smile breathe and go slowly - (chanbaek)

ตอนที่ 42 : love and obsession - one

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,251
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 233 ครั้ง
    16 พ.ย. 62

 

 


 

 

 

 

เรื่องราวชีวิตของผมในช่วงวันปิดเทอมวันแรก ผมจมอยู่กับ Netflix ทั้งวันทั้งคืน ป๊ากับแม่ไปอินเดียพวกเขาก็ชวนผมแล้วแต่ผมกลัวอ่ะ ขี้เกียจด้วยเลยขอนอนอยู่บ้านสบายๆดีกว่า

 

วันนี้ผมเลือกดูหนังแนว half – human มีป็อบคอร์นกับโค้ก อินไปตามการถ่ายทอดอารมณ์และเสียงที่เร้าใจทำให้ผมตื่นเต้นอยู่หลายฉาก ตามภาษาผู้ชาย ถ้าผมมีพลังหรือเก่งกาจแบบพวกนั้นก็ขอแค่เหาะได้หรือหายตัวไปที่ไหนก็ได้อะไรทำนองนั้นจะดีมากๆเลย

 

และฟ้าข้างนอกมืดสนิทแล้ว ผมพึ่งสังเกตว่ามีฟ้าแลบด้วย ฝนจะตกเฉย...

 

 

 

พรึ่บ!

 

 

แบคฮยอนสะดุ้งเพราะจู่ๆไฟก็ดับและตัดไปเลย ได้ยินเสียงคนข้างนอกจอแจตามประสา ก่อนจะมีแสงอะไรซักอย่างสว่างวาบเข้ามาภายในห้องของเขา

 

 

เวรแล้วอย่าบอกนะฟ้าจะผ่า!

 

 

แบคฮยอนเอามือปิดหูพร้อมหลับตาปี๋ ก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้นมามองอย่ากล้าๆกลัวๆว่าฟ้าจะผ่ามั้ย แต่ตัวเองกลับได้ยินเสียงร้องเหมือนเจ็บปวดแทน...  และทันทีที่ไฟติดนั้น

 

 “ช...เชี่ย!”

 

ภาพที่ตัวเองเห็นตรงหน้าทำให้แทบช็อก แบคฮยอนทรุดนั่งลงกับพื้น ตัวอะไรซักอย่างที่จะว่าเหมือนคนก็เหมือน จะว่าไม่เหมือนก็ไม่เหมือน...ยังกับหนังที่ตัวเองพึ่งดูไปเมื่อกี้เลย

 

....กับแววตาคมที่ดวงตามีสีแดง ผมยาวที่เหมือนมัดเป็นหางม้าไปทางด้านหลัง ท่อนขาที่ดูเหมือนขาของม้า คางและใบหูที่มีลักษณะแหลม

 

 

 “ข้า...จ เจ็บ”

                

 

 

ร่างกายใหญ่โตที่เนื้อตัวอาบไปด้วยน้ำสีแดงสด มีบาดแผลอยู่ทุกจุด เดินมาทรุดลงตรงหน้า เขาอ้ำอึ้งทำอะไรไม่ถูก ก่อนที่มือสั่นๆของแบคฮยอนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าของตัวเองเถวๆนั้นเอามาเช็ดเลือดที่ออกแถวบริเวณหัวของคนตรงหน้าให้ และเขาดูต้องการให้ช่วยเหลือ

 

 

มาจากไหนวะเนี่ย...

 

 

แสงที่เคยวูบวาบสลายหายไปก่อนจะแปรเปลี่ยนเข้าสู่ความเป็นปกติ ไม่ใช่ไม่กลัวเขากลัว... แบคฮยอนนั้นกลัวจับใจ แต่ในฐานะมนุษย์คนนึงการละทิ้งอีกฝ่ายไป ก็ใจร้ายสิ้นดี

 

ทั้งยังจะหนีไปไหนได้ เพราะที่นี่คือบ้านของเขา

 

 

เลือดที่ออกมาก็ยังไม่หยุดไหล เขาก็พยายามหาผ้ามาพันและรัดไว้แน่นๆเพื่อห้ามเลือด ระหว่างนั้นก็คอยแอบมอง เอ่อตัวหรือจะคนนะ ที่เขาสลบไปแล้ว แบคฮยอนเขยิบห่างไปนั่งอยู่มุมตรงข้ามคอยสังเกตอาการอีกฝ่ายที่นอนราบลงไปกับพื้น เขานั่งชันเข่าเอาผ้าห่มมาคลุมไปทั้งตัวเหมือนก้อนอะไรซักก้อน

 

 

จนกระทั่งเผลอนั่งหลับไปทั้งแบบนั้น....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสงสว่างจากลมพัดที่กระทบผ้าม่านส่งผลให้ลำแสงของแสงแดดพาดผ่านจนรู้สึกเหมือนมีอะไรมากระทบดวงตา แบคฮยอนสะดุ้งตื่นเมื่อนึกขึ้นได้ และต้องร้องเสียงหลงออกมาอีกครั้งเมื่อเห็นว่า

 


 “ค...คุณ!”

 

 

 

นี่มันบ้าไปแล้ว รอยบาดแผล เลือด หยดเลือด เสื้อผ้า...ทุกอย่างดูเป็นปกติต่างจากเมื่อคืน ร่องรอยอะไรก็ไม่เหลือเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น เขางุนงงทั้งยังจับต้นชนปลายไม่ถูก หรือว่าฝัน เสียงดังเพียะที่ดังและความเจ็บหลังจากลองตบเข้าที่แก้มตัวเองทำให้รู้ว่านี่ไม่ใช่ความฝัน

 

“ขอบใจเจ้ามาก ข้า...ไม่มีอะไรตอบแทน”


“ต... แต่ ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย”


“...”


“ไม่เป็นไรครับ” แบคฮยอนตอบออกไปในตอนที่ถูกมองจ้องจนแอบหวั่นๆ

 

 

เหมือนฝันเลย เมื่อร่างกายตรงหน้าลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ลำตัวที่สูงเกือบสองเมตร แววตาดุดันจากที่เห็นเมื่อคืนว่ามีดวงตาสีแดงเข้มบัดนี้มันเป็นสีน้ำเงิน

 

ไม่สิ!

                

อีกข้างนึงสีแดงแต่เหมือนอ่อนลง ส่วนอีกข้างเป็นสีน้ำเงินที่มีประกายชัดเจน

 

เพราะเผลอเอาแต่จ้อง เขาไม่รู้เลยว่าด้านหน้าระยะห่างมันลดลง จนเมื่อมือสากเฉยคางของเขาขึ้นถึงรู้สึกตัว

 

 

“ข้ามีนามว่าชาเรนท์

 

“...”


“... และได้โปรด ข้าประสงค์อยากรู้นามของเจ้า”

 

 

แบคฮยอนตาโต เมื่อท่อนล่างของคนตรงหน้าค่อยๆจางหายไปทีละน้อย

 


“ได้โปรด เมื่อตะวันขึ้นเสมอศีรษะข้า ข้าจะต้องจากที่แห่งนี้ไป”

 

 

 

ลำตัวที่หายไปจนเหลือแค่ช่วงอก ใกล้แล้วสินะ... ทั้งที่ตัวเองก็อยากรู้ไม่ต่างกันว่าอีกฝ่ายมาจากไหน และมาได้ยัง

 

 

 “แบคฮยอน ! ผมชื่อแบคฮยอน!”

 

 

 

แสงสว่างกระจายเต็มทั่วห้องมันแสบตาจนเขาต้องหลับตาปี๋ ก่อนที่เมื่อลืมตามาแล้วทุกอย่างจะหายไป ไม่มีร่างกายสูงใหญ่ตรงหน้าแล้ว เหลือทิ้งไว้แต่ความสับสนในเรื่องนี้และ

 

 


 “แหวน?” 

 

 

 

 

แบคฮยอนไม่รู้ตัวว่าแหวนวงนี้มาอยู่ในกำมือของเขาตอนไหนและกลับไม่รู้สึกตัวเลยด้วยซ้ำว่าเขาไปเผลอจับจนมันติดมือมาหรืออย่างไร มันเป็นแหวนวงเล็กขนาดที่คิดว่าชาเรนท์นั้นไม่น่าจะใส่ได้ด้วยซ้ำ

 

 

 

 

 

 

 

ผมนั่งลงบนเตียงพิจารณาไล่เรียงเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นข้ามคืนที่ผ่านมา เขาเดินออกมาจากห้องน้ำในห้องผมด้วยเลือดอาบไปทั้งตัวพร้อมบาดแผลมากมาย ร้องโอดโอยเหมือนเจ็บหนักหนา แผลของเขาน่ากลัวอย่างมากมันเหวอะหวะ แล้วผมก็ทำได้แค่เช็ดเลือดและกดลงไปที่บาดแผลที่เลือดออก

 

 

!!

 

          ก่อนจะนึกขึ้นได้ผมรีบวิ่งดูผ้าที่เช็ดเลือดเขาที่กองเอาไว้ ... มันกลับกลายเป็นสีขาวปกติเหมือนไม่ได้เช็ดสิ่งใดมาก่อน

 

 

นี่มันเรื่องอะไรกันแน่ ชาเรนท์เป็นใคร เขามาจากไหน

 

 

 

 

  

ในอินเทอร์เน็ตไม่มีข้อมูลเรื่องนี้ มันเหมือนความฝันและคงเป็นเรื่องตลกถ้าจะไปเล่าให้คนอื่นฟัง แบคฮยอนได้แค่เก็บงำความสงสัยนี้เอาไว้คนเดียว กระทั่งวันเวลาผ่านไปเรื่อยๆความคิดในเรื่องนี้ก็ยังไม่จางหายไปจากสมอง

 

แบคฮยอนหยิบแหวนวงเดิมขึ้นมา และเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ใครจะรู้ว่ามันยิ่งกว่าความฝันเสียอีก

 

 

 

 

 

ความอยากรู้และอยากลองทำให้เขาสวมมันลงกับนิ้วกลาง ทันทีที่ใส่จนสุด อาการใจเต้นจากข้างใน หัวใจเต้นรัวขึ้นอย่างประหลาด ก่อนไม่นานจะรู้สึกปกติ แหวนวงนี้เป็นสีเงินรูปมังกรที่ตาของมังกรมีจิวสีแดง มันเหมือนเป็นแหวนของเก่าที่คงมีราคามากเพราะมันสวยเหลือเกิน

 

 “ถ้าเรียกจะออกมาเหมือนอะลาดินมั้ยนะ”


 “ชาเรนท์ คุณชาเรนท์”


  “ฮ่า ๆ ตลกจัง”

 

 

 

 

...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“นายท่าน!”

 

 

 

อาการของชาเรนท์หายเป็นปลิดทิ้งหลังจากที่อยู่ๆนายของพวกเขาก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อหลายวันก่อน

 

 “นายท่านโปรดลงโทษข้า”

 

“ไม่ใช่ความผิดของผู้ใด” ทั้งที่ตัวชาเรนท์เองยังคงสงสัยเรื่องที่ตนเสมือนไปโผล่อีกโลกหนึ่ง

 

 

บัดนี้ถึงแม้ว่าร่างกายภายนอกบาดแผลและร่องรอยจะจางหายไปแล้ว แต่บางส่วนภายในยังคงต้องรักษาต่อไป

 

 “ท่านหายไปยังอีกโลก งั้นหรือขอรับ” หลังจากที่ตนเอ่ยเล่าไปถึงเรื่องที่พบเจอบุรุษผู้หนึ่ง

 

“ข้าเจอคู่แท้ของข้า” ลูกน้องที่สนิทรู้สึกประหลาดใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น


“ข้าให้แหวนอากาเพกับบุรุษผู้นั้นไป”


“นายท่านเชื่อมั่น...”


“ข้ามั่นใจ”

 

 “ข้ามั่นใจ ว่าแบคฮยอนเป็นคู่แท้ของข้า”

 

 

 

 

เพราะเมื่อแบคฮยอนสวมแหวนวงนั้นแล้ว... จิตย่อมผูกจิต สายใยแห่งพรหมลิขิตจะเชื่อมโยง ยามใดที่นึกถึงกันและยามใดที่รู้สึก เพียงแค่นั้น...ชาเรนท์เชื่อว่าเราจะเป็นคู่แท้อย่างสมบูรณ์

 

 

และเพราะบัดนี้แบคฮยอนได้สวมมันไปแล้ว

 

 

ถึงจะกล่าวอย่างมั่นใจ แต่ชาเรนท์ก็ยังมีความไม่แน่ใจเจือปน เขากลับอยากให้ใช่และอยากได้ความมั่นใจ

 

 

 “รอข้า ... แบคฮยอน”

 

 

 

 


 

‘ ถ้าเรียกจะออกมาเหมือนอะลาดินมั้ยนะ ’

 

 

‘ ชาเรนท์ คุณชาเรนท์ 

 

 

‘ ฮ่า ๆ ตลกจัง 

 

 

 

ใครอีกฝากฝั่งที่ได้ยิน รอยยิ้มที่เผยออกมาจนรอบข้างต่างขมวดคิ้วกับสิ่งที่พวกเขาได้เห็น ภาพที่ลอยปรากฎขึ้นมา

 

 

“นายท่าน...”


“แค่เจ้าคนเดียว ที่ทำให้ข้าเป็นเช่นนี้”


“เหลือแค่บริเวณอก นายท่านจะหายเป็นปกติ แผลนายท่านสมานเร็วมากขอรับ”

 

“...”


“เพราะมนุษย์ที่เป็นคู่แท้หรือครับ” 


“หัวใจข้าตอบว่าใช่ ข้าอยากกลับไปสหาย ข้าต้องหายก่อนใช่หรือมั้ยถึงจะกลับไปยังโลกนั้นได้สมบูรณ์”


“ใช่ครับ”

 

 

 

ภาพจางๆจากมนต์ที่ทำให้เห็นใครบางคนจากอีกฝากฝั่ง บุรุษตัวเล็กที่สวมแหวนของตนเอาไว้ จะรู้มั้ยนะ...ถ้าความรู้สึกตอบว่าใช่เมื่อไหร่แหวนวงนั้นจะล็อคและไม่สามารถถอดออกได้ตราบจนที่จะมีใครซักคนตายจากกันไป

 

 “อะไรกัน ผ่านไปเพียงไม่กี่ค่ำคืนข้าคิดรำพึงถึงเจ้าได้เพียงนี้เลยหรือ”

 

 

 

 

เหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มมาจากการต่อสู้เพื่อแย่งอาณาจักรของเวทิสหลังจากกษัตริย์อีรอส หรือบิดาของชาเรนท์รวมถึงมารดาสิ้นชีพ เจรามี่หมายมั่นจะยึดครองทำลายร้างทุกอย่างเพื่อให้ได้ซึ่งอาณาจักรที่ตนหมายปองและเพื่อแสดงความยิ่งใหญ่

 

หากแต่สุดท้ายการสู้รบที่จบด้วยการตายของทหารนับหมื่นจากสองฝากฝั่ง

 

ชาเรนท์ปลิดชีพเจรามี่ได้เป็นผลสำเร็จ ความตายพามันกลับสู่นรกภูมิที่ถือกำเนิด มันถูกสร้างมาจากความเกลียดชังผสมความรักแต่เพราะความชั่วร้ายที่ทำให้พลังของความเกลียดชั่งชนะความดีในตัวที่มีเพียงเล็กน้อย ชาเรนท์ไม่ใช่คนที่เก่งไปกว่าเจเรมี่แต่เพราะสติและความชาญฉลาดที่ไม่ใช่เพียงแค่คิดจะเอาชนะ พลังของเขาถึงเอาชนะมัน

 

ในความชนะที่ได้มานี้ตัวชาเรนท์เองก็ถือว่าเป็นตายเท่ากัน ความเจ็บปวดที่ทำให้นึกถึงแต่หน้าบิดามารดา ลมหายใจตอนนั้นที่เหมือนกำลังจะหมดไปดื้อๆ ก่อนที่จะมีแสงสว่างวาบขึ้นมาจนแสบตา และทำให้เขาได้มาเจอกับแบคฮยอน บุรุษผู้ใจดีคนนี้

 

 

บุรุษที่เป็นดั่งคู่ที่แท้.....คงเพราะแหวนอากาเพ

 

 

 

 

 “ออกไปเถิด ข้าต้องการนอนพักเพื่อรักษามัน”

 

 

 

 

และอยากกลับไปหาแบคฮยอนผู้นั้นใจจะขาด......

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ในร้านปิ้งย่างที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ แบคฮยอนกับเพื่อนนัดกันออกมาหลังจากที่ปิดเทอมไป กินๆนอนๆอยู่กับบ้านแล้วรู้สึกเบื่อเลยชวนพวกมันออกมาเที่ยวตามประสา จู่ๆแหวนที่เผลอเอามาใส่ก็เกิดบีบตัว เขารู้สึกแบบนั้นมันเริ่มบีบที่นิ้วจนเขานิ่วหน้า

 

 “ทำหน้าเหมือนปวดขี้ เป็นไรวะแบคฮยอน”

 

“เอ่อ สงสัยปวดห้องน้ำว่ะ”

 

 

จู่ๆแหวนก็เปล่งสีขาวออกมาจนแบคฮยอนตกใจรีบยัดมือลงกางเกง ท่าทางที่มีพิรุธทำให้เขารีบลุกขึ้นยืน

 

 “ด...เดี๋ยวกูไปเข้าห้องน้ำแปบนึงนะ”

 

เขารีบวิ่งมาห้องน้ำ แหวนที่ใส่ยังคงเปล่งแสง มันเกิดอะไรขึ้น เขาพยายามดึงมันออกแต่ดึงเท่าไหร่มันกลับถอดไม่ออกตั้งแต่วันแรกที่ใส่เข้าไปแล้ว

 

 “แย่แล้ว ทำไงดีนะคนอื่นสงสัยแน่ๆ”

 

 

แต่เสียงก๊อกแก๊กอยู่ด้านหลังทำให้เขาหันกลับไปมอง ร่างกายใหญ่โตกับความสูงมากกว่าสองเมตรนั้น ตาสองสีที่ดูดุดันและสุขุม เล็บที่ยาวพร้อมขย้ำยืนอยู่ในมุมนึงของห้องน้ำ แบคฮยอนตาโตเผลอถอยหลังจนชิดกำแพงเมื่อเขากำลังย่างกายเข้ามาหา

 

 

 

 “.. อย่ากลัวข้า”

 

 

 

เขาคิดในใจ ตัวเองไม่ได้กลัวเลยแค่ตกใจ กับหวั่นๆถึงเรื่องแหวนที่เขาดันเอามาใส่และถอดไม่ออกนี่แหละ

 

 “ต...แต่คนอื่น”


“ไม่มีใครเห็นข้า นอกจากเจ้า แบคฮยอน”


“ทำไมคุณถึงมาได้”


“เจ้าเรียกข้า”


“ผม ?”

 

เท้ายาวนั้นก้าวเข้าหาจนไม่เหลือระยะห่าง เขารับรู้ถึงลมหายใจที่รดรินกัน แบคฮยอนหลับตาปี๋ตอนนี้ชักเริ่มกลัวจริงๆแล้ว

 

 “ข้า... รู้สึกถึงเจ้าในนี้” ข้อมือเล็กถูกจับขึ้นไปลูบที่หัว เขาตกใจก่อนที่มันจะถูกจับให้มาลูบที่แผงอกตรึงแน่นที่แข็งแรง กับก้อนเนื้อภายในที่เต้นเป็นจังหวะเร็วขึ้น

 

 “ข้ามีเวลาไม่มากเพราะยังต้องรักษาอาการข้างใน ข้าปวดตรงนี้มันยังไม่หายดี”

 

 

แบคฮยอนไม่เข้าใจนักกับสิ่งที่ชาเรนท์พูด แล้วรอยแผลก่อนหน้านี้ทำไมมันถึงหายได้รวดเร็วขนาดนั้น

 

 “ข้าต้องไปแล้ว” เขามีเวลาไม่มาก ข้อมือถูกจับขึ้นมาก่อนที่ชาเรนท์จะยังไม่ทันได้จุมพิษดั่งใจหมาย ร่างของเขากลับสลายหายไปก่อน เหลือเพียงแค่เสียงที่ได้ยินตามหลัง

 

 


“ข้าดีใจที่เจ้าสวมมัน แบคฮยอน”

 

 

 

เพียงเท่านั้นภาพตรงหน้าก็ตัดไปจนเหมือนตัวเองยืนคุยคนเดียว

 

 “เห้ยแบค เป็นไรปะวะ” 


“ทำไมหน้ามึงดูตื่นๆซีดๆ” 



              ซูโฮว่าหลังจากเห็นว่ามันออกมานานจนกลัวว่าจะเป็นลมในห้องน้ำไปซะก่อน


“สงสัยกินเหล้าเยอะมั้ง”

 

ซูโฮกับดีโอมองหน้ากัน แบคฮยอนมันกินไปยังไม่ถึงครึ่งแก้วเลยด้วยซ้ำ จะว่าเบลอเพราะแอลกอฮอลล์ก็เห็นว่าไม่น่าจะใช่

 

“จะกลับไปนอนมั้ย”


มึงควรพักผ่อนนะ

 

“แหะๆ” เขาทำหน้าเจื่อนก่อนจะพยักหน้าและขอกลับมาก่อน เลี่ยงจะตอบคำถามอะไรจากพวกมัน แถมจากที่แหวนมีแสงก่อนหน้านี้มันก็หายไปแล้วด้วย

 

 

สิ่งเดียวที่ยังติดในใจกับคำพูดของชาเรนท์ที่บอกว่าเพราะแบคฮยอนเรียกถึงมาได้ แบคฮยอนคิดไม่ออกว่าเรียกออกไปตอนไหน จะมีแค่ตอนนั้นที่แกล้งเรียกวันที่เอาแหวนมาใส่วันแรกหรือจะเป็นตอนนั้นนะ

 

ตอนแรกที่พวกเพื่อนมันเห็นแหวนก็โดนแซวว่าซื้อแหวนแก่ๆมาใส่กันเป็นแถบ แทบไม่มีใครบอกว่ามันสวยหรือดูงดงามแบบที่เขาคิดเลยซักคน

 

 

 

 

 

 

 

 “โอ้ย


“นายท่าน!” ลูกน้องของชาเรนท์เข้ามาดูคนที่ลุกขึ้นมาจากเตียงหลังจากเอี้ยวตัวกลับมา

  

“นายท่าน แผลบริเวณใต้อกยังไม่หายดีแต่ทำไมถึงไปหาคนผู้นั้นได้”

 

“เพราะผู้นั้นเรียกเข้า และข้าเต็มใจไป”

 

“นายโปรดอดทนอีกหน่อย ไม่นานแผลจะหายดีแล้วขอรับ นายท่านจะได้ไปอย่างสมบูรณ์กว่านี้”

 

“ดึงข้ากลับมางั้นหรือ” ลูกน้องต่างผวาหันหน้ามองไปยังนายท่านของพวกเขาที่ลุกขึ้นมองมาอย่างคาดโทษ

 

“ขออภัยขอรับ พวกเรากลัวนายท่านจะไม่หายและกลัวอันตรายจากโลกนั้น”

 

ชาเรนท์ถอนหายใจ

 

“รีบรักษาให้หายเร็วกว่านี้ ข้าจะไม่ไหวอยู่แล้ว” ลูกน้องรีบปรนนิบัติทุกวิถีทางแต่แปลกที่รอยแผลเริ่มยุบลงหลังจากกลับมา มันช่างน่าแปลก

 

บุรุษคนนั้นมีพลังอะไรกันแน่ หรือจะเพราะพลังของคู่แท้จริงๆ...

 

 

 

ชาเรนท์นอนมองเพดานที่ว่างเปล่า รอฟังว่าเมื่อไหร่ที่แบคฮยอนจะนึกถึงตนอีก สลับกับมองแผลที่อกที่เหลือเพียงก้อยก็จะหายดีแล้วเท่านั้น

 

 “นายท่านคงกำลังรำพึงถึงผู้นั้น”


“ข้าไม่เคยเห็นใครที่สง่า และดูงดงามเหมือนหญิงสาวเท่าบุรุษตัวเล็กผู้นั้น”


“ท่านทำให้ข้าอยากพบตัวเขาด้วย”

 

“ซักวัน ถ้าจิตข้ากลับมาเข้มแข็งข้าก็อยากพาแบคฮยอนมาที่เวทิสที่ของข้า”


“แต่โลกของเขาช่างน่ากลัว มีแต่ผู้คนที่โลภและเห็นแก่ตัว และต้องตาย”


“ข้าถึงอยากพาเขามาที่นี่”

 

 



 

อาจารย์ที่เป็นดั่งผู้เคารพของคนทั้งเวทิสกำลังทำนายถึงเรื่องดีงามที่กำลังจะเกิดขึ้นแห่งเมืองนี้ แม้จะไม่ได้เปิดเผยให้กษัตริย์ชาเรนท์รู้ เพียงเพราะผู้กำหนดชะตา...คือคนในโลกอนาคตผู้นั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เป็นอีกค่ำคืนหลังจากวิดีโอคอลคุยกับทั้งป๊าและแม่ที่มาบ่นเรื่องอาหารและผู้คนที่อินเดียให้ฟัง อุตส่าห์ดีใจคิดว่าทั้งสองใกล้จะกลับแล้ว แต่ที่ไหนได้แม่ยังบอกว่าจะไปอียีปต์ต่ออีก อ่า ชักจะสวีทกันเกินไปแล้ว

 

 

แบคฮยอนอาบน้ำเสร็จก็มาทิ้งตัวนอนลงอย่างใช้ความคิด ยกมือขึ้นมาดูแหวนที่ตัวเองใส่...มันไม่มีแสงออกมาจากแหวนอีกเลยหลังจากที่ร้านหมูย่างวันนั้น

 

 

ถ้าเพราะเขานึกถึงชาเรนท์อีกฝ่ายถึงออกมาได้เป็นแบบนั้นแล้วขอลอง...หน่อยแล้วกันนะ

 

 “ผมไม่เข้าใจ แต่ขอโทษนะผมอยากลองดู” แบคฮยอนปล่อยความคิดเลื่อนลอยหากเหมือนในหนังที่เคยดูโลกฝั่งนั้นจะเป็นยังไง มีปีศาจที่น่ากลัว มีมังกรที่บินได้ ? อะไรแบบนั้นเหรอ

 

มีปล่อยพลังฆ่าคน มีแย่งชิงบังลังก์อะไรแบบนั้นด้วยหรือเปล่าเหรอ แล้วชาเรนท์ก็ต้องสู้กับปีศาจจนบาดเจ็บใช่มั้ย

 

แต่ทำไมถึงโผล่มาโลกมนุษย์ล่ะ

 

 

เขานอนคิดจนไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปตั้งแต่ตอนไหน หรือแค่กึ่งหลับกึ่งตื่นอยู่เท่านั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

ริมฝีปากที่ไล้ไปตามกรอบหน้า ปลายผมที่ตกลงมาปรกปิดบังดวงตาพริ้มถูกปัดออก ตนเองไม่เคยอ่อนโยนได้ขนาดนี้ ร่างกายสูงใหญ่ที่บัดนี้คร่อมทาบทับไปกับร่างกายเล็ก ลมหายใจแรงรดรินไปที่ซอกคอยามดมกลิ่นหอมประจำตัว

 

 

“...แบคฮยอน”


“ข้ามาแล้ว”

 

“อื้ออ” มือเล็กปัดป่ายไปตามใบหน้าที่ถูกรบกวน เขารู้สึกลืมตาไม่ขึ้นและขยับร่างกายไม่ได้ เหมือนได้ยินเสียงเรียกแต่ลืมตาไม่ได้เลย

 

ความรู้สึกที่คิดได้คือผีอำ

 

 

“ช..ช่วยด้วย”


“ข้าเอง”

 

 

ทันใดนั้น เพียงเสียงทุ้มเข้มเอ่ยออกมา ตาเล็กเบิกโพล่งใบหน้าที่แทบจะติดกัน จมูกที่คลอเคลียอย่างพร่าแผ่ว ยากจะละออกมาจากใบหน้างดงาม

 

 “คุณชาเรนท์” ร่างกายใหญ่โตลุกขึ้นไปยืนที่ปลายเตียงปล่อยเขาให้เป็นอิสระ ใบหน้าที่ดูเหมือนดุตลอดเวลานั้นส่งยิ้มมาให้

 

“ข้าหายแล้ว” มือนั้นแหวกเสื้อออกให้เห็นบริเวณหน้าอกแกร่ง ร่องรอยทั้งหมดหายไป “...เพราะเจ้า”

 

 

แบคฮยอนยังงุนงง จนอีกฝ่ายเขยิบมานั่งพิงหัวเตียงข้างๆกัน

 

 “แท่นของเจ้านุ่มดี หลับสบายเลยใช่หรือไม่”

 

“เอ่อ ก็ดีผมชอบเพราะมันไม่ทำให้ปวดหลัง” แบคฮยอนตอบไปทั้งยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ว่าตอนนี้ยังฝันอยู่หรือเป็นเรื่องจริง

 

“ใครทำเจ้า!” ใบหน้านั้นหันมามองด้วยความโกรธจัด เตียงเริ่มสั่นคงเพราะน้ำหนักตัวของชาเรนท์และแรงที่ดูจะมหาศาล

 

“ไม่ๆๆๆๆ มันเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้ คุณไม่เคยเป็นเหรอ”

 

“ข้ารักษาได้ งั้นเจ้ามานี่” แบคฮยอนมองคนที่ตบลงที่ขาตัวเอง

 

“อะไรเหรอครับ”

 

“จะช่วย”

 

“นวดเหรอ ... ตอนนี้ผมไม่ปวด”

 

“นวด ? เจ้าหมายถึง” แบคฮยอนได้ทีเลยจับลงไปที่ขาแกร่งก่อนจะออกแรงบีบลงไปแต่เหมือนชาเรนท์จะไม่รู้สึกสะเทือนไปถึง แต่กลับกระชากขาออกจากมือเขา

 

“ข้าขอโทษ แค่ไม่อยากให้เจ้าเจ็บจากการปรนนิบัติให้ข้า” ทีแรกแบคฮยอนตกใจเพราะคิดว่าทำให้อีกฝ่ายตกใจ แต่เขาเพียงแค่นวดเพียงเพราะอยากให้รู้ว่ามันเป็นยังไงเท่านั้น

 

 “อย่ากลัวข้า”


“ผมชินแล้ว”

 

 

ใช่ แบคฮยอนเริ่มชินแล้ว

 


 “วันนี้ คุณมาได้ยังไง”


“เจ้านึกถึงข้าทั้งคืนไม่ใช่หรือ” ก็จริง...ที่บอกว่าจะลองดู แต่อย่าบอกนะว่า!


“งั้นคุณมาตั้งแต่เมื่อไหร่”


“มากล่อมเจ้าให้หลับนอน และปลุกเจ้าให้ตื่นขึ้นมาเจอข้า”


“อยู่ทั้งคืน?!”


“ใช่”

 

เขาสำรวจรอบกายตัวเอง มันก็ปกติมีเพียงแค่ความรู้สึกที่เหมือนโดนสัมผัสก่อนหน้านี้

 

 

“คือ ผม คือ ...” เขาชูมือข้างที่ใส่แหวนขึ้นมา แบคฮยอนหลับตาปี๋เพราะกลัว แต่ทุกอย่างกลับเงียบไปอยู่นานกระทั่งรับรู้ถึงความรู้สึกนุ่มหยุ่นของบางอย่างที่กระทบกับนิ้วมือตัวเอง

 

“เหมาะกับเจ้า”

 

 

นิ้วกลางที่สวมแหวนอยู่ของแบคฮยอนถูกก้มลงมาจูบ เขาเงยหน้ามองการกระทำเหล่านั้นด้วยความไม่เข้าใจ ไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรกันแน่

 

 “ผมเริ่มสับสนว่ามันคือเรื่องจริงหรือผมกำลังฝันอยู่” 

 

แล้วถ้ามันเป็นเรื่องจริง ทำไมชาเรนท์ถึงต้องมาอยู่ตรงนี้ มาหาเขา

 

 “...เจ้าเชื่อเรื่องคู่แท้หรือไม่”


“มันมีจริงด้วยเหรอครับ”


               มาถามเรื่องแบบนี้กับคนที่ไม่เคยมีใครเข้ามาในชีวิตแบบเขาเนี่ยนะ


“มี”


“...”



และข้าเชื่อมันตั้งแต่เจอเจ้า

 

 

แบคฮยอนทำตัวไม่ถูกกับคำพูดแบบนั้น... คำพูดที่ดูเหมือนจะสารภาพและ

 

 “ข้าไม่ได้เข้าใจผิด”

 

 

เหมือนชาเรนท์อ่านความรู้สึกของเขาได้เลย...

 

 

“แหวนวงนี้ข้าได้มาจากท่านแม่ มันคือแหวนแห่งความรักและครอบครอง เมื่อใดที่คู่แท้ของข้าได้สวมมันทุกสิ่งทุกอย่างของผู้นั้นจะเปรียบเสมือนส่วนหนึ่งของข้า...”

 

 “คุณจะบอกว่าผม...”


“เจ้าคือคู่แท้ของข้า แบคฮยอน”

 

 

บ้าจริงที่หัวใจดวงนี้กลับเต้นรัวเร็วเพียงเพราะได้รับรู้ แหวนรัดที่นิ้วจนเขาร้องออกมา

 

 “เกิดเหตุอันใด!”


“มันรัด” เขาพูดเสียงเบาลงแต่เมื่อถูกจับมือขึ้นมาทุกอย่างกลับดูเหมือนปกติ


“หายเจ็บหรือยัง เพี้ยง”


“...”

 

“มนุษย์ชอบทำเยี่ยงนี้เวลาบาดเจ็บใช่หรือไม่” ดวงตาสีน้ำเงินที่ดูเข้มจนประหลาดในวันนั้น แต่วันนี้มันเปล่งประกายต่างจากสีแดงที่เส้นผมปิดบังทำให้เขาเห็นแค่นิดเดียว

 

“ใช่ครับ

 

ชาเรนท์ยิ้มให้

 

 “ข้าอยากให้เจ้าได้นอนคิดสองคืน อยากให้เจ้าคิดดูเพราะข้าอยากพาเจ้าไปยังที่ที่ข้ามา”


“ที่ไหนเหรอครับ!”

 

 

 “เวทิส”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ใช่ หลังจากวันนั้นแบคฮยอนก็นอนคิดทั้งวันจินตนาการไปแล้วว่าถ้าเลือกจะไป เมืองเวทิสที่ว่านั้นจะเป็นยังไง เอาเถอะยังไงป๊ากับแม่ก็ยังไม่กลับ คงจะไม่เสียหายอะไร

 

            หรือจะไปแล้วไม่ได้กลับมาเลยหรือเปล่านะ 


            บางทีอาจจะถูกพาไปฆ่าตายที่นั้นหรือเปล่า


“เจ้าคิดอะไรเช่นนั้น”


 “เห้ย!”


              ลืมไป เพราะเผลอไปนึกถึงอีกฝ่ายด้วย ได้ทีเลยโผล่มาเลย


“ขออภัย แต่ข้าคิดถึงเจ้า” 

 

 

หากเพียงค่ำคืนเดียวก็กระวนกระวาย ภายในใจแสนว้าวุ่นเพียงเพราะคิดถึงใบหน้าอันงดงามของแบคฮยอน

 

 “...”


“ข้าไม่เร่งรัดเจ้า ขอยืนตรงนี้เพื่อมองใบหน้าของเจ้าได้หรือไม่”

 

 

นี่มันบ้าไปแล้ว เขาจะรู้บ้างไหมว่าการถูกจ้องแบบนั้นทำให้คนอื่นทำตัวไม่ถูก ถึงแววตาที่มองมาจะดูไม่น่ากลัวแบบทีแรกแล้ว แต่เป็นใครก็ต้องหวั่นๆบ้างมั้ยนะ

 

 

“โอเคๆ ผม...” จะไปทันทีที่พูดจบร่างของขาเรนท์หายวับและก็มาประชิดตัวเขาทันที


“คุณ!” เขายิ้ม


“ข้าดีใจ ไปกันเถิด”


“เดี๋ยวๆ คือผมต้องทำยังไง แล้วเราจะไปกันยังไง”


“เจ้าแค่หลับตา จับมือข้าไว้แหวนวงนี้จะพาเจ้าและข้าไปเอง”

 

 

เมื่อมองสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นและมั่นใจ สายตาที่อ่อนลง บัดนั้นเองที่แบคฮยอนหลับตาลงและนึกถึงแต่อีกฝ่าย เขาแทบไม่ได้รับรู้อะไรอีกเลย จนกระทั่งรู้สึกเสียงลมที่ตีเข้าหน้า

 

 

เท้าที่ก้าวถอยหลังไปเป็นจังหวะที่ไปเหยียบบางสิ่งข้างหลัง มือแกร่งนั้นโอบรอบเอวของแบคฮยอนเอาไว้ เพราะเบื้องหน้าคือหน้าผาสูงชัน

 


“ยินดีต้อนรับสู่เวทิส”

 

 

มีตัวอะไรซักอย่างบินผ่านหน้าไป มันคล้ายมังกรผสมกับนก มันคือสัตว์ประหลาด...

 

แต่ทำไมชาเรนท์ถึงเลือกพาเขามายืนอยู่ที่หน้าผา

 

 

“พระอาทิตย์กำลังจะขึ้น บิดาข้าชอบพามารดาข้าออกมาดูพระอาทิตย์ ท่านเชื่อกันว่าเทพพระอาทิตย์จะดลบันดาลให้ชีวิตคู่มีแต่แสงสว่างนำทาง มีแต่ความสุข และสุขสมหวังในความรักยาวนาน”

 

           ชาเรนท์พูดพร้อมมองโครงหน้าด้านข้างของแบคฮยอน 


           แบคฮยอนเพ่งมองไปยังดวงอาทิตย์ที่ค่อยๆเคลื่อนตัวขึ้นเหนือภูเขา แสงแรกของวันแรกที่เวทิสของแบคฮยอน


“มันสวยจังเลยครับ” 

 

 

เพราะไม่ได้สังเกตตัวเองเขาจึงยังสงสัยกับชุดที่ใส่อยู่ และอะไรบางสิ่งที่เกี่ยวคาบพาดบริเวณใบหน้า

 

 

เวลานี้แบคฮยอนได้แต่เดินตามคนที่เดินนำอยู่ไม่ห่าง รอบเมืองของที่นี่เริ่มมีกึ่งมนุษย์พลุกพล่าน บางคนก็รีบหลบเข้าบ้าน หลบหน้าเหมือนกลัวบางอย่าง


            ... คงไม่พ้นคนข้างกายเขานี่แหละ


“เดินไหวหรือไม่ ข้างหน้าจะเป็นตลาด”

 

“ไหวครับ ที่นี่บรรยากาศดีมาก” เขากอดรัดแขนตัวเองอุณหภูมิน่าจะซักสิบองศาได้ตอนนี้ เพราะชุดยาวที่เหมือนโค้ทคลุมไปทั้งตัวทำให้เขาพอหายหนาวได้

 

 

ตลาดที่ว่าจากเสียงจอแจ กลายเป็นเงียบฉี่เมื่อนายท่านของพวกเขาปรากฎ จนเมื่อชาเรนท์ยกมือขึ้น ทุกอย่างจึงเสมือนกลับมาปกติ แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความสำรวม

 

 

ชาเรนท์เดินนำมาก่อนจะหยุดที่ร้านขายดอกไม้ ที่นี่มีขายแต่ดอกกุหลาบครบแทบทุกสีที่เคยเห็นแม้แต่สีที่หายากๆ

 

และแบคฮยอนไม่ทันคิดหรอก

 

 “ข้าให้” ดอกกุหลายสีม่วงหนึ่งดอกถูกยื่นเอามาให้ แบคฮยอนได้แต่รับมาอย่างงงๆ

 

 

อะไรกันปกติน่าจะต้องให้สีแดงไม่ใช่หรือไง



“ข้าอยากให้เจ้าเจอสิ่งดีๆ”


“...”


“เช่นข้า..”

 

 

 

นี่คือการจีบแบบ half - human เหรอ

 

 

 “เช่นข้าที่ได้เจอเจ้า” ยัง ยังอีก

 

 

 

กุหลาบสีม่วง ดอกไม้แห่งรักแรกพบ ... จนชั่วนิรันดร์

 

 

 “ผมว่าไปต่อกันดีมั้ย ตรงนู่นมีอะไร” เป็นตัวเองที่รีบจ้ำเดินไปก่อน มองเห็นว่าตรงไปทางซ้ายมีผู้กลุ่มคนที่ยืนมุงอะไรบางอย่างอยู่

 

 “คงเตี้ยไป มองไม่เห็นเลย ไป

 

“หลบ”

 

เพียงแค่เสียงพูดธรรมดาที่ดูมีอำนาจ จากที่เกาะกลุ่มแน่นนสลายหายไปในพริบตาจนแบคฮยอนสามารถมองเห็นว่าข้างหน้าเขานี้คืออะไร

 

 

แบคฮยอนกำลังรู้สึกเกรงใจคนอื่น แต่ดูเหมือนคนอื่นๆก็จะเกรงใจชาเรนท์เหมือนกัน ตัวของพ่อค้าตอนนี้สั่นหงึกเลย

 

“มังกรใช่มั้ยครับ”

 

“ลูกมังกรครับนายท่าน” พ่อค้าตอบเขา แบคฮยอนหันไปยิ้มให้กับคนข้างกายที่ยืนทำหน้าดุในทีแรก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นส่งยิ้มกลับมาให้

 

“ชอบใช่หรือไม่” เขาพยักหน้าไป


“ข้าขอหนึ่งตัว”


“เดี๋ยวๆๆ คือผมชอบนะ”


“...”

 

“...แต่จะเอาไปเลี้ยงที่ไหน” จะทิ้งไว้ที่นี่เหรอ แบคฮยอนคิดว่าตัวเองไม่เอาดีกว่าสงสารมัน เขาปฏิเสธชาเรนท์ไป

 

“ทำไมล่ะ”

 

“ผมคงเอากลับไปไม่ได้อยู่แล้ว อีกอย่างถ้าซื้อแล้วเป็นภาระคนอื่นไม่เอาดีกว่าครับ ขอบคุณนะครับ”

 

“หากเจ้าอยากได้ก็เอาเถิด ข้าจะช่วยเลี้ยงเอง แม้วันนึงเจ้าจะกลับโลกของเจ้าก็อย่าได้เป็นห่วง”

 

 

มังกรจิ๋วน่ารักมันน่ารักมากจริง แบคฮยอนพึ่งเคยเห็นตัวจริง แน่ล่ะ... ปกติเคยเห็นแต่ในหนัง สารคดี ในการ์ตูน จะว่าไปตอนนี้เหมือนตัวเองกำลังย้อนกลับมาในอดีตยังไงยังงั้นเลย

 

 “ผมเลือกเจ้าตัวขาวตาฟ้าแล้วกันครับ” เจ้ามังกรจิ๋วถูกพาลงใส่ตะกร้า ชาเรนท์เป็นคนยื่นส่งมาให้เขาที่ยิ้มกว้างพร้อมเอ่ยขอบคุณ

 

“...ถ้าเอากลับไปที่โลกมนุษย์จะเป็นเช่นไรหรือ”

                

  “ฮ่ะ ผมคงโดนตำรวจจับแล้วก็เป็นข่าวดัง” พูดไปยังไงชาเรนท์ก็ดูไม่เข้าใจอยู่ดีนั่นแหละ

 

 “ที่โลกมนุษย์ถือว่ามันเป็นสัตว์ประหลาดที่สูญพันธ์ไปแล้วน่ะครับ ใครเจออีกคงตกใจ”

 

“ข้าจะเข้าใจในซักวันนะ” แบคฮยอนเผลอหัวเราะออกมาเสียงดัง ก่อนจะทำเป็นปิดปาก

 

 

ซึ่งใครบางคนมองว่ามัน...ช่างน่าเอ็นดูเสียจริง

 

 

“ผมจะตั้งชื่อมังกรว่าอะไรดีนะ ดีดี้?” แบคฮยอนเปลี่ยนเรื่องเขาพยายามหาเรื่องชวนคุยระหว่างที่เรากำลังเดินไปเรื่อยๆ

 

“ดีดี้ ชื่อทุเรศ”

 

ชาเรนท์ที่ยังไม่รู้การใช้คำพูดที่ดีนัก แต่พอเห็นสีหน้าของคนที่ดูสดใสในทีแรกนิ่งลงไปก็พอรู้ตัวว่าอาจจะพูดไม่เข้าหูเท่าไหร่นัก

 

“ข้าขอโทษ”


“...”


“ข้าแค่คิดว่าดีดี้ชื่อมันไม่ไพเราะนัก .. แต่ข้าจะตามใจเจ้า”


“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ได้อะไรเลย”

 

 

ชาเรนท์เดินขนาบข้างคนตัวเล็กข้างกาย มองตามทุกการกระทำของแบคฮยอน มองไปรอบๆที่มีแต่คนให้ความสนใจ รอบข้างก็ต่างแตกตื่นที่นายท่านของพวกเขาลงมาเดินตลาดเช่นนี้ บางคนหวาดหวั่นยามสายตาแดงเพลิงจ้องมองไปยังคนที่มองมาที่คู่แท้ของตนเอง

 

 

 “ข้าอยากพาเจ้าไปหนึ่ง ตามข้ามา”

 

 

แบคฮยอนคิดว่าตัวเองจะไปไหนได้ แต่ไอ้ชุดที่ยาวจนถึงข้อเท้านี่ทำให้เขารู้สึกแปลกๆ เหมือนตัวเองใส่กระโปรงอยู่เลย

 

 

ก่อนที่จะเดินชนหลังแกร่งดังปั๊ก เพราะมัวแต่คิดไปเพลินๆ เขาคลำไปที่หัวตัวเองไม่รู้จะโนหรือเปล่า

 

“ข้าขออภัย ที่ทำให้เจ้าตกใจและบาดเจ็บ”


“ไม่ๆไม่เป็นไร ผมเดินไม่ดูเองนั่นแหละ”

 

ก่อนที่คนตัวโตจะหลบให้ เขาถึงเห็นว่าข้างหน้าตัวเองนั้นเป็นทุ่งดอกไม้ที่มีแทบครบทุกเฉดสี และมันสวยมากๆ สวยเหมือนอยู่ในเทพนิยาย...มีผีเสื้อบินรายล้อมเต็มไปหมด

 

 

แต่ตัวเองอยู่ที่ไหนกันแน่ ยังหาคำตอบไม่ได้เลย

 

 “สวยมากเลยครับ”

 

“ข้าตั้งใจอยากให้เจ้ามาเห็น” สายตาคมจ้องมองกัน ก่อนจะหันออกไปมองท้องทุ่งข้างหน้า

 

“คราแรก มันไม่ได้สวยงามนักหรอก” น้ำเสียงกลับเศร้าหมองยามมองจ้องไปตรงนั้น

 

“ถ้าไม่โอเค ไม่ต้องเล่าก็ได้นะครับ”


“ข้าอยากให้เจ้าได้รับรู้ ใต้ดินนั้นคือเหล่าศพทหารของข้า”

 

 

ทหารที่ปกป้องเจ้านายตามหน้าที่ที่ควรจะเป็น ทหารที่เสียสละและจงรักภักดี ทหารที่ควรสรรเสริญ

            

    

 “คุณเลยปลูกดอกไม้ทับไว้เหรอครับ” 

 

“ข้าไม่ได้ปลูกเองหรอก” แบคฮยอนนึกขำในใจแม้ในคราวซีเรียสแบบนี้ คงไม่อยากโกหก

 

 

ชาเรนท์ไม่ได้ดูมีพิษมีภัยอะไรกับเขาเลย แต่ก็ไม่รู้ว่าที่ทำแบบนี้เพราะยังคิดว่าเขาเป็นคู่แท้อะไรนั่นหรือเปล่า แล้วถ้าไม่ใช่ จะถูกฆ่าทิ้งมั้ยนะ

 

 “แต่ก็เป็นคำสั่งที่ดีมากๆนะครับ เหมือนไว้อาลัยและยกย่องผู้จากไปด้วยความรู้สึกเสียใจจริง”

 

 

ชาเรนท์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลของคนที่พูดเจื้อยแจ้ว อยากจะจับมาจุมพิตแทบแย่แต่แค่นี้แบคฮยอนก็กลัวตัวเองอยู่แล้ว เขารู้เพราะดวงตาบอก

 

 

“ดีดี้ หิว?” เพราะเจ้ามังกรที่อยู่ในตะกร้าร้องออกมาเรื่อยๆเสียงเหมือนลูกแมวเลย

 

“มัน เอ่อต้องกินอะไรเหรอครับ”


“เนื้อ” แบคฮยอนอ้าปากค้าง “แม้จะเป็นมังกรตัวเล็กก็กินเนื้อ”


                ชาเรนท์ย้ำอีกหน


               ก่อนที่จะหันไปอีกทีก็มีซากนกสามตัวตายอยู่ในมือของชาเรนท์


“คุณฆ่ามันเหรอครับ”


“ใช่”


“...”

 

“...ข้าทำให้เจ้าโกรธอีกแล้วสินะ” เมื่อเห็นว่าเบคลี่เงียบไปและมองมาทางเขาด้วยสีหน้าผิดหวังก็พอรับรู้ได้

 

จู่ๆชาเรนท์ก็คุกเข่าลง เขาผวาถอยหลังมองไปรอบๆตัว ตอนนี้ดีหน่อยที่ไม่มีใครพลุกพล่าน ชาเรนท์ไม่ควรทำแบบนี้เพราะตัวเองเป็นถึงกษัตริย์ เขาไม่กลัวคนอื่นมองไม่ดีเลยหรือไงนะ


“คุณๆ ยืนขึ้น”


“ไม่ ลงโทษข้าแบบที่โลกของเจ้าทำก็ได้”


“ผมไม่ได้โกรธ!” แบคฮยอนตะโกนใส่


“ผมบอกว่าไม่ได้โกรธคุณ อย่ารู้สึกผิดเลยครับ ลุกขึ้นเถอะ”


“แต่หน้าเจ้า...”

 

          ชาเรนท์กะพริบตาปริบๆเพราะจู่ๆคนตรงหน้าก็ส่งยิ้มสวยมากให้ ... ช่างงดงามเสียจริงคู่ของข้า


“โอเคหรือยัง ผมไม่ได้โกรธ


“...”


“แต่ผมก็ไม่อยากให้คุณฆ่านกพวกนี้อีกเพื่อเอามาให้ดีดี้กิน”


“ข้าจะไม่ทำอีก ข้าให้คำมั่นกับเจ้า”

 

“ดีมาก” แบคฮยอนแตะบ่าชาเรนท์ไปสองที ก่อนที่คนที่โดนกระทำแบบนั้นจะมองมือที่ตบลงและเต็มด้วยความรู้สึกมากมาย


เราลองให้มันกินผักได้มั้ยครับ”

 

 

มังกรกินผักคงตลกไปซักหน่อย แต่แบคฮยอนก็อยากลองนะ

 

“เจ้าจะฝืนธรรมชาติหรือ ไม่ได้หรอกยังไงเสียมันก็ต้องกินเนื้อสัตว์อื่นอยู่ดี”


“นั่นสินะ” 

 

 

              สุดท้ายดีดี้ก็ได้กินซากนกที่ชาเรนท์จับมาให้ แบคฮยอนป้อนมันเหมือนให้อาหารกระต่าย


“เจ้าดูมีความสุข”


“ผมชอบสัตว์” 


“ข้าเป็นครึ่งสัตว์ ชอบข้าด้วยได้หรือไม่” 


             มาอีกแล้ว ประโยคเสี่ยวๆที่พูดออกมานิ่งๆได้ยังไงกัน


“เอ่อ เรา จะไปไหนกันต่อครับ”

 

 

 

ชาเรนท์บอกเอาไว้ว่าจะพาไปยังวังของตัวเอง และมันเหมือนในเทพนิยายจริงๆ พระราชวังที่สร้างด้วยอิฐปูน แล้วยิ่งตอนนี้เป็นช่วงที่พระอาทิตย์ตกไปแล้วด้วยนั้น มันดูวังเวงอย่างมาก แต่ก็ดูสวยแบบแปลกๆเช่นกัน

 

ที่เวทิสดูเวลาจะผ่านไปเร็วมากกว่าบนโลกปกติ กลางวันดูสั้นกว่ากลางคืน พระอาทิตย์เลยตกดินเร็ว

 

 “เจ้าอย่าได้กลัวอันใด”

 

 

ทันทีที่ประตูเปิดออกกว้าง สิ่งก่อสร้างข้างในยิ่งทำให้แบคฮยอนตกตะลึง ไหนจะเหล่าทหารนับห้าสิบที่ก้มลงคำนับชาเรนท์ เขาก้าวถอยหลังมายืนข้างๆเพราะทำตัวไม่ถูก ก่อนที่มือจะถูกจับกุมประสานให้เดินตามมาตามทางเดิน

 

แบคฮยอนมองภาพวาดดวงดาวบนเพดาน มองลายดอกไม้ที่งดงามอย่างมากที่ผนัง ศิลปินที่วาดนี่ใครกันนะสวยและประณีตมาก

 

 “ข้ามีนามว่านอร์ธ รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้พบนายท่าน , เบคลี่”

 

คนที่ยังทำอะไรไม่ถูกยังไม่ทันได้ฟังอย่างเข้าใจนัก แต่ได้ยินอะไรลี่ๆ เหมือนเขาคุยด้วยแบคฮยอนได้แต่ยิ้มๆกลับไปให้

 

“ข้าขอให้ทุกท่านทำตัวตามสบายทั้งกับข้าและเบคลี่”

 

 

เบคลี่... ?

 

 “เบคลี่และข้าจะขอพักผ่อน โปรดจงออกไปปฏิบัติหน้าที่ของพวกเจ้าต่อเถิด”

 

 

เหมือนดูขบวนในงานสำคัญๆของประเทศ แต่ที่นี่ขบวนเคลื่อนตัวออกเร็วมากเหมือนนับหนึ่งถึงสาม ทุกคนที่นี่ดูนิ่งขรึม สำรวม คงเพราะเกรงบารมีของชาเรนท์

 

“อยากพักผ่อนแล้วใช่มั้ย” แบคฮยอนพยักหน้า ชาเรนท์อาจจะกำลังส่งเขากลับไปก็ได้ ใจนึงก็มีความคิดอยากจะอยู่ต่อ แต่อีกใจก็ไม่รู้จะอยู่ทำอะไรแล้ว

 

“อยู่ซักคืนสิ”

 

อ่านความคิดเขาอีกแล้วสินะ และแบคฮยอนก็ไม่ได้ปฏิเสธ

 

 

ทั้งสองคนเดินขึ้นบันได้ไปยังชั้นบน ด้านซ้ายที่ผนังเป็นรูปวาดของผู้ชายสูงอายุที่ศีรษะนั้นมีเขางอกเหมือนกระทิง ส่วนทางขวามือเป็นรูปหญิงสาววัยกลางคน เธอสวมมงกุฏและดูสง่า

 

 

“ครอบครัวของข้าเอง”


 

ชาเรนท์เดินนำขึ้นไป คอยหันกลับมามองที่แบคฮยอนที่เดินตามมาอยู่เรื่อยๆ อย่างไม่อยากให้คาดสายตา

 


“ชั้นที่พักของข้า...กับเจ้า”

 

มีเทียนหลายร้อยเล่มที่ถูกจุดอยู่ตอนนี้พร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆเหมือนกินอโรม่าที่ช่วยให้ผ่อนคลาย

 

 “ดีดี้เจ้า ข้าจะให้มันอยู่ตรงนั้น” แบคฮยอนพยักหน้าตอนเดินพามังกรดีดี้ไปไว้ในส่วนที่เป็นลานพื้นหญ้ากว้างขวางของชั้นนี้

 

 

ก่อนจะพากันเดินออกมาข้างนอก ไม่กล้าถามว่าจะพาเขากลับบ้านตอนไหน แต่รู้สึกว่าอยู่ที่นี่ก็สนุกดี

 

 “เจ้าคงอยากพักผ่อน เข้าไปก่อนสิ”

 

 

เพราะชาเรนท์ก็ไม่อยากให้เบคลี่ของตนเองกลับไปไหนเหมือนกัน

 

 

 

ภายในห้องที่มีสิ่งของ เครื่องใช้ต่างๆเหมือนตกแต่งด้วยทองคำ เขาอึ้งไปเลย มีหนังสือเยอะมากๆด้วยแต่เป็นภาษาที่ตนอ่านไม่ออก เขาเดินไปทั่วเลย ลืมไปว่าไม่ใช่ที่ของตัวเอง

 

“เจ้าคงอยากรู้” จนได้ยินเสียงที่มากระซิบใกล้ๆ


“หลายๆอย่าง...”

 

 

แบคฮยอนหันมาเผชิญกับชาเรนท์ตรงๆ จ้องมองดวงตาสีน้ำเงินและดวงตาสีแดงเพลิงที่บัดนี้มันยิ่งทำให้อีกฝ่ายมีเสน่ห์

 

 “ผมมีคำถามเต็มไปหมด”


“ว่ามาสิ”

 

“คุณอยู่ที่นี่คนเดียวเหรอ ผมหมายถึงแบบครอบครัวล่ะ” ชาเรนท์คิดว่าเบคลี่จะถามอะไรที่ลึกมากกว่านี้

 

“พ่อแม่ข้าถูกฆ่าตายไปแล้ว”


“เอ่อ...ผมขอโทษที่ถาม”


“ข้าอยู่คนเดียวมานานแล้ว มีหนังสือและทหารเป็นมิตร”


“ทุกคนดูรักคุณนะ” 


“รักหรือ ทุกคน ?”


“หมายถึงทั้งหมดน่ะ” 


              ที่พูดออกไปเพราะต้องการปลอบโยนคนตัวโตที่ดูจะเศร้าลงแต่ก็แค่แปบเดียว


“เพราะข้ามีอำนาจล่ะมั้ง” เขาดูปลงหลังจากพูดออกมาแบบนั้น


“มีอะไรที่อยากรู้อีก”


“ทำไมคุณถึงเรียกผมว่าเบคลี่ล่ะ” 


              เขายิ้มอีกแล้ว รอยยิ้มที่ไม่ใช่แสยะยิ้ม รอยยิ้มที่ยิ้มให้ด้วยความจริงใจ


“แบคฮยอนเรียกยาก เบคลี่เหมาะกับเจ้าและเข้ากับคนที่นี่”


“...”


“ที่เสมือนเป็นที่ของเจ้าไม่ต่างจากข้า” แบคฮยอนพยักหน้ายิ้มๆ ชื่อเบคลี่ก็เท่ดีเหมือนกัน


“เจ้าหิวมั้ย” จะว่าไปตั้งแต่มาก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย

 

“มีอะไรกินบ้างเหรอครับ”


“ข้าไม่แน่ใจนักว่าเจ้าจะกินพวกมันได้”

 

 

เขาว่าคำว่าพวกมันของชาเรนท์ทำให้แบคฮยอนหวั่นๆแล้วสิ...

 

 

ห้องอาหารของที่นี่กว้างขวางมาก พอลงมาทุกอย่างก็เตรียมพร้อมอยู่บนโต๊ะยาวๆนี้แล้ว 

 

“จานนี้เนื้อช้าง” แค่นี้แบคฮยอนก็รู้สึกพะอืดพะอมแล้ว แต่เขาจำต้องนิ่งไว้


“ผมขอโทษที่เสียมารยาทแต่ผมไม่ทานสัตว์ใหญ่ คือ...ผมกินไม่ได้”


               ใหญ่จริงๆ ช้างเลยนะ..


“ถ้าแบบนั้นจานนี้เป็นเนื้อหนู” 


“...


“เล็กพอมั้ย” เขารู้ว่าชาเรนท์ไม่ได้จะกวนอะไรหรอก อีกฝ่ายแค่บอกความจริงอย่างซื่อๆ

 

 

ถ้าเขาบอกว่าไม่พอ...จานต่อไปจะไม่เป็นแมลงสาบเลยหรอวะเนี่ย

 

 “คือ ผมขอโทษ ผมทานเนื้อพวกนี้ไม่ได้เลย” ถึงจะพูดออกไปแบบนั้นแต่ยอมรับว่ากลัวมาก กลัวว่าจะถูกกลายเป็นอาหารบนนี้แทน

 

 “งั้นก็กินผลไม้พวกนี้ได้มั้ย ข้าขอโทษที่ไม่รู้ว่าเจ้ากินอะไรได้บ้าง”


“ได้ครับๆ ผมกำลังไดเอต”


“ได่เอ็ด ?”

 

“มันหมายถึงการลดน้ำหนัก” เขาพยายามอธิบายให้กับการทำหน้าตาสงสัยของชาเรนท์ “คือผมอ้วนไง เลยอยากหุ่นดีแบบคุณ”


 “มีกล้าม แบบนั้น”


 “ฟันดาบมั้ย” แบคฮยอนส่ายหัวพัลวัน


“แต่เจ้าอยู่เฉยๆเถิด” เขาเผลอหัวเราะออกมาอย่างลืมตัว ก่อนจะเอามือปิดปากแทบไม่ทัน 

 

“กินเถอะครับ ขอโทษอีกครั้ง”

 

“ข้าไม่ได้โกรธเจ้า ไม่โกรธ และไม่มีวันโกรธ” กลายเป็นอาการแบบนี้ทำให้ชาเรนท์คิดว่าเบคลี่จะเข้าใจผิด ถึงได้ขอโทษเพราะคิดว่าตนจะโกรธ

 

 

 

พอกินอิ่มหนังตาก็ลืมจะหย่อน อ้วนจริงๆเลยเนี่ยแบคฮยอนเอ้ย

 

 

พอได้มานั่งอยู่บนโซฟานุ่มๆมองตามคนที่เดินไปเดินมาเขาก็หลับไปเสียอย่างนั้น หลับไปอย่างง่ายดายจริงๆ

 

 

 

 

 

ที่เวทิสเชื่อเรื่องคู่แท้และพรหมลิขิต ชาเรนท์คือชายหนุ่มที่ด้านชา เขารักการต่อสู้และชอบอ่านหนังสือ มีหญิงมากมายที่พ่อแม่เคยเลือกสรรมาให้ รวมถึงเหล่าชายหนุ่มที่เมื่อเห็นว่าลูกไม่สนใครซักคนเสียที แต่ไม่ว่าจะส่งมาให้เลือกเท่าไหร่ ชาเรนท์กลับยิ่งต่อต้าน 

 

คนที่ไม่เคยรักใครกลับเริ่มมองหาคนที่จะรักตนได้บ้าง หลังจากสูญเสียพ่อแม่จากการถูกลอบฆ่าและหลังจากที่เวทิสกลับมาสงบสุขไม่นาน เวทิสกลับถูกโจมตีอีกหนเมื่อใครๆก็อยากจะมาครอบครองเมืองเวทิสแห่งนี้ คงเพราะความอ่อนแอและแรงอธิษฐาน ความเจ็บปวดมากมายที่ต้องการใครซักในห้วงเวลาสุดท้ายที่นึกถึงในตอนนั้น

 

 

ชาเรนท์กลับโผล่มายังที่ที่ไม่ใช่ที่ของตน ... โลกมนุษย์ กับมนุษย์ตัวเล็กนามว่า แบคฮยอน

 


 “คนดีของข้า” ร่างของแบคฮยอนในชุดคลุมสีดำ ที่เสื้อผ้าข้างในเป็นชุดซีทรูพร้อมสร้อยคอของท่านพ่อที่ชาเรนท์บรรจงสวมให้กับคนที่ไม่รู้สึกตัวเลยซักนิด

 

 

นิ้วมือใหญ่อีกทั้งเล็บที่ยาวลากไปตามกรอบหน้าอันงดงาม บรรจงจับมือข้างที่ใส่แหวนขึ้นมาจุมพิต

 

 “ได้โปรดอยู่กับข้าที่นี่ได้หรือไม่”

 

 

 

 

 

 

 

 

 


Tbc.

 

มีไฟนิดนึงเพราะtrailer เลยลองแต่งแนวนี้ดูบ้างเพราะไม่เคย 

อาจจะไม่เรียลนัก ติดๆขัดๆ ใครหลงมาอ่านก็ถือว่าอ่านฆ่าเวลานะคะ55555556

 ลงครบแน่ สัญญาเมื่อสายัณห์

#smileandgoCB



 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 233 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,055 ความคิดเห็น

  1. #2032 Jennysupat18 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 / 08:47
    คลั่งรักม้ากกกกก
    #2,032
    0
  2. #1970 Thisisyaniji (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 / 22:49
    ตาพี่คลั่งรักมากกก
    #1,970
    0
  3. #1763 tunnx (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 11:34
    ชาเรนท์แสนจะอ่อนโยน
    #1,763
    0
  4. #1756 CB-614 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 13:38
    อ่อนโยนมาก แงงงง
    #1,756
    0
  5. #1753 cheerchanbaek (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 06:33
    โอ้โหวว ชาเรนท์รักเบคลี่มากเลยยยอ่า งื่อออ ดูเป็นคนมีปมในอดีตแล้วก็ถูกทิ้งให้เหลืออยู่ตัวคนเดียว คงจะเหงา เศร้าและไม่มีที่พึงมากๆแน่เลย แค่ภาระปกครองเมืองก็เหนื่อยจะแย่ ต้องมาสู้กับจิตใจตัวเองอีก ฮื่อออ สงสารพี่ชาเรนท์มากกค่า ดีใจที่ได้เจอน้องเบคลี่~~~~~ เบคลี่ไม่ต้องกลัวชาเรนท์ๆๆๆ พี่เค้าใจดีๆๆๆๆ >< เดี๋ยวบอกให้พี่แกไปหาเนื้อหมูเนื้อไก่มาให้ย่างกินเน้ออออ จะได้กินอร่อยๆๆๆ
    #1,753
    0
  6. #1741 fahpsk (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 20:11
    ชอบเรื่องนี้! นึกภาพชาเรนทร์ตัวใหญ่ๆ ตาสองสี และก็ยัยน้องแบคคาดโซ่ไว้บนหน้า ใจเต้นตึกตักเลย แงแอ ;__; ท่านชาเรนทร์อ่อนโยนมาก ตามใจทุกอย่างเลย น่ารักทิสุด!
    #1,741
    0
  7. #1730 Power Prow ❤ (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 23:02
    น่ารักมากกกกก ขำความเล่นมุกเสี่ยว
    #1,730
    0
  8. #1723 ohpim (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 22:12
    น่ารักมากเลย เขินกับมุกเสียวของพ่อเทพเค้าจัง แสนจะอ่อนโยน
    #1,723
    0
  9. #1720 Kk'hh Exo-l (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 13:28
    คือดีมากกกก ขำมุกเสี่ยว555555
    #1,720
    0
  10. #1719 ปลาหมึกทอดอร่อย (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 12:10
    หลงน้องมากกก ไม่ว่าอะไรน้องเลยยอมคุกเข่าเพื่อน้องด้วย โถ~พ่อทูนหัวววว
    #1,719
    0
  11. #1718 Pang_Ko' (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 07:15
    พี่เขาหลงน้องหัวปักหัวปำเลยเน้ออออ
    #1,718
    0
  12. #1717 Supaporn Srinoun (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 23:56
    น่ารักกกแง
    #1,717
    0
  13. #1715 Atom Nutkamon (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 21:29
    หลงน้องหนักมากกก
    #1,715
    0
  14. #1714 ่CB21 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 21:00
    สนุกดีค่าาาๆๆ เอ็นดูความรักความหลงน้องมาก5555555555
    #1,714
    0
  15. #1711 Asherluciano (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 21:55
    สนุกมากกกกกติดนิยทยของไรท์ทุกเรื่องเลย ชอบบบบ อยากอ่านอีกมาต่อไวๆนะคะ
    #1,711
    0
  16. #1710 kfka (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 11:48
    ชอบพล็อตนี้จังเลยค่ะ นออ่านะคะ
    #1,710
    0
  17. #1709 deereastsea (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 11:39
    อ่าา สนุกดีีค่ะ
    อ่านเพลินเลย
    อยากให้ชาเรนท์จูบสักที มันเขี้ยวยัยเบคลี่ ดีดี้มังกรน้อย ชื่อทุเรศ 555 อันนี้ขำ ยัยมีงอนเบาๆด้วย
    ถ้าเป็นเราเจอเหตุการณ์แบบนี้ น่าจะช็อคไปแล้ว นึกว่าผีหลอก 555555 แต่หล่อ ให้อภัย เน็ตฟลิกซ์ก็คือหัวเน่าแล้ว 555
    #1,709
    0
  18. #1708 mmeieiss (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 01:08
    ชอบมากๆๆๆๆค่ะ หลุดขำตรงชื่อดีดี๊ทุเรศ 5555555555555
    #1,708
    0
  19. #1707 PinkySirakarn (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 00:53
    อมกกกกกชอบมากเลยค่า สนุกมาก ติดตามคับผ้มม
    #1,707
    1
    • #1707-1 PinkySirakarn(จากตอนที่ 42)
      16 พฤศจิกายน 2562 / 01:00
      รู้สึกเอ็นดูชานยอลที่พยายามทำทุกอย่างให้แบคมีความสุข แล้วก็เห็นใจแบคเหมือนกันอยู่ๆขอให้อยู่ก็ตัดสินใจยาก เพราะตัวเองก้มีบ้านมีครอบครัว ฮือ
      #1707-1
  20. #1706 nyjdr (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 00:17
    สนุกมากกก น่าติดตามมากค่ะ รอต่อนะคะ อรั้ยย
    #1,706
    0
  21. #1705 PCYiskmm (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 23:42
    ดีมากกกกกก สนุกมากกกกกก ชอบมากๆค่ะ
    #1,705
    0
  22. #1704 BHyun0012 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 23:05
    กรี๊ดดดด มันดีมากๆเลยค่ะ รอติดตามนะคะ ฮื่ออออ
    #1,704
    0
  23. #1703 youcancallmemonster (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 23:04
    เเต่งดีอีกเเล้วว ไม่ม่าใช่มั้ยคะไรท์ พี่ชานงู้ยมาก น่ารัก
    #1,703
    0
  24. #1702 แอคหลุมไม่ปรากฎนาม (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 22:55
    Ohhhhh you're coming back again!!!!!!!
    #1,702
    0
  25. #1701 hqhq (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 22:12
    ดีใจมากๆตอนที่เห็นแจ้งเตือน 😭 เรารอแจ้งเตือนจากอีกอันที่แก้บน พอมาเห็นว่าอัพในนี้คือดีใจมากๆเลยค่ะ พูดไม่ถูก ;—; ขอบคุณมากๆนะคะ เมดมายเดย์มากๆเลย คิดถึงเสมอนะคะ
    #1,701
    0