smile breathe and go slowly - (chanbaek)

ตอนที่ 27 : Not alone (2). end

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,048
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 144 ครั้ง
    13 มิ.ย. 63




Not alone

2

 

 

 

เหม่อ!

 

ห..ห๊ะ

 

จะถึงคิวมึงแล้ว คยองซูหมายถึงคิวเข้าฉากซ้อมต่อไปวันนี้เรามาซ้อมกันต่ออีก เพราะได้เวลาว่างที่ตรงกันพอดี

 

แล้วนี่นิ้วมึงไปโดนไรมาวะ

 

โดนกรรไกรตัดกิ่งเล่นงาน

 

ลึกมั้ย

 

ไกลหัวใจ มันทำเป็นเลี่ยนก่อนที่แบคฮยอนจะเดินหนีออกไปรอเข้าซ้อมฉากต่อไป

 

 

ไง ได้ยินว่ากรรไกรมันทำเราเหรอ พี่ไคที่ไม่รู้ออกมาจากฉากที่ซ้อมอยู่ตั้งแต่ตอนไหน อยู่ๆก็โผล่มานั่งข้างๆ ไม่ทันได้คิดอะไรมือของเขาที่วางอยู่ก็ถูกจับขึ้นมา ก่อนที่อีกฝ่ายจะ..

 

 

หายเร็วๆนะ

 

 

 

...เป่าลมใส่มัน

 

 

 

พักมั้ย วันนี้ไม่ต้องไปทำงานต่อพี่จะบอกแม่ให้

 

ไปได้ครับ ไม่ได้เจ็บขนาดนั้น แค่นี้แบคฮยอนก็เกรงใจที่บ้านพี่ไคจะแย่

 

แน่ใจ?” แบคฮยอนพยักหน้าตอบก่อนจะค่อยๆดึงมือออก แล้วก็สะดุ้งตกใจตอนถูกไอ้คยองซูเรียกให้เข้าไปซ้อม เราทั้งคู่น่ะ

 

 

เห็นนะ

 

อะไร คนอื่นๆพากันมองอย่างคาดคั้น ลับหลังคนที่ทำให้เขาโดนเค้นอยู่แบบนี้

 

จับมงจับมือ

 

ไม่มีอะไร กูไม่ได้คิดอะไรกับเขา แบคฮยอนรู้ ... แต่เขาไม่เคยคิดอะไรกับพี่ไค แค่มองเขาเป็นแค่รุ่นพี่คนหนึ่งเท่านั้น

 

แต่เขาคิดไง

 

กูห้ามเขาได้หรือไงล่ะเขาเลือกเดินออกมาหาคนอื่นๆที่นั่งคุยเรื่องบทกันอยู่ เพื่อจะเปลี่ยนเรื่อง

 

วันจันทร์นี้จะเริ่มไปซ้อมที่บ้านกูแล้วถูกมั้ย

 

ถูกก

 

ดี จะได้รีบกินของที่บ้านให้หมดก่อน แบคฮยอนแกล้งแซว โดนไอ้จองอูแกล้งตีไปหนึ่งป้าบ

 

 

 

 

 

 

 

ตกเย็นก็รีบไปทำงานต่อ วันนี้ลูกค้าก็เยอะอีกแล้วแต่เขาเริ่มชินแล้วนั่นแหละ พอทำไปเพลินๆก็รู้สึกว่าเวลามันผ่านไปเร็วเหมือนกันนะเนี่ย

 

เงินเก็บตอนนี้ก็เก็บได้ประมาณนึงแล้ว ถ้าได้ซักก้อนก็จะยกให้คุณชานยอลทั้งหมดเลย!

 

 

“อ้าว จะกลับแล้วเหรอ”

 

“เอ่าพี่ไคกลับดึกเหรอครับวันนี้”

 

“ใช่ พี่ติดซ้อมบอล” แบคฮยอนทำตาโตจนคนที่มองอยู่อดยิ้มตามไม่ได้

 

“พี่เป็นนักฟุตบอลด้วยเหรอ”

 

“ถูกต้อง!”

 

เขาไม่คิดว่าพี่แกจะมีเวลาไหนไปซ้อมไง

 

“ให้ไปส่งมั้ย”

 

“ไม่เป็นไรครับ พี่ไปพักผ่อนเถอะ ผมว่าจะรีบกลับด้วย”

 

“โอเค งั้นก็กลับดีๆ”

 

แบคฮยอนโบกมือบ๊ายบายให้ก่อนจะตั้งท่ารีบเดินออกไป

 

 

“แบคฮยอน! .... คืนนี้พี่โทรหานะ”

 

 

เขาไม่ได้ตอบอะไรเพียงแค่ยิ้มให้อีกฝ่ายก่อนจะรีบเดินกลับออกมา เดี๋ยวคุณชานยอลจะเป็นห่วง...

 

 

 

 

 

 

เปิดประตูเข้ามาในบ้านแบบเบาๆเพราะข้างในเงียบมากๆ กลัวว่าจะมีคนแอบนอนรออีก แถมห้องนั่งเล่นยังเปิดไฟไว้ด้วย หลับแน่ๆ

 

 

“แฮ่!”

 

“เห้ยยย! ... โอยคุณชานยอล ผมหัวใจจะวาย”

 

“ฮ่าๆ” อีกฝ่ายเท้าไปกับประตูและมองเขาอยู่

 

“ไก่เกือบบินกลับบ้านแล้วเนี่ยครับ”

 

“รีบไปกินข้าวสิ รออยู่พอดี”

 

หลังๆมาคุณชานยอลรอกินข้าวพร้อมเขาประจำ แถมตอนนี้ก็เกือบจะห้าทุ่มแล้ว เขาทำให้คุณชานยอลไม่ได้ออกกำลังกายมั้ยเนี่ย แผนดูแลสุขภาพคงพังหมด

 

 

“เอาจริงผมลืมว่าคุณออกกำลังกายดูสิซื้อแต่ไก่มา”

 

“กินได้ก็เอาออกได้ไง ไม่เป็นไรที่นายซื้อมาอร่อยจริงๆนั่นแหละ” แบคฮยอนยกนิ้วโป้งขึ้นมาให้ ก่อนจะเล่าเรื่องต่างๆที่เจอมาในวันนี้ให้อีกฝ่ายฟังเช่นทุกวัน

 

 

“แล้วซ้อมกันไปถึงไหนแล้วล่ะ กลับดึกทุกวันเนี่ย”

 

“ครึ่งทางแล้วครับ .. ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะครับ”

 

“ไม่ให้ห่วงได้ไง นายมีคนเดียวนี่”

 

 

แบคฮยอนรู้สึกแปลกๆกับคำพูดแบบนั้น เพราะมันทำให้เขารู้สึกแบบที่ไม่ควรรู้สึกเลยซักนิด

 

 

“ถ้ากลับไม่ไหวก็โทรบอกจะได้ไม่ต้องขึ้นรถไฟฟ้าให้เหนื่อย”

 

“แต่คุณจะเหนื่อย”

 

“ไม่นี่” ชานยอลไหวไหล่ ทำให้แบคฮยอนขำกับท่าทางแบบนั้น อาจจะเพราะความน่ารักของคนตรงหน้าชานยอลเลยเลื่อนมือไปลูบหัวอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู

 

“ไปอาบน้ำนอนเถอะ ฉันเก็บเอง”

 

แบคฮยอนกำลังจะอาสาเก็บมันเองแต่ก็โดนขัดอีกแล้ว

 

“เดี๋ยวก็นอนทั้งหัวไม่แห้งอีก”

 

“รู้ได้ไงครับ” เถียงอีกนะเด็กแสบ

 

“มีอะไรบ้างที่ฉันไม่รู้หื้ม”

 

“...มีครับ”

 

“ ? ”

 

ชานยอลทำหน้างงก่อนที่เจ้าเด็กจะวิ่งหัวเราะหนีขึ้นไป

 

 

ฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธออีกเหรอแบคฮยอน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

และวันนี้เป็นวันแรกที่เราทุกคนจะได้ไปซ้อมกันที่บ้านของแบคฮยอน พอเลิกเรียนเสร็จก็รีบพากันมา พวกมันเองก็แกล้งใจคุณชานยอลเลยคิดว่าจะรีบซ้อมแล้วรีบกลับ

 

ตลอดทางเข้ามาในหมู่บ้านแถวนี้ดูสงบเงียบมากๆ กระทั่งรถเคลื่อนมาจนจะถึงบ้านหลังหนึ่งประกอบกับเสียงของแบคฮยอน

 

 

โห เชื่อแล้วว่าชอบต้นไม้ก่อนหน้านี้แบคฮยอนเอารูปมาอวดคนอื่นๆว่าที่บ้านมีต้นไม้เยอะ มีดอกไม้ยังกับสวนดอกไม้

 

ยินดีต้อนรับครับ ตามสบายกันเลยนะ

 

ทุกคนดูตื่นตาตื่นเต้นไปกับเหล่าลูกชายของคุณชานยอลเหล่าดอกไม้ ต้นหญ้าต่างๆที่แม้ในยามแสงสลัวแบบนี้พวกมันก็ยังคงมีสีสันแจ่มแจ้ง

 

ใช้เวลาเท่าไหร่เนี่ยต้นนี้ สูงมากเลย จียอนถามออกมาตอนวิ่งไปยืนมองต้นไม้ใหญ่หน้าบ้าน

 

เกิดมาเราก็เห็นแล้วอ่ะ

 

แล้วดูดอกกุหลาบดิเยอะมากเลย สวยจังot”

 

อ่อ ผมปลูกไว้เพราะจะเอาไปให้แม่ด้วยน่ะครับแบคฮยอนเดินตามทุกคนไป เหมือนช่วงทัวร์สวนเลยแหะ เขาเองก็เหมือนเป็นวิทยากรคอยบรรยายไปพลาง

 

พี่ เสียใจด้วยนะ ไคก็พึ่งรู้ว่าแบคฮยอนสูญเสียผู้เป็นแม่ไป

 

ครับ

 

 

กว่าพวกเราจะได้เริ่มซ้อมก็เกือบหนึ่งทุ่มแบคฮยอนเตรียมอาหารที่ใครบางคนเตรียมไว้ให้ตั้งแต่ตอนเย็นของเมื่อวาน เขาเอามาอุ่นและช่วยกันเตรียมมื้อเย็นเล็กๆน้อยๆ ก่อนจะเริ่มซ้อม

 

ที่ผ่านมาก็ทยอยซ้อมฉากหลายฉากไปแล้ว วันนี้ก็เข้าสู่จุดท้ายๆของเรื่อง รวมถึงพวกฉากกุ๊กกิ๊กต่างๆด้วย ฉากที่เราจะซ้อมกันต่อไปเป็นตอนที่ตัวละครหลักเริ่มรู้ใจตัวเอง เปิดใจให้กับคนที่แอบรักอยู่ก่อนแล้วคนรับบทนั้นก็คือไคนั่นแหละ

 

มาๆ เอาแบบเรียลๆเลยนะ!”

 

“...

 

ไม่ยากใช่มั้ยคับพี่ไค คยองซูผู้กำกับจำเป็นแอบแซวออกมา

 

 

                เป็นการซ้อมที่อึดอัดประมาณนึงกับฉากที่เราต้องไปส่งคนอื่นๆกลับบ้านจนเหลือตัวหลักสองคนและบรรยากาศเงียบๆที่ให้ไคพระเอกในเรื่องเป็นคนชิงบอกความรู้สึกก่อน ตามบทไคต้องจับมือแบคฮยอนและดึงมันขึ้นมาจูบ

 

                ไอ้แบคฮยอนหูแดง .. พี่ไคก็เหมือนกัน สาวๆข้างๆทำหน้าเพ้อฝัน คยองซูคิดว่าพวกเขาสองคนเข้าถึงบทมาก ถึงตอนซ้อมจะยังไม่ได้โดนกันจริงๆก็เถอะ

 

 

โอเคครับ ประมาณนี้เลย

 

 

                การซ้อมยังดำเนินไปจนดูเวลาอีกทีก็เกือบจะสามทุ่ม แบคฮยอนเริ่มเป็นห่วงคุณชานยอลเพราะเขาคงเลิกงานตั้งนานแล้ว แต่จะไปรออยู่ไหนนะ

 

พวกเรากลับกันดีกว่ามั้ย รบกวนแบคฮยอน

 

ไม่เลยพี่ สนุกดีๆสบายเลยครับ

 

งั้นพุธเจอกันว่ะ คืบหน้าไปเยอะโดยเฉพาะฉากกุ๊กกิ๊ก คยองซูแซวอีกหน มันก็นะยังทำมาแซวได้ตลอดอีก

 

มึงอ่ะออกไปคนแรกเลย

 

                แบคฮยอนมายืนส่งทุกคนที่หน้าบ้าน รอจนกระทั่งรถขับออกไปจนพ้นซอย หลังจากนั้นเขารีบโทรหาคุณชานยอล

 

อยู่ไหนครับ

 

(จอดอยู่...ตรงนี้)

 

เขาละโทรศัพท์ออก คุณชานยอลจอดเลยจากบ้านไปไม่ไกลมากเท่าไหร่ เขาคงกลับมาถึงนานแล้วและเชื่อเหอะ ว่าเขามารออยู่ตั้งแต่เลิกงาน

 

ขอโทษนะครับเรายืนกันอยู่หน้าตัวบ้าน และเขาก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดี

 

ขอโทษอะไรอีก ไปๆเข้าบ้าน

 

                ชานยอลค่อยๆถอดทุกอย่างจนช่วงบนเปลือยเปล่า ความจริงแล้วตัวเองกลับมาถึงที่นี่ตั้งแต่หนึ่งทุ่มกว่าๆ จอดเลยบ้านไปก่อนจะมองลอดช่องของประตูเพื่อดูเด็กๆซ้อมกัน แบคฮยอนในสายตาเขาดูโตไปอีกขั้น เวลาอยู่กับเพื่อนแบคฮยอนดูมีความสุขมาก จนแอบยิ้มตามไม่ได้

 

ซ้อมเป็นไง

 

เหลือเก็บรายละเอียดนิดหน่อยกับตอนจบครับ

 

มีฉากหอมแก้มด้วยหรือ

 

 

                เขาเห็นจริงๆด้วย...

 

 

                ฉากนั้นที่พี่ไคต้องจับมือตัวเองขึ้นมาจูบ ตอนแรกหลังจากนี้ความจริงคนอื่นๆเสนอให้พี่ไคทำท่าจะเข้ามาหอมแก้มเขา และก็ต้องค่อยหลบๆตามบท หลังจากซ้อมไปมันก็ถูกตัดออกไปเพราะจงแดมันมองว่าเร็วเกินไปกับฉากหอมแก้ม

 

 

ม.. ไม่ได้หอมจริงๆนะครับ แค่ใกล้ๆแต่เราไม่ได้โดนกันเลย

 

อ่อ

 

                แบคฮยอนไม่อยากให้เขาเข้าใจผิด ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน...ไม่อยากให้อีกฝ่ายผิดหวังในตัวเอง

 

 

เพื่อนที่เป็นรุ่นพี่ที่บอก เขามีแฟนหรือเปล่า

 

อ่าไม่รู้อ่ะครับ ผมไม่ได้สนิทมากขนาดนั้น

 

“...”

 

สาวกรี๊ดเขาเยอะอยู่ผมว่าคงมีแล้ว ...อยู่ใกล้ๆกับผมนี่ผมยิ่งดร็อปเลยชานยอลหัวเราะออกมา ก่อนจะพูดจริงจัง

 

งั้นก็ห่างๆซะนะหลังจากนี้

 

ครับ ?”

 

อยู่ห่างๆ...เดี๋ยวคนอื่นจะมองไม่ดีน่ะแบคฮยอนพยักหน้า

 

แล้วการแสดงฉันจะได้ไปดูหรือเปล่า

 

แสดงภายในครับเฉพาะในคลาสก่อน

 

แล้วจะมีอัดวิดีโอมั้ย

 

มีครับ เพราะต้องส่ง

 

ส่งให้ด้วย...อยากดูแบคฮยอนแสดงชานยอลขยี้หัวแบคฮยอนแรงๆ

 

กินข้าวมาหรือยังครับ

 

ยังน่ะ ว่าจะกินรามยอน ด้วยกันอีกรอบมั้ย

 

ท้องผมร้องรอนานแล้วครับ แบคฮยอนลูบท้องตัวเองปรอยๆ

 

 

สุดท้ายการได้กินข้าวด้วยกันทุกวันของเราสองคนก็กลายเป็นกิจวัตรไปแล้วจริงๆ วันไหนที่ใครกลับช้ากว่าก็จะบอกให้กินไปก่อน แต่ความจริงต่างฝ่ายต่างก็รอจะได้กินข้าวพร้อมหน้ากันอยู่ดี

 

แผลแห้งหรือยังชานยอลนึกขึ้นได้ตอนมองไปเห็น

 

และแบคฮยอนจำต้องเงียบ เพราะตัวเองลืมล้างแผลหลายวันแล้ว แล้วดูนี่สิเขากำลังทำหน้าดุใส่

 

ฉันถาม

 

ผม...ไม่ได้เปิดดูเลยครับ

 

เขาลุกเดินกระแทกโต๊ะออกไป รู้สึกเหมือนจะถูกโกรธเลย ก่อนที่จะแปลกใจที่เขาเดินกลับมาพร้อมกล่องปฐมพยาบาล

 

ดูแลตัวเองหน่อยมือซ้ายที่ยกมือเขาขึ้นมา มือเขายังเบาเหมือนเดิมผ้าก็อซค่อยๆถูกแกะออก มันยังมีรอยเลือดซึมอยู่

 

นายไม่ได้ดูแลตัวเองเลย ไหนบอกว่าโตแล้วไง

 

ฉันดูแลนายไม่ได้ตลอดไปหรอก...จริงมั้ย

 

                แบคฮยอนเงยหน้าขึ้นมองกับประโยคนั้น ทั้งสับสนและกำลังกลัว ดูแลไม่ได้ได้ตลอดไป... แปลว่าเขาต้องคิดถึงอนาคตข้างหน้าที่ซักวันเขาเองคงต้องกลับไปใช้ชีวิตของตัวเอง ภายใต้น้ำตาที่กำลังจะอ่อนแรง และเขาไม่รู้แผลที่ทำนั้นเสร็จตอนไหน ใบหน้าเขาถูกจับให้เงยขึ้นเพื่อให้มองหน้าเขา

 

...

 

...เหนื่อยทั้งวันแล้ว ไปนอนเถอะ

 

 

 เขาเหมือนจะบอกอะไร แต่ก็ได้กลับมาเป็นประโยคนั้น

 

 

 

 

 

 

เมื่อไคมาส่งคนอื่นๆ จนลงกันหมดเหลือแค่คยองซูและไคเอง บรรยากาศก็เงียบลงจนเกือบอึดอัด

 

... เราเพื่อนสนิทแบคฮยอนเลยใช่มั้ย

 

จะว่างั้นก็ได้นะครับ แต่ก็ต้องถามมันด้วยว่ามันนับผมเป็นเพื่อนสนิทมั้ย

 

ฮ่า

 

พี่ชอบมันเหรอ คยองซูถามออกมาโต้งๆ และไคก็ยิ้มเหมือนคนที่ถูกจับได้ แต่เขาก็ไม่เคยปกปิดกับท่าทีที่แสดงออกว่าสนใจแบคฮยอนอยู่แล้ว

 

มันดูชัดขนาดนั้นเลยใช่มั้ย

 

โหพี่ คนที่พูดก็หัวเราะออกมา

 

มีแค่ตัวมันมั้งที่ไม่รู้ หรืออาจจะรู้…”

 

ดีแล้ว ... กลัวโดนปฏิเสธ

 

เห้อ รักข้างเดียว เจ็บหน่อยนะครับไคหันกลับไปมองอีกฝ่าย รักข้างเดียว ?

 

แบคฮยอนมีคนที่ชอบอยู่แล้วงั้นเหรอ

 

ไม่รู้อ่ะครับ ต้องถามมันแต่คำตอบน่าจะยังไม่ชัด

 

“…”

 

อ่าจอดข้างหน้าครับ ขอบคุณมากนะพี่ วันพุธเจอกันๆ

 

 

คยองซูถูกส่งเป็นคนสุดท้าย ก่อนที่รถของรุ่นพี่จะเคลื่อนออกไป รักข้างเดียวมันเจ็บจริงๆแหละหน่า สายตาแบคฮยอนไม่ได้พี่ไคมีอะไรอยู่ในนั้นเลย

 

ต่อให้พยายามอีกแค่ไหน พี่ไคก็ทะลุกำแพงที่ชื่อว่าแบคฮยอนเองไม่ได้

 

กับแววตาที่ชัดเจนเวลาที่มันพูดถึงใครอีกคน... ไอ้แบคฮยอนเอ้ย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แบคฮยอนยังมาทำงานที่ร้านของพี่ไคเหมือนเดิม วันนี้เขามาเร็วเพราะเลิกเรียนเร็ว และก็ยังไม่เจอพี่ไคอีกฝ่ายส่งข้อความมาบอกว่าติดติวสอบ แล้วก็เดี๋ยวเสร็จจากงานร้านก็นัดไปซ้อมกันต่ออีก

 

สวัสดีครับ

 

อ้าวมาก่อนเวลาอีก ทานข้าวก่อนมั้ยจ๊ะ

 

ไม่เป็นไรครับ ผมทานมาแล้ว ขอบคุณคุณน้ามากนะครับ

 

คุณแม่ของพี่ไคยังใจดีกับเขาเสมอ เขาขอเริ่มทำงานเลยเพราะลูกค้าเริ่มเข้ามาในร้านแล้ว วันนี้อากาศค่อนข้างร้อน แบคฮยอนต้องเดินรับออเดอร์และเสิร์ฟทั้งข้างในและข้างนอก ยิ่งค่ำยิ่งคนเยอะขึ้นมาก

 

ระหว่างเอาใบออเดอร์ที่ได้มาให้ห้องครัวเขาก็ถูกจี้เอว จนสะดุ้ง

 

พี่ไค!

 

โอ๋ๆ ฮ่า ไงเหนื่อยมั้ย

 

คนกำลังเยอะเลยครับ ผมออกไปเสิร์ฟก่อนนะ เขายิ้มให้ก่อนจะรีบยกไก่ออกไปเสิร์ฟ ไคได้แต่มองตามหลัง แล้วก็เห็นว่าแบคฮยอนเหงื่อออกเยอะเลย ดูจากเสื้อที่เปียกไปหมดนั่นสิ

 

เขาเลยตัดสินใจขึ้นไปยังห้องพักด้านบนรื้อเสื้อออกมาตัวนึง เป็นเสื้อที่ตัวเองชอบใส่บ่อยๆ ไคคิดว่าจะเอาไปให้แบคฮยอนใส่เปลี่ยนก่อน เพราะเสื้อสีขาวที่ใกล้จะแนบเนื้อนั่น...

 

 

ไม่เป็นไรครับ จะกลับอยู่แล้ว

 

ไม่กลัวมีกลิ่นเหรอ

 

ผ..ผม เอ่อ มีกลิ่นตัวเหรอ

 

ไม่ได้ความว่าแบบนั้น ไครีบยกมือปฏิเสธเป็นพัลวันเปลี่ยนเถอะ ไม่สบายตัวใช่มั้ยล่ะ

 

คือ... โอเคครับ สุดท้ายแบคฮยอนก็หยิบเสื้อตัวนั้นมา พอเห็นสีหน้าพี่ไคที่คงตั้งใจเอามาให้เปลี่ยนจริงๆ

 

 

หลังจากลงมาจากชั้นบน ก็เห็นข้าวล่างกำลังวุ่นวายได้ที่จึงรีบวิ่งลงมาช่วยคนอื่นๆ

 

 

 

 

 

ด้านหน้าร้านมีเจ้าของร้านที่คอยยืนเช็คความเรียบร้อยของลูกค้า เธอถอยหลังชนคนๆนึง

 

อุ๊ย ขอโทษค่ะ

 

ไม่เป็นไรครับ ... ผมอยากมาสั่งไก่มีเมนูอร่อยๆอันไหนแนะนำบ้างมั้ยครับ

 

ยินดีค่ะ เดี๋ยวฉันเรียกเด็กๆให้มารับออเดอร์ตรงนี้นะ นั่งรอซักครู่ค่ะ

 

หลังจากขับรถกลับมาจากทำงานเสร็จ เขาก็รีบตรงมาร้านนี้มาตามพิกัดบนถุงไก่ร้านหนึ่งที่มีคนชอบซื้อมาฝาก เพราะวันนี้ก็อยากจะเป็นคนซื้อมันไปฝากบ้าง ดูท่าแล้วคงเป็นร้านตามสไตล์วัยรุ่นที่คงฮิตกันดูจากจำนวนคนในร้านนี้สิ มีแต่เด็กๆทั้งนั้น

 

 

นึกแล้วก็มีความสุข...ซื้อเอาไว้ให้คงจะดีใจน่าดู

 

 

 

สวัสดีครับลูกค้า รับอะไรดีครับ เป็นเด็กผู้ชายมารับออเดอร์

 

อืม แบบไหนนะที่เด็กๆตอนนี้เขาฮิตทานกันนะ

 

อ่อ! ไก่ซอสเผ็ดครับ กับซอสสเปเชี่ยลของร้านครับ

 

งั้นเอาตามนั้น ชุดใหญ่เลยนะพนักงานยิ้มร่า ได้ขายชุดใหญ่อีกแล้ว

 

รับโค้กหรือเบียร์ครับน้า

 

ทั้งคู่อย่างละสองนะ

 

ได้ครับรอซักครู่นะครับ

 

 

สั่งชุดใหญ่ไปเลย แบคฮยอนที่กลับมาจากซ้อมด้วยสภาพหิวโซคงจะกินมันหมดพอดี

 

 

20 นาทีผ่านไป

 

 

แบคฮยอนๆๆ ออเดอร์โต๊ะ 16 เอาไปให้หน่อยดิ

 

ได้ๆเขาละสายตาออกไปดูที่โต๊ะเพื่อมองหาลูกค้า แต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีใครนั่งอยู่เลย

 

ทำไมไม่เห็นมีใครเลยอ่ะ

 

... อ้าว ไปไหนแล้ววะ เขาจ่ายเงินแล้วด้วยนะ เด็กที่รับออเดอร์ถึงกับงงเพราะออเดอร์ก็ได้แล้ว ทำไมผู้ชายคนนั้นถึงไม่รอล่ะ

 

เขาไปห้องน้ำมั้ง ไม่เป็นไรหรอก ลองรอก่อน

 

 

น้องๆ มานี่ดิ

 

งั้นเดี๋ยวเราไปโต๊ะนั้นก่อน แบคฮยอนอาสาออกไป เพราะยังไงตนเองก็จำหน้าลูกค้าที่สั่งกลับบ้านไม่ได้ จูฮยอกที่เป็นคนรับออเดอร์จะได้ยื่นให้ลูกค้าถูก ถ้าเผื่อลูกค้าเข้าห้องน้ำอยู่จริงๆ

 

 

มานี่เลย แหกตาดูไก่ดิ ยังแดงขนาดนี้ เอามาเสิร์ฟได้ไงวะ!”  เขาถูกตะโกนใส่ด้วยความโมโห

 

ข..ขอโทษะครับ จะรีบไปเปลี่ยนให้

 

ไม่กงไม่กินล่ะ! เสียเวลา…” แบคฮยอนยืนนิ่งก้มหน้ารับคำติชม ก่อนที่ไก่น่องที่ไม่สุกจะถูกปาเข้ามาใส่ที่ใบหน้าด้านซ้ายก่อนที่มันจะตกลงเลอะเสื้อที่พี่ไคพึ่งให้เปลี่ยน

 

ลูกค้าคนนั้นเดินออกไป ท่ามกลางคนอื่นๆที่พากันมองมา แบคฮยอนยังยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกสมองมันชาวาบ ก่อนจะค่อยๆก้มลงเก็บเศษไก่ที่กระจายเต็มพื้น

 

แบค เป็นอะไรหรือเปล่า เขากล้ำกลืนความรู้สึกที่ตีรวนขึ้นมา พยายามยิ้มให้ก่อนจะก้มโค้งขอโทษ

 

ไม่ได้ผิดหรอก จะผิดก็ผิดที่คนทอดไม่ดูให้ดี ไคพยายามให้กำลังใจ ถึงยังไงเขาก็มองว่าลูกค้าคนนั้นทำเกินไปอยู่ดีๆทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ เขาหยิบทิชชู่ก่อนจะเช็ดออกให้อีกฝ่ายที่หน้าเสียไปหมดแล้ว

 

ไม่ใช่หรอกครับ ผมเองก็ไม่ทันได้ดู

 

ไปพักก่อนนะไคถือวิสาสะจิ้มไปกลางหน้าผากขาวนั้น

 

“เครียดไปแล้ว”

 

ผมขอโทษนะครับ

 

ไม่เป็นไรๆ

 

 

                แบคฮยอนเดินเข้าไปหลังร้านด้วยม่านน้ำตาที่ตีรวนขึ้นมาบดบัง แต่เขาไม่อยากจะให้มันไหลออกมาเลย ไม่อยากอ่อนแอ ทำไมถึงไม่เข้มแข็งกว่านี้

 

 

เปลี่ยนเสื้อกลับนะ เดี๋ยวพี่ซักเอง

 

แต่ผมขอ...

 

ไม่เป็นไรๆ ชอบเกรงใจอยู่เรื่อยเลย

 

 

ไคเดินกอดคออีกฝ่ายพาเดินมาที่รถ เพราะแบคฮยอนเข้างานเร็ว ก็เลยออกมาก่อนเดี๋ยวพวกเราจะไปซ้อมกันต่อด้วย ไม่รู้ว่าแบคฮยอนรู้สึกดีขึ้นมาบ้างหรือยังไง

 

อีกอย่าง มันก็มีอะไรที่มากกว่านั้นนิดหน่อย ที่ไคอยากจะทำในวันนี้

 

 

 

เมื่อมาถึงหน้าบ้านก็เห็นพวกเพื่อนๆมารอกันก่อนอยู่แล้ว แต่ว่าทำไมบ้านถึงปิดเงียบขนาดนี้ แปลว่าคุณชานยอลก็ยังไม่มาอีกเหรอ อุตส่าห์บอกว่าไม่เป็นไรถ้ากลับมาก่อนก็ให้เข้าบ้านเลยก็ได้ ... คงจะกลัวเขาอายอีกแน่ๆเลย

 

มาถึงเร็วจัง

 

รอไม่นานๆ ไม่เป็นไร .. แล้วคุณชานยอลยังไม่กลับเหรอ

 

นั่นสิ... สงสัยติดประชุมมั้ง

 

 

แบคฮยอนกำลังจะกดโทรหา แต่ทว่าเกิดเขาประชุมอยู่ล่ะ .. งั้นยังไม่โทรดีกว่า

 

 

ไคมองเห็นคนที่เอาแต่มองหน้าจอโทรศัพท์ ใบหน้านั้นเหมือนกำลังวิตกกังวลอะไรบางอย่างอยู่

 

 

พ่อไม่รับเหรอ

 

ห๊ะ.. อ่อเปล่าครับ ไม่กล้าโทรอ่ะเผื่อเขายุ่งอยู่

 

“... งั้นไปเริ่มกันมั้ย เออแต่ก็ดีวันนี้ฉากพีคคุณชานยอลไม่อยู่ก็ดีแล้วคยองซูเอ่ยออกมา

 

กลัวโดนดุทุกคนพากันหัวเราะออกมา ก่อนที่เราจะเริ่มอ่านทวนบทอีกหน

 

แบคฮยอนกับไคมองหน้ากัน ตอนนี้ก็มาถึงฉากสุดท้ายของเรื่องแล้วแหละ

 

เอาล่ะ ฉากที่จะเป็นตอนจบแล้ว เหมือนแบบสองคนนี้คบกันมาซักพักอ่ะ เป็นเลิฟซีนซึนๆ อีกคนไม่เคย แต่อีกคนก็อยากจุ๊บงี้คนอื่นๆพากันยิ้มตอนจะฉากต่อไปที่สองคนกำลังจะซ้อม เพราะเริ่มรู้แล้วแหละว่ามันมีซัมติงอะไรบางอย่าง

 

 

พร้อมมั้ย

 

อื้ม

 

เดี๋ยวพวกมึงช่วยดูองศานะ เอาให้ฟินๆไปเลยแต่ก็อย่าน่าเกลียด

 

 

ตอนนี้ทั้งเขาและพี่ไคยืนหันหน้าเขาหากัน แบคฮยอนดูไม่ค่อยมีสมาธิ กลายเป็นว่าในหัวเขามีหลายเรื่องให้คิดเต็มไปหมด ทั้งห่วงคุณชานยอล เรื่องที่ร้านวันนี้ ไหนจะฉากชวนเขินนี้อีก

 

 

พี่ไค ค่อยๆก้มลงมานะครับ

 

จนตอนนี้มองไปอีกทีใบหน้าเราก็อยู่เสมอกันแล้ว แบคฮยอนสะดุ้งเมื่อเห็นรอยยิ้มนั้น และอาการแบบนี้เป็นที่พอใจของทุกคน อาการที่มาจากความตกใจจริงๆ แบบที่ทุกคนกำลังจับตาดู

 

 

เขินพี่เหรอ คำพูดจากบท

 

ผ..ผมใบหน้าที่มีเสน่ห์เหลือล้นนั้นยังคงขยับมาใกล้เรื่อยๆ ก่อนที่แบคฮยอนจะรู้สึก

 

 

กรี๊ดดดดดดดดดด

 

 

ความรู้สึกนิ่มๆที่แก้มของตัวเองเพียงแผ่วเบา

 

 

พี่...ชอบแบคฮยอน

 

 

ไคกำลังนอกบท และทุกคนก็เป็นใจในการจะสารภาพรักครั้งนี้ และมันกำลังทำให้แบคฮยอนอึดอัดเพราะตัวเองก็รู้มาตลอด และมันไม่ใช่

 

 

คือผม ผมไม่รู้จะบอกยังไง แต่ว่าผม

 

ไม่เป็นไร พี่ไม่ได้จะเร่งรัดเอาคำตอบอะไรค่อยๆคุยไปได้มั้ยแบคฮยอนมองไปรอบๆที่ทุกคนดูจะเอาใจช่วย ทำไมนะทำไมถึงไม่กล้าพูดออกไป

 

 

 

 

เวลาผ่านไปเกือบห้าทุ่ม ที่แบคฮยอนเอาแต่เหม่อลอย คุณชานยอลยังไม่กลับมาเลยด้วยซ้ำ เขาจะไม่รอแล้วนะ ตัดสินใจโทรหาดีกว่า

 

 

กริ๊ก

 

 

มาแล้วเหรอครับ ผมกำลังจะโทรหาเลย

 

 

 

แต่เขาได้กลิ่นเหล้าแหะ

 

 

 

มีอะไร ไม่มีไก่ร้านดังร้านนั้นมาฝากหรือวันนี้

 

อ่อ..ว

 

หรือทำงานเพลินจนลืม เพราะต้องรีบกลับมาซ้อม

 

“...”

 

หรือแค่เอาเรื่องเงินมาบังหน้า แท้จริงแล้วแค่อยากแอบไปพลอดรักกับไอ้รุ่นพี่คนนั้น

 

“...”

 

หรือว่า อยากเก็บเงินเยอะๆเพราะอยากจะไปจากฉันเต็มทน!

 

คุณชานยอล!”

 

แบคฮยอนเผลอขึ้นเสียงใส่อีกฝ่ายอย่างลืมตัว เขารู้แล้วสินะ ตั้งแต่วันไหนกัน  .... หรือว่าคนที่มาสั่งไก่แล้วหายไปคือคุณชานยอล

 

 

ผมขอโทษที่ไม่ได้บอกคุณ

 

ไม่ต้อง

 

ผม แค่อยากช่วย...เขาอยากจะอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจแต่ทำไม มันดูจะยิ่งแย่เข้าไปอีก

 

โกหก! แบคฮยอนโกหกฉันยังไม่พอ.. แต่การกระทำแบบนั้นทำได้ยังไง!

 

ผมผิดที่โกหก แต่ผมไม่ได้ทำอะไรเกินเลยกับเขานะครับ

 

หึ แทบจะนัวกันแล้วเนี่ยนะ

 

“...”

 

เสื้อเปลี่ยนกี่ตัวแล้ว หือ ... ซ้อมบท? แต่ยอมให้มันจูบเพราะจะสารภาพรัก ทำเรื่องหน้าไม่อายในบ้านตัวเอง ทุเรศ

 

“...ผมไม่ได้ทำแบคฮยอนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เขาไม่ได้ทำจริงๆ ไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดทำไมไม่ฟังกันเลย

 

ทำไม เล่นกันจนจะได้กันจริงยังงั้นเหรอ

 

เขาพูดแบบนั้นเหมือนกรีดหัวใจคนฟังเหวอะหวะ และเขาไม่เคยรู้อะไรเลย ... ซักนิดเดียว

 

ทำไมคุณต้องยัดเยียดให้ผมขนาดนี้ คุณไม่เคยเชื่อใจผมเลย

 

แล้วสิ่งที่ฉันเห็นเต็มตา มันปฏิเสธได้ตรงไหนชานยอลเข้ามาบีบไหล่แบคฮยอน จนอีกฝ่ายเบ้หน้า

 

มันดีสินะที่ฉันกลับมาดึก ที่จะคิดทำอะไรก็ได้โดยไม่เห็นหัวกันแบบนี้

 

“...”

 

อย่ายุ่งกับมันอีกภาพที่มันโน้มหน้าเข้าไปจูบแบคฮยอนยังคงติดตา พร้อมความรู้สึกที่ตีรวนขึ้นมาจนชานยอลไม่เป็นตัวของตัวเอง

 

คุณไม่มีเหตุผลเลย

 

“...”

 

ทำไมล่ะครับถ้าผมจะยุ่งกับเขาอีก คุณจะทำอะไร

 

“....”

 

“?”

 

อย่ามายั่วโมโหฉันแบคฮยอนนิ่งกลับไปบ้าง

 

เข้าข้างมันมากใช่มั้ย

 

คุณไม่มีสิทธิ

 

 

เมื่อกำลังจะเถียงกลับไปอีก ร่างของแบคฮยอนถูกดันเข้ากับกำแพง สิ่งที่ไม่น่าให้อภัยคือการที่เขาตอบรับสัมผัสหยาบโลนจากคนตรงหน้า ... คนที่เคารพเสมือนคนในครอบครัว

 

ภาพที่ถูกตีกรอบไว้แค่นั้น

 

มันพังแล้ว

 

มือที่ผลักไสเขาในตอนแรกกลับค่อยๆปล่อยลงจนแนบสนิทข้างลำตัว

 

 

ริมฝีปากที่ประกบลงมาใส่ เข้ามาพัวพัน ตวัดกัดเกลียวขบเม้มเสียกลัวจะเลือดออก มันรุนแรงและน่าเสียใจชะมัด ร่างกายของเขาถูกอุ้มขึ้น แบคฮยอนทั้งร้องทั้งดิ้น เขาไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร และเขากำลังกลัวมากๆ

 

 

 

 

 

 

You're my all and more

But I need room to breathe

 

คุณเป็นทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับผมเลยนะ

เป็นมากกว่าทุกอย่างอีก

แต่ว่าผมต้องการพื้นที่ที่จะหายใจ….

 

 

 

 

 

 

 

 

พ... คุณชานยอล..อ.. อย่า ครับ

 

                เสียงร้องที่พยายามพูดบอกคนตรงหน้าที่มีอารมณ์โกรธเหนือทุกสิ่งช่างอ่อนแรง มันยากที่เขาจะเรียก และอ้อนวอน

 

...คุณ คือคนที่เคารพเหมือน

 

ไม่ใช่!”

 

ปาร์คชานยอลหยุดค้างไว้เหนือร่าง เขาหลับตาพร้อมกับสติที่เริ่มกระจ่างชัด.... ตลอดเวลาเขายังไม่รู้เลยว่าตัวเองรู้สึกกับแบคฮยอนแบบลูกจริงๆหรือเปล่า เขามันแค่ผู้ชายคนนึง

 

แค่ผู้ชายคนนึงที่อายุมากกว่า..

 

 

                ความหนักที่ถูกโถมทับกลายเป็นความว่างเปล่าเมื่อชานยอลผละออกไป แบคฮยอนนอนตัวสั่นอยู่บนฟูก เห็นเพียงแสงไฟที่ส่องผ่านประตูเข้ามากับเสียงดังลั่นของประตู คนที่กำลังสับสนไม่ว่าจะทั้งตัวเองหรือแม้กระทั่ง.... เขาขดตัวกอดเข่าตัวเองพร้อมน้ำตาที่พรั่งพรูออกมา จับเสื้อเชิ้ตสีขาวที่อีกคนเป็นคนซื้อให้หลังวันเปิดเทอมตอนนั้น ตอนนี้กระดุมมันขาดวิ่นไม่มีชิ้นดี

 

                แต่เขาไม่ได้โกรธอีกฝ่ายเลย..

 

 

 

 

ปาร์คชานยอลผลักประตูหน้าบ้านออกมาอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่นพร้อมกับความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโมโหตัวเอง และสับสน เขามันบ้าและกำลังจะเป็นบ้า

 

โธ่เว้ย!

 

กระถางต้นไม้ต้นเล็กๆหลายต้นที่เคยช่วยกันปลูกไว้แตกลงด้วยฝีมือของตนและมันบาดลึกเข้าที่เท้าที่ไม่ได้สวมอะไร แต่ชานยอลแทบไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดเพราะมันเจ็บปวดน้อยกว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังเผชิญ แม้ตอนนี้เลือดจะไหลออกมาเยอะแค่ไหนก็ตาม

 

ร่างทั้งร่างทรุดลงนั่งพิงกับลำต้นของต้นไม้ใหญ่ ชานยอลชันเข่าขึ้นทรุดหน้าลงพร้อมหยดน้ำตาที่พากันไหลออกมา ภายในใจเรียกร้องหาฮวานาหลายสิบรอบอยากให้เธอมาอยู่ตรงนี้ มาฟังสิ่งที่เพื่อนที่เธอเคยไว้ใจทำผิดต่อตัวเธอและลูกของเธอ

 

ชานยอลพร่ำขอโทษอยู่แบบนั้น ขอโทษที่ทำเกินเลยหน้าที่ ขอโทษที่คิดไม่ซื่อกับลูกของเพื่อน แม้ไม่มีเสียงสะอื้นแต่ก็ห้ามไม่ให้น้ำตามันหยุดไหลได้เลย

 

เขารู้สึกโกรธกับภาพที่ตัวเองได้เห็นในวันนี้ มันเหมือนเขาถูกทำลายความตั้งใจ ความหวังดี...ลัทำลายความรู้สึกกัน แบคฮยอนกับเด็กผู้ชายคนนั้น ภาพและการกระทำทุกอย่างมันติดอยู่ในหัวของเขาตลอดเวลา

 

                จนตอนนี้ชานยอลให้คำตอบกับตัวเองได้แล้วว่าเขารู้สึกยังไงกับเด็กที่อยู่ด้วยมาตลอดหลายปี...

 

 

                จะผิดมากมั้ย

 

 

 

 

 

 

แบคฮยอนที่นั่งตัวสั่นเทา สมองเขาแทบไม่รับรู้อะไรในคราวแรก ยังคงเอาแต่กอดตัวเองไว้แน่นมันมีแต่ความสับสน กระทั่งหลังได้ยินเสียงประตูที่ปิดลง...ความกลัวก็ผุดขึ้นมา วินาทีนั้นร่างสั่นเทากับสองขาที่แทบไร้เรี่ยวแรงพยุงตัวเองขึ้นพร้อมรีบก้าวออกไป

 

 

เขาไม่อยากให้คุณชานยอลทิ้งเขา ไม่อยากให้เขาหายไป

 

 

 

ภาพที่เห็นตอนวิ่งลงมาเจอคือร่างสูงที่นั่งชันเข่ากับพื้น ที่เท้าขวามีเลือดไหลเยอะจนน่ากลัว คุณชานยอลนั่งกอดเข่าและเขารู้ว่าอีกฝ่ายกำลังร้องไห้...

 

แบคฮยอนรีบวิ่งออกมาพร้อมใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยน้ำตาไม่ต่างกันกับความเจ็บปวดที่เขาเองก็ได้รับ เขาโอบกอดร่างใหญ่โตทั้งที่อีกฝ่ายทรุดตัวกอดเข่าตัวเองอยู่แบบนั้น เราร้องไห้กันทั้งคู่ ร้องไห้ภายใต้ต้นไม้ต้นใหญ่ ต้นที่เคยได้ยินแต่เสียงหัวเราะ บัดนี้มันได้รับแต่หยดน้ำตาของพวกเราที่ไหลรินลงดิน

 

ข...ขอโทษ

 

“...”

 

ขอโทษชานยอลเอาแต่เอ่ยคำนั้นออกมา

 

พอเถอะครับ ฮึก พอแล้ว เขาจูบลงไปบนหัวอีกฝ่ายพร้อมกอดแน่น

 

 

แบคฮยอนไม่รู้ว่าจะเริ่มจัดการกับความรู้สึกอย่างไร เขาไม่รู้ว่าความรู้สึกความผูกพันนี้มันคือความผูกพันแบบไหนกระทั่งตอนที่รู้สึกเหมือนถูกหึงหวง เขาอยากรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังหึงหวงหรือแค่ห่วง

 

และเขารู้ในตอนนั้นตอนที่ตัวเองถูกดันลงบนเตียง เขาไม่อยากให้เรื่องราวระหว่างเรามันผิดไปกว่านี้

 

เขามั่นใจว่าความผูกพันของเราไม่ใช่แบบพ่อลูก...

 

และมันไม่เคยเป็นแบบนั้น

 

 

 

ฉันรักนาย บ..แบคฮยอน

 

...

 

ฉันไม่เคยคิดเลย ไม่เคยคิดว่าฉันจะเหมาะกับคำๆนั้น ฉันให้นายไม่ได้

 

 

นานวันเข้ามันยิ่งมากขึ้น ฉันห้ามมันไม่ได้เลย

 

 

ความรักของคนสองคนที่ปาร์คชานยอลรักคนที่ดูแลเป็นเสมือนลูก เขาไม่เคยหวังจะได้รับความรู้สึกแบบคนรักตอบ แค่ได้อยู่ใกล้ ดูแบคฮยอนเติบโต ขอแค่นั้นที่เขาอยากให้ฮวานารับรู้

 

ผมเข้าใจแล้ว

 

 

ผมเองก็ไม่อยากปฏิเสธมัน ว่าทั้งหมดมัน...เรียกว่ารักคุณแบบไหน ปาร์คชานยอลเงยหน้ามองผ่านม่านน้ำตา

 

ผมก็รักคุณ รัก...

 

“...”

 

ผมมั่นใจ ได้โปรด

 

 

 

                เรื่องราวทั้งหมด วันนี้แบคฮยอนจะได้รับรู้จริงๆเสียที

 

 

ฮวานาให้กำเนิดแบคฮยอนตอนเธออายุยี่สิบ เธอมีความพร้อมถึงแม้ใครจะมองว่ามันเร็วเกินไปสำหรับเธอตอนนั้น แบคฮยอนเกิดมาจากความรักของเธอกับแฟนหนุ่มรุ่นพี่ จนกระทั่งคนเป็นสามีถูกรถชนจนเสียชีวิต ตอนนั้นแบคฮยอนอายุครบหนึ่งขวบ เธอจมอยู่กับความเสียใจ ข้าวปลาแทบไม่แตะต้องนานแรมเดือนจนมีปาร์คชานยอลนี่แหละที่ฉุดเธอขึ้นมา ฮวานาต้องทำงานคนเดียวเธอต้องเข้มแข็งเพราะสิ่งสำคัญสำหรับเธอก็คือลูกชาย เงินจากสามีและมรดกที่ทิ้งไว้ให้แบคฮยอนกับเธอถึงจะมีมากพอสมควรแต่ในอนาคตกว่าแบคฮยอนจะเติบโต มันก็อาจไม่พอ...

 

เธอทำงานในบริษัทแห่งหนึ่งด้วยเงินเดือนที่พอเลี้ยงลูกและตัวเองได้ ฮวานาเป็นผู้หญิงเรียบร้อย พวกเขาได้รู้จักกันเพราะทำงานแผนกเดียวกัน จากการที่เริ่มปรึกษางานกัน เรียนรู้งานเพราะชานยอลเข้ามาทีหลังความสัมพันธ์แบบเพื่อนของพวกเขาก็ยิ่งสนิทกันมากขึ้น ชานยอลทำให้เธอหัวเราะได้เยอะกว่าแต่ก่อน และรู้สึกว่าตัวเธอเองก็ยังมีใครอีกคนที่อยู่ข้างเธอ

 

ปาร์คชานยอล เป็นผู้ชายที่ใครหลายๆคนปราบปลื้มเพราะเขาเป็นคนดีและเป็นสุภาพบุรุษ หลังจากนั้นก็เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนสนิทกันรู้เรื่องราวของแต่ละฝ่าย มีปัญหาอะไรก็สบายใจที่จะปรึกษากันและกันรู้ถึงก้นเบื้องของความรู้สึก จนอยู่วันนึง...

 

 

ฮวานา ไปหาหมอเถอะ

 

เธอหน้าซีดพร้อมกุมมือไว้ที่ท้องทั้งอาเจียนจนชานยอลทนไม่ไหวต้องพาไปโรงพยาบาล และถึงได้รู้ว่าเธอเป็นมะเร็งลำไส้ระยะที่ 2 ฮวานาไม่ได้ตกใจอะไรมากนักซึ่งต่างจากชานยอล อีกฝ่ายน้ำตาคลอมือใหญ่นั้นลูบใบหน้าของเธอ

 

...ทำไม

 

คนเรามีเกิดก็ต้องมีตาย ฉันคิดแบบนั้น

 

ก่อนที่น้ำตาจะรื้นขึ้นมาเมื่อนึกถึงลูกชายคนเดียวของตนเอง แบคฮยอนในวัยสิบห้าที่กำลังเรียนชั้นมัธยมปลาย ลูกชายของเธอกำลังสดใสและเธอก็ยังไม่พร้อมจะบอกแบคฮยอนเรื่องนี้ในตอนนั้น

 

ลูก... ฮึก

 

ไม่ มันต้องรักษาหาย เชื่อฉัน

 

....ชาน

 

...

 

ช่วยฉันซักอย่างได้มั้ย ถือว่าเป็นครั้งสุดท้ายก็ได้

 

ฮวา...

 

 

ตัวเธอไม่เหลือใคร ไม่มีใคร และถ้าเธอตาย แบคฮยอนก็จะไม่เหลือใครเลยเช่นเดียวกัน

 

ช..ช่วย ดูแลเขาให้หน่อยได้มั้ย...เหมือนเป็นพ่อให้เขา มันเห็นแก่ตัวมากๆสำหรับการกระทำของเธอที่กล้าเอ่ยขอออกไปแบบนั้น น้ำตาของเธอไหลออกมาไม่หยุด

 

 

                ชานยอลเคยเจอแบคฮยอนอยู่บ่อยๆ เห็นหน้าคราตากันมาตลอดจนชานยอลเองก็เอ็นดูเหมือนกัน เพราะอีกฝ่ายมักจะไปกินข้าว และไปนั่งเล่นที่บ้านของเธอบ่อยครั้ง

 

 

ฝากดูแลเขาจนกว่าเขาจะขึ้นมหาวิทยาลัยก็ได้

 

‘...’

 

ฉ...ฉันจะตั้งใจทำงานมากกว่านี้จะอดออม ถ้ารวมกับที่มีอยู่คงพอส่งเขาถึงมหาวิทยาลัยพอดี จากเขาคงโตมากพอ เธอค่อยปล่อยเขา...ด..ได้มั้ย

 

ฮวา...

 

ชานยอลเองก็ไม่ได้อยู่กับครอบครัวเพราะพ่อแม่ของเขาอยู่ต่างประเทศ ไม่มีพี่น้อง และสำหรับเธอเขาฮวาแบบเพื่อนเท่านั้น

 

 

ตกลง ฉันยอมทำทุกอย่างแต่เธอต้องเข้มแข็ง มันต้องรักษาหายนะ

 

 

 

 

 

และทุกอย่างเลยเริ่มขึ้นในรูปแบบนั้น ถ้าถามว่าผมต้องทำถึงขนาดนั้นเลยเหรอ ใช่ครับ เพราะเธอเป็นเพื่อนสนิท เพื่อนที่ไว้ใจได้ เพื่อนที่อ่อนโยนคอยช่วยเหลือผมทุกอย่าง สำหรับเธอและการขอร้องครั้งสุดท้ายแบบนั้น ทำไมผมถึงจะให้ไม่ได้...

 

 

                การเอาชีวิตคนๆนึงมาผูกกับสิ่งที่ไม่ใช่หน้าที่ของตน ฮวานาเองก็รู้สึกผิดจนกระทั่งเธอจะสิ้นลม เธอก็ยังไม่กล้าแม้จะบอกแบคฮยอน

 

 

 

เขาเป็นคนดี ดีมากเลยนะลูก

 

อย่าดื้อกับเขา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก อย่าเกลียดเขานะลูก

 

 

 

 

 

 

 

ตอนนั้นคุณรู้สึกยังไงที่จะต้องมาเป็นพ่อผม

 

ฮวานาก็คงไม่ได้อยากจะบอกแบบนั้นหรอก ฉันเองก็ไม่อยากมาแทนพ่อของนาย แต่มาดูแลเพื่อให้นายคิดว่าเราสองมีความรู้สึกดีๆให้กัน แต่ความจริงแล้วเรายังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเสมอจนวันนี้

 

 

                ผ้าพันแผลถูกปิดเป็นขั้นตอนสุดท้าย แบคฮยอนผละออกมาจ้องหน้าอีกฝ่าย

 

 

นายว่า ฮวานาจะโกรธฉันมั้ย

 

ผมไม่เคยเห็นแม่โกรธคุณเลย ครั้งนี้ผมก็ไม่รู้สินะครับแบคฮยอนยิ้มน้อยๆออกมา

 

เธอบอกผมว่าคุณเป็นคนดี ไม่ว่าจะเกิดขึ้นอย่าเกลียดคุณ

 

นายกลัวฉันมั้ยแววตาของชานยอลสั่นไหว แบคฮยอนเองก็ยิ้มให้อีกฝ่าย

 

ตอนนี้...ไม่กลัวแล้วครับ

 

ขอโทษนะชานยอลก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด ผิดมากๆเลยด้วยและยังทำให้ให้คนที่ไว้ใจและยังเชื่อใจกลัวได้ขนาดนี้

 

...ผมให้อภัยครับ

 

 

 

 

 

 

หนึ่งอาทิตย์ต่อมา

 

 

พรุ่งนี้พร้อมนะทุกคนกลุ่มการแสดงของเราวางมือประสานกัน

 

สู้ เฮ้!”

 

 

 

                แบคฮยอนกำลังรีบเตรียมเก็บของเพราะวันนี้คุณชานยอลจะมารับ ก่อนที่เขาจะเดินออกมาพร้อมเพื่อนๆ

 

แหน่ะ ไปเดทไหนกัน

 

ไม่รู้ ไม่ได้บอกนะ

 

พามึงไปเลี้ยงให้กำลังใจมั้ง เออแบค

 

“…ว่า

 

เรื่องพี่ไค กูขอโทษนะคยองซูเอ่ยบอกอีกหน ทั้งที่ตัวเองรู้ดีมาตลอดว่าแบคฮยอนมันไม่ได้รู้สึกอะไรกับพี่ไค แต่ก็ยังไปร่วมมือกับคนอื่นวันที่พี่เขาสารภาพรักมัน

 

เออๆช่างเถอะมันผ่านมาแล้ว เขาก็ไม่อะไรกับกูแล้ว

 

                แบคฮยอนรู้ว่ามันหวังดี มันเองก็ไปขอโทษพี่ไคอยู่หลายหน มันทำไปก็คิดว่าวันนั้นเขาจะปฏิเสธพี่ไคไปตรงๆเลย มันไม่รู้ไงว่าเขาน่ะป๊อดกว่านั้น

 

กูว่าก็เฮิร์ทๆอยู่นะ

 

หล่อขนาดนั้น เดี๋ยวเขาก็เจอคนที่ดีกว่ากูหน่า

 

นางเอกเนอะมึงอ่ะ ไปๆ มาแล้วนี่..นั่น

 

 

 

 

 

แบคฮยอนรีบวิ่งมาขึ้นรถเพราะเวลานี้เป็นช่วงที่รถเยอะ และรถติด พอขึ้นมาแล้วเขาก็ได้กลิ่นหอมๆ อืม ...เหมือนกลิ่นของดอกไม้ทำให้เขาหันกลับไปดูที่เบาะด้านหลัง ก่อนจะเห็นว่ามันคือดอกกุหลาบขาวหลายดอกเลย

 

ไปหาฮวานากัน

 

ทำไมอยู่ๆวันนี้จะไปเหรอครับ

 

จะแสดงแล้วไม่ใช่หรือไปขอกำลังใจไง ฉันให้คงไม่เท่าแบคฮยอนไปขอจากแม่ใช่มั้ย

 

 

 

                แสงจากเสาไฟสองข้างทางนำทางเราไปสู่ที่ๆแม่ของเขาอยู่ แบคฮยอนนำดอกไม้วางลงไป ก่อนจะนั่งลงไปและพูดออกมาเสมือนว่าแม่นั่งฟังอยู่ตรงหน้า แม้เวลาจะผ่านมาหลายเดือนหรือเกือบจะแรมปีเขาก็ยังไม่เคยทำใจได้เลยซักวัน ยิ่งมานั่งอยู่ในจุดนี้แบคฮยอนไม่สามารถเข้มแข็งได้เลย

 

โหยหาและแสนคิดถึง

 

 

เป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ แม่และก็เป็นชานยอลที่ดึงแบคฮยอนมาให้ลงมาซบ เพราะอีกฝ่ายเริ่มจะร้องไห้ออกมาอีกครั้ง ก่อนจะเลื่อนมือไปกอบกุมมือบางเอาไว้

 

 

ไหนๆก็มาแล้ว...

 

 

เธอ....แบคฮยอนโตขึ้น มากๆเลย ที่จริงเขาเข้มแข็งนะแบบที่เธออยากเห็นเขาเป็น

 

“…”

 

ฮวา ฉันยังไม่รู้จะบอกยังไงดีชานยอลทั้งนิ่งและเงียบลงอย่างใช้ความคิดเพื่อรวบรวมความกล้าในการจะบอกกับเธอออกไป

 

“…”

 

เธอฝากฉันดูแลเขา ฉันทำแบบนั้นมาตลอด ไม่ใช่การถูกฝืนใจใดๆเลย ฉันทำไปก็เพื่อเธอและแบคฮยอน เธอรู้ใช่มั้ย... จนมาถึงตอนนี้การดูแลและการใกล้ชิดของเรามันทำให้ฉันคิดว่ามันมากกว่าผู้ใหญ่ที่ดูแลเด็กคนนึงอย่างเอ็นดู ฮวา..มันมากกว่านั้น

 

 

ฉันอยากจะรักเขาแบบที่ผู้ชายกับผู้ชายคนนึงจะรักกันได้

 

เธอจะโกรธฉันมั้ย...แบคฮยอนรู้สึกถึงมือนั้นที่กุมแน่นขึ้น

 

 

ถ้าฉันขอดูแลแบคฮยอนในฐานะ คนรัก

 

 

 

 

สายลมอ่อนๆที่พัดผ่านเราไป ดอกหญ้าพริ้วไหวเหมือนมีชีวิต เราทั้งสองคนมองหน้ากัน รอยยิ้มอบอุ่นที่เราได้รับ ความสัมพันธ์ที่ได้เริ่มต้นขึ้น

 

เธอรับรู้แล้วใช่มั้ย...ฮวานา

 

 

 

 

 

 

 

 

                เช้าวันนี้เราต่างพากันตื่นเช้า แบคฮยอนรีบไปอาบน้ำก่อนส่วนชานยอลก็จับจองพื้นที่ในครัวเรียบร้อย เพื่อจะทำของอร่อยๆให้กับนักแสดงของเขา

 

                ถ้าถามเรื่องแบคฮยอนกับเด็กผู้ชายคนนั้นเป็นยังไง พอผมหายบ้าผมก็รู้ว่าตัวเองพูดดูถูกแบคฮยอนเกินไป มันเป็นธรรมดาของวัยรุ่นที่รักใครชอบใครก็คงอยากจะสารภาพ แต่ถ้ามองในวัยผู้ใหญ่แบบผม การที่เขามาหอมแก้มคนอื่นแบบนั้นตั้งแต่สารภาพรักเขาคิดว่ามันก็ไม่ควรเลย แบคฮยอนก็บอกผมว่าได้ตัดสินใจบอกรุ่นพี่คนนั้นไปแล้ว

 

                ผมเองก็แอบกังวลไปกับเขากลัวว่าการแสดงครั้งนี้จะหลงเหลือแต่ความอึดอัดระหว่างทั้งคู่ เลยชวนทุกคนมากินข้าวที่บ้านกันในช่วงนั้น มันไม่ใช่การเปิดตัวเราสองคนผมเองแค่อยากปรับความเข้าใจกับเด็กๆและทำให้พวกเขาสนุกสนานกัน วันนั้นก็ปิ้งย่างกันสนุกเลยแหละ

 

แต่เหมือนเพื่อนคนนึงของแบคฮยอนจะรู้นะ...

 

 

 

วันนี้ซุปนะ

 

เย้!”

 

 เขาชอบซุปที่สุดโลก

 

แบคฮยอนเดินสวมกอดอีกฝ่าย ก่อนจะโดนจุมพิตที่ปากตอบกลับมา

 

กินก่อนเลยนะ ฉันจะรีบอาบน้ำให้ไว

 

ผมรอ..ทำแววตาอ้อนกันอีกนะ

 

โอเคๆ

 

 

 

รักเด็กแล้วโลกจะสดใสแบบนี้เหรอครับ มันเป็นขนาดนี้จริงๆหรือครับ

 

 

 

 

ตั้งใจล่ะ อย่ากังวลแสดงดีๆเผื่อได้ไปฮอลลีวู้ด แล้วไปหาพ่อกับแม่กัน

 

เว่อแล้วครับ หึ่ย ไปละครับ

 

เย็นเจอกัน

 

 

 

                แบคฮยอนไม่ได้บอกว่าถ้ากลุ่มได้คะแนนเยอะจะได้ขึ้นในแสดงในหอประชุมใหญ่ วันนั้นก็จะมีทั้งผู้ใหญ่ในมหาวิทยาลัยและอาจารย์ยังให้เชิญผู้ปกครองมาดูได้อีกด้วย

 

 

                เราได้แสดงเป็นกลุ่มที่สาม ทุกอย่างเตรียมพร้อมมาก่อนสองสามวันแล้วไม่ว่าจะเสื้อผ้าที่จะใส่หรือแม้แต่ฉากต่างๆที่พอมีเข้ามาเสริมนิดหน่อยให้ดูมีอะไรดึงดูด กลุ่มก่อนหน้าไม่ได้ทำให้แบคฮยอนกดดันเท่าไหร่ เพราะพวกเขามัวแต่อ่านบทและเครียดอยู่บทบาทของกลุ่มตัวเอง

 

เรามือสั่นหรือเปล่าเนี่ยไคเอื้อมมาจับที่ข้อมือบางก่อนจะยกขึ้นมาพลางหัวเราะน้อยๆ

 

เริ่มตื่นเต้นแล้วครับ ฮือ

 

ถ้าแสดงได้คะแนนผ่านก็ได้โชว์ระดับมหาวิทยาลัยเลยนะ ดูกดดันไปหน่อยแต่ก็เพื่อคะแนนและประสบการณ์นะ

 

พี่รู้มั้ยผมลงเรียนเพราะอยากทำให้ตัวเองกล้าแสดงออก แต่ก็ตลกตัวเองชะมัด

 

“มาทำให้เต็มที่กันเถอะน้องพี่” แบคฮยอนส่งยิ้มกลับไปให้

 

 

 

 

การแสดงของเราในครั้งนั้นผ่านไปด้วยดี ถึงแม้ว่ากลุ่มเราจะไม่ได้คะแนนเต็ม ไม่ได้ขึ้นโชว์ในหอประชุม แต่ก็ได้รับคำชมจากอาจารย์ไม่น้อย

 

อย่างน้อยแบคฮยอนก็ทะลุกำแพงความกล้าแสดงออกได้อีกระดับ

 

 

 

 

 

“อะไรนะ มึงจะไปอเมริกาเหรอ”

 

“อื้ม สอบไฟนอลก็จะไปเลย” คยองซูตกใจที่เขาพึ่งบอก

 

“แล้วเรื่องเรียนล่ะ จะไปเรียนที่โน่นเลยเหรอ” พวกมันทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ แต่เขาเองก็ยังไม่ได้ตัดสินใจเลย

 

“อาจจะนะ”

 

“ฮือ”

 

 

มิตรภาพปีหนึ่งกับพวกมันดีชะมัดเลยแหละ

 

 

 

 

               

 

 

 

 

 

 

หนึ่งปีให้หลัง

 

NEW YORK , USA

 

 

อากาศช่วงซัมเมอร์สบายๆของที่นี่ บวกกับบ้านเมืองตึกรามบ้านช่องท้องถนน นี่มันฝันชัดๆ!

 

 

จะถึงแล้ว ตื่นเต้นหรือไง

 

มากกกก แบคฮยอนกอดแขนอีกฝ่ายไว้ก่อนจะซบหน้าลงบนลาดไหล่กว้างตอนอยู่ในแท็กซี่

 

เพนท์เฮ้าส์สีขาวสไตล์วินเทจ ที่นี่คือที่อยู่ของครอบครัวคุณชานยอล หลังประตูบานนี้เปิดเข้าไปเขาก็ได้พบกับผู้ใหญ่วัยชราแต่ยังดูแข็งแรงมากๆยืนยิ้มรออยู่ เธอหน้าเหมือนคุณชานยอลมาก.... ไม่สิ คุณชานยอลถอดทั้งคุณพ่อมาเป๊ะๆเลย

 

คนเป็นแม่ยิ้มร่าอ้าแขนรอรับลูกชายคนเดียวกลับมา ก่อนจะตามด้วยการเข้าไปสวมกอดคนเป็นพ่อ

 

บึกบึนขึ้นจริงๆนะเรา

 

คิดถึงพ่อกับแม่นะครับ เมื่อพูดจบคนที่ยืนอยู่หน้าประตูก็ต้องรู้สึกเกร็งเมื่อชานยอลเดินมาจับมือตัวเองให้เดินเข้าไปข้างในใกล้ๆผู้ใหญ่ทั้งคู่

 

ลูกชายฮวานาครับ

 

“...”

 

“แฟนผม”

 

ครอบครัวของชานยอลรับรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้น รับรู้ที่ลูกชายคนเดียวเลือกกระทำในสิ่งที่อาจจะเรียกได้ว่ามีผลต่อความสุขของชีวิตของตัวเอง และพวกเขา...เชื่อใจในปาร์คชานยอลเสมอ

 

สวัสดีครับ ผมแบคฮยอนครับ

 

ตัวเล็กเหมือนตอนเด็กๆที่ชานยอลส่งรูปให้แม่ดูเลยนะ เธอเป็นฝ่ายเดินเข้ามาแล้วสวมกอดคนตัวเล็กที่ว่า

 

“nice to see you”

 

“me too”

 

เอาล่ะ แบคฮยอนตามสบายเลย เลือกเลยว่าจะพักผ่อนกันก่อนหรือจะทานอาหารเลยแม่กับพ่อจะได้เตรียมให้นะลูก

 

พ่อพูดออกมาหลังจากมองภาพภรรยากับแบคฮยอนที่พูดคุยกันอยู่อย่างน่ารัก

 

แบคฮยอนหิวหรือยัง

 

ผมนิดหน่อยครับ แต่คุณไม่หิวหรือครับยังไม่ได้ทานอะไรเลย

 

อ่า งั้นทานกันก่อนดีกว่าสเต็กไก่ซอสสุดพิเศษของแม่เตรียมรอให้ลูกๆแล้ว

 

 

ชานยอลพาแบคฮยอนเอากระเป๋าเข้ามาเก็บในห้องของเราสองคนที่ถูกจัดเตรียมไว้อยู่แล้ว ที่จริงมันคือมันเป็นห้องส่วนตัวของชานยอล แต่เพราะเจ้าตัวไม่กลับมานานหลายสิบปีมันเลยเกือบจะกลายเป็นห้องเก็บของไปแล้ว

 

นี่ห้องของคุณเองเลยเหรอครับ

 

มันเกือบจะกลายเป็นห้องเก็บของ เพราะชานยอลแทบไม่เคยขึ้นมาที่นี่เลย เขาหัวเราะก่อนจะเดินไปคว้ามืออีกฝ่ายออกแรงดึงให้เข้ามาใกล้ กดจูบไปที่หน้าผากมน

 

แบคฮยอนกำลังงงกับการกระทำ

 

พวกเขารู้... แบคฮยอนยิ้มและพยักหน้า

 

จะพักมั้ยเดี๋ยวฉันจะออกไปช่วยพ่อกับแม่ก่อนแล้วจะมาปลุก

 

ไม่ครับ ไม่ง่วงเลย แต่ผมขอไปที่ระเบียงก่อนได้มั้ย

 

วิวจากระเบียงชั้นสามที่เห็นเมืองนี้ในอีกมุมนึง แบคฮยอนหลับตานึกถึงความฝันที่เคยจินตนาการไว้กับความเป็นจริง กวาดสายตาเก็บภาพก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปหลายสิบและสร้างอัลบั้มกดส่งไปเข้าไปในกลุ่มให้พวกเพื่อนๆที่ปิดเทอมก็คงจะมีกิจกรรมอะไรทำเหมือนกัน

 

 

อิจฉา!

 

มาพากูไปทีแบคฮยอนนนนน

 

บรรยากาศดีมากแน่เลย

 

 

สองเท้าที่เท้าไปกับขอบระเบียง ใบหน้าที่ดูสดชื่นยามสูดอากาศที่เรียกกว่านิวยอร์กเข้าปอด เสียงประตูที่เปิดออกพร้อมกับความรู้สึกที่หนักๆอยู่บนหัว

 

ชานยอลวางคางตัวเองลงบนกลุ้มผมนุ่มนิ่มสีดำ เขาเอาแขนสองข้างเท้ากับระเบียงเอาไว้ คล้ายจะกักกอดกันทางอ้อม แบคฮยอนยุกยิกพยายามจะเงยหน้าขึ้นมองแต่อีกฝ่ายกับแกล้งด้วยการกดคางลง ก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงหัวเราะ

 

สปาเกตตี้ พิซซ่าชีสเยิ้มๆและสเต็กมีเดียมแรร์ชั้นดีเสร็จแล้วครับเบบี๋

 

หึ่ย ขนลุกครับ เขาไม่ชินกับการถูกเรียกแบบนี้เลยให้ตาย

 

เบบี๋น่ะเหรอ ... น่ารักออก

 

เรียกชื่อผมปกตินะครับ เนี่ยขนลุกเลย

 

มันล้าสมัยหรือไง

 

ไม่ใช่ครับ แบคฮยอนพลิกตัวหันหน้าเข้าหายืนประจันหน้าอีกคนพร้อมสองมือที่โอบใบหน้าเอาไว้

 

ยอมก็ได้ เรียกอะไรก็ได้ครับยังไงผม...ก็เป็นของคุณไม่กล้าสบตาจนจบประโยค แบคฮยอนต้องก้มหลบสายตาที่มองมา

 

ก่อนมือใหญ่นั้นจับใบหน้าเขาให้เงยขึ้น

 

 

“l’m yours , baby”

 

 

และตัวชานยอลก็เป็นของแบคฮยอนเหมือนกัน

 

 

บนโต๊ะอาหารที่มีเยอะกว่าที่คุณชานยอลพูดไว้อีก มีเฟรนซ์ฟราย เบอร์เกอร์ ไก่ทอด แบคฮยอนอยากกินให้หมดเลยให้ตายสิ

 

เต็มที่เลยนะลูก

 

                แบคฮยอนยิ้มกว้าง เขาไม่รีบกินถึงจะหิวมากแต่ทุกอย่างบนโต๊ะก็หมดไปในเวลาไม่นาน

 

อยากไปเที่ยวไหนมั้ยลูก

 

แบคฮยอนชอบนิวยอร์กครับแม่

 

ดีจัง งั้นพรุ่งนี้จะพาเที่ยวเริ่มจากปิกนิกแล้วกันนะ

 

ครับ เขาตอบด้วยรอยยิ้มหลังจากที่เธอลูบหัวเขา

 

เอาล่ะไปนอนพักได้แล้วไป เดินทางกันมาเหนื่อยๆ

 

 

 

 

 

                คืนแรกที่นิวยอร์ก หลับสบายชะมัดเลย...ไหนจะอ้อมกอดอุ่นๆกับคนข้างกายนี้อีก

 

 

 

 

ในสวนสาธารณะ ช่วงเวลานี้ที่ผู้คนเมืองออกมานั่งปิกนิกกันหลายกลุ่ม ทั้งคู่รัก เพื่อนฝูง หรือครอบครัว ของพวกเราเองเป็นแบบครัวใหญ่ มีชานยอลและคุณพ่อที่ถือตะกร้าใส่ของกินมาจนแทบล้น ส่วนแบคฮยอนกับแม่เดินนำหน้ากันอยู่สองคน มือของเธอประสานเข้ากับคนรักของลูกชาย

 

โอ๊ะ มุมนั้นร่มไม้พอดีเลยล่ะค่ะเธอจูงมือแบคฮยอนและออกแรงกึ่งวิ่งเล็กน้อยเพราะกลัวจะถูกแย่งเสียก่อน

 

เหนื่อยมั้ยครับคุณแม่

 

อ่า เหนื่อยแหะ อะไรเนี่ยฉันแก่ขนาดนี้แล้วหรือ

 

ทีหลังอย่าพากันวิ่งอีก สะดุดล้มขี้นมาเจ็บไม่เท่าอายหรอกนะ

 

คุณหน่า

 

พ่อทำทีดุก่อนจะวางทุกอย่างลงและช่วยกันปูผ้าลายตารางสีเหลือง หยิบตะกร้าสานมาวางก่อนจะช่วยกันหยิบของกินพวกนั้นออกมาจัดวางเยอะอย่างละลานตาเลยแหละ

 

มีขนมปังสำหรับจะมาทำแซนวิช มีสเปรดต่างๆ นูเทลล่าของโปรดของทุกคน มีน้ำผลไม้ที่คั้นเองกับมือของคุณแม่ พร้อมทั้งผักและผลไม้อีกหลายชนิดถูกจัดเตรียมมาอย่างดี

 

สปาเกตตี้เบคอนของแบคฮยอนจ๊ะ

 

แม่หยิบให้แต่แบคฮยอนนะครับ

 

น้อยใจหรือเจ้าลูกชาย อ่ะเอาไป ไข่ดาวสองฟอง

 

โธ่ แม่ครับ

 

บริเวณที่เรานั่งคนไม่ค่อยพลุกพล่านต่างจากอีกมุม เลยเป็นโอกาสดีที่พ่อของชานยอลจะหยิบวิทยุเครื่องเก่าขึ้นมาและกดเล่นเพลงที่คลาสสิคแถมยังฟังดูโรแมนติกสุดๆ

 

เพลงน่าเต้นรำจังค่ะคุณคุณแม่ที่กำลังทำแซนวิชบอกออกมา ซึ่งมันก็จริง ...

 

เราทั้งคู่นั่งดูผู้ใหญ่สองคนที่ดูสวีทกันมากกว่าคู่หนุ่มสาวแถวนี้เสียอีก พวกเขาผลัดกันป้อน นั่งพูดคุย หัวเราะให้กันอย่างดูน่ารัก แบคฮยอนเองก็แอบยิ้มตาม กระทั่งตกใจที่อยู่ๆ ก็มีความหนักอึ้งกระทบลงที่ตัก

 

อื้มม ขอนอนหน่อยเขาหันไปมองหน้าผู้ใหญ่เลิกลั่ก พวกท่านก็ได้แต่หัวเราะออกมา

 

ชานยอลทำตัวเหมือนเด็ก ขี้อ้อนใช่มั้ยนะเธอลูบผมชานยอลประหนึ่งเป็นเด็กแบบที่เธอบอก

 

ลูบเขาสิ เขาจะเชื่อง

 

แม่ครับบ

 

แบคฮยอนเปลี่ยนเป็นลูบไปตามแขนนั้นแทนยังไงเสียเขาก็เป็นผู้ใหญ่กว่า แอบมองหน้าเขาจนเราสบสายตากัน คนด้านบนแทบจะหันหนีไม่ทัน จนถูกหอมแก้มไปหนึ่งฟอด

 

ชื่นใจจัง ของีบหน่อยนะครับทำเขาเขินแล้วยังมาทำเป็นหลับต่อได้อีก

 

 

เป็นยังไงบ้าง เราชอบที่นี่ใช่มั้ยคุณแม่ชานยอลถามออกมาแบคฮยอนไม่ลังเลที่จะตอบออกไปเลยว่าเขาชอบที่นี่ ชอบครอบครัวของคุณชานยอล

 

คุยกันว่าอย่างไรล่ะ

 

ปาร์คชานยอลหลับสนิทไปแล้วแหละจากลมหายใจที่เข้าออกนั้น

 

อยากมาอยู่ที่นี่มั้ย

 

ผม..

 

แบคฮยอนอยากครับเป็นชานยอลที่ลืมตาขึ้นมาแทนตอบ

 

 

พ่อกับแม่ที่เห็นว่าลูกๆคงอยากสวีทกันเลยทำเป็นขอตัวออกไปเดินเล่น แล้วแซวอีกว่าจะไม่รีบกลับมา

 

 

 

สรุปที่แม่ถาม...อยากอยู่ที่นี่มั้ย

 

ที่นี่มีคุณใช่มั้ยครับ

 

มีสิ...

 

“...”

 

“...แล้วก็จะมีนายด้วย

 

ผมรักคุณแบคฮยอนบอกออกไปก่อนจะเขยิบเข้าไปคล้องคออีกฝ่ายเอาไว้ มองจ้องหน้าผู้ชายที่อยู่ด้วยกันมาตรงหน้าก่อนจะมันเขี้ยวขอเข้าไปจุ๊บหนึ่งทีเถอะ

 

 

สองทีดีกว่า...

 

 

หื้ออ พอแล้ว ผมเขินนะหลังๆมาโดนจุ๊บกลับเยอะเลย

 

รักแบคฮยอนนะ

 

รู้แล้วครับ!

 

“ ... ปะป๊า

 

รู้แล้วครับ แด็ดดี้

 

แบคฮยอน!”

 

 

แบคฮยอนหัวเราะออกมาตอนถูกจี้เอวอีกหน มองไปทางแม่ที่แอบมองอยู่อีกฝั่งยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กันอยู่ ก่อนจะโบกมือมาให้ว่ายังยืนแอบมองอยู่ตรงนี้

 

 

 

สาเหตุที่เขาไม่มาหาเรา เพราะความสุขของเขาอยู่ตรงนั้นสินะคนเป็นพ่อเอ่ยออกมา นึกไปถึงคำพูดของลูกชายตั้งแต่มาขอว่าจะรับเลี้ยงดูเด็กคนนึง...ลูกของเพื่อน

 

                จนมันคงไม่สามารถเป็นไปในทางนั้นได้ มันมีความสุขเหมือนกัน แต่ความรู้สึกที่เรียกว่าความสุขนั้นมันอาจจะต่างกันเพราะความสัมพันธ์ที่บางคนต้องการมากกว่านั้น

 

ถ้าลูกมีความสุข เราก็มีความสุขใช่มั้ยคะคุณ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                แบคฮยอนเดินบิดขี้เกียจออกมาจากห้องน้ำหลังจากวันนี้ออกไปข้างนอกแทบทั้งวัน ขยี้เส้นผมของตัวก่อนจะสะบัดให้มันเข้าที่เข้าทางแบบที่ชอบทำ สายตาเจ้ากรรมดันไปสบตากับผู้ใหญ่ที่นั่งถือหนังสือค้างไว้แต่สายตานั้นกำลังมองเขาไม่วางตาเลย

 

ไปอาบน้ำครับ เขาพูดเสียงเบา ก่อนจะค่อยๆเดินไปที่หน้ากระจก มานั่งนี่สิ

 

                เสียงทุ้มกับสายตาเรียกให้เขาหันกลับไปมองตรงนั้นคือริมระเบียง ไม่มีที่ให้นั่งนอกจาก....

 

นั่ง...กับพื้นเหรอครับ กับคำพูดซื่อๆ

 

 

ตักฉัน

 

 

                ใบหน้าเล็กนั้นกำลังขึ้นสีแดง และใจเต้นจนควบคุมไม่ได้ แต่สองขาก็กำลังก้าวเข้าไปหาแล้ว เขาขยับตัวเพื่อให้ตัวเขาเองนั่งลงไปบนนั้น และแบคฮยอนก็ไม่เกรงกลัวอันใดกับการเลือกจะนั่งหันหน้าเข้าหาอีกฝ่าย

 

                ระหว่างเราไม่มีใครพูดอะไรมีแต่รอยยิ้มของคนที่ถูกนั่งทับจนแบคฮยอนต้องก้มหน้าลงไปบนลาดไหล่แกร่ง ก่อนที่มือของชานยอลจะโอบกอดเอวแบคฮยอนไว้หลวมๆ

 

ชอบหรือเปล่า

 

                แบคฮยอนไม่รู้ว่าคุณชานยอลหมายถึงชอบอะไร แต่ไม่ว่าอะไร...

 

ผมชอบทุกอย่าง เขาเงยหน้าขึ้นมาแต่ยังใช้คางเกยเอาไว้ยังคงไม่กล้าออกมาสบตากับอีกฝ่ายจังๆ

 

เด็กดีจัง เอาล่ะ ไหนเงยหน้าขึ้นมาสิ ชานยอลพยายามจะดึงอีกฝ่ายให้เงยหน้าขึ้นมาเพื่อจะขอมองหน้าใกล้ๆแต่แบคฮยอนก็ยังขืน จนถูกจี้ที่เอว

 

ฮ่ะ ๆ โอเค....ยอมแล้วครับ

 

                ใบหน้าขาวๆกับตาเส้นเล็ก มุมปากที่น่ารักไม่ว่าจะตอนไหนแบคฮยอนก็เป็นเด็กที่น่ารักเสมอ และนับวันเขาก็ยิ่งรัก รักมากขึ้น มากจนอยากพูดมันออกไปทุกวินาที ให้แบคฮยอนได้รับรู้ว่าทั้งหมดของความรู้สึกของตนเองนั้น

 

 

 

ฉันรักนายจนหมดหัวใจแล้ว

 

“….”

 

เด็กดีของฉัน

 

 

 

“เด็กดีของคุณ ก็รักคุณหมดทั้งหัวใจเหมือนกันครับ”

 

 

 

 

 

 

Lauv – Breathe

 

 

 




กว่าจะจบสองปีค่า เย่

 

#smileandgoCB

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 144 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,055 ความคิดเห็น

  1. #2025 Jennysupat18 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:34
    น่ารักจนใจเจ่บบบ
    #2,025
    0
  2. #1935 Alial_ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 18:04
    ในที่สุด
    #1,935
    0
  3. #1933 mcd. (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 23:57
    อบอุ่นมากค่ะ น้ำตาซึมเพราะอะไรไม่รู้ แต่มันอบอุ่นมาก ตอนไปบอกแม่ของแบคด้วยกันคือน้ำตามา พี่ชานเป็นผู้ชายที่อบอุ่นมาก ดูแลลูกเพื่อนมาขนาดนี้ทั้งที่ตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ แอบสงสารพี่ชานตอนต้องรอนอกบ้านจนกว่าจะซ้อมเสร็จ ทั้งยังรอกินข้าวด้วยแม้จะดึกมากก็ตาม ชอบเรื่องนี้มากๆค่ะ
    #1,933
    0
  4. #1932 P_JCK (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 11:45
    อบอุ่นจังงงเลยย ครอบครัวพี่ชานยอลก็น่ารักก มีควาทสุขขขข
    #1,932
    0
  5. #1931 bbh100 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 21:20
    พ่อแม่ของชานยอลน่ารักมาก เป็นครอบครัวที่อบอุ่น น้องแบคโชคดีที่ได้อยู่กับครอบครัวนี้
    #1,931
    0
  6. #1930 SaraPcyBbh (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 18:48
    แด็ดดี้ดดดดดดดดด 😘😘😘
    #1,930
    0
  7. #1929 nnichamonn (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 18:07
    แงงงงงดีจังงง
    #1,929
    0
  8. #1927 rabbit_yeol (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 23:19
    น่ารักมากค่า แฮปปี้
    #1,927
    0
  9. #1926 Rekkoon6104 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 23:20
    อบอุ่นมากค่ะ ฟีลกู๊ดมากๆเลย~
    #1,926
    0
  10. #1925 Nebulabaek (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 13:20
    ตอนแรกงงมากเลยย ฟิคอัพแต่เลื่อนไปหลังสุดไม่อัพ แงงง ยาวนานมากๆแต่คุ้มค่าสุดๆเลย แสนน่ารักงับบ ดีใจที่แฮปปี้เอนดิ้ง เสียดายอยากเห็นฉากหวานๆแบบนี้อีก ถ้ามีโอกาสอยากเห็นแบบสวีทๆ อบอุ่นๆอีกงับบ
    #1,925
    0
  11. #1924 Thanutchayapa_k (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 12:41

    จบแฮปปี้ เราก็แฮปปี้ค่า สนุกมากๆเลย
    #1,924
    0
  12. #1923 Belmeyoo (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 09:54
    กว่าจะดีขึ้นคือร้องไห้หลายยกเลยค่ะฮือออ สงสารทั้งสองคนเลย แต่แฮปปี้มากแล้วเย่!!
    #1,923
    0
  13. #1922 fa-rong (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 08:37
    แง น่ารักมากกกกก
    #1,922
    0
  14. #1921 วันเดอร์ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 07:10
    น่ารักกกกกกกกกก
    #1,921
    0
  15. #1920 Rung_moohham (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 06:52
    เขินมากกกก
    #1,920
    0
  16. #1919 Watiya Singsakorndeacha (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 05:29
    อบอุ่นหัวใจมากจริงๆ ความรักไม่ว่าจะรูปไหนก็ก็สวยงามเนอะ ขอบคุณที่เขียนฟิคอบอุ่นแบบนี้ให้เราได้อ่านนะคะ💙
    #1,919
    0
  17. #1918 aueyaa (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 03:32
    อยอุ่นหัวใจมากๆรู้สึกรักความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดีมากๆเลย
    #1,918
    0
  18. #1917 jayyyyyyyyyyyyyyyyyyyy (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 02:56
    ฮือออออ น่ารักที่สุดเลยค่ะ!
    #1,917
    0
  19. #1916 Bxxmu (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 02:11
    ฮื่ออแด๊ดดี้;-;
    #1,916
    0
  20. #1915 Kamolrath Praipruek (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 01:58
    อบอุ่นมากเลยค่ะ🥺🥺 น่ารักมากๆฮืออออออออ
    #1,915
    0
  21. #1914 Inyamuuu (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 01:47
    ฮือออแด๊ดดี้ที่ไม่ได้แปลว่าพ่อ กรี๊ดดดดดดดดดด ดีมากๆๆๆเลยค่ะ น้ำตาซึมเร้กน้อยตอนจบ น้องแบคช่วงนี้ก็คือน่ารักตามคำบรรยาย กุมหัวใจ
    #1,914
    0
  22. #1913 mam_sukanya35 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 01:18
    น่ารักและสนุกมากๆเลยค่ะ
    #1,913
    0
  23. #1912 เบค่อนแบร่ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 00:55
    ดีมากๆๆๆๆ น่ารักมากเลยยย ขอบคุณไรท์ที่มาต่อนะคะ
    #1,912
    0
  24. #1910 Mayy-lali (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 00:14
    ร้องไห้ไปแล้วนะตอนแรกอะ ตอนท้ายคือละมุนมากกกค่ะ
    #1,910
    0
  25. #1909 Lepetitfox (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 00:09
    ละมุนละไมแงงงงงมีแดดดี๊แบบนี้ที่ไหนอีกบ้างคะ อนากได้ค่ะ555555
    #1,909
    0