสุขภาพจิต

 

 

น้องออกจากโรงพยาบาลแล้วนะเมื่อคืน เพื่อนเขามารับ

 

“...”

 

น้องอยากเข้ามาหาลูกอีก แต่เขาก็กลัวจะเอาไข้ที่เหมือนจะยังไม่หายดีมาติดชานยอลก้มหน้ามองพื้นเตียง กล้ำกลืนความรู้สึกผิดและความเสียใจเอาไว้

 

ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรนะลูกไหล่ที่สั่น ความอัดอั้นทั้งหมดถูกระบายออกมาเป็นน้ำตาของคนทั้งสอง

 

ผม..ผมทำถูกแล้ว

 

ปาร์คชานยอลโผเข้ากอดร่างกายของมารดา ที่ร้องไห้ไม่ต่างจากเขา

 

 

 

 

หลังจากที่ฟื้นขึ้นมาตั้งแต่ตอนแรก หมอเข้ามาพูดคุยถามไถ่อาการเพื่อวินิจฉัยส่วนของความจำต่างๆ และผลสรุป.. ทุกอย่างกลับมาปกติเกือบสมบูรณ์แต่ก็มีจุดหนึ่งที่ต้องเฝ้าดูอาการอยู่  และอาการของขาที่ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ยังต้องกายบำบัดต่อไปอีกสามถึงสี่เดือน

 

 

 

 

 

 

 

ในวันนั้นที่ความทรงจำผมกลับมา ผมจำได้แล้ว เขา...ที่เป็นอีกคนที่ผมอยากเจอมากที่สุด

 

 

 

แล้วแบคฮยอนล่ะครับ เขาต้องดีใจแน่ๆ ใช่มั้ยแม่

 

ผมพูดออกไปด้วยความดีใจ ถ้าเห็นเขาก็อยากจะจับเข้ามากอดแน่นๆ

 

 

ผมลืมเขานานเท่าไหร่เหรอครับ

 

‘...หกเดือนลูก แม่ทำหน้านิ่ง

 

เขาเป็นคนดูแลผมตลอดใช่มั้ยครับ

 

จ๊ะ แบคฮยอนรู้สึกผิดมากๆเลยนะที่ทำให้ลูกประสบอุบัติเหตุ

 

ผมโทรหาเขาได้มั้ยครับ

 

ลูก...ที่จริงแบคฮยอนมีสอบวันนี้ แกเป็นไข้ พอรู้ว่าลูกอยู่ที่โรงพยาบาลแกก็รีบมา...’

 

‘...แม่จะบอกผมว่าอะไรครับ

 

 

ผมขอ ขอไม่ให้เหตุการณ์มันซ้ำรอย เพราะผมไม่อยากให้เขารู้สึกเสียใจอีก

 

 

แบคฮยอนป่วยน่ะลูก ไม่รู้ว่าป่วยมานานหรือยัง ตอนนี้แอดมิทอยู่ที่นี่แหละ

 

..ผมอยากไปหา ผมพรวดพราดลุกขึ้นแต่แม่ส่ายหัว แล้วดันผมเอาไว้

 

นะครับ

 

 

สุดท้ายเธอก็ต้องยอมเพราะแววตานั้น เธอเข็นพาลูกชายมายังห้องที่ถัดจากตัวเองประมาณสองห้อง แม้สีหน้าลูกจะรู้สึกดีใจแค่ไหน แต่สำหรับคนเป็นแม่ มันบอกไม่ถูกเลยถ้าลูกชายได้เห็น...

 

 

 

ผมขอเข้าไปคนเดียวได้มั้ยครับ เธอพยักหน้า

 

 

 

ประตูหน้าห้องถูกเปิดออกอย่างเบาๆ ชานยอลค่อยๆเข็นตัวเองเข้าไป มองอย่างไกลๆไปยังคนรักของตัวเองที่นอนหลับสนิท มีผ้าคลุมถึงอก

 

               

คิดถึง ... คิดถึงที่สุดในโลก

 

 

มันเหมือนนานแรมปีที่เราไม่เจอกัน

 

มือใหญ่สั่นเทาค่อยๆยกขึ้นมา หมายจะลูบใบหน้าคนรัก แต่สิ่งที่ตัวเองพลันมองไปเห็นยามเข้ามาใกล้คือใบหน้าที่ซีดเซียวและตอบผอมจนเปลี่ยนไป มันเกิดอะไรขึ้น...

 

ผ้าห่มของโรงพยาบาลถูกดึงลงมาเพราะอยากจะกุมมือและมองให้ชัด แต่สิ่งที่ผมเห็นคือรอยช้ำเป็นจ้ำๆตามแขนนับไม่ถ้วน ทั้งกระดูกไหปลาร้าที่เด่นชัดเพราะร่างกายที่ผอมโคร่ง ขอบตาที่คล้ำ นิ้วมือที่เต็มไปด้วยบาดแผล

 

ชานยอลทึ้งหัวตัวเองด้วยความเจ็บปวดไปทั้งกายและใจ

 

 

สิ่งเหล่านี้ เกิดขึ้นเพราะตัวเองอย่างงั้นเหรอ ผมทำบ้าอะไรลงไปบ้างวะ !

 

 

 

แม่ช่วยเล่าให้ผมฟัง...ทุกอย่างเลยได้มั้ยครับ

 

 

 

ตอนนั้นผมฟังอย่างคนไร้สติ ผมนึกไม่ออกเลยว่าตอนที่ผมอยู่กับเขาสองคน ผมทำอะไรเขาลงไปบ้าง ยิ่งคิด ยิ่งได้รับรู้ว่าผมคนนั้นมันเป็นไอ้บ้าขนาดไหน ... แบคฮยอนยิ่งไม่ควรอยู่กับคนแบบผม

 

แค่คิดว่าเขาต้องเสียใจ เขาต้องร้องไห้ และเจ็บตัวเพราะผม มันยิ่งเหมือนตัวเองถูกเหยียบย่ำหัวใจจนแหลกละเอียด

 

 

ผมอยากชดใช้ในทุกสิ่งที่ผมทำลงไปต่อเขา ... เขาควรมีชีวิตใหม่ ผมไม่อยากให้เขาจมอยู่กับผมเพราะความรู้สึกผิด และผมไม่เคยโกรธเขาเลยซักนิดเพราะแบคฮยอนไม่ได้ทำอะไรผิด มันไม่ใช่ความผิดของเขา

 

แม้สิ่งที่ผมเลือกทำ..ผมจะเจ็บและเขาจะเจ็บ แต่มันคงคุ้มค่าถ้าแบคฮยอนจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้

 

 

ในชีวิตของการได้รักกับเขา ผมไม่เคยอยากทำร้ายเขาแม้จะให้เจ็บตัว หรือเจ็บหัวใจ

 

 

 

แต่ก็เป็นผมที่ทำมันลงไปอยู่ดี..

 

 

 

 

 

ลูก...’ คนเป็นแม่น้ำตาไหลตามยามมองสภาพของลูกชาย

 

ผม...ผ ผมทำถูกแล้วแม่

 

‘...’

 

เขาควรเจอคนดีกว่านี้ คนที่ไม่ทำร้ายเขาให้เจ็บช้ำทั้งตัวและใจ

 

ผมคนนั้นมันเลวมาก ผมไม่รู้ว่าผมทำอะไรลงไปกับเขาบ้าง ทั้งที่ผม...’ หยดน้ำตาไหลออกมาไม่หยุด

 

 

ผมสัญญาว่าจะรักและดูแลเขา ยิ่งผมเห็นเขาเป็นแบบนี้ ใจผม เหมือนโดนกรีดจนเหวอะหวะ

 

 

แม่ ตอนนั้น.. แบคฮยอนเขาเข้มแข็งขนาดไหนเหรอครับ

 

 

เธอโอบกอดลูกชายเอาไว้เสียแน่น

 

 

แม่ ผมทำถูกแล้วที่จะต้องปล่อยให้เขาไป

 

...แล้วใจแบคฮยอนล่ะลูก เขารักลูกมากนะ

 

ผมก็รักเขา รักที่ทั้งชีวิตนี้มันคงเป็นใครไปไม่ได้อีก แต่ถ้ามันทำให้เขาเจอคนที่ดีกว่าผม...ถึงจะเจ็บ

 

 

ผมยอมทุกอย่าง’

 

 

 

วันที่เขาเข้ามาหา วันที่ผมหันหลังให้เขาอีกครั้ง และเป็นวันที่ผมร้องไห้ไม่ต่างจากเขา..

 

ภายในห้องที่มีแต่เสียงสะอื้นของเขา มันกรีดหัวใจของผม เขายังคงบอกรักผม ในขณะที่ผมเองก็อยากจะหันกลับไปบอกว่าผมเองนั้นรักเขามากขนาดไหน อยากหันกลับไปแล้วบอกว่าผมจำเขาได้แล้ว คนที่ผมรัก ... อยากจะคว้าตัวเล็กๆของเขามากกกอดจนแน่น

 

แต่ถ้าหันไปแล้วยังเจอเขาในสภาพนั้นผมคงทนไม่ได้ ผมคงทนไม่ได้ที่จะปล่อยเขาไป แค่คิดผมมันก็เห็นแก่ตัวมากแล้วกับการกระทำของตัวเองที่ไม่น่าอภัยเลยด้วยซ้ำ สู้ให้เขาคิดว่าผมยังเป็นไอ้บ้าคนนั้นเสียดีกว่าถ้ามันจะทำให้เขาตัดใจได้ ให้ผมคนนี้มันเสียใจไปให้ตายคนเดียว

 

 

                ชานยอลเลือกที่จะไม่บอกให้แบคฮยอนรับรู้ว่าตัวเองจะต้องผ่าตัดอีกครั้ง เขาเข้ามารับฟังในสิ่งที่หมอบอกกับโอกาสที่จะกลับมาเป็นปกติเลยหลังผ่าตัดเสร็จมันมีเปอร์เซ็นต์ที่เท่ากัน ไม่แย่ไปเลยก็ดีเหมือนปกติ ถ้าแบบแย่ก็คงมีอะไรบางอย่างที่อาจจะไม่ปกติอีกเลย เขาอาจจะลืมทุกอย่างหลังตื่นมาอีก อาจจะเดินไม่ได้ อาจจะกลายเป็นคนอีกคน แต่กลับกันถ้าผลการผ่าออกมาเป็นปกติปาร์คชานยอลก็จะกลับมาจำทุกอย่างได้ปกติ ไม่มีอาการข้างเคียงใดๆอีกเลย

 

ถ้ามันแย่ลง...แน่นอนว่าแบคฮยอนจะได้ไม่ต้องมาเห็นเขาที่เป็นแบบนี้อีก ไม่ต้องมาเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่า การเลือกให้เขาออกไปจากชีวิตซะตั้งแต่ตอนนี้ความเจ็บปวดที่ตัวเองได้รับมันอาจเทียบเท่าไม่ได้กับความเจ็บปวดของแบคฮยอน ที่ตอนนี้ก็เหมือนตายทั้งเป็น....แต่ก็ดีกว่าปล่อยให้แบคฮยอนต้องเจ็บปวดไปอีกครั้งหลังจากที่รู้ว่าความจำเขาอาจจะไม่เหมือนเดิม ไม่เหลือแบคฮยอนอยู่ในนั้นจริงๆ

 

 

ให้ผมเจ็บตั้งแต่ตอนนี้ ดีกว่าให้เขาเจ็บตอนที่รู้ว่าความจำผมจะไม่มีเขาอีกต่อไป

 

 

หมอแนะนำให้ผมผ่าตัด ไม่อย่างนั้นอาการปวดหัวและความจำที่เดี๋ยวจำได้เดี๋ยวลืมจะกลายเป็นสาหัส มีอาการทางสมองจนอาจถึงขึ้นกลายเป็นความพิการไปได้

 

 

 

 

กังวลมั้ยลูก ชานยอลยิ้มให้มารดาของตนที่อยู่ด้วยกันมาตลอด ก่อนจะส่ายหน้า ตอนนี้ตัวเองไม่รู้สึกอะไรเลยมันว่างเปล่าไปหมด

 

ขอให้ผ่านด้วยดีนะลูก ... แม่รอกินข้าวด้วยอยู่นะ

 

 

 

                ก่อนที่เตียงผู้ป่วยจะถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัดไป ผมเองก็ภาวนาขอให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ขอให้ผมได้ออกมาหาแม่ ขอให้ผม....ได้ออกมาอยู่กับคนที่ผมรัก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

/

 

 

 

 

 

 

กลับกันนะมึงแบคฮยอนพยักหน้าตอบกลับไปอย่างเหม่อลอย

 

จงแดไม่รู้ว่ามันยากขนาดไหนแต่เห็นสภาพมันแล้วก็อดสงสารไม่ได้ ตอนที่ต้องเดินผ่านหน้าห้องนั้นมันเดินช้าลงคอยมองเข้าไปอีกหนแล้วก็ร้องไห้ออกมา

 

ตอนนั้นเองที่ผมกอดและร้องไห้ไปกับมัน

 

แล้ววันเวลาผ่านไป คงช่วยเยียวยาใจมันเอง การที่ต่างคนต่างถอยออกมาคงทำให้คนทั้งคู่มีเวลาได้คิดไตร่ตรอง และคงคิดถึงกันมากขึ้น ยากหน่อยแต่เดี๋ยวมันก็จะผ่านไป

 

 

 

ปิดเทอมนี้ว่าจะมาอยู่ด้วย

 

ไม่เป็นไรหรอก เกรงใจ

 

ไม่ต้องเกรง อยากมาอยู่ด้วยเพราะรักเพื่อนแบคฮยอนหัวเราะออกมาได้

 

“...ประหยัดค่าน้ำค่าไฟอีกต่างหาก

 

โอเคๆ ... แต่ก็น่าจะเบื่อๆหน่อยนะ

 

ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวจะพาทำกิจกรรมสันทนาการ

 

อื้ม!”

 

 

 

 

ผมกลับมาที่บ้านเพราะไม่อยากอยู่คนเดียวและไม่อยากรบกวนจงแดมันหรอก พอแค่เจอหน้าแม่เท่านั้นน้ำตาผมก็ไหลออกมาอย่างเสียใจ

 

ไม่เป็นไรเลยลูก

 

“...”

 

หนูยังมีแม่นะ

 

 

แม่รับรู้ความสัมพันธ์ของผมกับพี่ชานยอลมาตลอด แม่เองก็รักพี่ชานยอลเหมือนลูกอีกคน ตอนที่เกิดอุบัติเหตุแม่เองก็เสียใจ แต่แม่ไม่โทษผมเลยแม้ผมจะเอาแต่โทษตัวเองมากแค่ไหน

 

 

คืนนั้นทั้งคืนแม่เข้ามานอนกับผมโอบกอดเอาไว้อยู่แบบนั้น เอาแต่พูดบอกว่าให้เสียใจได้ ร้องไห้ออกมาเลย มันคือการระบายความรู้สึก ไม่ใช่เพราะเราอ่อนแอ

 

 

ผมยังคิดไม่ออก ถ้าพรุ่งนี้ลืมตามาแล้วผมจะรู้สึกยังไงเมื่อไม่ได้เจอเขา ไม่เคยอยากให้มันเป็นความเคยชินกับการที่จะไม่มีเขาอยู่ในชีวิต ไม่เคยคิดเลยว่าวันนึงมันจะต้องจบลงด้วยความรู้สึกแบบนี้

 

 

จนผล็อยหลับไปทั้งน้ำตา

 

 

 

 

 

ตื่นหรือยังน้าแม่เปิดประตูเข้ามาเห็นลูกชายนั่งกอดเข่า สายตาเหม่อลอยออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาปูดบวมดูน่าสงสาร

 

ไปกินข้าวกับแม่มั้ย เราไม่ได้กินด้วยกันมานานแล้วนะ

 

 

อีกสิ่งสำคัญที่ตนเกือบละเลยสินะ

 

 

ครับ

 

 

 

 

แม่อยู่กับผมแทบจะตลอดเวลา ตอนผมอาบน้ำก็มารอ แต่สำหรับผมแล้วความรู้สึกในใจแม้มันจะกำลังแตกสลาย มันดิ่งจนเหมือนจะยืนไม่ไหวแต่กับเรื่องทำร้ายตัวเองไม่เคยอยู่ในความคิดของผมเลย

 

 

เสื้อตัวนี้ไม่ได้ใส่นานเลยนะลูกเนี่ย

 

ตัวเล็กแล้วหรือเปล่าครับ ตั้งแต่มอต้นเลยผมหัวเราะออกมาเหมือนจะใส่ได้แต่ตัวมันก็เล็กมากแล้ว

 

“...ผมอ้วนขึ้น

 

ตรงไหนมือสวยเลื่อนมาโอบใบหน้าของลูกชายไว้ด้วยความอ่อนโยน

 

ลูกแม่ผอมลงขนาดนี้

 

“...”

 

เอาใหม่นะลูกนะ เริ่มต้นกันใหม่ทำใจเราให้ดีขึ้น รักตัวเองเยอะๆ ผมสวมกอดเธอ อยากจะร้องไห้อีกรอบแต่มันคงกลั่นกรองออกมาไม่ทันแล้ว

 

 

 

 

 

 

(จะถึงแล้ววว รอผมแปบนะไอ้เพื่อนตัวดี)

 

โอเคค

 

 

แบคฮยอนวางสายจากจงแดที่มันบอกจะมาที่บ้าน พอดีกับที่แม่ทำกับข้าวไว้ซะเต็มโต๊ะเลยให้ลองโทรถามมันดูว่าใกล้ถึงหรือยังกลัวกับข้าวจะเย็นซะก่อน

 

 

สวัสดีครับ

 

มาเร็วจังลูก พึ่งวางสาย

 

ผมอยู่หน้าบ้านนี่เองครับ

 

จงแดคุยกับแม่อย่างอารมณ์ดี หันมามองหน้าผมก่อนจะหัวเราะ

 

อะไรอ่ะ

 

เปล่า วันนี้มีกิจกรรมมาให้ทำเยอะเลย แบคฮยอนพยักหน้า มองใบหน้าจริงจังของมันก็ดูท่ามันจะเอาจริง

 

...ดำน้ำ ปลูกต้นไม้ ล้างรถ วาดรูป ระบายสี กวาดบ้าน ออกไปวิ่ง เต้นแอโรบิก ทำกับข้าวให้อาหาร

 

โอ้ย พอฮ่า

 

 

 

 

 

 

แล้วก็จริงอย่างที่จงแดมันเคยบอกตั้งแต่ออกมาจากโรงพยาบาล มันหากิจกรรมให้เขาทำทุกวันจริงๆตั้งแต่นั้น แล้วก็สนุกมากด้วยเหมือนไม่ได้ทำอะไรแบบนี้มานาน

 

ทั้งวาดรูป เล่นเกมส์กันจนติดงอมแงม จัดห้อง ออกไปตกปลา... กิจกรรมล้านแปดจริงๆ

 

 

 

เหม่ออีกแล้ว

 

เดือนนึงมันผ่านไปช้าจังเลยเนอะ

 

ริมทะเลสาบกว้างใหญ่ ถูกฉาบกระทบด้วยพระอาทิตย์ที่ใกล้จะตกดินยามเย็น คลื่นน้ำน้อยๆซัดเข้าหากันเล็กน้อยสะท้อนแสงระยิบระยับของแสงอาทิตย์

 

ตอนเด็กๆ กูกลัวน้ำมากเลยนะ

 

“...”

 

เพราะเพื่อนที่เคยเล่นด้วยกันตอนนั้นจมลงไปต่อหน้า กู..ก็ว่ายไม่เป็นแล้วก็เด็กมาก ช่วยอะไรไม่ได้เลย

 

 

จงแดโยกหัวมันไปมา อย่างที่มันบอกเดือนนึงแล้ว

 

 

แต่กูเลิกกลัวเพราะใครรู้มั้ย

 

“...”

 

เพราะเขา..เป็นเขาอยู่ดี

 

 

 

ยังทำใจไม่ได้ซักที

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หกเดือนหลังจากนั้น

 

 

แม่ครับๆ ผมออกไปข้างนอกนะ

 

“...”

 

สีหน้าของเธอยังเต็มไปด้วยความกังวล เมื่อเห็นลูกชายจับมอเตอร์ไซค์ของตัวเองออกมาอีกหน แม้มันจะผ่านมาแล้วและอาการของลูกชายแทบจะเป็นปกติแล้ว... แต่หัวอกคนเป็นแม่ ทุกอย่างมันน่ากลัวอยู่ดี

 

ชานยอลที่เห็นแบบนั้นเลยเดินเข้ามาโอบกอดมารดาของตัวเอง

 

 

โธ่แม่ครับ ผมจะไม่ประมาทอีกแล้ว

 

แล้วเราจะไปไหน

 

คงไปนั่งเล่นตามสวน ตามบึงแหละครับ

 

“...”

 

อยากสูดอากาศบริสุทธิ์ ผมชอบเวลาได้หายใจเต็มปอด

 

“...”

 

ชอบเวลา...ที่มีลมหายใจ

 

แม่เอื้อมมือมาตีไหล่ผมซะแรงเลย การผ่านความเป็นความตายมาทำให้ผมพึงระลึกและปลงอยู่เสมอ การมีอยู่ก็ดีแต่ถ้าต้องจากไปก็ขอทำอะไรที่อยากทำก่อน...

 

ดูพูดเข้า!”

 

 

ผ่านระยะเวลามาก็ช่วงนึงแล้ว แต่กับผมที่ยังขึ้นไม่เยอะทำให้ชานยอลคอยเอาแต่ลูบหัวตัวเองเล่นอย่างเคยชิน ส่องกระจกเช็คความเรียบร้อย ใส่หมวกกันน็อคโดยมีแม่ที่คอยมองตามทุกการกระทำ

 

 

ไปนะครับ

 

จ๊ะ ขับขี่ดีๆนะลูก

 

 

 

หากถามว่าผมยังกลัวมันอยู่มั้ย ... ผมยังกลัว แต่ก็ต้องเอาชนะมันให้ได้ มอเตอร์ไซค์คือสิ่งผมรัก แม้คันเก่าจะพังไม่เป็นท่า ตอนบอกแม่ว่าจะซื้อใหม่ก็โดนดุ ถูกงอนอยู่เป็นอาทิตย์ พูดอ้อนทุกวันจนได้มา

 

อาการของผมหลังผ่าตัด ดีขึ้นราวปาฏิหาริย์หมอบอกแบบนั้นตอนผมฟื้น

 

... หมอเก่งสิไม่ว่า

 

ผมไม่มีอาการข้างเคียงอะไรกับภายใน แต่ภายนอกแค่หมดหล่อนิดหน่อยเพราะต้องโกนผม แต่ตอนนี้ผมก็เริ่มขึ้นมาแล้ว

 

 

 

แม่ง คิดถึงมึงวะ

 

ไม่ได้บิดกันเลย

 

“...มึงรู้มั้ย พวกกูเลิกแข่งกันตั้งแต่ตอนนั้นเลย ตั้งแต่แบคฮยอนมาบอก ซูโฮกระทุ้งแขนใส่ท้องเพื่อนตอนเอ่ยชื่อนั้น

 

ขอโทษว่ะ

 

ขอโทษอะไร พูดมาเถอะ

 

“...”

 

อะไรที่เป็นเรื่องของเขา กูอยากฟังอยู่ดี

 

 

 

 

 

 

/

 

 

 

 

 

 

ผมอยู่ปีสุดท้ายแล้ว มันจะผ่านไปซักทีช่วงเวลาเรียนที่แสนหนักหนา เพื่อที่จะไปพบอะไรที่หนักหนาสาหัสกว่าหรือเปล่า บางคนบอกว่าชอบเรียนมากกว่าทำงาน เหมือนโตขึ้นต้องรับผิดชอบเยอะขึ้น เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น

 

สำหรับผม ไม่รู้จะเป็นผู้ใหญ่ได้มั้ย ทุกวันนี้ยังทำตัวเหมือนเด็กตลอดเวลา

 

แต่ผมอยากโตขึ้น อยากโตเพื่อเดินไปกับใครซักคนที่ไม่รู้ตอนนี้เขาเป็นยังไงบ้าง...คิดว่าอยากจะโทรไปหาคุณแม่ของเขา แต่ในใจก็กลัว

 

 

เดี๋ยวกูขึ้นไปคุยกับอาจารย์ก่อนนะ

 

ได้ เดี๋ยวไปรอในโรงอาหาร

 

แหม่ๆ ติดใจพ่อค้าไอศกรีมเหรอ

 

เดี๋ยวจงแด ไม่ใช่ละ

 

พอดีจงแดมันติดวิจัยสุดท้ายก่อนจบเลยจะขึ้นไปคุยกับอาจารย์ ผมที่ขี้เกียจเข้าห้องสมุดเพราะก็แอบหิวอยู่แล้วด้วยนั้นเลยว่าจะไปนั่งรอมันที่โรงอาหาร ทั้งมันยังมาแซวเรื่องคนขายไอศกรีมคนนั้นอีก

 

มันเป็นเรื่องช่วงที่ร้านเขาเข้ามาขายใหม่ๆ แล้วยังไม่มีลูกค้า ผมที่เห็นเลยชวนมันไปช่วยเขาอุดหนุน เขาเลยตอบแทนด้วยการแถมมาให้อีกคนละถ้วย แค่ของผมเขาเพิ่มสตอรว์เบอร์รี่มาให้เยอะมันก็เอาแต่แซวไม่หยุดมาจนตอนนี้

 

รวมถึงคนขายเองที่ก็ยังไม่หยุดแถมให้ผม จนต้องปฏิเสธหลายครั้ง

 

 

อ่า ผมเกรงใจครับตอนนี้คุณขายดีแล้วไม่ต้องแถมผมแล้วนะ

 

ได้ไงครับแบคฮยอน อยากให้มากินทุกวันด้วย

 

นี่ก็มากินทุกวันอยู่แล้วนะครับแบคฮยอนหัวเราะ

 

ตัวจะระเบิดแล้ว

 

กินเยอะๆครับ...แล้วนี่มานั่งรอเพื่อนเหรอครับ

 

ครับ มันไปหาอาจารย์คุณคยองซูขายดีมั้ยครับวันนี้ 

 

เหมือนจะเงียบๆครับวันนี้ ใกล้ปิดเทอม

 

เดี๋ยวแวะกลับมากินนะครับ!”

 

แบคฮยอนมองหน้าจอโทรศัพท์ที่จงแดโทรเข้ามา ก่อนที่สายจะตัดไปทันทีเลย

 

เดี๋ยวผมไปก่อนนะครับเพื่อนโทรตามแล้ว ไว้เจอกันนะครับ

 

 

 

ด้านจงแดที่วิ่งตามหาเพื่อน โทรไปหามันแล้วแต่โทรศัพท์ดันแบตหมดพอดี มันจะเห็นเขาหรือยัง เราสวนกันตรงห้องอาจารย์ แม้จะไม่แน่ใจแต่พอมองอีกครั้งมันชัดเจนเลย

 

 

พี่ชานยอล!’

 

‘...ไง จงแด

 

พี่... ..จำได้

 

สบายดีมั้ย

 

ครับ ทั้งผมทั้งมัน

 

‘…’

 

พี่ยังอยากเจอมันมั้ย

 

 

 

ผมบอกเขาไปว่าแบคฮยอนรออยู่ตรงไหน บอกไปเพื่อหวังให้ทั้งสองได้เจอกัน หลังจากที่ต่างฝ่ายต่างกลัวการจะได้เจอกัน ไม่รู้ว่าพี่ชานยอลจะยังอยากเจอเพื่อนผมมั้ย หรือแม้แต่ตัวแบคฮยอนมันเอง มันพร้อมจะเจอเขาหรือเปล่า

 

ก่อนที่อาจารย์จะเรียกผมกลับไปอีกหน

 

 

ขอให้ทั้งคู่โชคดี

 

 

 

 

 

 

 

แบคฮยอนเดินกลับมาหาจงแดที่ใต้อาคารแต่กลับไม่เจอ แต่เพียงแวบนึงที่หันหลังกลับไปมองด้านหลัง ... แผ่นหลังนั้น เหมือนเขาเลยเนอะ

 

 

แบคฮยอน!”

 

หื้มจงแดวิ่งตรงเข้ามานั่งข้างๆด้วยสีหน้าที่ดูกังวล และแปลกใจ

 

เดี๋ยวนี้ยิงมาหรือไง

 

แบตหมดน่ะอีกคนเงียบไป ทั้งยังมองไปรอบๆ

 

แล้วเป็นไงบ้างอ่ะ ทำไม...”

 

เป็นอะไรเหรอ จะแซวเรื่องพ่อค้าไอศกรีมหรือไง

 

เดี๋ยวนะ ก็เรื่องพี่ชานยอลไง

 

แบคฮยอนเบิกตากว้าง ภายในใจมันสั่นรัวเมื่อได้ยินชื่อนั้น เขาจับมือมันเขย่าแรง แต่จงแดเองก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าควรบอกดีมั้ย

 

ทั้งที่บอกพี่ชานยอลไปแล้วว่าแบคฮยอนมันอยู่ที่ไหน อีกฝ่าย..ไม่ได้ไปหามันแบบที่เขาคิดใช่มั้ย จะดีกว่ามั้ยถ้าเขาเลือกจะไม่บอกมันออกไป

 

หมายความว่าไงจงแดเราไม่เข้าใจ อะไรคือเรื่องพี่ชานยอล บอกมานะมันทำสีหน้าโกรธ น้ำตาเอ่อคลอ

 

“...เมื่อกี้ตอนที่ไปหาอาจารย์ กูเจอพี่เขาคุยกับอาจารย์อยู่เหมือนกัน เลยบอกไปแล้วว่าแบคฮยอนอยู่โรงอาหารหลังตึก คิดว่าได้เจอกันแล้ว

 

“...”

 

ไม่ได้เจอกันเลยเหรอ

 

แบคฮยอนลุกขึ้น หมายความว่าพี่ชานยอลมาที่นี่แล้ว.. ทำไม ทำไมนะ

 

เราคุยกับพี่คยองซูที่ร้านไอศกรีม

 

เวรละ

 

..เขาจะอยู่ไหน ..เรารีบไปก่อนนะ

 

 

แบคฮยอนไม่ชอบวิ่ง เขาเกลียดการวิ่งไล่ตามอะไรทุกอย่างตั้งแต่เด็ก ตอนนั้นคุณครูก็มาจับเขาไปลงวิ่งผลัดทั้งที่รู้ว่าเขามันไม่เอาไหนเลย และผลที่ออกมานั่นแหละเขาทำทีมตัวเองแพ้ แถมล้มอย่างน่าอายตั้งแต่ครึ่งทาง เขาถูกต่อว่า ถูกเพื่อนไม่เล่นด้วยและนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เขาไม่ชอบวิ่งมาจนตอนนี้

 

ครั้งที่สองที่ได้วิ่งเป็นตอนที่รู้ว่าพี่ชานยอลถูกรถชน เขารีบวิ่งออกจากห้องสอบ วิ่งไปหน้าห้องไอซียู วินาทีนั้นความกลัวที่เคยไม่อยากวิ่งมันไม่มีอีกเลย

 

 

เขากลัวอย่างเดียว...กลัวจะเสียพี่ชานยอลไป

 

 

และครั้งนี้แบคฮยอนกำลังวิ่งไปที่ตึกหลังของมหาวิทยาลัยที่ไม่มีคนพลุกพล่านแล้ว ร่างเล็กหอบจัดเมื่อหยุดยืนแล้วไม่พบใครเลย

 

...ไม่

 

เขาไม่อยากปล่อยพี่ชานยอลไปแล้ว

 

 

สิ่งหนึ่งที่เขาเอาแต่คิดตลอดมา

 

พี่ชานยอลจะหายดีหรือยัง

 

หมอจะทำให้พี่ชานยอลกลับมาจำได้มั้ย

 

...เมื่อไหร่จะได้ยินว่าอยากเจอกัน

 

ทั้งอยากไปเจอ อยากไปหา แต่กลัวไปหมดเลย

 

 

เสียงฝีเท้าที่เดินผ่านออกไป ไม่ใกล้และไม่ไกล ผู้ชายตัวสูงที่กำลังจูงรถจักรยานออกจากประตูมหาวิทยาลัย ทรงผมที่ไม่คุ้นเคย แต่กับแผ่นหลังนั้นที่มั่นใจ

 

 

 

พี่กลัวการโกนหัวมากเลยนะ เพราะพี่จะไม่หล่อ ขนาดตัดผมสั้นตอนเกณฑ์ทหาร พี่ยังอายเลย ตอนนั้นพี่หล่อมั้ยเราว่า

 

ทรงไหนพี่ก็หล่อน้า!’

 

 

 

 

พี่ชานยอล

 

 

 

ปลายเท้าที่กำลังก้าวชะงักค้าง กับจักรยานที่ตัดสินใจปั่นมาที่นี่แทนที่ด้วยการขี่มอเตอร์ไซค์และเสียงที่จำได้ขึ้นใจ ... พร้อมแผ่นหลังของผมเป็นสิ่งที่เขาได้เห็นอีกครั้ง

 

ผมไม่กล้าหันกลับไป ทั้งที่คิดถึงเขามากมายเท่าพื้นทรายบนมหาสมุทร สมองมันสั่งให้ผมก้าวเดินต่อไปอีกครั้ง ทั้งที่ในใจเจ็บยิ่งกว่าอะไร

 

 

ผม...”

 

 

ผมไม่อยากให้เขาพูดต่อเลย

 

 

คิดถึงพี่

 

 

น้ำตาไหลออกมา เรายังคิดเหมือนกัน

 

 

 

 

ทั้งที่มั่นใจว่าอีกฝ่ายจำได้แล้ว แต่ทำไมยังทำห่างเหิน

 

 

 

ชานยอลหลับตาแน่นข่มความรู้สึกลึกๆเอาไว้ มือที่กำแฮนด์จักรยานแน่นอย่างไม่รู้ตัว ผมเห็นเขายิ้มได้ ตอนนั้นผมดันคิดไปแล้วว่าดีแล้ว ที่เขาจะได้มีความสุข

 

 

“... .. พี่ครับ 

 

เสียงของเขาที่เข้ามาใกล้ และผม

 

 

ฮึก ฮือ...”

 

 

อ้อมกอดที่แน่นหนา กอดล็อคตัวปล่อยทุกอย่างให้พังไม่เป็นท่า ตัวของเขายังเล็กนิดเดียวในอ้อมกอดผม

 

 

ผมรักพี่ ผมรักพี่นะ

 

 

ตัวเขาสั่นเหมือนลูกแมวพึ่งเกิด ผมโกรธตัวเองอีกครั้ง ทำไมผมถึงทำแบบนั้น...ทั้งที่วันนี้หนึ่งในความตั้งใจคือการมาเจอเขา

 

 

พี่ คิดถึงเรา

 

 

หยาดน้ำตาที่เปียกหัวไหล่ทั้งคู่ อ้อมกอดที่ต่างฝ่ายต่างรัดแน่นขึ้นอย่างโหยหา นานเท่าไหร่แล้วกับพวกเขา

 

 

 

จงแดที่ได้เห็นก้าวถอยหลังออกมา ดีใจกับเพื่อน ดีใจกับพี่ชานยอล ดีใจที่วันนี้พวกเขาจะได้เข้าใจกัน สงสารทั้งคู่ กับอีกคนที่ไม่อยากเห็นคนรักทรมานเพราะตัวเองและสิ่งที่เคยกระทำ ... และใช่ จงแดรู้ตั้งแต่ที่โรงพยาบาลว่าความจำของอีกฝ่ายกลับมาตั้งแต่ครั้งนั้น กับอีกคนที่ควรถอยออกมารักตัวบ้าง แม้จะเสียใจอยู่ทุกวันจนวันนี้

 

 

 

 

 

 

เราเอาแต่นั่งมองหน้ากัน มือใหญ่คอยเอาแต่ลูบใบหน้าขาวอยู่อย่างนั้น มีเรื่องราวมากมายเลยระหว่างพวกเขา บางเรื่องแม้ไม่อยากรื้อฟื้น ไม่อยากถามขึ้นมาให้เจ็บปวด แต่ก็ดันถามออกไปแล้วเหมือนกัน...

 

 

พี่ ขอโทษนะ มันแย่มากเลยแบคฮยอน พี่..ที่เห็นเราเป็นแบบนั้น ทนไม่ได้เลยชานยอลเอามือกุมหัวตัวเอง

 

อย่าคิดมากนะครับแบคฮยอนเลยต้องเลื่อนมือไปกุมทับมือใหญ่เอาไว้ ไม่อยากให้คิดมากอีกแล้ว

 

ผมมีความสุขดี เสมอเลย... ไม่ว่าจะตอนนั้นตอนนี้ หรือจะตอนไหนๆ แค่มีพี่

 

ที่พี่เลือกทำแบบนั้นคงยิ่งทำให้เราเสียใจเขาพยักหน้าออกไปตามความจริงๆ เลยถูกกอดอีกหน

 

ทนไม่ได้จริงๆนะถ้าต้องตื่นขึ้นมาแล้วจำเราไม่ได้อีก ทำร้ายเราอีก

 

ตอนนั้นพี่ใจร้าย จำกันได้แล้วแต่ทำไมต้องหลอก

 

“...”

 

พี่รู้มั้ย ..หนูน่ะรอคอยพี่มากแค่ไหน หนูทำทุกอย่างเลยแค่รอวันที่พี่จะจำกันได้ แต่ ฮึก

 

หนู...”

 

ชานยอลจับใบหน้านั้นเข้ามาแนบอก

 

พี่ขอโทษ แต่ที่ทำไปก็เพื่อเราทั้งนั้น

 

 

ผมรู้ว่ามันไม่ถูก ผมเอาแต่เฝ้ามองเขาห่างๆตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลมา เมื่อทุกอย่างเกือบจะดีขึ้นผมเลยตัดสินใจกลับไปมหาวิทยาลัยเพื่อจะเรียนต่อโท วันนี้ที่เราได้เจอกันส่วนนึงคือผมตั้งใจ

 

เพื่อจะได้เจอเขาอีกครั้งแม้แค่ไม่กี่วัน แต่ก็ต่อชีวิตผมได้อีกต่อไป

 

                เรื่องราวของเราเหมือนหนังเรื่องหนึ่งที่กำลังถูกกดหยุดค้างเอาไว้ ต่อจากนี้ทั้งผมและเขาจะเริ่มดำเนินเรื่องต่ออีกครั้ง...

 

 

 

 

 

 

 

ตอนนี้ผมมายืนอยู่หน้าบ้านแบคฮยอน ผมอาจจะกลัวจนกุมมือเขาแน่นไปเสียล่ะมั้ง มือเล็กกว่านั้นถึงแปรเปลี่ยนมากุมมือใหญ่ของผมแทน พร้อมทั้งบีบลงมาอย่างปลอบโยน

 

ผมมาเพื่อขอโทษกับผู้มีพระคุณอีกคนของผม ตลอดระยะเวลาที่คบกับแบคฮยอนท่านดีกับผมและรักเหมือนลูกอีกคน แต่สิ่งที่ผ่านมาที่ได้ทำลงไปกับลูกชายคนเดียวของเขาทำให้ผมรู้สึกผิด

 

แบคฮยอนรู้ว่าแม่ของตนไม่โกรธเกลียดอะไรพี่ชานยอล ทันทีที่ร่างกายสูงใหญ่นั่งคุกเข่าและก้มโค้งลงอยู่เบื้องหน้า น้ำตาของท่านก็ไหลออกมาจนต้องเอามือปิดปากกลั้นเสียงสะอื้น ค่อยๆลูบแผ่นหลังกว้างที่สั่นเทิ้มไม่ต่าง เพียงแค่เห็นสภาพภายนอกของชานยอลเธอก็อดสงสารไม่ได้กับร่างกายที่ซูบผอม ยอมรับว่าตกใจกับสิ่งที่ได้เห็นและเธอไม่โกรธเลย

 

 

ไม่ว่าจะเป็นยังไงต่อไป ก็ช่วยดูแลกันไปตลอดนะลูก

 

“…”

 

กับเรื่องที่ผ่านมาแล้ว มันกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้เรามาเลือกมองไปที่อนาคตกันเนอะ มามีความสุขกันดีกว่า

 

ขอโทษนะครับแม่ ... ผมสัญญาว่าจะดูแลน้องด้วยชีวิตและหัวใจของผม

 

 

                ไม่ใช่แค่เพียงจะพูดอะไรออกไปก็ได้.. สัญญาอะไรออกไปเพียงแค่ลมปาก

 

                สำหรับแบคฮยอน เด็กคนนั้นมีค่ากับชีวิตของผมมากกว่านั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ชานยอลขับรถไปรับแม่ของตัวเองมาที่บ้านแบคฮยอน วันนี้พวกเขาตั้งใจจะช่วยกันทำอาหารให้เหล่าแม่ๆของพวกเราทานกัน ในครัวเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ มีแม่เราเข้ามาแจมบ้าง ก่อนที่จะแยกตัวออกไป

 

ชิมดูพี่ทำอร่อยเหมือนเดิมมั้ย

 

ได้กลิ่นก็อร่อยแล้วแบคฮยอนพูดกับปากมูๆนั้นดูน่ามันเขี้ยว ก่อนจะถูกบีบแก้มนิ่มนั่นเพราะอดใจไม่ไหว

 

หื้อ!” ตาเล็กเบิกกว้าง พอดีเลยครับ เหมือนเดิม อร่อยมาก..แล้วก็คิดถึงมากๆ

 

 

ชานยอลก้มลงไปหอมหน้าผากมนนั่นหนึ่งทีอย่างรักใคร่ 

 

 

พี่จะไปไหนรอด

 

แล้วใครจะให้ไปล่ะครับ ห้ามไปไหนทำหน้างองุ้มใส่กันอีก

 

“...แบคฮยอน พี่จะไม่ไหวเอาเราเล่นกับใจพี่แรงมากๆเลยนะ

 

หนูอ่ะเหรอ กะพริบตาแกล้งไปด้วย ใจละลายแน่ๆ

 

พี่จะเดินออกไปฟ้องแม่แล้วนะ

 

 

อาหารมื้อนี้คงจะหวานเป็นพิเศษ แม่ของชานยอลบอกกับแม่ของแบคฮยอนแบบนั้น….

 

 

 

 

ครอบครัวเรามาทานข้าวกันพร้อมหน้า เป็นอีกครั้งที่ได้รู้สึกอบอุ่นแบบนี้เหมือนปลดล็อคทุกอย่างในใจไปจนหมด ถ้าสมัยนี้ก็คงต้องเรียกว่ามูฟออนแล้วใช่มั้ยนะ

 

นี่ หนูแบคก็จะจบแล้วนี่หน่าปีสุดท้ายเนอะ

 

ใช่ครับคุณแม่ ว่าจะหางานต่อเลยพูดไปก็ทำท่าเหนื่อยๆไป เพราะคิดว่าคงยากมากแน่เลย

 

พักก่อนสิ แม่ไม่รีบหรอก เห็นดึกดื่นเที่ยงคืนยังอ่านหนังสืออยู่ตลอดเป็นแม่ตัวเองที่เสริมขึ้นมาบ้าง

 

 

เพราะดร็อปไปบางตัวทำให้ปีสุดท้ายเขาเรียนหนักจริงๆ แต่ตอนนั้นก็แค่คิดว่าดีแล้วเรียนให้บ้าไปเลย จะได้ไม่เอาแต่คิดเรื่องอื่น

 

สุดท้ายสิ่งที่เลือกทำไปมันก็ล้วนส่งผลดีกับตัวเองจริงๆ ... ไม่ว่าจะเรื่องอะไร

 

 

ทั้งสี่คนมีโอกาสได้นั่งคุยกันยาวๆ หลากหลายเรื่องราวไร้การพูดถึงเรื่องที่ผ่านมา ชานยอลเอ่ยขอแม่ของแบคฮยอนกลายๆ ว่าจะขอให้น้องออกไปอยู่ด้วยกันแบบเดิม แต่ก็เข้าใจถ้าเกิดคุณแม่จะมีท่าทีปฏิเสธ

 

ถึงแม้เรื่องราวของเรามันจะดำเนินมาในรูปแบบนี้ก่อนอยู่แล้ว อาจจะยังไม่ถูกต้อง แต่หากเขาพร้อมกว่านี้ คนที่จะใช้ชีวิตด้วยคงมีคนเดียว...

 

คือ แบคฮยอน

 

 

 

ผมกลับก่อนนะครับคุณแม่ พี่ไปนะแบคฮยอน แบคฮยอนทำมือบ๊ายบายก่อนถูกคุณแม่พี่ชานยอลดึงเข้าไปกอด

 

ไว้เดี๋ยวเจ้าชานยอลมารับนะลูก ขอนิดนึงนะคุณแม่ท่านหัวเราะให้กัน ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินออกไป

 

 

 

 

แม่คิดว่าเขาจะมาขอลูก

 

ได้ยินแบบนั้นแบคฮยอนยิ่งหน้าแดงแจ๋เลย เนียมอายอย่างทำตัวไม่ถูก

 

จะขออะไรล่ะครับ พึ่งกลับมาคุยกันเอง

 

ฮ่ะ ก็เห็นพาคุณแม่เขามาด้วยแม่ก็แต่งตัวซะสวยเลยเนี่ย

 

เราต่างมองไปตามรถยนต์ที่เคลื่อนออก พี่ชานยอลลดกระจกโบกมือมาให้อีกครั้ง ก่อนที่จะขับออกไป

 

ถ้าเกิดเขาขอจริงๆ แม่จะยกให้มั้ยครับแบคฮยอนลองถามออกไป

 

โธ่ลูกเอ้ย แต่ก่อนจนตอนนี้ไม่ได้เหมือนว่าแม่ยกให้ชานยอลเลยเนอะ

 

 

แบคฮยอนเอนซบไหล่แม่ มันมีความรู้สึกบางอย่างที่เปล่งประกายเข้ามาในหัวเป็นความสุขที่พึ่งมี และที่จริงมันมีอยู่ตลอด อยู่ที่แค่ว่าเราจะค้นพบมันเวลาไหน

 

...แค่นั้นเอง

 

 

แม่ครับเขาเรียกแม่เอาไว้ก่อนที่จะแยกย้ายเข้าห้องนอน

 

ผมรักแม่นะ

 

หื้มอะไรเนี่ยแม่เดินลงมาหอมแก้มผมทำไมชิงบอกรักล่ะกลัวแม่จะน้อยใจที่รักเจ้าชานยอลมากกว่าเหรอ

 

ไม่ได้รักมากกว่าน้า :-(“

 

จ้า แม่รู้เธอหัวเราะที่แกล้งล้อลูกชายได้สำเร็จ

 

แค่ลูกมีความสุข แม่ก็พอใจแล้วล่ะ

 

“...”

 

อะไรก็ได้เลยลูก ถ้ามันเป็นความสุขของหนู

 

 

 

ผมเชื่อแล้วฟ้าหลังฝนมันเป็นยังไง กับเรื่องที่เจอกับตัวเอง แม้จะเปียกนิดหน่อยแต่ปัดเป่าไปไม่นานก็แห้งหายดี

 

 

 

 

 

ในวันที่เรียนจบเป็นอีกครั้งที่แบคฮยอนรู้สึกภูมิใจกับตัวเอง ดีใจที่ทำให้แม่มีความสุข เราได้ถ่ายภาพแห่งความทรงจำมีทั้งเขา จงแด แม่ พี่ชานยอล และแม่ของพี่ชานยอล กับรอยยิ้มของทุกคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขา

 

 

 

 

 

“...นี่ คือแบคฮยอนยืนตกตะลึงอยู่หน้าบ้านที่คุ้นเคยหลังจากกลับมาจากทานข้าวกับครอบครัวเสร็จ ตอนนี้บ้านหลังนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว

 

สวยมั้ย

 

คนตัวเล็กที่ถูกมือหนาวางบนหัวพยักหน้าหงึกๆ จากบ้านสภาพเก่าๆ ตอนนี้มันเหมือนถูกรีโนเวทใหม่ด้วยโทนสีขาว มีต้นไม้ มีดอกไม้ดูน่ารักอยู่ตรงนั้นเต็มไปหมด

 

ยินดีต้อนรับกลับบ้านเราครับก่อนที่ปาร์คชานยอลจะเดินอ้อมมาข้างหน้าเขา มองหน้าเด็กที่กำลังขี้แย

 

โอ๋...”

 

ดึงเข้ามากอดแต่ก็อดจะขำออกมาไม่ได้ เลยโดนทุบไปที

 

พอเข้ามาในบ้านทุกอย่างดูสะอาดสะอ้าน เรียบร้อยไม่ต่างจากเดิม ทันทีที่ประตูปิดลง ร่างกายที่ถูกปะทะจนเขาแทบตั้งรับไม่ทันนั้นเซเล็กน้อย

 

ก่อนจะตั้งหลักมองคนที่เข้ามากอดแน่น ก่อนที่ชานยอลจะอุ้มช้อนอีกฝ่ายขึ้น พาเดินอ้อมมานั่งลงบนโซฟาด้วยท่าทางที่...

 

ทะลึ่ง

 

ใครเริ่มล่ะ ก็ตอนนี้น่ะแบคฮยอนนั่งทับอยู่บนตักทั้งยังหันหน้าเข้าหากัน ซ้ำยังไม่พอเอนลงมาซบกันอีก อ่า ใครจะทนล่ะครับบบ

 

“..หนูเริ่มเหรอ

 

ค่ะ หนูนั่นแหละและหนูจะต้องเจอดีแน่ๆเลยค่ะ

 

พี่อ่ะ ฮ่า” 

 

 

แบคฮยอนบ้าจี้กับคำว่าค่ะของพี่ชานยอล เรานั่งเล่นกันอยู่ซักพักใหญ่ ก่อนช่วยกันจัดของ ลงมาทำกับข้าว ตั้งโต๊ะกินข้าวที่สนามหญ้าหน้าบ้าน กลับมาช่วยกันล้างจาน นอนตักกันดูหนังใน netflix  แล้วก็พากันเข้าไปอาบน้ำ

 

วันๆนึงทำไมมันผ่านไปเร็วจัง แต่มีความสุขชะมัดเลย

 

 

 

ทาครีมอะไร

 

ทามั้ยครับว่าแล้วก็จิ้มลงบนแก้มคนตัวสูงทันที

 

ทาแล้วพี่น่ารักเหมือนเราทำไง แบคฮยอนเอาแต่ขำ ก่อนจะถูกอุ้มทั้งแบบนั้นมานอนลงบนเตียงโดยคนถูกอุ้มไม่ได้มีท่าทีขัดขืนอะไรเลย

 

นอนเถอะนะ พี่อยากนอนกอดจะแย่แล้วพูดบอกไปอย่างมันเขี้ยว ฟัดไปทุกอณูของผิวกายหอมๆ

 

ก่อนที่จะหยุดค้างเติ่งอยู่บนใบหน้า แปรเปลี่ยนเป็นกดจูบเบาๆไปที่พวงแก้ม ก่อนจะไล่ระดับลงมาที่ริมฝีปากที่เผยอรอกันอยู่นานสองนาน

 

ทันทีที่มันบรรจบกับความนุ่มหยุ่นที่หอมหวาน ปาร์คชานยอลละเมียดครอบครองมันอย่างกระหาย มีเสียงของน้ำลายที่ดังเคล้าพอให้เขินอาย แต่ใครใคร่อยากจะหยุดลงกับความหอมหวานนี้

 

อาจจะนานหลายนาทีที่คนใต้ร่างเริ่มหอบ ชานยอลจึงล่าถอยออกมา

 

 

ไม่ทำต่อเหรอครับดูถามเข้าสิ ตาแป๋วเชียวดูน่ามันเขี้ยวน้อยที่ไหน ปาร์คชานยอลส่ายหน้าเป็นคำตอบ เห็นว่าอีกฝ่ายเองก็ก้มหน้างุดเลยตอนที่ถามออกมาแบบนั้น

 

เดี๋ยวเราเหนื่อย

 

ก็..ม ไม่หรอก ครับเอาแต่พูดอู้อี้อยู่กับอก

 

วันนี้พี่ขอนอนกอดเอาแรง ส่วนวันอื่นๆค่อย...แรงๆ

 

ทะลึ่ง!”

 

ชานยอลกระชับร่างอีกฝ่ายในอ้อมกอดให้แนบแน่น มีเนื้อมีหนังกับเขาบ้างแล้ว ก่อนจะกดหอมกลุ่มผมสีเข้ม มีกลิ่นหอมอ่อนๆของแชมพูที่เราใช้ด้วยกัน ดมดอมหอมลงบนจมูกรั้น ก่อนจะถึงเวลาบอกคำลาสำหรับค่ำคืนนี้

 

 

ราตรีสวัสดิ์นะ

 

ราตรีสวัสดิ์เช่นกันครับ

 

“...”

 

พรุ่งนี้เช้า ... เจอกันนะครับ

 

 

 

ขอให้เราได้ตื่นมาเจอกันทุกเช้า... และตราบนานเท่านาน

 

 

 

 

any room that you walk into becomes such a better place

and I can see what I'd be missin' if what I would always need

Someone like you

 

 

(Someone like you - austine mahone)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอให้เป็นวันที่ดีอยู่เสมอค่ะ 

ช่วงที่ตัดพาร์ทไปมาตอนอยู่โรงพยาบาลมีใครงงมั้ยคะ ; - ;

ติชมได้นะคะ!

 

ขอบคุณที่ยังอ่านเสมอค่ะ

#smileandgoCB

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 181 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,053 ความคิดเห็น

  1. #1966 La mela (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2563 / 00:50
    หมอนเปียกชุ่มเลยค่ะ ;___; ดีใจที่ทั้งคู่ได้กลับมารักกัน ฟ้าหลังฝนย่อมสวยงามเสมอ ประทับใจในหัวใจของทั้งคู่มาก เป็นความรักที่ยิ่งใหญ่ ฮื้อออ
    #1,966
    0
  2. #1965 Mayy-lali (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 11:30
    ร้องไห้แบบหนักมากกกเลยค่ะ
    #1,965
    0
  3. #1963 Bxxmu (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 05:23
    น้ำตาไหลเลบจ้ะ ชั้นสงสารทั้งคู่มาก แต่ได้อยู่ด้วยกันแล้วมีความสุขกันแล้วดีจัยย
    #1,963
    0
  4. #1962 mcd. (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 23:12
    โอ้ยย ร้องเลยค่ะ แงงงงง ดีใจมากที่ได้กลับมารักกัน งื้อออ
    #1,962
    0
  5. #1960 NangAnna (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 01:19
    น้ำตานองงงงงงแต่อบอุ่นน
    #1,960
    0
  6. #1959 Saturnblue (จากตอนที่ 47)