smile breathe and go slowly - (chanbaek)

ตอนที่ 46 : sticky

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,872
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 217 ครั้ง
    22 พ.ค. 63

 

stickychanbaek

 

 

 

 

 

 

คำเตือน

มีคำหยาบ และเนื้อหาค่อนข้างหยาบคายค่ะ

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“บ แบคฮยอนคะ เบาๆ”

 

“...”

 

“อืม”

 

เมื่อเสร็จ เขาไม่เคยจะอยู่รอ

 

“จะไปแล้วเหรอคะ”

 

“อืม” เขาพูดพร้อมกับติดกระดุมเสื้อ ดึงกางเกงขึ้น อย่างรีบร้อนกลับไป

 

“จะได้เจอกันอีกมั้ยคะ”

 

“ไม่รู้สิครับ”

 

เมื่อไหร่ที่อีกฝ่ายมีท่าทีจะสานต่อ เขาก็เลือกจะตัดมันซะ

 

ใจร้าย ?

 

ก็คงแบบนั้น...

 

 

สองเท้าก้าวเดินออกมาจากคอนโดหรู เดินเซ็งๆไปขับรถของตัวเอง เหยียบกว่าร้อยยี่สิบในยามตีหนึ่งแบบนี้ ก่อนจะชะลอรถแล้วมาหยุดที่ตึกโทรมๆหลังหนึ่ง

 

ในกระเป๋าเสื้อโค้ทมีบุหรี่อยู่สองมวน มันถูกหยิบขึ้นมาจุด แบคฮยอนลดกระจกลงเล็กหน่อยและปล่อยควันล่องลอยออกไป เสียงประตูรถอีกฝั่งถูกเปิดออก ใช่ เขาไม่ได้ล็อกเอาไว้...กับบุคคลที่พรวดพราดมาโดยที่เจ้าของไม่ได้มีท่ามีตกใจอะไรเลย

 

ก่อนจะถูกดึงรั้งต้นคอให้หันกลับมารับจูบหอมหวาน ตะกรุมตะกรามกวาดต้อนไปทั่วทั้งปาก มือมันดึงเส้นผมข้างหลังให้เขาเผยอปากขึ้น

 

 

เต็มไปด้วยความรู้สึก คิดถึง โหยหา

 

 

รสจูบกลิ่นบุหรี่ ดีชะมัด

 

 

“กลิ่นน้ำหอมผู้หญิง ... เมื่อไหร่จะเลิก” ปากที่พูดออกมาทั้งยังคลอเคลียไม่ห่างก่อนมันจะผละออก และเขาก็ชกอกมันพร้อมมองกันในความมืด

 

“มึงล่ะ พอได้หรือยัง”

 

“ก่อนบอกให้คนอื่นพอ ตัวเองนั่นแหละพอหรือยัง”

 

ไร้ซึ่งคำตอบ เพราะพวกเขาใช้ปากเป็นคำตอบให้กับคำถามซึ่งดูจะไม่มีใครอยากตอบ

 

 

โหยหา คิดถึง ... ทั้งหมดนั่น

 

 

ซอกคอขาวถูกขบเม้ม ปาร์คชานยอลรีบร้อนกับศีรษะที่มุดหายเข้าไปในเสื้อคอกลมตัวโคร่ง ขบเม้มไปกับผิวสีขาวที่มองเห็นแม้แต่ในความมืด

 

“อืม เดี๋ยวสิขับรถไปอีกหน่อย”

 

“จะเอาในนี้ ... ตอนนี้

 

 

ปาร์คชานยอลใจร้อนเสมอกับเรื่องแบบนี้

 

 

ไม่เจอกันแค่เพียงครึ่งวันใครบางคนคิดถึงจะเป็นจะตาย ถึงเจอกันก็ได้แต่ทำเมินเสมือนว่าเกลียดกันมาตั้งแต่ชาติไหน

 

“อ๊ะ!”

 

“สำหรับที่ทำหน้ารังเกียจกันวันนี้”

 

“ปะ..เปล่า”

 

ยอดอกถูกกัดเสียเต็มคำ ชานยอลกัดมันจนล้ำลึก มันเหมือนแคนดี้สองชิ้นที่รสหอมหวาน อยากกัดให้เจ็บ อยากให้ร้องออกมา

 

“กลิ่นน้ำหอมติดไปทั่ว”

 

“อ.. อ๊ะ! ก ก็เธอฉีดมา”

 

“หึ หลังจากนี้ก็จะมีแต่กลิ่นกู...คนเดียว”

 

 

น้ำเสียงหลังจากนั้นเบาลง เมื่อมือใหญ่เลื่อนลงเข้ากอบกุมส่วนเล็กที่กำลังชูชันได้ที่

 

“หวง”

 

คลอเคลียไปตามใบหน้าที่แหงนสูดปากเพราะความเสียวซ่านกับฝ่ามือที่ต้องเป็นเขาเท่านั้น

 

 

“เอาเถอะ”

 

“...”

 

“นะ....” ดวงตาแมวขี้ยั่วอีกแล้ว

 

“กับเธอ...ไม่พอเหรอ”

 

ผละจากใบหน้าออกมาจดจ้องคนที่ไม่เคยยอมแพ้กับอะไรแบบนี้ แต่นิ้วมือที่ยังกอบกุมและปิดส่วนหัวเอาไว้ทำให้แบคฮยอนแทบคลั่งตายให้ได้

 

รู้ว่าประชดกัน แต่คนที่เขายอมอ้าขาให้มีแค่มัน

 

 

“อื้ออ มึงมัน..เหี้ย”

 

“ด่าผัวแบบนี้ไม่ได้นะคะ”

 

“อ๊ะ!”

 

ผ่อนลมหายใจได้แค่นิดเดียว แบคฮยอนยกตัวขึ้นมามองคนที่มุดลงต่ำไปกับส่วนล่าง กัดนิ้วชี้อย่างอยากจะข่มอารมณ์ที่ตื่นเต้น

 

ก่อนที่ปาร์คชานยอลจะครอบครองมัน และทันทีที่ปากและลิ้นสัมผัส...

 

 

“แตกเลยเหรอ ... ใครจะถึงใจเท่ากูใช่มั้ย”

 

ชานยอลโลมเลียทุกหยาดหยด เงยหน้ามองคนที่นั่งไม่สุขอยู่ในตอนนี้ เบาะออดี้เลอะไปด้วยคราบน้ำขาวที่คนขับเป็นมันหลั่งมันออกมา

 

แต่ใครเล่าจะมีอารมณ์มาสนใจ

 

 

มือเรียวสวยเลื่อนไปโอบใบหน้านั้นให้เคลื่อนเข้ามาใกล้พร้อมมอบจูบหอมหวานให้ อีกมือก็ละออกเลื่อนลงไปลูบแผงอกตรึงแน่น ก่อนจะวนผ่านกางเกงลงไปสู่ความใหญ่โต

 

... ที่ถึงใจเสมอ

 

 

“ไปนั่งไป ในรถไม่สะดวกแล้วมั้ง”

 

“แล้ว ผัว จะทนไหวเหรอ” ชานยอลกระตุกยิ้ม

 

“หน้าที่เมีย ก็อมให้หน่อยสิ”

 

 

 

 

ผมน่ะหัวเสียเป็นบ้า คนที่จะทนไม่ไหวไม่ใช่ไอ้คนที่ขอขับแทน แต่เป็นผมที่เสร็จไปแล้วรอบนึงต่างหาก คนบ้าอะไรอ่ะแข็งขนาดนั้นยังมีอารมณ์มาผิวปาก ทั้งมือยังจับพวงมาลัยแล้วขับด้วยความเร็วเต็มสปีดยามค่ำคืนแบบนี้อีก

 

 

 

เกือบไม่ถึงห้อง มือใหญ่ที่จับมือเล็กไว้แน่นพากันวิ่งเข้ามาในเซฟโซนของพวกเขา...

 

 

 

 

 

 

 

cut

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Never stays for long

And she's gone in the morning...

 

 

 

ลุกขึ้นจากเตียงได้ก็เห็นว่าแบคฮยอนยืนจัดทรงผมที่ไถทั้งข้างหน้าและข้างหลังของตัวเองอยู่หน้ากระจกบานยาว ผมไม่ได้สังเกต แต่เท่ดี ช่วงบนของเขาเปล่าเปลือยมีรอยแดงเต็มไปหมด

 

เซ็กซี่ชะมัด

 

 

“จะไปเรียน หรือไปหาผู้หญิงกันแน่”

 

“หึงเหรอ”

 

“ต้องพูดด้วยเหรอ”

 

แบคฮยอนที่ใส่เสื้อนักศึกษายังไม่เรียบร้อย ค่อยๆเดินกลับมาที่ปลายเตียงที่มีใครบางคนนั่งหน้างองุมอยู่ เขากดจูบลงบนริมฝีปากนั้น

 

“แล้วเจอกัน”

 

ชานยอลมองไปตามร่องอกจากการติดกระดุมที่ไม่เรียบร้อยเอาซะเลยนั้น ความขาวที่มองเห็นชัดทำให้เขาจะเป็นบ้าเพราะคนๆนี้ได้เสมอ

 

มือใหญ่คว้าเอวบางให้ลงมานั่งบนตักที่เปลือยเปล่า

 

“เดี๋ยวนะ” แบคฮยอนหัวเราะ

 

 

“แบคฮยอน”

 

“.. หืม”

 

ชั่วอึดใจที่เงียบไป

 

“ไม่มีอะไร”

 

“...”

 

“แค่จะบอกว่า...”

 

“... ?”

 

“ไปเหอะ”

 

“อื้ม”

 

 

พอพูดแบบนั้นแบคฮยอนก็เตรียมผละออก เดินไปหยิบข้าวของของตัวเอง แต่แล้วคนที่ลังเลที่จะพูดบอกกลับเรียกรั้งไว้อีกหน

 

 

“...มึง”

 

“อะไรอีก” แบคฮยอนเลิกคิ้วขึ้น เพราะชักจะหงุดหงิด

 

 

 

“พอเหอะว่ะ เรามาทำให้มันจริงจังซักทีได้มั้ย”

 

“...”

 

 

ใครซักคนที่ไม่ชอบการผูกมัด แต่ก็รู้ตัวเองเสมอ... ว่าขาดเขาไม่ได้เลย

 

 

“เลิกกับผู้หญิงของมึงก่อนเถอะ”

 

 

เราทะเลาะกันเรื่องนี้ซ้ำๆ ปัญหาซ้ำซากที่โคตรน่าเบื่อ

 

ทั้งๆที่ผม..

 

 

“กูจะกลับบ้านนะ คงไม่ได้เจอกันบ่อยแล้วพ่อป่วย”

 

 

ความสัมพันธ์ที่ไม่ต้องการให้คนรอบข้างรับรู้ว่าพวกเขา...

 

แบคฮยอนเลือกจะเดินหนีผมไปเสมอในตอนเช้า เราจะได้เจอกันก็นานๆที เจอกันทุกทีก็เอากันทุกรอบ ความรักเราคือเซ็กส์

 

 

เหมือนเราจำกัดความสัมพันธ์กันแค่นั้น

 

ผมรักเขา เรารักกัน

 

... แต่เรารักกันได้หรือเปล่า

 

 

 

 

 

 

/

 

 

 

 

 

 

 

การจูบดูดดื่มที่ทำให้ชานยอลเคลิ้มได้ง่าย หน้าอกหน้าใจที่บดเบียดแนบแน่นทำให้เลือดในกายพุ่งพล่าน แต่มันกลับมีหน้าใครอีกคนซ้อนทับ

 

และเธอไม่ใช่

 

 

“ชานยอลคะ!”

 

“กลับไปไป๊”

 

“เหอะ!”

 

“...”

 

“ไร้น้ำยา”

 

ชานยอลขยี้ผมสีเทาของตัวเองอย่างคนที่หงุดหงิด ไม่ได้เจอแบคฮยอนมาสามวันแล้ว ทำอะไรก็ไม่ได้

 

คิดถึง

 

จะเอากับใครก็มีแต่หน้ามัน

 

ข้อความทื่อๆถูกส่งไปตามสไตล์ จะโทรไปก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่รับ

 

โธ่เว้ย

 

 

ตื้ด ตื้ด ตื้ด..

 

(...)

 

“อยู่ไหน ... คิดถึงจะตายอยู่แล้ว”

 

(แบคฮยอนมันเข้าห้องน้ำ)

 

(...หึ)

 

 

ชานยอลลุกขึ้นกระวนกระวาย เสียงนั้นที่เดาได้ว่าเป็นเสียงของใคร

 

 

ไอ้เวรจงอิน

 

 

 

ผมหึงมันตลอดที่เวลาที่มันอยู่ใกล้แบคฮยอน ผมรู้ว่ามันเริ่มจะรู้ และเหตุผลที่เราไม่อยากบอกใครเรื่องความสัมพันธ์เพราะครอบครัวของแบคฮยอน พ่อมันเป็นผู้อำนวยการมีหน้าตาทางสังคม และการที่ลูกเป็นเกย์...กับสังคมประเทศนี้ ไม่มีใครยอมรับพวกเราหรอก

 

แม้แบคฮยอนจะเหมือนไม่สนใครหน้าไหน แต่มันก็รักครอบครัวไม่น้อย แน่ล่ะ

 

และผมเคยถามแล้ว ถ้าต้องเลือกแน่นอนว่ามันก็ไม่เลือกผม

 

ไม่มีวิธี ไม่หาทางออก ไม่สู้...เราเป็นแบบนั้น ทั้งๆที่ไม่อยากเป็น พวกเรายังเด็กที่อาจจะโตแค่ตัวไม่มีทางสู้คนที่อาบน้ำร้อนมาก่อนได้อยู่แล้ว

 

 

 

 

ภายในไม่กี่วัน เรื่องผมกับแบคฮยอนโผล่ขึ้นมาให้คนพูดถึง และเขายิ่งหลบหน้าผม

 

ไม่แปลกที่จะไม่มีใครไม่รู้จักทั้งสองคน ลูกของผอ.ที่ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กับลูกนักธุรกิจ บวกกับหน้าตาที่โดดเด่นและน่าหมายปอง

 

 

ตอนนี้มันทำให้เราเหินห่าง และผมเป็นห่วงเขา

 

 

 จนผ่านไปเกือบเดือน เลยตัดสินใจโทรไปเพื่อจะคุยให้รู้เรื่อง

 

 

“หลบหน้าทำไม”

 

(รำคาญมึงไง ถามโง่ๆอีกแล้ว)

 

 

แม้เป็นคำตอบที่แสนจะทำร้ายจิตใจ แต่ชานยอลก็รู้ว่ามันแค่พูดออกมาเพื่อปกปิด...

 

 

“แล้วร้องไห้ทำไม”

 

 

ความเสียใจ

 

 

 

(...)

 

“อยู่ไหน”

 

 

“ถามว่าอยู่ไหน”

 

(...บ้าน น...ในห้อง)

 

 

 

(อย่ามานะ)

 

 

 

น้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นสั่นเครือ ผมรู้ว่าแบคฮยอนร้องไห้ การที่เราไม่ได้เจอกันมานับเดือน มันเรียกว่าปกติมั้ยสำหรับคนที่รักกัน มันอาจจะน้อยกว่าทุกครั้งที่ต้องห่าง แต่ผมกลับมีความรู้สึก

 

ความรู้สึกที่กลัวเขาจะหายไปแสนไกล

 

 

 

และปัญหาที่เรารู้ดี ผมเลยเลือกมายืนอยู่ในบ้านของแบคฮยอนและเผชิญหน้ากับพ่ออีกฝ่ายอยู่ในตอนนี้

 

 

“ฉันไม่มีเหตุผลที่ต้องคุยกับคนที่ไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับชีวิตฉันและลูกชายอย่างแก”

 

“ผมรักแบคฮยอน”

 

“เหอะ” ผู้ชายวัยกลางคนแค่นหัวเราะ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นหัวเราะลั่นออกมา

 

“น้ำหน้าอย่างนี้น่ะเหรอ จะไปกันรอด”

 

“...”

 

“นี่ จะบอกให้นะมันก็แค่ความสนุกไปวันๆไม่ใช่เหรอ ความสัมพันธ์ปัญญาอ่อนๆแบบนี้ ลืมมันไปซะ”

 

“...”

 

“อีกอย่าง...แบคฮยอนเขาเลือกพ่อเขาน่ะ”

 

“...”

 

“รู้ตัวเองได้แล้วว่าลูกชายฉัน มันไม่ได้เห็นแกสำคัญเลยซักนิด”

 

“แต่นั่นมันเพราะคุณที่กีดกันเรา”

 

เขาหันมามองผมด้วยแววตาโกรธจัด

 

“คุณเองก็มีคนรัก แต่ทำไมถึงไม่เข้าใจความรัก”

 

“...”

 

“คุณไม่ได้รักลูก คุณแค่รักตัวเอง” คอเสื้อข้างชานยอลถูกดึงรั้งให้เข้าหา

 

“แก...”

 

“...”

 

“พวกแกมันก็แค่เด็กวัยรุ่นไม่ประสีประสา” ก่อนที่เขาจะพูดประหนึ่งกระซิบ

 

“แล้วฉัน ก็รักลูกชายเสียยิ่งกว่าแก คนที่ไม่มีวันเข้าใจอะไร...”

 

 

ผมแพ้

 

 

 

 

แต่แล้วคนสูงวัยต้องชะงัก เด็กผู้ชายตรงหน้าคุกเข่าก้มหน้าลงต่อหน้าตนเอง

 

 

“ได้โปรด”

 

“...”

 

“เห็นใจความรักของเรา”

 

พอเงยหน้าขึ้นมา ก็ต้องหันไปตามแรงตบจนทำให้ใบหน้าคมคาย มีเลือดซิบตรงมุมปาก

 

“หุบปาก!”

 

“...”

 

“จำใส่หัวเอาไว้ ว่าไม่มีวัน!”

 

 

 

 

ผมแพ้อยู่แล้ว แต่แค่อยากจะขอเวลา อาจจะไม่กี่ชั่วโมงจากนี้ ขอให้เราได้คุยกัน

 

ผมภาวนา ขออย่าให้แบคฮยอนผลักไสผม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ชานยอลปีนขึ้นมาชั้นสองของบ้าน มองเห็นผ่านความมืดกับกระจกบานเลื่อนที่ทำให้มองเห็นใครบางคนที่นั่งเหม่อลอยพิงอยู่กับกำแพง

 

เขายืนมองอยู่ด้วยใจที่สลาย คนรักของเขาเหม่อลอยทั้งตาที่บวมปูด ก่อนที่คนที่อยู่ในนั้นจะเบิกตากว้าง รีบวิ่งลุกขึ้นมาเปิดกระจกออก

 

สองร่างโผล่เข้ากอดเข้าหากัน  แบคฮยอนตีหลังอีกฝ่ายแรงๆ กลั้นสีหน้าที่เต็มไปด้วยอาการเสียใจแต่เขาไม่อยากร้องไห้ต่อหน้าชานยอลเลย ไม่อยากเลยซักนิด

 

 

 

 

“มึงเจ็บ...” มีแค่เทียนหอมที่ถูกจุดเอาไว้แทนการเปิดไฟในยามค่ำคืนนี้

 

“ใครเจ็บ ไม่มีหรอก”

 

เรานั่งหันหน้าเข้าหากัน ต่างฝ่ายต่างจ้องมองด้วยความคิดถึง จนชานยอลมองไปเห็นที่มุมปากบางที่เป็นรอยช้ำ

 

เขาก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด สงสาร เพราะทั้งหมดมันเป็นเพราะตัวเอง ก่อนจะถอนหายใจออกมาลูบไปที่ใบหน้าและริมฝีปากที่มีเลือดซิบและเริ่มบวม

 

“เจ็บมั้ย”

 

แบคฮยอนส่ายหน้า เขาไม่เจ็บหรอก แต่ถ้าที่หัวใจ...ก็ว่าไปอย่าง

 

 

“เก่งจังนะ”

 

“...ขอโทษแทนพ่อด้วยนะ”

 

เพราะตัวเองได้ยินทุกอย่างที่พ่อพูดกับชานยอล มันเจ็บไปหมดเลยกับคำพูดที่ทำร้ายจิตใจแบบนั้น

 

 

“กูบอกว่าไม่ให้มา”

 

“ก็เมียอยู่ที่นี่ จะไม่ให้มาหาได้ไงหือ” สีหน้าที่ไม่ได้มีความสุขเหมือนกับคำพูดที่ทำเป็นกวนไปแบบนั้น กับสถานการณ์ที่เป็นอยู่เขารู้เส้นทางต่อจากนี้ดี

 

 

ชานยอลรู้คำตอบดี

 

 

 

บนเตียงมีเราสองคนที่นอนกอดก่ายหาความอบอุ่นซึ่งกันและกัน ปลอบประโลมกับทุกสิ่งที่ต่างเจอในวันนี้และก่อนหน้านี้ เรื่องของเราแพร่หลาย ถูกพูดถึงไปทั่วมหาวิทยาลัย ไม่แปลกที่พ่อรู้แล้วจะโมโห...ถึงยื่นเสนอถึงขั้นตัดขาดความเป็นพ่อลูก

 

หน้าตาในสังคมย่อมสำคัญกว่าอยู่แล้ว

 

 

นิ้วชี้เกลี่ยไปตามกรอบหน้าเรียว จดจ้องมองกันอยู่นานแสนนาน จนเวลาผ่านไปหลายวินาที เป็นนาที นานนับชั่วโมง

 

 

 

 

 

“เราควรจะหยุดกันแค่นี้”

 

 

มันยากกระทั่งคำที่จะพูดแต่ละคำ เหมือนมีหนามทิ่มแทงใจตลอดกับคำพูดพวกนั้น

 

 

“...ถูกมั้ย”

 

 

แต่มันคือความจริง ในโลกแห่งความเป็นจริง

 

 

“อืม ... พรุ่งนี้ตื่นมามาคงก็จะไม่ได้เจอกูแล้วนะ” แบคฮยอนพยักหน้าในอ้อมอก

 

 

 

ขอบคุณที่เข้าใจเสมอ และขอโทษ...

 

สิ่งที่เขาอยากจะบอกกับชานยอล...แต่เลือกจะไม่พูดออกไป

 

 

 

 

เขาไม่ได้นอนหลับ ไม่หลับเลยซักนิด ที่หน้าผากถูกจูบลงมาซ้ำๆ ไม่มีเรื่องพูดคุยใดๆมีแค่ความรู้สึกที่วูบโหวงกับการต้องลาจากในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

 

ไม่ต้องเอ่ยย้ำ แต่เรารู้กันดี

 

 

“...”

 

“กู รู้สึกกับมึงมากกว่าที่มึงคิด”

 

“...“

 

“อย่าร้องไห้อีกเลยนะ”

 

 

 

ชานยอลลุกขึ้นมาในความมืดของเวลาตีสาม มองแผ่นหลังที่กำลังสั่น แม้จะเสียใจแต่แบคฮยอนไม่เคยส่งเสียงออกมาให้ได้ยิน แต่เพียงมองแค่นี้ยิ่งทำให้เขาเข้าใจถึงความรู้สึกของอาการที่เรียกว่า

 

 

ใจจะขาด...

 

 

ในเมื่อเลือกแล้ว เราก็ต้องยอมรับทุกสิ่งที่เกิด ผมคิดเสมอว่าอนาคตเราอาจจจะยังกลับมาเจอกันได้เหมือนเดิม แล้วถ้านับตั้งแต่ผมก้าวออกมานี้

 

ผมยังคงรัก ... รักแค่เขา

 

 

พรุ่งนี้คงแย่หน่อย วันต่อๆไปคงจะดีขึ้น...

 

 

 

 

 

เสียงกุกกักแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบ และมีแค่เสียง

 

 

“ฮึก ...”

 

 

 

 

ผมไม่ใช่คนอ่อนแอ ไม่อยากอ่อนแอ ไม่ชอบร้องไห้ต่อหน้าใครเพียงแค่เพราะมันไม่เท่ แม้แต่กับเขา ผม แบคฮยอนคนนี้ยังไม่อยากร้องไห้ให้เขาเห็นเลยด้วยซ้ำ

 

ถ้าเป็นคุณ...ระหว่างคนที่รักมากที่สุดทั้งสองฝ่าย คุณจะเลือกใคร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แบคฮยอน.

 

นับแต่วันนั้นล่วงเข้าปีที่สอง ผมเจอกับอะไรมากมายในชีวิต วันที่ชานยอลเดินออกไป ผมไม่ต่างอะไรกับหมาตัวนึงที่ซึมเหมือนถูกเจ้าของทิ้ง ผมเอาแต่คิดว่าซักวันพ่อคงเข้าใจ ซึ่งต่อมาเขาก็ยอมคุยดีๆกับผม

 

และก็มาถึงสิ่งที่ลูกอย่างผมต้องทำ...พ่อเริ่มสอนงานทันทีที่ผมเรียนจบ แต่แล้วอะไรๆที่เจอก็ไม่ได้ดีนัก ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หยุดชะงัก เราสูญเสียรายได้มากมายจนพ่อเครียดแล้วก็ทรุดเข้าไอซียู

 

แต่หน้าที่ที่อยู่ก็ต้องเดินต่อ สำหรับผมตอนนั้นมันยาก...ผมเกือบยอมแพ้ แต่ก็ทำไม่ได้นี่คือสิ่งที่ครอบครัวของผมสร้างขึ้นมามันดำเนินไปด้วยความทุลักทุเลแต่ก็พอยืนอยู่ได้ จนพ่อรักษาหาย เส้นทางที่เดินมันก็ยังไม่เรียบนัก เรายังต้องการหุ้นส่วนมาอุ้ม ทั้งผมและพ่อช่วยกันติดต่อหานักธุรกิจหลายๆท่าน

 

และวันนี้ก็เป็นพ่อที่ขอออกไปคุยเอง แต่ไม่ได้บอกผมว่าไปพบใคร

 

 

 

 

 

บยอนยุนซูมาถึงร้านอาหารที่นัดเอาไว้กับว่าที่หุ้นส่วนหลัก แต่แล้วเขากลับได้เจอกับคนที่ไม่เจอมานานและไม่คิดว่าจะมายืนอยู่ตรงนี้ด้วยซ้ำ

 

 

“...แก”

 

“คุณยุน รู้จักลูกชายผมด้วยเหรอครับ” ผู้ชายวัยกลางคนที่ตัวเล็กกว่าพ่อของเขา เปลี่ยนสีหน้าเป็นความยากจะเชื่อโลกกลมสินะ

 

“ผมเคยรู้จักกับลูกชายเขาครับพ่อ” ชานยอลเอ่ยบอก

 

“อ่อ อ่า.. งั้นเชิญนั่งก่อนดีกว่าครับคุณยุนดูท่าจะเหนื่อยๆนะ” พ่อของเขาหัวเราะแบบคนที่ไม่รู้เรื่องอะไร ซึ่งก็เป็นเช่นนั้น

 

รู้มาบ้างว่าอีกฝ่ายป่วยหนัก พึ่งจะดีขึ้นก็ช่วงนี้และปัญหาที่ทางครอบครัวบยอนกำลังเผชิญเขาเองก็รู้ และเป็นห่วงอยู่เสมอ

 

 

“นี่ ปาร์คชานยอลลูกชายคนเดียวของผมครับ กะจะเริ่มดันๆขึ้นแล้ว” ปาร์คซึงโฮเริ่มแนะนำลูกชายคนเดียวอย่างเป็นทางการกับคู่ค้าทางธุรกิจ

 

                ชานยอลยืนโค้งอย่างนับถือ แม้ที่ผ่านมาจะเคยโดนกระทำให้เจ็บช้ำขนาดไหน แต่เวลาเปลี่ยนเขาเองก็คิดว่านิสัยคนก็คงเปลี่ยน

 

“ผมไม่ได้จะมายืดเยื้อนานนะ เพราะไอ้ลูกชายมันทำข้อมูลไว้หมดแล้ว ผมเข้าใจสถานการณ์ของคุณดี...เอาเถอะคุณยุน เดี๋ยวมันก็จะกลับมาดีแบบเดิมแน่ๆ”

 

“…หมายความว่าคุณปาร์คซึงโฮยิ้มให้อีกฝ่าย ก่อนจะลุกขึ้นและยื่นมือไปข้างหน้า

 

ยินดีที่ได้ร่วมงานครับ

 

 

 

 

 

 

. . .

 

 

 

 

 

‘น้ำหน้าอย่างงี้อ่ะเหรอจะดูแลกันไปได้ ไม่อายหรือไงที่ต้องใช้ชีวิตร่วมสัมพันธ์กันนั้น”

 

‘เลิกเพ้อ เลิกฝัน ไอ้พวกผิดเพศแบบพวกแกอยู่กันไปก็มีแต่จะทำให้สังคมล่มจม!!’

 

 

 

 

 

 

 

เสียงปลายเท้าที่เขยิบเข้ามาเคียงข้าง แปลกใจเหมือนกันที่บยอน ยุนซู มายืนสูบบุหรี่อยู่ข้างเขา

 

“...หน้าอายเนอะฉัน ที่ต้องมาขอความช่วยเหลือจากแก”

 

“ครับ”

 

“แบคฮยอนสภาพมันไม่ค่อยดีหรอก ผอมโคร่ง เพราะแกเหรอ” คนข้างกายดูพูดอย่างล่องลอย

 

“คุณไม่เคยโทษตัวเองมั้งเลยเหรอครับ”

 

พ่อของแบคฮยอนปล่อยควันให้ลอยออกไป ชานยอลจับบุหรี่ที่ถืออยู่นั้นออกจากมืออีกฝ่าย

 

“แบคฮยอนคงเสียใจถ้าเห็นคุณสูบมันอีก”

 

“...”

 

“...”

 

“พวกแก...ไม่ได้ไปคุยกันต่อหรอกเหรอ”

 

ชานยอลก้มมองเท้าตัวเองอย่างใช้ความคิด เขายังคิดว่าผมคุยกับแบคฮยอนลับหลังเขาตลอดงั้นเหรอ เขาไม่รู้เลยใช่มั้ยว่าลูกชายของเขารักเขามากขนาดไหน

 

 

“คงไม่ใช่มั้ย ไม่งั้นลูกชายฉันมันคงไม่เอาแต่ทำงานแทนพ่อมันเหมือนคนบ้า จนไม่ได้พักผ่อนแบบนั้น”

 

“...”

 

“จนตอนนี้...ยังรักกันอยู่หรือไง”

 

“เมื่อรัก  ใครๆก็เริ่มต้นด้วยการหลอกตัวเองทั้งนั้นแหละครับ แต่แล้วสุดท้ายเราก็หลอกคุณ”

 

“...”

 

“ถึงจะเคยทำแบบนั้น แบคฮยอนลูกชายของคุณเขาทำไปก็เพราะว่ารักพ่อของเขา และเขาก็เลือกคุณไม่ใช่ผม”

 

บยอนยุนซูถอนหายใจ เขามันหักหาญน้ำใจลูกชายตัวเองจริงๆ กีดกัน ทำลายความรู้สึกของลูกทั้งที่เราเหลือกันอยู่แค่สองคน เขามันแย่

 

สองมือสั่นเทายกขึ้นลูบหน้าปัดปล่อยน้ำตาที่ไหลออกมา

 

เขามันหมดหนทางแล้วจริงๆ  และก็ไม่รู้จะไปทำลายความรู้สึกลูกทำไมอีก

 

 

 

 

 

 

(ครับพ่อ)

 

“...ท่านน่าจะขับรถไม่ไหว ผมเลยจะขับไปส่ง”

 

(...)

 

“ฮัลโหล”

 

(ชานยอลเหรอ)

 

 

 

                น้ำเสียงที่ยังชัดเสมอ

 

 

 

ผมไม่ได้มาที่นี่สองปี ไม่แม้แต่จะเฉียดมาใกล้เลยด้วยซ้ำ เพราะที่นี่ของผมเต็มไปด้วยความคิดถึง.. ผสมปนเปกับความเสียใจลึกๆ

 

ไม่ใช่แค่ผม แต่กับเขาด้วย

 

 

“ขอบใจนะชานยอล”

 

“ครับ”

 

“..เข้าไปในบ้านก่อนสิ” ชานยอลเงยหน้ามองคนที่สีหน้าดีขึ้น มือสั่นเทานั้นตบลงบนบ่าของเขาสองสามที

 

“เข้ามาเถอะ คงมีคนอยากเจอ”

 

 

ผมพอจะมีเวลาว่าง...ทั้งชีวิตเลย

 

 

 

 

ในที่สุด การรอคอยก็มีความหมายกับทุกคนเสมอ

 

 

แบคฮยอนหน้าตอบลงกว่าเดิม น้ำหนักคงจะลงเยอะ แต่ยังน่ารักและเป็นตัวแสบของผมเสมอ เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตหลุดออกนอกกางเกง ใส่ผ้ากันเปื้อนด้วย

 

 

“พ่อ ไม่กินเหรอครับ”

 

“อิ่มอยู่เลย กินกันไปก่อนเถอะ”

 

 

ไม่คิดเหมือนกันว่าระหว่างเราตอนนี้จะแสนอึดอัดขนาดนี้ตอนที่ได้อยู่กันสองคนอีกครั้ง

 

 

“พ่อไม่ได้บอก ว่าคนที่ติดต่อไปและจะไปหาคือพ่อของมึง”

 

“งั้นเหรอ เขาก็คงไม่รู้หรอก”

 

“นั่งก่อนสิ”

 

 

ความจริงผมมีเรื่องอยากถามมากมายจนล้น และหนักปากมากกว่าจะถามออกไป

 

 

“สบา... /สบายดีนะ”

 

 

พอจะถามก็ดันถามออกพร้อมกันไปซะแบบนั้น

 

 

“ตอบก่อนนะ” แบคฮยอนยิ้ม

 

“สบายดี เหนื่อยนิดหน่อย ... คิดถึงมากๆ”

 

ปาร์คชานยอลมองดวงหน้าขาวที่อยากจะจับมาจูบให้หายคิดถึง แต่เขาเองก็อยากตอบคำถามก่อนเช่นกัน

 

“ส่วนกู สบายดี ทำงานหนัก”

 

“...”

 

“...รักเหมือนเดิม

 

 

แววตาสั่นไหวหันมาจดจ้องคนข้างกายในเวลานี้

 

 

 

“เคยได้ยินมั้ย การที่เราได้รักใครซักคนแล้วไม่อยากให้ทุกอย่างที่เป็นเขามันเปลี่ยนไป...”

 

“...”

 

“ตอนที่คิดว่ามึงยังจะรักกันอยู่มั้ย ตอนนั้นโคตรทรมานเลย”

 

แบคฮยอนเปลี่ยนมาหันหน้าหนีเมื่อรู้สึกว่ามันยากกับการต้องกลืนก้อนน้ำลาย

 

 

“นี่ กูเป็นรองกรรมการแล้วนะ ฝึกจนพ่อจะเตะหลายครั้งกว่าจะได้”

 

“...”

 

“เจ้าของอสังหาฯจะไม่พูดอะไรกับผมหน่อยเหรอครับ”

 

แต่แบคฮยอนก็หันกลับมาด้วยใบหน้าแดงก่ำ ดวงตาที่เอ่อไปด้วยน้ำตา สูดน้ำมูกก่อนจะผลักไหล่คนข้างๆด้วยแรงที่เยอะสุดๆ

 

เราต่างพิสูจน์ ... ไม่สิ ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองตามความเป็นจริงที่ถูกบีบให้เดินตามนั้น

 

“เราพอจะเดินข้างกันได้หรือยัง กูดีพอจะเดินกับมึงได้หรือยังวะ”

 

แบคฮยอนเงียบไปอยู่นาน ถ้าหากถามว่ายังรักมั้ย คำตอบก็มีอยู่แล้วแบบไม่ต้องคิดให้มากมาย

 

“นี่คือความพยายาม มันเป็นความพยายามที่เราทำไปเพื่อรักใครซักคน”

 

“ขอบคุณ ขอบคุณความรักของมึง”

 

“...”

 

“กูเองไม่ได้มองหาคนที่เพอร์เฟ็กซ์...เพราะกูก็ไม่ได้มีอะไรดีเลย”

 

“...”

 

“กูทั้ง มักง่าย เห็นแก่ตัว ไม่สนใ

 

“ไม่ใช่ มึงแค่ไม่มีทางเลือก”

 

เราโตขึ้นในแบบของเรา ไม่ใช่วัยรุ่นสองคนที่ทำอะไรตามใจตัวเองเหมือนแต่ก่อน พอพ่อของแบคฮยอนป่วยทรุด ท่านเอาแต่ร้องไห้และโทษตัวเอง การป่วยหนักคราแรกทำให้พ่ออ่อนลงกับเขาเยอะมันอาจจะช้าไปกว่าท่านจะเข้าใจ จนเราห่างกันมานานขนาดนี้ ถึงแม้มันจะดูเหมือนเดิม แต่เขาก็อยากจะถามให้แน่ชัดอีกครั้ง

 

 

“เรายังเป็นเหมือนเดิมได้ใช่มั้ย”

 

 

ชานยอลคลี่ยิ้มออกมา

 

 

“เราเป็นเหมือนเดิมเสมอ แบคฮยอน”

 

“....”

 

“ถ้ามึงยังต้องการผู้ชายห่วยๆคนนี้“

 

 

 

 

“เขาอยู่เพื่อรอมึงเสมอนั่นแหละ”

 

 

 

 

 

 

 

 

End.

 

Love is messy ... selfish and bold

 

(The half of it -)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

#smileandgocb

 

ตอนแรกก็แค่จาแต่งให้มีเอ็นซีขำๆ เพราะทับใจรูปทีเซอร์พิแบค ต..แต่มีดราม่าเฉยเลย

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค้าบ

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 217 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,055 ความคิดเห็น

  1. #2036 Jennysupat18 (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:12
    ดีมากกกก;-;
    #2,036
    0
  2. #1982 PeerayaButthong (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 17:35
    ดีแล้ว ฮือ
    #1,982
    0
  3. #1906 CB-614 (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 17:32
    เค้ารักกันมากจิงๆ
    #1,906
    0
  4. #1904 KaRToon_HH (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 15:11
    โหหหกดดันมากนคกว่าจะไม่ได้รักกันแล้ว แต่พอเจอกันอีกรอบโตขึ้นเยอะมากๆ
    #1,904
    0
  5. #1902 myrealcb (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 01:10
    ต้องเรียกว่าแกงหม้อใหญ่มากกกกก ตอนแรกมีเอ็นซีคิดว่าฟิคแส้บๆกรุบกริบ แต่ไร้ !??!!!! น้ามตารี้ดอยากเค้าคือไหลพราก สึม
    #1,902
    0
  6. #1901 lomarday (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 03:56
    ประทับใจค่ะ
    #1,901
    0
  7. #1893 J_kanp (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 17:58
    แงงงงงงงงง น้ำตาแตก
    #1,893
    0
  8. #1890 JuJupcy (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 05:01
    แฮปปี้!!!
    #1,890
    0
  9. #1889 เบค่อนแบร่ (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 01:50
    ดีมากๆๆๆเลย ดีใจที่สุดท้ายก็ได้รักกันจริงๆซักที ชอบความมั่นคงของทั้งคู่มาก รักก็คือรักอะเนอะะ คุณไรท์แต่งดีมากๆเหมือนเดิมม รออ่านเรื่องต่อไปนะคะ~~~
    #1,889
    0
  10. #1888 PARKSELOR (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 19:57
    ตอนที่พ่อห้ามคือรู้เลยไม่ใช่ทุกคนจะยินดีแม้เป็นความสุขของเรา มุแงงง เป็นความพยายามที่คุ้มค่า ทั้งคู่เก่งมากๆเลยที่ยังมั่นคง

    สนุกมากค่ะ ชอบ💛
    #1,888
    0
  11. #1887 haneul_o4 (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 18:05
    อบอุ่นจังเลยยค่ะ^ ^
    #1,887
    0
  12. #1885 Thanutchayapa_k (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 14:55

    ดีมากเลยยยยย
    #1,885
    0
  13. #1884 Parida Janpet (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 11:58
    ดีมากเลยย
    #1,884
    0
  14. #1883 Pang_Ko' (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 10:51

    เปียกปอนไปหมดแงงงงง
    #1,883
    0
  15. #1882 kengkitlove (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 09:14
    ซึ้งมากๆเลย
    #1,882
    0
  16. #1881 spyyh (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 23:44
    นึกว่าจะแบดเอน ;-; ขอบคุณที่คุณพ่อเข้าใจนะคะ
    #1,881
    0
  17. #1880 mcd. (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 22:38
    โกรธพ่อล่ะนะ แต่ก็ดีใจที่สุดท้ายได้รักกัน
    #1,880
    0
  18. #1879 mmiisoo (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 16:18
    โอ้โหหหห ปวดใจไปอีกกก คุณพ่อคะ ทำร้ายจิตใจลูกชายได้ยังไง
    #1,879
    0
  19. #1878 Inyamuuu (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 15:42
    ดีมากเลยค่ะ คาแรคเตอร์ดูแรงๆทั้งคู่ แต่อบอุ่นเฉย แง
    #1,878
    0
  20. #1877 Alial_ (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 09:16
    เห็นใจมากกก แต่ก็ผ่านไปด้วยดีเนาะ
    #1,877
    0
  21. #1876 tcpk (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 08:28
    ดีมากๆเบย น้ำตาคลอเลยฮืออออ
    #1,876
    0
  22. #1875 Toffy Preeyarat (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 07:11
    เขียนดีมากเลยค่ะ แอบสงสารทั้งสองคนแต่สุดท้ายก็ผ่านอุปสรรคมาได้
    #1,875
    0
  23. #1874 Vibrance (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 06:24
    กี้ดดดดมันแบบบบดีมากๆเรยจ้ะ แต่น้ำตาซึมด้วยนะคะ55555น้องไม่ไหววว แต่งดีมากๆเลยค่ะ
    #1,874
    0
  24. #1873 U-knowtime (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 02:42
    อยากให้กำลังใจไรท์เตอร์มากๆ เขียนดีตลอดเลยค่ะ
    #1,873
    0
  25. #1872 asnonn_ (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 02:07
    ฮือดีอีกแล้วว //ซับนั้มตา
    #1,872
    0