smile breathe and go slowly - (chanbaek)

ตอนที่ 26 : Not alone (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,585
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 322 ครั้ง
    29 มิ.ย. 62



Not alone

‘ 1

 

 

ผมนั่งอยู่สถานที่แห่งหนึ่ง สถานที่ที่คงไม่มีใครอยากจะมาเยือนเช่นเดียวกันกับความรู้สึกที่คุณไม่อยากให้ใครต้องตายหายไปจากชีวิตของคุณ

 

ผมนั่งจมอยู่กับความโศกเศร้า ไม่ใช่แค่ผม แต่เขาด้วย...

 

ด้านหน้าของผมมีดอกไม้แสนสวยหลายร้อยดอก มีกรอบรูปผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกอยู่ตรงนั้น ผมไม่รู้ว่าผมนั่งมองสิ่งสวยงามตรงหน้ามานานเท่าไหร่แล้ว ขาของผมที่นั่งทับลงไปเนิ่นนานมันไร้ความรู้สึกไปหมดแล้วเช่นกัน

 

และเช่นเดียวกับเขาที่นั่งอยู่ข้างๆผม

 

 

 

ถึงเวลาแล้ว .. ไปกันเถอะ

 

 

 

พิธีทุกอย่างดำเนินไปตามขั้นตอนจนเสร็จสรรพ ไม่มีน้ำตาให้ไหลออกมาเพราะมันคงถูกถ่ายเทออกจนกลั่นออกมาไม่ทัน มีเพียงดวงตาแดงก่ำกับความเหม่อลอยที่แสดงออกมา

 

 

แบคฮยอนนา

 

...

 

ฮวานาไปเป็นนางฟ้าอยู่บนนั้น...นางฟ้าที่สวยที่สุดสำหรับพวกเรา เรารู้กันใช่มั้ยเขายังพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

 

เธอจะมองดูพวกเราตลอดเวลาเหมือนตอนยังอยู่กับเราแน่ๆ

 

...

 

มีชีวิตต่อไปนะแบคฮยอน เราต้องเดินก้าวไปข้างหน้าใช้ชีวิตให้สมกับที่เธอให้กำเนิดนายออกมา

 

...

 

ฮวานารอดูความสำเร็จของแบคฮยอนอยู่ รอดูก้าวต่อไปของนายอยู่ คงไม่ดีสำหรับเธอแน่ถ้ารู้ว่านายยังนั่งร้องไห้อยู่แบบนี้...ลูกชายของเธอเข้มแข็งจะตาย

 

...

 

เธอบอกกับฉันแบบนั้นตลอด และฉันก็เชื่อว่าแบคฮยอนของฉันก็จะเข้มแข็งและจะผ่านมันไปได้

 

 

 

สายลมอ่อนๆพัดใบหญ้าต้นสูงปลิวไหว ... แม่ได้มาอยู่อีกที่ที่สวยงามเช่นกัน แบคฮยอนชอบตรงนี้ มีสนามหญ้ากว้างๆ มีภูเขาสีเขียวขจี มีดอกไม้สีสันสวยงาม เขาอยากมานอนอยู่กับแม่ตรงนี้

 

 

กลับบ้านเรากันนะ

 

            

แต่ทำไม่ได้แล้ว

 

 

 

 

บ้านเล็กๆในพื้นที่เล็กๆ แต่แสนอบอุ่นวันนี้แบคฮยอนก็ยังคิดว่าเป็นแบบนั้น พอกลับมาถึงก็ทิ้งตัวนั่งลงที่โซฟา เขากำลังเดินตามเข้ามาก่อนจะเดินผ่านเลยไปและก็ตะโกนออกมาจากครัวในยามสี่ห้าทุ่มแบบนี้

 

กินอะไรกันดี พาสต้า หรือรามยอน อ่ามีขนมปังกับแยมสตอรว์เบอร์รี่ของโปรดนายด้วย

 

ผมยังไม่หิวเลยครับผมตอบและพิงไปกับโซฟาพร้อมหลับตาอย่างเหนื่อยอ่อนและรู้สึกแสบตาไปหมด

 

ก่อนจะได้ยินจานกระทบกัน เสียงบ่นเบาๆ และเสียงคนเดินมานั่งใกล้ๆทั้งยังได้กลิ่นหอมๆของรามยอน ที่วางพร้อมขนมปังที่ถูกทาด้วยแยมสตอรว์เบอร์รี่ทั้งหมดถูกวางลงด้านหน้า

 

ไม่หิวอะไรได้ยังไงนายยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่ค่ำเมื่อวาน ซักนิดก็ยังดีนะ

 

สายตานั้นยังคงเหม่อลอย แบคฮยอนเอาแต่มองอาหารสลับกับคนที่อยู่ด้านข้างที่พยักหน้าให้เขากินแต่ยังไงมันก็ไม่อยากอยู่ดี

 

ก่อนที่คนตรงหน้าจะขยับตัวใช้สายตามองมาอยู่ในระดับเดียวกันมือใหญ่นั้นวางลงบนหัวเขาและลูบอย่างอ่อนโยน

 

เข้มแข็ง นายต้องเข้มแข็งกว่านี้

 

...

 

ถ้าจะร้องก็ร้องออกมา ร้องออกมาให้หมดแล้วพรุ่งนี้กลับมาเป็นแบคฮยอนคนที่สดใสของฉัน ได้มั้ย

 

คนตรงหน้าเบะปากทุกๆอย่างถูกจี้จุดความรู้สึกอีกครั้ง เสียงสะอื้นดังมาจากคนในอ้อมกอด การสูญเสียคนสำคัญกับเด็กผู้ชายที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะคนนึงมันคือการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่

 

แบคฮยอนยังเด็กแต่เขาก็เชื่อว่าแบคฮยอนจะผ่านมันไปได้และคืนนั้นแบคฮยอนก็หลับคาอกไปคงเพราะความเพลีย

 

 

 

 

เช้าวันใหม่เขาลืมตาก็เห็นว่าตัวเองนอนอยู่ที่โซฟามีผ้าห่มคลุมตัว สงสัยอาจจะเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อคืน มองทะลุไปทางครัวก็เห็นคนตัวสูงเลยตู้เย็นเก่าๆของบ้านกำลังเดินหยิบของ เดินไปเดินมาก่อนจะหยุดทักขึ้นเมื่อเห็นว่าเขามองอยู่

 

 

ตื่นแล้วเหรอ โจ๊กหมูสับเพิ่มไข่กำลังจะเสร็จแล้วรอแปบนะ

 

ผม...

 

ไม่หิวไม่ได้เสียงนั้นเด็ดขาดแทรกขึ้นมาก่อนจะพูดจบด้วยซ้ำ

 

 

ต่อจากนี้มันจะเป็นยังไงนะ

 

 

แบคฮยอนยังไม่รู้จะเริ่มถามหรือหาเวลาคุยตอนไหนเขาเองยังไม่พร้อมและคิดว่าเขา...ก็คงยังไม่พร้อมเหมือนกัน

 

 

 

 

 

แบคฮยอนร้องไห้จนหลับคาอกไปเมื่อคืน เขาเองก็เผลอหลับไปเหมือนกันรู้สึกตัวอีกทีก็เห็นแสงแดดอ่อนๆผ่านม่านสีขาว เห็นแบคฮยอนหลับได้สนิทก็ไม่อยากปลุกเพราะหลายวันก่อนหน้านั้นเราต่างแทบไม่มีเวลานอน จึงได้แต่ปล่อยให้แบคฮยอนนอนอยู่ที่โซฟาต่อไป เขาเลยเดินขึ้นไปหยิบผ้าห่มลงมาห่มให้ก่อนจะรีบมาเข้าครัว

 

 

มาแล้ว เพิ่มไข่ให้อีกฟองด้วย

 

คุณชานยอล ผม...ยังไม่หิว

 

แบคฮยอน เราไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้วนะ ซีดไปหมดแล้ว

 

...

 

สัญญากับฉันแล้วไง

 

“…งั้นตอนเย็นไปหาแม่ได้มั้ยครับ

 

ถ้านายกินมันจนหมด ฉันสัญญาจะพาไป” สองมือนั้นคว้าถ้วยถือไว้ทันที ชานยอลดูปฏิกิริยาอีกคนที่กินเข้าไปคำแรก

 

อร่อยมั้ย

 

แน่นอนว่าคุณทำอร่อยอยู่แล้วครับตอนที่เรายังอยู่พร้อมหน้าคนที่มักทำมื้อเช้าคือคุณชานยอล ส่วนมื้อเย็นจะเป็นแม่บ้างสลับกับคุณชานยอลบ้าง

 

ดี งั้นกินให้หมดเลยนะ

 

 

 

            เขาทำตามสัญญาที่ให้ไว้ ที่นี่มีสายลมเย็นๆแบคฮยอนนั่งอยู่ข้างหน้ามองป้ายชื่ออยู่นานหลายนาที อย่างน้อยก็ไม่มีหยดน้ำตาแต่ก็เชื่อว่าลึกๆมันคงเร็วไปกับคำว่าทำใจได้ เขาปล่อยให้แบคฮยอนอยู่เงียบๆโดยนั่งอยู่เยื้องทางด้านหลังมองกลับไปข้างหลังที่เห็นภูเขาน้อยใหญ่ ก่อนที่จะมีคนมาทรุดตัวนั่งข้างๆ

 

เสร็จแล้วเหรอ

 

ครับเห็นใบหน้าที่พอยิ้มได้นั้นเขาเลยเลื่อนมือไปลูบหัวอีกคนเบาๆและไม่ได้ถามอะไรต่อ

 

...ผมคิดว่า พรุ่งนี้ผมจะดีขึ้นกว่านี้

 

เสียใจได้ ดีใจได้ ร้องไห้ได้ ให้ทุกอย่างมันเป็นไปตามธรรมชาติ แต่เวลาคนเรานับและจบไม่เท่ากันอย่ามัวแต่หลงไปกับความรู้สึกเหล่านี้จนละเลยชีวิตที่ต้องเดินต่อ

 

คุณ...เสียใจมั้ยครับแบคฮยอนถามคำถามที่คิดว่าเสียมารยาทออกไป ที่จริงใครจะไม่เสียใจที่คนรักจากไป แต่เขาแค่ไม่เคยเห็นอีกคนแสดงออกมาให้เห็นแค่นั้นเอง

 

“…อยู่ในนี้ นายไม่เห็นหรอกชานยอลกุมไปที่หัวใจตัวเอง ... ถ้าเขาร้องไห้น้ำตามันก็ไหลอยู่ข้างใน แบคฮยอนมองไม่เห็นหรอก

 

 

 

 

 

 

 

            หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป วันนี้แบคฮยอนมีรายงานตัวที่มหาวิทยาลัยก่อนจะเปิดเทอมในอีกสามเดือนข้างหน้า แบคฮยอนสอบติดก่อนที่แม่จะเสียมันคือของขวัญชิ้นสุดท้ายที่เขาทำให้แม่ภูมิใจได้

 

เป็นเวลาหกโมงที่พวกเขามาถึงบ้านพร้อมกับสองมือที่เต็มไปด้วยถุงผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์จากซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน ทั้งสองช่วยกันจัดของที่ซื้อมาอยู่ในครัว แบคฮยอนหยิบผักออกมาแช่น้ำก่อนจะเดินไปมองคุณชานยอลที่กำลังหมักไก่ด้วยท่าทางที่คล่องแคล่ว

 

หูวกล้ามแขนที่แข็งแกร่งนั้นน่าอิจฉา แบคฮยอนมองสลับกับแขนแห้งๆของตัวเอง

 

อะไร

 

ผมอยากมีบ้างอ่ะ

 

ก็ออกกำลังกายสิ

 

คุณออกบ่อยเหรอครับ เอาจริงๆผมเห็นแค่คุณวิ่งตอนเช้าชานยอลหันกลับมามองเด็กช่างสงสัย

 

บางครั้งก็ออกตอนอยู่ในห้อง นายจะมาเห็นได้ยังไงล่ะ

 

            ก็จริง ปกติบ้านนี้มีสามห้องก็คือห้องเขา ห้องคุณชานยอลและห้องแม่ พอแม่เสียเขากับอีกคนถึงเวลาก็ต่างกันต่างอยู่ในห้องไม่ค่อยมีกิจกรรมร่วมกันในช่วงหลังๆ แบคฮยอนถึงคิดได้ว่ามันไม่ควรจะเป็นแบบนี้ หรือยังไงบางที...วันนี้เขาคงต้องพูด ต้องถามออกไปว่ามันจะเป็นอย่างไรดี

 

            กับความสัมพันธ์ของเราทั้งสองที่ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกันเลย

 

 

            

 

 

 

แบคฮยอนหยิบจานผลไม้ที่ตัวเองปอกเองตามหลังคุณชานยอลที่ยกกับข้าวมาวางบนโต๊ะ เรานั่งตรงข้ามกันแบบทุกวันมีเพลงสากลจังหวะกลางๆเปิดคลอเอาไว้ให้บรรยากาศดูมีสีสัน

 

ผมชอบศิลปินคนนี้เพราะคุณเลยเปิดทู๊กกกกวัน ตามเทรนด์มากครับ

 

คิดว่าฉันจะแก่ล้าสมัยขนาดนั้นเลยหรือไง เด็กน้อยติดเกมส์อย่างนายก็พูดไป

 

แบคฮยอนไม่ค่อยตามเรื่องเพลงเท่าไหร่ แต่มักจะได้ยินอีกฝ่ายเปิดเพลงสากลบ่อยๆทั้งที่บ้านหรือแม้กระทั่งตอนอยู่บนรถ หลายๆเพลงที่เปิดวนซ้ำๆจนเขาร้องตามได้แล้ว อย่างเช่นเพลงที่เปิดวนอยู่ตอนนี้

 


 

(Can I) call you my everything, call you my baby

You're the only one who runs my world 

 

(Call You Mine - Jeff Bernat )

 

 

                                                                               

...ผมคิดว่าเข้ามหาวิทยาลัยแล้วคงจะเล่นน้อยลง ว่าจะหางา....” คนที่กำลังฮัมเพลงก่อนจะพูดออกมาไม่ทันจบเสียงทุ้มเด็ดขาดนั้นก็ขัดขึ้นมาก่อนอีกครั้ง

 

กินต่อเถอะนะ

 

คืนนี้มีบอลคู่หลักเลย อยู่เชียร์กันคงเพราะเขาอาจจะทำทีดุไป แบคฮยอนเลยเงียบไปพักใหญ่ ชานยอลเลยชวนคุยขึ้นมา ปกติเราทั้งคู่ชอบดูฟุตบอลแล้วยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงฟุตบอลโลกแน่นอนว่าคงไม่มีใครพลาด แบคฮยอนเองก็เห็นตุนขนมและน้ำอัดลมไว้เพียบ

 

 

และแบคฮยอนเองก็ไม่รู้ว่าเขาจะกล้าคุยเรื่องนั้นตอนไหน...

 

 

กระทั่งวินาทีที่เรากำลังนั่งจดจ้องกันอยู่ที่หน้าจอพร้อมป็อบคอร์น เบียร์สำหรับชานยอลและโค้กของแบคฮยอน สายตาสองคู่ไม่ละจากหน้าจอทีวีเมื่อตัวยิงของทีมได้เลี้ยงลูกก่อนจะพลาดยิงเฉียดขอบโกไปอย่างหน้าเสียดาย

 

โหหหหห…”

 

แบคฮยอนยกมือขึ้นลูบหน้าเอนหลังพิงไปกับโซฟาอย่างหมดสภาพ ต่างจากผู้ใหญ่ข้างๆที่ได้แต่มองเขม็งต้องกักเก็บอารมณ์เอาไว้ เขาสังเกตได้จากมือที่กำเข้าหากันแน่น

 

มือแบคฮยอนเลื่อนไปหยิบป็อบคอร์นที่วางบนโต๊ะตรงข้างหน้าโดยสายตาก็ยังอยู่ที่หน้าจอที่นักเตะกำลังไล่เตะลูกอีกหน ชานยอลลุกขึ้นยืนเพื่อลุ้นกับลูกนี้ที่มีโอกาสยิงเข้าอย่างมาก และ

 

 

เชร้ดดดดด !!”                          

 

 

แบคฮยอนกระโดดบนโซฟามือที่อยู่ในป็อบคอร์นปัดไปโดนมันหกกระจาย ด้วยความดีใจ (เกินไป) เขากระโดดขี่คอคุณชานยอลที่ไม่ได้ว่าอะไรก่อนจะพาเขากระโดดไปมาทั้งแบบนั้น สองมือเล็กชูขึ้นพร้อมร้องเฮออกมาเสียงดังทีมที่เราเชียร์เข้ารอบสิบหกทีมสุดท้าย

 

และฟุตบอลก็จบไป ทั้งคู่ยังนั่งคุยกันต่อเกี่ยวกับบอลที่พึ่งดูจบจนผ่านไปเป็นเวลาเกือบตีสาม โชคดีที่เป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์

 

 

“...คุณชานยอลครับ ผมมีเรื่องสำคัญอยากจะถาม

 

ว่ามาสิ

 

แบคฮยอนพรูลมหายใจออกมา ใบหน้าแสดงความกังวลชัดเจนจนชานยอลสังเกตได้ไม่อยาก

 

ผ่านมาก็สักพักแล้วตั้งแต่แม่ไม่อยู่...ผมเลยอยากถามว่าคุณอยากกลับไปใช้ชีวิตของคุณมั้ยครับ

 

 

เขาหมายถึงชีวิตที่ไม่มีอะไรติดพัน หรือไม่มีเขาเป็นภาระนั่นแหละ

 

 

“...”

 

ไม่ได้หมายความว่าผมไล่คุณหรืออยากให้คุณออกไปจากชีวิต แต่...

 

“...”

 

เราไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย... ถ้าคุณยังอยู่เพราะสงสารผม ผมสัญญาว่าผมจะโตขึ้น เข้มแข็งขึ้นและจะดูแลตัวเองให้ดีขึ้นกว่านี้

 

“...”

 

เงินของแม่ ผมจะไม่ใช้ฟุ่มเฟือย ผมจะหางานพาร์ทไทม์ทำไปด้วย ผม

 

แบคฮยอน

 

หลังจากฟังมานานไม่ได้โต้ตอบอะไร ชานยอลไม่อยากให้อีกฝ่ายคิดเองเออเองอยู่ฝ่ายเดียว มันถูกที่เราไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกันแต่แรก การเข้ามาอยู่ของเขามันก็ไม่ได้ถูกต้องอย่างที่ควรจะเป็น

 

แต่ความเอ็นดู ความรักที่มีต่อเด็กตรงหน้ามันทำให้นานวันชักเริ่มผูกพัน แบคฮยอนเป็นเด็กดี ...

 

ฉันไม่ได้จะไปไหน ยังไม่เคยคิด ... แต่นายกำลังมีความคิดที่ต้องการอิสระอยู่ใช่หรือเปล่าแบคฮยอนส่ายหัวเป็นพัลวัน

 

ชานยอลยิ้มเอ็นดูให้แบคฮยอนที่ตกใจหลังจากได้ยินแบบนั้น เพราะตัวเองก็กลัวคำตอบแบบอื่นเหมือนกัน ความผูกพันของเขาที่มีต่อคนตรงหน้าแบบเด็กเคารพผู้ใหญ่จนกลายเป็นเหมือนคนในครอบครัวจริงๆ ถ้าอีกฝ่ายหายไป คงใจหายน่าดู

 

อยู่กับนายเนี่ยแหละ ถ้านายไม่รังเกียจมือหนานั้นลูบลงไปที่หัวลงมองไปที่แบคฮยอนที่น้ำตาคลอจนต้องก้มหน้าลง 

 

แต่ถ้าวันนึง...แบคฮยอนมีครอบครัว มีคนที่ดูแลได้ ดูแลตัวเองได้ ถ้าฉันแก่กว่านี้ไล่ฉันไปบ้านพักคนชราฉันก็จะไป

 

ม...ไม่ครับ ไม่มีวันนั้นแน่ๆ

 

ถึงจะรู้ว่าอีกฝ่ายพูดแบบติดตลกแต่เขาจะไม่มีวันทำแบบนั้นแน่ ที่ถามก็เพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจำใจหรือแม่เคยพูดอะไรไว้หรือเปล่าที่ยังทำให้คุณชานยอลยังคงอยู่แม้แม่จะจากไปแล้ว

 

สิ่งสุดท้ายที่แม่บอกเอาไว้เกี่ยวกับคุณชานยอล แม่เหมือนจะย้ำกับเขาอีกครั้งเอาแต่บอกว่าคุณชานยอลเป็นคนดี อย่าไปดื้อกับเขา...

 

และแววตาที่จริงใจ แววตาที่อบอุ่นทำให้เขาเชื่อใจและมั่นใจ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาไม่อยากให้ใครออกไปจากชีวิต อีกแล้ว

 

 

ถ้างั้น

 

“…”

 

ผมเรียกคุณว่าพ่อได้มั้ยครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

‘ ผมเรียกคุณว่าพ่อได้มั้ยครับ

 

 

            ผมได้ยินประโยคนี้ก้องอยู่หัว ไม่รู้ว่าผมดีใจขนาดไหน....ผมพูดไม่ออกเลยราวกับคิดอยู่หลายอึดใจปากหนักๆก็เอื้อนเอ่ยออกมามันยากที่จะพูดเพราะความตื้นตัน

 

ผมคิดว่าแบบนั้นนะ แต่จริงๆแล้วมันมีความคิดที่แย้งกันขึ้นมา..ผมไม่ใช่สามีของฮวานา ไม่ใช่พ่อที่แท้จริงของแบคฮยอน ผมเองยังไม่เป็นผู้ใหญ่มากพอที่จะเป็นพ่อใครซักคน แม้ผมจะรักและเอ็นดูเขามากแค่ไหนก็ตาม

 

 

แบคฮยอน....เขาหันไปมองพร้อมรอยยิ้ม ฉันยังไม่กล้ามากพอที่จะให้นายเรียกฉันด้วยสรรพนามที่ยิ่งใหญ่มากขนาดนั้น ขอบใจที่ยกคำว่าพ่อให้ฉัน

 

 

แต่ฉันขอเวลาได้มั้ย ขอเวลาให้มั่นใจและดูแลแบคฮยอนได้มากกว่านี้

 

...

 

ฉันจะยอมเป็นทุกอย่างให้นาย โดยไม่มีข้อแม้”                     

 

 

แบคฮยอนรู้สึกอบอุ่นภายในใจมันเหมือนปลดล็อคทุกๆอย่าง ถึงเราจะไม่ใช่พ่อลูกกันจริงๆไม่มีความเกี่ยวพันกันทางสายเลือด แต่ระยะเวลาหลายปีที่มีคุณชานยอลอยู่ในชีวิตด้วยกันจนถึงวินาทีนี้ เขาเชื่อใจอีกฝ่ายและแบคฮยอนกลับรู้สึกผูกพันมากขึ้นและมันมากขึ้นจริงๆ

 

 

 

หลังจากผ่านมาหนึ่งเดือน แบคฮยอนมาขอไปทำพาร์ทไทม์เพราะอยากหาเงินและช่วยแบ่งเบาภาระต่างๆในบ้าน ในทีแรกปาร์คชานยอลปฏิเสธหัวชนฝาเพียงเพราะมองว่าอีกฝ่ายยังไม่โตทั้งที่แบคฮยอนอายุสิบเก้าแล้ว แต่ก็พ่ายแพ้ลูกอ้อนจนได้

 

 

 

 

 

ขอบคุณมากครับ

 

แบคฮยอนโค้งให้ลูกค้าที่เข้ามาซื้อของในร้านสะดวกซื้อที่เขาเป็นพนักงานอยู่ มันไม่ได้เหนื่อยอย่างที่คิดสำหรับการเริ่มงานวันแรก เขาเลือกทำมันในช่วงเวลาบ่ายโมงถึงหนึ่งทุ่ม ตอนแรกจะทำช่วงเช้าแต่คุณชานยอลบอกว่าเวลาเช้าให้เป็นเวลาที่เราควรพักผ่อนจะดีกว่า

 

            เสียงประตูเลื่อนที่เปิดออกบ่งบอกว่ามีลูกค้าเข้ามาทำให้แบคฮยอนหันกลับไปมองพร้อมรอยยิ้มและต้องตกใจเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่เดินเข้ามา

 

...คุณชานยอล...เสียงนั้นเอ่ยเรียกแผ่วเบา นี่ก็ใกล้เวลาหนึ่งทุ่มแล้วด้วยและในร้านก็ไม่ค่อยมีคนมากนัก

 

            ปาร์คชานยอลที่อยู่ในชุดออกกำลังกับเหงื่อที่ซึมตามใบหน้าคมเดินยิ้มเข้ามาภายในร้านสะดวกซื้อหลังจากวิ่งออกกำลังกายมาเหนื่อยๆ และเขาบังเอิญวิ่งผ่านมาแถวนี้พอดี

 

อย่างเดียวนะครับแบคฮยอนหยิบขวดน้ำเปล่าขวดใหญ่มาคิดเงินตามปกติ แม้ในใจจะอยากถามออกไปเยอะแยะเลย

 

ให้รอกลับพร้อมมั้ย

 

อีกตั้งสิบห้านาทีครับ รอคนมาเปลี่ยนเวรอ่ะกลับไปก่อนเลยก็ได้นะครับชานยอลแค่ยักไหล่ลูบหัวทุยๆของเจ้าเด็กดื้อก่อนจะเดินออกไป 

            

            

 

            หลังจากรุ่นพี่คนต่อไปเข้ามาเปลี่ยน แบคฮยอนก็รีบไปเก็บของเตรียมตัวพุ่งกลับบ้านทันทีและก็เป็นไปตามที่คิด....กะไว้แล้วเชียว

 

นั่นไง! ผมว่าแล้ว

 

เขายังรออยู่ที่หน้ามินิมาร์ทนั่งยกขวดน้ำขวดใหญ่ที่พึ่งซื้อไปดื่มมันจนแทบหมดแล้ว พลางมองรถราที่ขับผ่านไปมาด้วยท่าทางผ่อนคลาย มีคนที่เดินไปมาก็เหลียวมองมาโดยเฉพาะสาวๆ ถึงเขาจะพอดูมีอายุตามประสาแต่ความหล่อก็ไม่แพ้วัยรุ่นทั่วไปเลย

 

อ้าว เลิกพอดีเลยเหรอเนี่ย

 

ไม่เนียนเลยครับ

 

ฉันไม่ได้รอนะ...ก็เหนื่อยเลยนั่งพัก

 

เกือบยี่สิบนาทีอ่ะเหรอครับ โหโม้สุดๆ” เจ้าตัวดียืนเถียงฉอดๆจนชานยอลต้องลุกขึ้นมาใช้แขนไปพาดที่คอก่อนจะพาเดินกลับบ้าน

 

 

เหนื่อยหรือเปล่า

 

โอเคนะครับ สบายๆผมทำได้

 

ไม่ไหวก็พอ

 

โหพึ่งวันแรกเองนะครับ” ไม่ว่าจะพูดยังไงคงรั้งเจ้าแบคฮยอนไม่ได้แล้ว

 

ว่าแต่ข้าวเย็นเป็นเมนูอะไรอ่ะครับ

 

เด็กอ้วน

 

ก็ใครจะไปหุ่นดีจนสาวเหลียวหลังมามองแบบคุณชานยอลอ่ะ

 

ก็เลิกทำงานสิ มาออกกำลังกายด้วยกัน

 

ผมอยากมีเงินเก็บครับ

 

ยังไงเสียแบคฮยอนก็ยังยืนยันหนักแน่นว่าอยากทำเขาก็คงห้ามอะไรไม่ได้ อดภูมิใจแทนฮวานาไม่ได้จริงๆ ใจจริงชานยอลไม่อยากให้แบคฮยอนเหนื่อย อยากให้เจ้าเด็กตัวแสบได้ใช้เวลาในช่วงวัยรุ่นในแบบที่ควรจะเป็นมากกว่า แต่อะไรที่แบคฮยอนทำแล้วมีความสุขมันก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ นั่นทำให้ชานยอลกำลังเดินคิดไปตลอดทาง

 

            ตกเย็นคืนนั้นแบคฮยอนก็หลับเป็นตายหลังจากจากกินมื้อเย็นเสร็จ โดนชานยอลไล่ให้ขึ้นไปอาบน้ำไม่ต้องช่วยทำอะไรทั้งที่เจ้าตัวบอกว่าจะช่วย สุดท้ายคืนนั้นก็หลับยาวตื่นมาอีกทีเขาก็ออกไปทำงานแล้วโดยไม่วายมีโน้ตแปะไว้ที่ตู้เย็น ที่ข้างๆเป็นหม้อใส่ต้มอะไรซักอย่างที่มีกลิ่นหอมเย้ายวนใจขนาดนี้

 

 

มื้อเช้ากินเยอะๆล่ะ เดี๋ยวไม่มีแรงทำงาน

 

 

ว้าว ซุปไก่มันฝรั่ง

 

            และแน่นอนว่าแบคฮยอนเลือกกินแค่ปีกไก่ แต่พอนึกขึ้นได้ทำให้เขาหวนกลับมาคิดว่าอีกฝ่ายต้องไปทำงานแต่เช้ามากๆเพราะระยะทางจากบ้านไปบริษัทค่อนข้างไกล แล้วมื้อเช้านี้ก็คงใช้เวลาทำนานอยู่ไม่รู้เลยว่าเขาต้องตื่นตั้งแต่กี่โมง แล้วได้กินมันบ้างหรือเปล่า

 

(ตื่นแล้วเหรอ)

 

“…”

 

(… แบคฮยอน เป็นอะไรหรือเปล่า)

 

ซุปไก่อร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกครับ

 

(หื้ม โทรมาเพื่อบอกแค่นี้หรือ)

 

            แบคฮยอนรู้สึกตื้นตันเพียงได้ยินน้ำเสียงอบอุ่นแกมหัวเราะที่ส่งผ่านมาจากเขา

 

ขอบคุณนะครับ

 

(อืม ตั้งใจทำงานล่ะวันนี้คงไม่ได้ไปกวนเพราะอาจจะกลับเย็นงานเยอะน่ะ ยังไงกลับก่อนหิวก็อุ่นไว้นะเพราะทำเยอะอยู่)

 

ผมจะรอนะครับ

 

(หิวก็กินก่อนฉันเลย)

 

...ก็ได้ครับ

 

 

 

            เขาทำอาหารเก่ง แม่ของเขาก็ทำอาหารเก่งแบคฮยอนเลยสบายเพราะรอกินอยู่อย่างเดียว หลังจากวันนั้นมาก่อนจะนอนเขาเปลี่ยนกิจวัตรของตัวเองจากที่เอาแต่เล่นเกมส์กับเพื่อนสนิทสมัยมัธยม ก็เปลี่ยนมาดูคลิปทำอาหารง่ายๆและดีต่อสุขภาพเพื่อจะทำตอบแทนอีกฝ่ายบ้าง

 

อ่า ยากจังวะจะทำได้มั้ย

 

แค่ซื้อผักยังเลือกไม่เป็นเลยแบคฮยอนเอ้ยคนที่เดินหน้ามุ่ยในซุปเปอร์ฯ ทึ้งผมตัวเอง ในวันหยุดหนึ่งวันของตน และวันนี้แหละเขาจะทำอาหารเพื่อสุขภาพให้คุณชานยอลกิน !

 

เพราะเมนูที่หลายคนแนะนำจากกระทู้หนึ่งที่บอกว่าเป็นเมนูง่ายและดีต่อสุขภาพมากๆ นั่นคือ...ผัดผักบล็อคโคลี่ และใช่ แบคฮยอนจะทำมัน!

 

แบคฮยอนโทรไปถามเพื่อนเพราะไม่รู้ว่าควรเปิดแก๊สก่อนหรือตั้งกระทะก่อน สุดท้ายถามมันเยอะก็ถูกไล่ให้เปิดดูจากอินเทอร์เน็ต จากวิดีโอที่ดูเขาทำให้เวลาไม่ถึง 15 นาที แต่แบคฮยอนนั้นนานโขเลยล่ะ

 

เสียงรถที่ขับเข้ามายิ่งทำให้เจ้าตัวรีบรน เขารีบตักมันออกมาใส่จาน ตกแต่งจานด้วยการเอาซอสพริกมาบีบเป็นหน้ายิ้มก่อนจะรีบวิ่งไปรับหน้าก่อน

 

ทำไมเหงื่อออกขนาดนี้ ออกกำลังกาย ?แบคฮยอนส่ายหัวจนผมปลิว ดู....

 

ไม่ใช่นะครับ!”

 

            ก่อนที่เจ้าตัวจะภูมิใจนำเสนอ ชานยอลได้กลิ่นอาหารแล้วเขาอดยิ้มไม่ได้แต่พอเจ้าตัวดีหันกลับมาก็แสร้งทำเป็นขรึม 

 

ผัดบล็อกโคลี่ ?

 

ใส่ความห่วงใยครับเขาถูกลูบหัว และถูกมองด้วยสายตาอ่อนโยน 

 

ขอบใจ มันมีคุณค่ากับฉันมากเลย เด็กอ้วน

 

โห ไม่อ้วนดิครับมีเสียงหัวเราะเคล้าด้วยเสียงพูดคุยตามประสาในมื้อเย็นวันนี้ ต่างคนต่างแชร์สิ่งที่ได้เจอมาในแต่ละวันของกันและกันเหมือนเช่นทุกวัน

 

 

            แบคฮยอนลูกชายของฮวานาเติบโตขึ้นไปอีกขั้นแล้วสินะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จบการทำงานพาร์ทไทม์...และวันนี้ก็เป็นการไปมหาวิทยาลัยวันแรกของแบคฮยอน เขาหยุดการทำงานไปก่อน แถมไม่ค่อยจะมีใครตื่นเต้นเลยไม่ว่าจะคนอายุมากกว่าหรือคนอายุน้อยกว่าที่พากันตื่นแข่งกับพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้ามืด

 

เฮ้ วิ่งลงมาเบาๆหน่อย เดี๋ยวตกบันไดหัวแตกหรอก

 

ผมเท่ป่ะครับ

 

ไหนชานยอลที่แต่งตัวเรียบร้อยรออยู่แล้วเดินเข้าไปสำรวจคนที่ยืนอยู่ที่ขั้นบันไดที่สูงกว่าแต่ก็ยังเตี้ยกว่าตน ก่อนจะแกล้งขยี้ผมเจ้าเด็กแสบจนผมที่เซทไว้มันยุ่งเล็กน้อย

 

ยุ่งแล้ว!

 

ไปๆ ไก่ทอดกับข้าวเตรียมไว้บนรถแล้ว รีบไปกันเถอะ

 

วันนี้เป็นวันแรกแบคฮยอนเลยคิดว่าต้องไปแต่เช้าหน่อยอีกอย่างเดี๋ยวคุณชานยอลก็ต้องไปทำงานต่ออีก มื้อเช้าของแบคฮยอนก็เลยอยู่บนรถแทน แต่กินไปได้สองสามคำไม่ถึงยี่สิบนาทีคนที่กินแล้วหลับคากล่องข้าวก็โดนปลุกเพราะใกล้จะถึงหน้ามหาวิทยาลัยที่รถกำลังติดตามประสาวันเปิดเรียนวันแรก

 

ถึงแล้วเหรอครับแบคฮยอนงัวเงียถามออกมา มองตามทางที่หลายคนกำลังเลือกลงเดินอย่างเร่งรีบ

 

ผมเดินบ้างดีกว่า คุณก็วนรถกลับได้เลยจะได้ไม่ต้องทนติด

 

เอางั้นเหรอ

 

ครับ ผมไปนะเจอกันตอนเย็นที่บ้านครับ

 

“...อืม เย็นเจอกันที่บ้านนะ

 

เราคุยกันไว้ว่าตอนเช้าปาร์คชานยอลจะมาส่งแบคฮยอนเพราะตนจะได้เลยไปทำงานต่อ แต่ช่วงเลิกเรียนซึ่งเวลาไม่แน่นอนนั้นแบคฮยอนเลยขอว่าตัวเองจะกลับเอง คงไม่ต้องรอให้มารับเหมือนเด็กเล็ก

 

แบคฮยอนอา ถ้ามีปัญหาอะไรรีบโทรบอกฉันนะ” น้ำเสียงเป็นห่วงถูกส่งออกไปก่อนที่ประตูอีกฝั่งจะปิดลง

 

ผม โต แล้ว” เขาย้ำด้วยใบหน้าที่กวนกับคนที่ดูมีสีหน้าเป็นห่วง

 

นั่นแหละน้า

 

ร่ำลากันเสร็จ แบคฮยอนก็เดินลิ่วๆไปบนฟุตบาท ก่อนจะหันกลับมายิ้มให้อีกครั้งเหมือนรู้ว่าคนในรถกำลังมองอยู่ทั้งที่ติดฟิล์มมืด แต่ก็จริงเพราะปาร์คชานยอลยังไม่ขยับรถไปไหนมัวเอาแต่มองแบคฮยอนที่เดินฝ่ารถมอเตอร์ไซค์ที่ขับแซงขึ้นมาอย่างเป็นห่วง

 

รถยังคงขยับไปอย่างช้าๆ ตามประสารถที่หนาแน่น เลยได้เห็นแบคฮยอนเดินเข้าไปในมหาวิทยาลัยและหยุดยืนคุยกับเพื่อนที่ตัวเท่าๆกันด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เมื่อเห็นทุกอย่างเรียบร้อยรถจึงได้หักเลี้ยวยูเทิร์นกลับทันที

 

            การที่เราสองคนได้ตัดสินใจที่จะยังอยู่กันแบบนี้ต่อไป ปาร์คชานยอลเองก็คิดอยู่เสมอว่าตนจะต้องเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเดิม ทำตัวดีๆให้กับเด็กอย่างแบคฮยอนได้เดินตาม มีสติและเป็นผู้นำให้กับแบคฮยอน ถึงแม้ตัวเองจะไม่ได้ดีมากขนาดนั้นแต่เขาก็เต็มใจยอมปรับปรุงตัวเอง เพื่อดูแลลูกของเพื่อนสนิทให้ดีที่สุดแม้มันอาจจะดูไม่ใช่หน้าที่และภาระของตัวเองเลยก็ตาม

 

            เขาเต็มใจทำทุกอย่างไม่ใช่แค่เพื่อฮวานา มันเพื่อแบคฮยอนเอง เด็กคนนี้น่าสงสารแม้แบคฮยอนจะเข้มแข็งขึ้นมากแล้วก็ตามตั้งแต่ที่ฮวานาจากไป เธอคงภูมิใจแล้ว

 

            เพราะแบคฮยอนกำลังเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี:-)

 

 

 

 

 

 

แบคฮยอนเลือกเรียนอักษร...ที่เลือกตัวเองก็ไม่ได้เก่งภาษาอะไรขนาดนั้น แค่มองว่าในอนาคตยังไงเสียภาษาอังกฤษก็สำคัญอยู่ดีและอีกอย่างก็เพราะไม่รู้ว่าตัวเองอยากเป็นอะไรด้วย ... รู้แค่ว่าอยากเที่ยวรอบโลก อยากไปทุกที่ เกิดมาก็ชีวิตเดียวเลยอยากทำอะไรให้มันสุดๆไปเลย แม่ชอบพูดกับเขาเสมอว่าเราไม่ได้สมบูรณ์ ไม่ได้เพียบพร้อมและนั้นไม่ใช่ปมด้อยในชีวิต ใช้ชีวิตให้คุ้มค่าเพราะเรามีแค่ชีวิตเดียวไม่ว่าจะกับเรื่องอะไรก็ตาม 

 

เขายึดคำของแม่ติดตัว และติดไว้ในใจลึกๆเสมอ

 

 

คิดถึงนะครับ

 

 

เขาพูดกับตัวเองเมื่อนึกถึงแม่ขึ้นมาก่อนจะเดินเข้าห้องเรียนไป บรรยากาศกับกลุ่มเพื่อนของแบคฮยอนก็ถือว่าผ่านฉลุยโชคดีที่เจอเพื่อนที่เข้ากันได้....ล่ะมั้ง

 

 

เมื่อเช้ามีคนมาถามหามึง

 

ใครวะ

 

สูงๆหล่อๆเลยว่ะ เหมือนพวกนายแบบอะไรประมาณนั้น

 

ผิดคนมั้ย หรือเขาจะมาชวนกูไปถ่ายแบบเหรอ

 

เพลียกับมึงอ่ะอันนี้ไม่น่าใช่คยองซูปรายตามองแบคฮยอนที่ตัวเท่าหลักกิโลยังกล้าพูดออกมาแบบนั้น

 

แบคฮยอนก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าเป็นใครเขาคิดไม่ออกนี่ก็พึ่งเปิดเทอมไม่นานเอง ตลอดเวลาที่มามหาวิทยาลัยก็แทบไม่ได้ไปไหน ไม่ได้ไปรู้จักกับใครเลยนอกจากไอ้เพื่อนสามคนนี้ที่สนิทกันอย่างไม่น่าเชื่อตั้งแต่วันรายงานตัว

 

หรือแบคฮยอนเคยมีอริจองอูทำท่าทางลุกลี้ลุกลน ก่อนจะถูกจงแดกดหัวให้นั่งลงแบบเดิม

 

มึงเพ่งดีๆหน้าตามันไม่น่าต่อยกับใครได้อ่ะ เออถ้าถูกเขาต่อยว่าไปอย่าง

 

หน้าตาพวกมึงก็ด้วย ทำมาพูด

 

แล้วเขาได้บอกอะไรไว้หรือเปล่า สงสัยแล้วเนี่ย

 

“ ‘แบคฮยอนมาเรียนหรือยังครับ’ ” คยองซูทำเสียงทุ้มขึ้นเพื่อจะเลียนแบบผู้ชายคนนึงที่ตนได้เจอ

 

เอาเถอะเดี๋ยวเขาก็มาอีกกูว่า

 

ทั้งหมดเข้าเรียนในคลาสใหญ่ของวิชาการแสดงวันนี้มันเป็นวิชาเสรีที่เราเลือก และนอกจากจะแนะนำรายละเอียดการเรียนแล้วพวกเรายังได้รับโปรเจคมิดเทอมตั้งแต่ช่วงแรกที่เปิดเรียนเลยทีเดียว มันคือการแสดงที่เรายังไม่รู้ว่าอาจารย์จะกำหนดแบบไหน ที่สำคัญเรายังจะมีโอกาสได้แสดงบนหอประชุมสุดอลังการของมหาวิทยาลัยด้วย!

 

และเพราะวันนี้คนเข้าเรียนน้อยคงอาจจะคิดว่าเรียนคาบแรกจะมีแค่เพียงแนะแนวเลยทำให้การแบ่งกลุ่มเพื่อปรึกษาและตกลงรายละเอียดสำคัญยังทำไม่ได้มากนัก

 

มันมีเรื่องอะไรน่าสนใจนะ ช่วงนี้

 

ส่วนใหญ่ก็โรมิโอจูเลียตป่ะ พื้นๆเลยอ่ะที่คนจะเอามาแสดง

 

คลาสิคเกินไปแล้วหรือเปล่า แบบเอ้าท์แล้วอ่ะ

 

นั่นสิเอาแบบทันสมัยขึ้นมาหน่อยแบคฮยอนพูดขึ้น ถ้าได้ทำอะไรที่แปลกใหม่คงจะดีกว่าซ้ำๆแบบเดิม

 

“Avengers ... END GAME”

 

...พูดแล้วน้ำตาจะไหล

 

ไอ้แบคเป็นธานอส

 

มึงให้เกียรติธานอสด้วย แรงมันจะพูดยังไม่มีเลย

 

และมึงน่าจะสอบตกนะคยองซู...

 

น่าสน กูขอเป็นธอร์ แม่งเอ้ยตอนโผล่มา....

 

พอเหอะทั้งหมดพากันหันหลังหนี แบคฮยอนมองคนอื่นๆที่กำลังเริ่มจับกลุ่มกันแล้วเหมือนกัน ซึ่งดูจริงจังกว่ากลุ่มเรา

 

 

แต่ทุกอย่างก็ถือว่าผิดคลาดเมื่อสิ่งที่อาจารย์ต้องการคือการใช้ความสามารถของพวกเราเองด้วยการให้แต่งบทละครเอง ซึ่งหัวข้อคือ เพศ และมันเป็นหัวข้อที่กว้างมากเล่นเอาพวกเราพากันกุมขมับ

 

โห...แล้วตอนนี้กลุ่มเราไม่มีผู้หญิงเลยอ่ะ ยังไงซะก็ต้องหาผู้หญิงมาอยู่ด้วยก่อนมั้ยวะแล้วค่อยคิดต่อ

 

จะมีใครอยากมาอยู่ด้วยมั้ยเนี่ยดิ

 

ใช้ความหล่อของไอ้แบคให้เป็นประโยชน์

 

เออมึงยืนขึ้นเลย แล้วพูดไปว่าขาดผู้หญิงอีก 2 คน ชายอีก 1 คน

 

ต้องเป็นกูเหรอ

 

เออ!

 

            แต่ก่อนที่แบคฮยอนจะป้องปากตะโกนนั้นก็มีเสียงจากประตูหน้าห้องที่ถูกเปิดออก พร้อมผู้มาใหม่ที่ดูจะมาไม่ทันเรียนแต่มาเพื่อตามงานอะไรทำนองนั้นกำลังเรียกให้คนอื่นๆละความสนใจไปได้

 

“….เชี่ย

 

อะไรเหรอแบคฮยอนถามคยองซูที่มองไปที่ผู้ชายที่เข้ามาใหม่

 

คนขวาๆ ที่มาถามหามึง

 

ห๊ะ

 

            แบคฮยอนหันกลับไปมองข้างหน้าก่อนที่จะสบตากับผู้ชายคนนั้นที่มองอยู่พอดี และเหมือนจะนึกขึ้นได้ลางๆว่าเคยเจออีกฝ่ายที่ไหน

 

อ่อเป็นรุ่นพี่เรานี่ จำได้ตอนวันมารายงานตัว

 

ยังกับเทพบุตร แม่งเราเหมือนเทเลทับบี้ไปเลยว่ะ

 

หากลุ่มก่อนเถอะก่อนจะไม่เหลือผู้หญิงให้เราจองอูแทรกขึ้นหลังจากในห้องเริ่มวุ่นวายแถมในคลาสนี้ผู้หญิง ก็น้อยด้วย

 

            จู่ๆคนที่เคยพูดถึงเมื่อไม่กี่วินาทีก็ดินมาทางกลุ่มของแบคฮยอนที่คนตัวสูงที่สุดในกลุ่มกำลังป้องปากตะโกนขอสมาชิกเพิ่ม

 

พี่ขออยู่ด้วยสิ ขาดผู้ชายอีกหนึ่งคนใช่มั้ยเกิดเดดแอร์ขึ้น คยองซูบีบแขนจองอูก่อนจะหันไปกระซิบกระซาบ อีกวิธีที่จะให้ผู้หญิงมาอยู่กับเรา ก็พี่เขานี่แหละวะ

 

            รุ่นพี่คนนั้นมองแบคฮยอนเพื่อรอคำตอบ ตนจึงหันไปเพื่อจะถามเพื่อนว่าโอเคมั้ยและก็ได้คำตอบเป็นการพยักหน้ากันรัวๆ

 

ได้ครับแบคฮยอนตอบกลับไป ก่อนจะเริ่มตะโกนเพื่อหาสมาชิกที่เป็นผู้หญิงต่อ

 

พี่ช่วย

 

            เขายืนขึ้นเต็มความสูง รุ่นพี่คนนี้สูงกว่าเขามากและทันทีที่เขายืนขึ้นและพูดออกไปพร้อมรอยยิ้ม ไม่นานก็มีผู้หญิงสี่คนกำลังเดินมาทางพวกเรา คยองซูถึงกับอุทานว่าเชี่ยออกมา...

 

ครบแล้วเขายิ้มหวาน ผู้หญิงในกลุ่มดูเขินกันไปหมดเลย

 

เอาล่ะ พี่ไครุ่นพี่คนนี้แทนตัวเอง ...พี่อยู่ปี 2 ชื่อไคนะครับ

 

ชื่อโคตรเท่อ่ะ ผมจงแดครับ

 

คยองซูครับบบ

 

จองอูครับและคนสุดท้ายที่ยังไม่ทันได้แม้แต่เอ่ยปาก เขาก็เป็นคนทักขึ้นมาก่อน

 

สวัสดีแบคฮยอน

 

อ..อ่า สวัสดีครับพี่ไค

 

            คลาสใหญ่นี้เป็นคลาสรวมไม่ได้จำกัดเฉพาะปีหนึ่ง สามารถเลือกได้ว่าจะเลือกเรียนวิชานี้ตั้งแต่ปีหนึ่งเลยหรือจะยังไม่เรียน กลุ่มของแบคฮยอนตกลงกันที่จะเลือกเรียนเลยเพราะคิดว่ามันน่าจะเป็นอะไรที่สนุก แถมวิชาที่มีเรียนในเทอมนี้ก็ยังมีไม่กี่ตัว เขาเลยคิดว่าลงเรียนไปเลยดีกว่า

 

 

            แต่เหมือนจะไม่สนุกอย่างที่คิด

 

 

            พวกเราทั้งหมดในกลุ่มของวิชาการแสดงนัดคุยงานที่ห้องติวส่วนตัวภายในส่วนของห้องสมุดหลังเลิกเรียนครึ่งวัน เพื่อจะเลือกว่าเราจะแต่งเรื่องและแสดงกันแบบไหน แต่ถ้าคิดถึงเรื่องเพศปัจจุบันที่กำลังเป็นที่พูดถึงคือก็คงไม่พ้นเรื่องการยอมรับความรักของเพศที่สาม ตอนนี้มีประเทศไต้หวันที่มีกฎหมายออกมาแล้วเรื่องการแต่งงานกันของเพศเดียวกันครั้งแรกในเอเชีย หรือเกี่ยวกับเรื่องความเท่าเทียมกันทางเพศแบคฮยอนจึงเลือกที่จะลองเสนอออกไป

 

ก็น่าสนใจนะ เรื่องการยอมรับ

 

ถ้าเราแสดงได้กินใจคงจะเป็นอะไรที่ดีไคพูดออกมาพร้อมเอาดินสอที่ตัวเขาพกมาจดรายละเอียด เอาไปทัดไว้ที่หู

 

ยังงี้ต้องมีดราม่าครับคยองซูบอกเมื่อนึกถึงหนังเรื่องนึงขึ้นมาได้ 

 

ถ้าเป็นความรักแบบสามเส้าล่ะ คิดแบบพวกละครหลังข่าวมีคู่ผู้หญิงผู้ชาย มือที่สามคือผู้ชายอีกคน

 

            และพล็อตของจองอูก็เริ่มทำให้ทุกคนเห็นด้วยผู้หญิงสองคนในกลุ่มที่เลือกไว้ตอนแรกจะเป็นตัวหลักหรือนางเอกหนึ่งคน และแน่นอนมติที่เอกฉันท์ไคต้องบทเป็นพระเอกเท่านั้น

 

เอาจริงๆนะเรื่องแบบนี้มันละเอียดอ่อนว่ะ บางทีถ้าเราสร้างทุกอย่างให้เท่าเทียมโดยที่ผู้หญิงเองก็ไม่ต้องถูกทำให้ดูเสียเปรียบล่ะ แบบนั้นจะดีกว่ามั้ย

 

            แบคฮยอนกำลังคิดแย้งกับเรื่องราวสามเส้า หากเรื่องจบที่ผู้ชายคบกับผู้ชายแน่นอนว่าผู้หญิงก็ดูเหมือนจะถูกลดค่าลง และเป็นการหักหน้าเพศหญิงกลายๆ

 

แต่เราจะเอาอะไรเป็นจุดพีคของเรื่องล่ะ ยังไงก็ต้องมีดราม่าหรือเปล่าพี่คิดนะ กลุ่มอื่นๆคงเล่นเรื่องทำนองนี้เหมือนกัน

 

...คนในครอบครัวไม่ยอมรับกับการคบเพศเดียวกัน ผมคิดแบบนี้ครับ

 

 

 

            หลังจากนั่งปรึกษากันวันนั้น บทละครก็ค่อยๆถูกเขียนขึ้นหลังจากเราช่วยกันมากว่าสองอาทิตย์โดยมีแบคฮยอนเป็นคนร่าง สิ่งที่เราวางพล็อตไว้คือการที่ผู้ชายคนนึงไม่อยากยอมรับว่าตัวเองเป็นเกย์ เพราะกลัวว่าพ่อแม่และเพื่อนจะไม่เข้าใจ รับไม่ได้ ไม่อยากยอมรับตัวเองจึงสรรหาวิธีต่างๆนานาที่ต้องการจะพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ใช่

 

            สิ่งที่พวกเขาลำบากใจคือการเลือกคนที่จะดำเนินเรื่อง ... สุดท้ายบทหลักก็ตกมาที่แบคฮยอน เขาคือตัวดำเนินเรื่อง 

 

            แบคฮยอนไม่ได้อิดออดกับสิ่งที่ตัวเองจะได้เล่นถึงจะเป็นบทแบบนั้น ตัวเขาก็คิดว่ามันก็แค่การแสดง แต่ก็ไม่พ้นสายตาของผู้ใหญ่ตรงหน้าอยู่ดี

 

 

ช่วงนี้ดูเหนื่อยๆหรือเปล่าเรา

 

ห๊ะ ผมเหรอ เปล่านิครับเสียงถูกเบาลงเพราะเหมือนถูกจับได้

 

มีอะไรก็ปรึกษาฉันได้ อย่าเก็บไว้คนเดียวเลย

 

ที่จริงมันก็ไม่ใช่เรื่องน่าเครียดอะไรครับ พรุ่งนี้ผมจะเริ่มซ้อมละครที่ผมเคยบอกแล้ว

 

อ่า ไม่เห็นบอกเลยตกลงแสดงเรื่องอะไรล่ะ

 

            ชานยอลหันกลับมามองแบคฮยอน ข่าวในโทรทัศน์ไม่น่าสนใจเท่าความรู้สึกของแบคฮยอน อีกฝ่ายถอนหายใจก่อนจะเล่าถึงความกังวลเพราะกลัวตัวเองจะเล่นไม่ดีกับบทบาทที่ได้รับ

 

ยังไม่ทันได้ซ้อมไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงคิดไปก่อนหรือเพราะมันเป็นบทแบบนั้น

 

ไม่ใช่นะครับ ผมแยกแยะได้หน่าแมนๆสาวตรึมปาร์คชานยอลหัวเราะออกมา

 

ก็แค่ทำให้เต็มที่ ถ้ามันมากก็ปรับเปลี่ยนซะอย่าให้มากไปจนตัวเราเองดูไม่ดี เข้าใจมั้ย

 

            แบคฮยอนพยักหน้าก่อนจะเอนพิงไปที่ไหล่กว้าง และก็ถูกแกล้งโดยเขาที่ใช้คางกดลงมาที่หัวของตัวเอง เขาเลยทำคืนโดยการดันหัวตัวเองขึ้น จนมันดังกึก...

 

เฮ้ ฉันยังไม่อยากใส่ฟันปลอม

 

ก็แกล้งผมก่อนป่ะครับแบคฮยอนถูกจ้องแวบหนึ่งก่อนที่ชานยอลจะยิ้มออกมา และคำพูดต่อมาจะทำให้เขาเสียเซลฟ์

 

สระผมบ้างล่ะเขาทำหน้าเหมือนผมแบคฮยอนเหม็นหนักหนา ... พึ่งจะสระมาเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

            บทการแสดงเราเริ่มแจกให้แต่ละคนเอาไปอ่านไว้ก่อนแล้ว หลังจากช่วยกันพรู๊ฟจนตาแฉะไปหลายวัน ช่วยกันปรับแก้อยู่ก็หลายจุด และนัดกันไว้ว่าช่วงอาทิตย์หน้าจะเริ่มซ้อมแล้ว เพราะแต่ละคนก็ต้องมีวิชาเรียนของตัวเองยิ่งจะหาเวลาตรงกันยาก

 

พี่ไคอยู่วิทยาเคมี

 

เหรอ เก่งจังสำหรับแบคฮยอนใครเรียนพวกสายวิทย์เขาก็มักจะชมไปหมดว่าเก่ง เพราะตัวเองไม่ถนัดวิชาเหล่านี้เอาเสียเลย

 

แล้วอยู่ๆบอกทำไมวะแบคฮยอนหันไปถามคยองซูที่มันเอาแต่เล่นโทรศัพท์

 

เขาฟอลไอจีมา

 

อ่อเมื่อวานพี่ไคมาขอไอจี กลายเป็นว่าสนิทกันไปเลย แบคฮยอนคิดว่าโชคดีอย่างน้อยก็ได้รู้จักรุ่นพี่ที่น่าจะให้คำปรึกษาได้

 

เขาสนใจมึงป่ะ

 

ไม่นิแบคฮยอนตอบทันควัน ก็ดูเฉยๆ

 

อืม

 

 

 

            คนอื่นดูออกหมด ยกเว้นมันนี่แหละ...

            

 

 

 

            กลับมาที่บ้านวันนี้แบคฮยอนกลับมาตอนสามทุ่ม เขาบอกคุณชานยอลว่ามีคุยงานต่ออีกนิดหน่อย ไฟที่ตัวบ้านเปิดเอาไว้เขาแง้มประตูเปิดไปเบาๆ เห็นอีกฝ่ายนั่งหันหลังอยู่ที่โซฟาหน้าทีวี บนโต๊ะด้านหน้ามีซองเอกสารวางอยู่บนนั้น ... มันคือใบทวงหนี้ต่างๆที่เราต้องจ่ายในทุกเดือน และสิ่งเหล่านี้แหละที่ทำให้เขาอยากช่วยคุณชานยอลบ้าง

 

 

            แบคฮยอนไม่ได้อยากเป็นคนสร้างภาระ

 

 

 

อ้าว มาแล้วเหรอ

 

ครับเขายิ้มเจื่อนๆมานั่งลงข้างๆ

 

เหนื่อยเหรอ ไปกินข้าวแล้วก็อาบน้ำนอนเลยแบคฮยอนส่ายหัวคุณกินข้าวแล้วเหรอครับ

 

ยัง... ที่จริงก็รอกินพร้อมนายนั่นแหละ

 

 

            คืนนั้นเป็นอีกคืนที่แบคฮยอนนอนไม่หลับ ภาระตอนนี้กลายเป็นว่าทุกอย่างไปตกอยู่ที่คุณชานยอลทั้งที่มันไม่ควรจะเป็นแบบนั้น เขาเริ่มคิดว่าจะกลับไปทำงานอีกครั้งแต่จะบอกคุณชานยอลอย่างไรดีนี่สิ

 

            

แม่เข้าใจผมใช่มั้ยครับ...

 

            แบคฮยอนลุกขึ้นมานั่งมองรูปของแม่บนหัวเตียง รูปผู้หญิงที่รักที่สุดในชีวิต 

 

ช่วยผมด้วยนะครับ

 

 

 

 

 

วันนี้เราจะซ้อมกันแล้วโดยเลือกซ้อมกันหลังเลิกเรียน วันเวลาผ่านไปเร็วมาก และเพราะพี่ไคเราเลยได้เข้ามาซ้อมในห้องชมรมดนตรีที่มีแอร์เย็นๆ บทที่ทุกคนได้ไปอ่านเริ่มเอามานั่งทวนกันก่อนจะเริ่มซ้อมจริงจังซึ่งผ่านไปกว่าครึ่ง ถึงจะมีติดขัดบ้างแต่ตัวแบคฮยอนคิดว่ามันสนุกกว่าที่คิด

                                                        

เราลองพักก่อนมั้ย มานั่งคุยกันว่าที่ลองซ้อมกันไปสิบนาทีที่แล้วมันมีตรงไหนที่ต้องแก้ไขบ้าง

 

ผมเล่นแข็งมั้ยครับแบคฮยอนที่ได้ออกค่อนข้างเยอะกำลังกังวลอีกรอบ โดยเฉพาะฉากที่ต้องเล่นกับผู้หญิงบทตอนนั้นตัวเองเป็นคนเสนอแต่ถึงเวลากลับเล่นเกร็งซะอย่างนั้น

 

ฉากจับมือเราแบคฮยอนจับได้เลย เอาจริงๆไม่ต้องแตะแบบเกรงใจหรอก จับได้เธอหัวเราะออกมาเพราะตามบทเธอเป็นคนที่ถูกจีบเพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าชอบผู้หญิงหรือเปล่า ทำนองว่ามีความรู้สึกแบบเพื่อนหรือรู้สึกดีเวลาได้ใกล้ชิดกัน

 

มันเขิน งี้แหละสวนคยองซูรับบทพ่อ ยังไม่ได้ออกเท่าไหร่เพราะมันจะออกช่วงแรกนิดหน่อย และท้ายๆคือจุดพีคของเรื่อง

 

โอเค จะพยายามเล่นให้เป็นธรรมชาติกว่าเดิม

 

เอาหน่า เราไม่ใช่กงยูนิหว่าจะได้เล่นเทพ ค่อยๆปรับไปทุกคนให้กำลังใจแบคฮยอนเพราะเขาคือตัวหลักของเรื่อง โดยเฉพาะพี่ไค ที่มีฉากที่ต้องปะทะอารมณ์กันนิดหน่อยตอนเริ่มเรื่อง พี่เขาโปรมาก...พึ่งรู้ว่าพี่แกเคยเล่นโฆษณามาก่อน

 

 

แต่แล้วก็มีข่าวร้ายคือห้องชมรมดนตรีจะถูกใช้ในงานสำคัญของมหาวิทยาลัย ทำให้เราใช้ห้องนั้นซ้อมต่อไม่ได้อีก ทุกคนเลยมองหาสถานที่ซ้อมใหม่จะออกไปซ้อมสถานที่ที่มันจะต้องเช่าแบคฮยอนคิดว่ามันสิ้นเปลืองเกินไป อีกอย่างเราก็พึ่งจะเริ่มคงต้องซ้อมต้องทวนกันอีกหลายหน

 

บ้านผมไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนัก ถ้าโอเคกัน ... ไปซ้อมที่บ้านผมก็ได้นะครับ

 

แบคฮยอนคิดว่าจะกลับไปคุยกับคุณชานยอล เพราะที่บ้านของเขามีสนามหญ้าหน้าบ้านมีพื้นที่ประมาณนึงที่พอจะใช้ซ้อมได้แถมยังร่มรื่น เขายื่นรูปให้คนอื่นๆดูมันมีพื้นที่อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ได้เห็นมันตั้งแต่เกิด และคิดไว้ว่าคุณชานยอลก็คงไม่ติดอะไร

 

พี่โอเคนะแบค คนอื่นว่าไง...ถ้าไม่ให้รบกวนมากไปก็เอาเป็นซักจันทร์ พุธ ศุกร์มั้ยอีกไม่กี่ครั้งก็คงจะเข้ากันแล้วแหละ แล้วค่อยมองหาที่อื่นกันต่อเอา

 

เออ ยังงี้ต้องขอที่บ้านก่อนป่ะ

 

เดี๋ยวเย็นนี้กูกลับไปคุย

 

 

 

            หลังเลิกเรียนวันนี้คุณชานยอลบอกจะแวะมารับเพราะเขากลับเร็ว หลังจากคุยกันเสร็จระหว่างที่แบคฮยอนกำลังแยกกับพวกเพื่อนๆ เขาก็เจอพี่ไคที่เดินแยกกับเพื่อนและเหมือนพี่เขากำลังจะเดินมาทางนี้ แบคฮยอนที่ไม่รู้จะทำยังไงเลยหยุดรอทัก

 

กลับบ้านยังไงเรา ปกติเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าป่ะเหมือนวันนั้นเห็น

 

ใช่ครับ แต่วันนี้มีคนมารับ ... แล้วพี่กลับไง

 

ขับรถมา อ่อ พ่อมารับเหรอกะว่าไม่งั้นจะชวนกลับด้วยกัน

 

อ่า ว..ไว้คราวหน้านะครับโหเสียดายเลยอดนั่งรถพี่ไคอ่ะเขาพูดติดตลกก่อนที่จะเห็นรถที่กำลังเคลื่อนมาจอดหน้าประตูใหญ่

 

ผมไปก่อนนะครับ จะคุยกับที่บ้านให้แล้วจะรีบบอกในกลุ่ม

 

อืม บาย

 

            ไม่รู้จะใช้คำแทนว่าอะไร คำว่าพ่อก็คงเป็นการอ้างแทนไปก่อน ไว้มีโอกาสก็คงจะได้แนะนำคุณชานยอลให้คนอื่นได้รู้จักบ้าง

 

            คนที่ยังไม่รู้จะแทนความสัมพันธ์นี้ว่าอย่างไร..

 

 

ไงเขาทักขึ้นเมื่อแบคฮยอนเข้ามานั่งในรถ

 

เรียนสนุกหรือเปล่า

 

ให้ตาย ผมเบื่ออาจารย์สถิติคนนี้แบคฮยอนถอนหายใจแรง เมื่ออาจารย์ที่เรียนด้วยชอบบ่น บ่นได้ทุกอย่างที่ขวางหน้า

 

เอาหน่า สีสัน...กินไรดี

 

แล้วแต่เลยครับ กินร้านข้างทางก็ได้นะ

 

งั้นวันนี้ ขอตามใจฉันแล้วกันนะ

 

 

และชานยอลเลือกร้านอาหารอิตาเลี่ยน จริงๆก็อยากเอาใจช่วยแบคฮยอนเลยเลือกสนับสนุนเจ้าเด็กอ้วนด้วยของกินดีๆ เพราะหน้าตาอันเหนื่อยหน่ายนั้น ปลอบใจหน่อยดีกว่า

 

เราสั่งพิซซ่ากันมาสองถาด มักกะโรนีอบชีส สปาเกตตี้... ของโปรดแบคฮยอนทั้งนั้น

 

...โอ้วคนตรงข้ามทำตาลุกวาวหลังจากทุกอย่างถูกนำมาเสิร์ฟ

 

อย่ารอช้าแบคฮยอนดีใจเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่อยากกินเพราะรู้ว่าเขานั้นดูแลสุขภาพ สายเฮลท์ตี้มันก็ลำบากตรงนี้ แต่โชคดีที่วันนี้เขาใจดีมากกกกก

 

จะกินไม่ให้เหลือเลยครับ!”

 

 

            นานๆทีที่เราจะออกมากินอะไรข้างนอกบ้านแบบนี้ ครอบครัวเราเป็นครอบครัวติดบ้าน บางทีไม่มีโอกาสสำคัญอะไรก็จะไม่เลือกออกมาอยู่ดี

 

 

ผมมีเรื่องจะขอครับ”            

 

อืม ว่ามาสิ

 

...เรื่องซ้อมละครเราติดปัญหาเรื่องสถานที่อ่ะครับ ผมเลยอยากขอใช้พื้นที่หน้าบ้านเราซ้อม

 

 

“…”

 

ช่วงนี้คงแค่จันทร์ พุธ ศุกร์ไปก่อนครับแบคฮยอนรีบพูดแสดงสีหน้าทั้งกังวลและอ้อนวอน เพราะอีกไม่นานเราก็ต้องแสดงแล้ว ไหนจะต้องทำงานของวิชาอื่นๆอีก วันที่เหลือก็ให้ไปเคลียร์งานอื่นๆเอา

 

ได้แต่ชานยอลก็มีความกังวลเช่นกัน ...เพื่อนจะแปลกใจมั้ยถ้าเจอฉัน เมื่อไหร่ที่ซ้อมเสร็จค่อยโทรบอกฉันแล้วกัน

 

              สิ่งที่คุณชานยอลพูดออกมาทำให้แบคฮยอนใจหวิว เขาเองก็คิดไม่ออกเหมือนกันมันดูเห็นแก่ตัว กับการที่ต้องเลือกให้เขาคิดทำแบบนั้น ความคิดตัวเองก็แย้งเขาอยู่ในใจ แบคฮยอนกำลังทำให้อีกคน...

 

ผมขอโทษ ที่ทำให้มันยุ่งยาก

 

ไม่หรอกชานยอลส่งยิ้มกลับไปให้ แค่นี้ไม่ได้ลำบากอะไรกับปาร์คชานยอลเลย

                   

สรุปว่าเอาตามนี้นะ มาซ้อมกันเลยเขาสรุปตัดบทให้เสร็จสรรพ

 

ฉันจะได้เตรียมทำอาหารรอไว้ตั้งแต่เช้า แล้วให้แบคฮยอนก็ค่อยเอามาอุ่นให้เพื่อน

 

ไม่ต้องหรอกครับ เดี๋ยวเราทานกันก่อนมาก็ได้ชานยอลส่ายหัวและยืนยันว่าหลังจากเราทานกันเสร็จจะแวะซุปเปอร์มาร์เก็ตหน้าซอยเลย

              

                   

            ปาร์คชานยอลเต็มที่มากในการเลือกวัตถุดิบ เขาคิดเมนูไว้มากมายอะไรที่เวลานำมาอุ่นแล้วจะยังน่าทาน เมนูง่ายๆที่เข้าถึงเด็กสมัยนี้ เราขนซื้อขนมปังฝรั่งเศส ขนมปังแถวไปพร้อมแยม มีนมจืด นมรสต่างๆอีกเยอะ เด็กๆที่ใช้พลังงานก็ต้องมีหิวกันบ้างเป็นธรรมดา

 

            ที่ทำไปก็เพื่อแบคฮยอน

 

 

            เป็นอีกครั้งที่แบคฮยอนมีเรื่องให้คิด เขายิ่งรู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวภาระทั้งที่คุณชานยอลอาจจะไม่คิดแบบนั้น เขาโตพอที่จะคิดได้แล้วว่าควรจะทำอย่างไรหลังจากนี้ แบคฮยอนคิดมาตลอดว่าเขาควรทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย แต่ก็ดับฝันเขาไปเพราะคุณชานยอลอยากให้โฟกัสแค่เรื่องเรียน เขาก็ไม่กล้าขัดอะไรจนมาในวันนี้ความคิดเหล่านั้นกลับมาอีกหน

 

 

            คนที่นอนพลิกไปพลิกมารีบคว้าโทรศัพท์ข้างหัวเตียงเมื่อนึกบางอย่างขึ้นได้..

 

 

 

บ้านพี่เปิดร้านไก่ทอด ไว้วันไหนว่างตรงกันจะพาไปกินนะ

 

 

            คำพูดของพี่ไคตอนนั้น....แบคฮยอนเข้าไปดูอินสตราแกรมที่เป็นช่องทางเดียวที่เขาจะติดต่อกับพี่ไคได้ ก่อนที่ตัวเองจะส่งข้อความไปทางไดเรกหลังจากเห็นสตอรี่ที่พี่ไคอัพรูปที่ร้าน

 

 

iambaekhyun_พี่ไคครับ

 

 

            เพียงไม่กี่วินาทีที่แจ้งเตือนขึ้นมาของคนอีกคน เขาคนนั้นก็รีบทิ้งทุกอย่างก่อนจะพิมพ์ตอบอย่างเร็ว

 

 

KAIISKAIน้องแบค

 

iambaekhyun_ คือ .. ผมมีเรื่องอยากจะถามพี่น่ะครับ ขอรบกวนหน่อยนะครับ

 

 

 

            เพราะเป็นเวลาที่เกือบจะห้าทุ่มแล้ว ถึงแม้พี่ไคจะยังไม่นอนก็เถอะเขาก็ต้องบอกออกไปตามมารยาท

 

 

 

KAIISKAIนานๆก็ได้ 

 

iambaekhyun_ ผมได้ยินตอนนั้นที่พี่พูดเรื่องร้านที่บ้าน ... ตอนนี้มีรับสมัครพนักงานพาร์ทไทม์มั้ยครับ

 

KAIISKAI พี่ขอโทรคุยได้หรือเปล่า

 

 

 

 

 

1:33:03

 

 

 

                 

 

 

 

 

                 เช้าอีกวันที่แบคฮยอนตื่นค่อนข้างสายและชานยอลออกไปทำงานแล้ว หลังจากจำตารางเรียนแบคฮยอนได้ว่ามีเรียนในช่วงสิบโมง เขาส่องกระจกที่มองเห็นความล้าจากดวงตาและใบหน้า เมื่อคืนก็ดันคุยนานจนดึก

 

                 เมนูวันนี้เป็นต้มอะไรซักอย่างที่แบคฮยอนไม่ทันได้ดูละเอียดเพราะมัวแต่ลีลาจวนจะสายแล้ว เขาตัดสินใจที่จะไม่กินข้าวเช้า รีบวิ่งออกไปขึ้นรถไฟฟ้าและในรถไฟฟ้าเขาก็เจอคยองซูมัน ก่อนจะเล่าสิ่งที่กังวลใจออกไปให้มันฟังเดินเล่ากันมาจนเกือบถึงตึกเรียน

 

คือเย็นนี้มึงจะไปทำงานเลยอ่ะเหรอ

 

...อืม

 

แล้วคนที่บ้านมึง ?

 

เขาไม่รู้ ไม่ได้บอก

 

 

            เขาตัดสินใจแล้วที่จะกลับมาทำงานพาร์ทไทม์ โดยที่ไม่ได้บอกคุณชานยอลเพราะถึงบอกแน่นอนว่าคำตอบก็คือไม่ เงินส่วนแรกที่ทำพาร์ทไทม์ก่อนเปิดเรียนเขาพยายามให้อีกฝ่ายเพื่อเอาไว้ใช้จ่ายค่าต่างๆภายในบ้าน ถึงจำนวนเงินมันจะไม่ได้มากมายก็ตาม ซึ่งคุณชานยอลไม่ยอมรับเอาไว้บอกแต่ให้เขาเก็บเอาไว้ และบ่อยครั้งที่เขามักจะเอามันมาซื้อกับข้าวให้ ซื้ออาหารไปฝากบ้าง แต่เขาก็จะจ่ายคืนมาทุกครั้ง

 

อ้าว หาโอกาสบอกไปดิเราอยากช่วยเขานิเป็นคยองซูคนเดียวที่แบคฮยอนกำลังเล่าทุกอย่างให้ฟัง ... เรื่องราวในชีวิตของเขา

 

            นั่นแหละ เดี๋ยวเขาจะหาโอกาสบอก แต่คงยังไม่ใช่เร็วๆนี้

 

 

            ในตอนบ่ายกว่าๆเรามาซ้อมกันต่ออีกประมาณสองชั่วโมง วันนี้ขาดสาวๆไปเพราะติดซ้อมหลีดของคณะพวกเธอ วันนี้เลยยังได้อะไรไม่มากเท่าไหร่ แบคฮยอนโทรไปบอกคุณชานยอลว่าวันนี้จะกลับดึกหน่อย

 

(ซ้อมเหรอ)

 

...ครับ

 

(โอเค ถ้ากลับไม่ไหวก็โทรมาบอก จะไปรับ)

 

ได้ครับ

 

            เขากดวางสายพร้อมภายในที่โล่งอก รถยนต์ของพี่ไคมาจอดเทียบด้านข้าง เขายิ้มมาให้ก่อนที่แบคฮยอนจะก้าวขึ้นไป 

 

เหนื่อยมั้ยล่ะ เรียน-ซ้อมเสร็จไปทำงานต่อเลย

 

ยังไหวครับเขาตอบออกไปอย่างซื่อตรง เพราะรู้ว่าไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ เหนื่อยของเขาแค่นี้อาจจะยังไม่ได้ครึ่งของแม่หรือของคุณชานยอลเลยก็ได้

 

พูดแล้วพี่ล่ะอายเลย พ่อแม่เราคงภูมิใจมากใช่มั้ย ส่วนแม่พี่บ่นทุกวันแบคฮยอนหัวเราะน้อยๆออกมา เขามองท่าทางที่คล่องแคล่วของรุ่นพี่ พี่ไคมีเสน่ห์มากๆแบบที่คนอื่นๆเขาพูดกัน นิสัยก็ดี หน้าตาก็ดี ไม่แปลกใจเลย

 

ผมคิดไว้เสมอครับว่าชีวิตไม่มีอะไรแน่นอนเลย พอลองไม่มีแล้วเราจะรู้ครับ

 

            หลังจากคืนนั้นที่เราได้คุยกัน พี่ไคก็บอกว่าที่ร้านมีคนมาทำพาร์ทไทม์เยอะอยู่แต่จะก็ช่วยเต็มที่ ทั้งบอกจะคุยกับที่บ้านให้ แบคฮยอนเกรงใจมากเขาบอกไปว่าไม่ได้ซีเรียสถ้าจะไม่ได้ทำ แต่สุดท้ายพี่เขาก็แคปข้อความที่เหมือนคุยกับแม่มาให้ บอกให้วันนี้มาเริ่มงานได้เลย

 

            แบคฮยอนรู้สึกขอบคุณพี่ไคอย่างมาก

 

ภายในรถเงียบกระทั่งเคลื่อนตัวมาถึงร้านไก่ทอดที่กำลังคึกคัก ตลอดทางไคกำลังคิดมาตลลอดหลังจากประโยคนั้น แบคฮยอนดูเป็นเด็กสดใส แต่ภายในจริงๆไม่รู้เลยว่าแบคฮยอนกำลังคิดอะไรและเก็บอะไรเอาไว้บ้าง

 

เอาล่ะ ถึงแล้วเดี๋ยวไปเจอแม่พี่ก่อน” ก่อนที่จะลงจากรถไป แบคฮยอนเรียกไคเอาไว้

 

ผมขอบคุณพี่มากๆนะครับไคยิ้มออกมา .. 

 

 

 

เขาเต็มใจที่จะได้อยู่ใกล้ แบคฮยอน

 

 

 

อื้ม

 

 

 

แม่ของไคเป็นเจ้าของร้านไก่ทอดนี้ที่มีทั้งแบบเดลิเวอรี่และนั่งทานที่ร้าน พนักงานค่อนข้างเยอะพอๆกับลูกค้าที่เข้าออกตลอดโดยเฉพาะช่วงเย็น ส่วนพ่อของไคเป็นนักธุรกิจโดยพวกเขาจะพักอยู่อีกทีนึง

 

หลังจากได้มาทำความรู้จักแม่ของพี่ไค แบคฮยอนก็ได้เริ่มต้นด้วยการเป็นพนักงานเสิร์ฟก่อน เขาเรียนรู้เมนูไก่ต่างๆที่จำได้ไม่ยากเพราะมีเพียงไม่กี่เมนู คนส่วนใหญ่ก็จะสั่งแต่เมนูที่เป็น signature ไก่ทอดซอสพิเศษของทางร้าน บวกกับโค้กและเบียร์ที่มีให้เลือกอีกมากมาย 

 

แบคฮยอนสังเกตว่าคนจะเยอะในช่วงสองถึงสามทุ่ม และคนส่วนใหญ่ที่มากินก็คือเด็กนักเรียนเมนูขายดีก็เลยเป็นไก่ทอดกับโค้ก เขาทำงานเพลินจนรู้อีกทีพี่ไคก็มาบอก ถือว่าการทำงานแบบพาร์ทไทม์ในร้านไก่ทอดในวันแรกของแบคฮยอนก็ผ่านได้ด้วยดี ด้วยความช่วยเหลือของพี่ไค

 

 

ให้ไปส่งเปล่า

 

แค่นี้ก็เกรงใจจะแย่แล้วครับพี่ ขอบคุณมากนะครับ

 

งั้น...กลับดีๆ ถึงแล้วบอกพี่ด้วยนะ

 

            แบคฮยอนยิ้มให้ก่อนจะเดินออกมาจากตรงนั้น หันไปก็ยังเห็นพี่เขายืนยิ้มอยู่ก่อนที่เขาจะโบกมือกลับไปให้อีกครั้ง

 

 

                                      

เขาเดินกลับมาพร้อมถุงใส่ไก่หลายชิ้นเลย แม่ของพี่ไคเธอใจดีมากที่แบ่งไก่ให้เขามากมายแถมมันอร่อยสุดๆ ตอนที่ได้ลองชิม กลายเป็นว่าวันนี้เขาเลยยังทำงานได้ไม่เยอะมาก ได้รับเงินและไก่เอามาทานอีกและเขาจะเอากลับไปอุ่นให้คุณชานยอลกินวันพรุ่งนี้ ถ้าเกิดเขายังไม่นอน...

 

จริงๆด้วย ไฟหน้าบ้านยังคงเปิดสว่างจ้า

 

 

            เขาค่อยๆก้าวเข้าไป ก่อนจะยิ้มให้คนที่นั่งดูข่าวอยู่

 

ไง เหนื่อยหรือเปล่า

 

...ไม่ครับ ผมซื้อไก่มาฝาก

 

หอมจัง กินเลยมั้ยแบคฮยอนรีบเอาไปเทใส่จานก่อนจะมานั่งกับเขา เรากินกันอยู่หน้าโทรทัศน์ที่กำลังเปลี่ยนเป็นรายการตลก 

 

จะซ้อมและกลับดึกอีกกี่วัน ให้ฉันไปรับดีมั้ย

 

ม..ไม่เป็นไรครับ คงอีก... สองอาทิตย์

 

อืมเขาหยิบไก่ทอดขึ้นมากัดพร้อมกับกินน้ำโค้ก รสชาติคงจะถูกปากเขามากอยู่

                                                                 

อร่อยนี่ ซื้อร้านไหนล่ะ

 

แถวๆสถานีอึลจิโรครับ

 

ทำไมทำหน้าแบบนั้น กินเยอะๆสีหน้าเราดูเหนื่อยๆนะ

 

            ไก่ประมาณหกชิ้นเราสองคนกินกันหมด แบคฮยอนก็หิวและเขาเองก็คงรอกินพร้อมกัน หวังว่าต่อไปเขาจะไม่รอกินนะเพราะยังไงแบคฮยอนก็ยังคิดจะทำงานต่อไป ค่าเทอมในเทอมหน้าเขาตั้งใจจะเป็นคนจ่ายเองจะรบกวนเขาให้ได้น้อยที่สุด

 

 

นอนไม่หลับอีกแล้ว เขาโกหก ... กำลังโกหกเขา ยิ่งเขาแสดงความเป็นห่วงความรู้สึกผิดก็แล่นขึ้นมาจนจุกไปหมด แต่ถ้าไม่ทำ แบคฮยอนก็ไม่รู้จะทำยังไงที่จะช่วยคุณชานยอลได้บ้าง 

 

แต่เขาจะทำแบบนี้ได้นานแค่ไหน

 

เมื่อไหร่ที่เขารู้ เขาจะโกรธมากมั้ยนะ

 

 

 

            หลังจากให้เวลากับการซ้อมในวันเสาร์ไปเกือบทั้งวันที่ห้องซ้อมดนตรีที่ขอไว้ได้ ก่อนที่ทางมหาวิทยาลัยจะไม่ให้ใช้ เราทุกคนกลับมาก็สลบ แบคฮยอนแทบไมได้คุยกับชานยอลที่นั่งอยู่ที่หน้าโทรทัศน์เหมือนเดิม และอีกฝ่ายก็เข้าใจ เอ่ยปากให้ไปนอนอยู่หลายหน

 

 

 

            รุ่งเช้าตรู่ที่แม้แต่แสงอาทิตย์จะยังไม่มี ปาร์คชานยอลกลับตื่นเช้าทำอาหารเตรียมไว้สำหรับมื้อเช้าให้เจ้าเด็กแสบ ก่อนจะผละออกไปทำอาชีพเป็นคนสวนชั่วคราว ... วันนี้เขาจะปลูกและตัดดอกกุหลาบ ดอกไม้โปรดของฮวานา

 

            เมื่อท้องฟ้าเริ่มสว่างขึ้น ชานยอลก็เตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างออกไปภายนอกบ้าน มองกลุ่มดอกกุหลาบบางส่วนที่พอจะตัดได้แล้ว ก่อนจะเริ่มจัดการหาที่เก็บกระถางกุหลาบที่รอตัดแต่พื้นที่ตอนนี้แทบจะไม่มีวางแล้ว ชานยอลเลยคิดที่จะสร้างมันขึ้นมา 

 

            และนักรบก็ย่อมมีบาดแผล

            

            

 

ปลูกแต่เช้าเลยนะครับคนที่กำลังยกกระถางต้นไม้หันกลับมาเพราะได้ยินเสียงงัวเงียมาจากทางด้านหลัง

 

อ้าว ตื่นมาทำไมชานยอลหันไปมองเด็กแสบที่ตายังดูจะลืมไม่ขึ้นด้วยซ้ำ ผมเผ้าชี้โด่เด่ไปมา

 

ผมนอนต่อไม่หลับ เดี๋ยวขอไปแปรงฟันแล้วจะรีบมาช่วยนะครับ

 

และคนที่กำลังจะเอ่ยปากบอกว่าไม่ต้องก็ได้ พอหันกลับไปก็ไม่ทันเสียแล้ว เด็กหนุ่มก็แบบนี้ทำอะไรว่องไวไปหมด ต่างจากตัวเองที่เริ่มทำอะไรช้าลงจนสังเกตได้

 

ชานยอลค่อยๆยกกระถางต้นไม้มาเรียงกันเพื่อจะนำเมล็ดของกุหลาบที่เอาไปทำตามขั้นตอนมากมายมาโรยเพื่อเตรียมปลูก การกระทำทุกการเคลื่อนไหวมีแต่รอยยิ้ม มีเพลงที่ถูกเปิดจากโทรศัพท์คลอไปพลางๆ กับท้องฟ้าที่เริ่มสว่างขึ้น

 

มาแล้วครับ ... ผมช่วย

 

ได้ เอาลงกระถางเลยชานยอลพูดตอนที่กำลังพรวนดิน

 

ใส่เสื้อสีขาวเสียงนั้นไปในทางดุ

 

จริงด้วย ผมลืม แต่ไม่เป็นไรหรอกครับ

 

ดื้อเหรอ

 

ผมเปล่า แต่จะไม่ให้เลอะนะครับ

 

 

            แบคฮยอนมองไปรอบๆดูถ้าแล้วคงจะมีแค่กุหลาบ

มีแต่กุหลาบเหรอครับรอบนี้

 

ใช่ รอบนี้ซื้อมาเยอะน่ะ

 

ดีจังครับ ถ้านับไปก็คงทันวันครบรอบ

 

อืม

 

 

….วันครบรอบที่แม่จากไป 

 

 

 

ฮวานาเป็นผู้หญิงที่รักธรรมชาติ เธอชอบปลูกต้นไม้ ปลูกดอกไม้ ปลูกผักออร์แกนิก รอบบ้านของเราจะมีแปลงปลูกผักเล็กๆ ปัจจุบันก็ยังคงมีอยู่โดยคุณชานยอลเป็นคนดูแลต่อ ส่วนหน้าบ้านก็จะปลูกพวกดอกไม้ที่มีสีสันสวยงาม ประดับประดาหน้าบ้านให้น่ามอง มีพืชไม้เรื้อย จนตอนนี้ที่บ้านมีดอกไม้ ต้นไม้เต็มไปหมด 

 

ผมพึ่งเห็นชั้นตรงนั้น พึ่งทำหรือครับ

 

ใช่

 

สวยมาก ผมชอบที่คุณเอาใบมาวางรกๆแบบนั้น

 

ยังไม่ได้เก็บต่างหากชานยอลซ่อนความเจ็บจากบาดแผลที่ตนได้รับเอาไว้ เมื่อมันไปกระทบกับไม้

 

เอ่าเหรอครับ ฮา แต่สวยดีนะ

 

ปลูกเสร็จค่อยช่วยกันยกขึ้นมา คงจะหลายกระถางอยู่

 

ผมพร้อมมาก

 

แบคฮยอนหันมายิ้มให้คนที่ยืนอยู่ด้านหลัง ผมเผ้าที่แทบจะปิดตาทำให้ชานยอลรู้สึกรำคาญแทน แต่เขาก็ยังไม่ได้พูดอะไร มองความมุ่งมั่นที่แบคฮยอนกำลังยกกระถางขนาดใหญ่กับแขนที่มีอยู่นิดเดียว

 

ไม่ไหวก็วางเถอะ

 

ดูถูกอ่ะครับ

 

หรือไม่จริง

 

... โอเค ผมยกไม่ขึ้นเขาปล่อยมันวางไว้ทันที ตอนนี้เหงื่อเริ่มออกเยอะขึ้นยังไม่ได้ทำอะไรเท่าไหร่เลยเสื้อข้างหลังก็รู้สึกเปียกแฉะไปหมด

 

 

และการปลูกกุหลาบของเรายังดำเนินต่อ เมื่อระยะเวลาผ่านไปดอกกุหลาบหลายสิบนี้เติบโตขึ้น ดอกสวยๆจะถูกตัดนำไปให้ฮวานา พวกเขาทำแบบนี้กันมาตลอด...ครั้นตอนฮวานายังอยู่เธอก็มักจะปลูกกุหลาบเอาไปให้พ่อกับแม่ของตัวเอง ณ หลุมฝังบนเนินเขาเหมือนกัน

 

เดี๋ยวเราจะตัดตรงกลุ่มนั้นแล้วเอามาเลือกกันเพราะช่วงบ่ายพวกเขาจะนำมันไปให้เธอ 

 

งั้นผมไปหยิบกรรไกรมาก่อนนะครับ

 

เอาสิ ลองตัดเลยก็ได้นะ เอาดอกที่ยังไม่บานมาก

 

แบคฮยอนวิ่งไปหยิบกรรไกรมาก่อนจะไปนั่งมองดอกกุหลาบที่กำลังบานได้ที่ เขารู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นคนชอบดอกไม้ไปด้วยเลยก็คงเพราะคนรอบข้างอย่างแม่และคุณชานยอลนี่แหละ

 

แอบมองไปทางคุณชานยอลที่ดูคล่องแคล่ว เหงื่อเขาออกเยอะมาก พลันนึกหวนกลับไปตอนอยู่ม.5 ภาพที่แม่ของตัวเองกับคุณชานยอล ยืนรถน้ำอยู่ที่แปลงผัก เขาใช้สายยางฉีดน้ำใส่แม่ของเขา ตอนนั้นเธอตกใจปล่อยกระถางต้นไม้ล่วงกับพื้นจนเหล่าดอกกุหลาบแทบพังไม่เป็นท่า

 

แปลกที่แม่ไม่โกรธ ซ้ำพวกเขายังหัวเราะกัน แกล้งกัน...

 

วันนั้นกระโปรงยาวสีขาวลายดอกเดซี่ของแม่เลอะ เธอก็ยังไม่ว่าอะไรซักคำ พวกเขามีแค่เสียงหัวเราะให้กัน ... ตอนนั้นแบคฮยอนไม่รู้เลยว่าพวกเขาต้องรักกันขนาดไหน

 

แล้วลึกๆแล้วตอนนี้คุณชานยอลจะยังปวดใจอยู่มากน้อยแค่ไหน

 

 

โอย!

 

เพียงเสี้ยววินาทีที่มือของแบคฮยอนกลับถูกบีบอย่างแรง

 

เจ็บมั้ย ทนหน่อยบีบให้เลือดออกก่อนไม่งั้นบาดทะยักจะเล่นงานแบคฮยอนมองไปที่กรรไกรที่ไม่ได้ใหม่เท่าไหร่ พร้อมใบหน้าเหยเกและมันเจ็บ เลือดก็ถูกบีบออกมาค่อนข้างเยอะ

 

ทีหลังระวังหน่อยสิชานยอลบ่นออกมาตอนที่นั่งอยู่ข้างล่างทำแผลให้เขา มือคุณชานยอลแสนเบาบาง ดูตรงข้ามกับตัวตนภายนอกของเขา

 

แบคฮยอนก้มลงไปมองใบหน้าตึงเครียด ดูคิ้วนั้นที่แทบจะขมวดเข้าหากันสิ เขาซีเรียสมากเลย และรู้สึกว่าตอนนี้กำลังโดนดุอยู่นะ

 

มองแล้วยิ้มอะไรเขาสะดุ้ง มองเพลินเลย

 

ด่าฉันอยู่เหรอ

 

“ ใครจะกล้าครับ :-(

 

อื้ม เสร็จแล้วล่ะ

 

แบคฮยอนลืมเจ็บไปเลย

 

 

ระวังหน่อยสิทีหลัง อย่าให้เจ็บตัวอีกเขายืนเต็มความสูงในตอนแรก ก่อนจะก้มลงมาและเอามือทาบลงบนหัวของคนที่นั่งอยู่

 

อบอุ่นชะมัด

 

แต่เขากลับสังเกตมือขวาของเขา เลือดที่ซึมจนบางส่วนมันแห้งเลย

 

คุณก็มีแผลเขาหยุดก่อนจะยกมือนั้นขึ้นมาดู เดี๋ยวจัดการตรงนี้เสร็จจะไปนั่งทำ

 

แบคฮยอนรีบเดินเข้าไปหา ใบหน้าไม่ต่างอะไรจากเขาตอนแรกเลย

 

ได้ยังไงครับ คุณบอกให้ผมรีบทำแผลเพราะกลัวบาดทะยักไหนจะเชื้อโรค ดูนี่สิครับ เลอะขี้ดินไปหมดแล้ว

 

...

 

ผมทำให้ไม่มีท่าทีเล่นๆ แบคฮยอนกำลังจริงจังบอกให้เขาระวัง แต่ตัวเองทำไมไม่ดูแลตัวเองเลย ถ้าเกิดมันเป็นอะไรมากกว่านี้เขาจะทำยังไง

 

พลันคิดไร้สาระน้ำตาก็พากันมาคลอ จนตัวเองยังไม่อยากยอมรับ

 

ฉันไม่ได้เป็นไรมากแบคฮยอน ขอโทษนะ

 

ชานยอลรู้สึกผิดกับความเป็นห่วงนั้นที่ได้รับ เพราะไม่รู้ทำไมแบคฮยอนถึงได้แสดงท่าทีแบบนี้ บาดแผลที่ได้มาก็เพราะความไม่ระวังของตัวเอง มันมีเลือดออกตามรอยแผลเขาล้างน้ำสะอาดแล้วแต่ก็ยังคงไม่ได้เข้าไปทำแผลจริงๆ เพราะคิดว่าอาจจะได้รอยแผลมาอีก ก็ไม่ระวังจริงๆนั่นแหละ

 

ขอโทษมือข้างที่ไม่ได้เปื้อนเลื่อนไปโอบแก้มเอาไว้

 

แบคฮยอนรู้สึกความกลัว อยู่ๆก็กลับมากลัวการสูญเสียอีกหน ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ยังไงตนก็คงไม่อาจทำใจได้

 

โตแล้ว แต่ยังไม่เข้มแข็งเลย

 

แผลห่างไกลหัวใจเยอะ ฉันเป็นลุงที่แข็งแรงหน่า

 

...

 

ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น เข้าใจมั้ย

 

            ก่อนที่กลุ่มผมที่ตกลงมาปิดบังใบหน้าจะถูกจับขึ้นไป มันถูกจับมัดด้วยยางแถวๆนั้น และการกระทำอันแสนเบาบางกลับเริ่มสร้างความรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมา

 

 




 

 

 

TBC

 

#smileandgoCB

 

 

 

 

            

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 322 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,042 ความคิดเห็น

  1. #1934 Alial_ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 17:01
    มันแบบอบอุ่นมาก เข้าใจน้องนะที่อยากช่วยอะ
    #1,934
    0
  2. #1911 เบค่อนแบร่ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 00:27
    อบอุ่นมากๆ อยากรู้เลยว่าจะพัฒนาได้ยังไง
    #1,911
    0
  3. #1592 AingByun96 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 09:11
    ทำไมรู้สึกหน่วงๆ ฮื่ออ แต่ก็ขอให้แฮปปี้น้าาา
    #1,592
    0
  4. #1591 SlowdownFallingone (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 01:40
    คือแบบ มันไปเรื่อยๆ มีวี่แววการพัฒนาคสพให้เห็นแล้วจากที่ตอนแรกนี่ยังรสว่าสองคนยังอยู่กันด้วยครสบริสุทธิ์อยุ่เลย รอเลยค่ะะะ
    #1,591
    0
  5. #1590 mmeieiss (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 23:54
    แอบหน่วงแต่ก็น่ารักจริงๆ ต่อเร็วๆนะคะะะ
    #1,590
    0
  6. #1589 jayyyyyyyyyyyyyyyyyyyy (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 22:48
    แงงงง รอเลยนะคะะะะะ คุนชานยอลแสนจาอบอุ่นเรยㅠㅡㅠ
    #1,589
    0
  7. #1588 MindCB (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 15:24
    รีบบอกเถอะนะแบคฮยอน
    #1,588
    0
  8. #1587 merryxcy (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 11:00
    จะพัฒนาความสัมพันธ์ไปยังไงนะ;-;
    #1,587
    0
  9. #1585 ByunMe__ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 00:39
    น่ารัก อบอุ่นมดต่ก็หน่วงเบาๆ แบ รอตอนต่อไปนะคะ
    #1,585
    0
  10. #1584 BoomZiiz (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 00:28
    อบอุ่นปนหน่วงๆยังไงไม่รู้ค่า ฮือออออ
    #1,584
    0
  11. #1583 julyr5 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 00:15
    แบคฮยอนน่าจะบอกเค้านะ
    #1,583
    0
  12. #1582 hqhq (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 23:58
    ภาษาดีเหมือนเดิมเลย คิดถึงเสมอนะคะ made my day มากๆเลย 💖💖
    #1,582
    0
  13. #1581 hqhq (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 23:57
    อบอุ่นแบบหน่วงๆจังเลยค่ะ มันดีมาก แต่ก็หวิวใจจังเลย กลัวทะเลาะกัน ;—;
    #1,581
    0
  14. #1580 iamkool (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 23:54
    เรื่องนี้อบอุ่นแบบหน่วงๆใจจังเลย ฮื่อออ
    #1,580
    0
  15. #1579 rainmin.kj (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 21:58
    ตอนหน้าต้องมีทะเลาะกันแน่เลย ดูปวงใจแปลกๆ
    #1,579
    0
  16. #993 savesub (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 00:39
    อบอุ่นแบบเหงาๆยังไงไม่รู้ สู้ๆค่าาไรท์
    #993
    0
  17. #992 chanbai (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 17:08
    ขออย่าดราม่าเลย แง 😭
    #992
    0
  18. #991 Yada Mhs (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 07:18
    รอน้าาาาา
    #991
    0
  19. #990 CHANBAEK 4ever (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 21:11
    เรียกแอ๊ดดี้ที่ไม่ได้แปลว่าพ่อได้มั้ยอะ55555
    #990
    0
  20. #988 Thunchanok Amartmontree (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 21:51
    ขอเรียกพ่อจ้าาา อนาคตเรียกแฟน
    #988
    0
  21. #987 GK_Fusashi (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 21:14
    น้งอย่าใจร้ายกับแด๊ดดี้นะ ไม่ดราม่านะ;-;
    #987
    0
  22. #986 rosebbh04 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 21:11
    เอ้า น้องขอเรียกว่าพ่อละ ต่อไปคงจะได้เรียกแด๊ดดี้ 55555555
    #986
    0
  23. #985 mmeieiss (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 19:12
    ดราม่าหรือแซ่บคะะะะะะ
    #985
    0
  24. #984 greedychild (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 19:06

    อาวแร้ว จะรักกันยังไงล่ะทีนี้

    #984
    0
  25. #983 merryxcy (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 18:01
    T______Tรอค่ะ
    #983
    0