smile breathe and go slowly - (chanbaek)

ตอนที่ 22 : love love loss ...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,268
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 527 ครั้ง
    9 พ.ย. 61



love love l

o

s

s

….

 

 

 

อยากบอกให้ฟังกับสิ่งที่เกิดขึ้นในใจทุกวัน~

 

 

อันนี้กูว่าใส่เป็นคำภาษาอังกฤษเพิ่มไปก็ดีนะแบบ…”

 

“...”

 

อยากบอกให้ฟังกับสิ่งที่เกิดขึ้นในใจทุกวัน love love ya ~

 

บีทที่เปิดคลอกับแผ่นกระดาษที่จดเนื้อเพลงที่วางกองข้างกันหน้าโน้ตบุ๊ค กับเจ้าของที่ไม่อยู่ตรงนั้น คนที่ยืนพิงอยู่ข้างๆโต๊ะทำเพลงของแฟนหนุ่มแร็ปเปอร์ของตัวเองและเขาที่ถนัดร้องเพลงเลยอาสาช่วยร้องไกด์ให้แบบทุกๆครั้ง

 

ทำอะไร

 

ก็ดูเนื้อเพลง ดีว่ะบีทดีกูชอ

 

ไม่ต้องยุ่งได้มั้ย

 

ปาร์คชานยอลถือกระป๋องเบียร์ก่อนจะเดินขยี้ผมออกมาจากครัวด้วยความหัวเสีย หงุดหงิดกับเพลงที่จะส่งเข้าประกวดเวทีแร็ปในอีกไม่กี่เดือน แต่กำหนดส่งเพลง ส่งบีทอีกนั้นอีกสองอาทิตย์และมันยังไม่ถูกใจตัวเองซักที

 

จะเข้ามาก็ไม่บอกก่อน กูต้องใช้สมาธิ

 

            ทุกครั้งเขาสามารถเข้าออกห้องนี้ได้สบาย ไม่ต้องบอกก่อนก็มาได้ ไม่ต้องขออะไรทั้งนั้น เพราะเราเป็นแฟนกัน และทุกๆอย่างเขาเต็มใจ ทุกๆอย่างที่เขาจะทำให้ชานยอลประสบความสำเร็จกับการประกวดครั้งนี้

 

แต่วันนี้...ไม่สิหลายครั้งแล้วกับการผลักไสและทำท่าทางรำคาญกันเต็มทน

 

            เหมือนหมดรัก... เขาคิดไว้แบบนั้น

 

 

แค่นี้ก็บอกว่ากูมายุ่งงั้นเหรอ

 

เออ!

 

“...”

 

ออกไป ไป

 

อีกแล้วกับคำพูดจาที่ดูเหมือนรำคาญกันมากหนักหนา หลายครั้งกับสีหน้าหงุดหงิดที่แสดงออกใส่กัน อีกแล้วกับการตะคอกใส่ที่ไม่มีใครชอบทั้งนั้น

 

ถามจริงๆนะชานยอล...แบคฮยอนพูดออกไปด้วยเสียงเบาบาง เพราะไม่อยากให้เสียงสั่นจากความรู้สึกน้อยใจข้างในที่กำลังจะแปรเปลี่ยนเป็นหยดน้ำตา

 

กูยุ่งกับชีวิตมึงมากนักหรือไง

 

อย่ามางี่เง่าร่างเล็กนั้นเดินอ้อมมาประจันหน้าก่อนที่แววตานั้นจะจริงจังขึ้นมา เมื่อคำว่างี่เง่าหลุดออกมาจากปากคนที่ตัวเองรัก

 

ใครกันแน่! เคยถามตัวเองมั้ย กูยุ่งอะไรกับมึงไม่ได้ซักอย่าง

 

“...”

 

แล้วกูยุ่งอะไรที่เกี่ยวกับมึงได้บ้าง ถามหน่อย

 

“…”

 

หรือไม่ได้เลย

 

 

ตกลงกูเป็นแฟนมึงหรือมึงมีกูไว้ทำเหี้ยไรวะ! แบคฮยอนผลักอกแฟนหนุ่มของตนเองจนเซลงไปนั่งกับเก้าอี้ ด้วยความโมโห มือขวาของชานยอลชนเข้ากับเปียโนจนมันเกิดเสียงดัง

 

แบคฮยอน!”

 

ถ้ากูงี่เง่า เสือกเรื่องของมึงมากนัก...

 

“...”

 

ก็เลิกกันให้จบๆดีกว่ามั้ย

 

ใจชาเหมือนถูกหินทับทั้งคู่ ความรักของเราตอนนี้มันเหมือนมะเร็งระยะสุดท้าย ไม่รักษาต่อก็ต้องปล่อยให้ตาย

 

เขาเหนื่อย เหนื่อยเหลือเกิน

 

ถ้ามึงต้องการแบบนั้น ก็เลิกกันเลย

 

“…”

 

แล้วก็ออกไปซักที

 

 

            ประตูปิดลงด้วยเสียงที่ดัง แต่มันกลับไร้เสียงเข้ามาในโสตหู เขาเชื่อว่าคนเราเวลาจะทำอะไร จะล้มเหลวหรือผิดพลั้งถ้าเป็นครั้งแรกเรายังคงอาจจะอดทนกับมันได้ คนเราต้องนับสาม และนี่เป็นครั้งที่สามที่เขาอดทน อดทนมาตลอดเพียงเพราะรัก

 

ตอนนี้รู้แล้วว่ามะเร็งก้อนนี้....

 

แบคฮยอนขอตัดทิ้ง

 

 

 

 

 

 

 

B. story

 

ผมก้าวออกมาแล้ว และแน่นอนว่าไม่คิดจะหันหลังกลับไปอีก สิ่งแรกที่ผมเจอตอนลืมตาขึ้นมาคือสภาพของใบหน้าและดวงตาที่บวมแดง ผมคิดว่ามันจะเป็นแค่วันนี้หลังจากนี้มันจะไม่เกิดขึ้นอีก

 

 จากนั้นผมทำทุกอย่างในห้องที่แทบไม่เคยได้ทำความสะอาดเพราะไม่เคยจะกลับมาอยู่ เก็บกวาดเช็ดถูทุกสิ่งอันนั้น

 

รูปถ่ายโพลารอยด์หลายใบร่วงลงมาจากประตูตู้เสื้อผ้าที่เอาไปแปะไว้ยามคิดถึง รูปคู่ของผมกับชานยอลที่ถ่ายเมื่อสองปีก่อนตอนเราเริ่มคบกัน ผมก้มลงไปเก็บมันขึ้นมาก่อนจะโยนมันลงถังขยะอย่างไม่สนว่ามันจะอยู่ในสภาพที่ลงถังขยะหรือไปตกอยู่ที่ไหน

 

ไม่นานห้องก็สะอาดเอี่ยม ในตู้เสื้อผ้าก็มีชุดอยู่ไม่กี่ชุดเพราะดันขนไปเกือบหมดโดยไม่ได้คิดเผื่อไว้ด้วยซ้ำว่าวันนี้จะมาถึง แต่ไม่เป็นไรถ้ายังทำงานได้อะไรที่ไม่จำเป็นแล้วก็ไม่ต้องไปนึกเสียดายมัน

 

ผมทำงานที่คลับตอนกลางคืน และไม่ได้เรียนหลังจากที่จบม.ปลาย ทำงานที่คลับได้ร้องเพลงบ้างไม่ได้ร้องบ้างก็อยู่ที่ผู้จัดการร้าน ส่วนใหญ่จะเป็นคนดูแลร้านมากกว่าทั้งเรื่องความสะอาด คิวนักดนตรี ยันเก็บทำความสะอาด และจะได้ขึ้นไปร้องเพลงก็ตอนที่ไม่ได้คิววงดังๆมาเล่น มันเป็นโชคดีอีกอย่างที่เราไม่ได้ทำงานอยู่ที่เดียวกัน อีกฝ่ายแต่งเพลงส่งค่ายเพลงเลยได้อยู่ในห้องและที่ส่วนตัวตรงนั้นตรงที่เขาไปยุ่งไม่ได้

 

มาเร็วจังวะแบคฮยอน

 

ไม่มีอะไรทำอ่ะพี่ พี่ยงมินทักขึ้นตอนเห็นเขาเดินเข้าร้านพอๆกับที่พี่แกพึ่งมาเหมือนกัน

 

งั้นวันนี้ร้องซักเพลงสิก่อนวงขึ้น เขาไม่มีอารมณ์อยากจะร้องเพลงเลย แต่เพื่อเงินก็ต้องทำ

 

โอเคครับ

 

คลับเปิดตอนสองทุ่ม พอเริ่มเปิดก็มีลูกค้าเข้ามาเบาบางและโชว์เปิดที่ผมจะขึ้นร้องจะเริ่มตอนสามทุ่ม หลังจากนั้นถึงจะมีวงมาเล่นต่อ นั่นก็คือวงที่รู้จักดีกับนักร้องนำของวงที่ไม่ได้เจอมานานเหมือนกัน

 

เพลงที่เลือกร้องตอนนั้นผมร้องเพลง just give me a reason ของ P!NK เพลงนี้ปล่อยมานานแล้ว แต่ผมพึ่งกลับมาชอบฟังเมื่ออาทิตย์หลังๆมานี้

 

Just give me a reason,

Just a little bit's enough

Just a second, we're not broken

Just bent we can learn to LOVE again

 

ผมแค่ร้องไปแบบนั้นเพราะไม่ได้เตรียมเพลงอะไรไว้ มันไม่ได้มีความหวังอะไรแอบแฝง ผมไม่ได้คิดถึง เพราะผมแค่ชอบเพลงนี้...

 

Oh, it's in the stars,

It's been written in the scars on our hearts

We're NOT broken

Just bent we can learn to love again.

 

 

 

และที่นี่ก็ยังทำให้ผมได้พบกับใครอีกคน

 

ผมยืนมองการแสดงของวงดนตรี closer วงดนตรีร็อคที่นักร้องนำเคยรู้จักกัน ซึงยุน

 

closer เป็นวงร็อคแต่นักร้องนำอย่างซึงยุนร้องได้ทุกแนว มันเก่งมากและที่ดีที่สุดก็คงเป็นแร็ปกับดนตรีร็อคที่มันมันส์เป็นบ้า ตอนนี้คนในคลับส่งเสียงเฮฮาโยกย้ายไปกับเสียงดนตรีตรงหน้ารวมถึงผมเองด้วย ไม่ได้รู้สึกอยากเต้นแบบนี้มานานแล้ว

 

เจอทุกวันมันทักผม

 

เบื่อกันไง บ่นไปเหอะยังไงก็ต้องเจออยู่ดี ทักตอนผมกำลังเดินไปหลังร้าน และกำลังจะไปที่ล็อกเกอร์เก็บของ

 

กลับไง

 

เดินดิอยู่แค่นี้

 

เดี๋ยวไปส่ง

 

ไม่เป็นไร

 

สุดท้ายมันก็เดินมาส่งจนได้ในเวลาตีสองที่เงียบเป็นบ้าแบบนี้ ตามทางเดินมีเพียงแสงสว่างจากเสาไฟตามทางรถราแทบไม่มีวิ่งแล้ว เวลาที่คนอื่นพักผ่อนแต่เราไม่

 

            ซึงยุนเดินฮัมเพลงอะไรไม่รู้ไปเรื่อยๆ ตั้งแต่เจอกันมาเมื่อสองเดือนก่อนที่มันย้ายมาร้องให้กับคลับที่ผมทำงานลูกค้าก็เยอะมากขึ้นกว่าเดิม เหนื่อยกว่าเดิมเพราะมันเลย

 

            อย่างวันนี้ก็เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่ได้คุยกันหลายประโยคหน่อย...

 

นั่งรถตู้ดีๆไม่ชอบไง

 

ก็ไม่ชอบ

 

“...”

 

ชอบอย่างอื่น ผมรู้ที่มันพูดตอนนั้นว่ามันหมายถึงอะไร

 

สรุปคือมาทำงานทุกวันแล้วใช่มั้ย จะได้มาหาทุกวันแล้วก็จะเดินมาส่งทุกวัน

 

จะมาทำไม ไปร้องเพลงไป ซึงยุนวิ่งมาข้างหน้าเดินถอยหลังพร้อมกับก้มลงมาจ้องหน้าผม มันสูงกว่าผมประมาณสิบเซนติเมตรได้

 

“…มาจีบ

 

เราหยุดเดิน มันไม่ยอมหลบทั้งที่ถึงคอนโดผมแล้ว แถมยังเอาแต่ยิ้มกริ่มอยู่แบบนั้น ตอนนั้นเลยทำให้ผมต้องยิ้มไปด้วย มันนี่บ้าจริงๆ

 

ยิ้มแปลว่าได้ โอเค ไปละๆ

 

“...”

 

ฝันดีแบค พรุ่งนี้จะมาจีบอีกครับ

 

มันตะโกนก่อนจะวิ่งกลับไปทางเดิม ผมเลยเดินกลับออกมาดูมองคนที่วิ่งอย่างเร็วกลับไปก็ได้แต่ยิ้มออกมา

 

ที่ผมบอกว่าเคยรู้จักสมัยม.ปลายมันก็ตามผมแบบนี้ แต่ผมไม่ได้อะไรกับมันเป็นแค่เพื่อนกัน เราอยู่ชมรมดนตรีเหมือนกัน เคยร้องเพลงด้วยกัน แต่เส้นทางของมันก้าวหน้ากว่าผมที่ใช้ชีวิตไปวันๆ รวมถึงตอนนี้เองก็ยังไม่รู้เลยว่าเป้าหมายของชีวิตคืออะไร ไม่อยากกำหนดอะไรร่วมกับใครอีกแล้ว

 

มันเป็นคนทำตามที่พูดจริงๆหลังจากนั้นมันก็มาส่งผมทุกวัน มีอยู่วันนึงที่มันชวนผมไปในวันที่คลับหยุดและมันไม่มีงานโชว์ ซึงยุนพามาที่ห้องซ้อมของวง closer ตอนนั้นถูกแนะนำไปว่าชื่อแบคฮยอน คนที่ซึงยุนจีบอยู่และใกล้จะติดแล้ว มันหลงตัวเองชัดๆ บางคนในวงผมรู้จักบ้าง เคยเห็นหน้ามาบ้าง

 

ผมนั่งอยู่ในห้องซ้อมของยุนหลายชั่วโมง ดูการแสดงที่โคตรเป็นมืออาชีพทั้งตัวมันและคนในวง มันร้องหลายเพลงหลายสไตล์ตามที่ตัวเองถนัดโดยเฉพาะการเพิ่มท่อนแร็ปเข้าไปในหลายๆเพลงที่ปกติเลยไม่มี แล้วมันเจ๋งมากๆเท่าที่เคยฟังมาเลย... จนอดสงสัยไม่ได้เลยคิดว่าจะถามมันตอนพัก แต่มันถามออกมาก่อน

 

ชอบเพลงไหนที่วงแสดงไป

 

ทุกเพลง และผมก็ตอบไปตามความจริงจากผลงานที่เห็นสดๆร้อนๆ

 

ช่วยเลือกหน่อย

 

ทำไมอ่ะ

 

จะเอาเข้าประกวด ผมว่าตอนนั้นผมทำตาโตออกไปนะ คิดไว้ว่าถ้าใครได้เจอกับวงมันนี่อือหื้อมีร้อนๆหนาวๆเลย

 

เอาจริงป่ะมันดีหมด เพลงไหนก็ได้

 

ก็ถ้าแบคเลือกมันก็จะพิเศษไง

 

 

            ตอนนั้นก็ไปไม่เป็นเลย เพราะไม่ได้อยู่กันสองคนด้วย

 

 

 

 

วันนี้มีเกสท์พิเศษ... แบคฮยอนครับ มันกวักมือเรียกผมขึ้นไปตอนที่มันโชว์อยู่และผมมองอยู่ข้างล่าง สายตาหลายคู่ของคนในคลับคืนนั้นจับต้องมาที่ผม ผมส่ายหัวปฏิเสธไปหลายครั้ง จนมันลงมาลากผมขึ้นไปในที่สุด

 

เราเคยร้องเพลงด้วยกันสมัยม.ปลาย และวันนี้เราจะร้องเพลงนั้นครับ

 

และวันนั้นก็ถูกยัดไมค์ใส่มือให้ร้องออกไปอย่างงงๆแต่ก็สนุกชะมัด มันเปลี่ยนดนตรีโดยไม่บอกกันก่อนซักนิดแต่ก็ผ่านไปด้วยดี ผมบอกมันว่าขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย.... ครั้งหน้าบอกก่อนผมจะได้เตรียมตัวมา ล้อเล่นฮ่า

 

ขอโทษนะ แต่ขอดีๆแล้วไม่ยอมเอง

 

ไม่ทันแล้วมั้ง

 

ฮ่ะ

 

“...”

 

แบค

 

หื้ม

 

ไป..เดทกันได้ยัง

 

            ผมตัดสินใจไปแล้วเมื่อเดือนที่แล้วหลังจากคุยกันมาเกือบสามเดือน ว่าผมกำลังเปิดใจให้ซึงยุน เราตั้งใจให้มันเป็นความสัมพันธ์ที่คุยกันไปเรื่อยๆ ซึงยุนทำให้ผมสบายใจ ดูแลกัน ใส่ใจและรับฟังความรู้สึกของผม

 

 มือหนานั้นยื่นมาตอนอีกฝ่ายลุกขึ้นยืนตรงหน้า ข้างหน้าเราเป็นแม่น้ำและมีร้านไก่อยู่ตรงนั้น แบคฮยอนยื่นมือไปวาง ยิ้มกว้างไปให้อีกคน และพากันเดินไปตามทางเดินยาวไกล มีมือนึงที่จับกันไว้แน่นไปตลอดทาง

 

เราส่งเพลงไปประกวดแล้ว

 

เหรอ แล้วเป็นไงบ้าง เท้าของซึงยุนหยุด ผมก็เลยต้องหยุดและหันกลับไปมองมัน

 

ผ่าน! ยุนกระโดดดีใจและมันดึงผมเขาไปกอดด้วย ไม่พอมันยังพากระโดดหมุนไปมาอีกต่างหากก็เข้าใจแหละว่ามันดีใจมาก

 

รายการไหนๆ ดีใจด้วยแบคฮยอนลูบหลังและตบลงไปอย่างให้กำลังใจ เขายิ้มเพื่อรอคำตอบจากอีกคน

 

แร็ป เจ๋งป่ะ

 

“…”

 

คุยกับวงแล้ว เราไปในฐานะแรปเปอร์เดี่ยวแบคต้องเชียร์ต้องไปเชียร์นะ

 

 

            ผมทำรอยยิ้มผมหาย ตอนได้ยินแบบนั้น

 

 

 

            การประกวดใกล้เข้ามาแล้วผมไปดูซึงยุนซ้อมเกือบทุกครั้ง ก่อนจะกลับไปทำงานที่คลับตอนเย็นปฏิเสธไม่ได้ว่า RHYME ของซึงยุนมันเจ๋งแค่ไหน บวกกับเสียงห้าวๆนั้นยิ่งมีเสน่ห์ไหนจะเสียงบีทร็อคๆนั่นอีก ตอนนี้เรามาถึงกันก่อนคนอื่นเลยนั่งกินพิซซ่าที่ซื้อมารอ

 

ชิ้นที่สาม

 

ล้อหรือไง

 

เปล่านิ กินเยอะๆจะได้กอดอุ่นๆ แววตานั้นทะเล้น เลยแกล้งมันด้วยการเอามือที่เลอะซอสไปแตะที่ใบหน้ามัน จนเลอะทั้งแก้มเลย

 

สม ตอนนั้นวิ่งไล่เล่นกันเป็นเด็กเลยอ่ะ เสียงดังตึงตังแต่ก็รู้แหละว่าห้องมันเก็บเสียง

 

 

            ผมลากมันเข้ามาในห้องน้ำแกล้งแล้วก็ต้องล้างออกให้ เรายืนอยู่หน้าอ่างล้างมือ ผมล้างมือตัวเองก่อนจะใช้น้ำลูบซอสที่เลอะหน้าออกให้มันซึ่งเลอะเทอะเยอะเลยเนี่ย ไม่น่าแกล้งเลย 

 

จังหวะที่จะหันไปปิดก๊อกเอวก็ถูกรั้งเข้าไปใกล้ตัวยุน จมูกโด่งที่มีหยดน้ำเกาะนั้นสัมผัสกับจมูกของผม ก่อนที่ปากของเราจะเคลื่อนเข้าหากันกลายเป็นว่าหน้าของผมเปียกไปด้วย มันงับปากล่างของผมเบาๆก่อนจะวกขึ้นมาจูบใหม่จับตัวผมให้พิงไปกับเคาน์เตอร์ตรงนั้น จดจ้องกันเหมือนจะขอ ผมยิ้มตอบกลับไป หลังจากนั้น....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

C . Story

 

 

แม่งเอ้ย!!

 

ทั้งเศษขยะ กระป๋องทุกอย่างร่วงหล่นระเนระนาดจากโต๊ะ เบียร์ที่ยังเหลือกระเด็นไปหกใส่รูปที่คู่ของเราที่เคยปริ้นใส่กระดาษตั้งไว้ มันชุ่ม...จนไม่เหลือสภาพดี โดยมีสายตาที่วาวโรจน์มองอย่างเจ็บใจและไม่คิดจะหยิบกระป๋องเบียร์นั้นขึ้นมา

 

ผมโมโห วินาทีนั้นผมยังไม่รู้ตัว

 

ว่ากำลังจะเป็นจะตายให้ได้เพียงชั่วข้ามคืน.......

 

 

 

 

 

ยินดีด้วย คุณได้เข้าสู่รอบออดิชั่น

 

เยส!! วู้ววววหน้าจอโน้ตบุ๊คคู่ชีวิตที่ ณ ตอนนี้ขึ้นตัวหนังสือเด่นหรา ว่าผมผ่านเข้าไปออดิชั่นในรายการแรปเปอร์แล้ว ตัวเองกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจโคตรๆไม่ได้คิดเลยว่าห้องข้างล่างจะขึ้นมาด่าด้วยซ้ำ 

 

แถมตอนนั้นผมยังเผลอหยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรออกไปอย่างเคยชิน

 

ตู๊ด..ตู๊ด...

 

 

แล้วก็พึ่งนึกขึ้นได้....ว่าเราเลิกกันไปแล้ว

 

 

จงอินกูผ่านแล้วว่ะ

 

เชี่ยยย ดีใจด้วยพรุ่งนี้มาซ้อมกัน

 

เออเจอกัน

 

นี่มึงดีใจแล้วใช่มั้ย เสียงแบบจะขาดใจสัด ฮ่าปลายสายเงียบไปจนเหมือนตัวเองพูดอะไรผิด ก็คงผิดจริงๆ

 

ก..กูขอโทษว่ะ

 

ขอโทษเหี้ยไรกูดีใจไปละ พรุ่งนี้เจอกันๆ

 

 

นับตั้งแต่วันนั้นวันที่ปากพล่อยๆของผมทำร้ายใครคนๆนึง คนๆนั้นก็ไม่โผล่เข้ามาในชีวิตของผมอีก ... ไม่มีแต่เงา

 

ผมผิดและคิดว่าแบคฮยอนคงไม่มีวันให้อภัยกันอีกแล้ว และผมก็คิดถูก หลายเดือนแล้วที่ผมเอาแต่ขังตัวเองอยู่ในห้อง เอาแต่แต่งแร็ปแต่งเพลงส่งค่ายเพื่อหาเงินให้ได้มากที่สุด ผมอยู่กับงานที่รัก แต่ผมไม่ได้มีความสุข

 

            ผมเป็นคนจริงจังเวลาทำงานและต้องการสมาธิเวลาแต่งเพลง หลายครั้งที่แบคฮยอนมักจะมาหานั่นเป็นเวลาที่ผมจะหยุดพักเพื่อจะได้อยู่ด้วยกันหาอะไรกินกันสองคน มีเซ็กส์กันบ้าง หรือออกไปเที่ยวนั่นเที่ยวนี่ด้วยกันแบบที่คนเป็นแฟนเขาทำกัน  แต่แบคฮยอนรู้ว่าผมต้องทำงานทำให้หลายครั้งที่อีกคนจะซื้อของขึ้นมาทำกินในห้องเลย

 

            แบคฮยอนทำอาหารอร่อยทุกอย่าง...

 

            หลังๆมาผมยอมรับว่าผมเครียด ผมอยากมีอิสระอยากมีผลงานเพลงของตัวเองออกมาจริงจังบ้าง จนมาเจอการเปิดรับสมัครเข้าแข่งขันในรายการแร็ปรายการหนึ่ง ตั้งแต่วินาทีนั่นผมแทบจะเททุกอย่างเริ่มต้นทำบีท แต่งเนื้อแร็ปเพื่อจะส่งเข้าไปคัดเลือกสามวันสามคืนที่แทบไม่ได้หลับไม่นอน

 

จนค่ายเพลงที่ผมเคยส่งเพลงให้เริ่มตะขิดตะขวงกับผม เพลงที่ส่งไปไม่ดีบ้าง ไม่ถูกใจบ้าง ให้กลับมาทำใหม่บ้าง และพักงานผมในที่สุด นั่นทำให้ผมเบนเข็มชี้วัดเพื่อมาจริงจังกับการประกวดนี้ที่ผู้ชนะจะได้เงินรางวัลและที่สำคัญได้ออกซิงเกิ้ลกับค่ายดัง

 

แต่ระหว่างทางเมื่อไม่ถูกจ้างจากค่ายเพลง ไปทำงานที่คลับแค่อาทิตย์ละ 3 วันเงินที่มีอยู่ก็ร่อยหรอไม่พอจ่ายค่าเช่าห้อง ยิ่งทำให้ผมเครียดและคิดแก้ปัญหาไม่ตก เพราะอารมณ์แปรปรวนของตัวเองทำให้ทะเลาะกับแบคฮยอนบ่อยขึ้น และอีกคนจะเป็นคนง้อทุกครั้งซึ่งผมได้ใจเพราะยังไงทุกครั้งเขาก็กลับมา

 

ในเมื่อความอดทนผมยังมีลิมิต ก็ไม่แปลกที่แบคฮยอนจะเป็นฝ่ายไม่ทนบ้าง

 

ผมเหลิงในตัวเองจนเกินไป เพราะยังไงก็เอาแต่คิดเข้าข้างตัวเองว่าแบคฮยอนรักผม แต่ผมลืมไปว่าผมไม่ใช่เจ้าของชีวิตเขา...มันเลยไม่แปลกที่แบคฮยอนจะขอเลิกกับผมและไปเจอคนที่ดีกว่า

 

ผมพยายามหนักมากขึ้นตั้งแต่ที่รู้ว่าตัวผ่านให้เข้าไปออดิชั่น ซึ่งทีมที่จะเข้าประกวดมีคนในทีมก็คือไอ้จงอินมันเป็นดีเจสแครชแผ่นให้ มีอีกคนที่ช่วยคุมจังหวะดนตรี ก่อนที่จะไปเริ่มซ้อมเราแวะกินแฮมเบอร์เกอร์แถวนั้นแถวที่เช่าห้องไว้ซ้อม พอดีกับเจอคนรู้จักคำที่เขาทักผมเล่นเอากลืนไม่ลงเลย

 

ทำไมอยู่กันแค่นี้อ่ะ

 

“…”

 

เมียไปไหนเพื่อน ไม่เจอแบคฮยอนเลย

 

บรรยากาศเลยอึดอัดขึ้นมาในตอนนั้น พอผมบอกว่าเลิกกับแบคฮยอนไปแล้วมันก็ทำหน้าตาตกใจ คนอื่นๆในทีมผมก็พึ่งบอกแต่ไม่ได้บอกถึงเหตุผลความงี่เง่าของตัวผมเองที่ทำให้มันเป็นแบบนี้

 

ผมไม่ได้ตามหาแบคฮยอน ทั้งที่รู้ทั้งที่อยู่และที่อยู่ที่บ้าน ส่วนเบอร์โทรก็พึ่งรู้ว่าเบอร์นั้นกลายเป็นแค่เพียงเบอร์ที่เคยใช้

 

เสื้อผ้าของเขายังอยู่รวมกับของผมในตู้ ผมไม่ได้คิดจะเอาไปคืนไม่ได้มีความคิดนั้นเลย ถ้าเขาไม่คิดจะกลับมาเอา อย่างน้อยแค่เสื้อผ้า กลิ่นของแบคฮยอนมันก็ทำให้ผมได้รู้สึกว่ายังเหมือนมีเขาอยู่ด้วยกัน แม้จะเป็นแค่ความรู้สึกเพ้อฝันลมๆแล้งๆ ก็ตาม

 

เกินสองอาทิตย์นะพวกมึงอ่ะ จงอินพูดขึ้นหลังจากที่คนเมื่อกี้ออกไป พวกมันทะเลาะกันอย่างน้อยอาทิตย์นึงก็กลับมาคุยกัน ฟัดกันให้เขาอิจฉาเล่นแล้ว แต่ครั้งนี้มันดูรุนแรงจนเขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นไปได้ขนาดนี้

 

ไม่มีวันนั้นอีกแล้วมั้ง ปาร์คชานยอลมันเอาแต่อยู่กับเพลงและเครื่องดนตรี จงอินไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่แน่นอนที่พวกมันเลิกกันแบบจริงจังแบบนี้ แต่บอกได้ว่าช่วงนี้ชานยอลมันน่าสงสาร สภาพมันนี่แบบดูไม่ได้เลย ก่อนที่มันจะเปลี่ยนเรื่องแล้วขอขึ้นไปซ้อมก่อน

 

และช่วงจังหวะนั้นห่างกันไม่ถึงสองนาที จงอินเห็นและคิดว่าดีแล้วที่ชานยอลมันขึ้นไปก่อน แบคฮยอนกับกลุ่มผู้ชายที่แบกเครื่องดนตรีตามกันมา คนที่เขารู้จักดีกำลังเดินขนาบข้างกับผู้ชายคนนึง มือนั้นกุมประสานกัน จงอินได้แต่สบถและภาวนา ปาร์คชานยอลมันจะเห็นไม่ได้

 

และมันแย่ที่เหมือนพวกเราจะใช้สถานที่ซ้อมตึกเดียวกัน

 

 

 

ภายในห้องซ้อมผมเริ่มแร็ปเนื้อเพลงที่แต่งเอาไว้ ร่วมกับดนตรีที่จงอินมันคิดขึ้นมา ตอนนั้นในความคิดผมมันโคตรเจ๋งและมันน่าจะผ่านไปด้วยดีสำหรับการจะผ่านเข้าสู่รอบออดิชั่น แล้วไปแข่งต่ออีกรอบ เราใช้เวลาซ้อมร้องแก้ไขปรับเปลี่ยนเนื้อเพลงไปมากันอยู่หลายครั้งจนมันผ่านไปกว่าสี่ชั่วโมงแล้ว คนอื่นตกลงกันว่าจะขอกลับไปพักก่อนแล้วค่อยมาซ้อมกันใหม่พรุ่งนี้ ซึ่งผมก็ต้องว่าตามนั้น

 

ลงมาข้างล่างอีกทีบรรยากาศก็มืดมิดแล้ว รถราก็น้อยลงและตอนนั้นผมรู้สึกหิวพอดีเลยชวนไอ้จงอินมันไปหาอะไรกิน แต่รู้สึกว่ามันแปลกๆเหมือนมันจ้องหน้าผมหลายครั้งยังกับมีอะไรจะพูด

 

มีอะไรป่ะมึง เห็นจ้องกูจัง

 

เปล่า ไปกันเหอะกูกลัวผี

 

 

            ชวนจงอินมันไปกินโจ๊กแถวๆทางเข้าคอนโดแต่มันบอกว่าง่วง สภาพมันก็ดูไม่ไหวจริงๆเลยขี้เกียจรั้งมันไว้

 

 

เอาโจ๊กใส่ไข่สองที่ครับ

 

 

พอได้นั่งลงก็ลืมไปอีกแล้วว่ามาคนเดียว แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกเพราะหิวพอดี

 

ห้าทุ่มกว่าร้านกำลังจะปิดแล้ว ได้ยินเสียงป้าตะโกนถามว่าทำไมวันนี้ถึงกินช้า ผมก็เลยตอบไปว่าป้าให้เยอะ แต่จริงๆแล้วเวลามากินทีไรกินถ้วยเดียวก็อิ่ม แต่วันนี้ดันสั่งสองถ้วยไปเพราะความเคยชิน

 

เทใส่ถุงให้ผมหน่อยดิป้า

 

เห้อ จริงๆเลย ทีหลังก็ชวนพ่อหนุ่มคนนั้นมาอีกสิผมก็ได้แค่ยิ้มไปแบบนั้น

 

 

        ตอนนี้จะเที่ยงคืนไม่รู้อะไรดลใจให้ขาผมมันเลี้ยวไปอีกซอย หรือเพราะตกดึกบรรยากาศมันเหงาก็อาจจะเป็นแบบนั้น ตอนนี้เลยมายืนอยู่หน้าคอนโดที่ไม่ใช่คอนโดของตัวเอง ผมมีการ์ดขึ้นไปบนตึกและก็ใช้มันขึ้นไปที่ชั้น 4 แบคฮยอนเป็นคนนอนดึกคิดว่าเวลานี้ก็คงยังไม่นอนหรอก แต่เสียงข้างในดูเงียบมากเหมือนกับว่าไม่มีคนอยู่ บางทีก็อาจจะย้ายออกไปแล้ว ถ้าเป็นแบบนั้นแบคฮยอนก็ตัดผมออกไปจากชีวิตโดยสมบูรณ์แบบเลย

 

            ถุงโจ๊กถูกวางลงไว้ชิดกำแพงข้างห้อง ก่อนที่เท้ายาวนั้นจะก้าวออกไป

 

หลังจากนี้ผมไม่รู้จะทำยังไงกับทางเดินของชีวิต เรื่องความรู้สึกเดี๋ยวเวลามันก็จะเยียวยาให้ผ่านไป เรื่องของแบคฮยอนผมไม่เคยคิดว่าผมจะอยากลืม ถึงแม้เวลาจะผ่านไปยาวนานจวบจนผมตายยังไงแบคฮยอนก็ยังเป็นรักแรกและรักสุดท้าย การกระทำของผมที่กระทำต่อเขามันคอยกลับมาทิ่มแทงขึ้นทุกวัน เหมือนเป็นตราบาปกับความโง่และปากพล่อยๆที่เอาแต่พูดให้เสียใจ ทำให้เสียความรู้สึกมากขนาดไหน

 

ผมกลับมาถึงห้องไม่ได้เปิดไฟซักดวงพาขาตัวเองก้าวเดินมาที่ระเบียง บนนั้นมีแคคตัสอยู่ 2 ต้น สภาพมันดูไม่ได้มันตายไปเหมือนใจของผม แบคฮยอนเป็นคนซื้อมาตั้งไว้

 

ห้องมึงนี่ไร้ซึ่งความสดชื่น เอาไป

 

กระบองเพชรอ่ะนะ ทำให้สดชื่น?

 

ก็ไม่รู้ดิ แต่ชอบอ่ะ อยากให้มึงเห็นละนึกถึงกู กูเป็นความสดใสของมึงนะชานยอล แบคฮยอนเขย่งตัวกอดแฟนตัวเองที่ใบหน้าเหนื่อยล้าจากการแต่งเพลงให้กับค่ายเพลงที่เร่งยิกๆ

 

 

 

บ..แบคฮยอน..

 

 

            ผมยังคิดถึงเขา

 

ถ้าวันนั้นเรารีบปรับความเข้าใจ ไม่ใช้อารมณ์เข้าใส่กันเรื่องทุกอย่างก็คงไม่เกิดขึ้น ถ้าผมรั้งแบคฮยอนไว้สักนิดทุกอย่างก็คงไม่เป็นแบบนี้

 

ผมได้แต่กอดมันเอาไว้ ต่อให้เรียกหาอยากให้กลับมาเท่าไหร่ นอกจากที่ไม่มีวันได้ยิน....ก็คงไม่มีวันกลับมา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

        วันนี้เป็นวันก้าวแรกของการตัดสินชะตาชีวิตของปาร์คชานยอลก็ว่าได้ วันที่เขาและทีมมารอเพื่อเข้าไปออดิชั่น

 

การออดิชั่นวันนี้เป็นการออดิชั่นต่อหน้ากรรมการสี่คนยังไม่เปิดให้ผู้ชมเข้าไปดู มีเพียงแค่ผู้เข้าแข่งขันด้วยกันและกรรมการเท่านั้น โดยจะคัดเลือกผู้ผ่านเข้าไปแข่งรอบไฟนอลแค่ 10 คน จาก 60 คน ในวันถัดไปทันที

 

ตื่นเต้นป่ะมึง

 

กูเฉยๆ จงอินถามออกมาในตอนที่เรานั่งมองคนอื่นๆเดินผ่านไปผ่านมาเพราะยังไม่ถูกเรียกให้เข้าไป เขากำลังหลับตาซ้อมท่อนแร็ปของตัวเอง พยายามทำให้มัน flow และเป็นธรรมชาติที่สุด

 

            ในตอนที่ลืมตาขึ้นมาเห็นคนที่คิดว่าตัวเองเคยรู้จัก เลยหันไปสะกิดไอ้จงอินที่มันสะดุ้งจนเขาเองก็ตกใจไปด้วย

 

อะไรมึง ตกใจอะไรขนาดนั้น

 

เปล่า...กูก็ใช้สมาธิอยู่ไง

 

นั่นซึงยุนปะวะ

 

...อืม

 

            จงอินเห็นแล้วว่าซึงยุนมันมาแค่กับวงไม่ได้มีคนอื่นตามมาด้วย เพราะฉะนั้นเขาเลยปล่อยไป ถ้าถามว่ารู้จักมันมั้ย แน่นอนว่าต้องรู้จักวงดนตรีและชื่อเสียงเรียงนามของมัน แต่เอาจริงๆฝีมือไอ้ชานยอลก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ามันแน่นอน ไม่ได้เข้าข้างเพราะเป็นเพื่อนกันเรื่องแบบนี้มันวัดกันที่ผลงาน

 

            แต่ตอนนี้สิ่งที่น่ากลัวคือจุดอ่อนของไอ้ชานยอลมัน....จุดอ่อนที่ชื่อแบคฮยอน

 

 

 

 

            ทุกคนถูกเรียกเข้ามาข้างในแล้ว บรรยากาศเย็นๆกับคนรอบตัวที่พ่นการแร็ปออกมาอย่างไม่ยอมกัน ทำให้มันดูตื่นเต้นสำหรับจงอินและเพื่อนอีกคน แต่กับชานยอลมันยังนั่งนิ่งๆมองไปรอบๆ กระดิกขาจนน่ารำคาญ เราได้คิวที่ 52 แม่งรอจะรากงอกแน่ๆ

 

            แต่เปล่าเลยกรรมการโหดจนชานยอลมองหน้ากันกับจงอิน บางคนขึ้นได้แค่ท่อนแรกก็ถูกไล่ให้พอด้วยคำสุภาพแล้ว ความกังวลเริ่มคืบคลานเข้ามาในสมองตอนนี้มีคนผ่านแล้วแค่ 3 คนจากผู้แข่งขันที่ออกไปแร็ปแล้ว 25 คน

 

            .... 7 คนกับคนที่เหลืออีก 10 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือชานยอล หรือ LOEY และ Y closer หรือซึงยุนที่กำลังจะแสดงอยู่อีกไม่กี่วินาทีนี้

 

 

กูว่ามันผ่าน ชานยอลพูดขึ้นทั้งที่คนบนนั้นยังไม่ทันแม้แต่อ้าปากด้วยซ้ำ

 

แล้วถ้ามันผ่าน มึงผ่านเจอกันตอนรอบตัดสินทำไงวะ เหมือนจงอินจะพูดติดตลก

 

 

            แต่ไม่ใช่...

 

 

ก็โชว์ให้มันรู้ว่ากูก็ไม่ได้มาเล่นๆ นี่เป็นความมั่นใจที่จงอินอยากเห็นจากชานยอล

 

ถึงวันนั้นก็จำคำพูดมึงไว้แล้วกัน

 

 

            Y closer ผ่านเป็นคนที่ 8 เวทีของมันสนุกจนตัวชานยอลเองยังอดขยับไม่ได้ เหลืออีกสองคนที่จะมีสิทธิผ่านเข้าไป และต่อไปก็ถึงคิวของชานยอล

 

เรายืนอยู่บนนั้นกันด้วยความกดดัน เมื่อในหนึ่งกรรมการส่งสัญญาณ ชานยอลก็เริ่มอินโทรทันที มีเสียงร้องโห่ขึ้นมาแต่เขาไม่ได้สนใจว่ามันคือการส่งเสียงเชียร์หรือตรงข้าม การ performance ของชานยอลบนเวทีถือว่าทำได้ดี ท่าทาง ความเป็นธรรมชาติ ทำให้กรรมการสามารถเข้าถึงเนื้อแร็ปที่บรรยายถึงความรักได้อย่างดี

 

ชานยอลใช้ท่าทางความขี้เล่น และความไม่ตื่นเวทีให้เป็นประโยชน์ มันเก็บทุกเม็ดและแน่นอน

 

 

ดีชิบหาย

 

 

LOEY ได้กุญแจเข้าสู่รอบไฟนอล :-)

 

 

การเตรียมตัวหลังจากนี้อีกไม่ถึง 24 ชั่วโมงจะโหดขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ถึงแม้จะมีเพลงที่คนที่ผ่านเข้าสู่รอบไฟนอลได้เตรียมไว้แต่ก็จะใช่จะไม่ต้องพัฒนาอีก คนที่ผ่านเข้าไปหลายคนชานยอลยอมรับเลยว่าแต่ละคนมีความสามารถ มีสไตล์ที่แตกต่างและโดดเด่นต่างกันไป เขาเองก็ต้องเตรียมตัวอย่างหนัก

 

เอาไงมึง ที่เตรียมไว้ตามเดิมเลยมั้ย

 

กูว่ากูมั่นใจ มึงอ่ะ จงอินถามออกไป เพลงที่มันจะใช้รอบไฟนอลค่อนข้างแตกต่างจากเดิม มันเป็นเพลงที่สื่อถึงความโหยหา และมันดีมาก

 

เพลงที่มึงบอกว่าแบคฮยอนช่วยแต่งเพิ่มอ่ะเหรอ

 

อืม ชานยอลถือเนื้อเพลงเอาไว้ตรงหน้า หน้าตานิ่งๆไม่ได้แสดงความรู้สึก แต่ภายในใจมันแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดี

 

จงอินที่รู้และกุมอะไรบางอย่างเอาไว้รู้สึกอึดอัด ถ้าจะบอกไปก็พัง แต่ถ้าไม่บอกแล้ววันพรุ่งนี้แบคฮยอนมา ก็มีสิทธิพังเหมือนกัน

 

อย่าให้จุดอ่อนมาทำลายความฝันมึงนะชานยอล เขาย้ำกับมันอีกครั้ง ขอให้พรุ่งนี้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี อย่าให้เกิดอะไรแบบที่กังวลเลย

 

 

 

 

            แค่ผ่านวันนี้ไปชานยอลก็คิดว่าตัวเองได้ก้าวผ่านรูปแบบชีวิตที่ท้าทายอีกรูปแบบหนึ่งแล้ว เขามีความมั่นใจ แน่ล่ะใครๆก็ต้องอยากมาเพื่อมาชนะ วันนี้เป็นรอบตัดสินรอบไฟนอลมีการเปิดขายบัตรหน้างานเพื่อให้ผู้ชมเข้ามาชม และเป็นผู้ให้คะแนนร่วมกับกรรมการ

 

            ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนจะถูกเก็บตัวไว้ในห้องคนละห้องจะเจอกันแค่ตอนขึ้นโชว์เท่านั้น การแสดงจะเริ่มขึ้นเมื่อจับฉลากคู่ battle ได้ครบ รายละเอียดโชว์จะถูกเซทก่อนการแสดงคนละ 15 นาทีเท่านั้นใครเตรียมมาผิดพลาดก็ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันเอง

 

            ถึงเวลาที่คู่แรกเริ่มทำการแสดง ภายในห้องจะมีโทรทัศน์ให้กับผู้แข่งขันคนอื่นๆไว้ดู การตัดสิน 50% มาจากผู้ชม และอีก 50% จากกรรมการ ผู้ชนะในแต่ละสายจะมาแข่งกันอีกรอบตัดสินจนเหลือสองคนสุดท้าย

 

ปาร์คชานยอลอยู่ทีมสีแดง...

 

 

 

 

 

            วันนี้เป็นวันสำคัญของใครหลายคนที่นี่ แบคฮยอนพาตัวเองมาถึงหน้าสถานที่แข่งขันแล้ว เพื่อนในวง closer ส่งข้อความมาบอกว่าถ้าเขาถึงให้บอกจะได้ออกมารับ ตอนนี้ก็น่าจะเริ่มแข่งขันแล้ว ซึงยุนจับได้คู่ที่ 5 นั่นคือคู่สุดท้าย

 

            แบคฮยอนเดินเข้าไปข้างในปะปนกับคนอื่นๆและไม่ได้บอกคนใน closer และก็พึ่งรู้จากตอนที่ได้ยินคนพูดกันว่ารอบไฟนอลที่เหลือสองคนสุดท้ายจะมีการแบ่งฝั่งเพื่อเชียร์ชัดเจน

 

            เขายืนอยู่ด้านหลังสุดและพอดีกับการประกาศคู่ที่จะขึ้นแบทเทิลต่อไปหนึ่งในคนที่เคยรู้จักดี ปาร์คชานยอล

 

            ตลอดเวลาชานยอลทำเพลงไว้หลายเพลง มีหลายเพลงที่ดีที่เจ้าตัวเก็บไว้ไม่ส่งค่ายเพลงเผื่อวันนึงมันจะถูกนำมาใช้โชว์แบบวันนี้ และเพลงนี้เขาก็เคยได้ฟังมาก่อน ชานยอลได้เริ่มก่อนเขามองไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่เพราะอยู่ข้างหลังและถูกเบียดได้แต่หลับตาฟังเสียงที่คุ้นเคย

 

            และชานยอลทำได้ดีกว่าอีกฝ่าย เขาเดินออกมาก่อนที่จะตัดสินเพราะรู้อยู่แล้วว่ายังไงชานยอลก็ต้องชนะรอบนี้

 

 

 

 

 

            หลังจากแสดงจบชานยอลกระโดดกอดกับจงอินเขาได้ผ่านไปอีกขั้น คนดูก็เอนจอยไปกับโชว์ เขารู้สึกสนุกเวลาที่ได้โชว์ ถ้าได้ปล่อยตัวเองอีกในรอบสองคนสุดท้ายก็คงดี

 

            หลังจากนั้นก็พักอีกครึ่งชั่วโมงเพื่อตัดสินหาสองคนสุดท้าย จากคะแนนของผู้ชมและกรรมการในรอบแรก ปาร์คชานยอลนั่งกำมือเข้าหากันตลอดเวลารวมถึงคนในทีมด้วย จนกระทั่งมีเสียงเคาะที่ห้องเราทุกคนมองหน้ากันก่อนจะเป็นชานยอลที่เป็นคนเดินไปเปิดประตู

 

            ทันที่เปิดออกไปก็มีทั้งกล้องถ่ายทอดสดรวมไปทั้งพิธีกรของรายการที่เป็นคนยื่นซองสีน้ำตาลมาให้เขา ในนั้นเขียนว่า

 

ยินดีด้วยคุณผ่านเข้าสู่รอบสองคนสุดท้าย

 

 

            เสียงร้องเฮดีใจลั่นห้อง และเขามีเวลาเตรียมตัวอีก 15 นาที เพื่อออกไปเจอกับคนที่ต้องแข่งด้วย และไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใคร เขาจะไม่อ่อนข้อให้ทั้งนั้น

 

 

            เวทีเชียร์ถูกแบ่งเป็นสองฝั่ง ฝั่งสีแดงคือของชานยอล และฝั่งสีน้ำเงินคือ....

 

 

“Y closer ขอเชิญขึ้นมาบนเวทีครับ

 

 

            จงอินที่นั่งอยู่ข้างหน้าเบิกตากว้างทันทีที่รู้ว่าใครคือคู่แข่งของปาร์คชานยอล ก่อนจะหันไปยังฝั่งเชียร์ของอีกฝ่าย...ยังไม่มีแบคฮยอน ถึงตอนนี้เขาคิดว่าแบคฮยอนอาจจะปรานีชานยอลมันอยู่บ้างถึงยังไม่เข้ามาทั้งที่แฟนตัวเองจะเริ่มแข่งแล้ว

 

กูขอให้ชานยอลได้แร็ปก่อน หันไปพูดกับเพื่อนอีกคน อย่างน้อยแร็ปก่อนก็ได้เปรียบ แต่เหมือนจะไม่ใช่วันของมัน ซึงยุนดันได้แร็ปก่อน และมันก็ทำได้ดีด้วยจากสีหน้ากรรมการที่ดูพอใจกับโชว์ของมันมาก

 

            จงอินมั่นใจชานยอล เขาเชื่อมั่นในตัวมัน

 

 

 

การแสดงของซึงยุนจบไปแล้ว แบคฮยอนถูกพาให้เดินเข้ามาด้วยความรู้สึกที่ดิ่งลงเหวหลังจากที่หลบมุมดูการแสดงของยุนอยู่ข้างทางเข้า ก่อนที่จะมีเมมเบอร์ในวงเห็นและพาเขาเข้าไปนั่งในฝั่งของยุน ที่ตอนนั้น...ชานยอลกำลังแร็ปอยู่

 

เขาหยุดยืนมองขึ้นไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลายกระทั่งทุกอย่างสะดุด เมื่อสายตาเราทอดประสานกัน แบคฮยอนถูกดันให้นั่งลงตรงแถวเชียร์ที่สองข้างหน้าเวที เขาไม่รู้ว่าตัวเองกำลังแสดงสีหน้าแบบไหน

 

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามานั่งขนาดนี้...มันหมายถึงตอนนี้เขาเลือกที่จะเชียร์ยุน

 

และทำให้ชานยอลแร็ปพลาดไปหนึ่งประโยค... ก่อนชานยอลจะเปลี่ยนคำใหม่ตอนนั้น

 

... f*ck ... only one

 

จงอินได้แต่ยืนกุมขมับมันพลาดจนได้ แบคฮยอนเดินเข้ามาในจังหวะที่มันกำลังแร็ปจะจบอยู่แล้ว อีกแค่นิดเดียว ชานยอลมันจะ...

 

 

“…กูขอโทษ มันเดินสวนเขาออกไปทันทีที่มันลงมาจากเวที

 

 

 

            การประกาศผลผู้ชนะกำลังจะมาถึงทั้งซึงยุนและชานยอลยืนอยู่บนเวทีด้วยกัน คะแนนส่วนแรกคือคะแนนผู้ชมปาร์คชานยอลชนะ...ด้วยคะแนนที่เฉียดฉิว

 

            แต่ชานยอลแพ้คะแนนกรรมการ... ผลที่เห็นชัดคือตอนที่แร็ปพลาด

 

            คะแนนรวมออกมาเลยทำให้ซึงยุนคือผู้ชนะในรายการนี้

 

            ฝั่งสีน้ำเงินกระโดดดีใจกันใหญ่ยกเว้นแค่คนเดียว ตามมารยาทเราต้องเดินไปจับมือกันชานยอลพูดแสดงความยินดีสำหรับทุกเรื่อง... เขาเลื่อนสายตาไปมองคนที่ยิ้มน้อยๆอยู่อีกฝั่ง รอยยิ้มนั้นไม่ได้ยิ้มให้เขา ปาร์คชานยอลไม่ใช่เจ้าของรอยยิ้มนั้นโดยสมบูรณ์

 

 

มึงทำเต็มที่แล้วชานยอล เก่งสัด

 

กูขอโทษ...พวกมึงทุกคน ความรู้สึกมันมีมากกว่าความเสียใจและความเสียดายกับคนที่เดินร่วมฝันกันมา

 

มึงรู้อยู่แล้วใช่มั้ยวะจงอิน ตลอดเวลาจงอินมันชอบมีท่าทีแปลกๆเวลาเจอซึงยุนไม่ว่าจะที่ซ้อม ที่คลับ หรือแม้แต่วันนี้ และชานยอลหมายถึงเรื่องแบคฮยอนกับซึงยุน

 

กูขอโทษที่ไม่ได้บอกมึง แบคฮยอนคบกับมัน

 

ช่างเหอะ

 

“…”

 

...กูไปห้องน้ำก่อนนะ

 

 

 

            อีกฝั่งของห้องเก็บตัวหลังจากที่ซึงยุนถ่ายรูปเสร็จทุกคนในวงก็เข้ามารวมกันอยู่ในห้องจนมันดูแคบไปภายในพริบตา

 

เก่งมากกกกก แบคฮยอนเดินเข้าไปยิ้มแสดงความยินดีใกล้ๆอีกครั้ง ยุนเดินเข้ามากอดเขาไว้แบคฮยอนเลยลูบหลังและตบลงไปอย่างให้กำลังใจ และอยู่ๆก็ถูกอุ้มแล้วจับหมุนไปมาจนเริ่มจะเวียนหัว

 

ด...เดี๋ยวๆ พอปล่อยลงแล้วก็เกือบจะถูกหอมแก้ม แต่เขาหลบออกมาทัน

 

ไปฉลองกันนะ ซึงยุนจับมือทั้งสองข้างของแบคฮยอนเอาไว้ จ้องเข้ามาในแววตาเหมือนกำลังอยากบอกไม่ให้เขาปฏิเสธ

 

ได้สิ แต่ขอไปห้องน้ำก่อนนะ

 

 

            ตามทางเดินที่มีทีมงานเดินกันให้วุ่นวาย แบคฮยอนเดินลัดเลาะไปยังฝั่งสีแดงเขากำลังจะเคาะห้องนั้นแต่สายตาก็หันไปเห็นก่อนว่าชานยอลเดินเลี้ยวไปยังห้องน้ำ เขาค่อยๆเดินตามไปกระทั่งต้องหยุดเมื่อชานยอลหลบไปข้างหลังตึก

 

เขาพยายามฝืน เราไม่ใช่คนของกันและกันอีกแล้ว ที่เขามาก็แค่...

 

หยดน้ำตานั้น

 

ชานยอลหันกลับมามองกันเมื่อรู้สึกว่าถูกมองอยู่ ตัวแบคฮยอนแข็งทื่อไปหมด...เราไม่ได้เจอกันนานแค่ไหนแล้ว ต่างคนต่างเงียบไปแบคฮยอนมองแววตาคมนั้นที่ฉายความเศร้าออกมาชัดเจน มันมีความเสียใจคลออยู่ในนั้น

 

“…”

 

ยินดีด้วยนะ อีกคนพูดออกมาก่อน แบคฮยอนไม่รู้ว่าชานยอลกำลังยินดีเรื่องไหน เขาไม่ได้มีเรื่องอะไรให้น่ายินดีเลยด้วยซ้ำ

 

ก่อนชานยอลจะเดินผ่านเขาออกไป แบคฮยอนวิ่งตามไปคว้าแขนอีกคนไว้แต่ถูกมองจนต้องรั้งมือตัวเองออก

 

กูจะพูดเหมือนเดิม ... มึงเก่งที่สุดสำหรับกู

 

 

 

เพลงเสร็จแล้ว…’

 

จริงอ่า ขอฟังหน่อย

 

แปบนึง

 

...

 

ชอบจัง ทำไงดี

 

ให้รางวัลคนทำเพลงหน่อยเป็นไง แบคฮยอนเดินเข้าไปหาคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ คร่อมทับลงไปบนตักหันหน้าเข้า ก่อนจะเลื่อนมือไปคล้องที่ลำคออีกคนเลื่อนเข้าไปหอมแก้มทั้งสองข้างของแฟนหนุ่ม หันกลับมาจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตา ก่อนจะพูดออกมาด้วยความจริงใจ

 

ปาร์คชานยอลของแบคฮยอนเก่งที่สุดเลยครับ !’

 

 

            ชานยอลไม่ได้หันกลับไปฟัง เขาไม่อยากรู้สึกหรือพูดอะไรออกไปตอนนี้ แบคฮยอนอาจจะไม่รู้ว่าเขาอยากดึงอีกคนเข้ามากอดแค่ไหน แต่ก็ไม่ได้...

 

แบคฮยอน

 

ยุน...

 

เห็นมาเข้าห้องน้ำนานน่ะ เลยเป็นห่วง

 

            แค่นั้นชานยอลก็เดินออกไปอีกทาง ทิ้งใครไว้ด้วยความรู้สึกมากมาย

 

 

เป็นอะไรหรือเปล่า

 

เปล่าหรอก เราไปจากตรงนี้กันเถอะ

 

 

 

ภาพที่ทั้งสองเดินจับมือกันออกไปทำให้ใครอีกคนที่ยังยืนอยู่ไม่ไกลในทางตันนั้นทรุดนั่งลงกับรั้ว ชานยอลรู้ว่าซึงยุนมันเป็นคนนิสัยดี เหล้าไม่กินบุหรี่ไม่แตะต้องอยู่ในครอบครัวที่สมบูรณ์

 

แบคฮยอนเลือกถูกแล้ว เขายินดี...แม้ลึกๆในใจจะประท้วงว่ากำลังโกหกตัวเองอยู่ เพราะความจริงแล้วชานยอลอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีแบคฮยอน แต่มันก็สายไป...จะโทษใครไม่ได้เลยนอกจากความโง่ของตัวเอง

 

 

 

 

 

            หลังจากนั้นกลุ่มและสมาชิกในวง closer มากันมาฉลองที่คลับแห่งหนึ่ง แบคฮยอนนั่งนิ่งมาตลอดทางจนซึงยุนอดถามไม่ได้ แต่ก็ได้คำตอบว่าไม่ได้เป็นอะไรมาทุกครั้ง แบคฮยอนดื่มหนักมากแต่เขาค่อนข้างคอแข็งเลยไม่มีอะไรน่ากังวล ทุกคนกำลังสนุกมีเสียงพูดคุยเสียงหัวเราะมากมาย มีมือของซึงยุนที่โอวเอวของเขาเอาไว้ แบคฮยอนเลยหันไปยิ้มให้

 

            แบคฮยอนเดินหลบออกมาข้างนอกเขาไม่รู้ตัวเองกำลังเป็นอะไรทำไมให้หัวถึงมีแต่ชานยอลกับแววตานั้นที่ติดอยู่ถึงตอนนี้

 

 

จงอิน..จงอินยืนสูบบุรี่อยู่ที่ลาดจอดรถ ปากพลั้งเรียกออกไปเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายอยู่คนเดียว มองไปรอบๆก็ไม่เจอใคร อีกฝ่ายดูตกใจกับการปรากฎตัวของเขา

 

ว่าไง

 

สบายดีใช่มั้ย

 

หมายถึงใครล่ะ แบคฮยอนพูดไม่ออก

 

ถ้ากู สบายดี

 

...ชานยอลเป็นไงบ้าง

 

เมาหัวลาน้ำแต่ลากมันกลับไปแล้ว

 

ดีแล้ว เวลาเมายิ่งชอบพูดอะไรไม่รู้เรื่อง เสียงดังจะตาย เขาพูดออกไป ชานยอลเวลาเมาจะพูดทุกอย่างออกมาด้วยเสียงที่ดังกว่าปกติ เขายิ้มเมื่อนึกถึงจนถูกจงอินมองเหมือนจับผิด

 

มากับซึงยุนมันเหรอ

 

อืม สุดท้ายเราก็นั่งกันอยู่ด้วยบรรยากาศที่อึดอัด

 

แบคฮยอน จงอินหยิบโทรศัพท์ตัวเองออกมาทำอะไรบางอย่างก่อนจะยื่นมันมาให้เขา

 

 

ให้ดูเฉยๆนะ แต่อย่าคิดมากเลยวันนึงชานยอลมันจะแข็งแกร่งขึ้นด้วยตัวมันเอง

 

“…”

 

กูจะอยู่เป็นเพื่อนมันเอง

 

 

 

 

 

แบคฮยอนบอกกับยุนว่าวันนี้ขอกลับมานอนที่ห้องหลังจากที่ออกกันมาจากคลับ อีกฝ่ายก็เลยขับรถมาส่ง เพราะไม่ได้กลับมาหลายอาทิตย์ด้วยคงสกปรกไม่น้อย เจ้าตัวเองก็ไม่ได้งอแงอะไร

 

เขาเดินหมุนคอมาด้วยความเหมื่อยล้า มึนนิดหน่อยเพราะดื่มไปซะเยอะ เดินออกจากลิฟต์มาแล้วก็ได้กลิ่นเหม็นบูดอะไรบางอย่าง คอนโดนี้แทบไม่มีแม่บ้านอยู่ทำความสะอาดแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องปกติของคอนโดเก่า ลูกบ้านต้องช่วยกันรักษาความสะอาดกันเอง

 

และนั่นไงแบคฮยอนมองเห็นแล้ว ใครเอาถุงกับข้าวทิ้งไว้หน้าห้องเขา แย่จริงๆ...

 

แบคฮยอนเดินส่ายหัวเขาไปอย่างหงุดหงิดเหนื่อยก็เหนื่อยยังต้องมาเจออะไรหลายๆเรื่องรบกวนจิตใจอีก เขาก้มหยิบมันขึ้นพร้อมมือที่บีบจมูกเอาไว้ บูดจนอืดขนาดนี้เลยสงสัยจะหลายวันจริงๆ ก่อนจะเดินเอาไปทิ้งในส่วนที่เป็นที่เก็บถังขยะ แต่กำลังจะหันหลังกลับก็ต้องหยุดเมื่อคิดได้ว่านั่นมันคล้ายกับถุงโจ๊กร้านป้า...

 

เขาเปิดฝาขยะออกมาอีกครั้งแหวกถุงออกก่อนจะเห็นว่าใช่จริงๆ

 

ชานยอลมาที่นี่งั้นเหรอ ... ตั้งแต่ตอนไหนนะ

 

ทันทีที่เข้ามาในห้องตัวเองความรู้สึกหลายอย่างก็ประดังประเดเข้ามาในหัว น้ำตาที่รื้นขึ้นมาดื้อๆเมื่อนึกถึงคลิปที่จงอินเปิดให้ดูเขากล้ำกลืนฝืนทนความรู้สึกนี้ เขาได้เริ่มต้นใหม่แล้วและมันเป็นไปได้ดี ระหว่างเขากับชานยอล...มันไม่มีอีกแล้ว

 

กูยังไม่อยากกลับ จงอิน~’

 

ชานยอลมึงเมามากแล้ว ต้องกลับแล้ว

 

ไม่! เอาแบคฮยอนมาได้มั้ย มึงตามแบคฮยอนกลับมาให้กูหน่อยได้มั้ย

 

เอาคนของกูคืนมาให้หน่อย..’

 

ทำไมวะ มึงไล่เขาไปเองนี่

 

...

 

 

ทำไมวะ จงอิน

 

...

 

กูไม่เหลืออะไรแล้ว...

 

 

กูคิดถึงแบคฮยอน

 

 

เสียงอ่อนลงในวินาทีสุดท้าย กับหยดน้ำตาที่หลากไหลออกมาอย่างไม่ตั้งใจ ตัวที่สั่นเทิ้มในผ้าห่มที่ใช้มันกลบเสียงร้องไห้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หนึ่งปีผ่านไปไวเหมือนโกหก

 

            ในร้านอาหารที่ช่วงพักกลางวันคนจะเยอะเป็นพิเศษ และพนักงานเสิร์ฟอย่างแบคฮยอนก็เดินเสิร์ฟจนเวียนหัว แบคฮยอนเปลี่ยนมาทำงานร้านอาหารอิตาลีตอนกลางวันแล้ว และลาออกจากการทำงานที่คลับแล้ว ร้านนี้เป็นร้านของซึงยุน ก็ไม่เชิงว่ายุนเป็นเจ้าของร้านซะทีเดียวหรอก

 

            นับว่ายังโชคดีอยู่บ้างที่มันยังให้เขาทำงานกับมันได้อยู่

 

แบคโต๊ะ 14

 

ครับพี่ ก่อนจะถูกพี่อีกคนเรียกให้ไปรับออเดอร์ของลูกค้าที่พึ่งเข้ามาใหม่

 

 

สั่งอาหารเลยมั้ ...ชานยอล

 

เอาแฮมเบอร์เกอร์หมูชีสเบคอนกับโค้กครับ

 

...

 

..แค่นี้ครับ ขอบคุณครับ

 

            อีกคนทำเหมือนไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ ชานยอลเปลี่ยนไปมากผิวคล้ำขึ้น และร่างกายที่ผอมลงขนาดนั้น แบคฮยอนจำต้องเดินไปที่เคาน์เตอร์และได้แต่แอบลอบมองอีกคนเป็นระยะ ชานยอลเพียงแค่นั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง ตั้งแต่แข่งจบไปเราต่างคนต่างไม่เคยได้เจอกันเลย

 

            รู้จากจงอินว่าชานยอลกลับไปช่วยงานพ่อที่ต่างจังหวัด อยากจะตามไปคุยก็ไม่รู้อีกคนจะยังอยากคุยกันอยู่หรือเปล่า ได้แต่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปหลายเดือน ผ่านไปเป็นปีบทจะกลับมาเจอกันอีกครั้งก็เจอกันง่ายดายเหลือเกิน

 

ผมขอไปเสิร์ฟนะครับ แบคฮยอนสูดลมหายใจเข้าหนึ่งครั้งก่อนจะเดินมุ่งที่โต๊ะเบอร์14

 

อาหารมาแล้วครับ

 

            ชานยอลไม่ทักเลยซักนิด มีแค่เพียงรอยยิ้มซึ่งก็ดูทิ้งระยะห่างเหลือเกิน แบคฮยอนไม่มีเวลามากพอคนยังเข้าร้านก็มีเยอะมากขึ้นเรื่อยๆ

 

แบคๆเดี๋ยวรับออเดอร์โต๊ะ 3 เลยนะ

 

ครับพี่

 

ชานยอลถ้า

 

 

เห้ย แบค แบคฮยอนหันกลับไปมองพี่หัวหน้า เขายังไม่ทันบอกกับชานยอลเลย จะไปแล้วครับ

 

 

            แบคฮยอนยกมือขึ้นปาดเหงื่อพึ่งได้หยุดรับออเดอร์ มองหาไปที่โต๊ะเบอร์ 14 แต่ชานยอลไม่อยู่แล้ว....

 

ผมขอเวลาแปบนะพี่ เดี๋ยวผมมา

 

 

           

 

 

 

            ปาร์คชานยอลพึ่งกลับมาจากต่างจังหวัด ตอนนั้นเขาแค่รู้สึกอยากกลับไปใช้ชีวิตเงียบๆถ้าอะไรๆที่รบกวนจิตใจดีขึ้นก็คิดว่าจะกลับมา แต่ดันติดใจอยู่เกือบเป็นปีเลย ได้ช่วยพ่อดูแลสวนทั้งที่ร้อยวันพันปีไม่เคยคิดจะกลับมา ที่กลับมาวันนี้เพราะทุกอย่างในใจมันดีขึ้นแล้ว และมีค่ายเพลงฮิปฮอปค่ายใหญ่ติดต่อมาให้ช่วยโปรดิวซ์เพลงพอดี พ่อเลยบอกให้กลับมา

 

            ได้เจอแบคฮยอนด้วย...ไอ้จงอินบอกว่าแบคฮยอนไม่ได้ทำงานกลางคืนแล้วซึ่งก็ดีแล้ว แบคฮยอนจะได้ไม่ต้องกลับดึก และร้านอาหารนี้ก็เป็นของซึงยุนมัน แบคฮยอนอาจจะไม่ถูกใช้งานเยอะเท่าไหร่แต่ก็เหมือนจะไม่ใช่ อีกคนวิ่งจนหัวหมุนเลย

 

            เขาคิดว่าตัวเองทำใจได้ระดับนึงแล้ว วันนี้เลยอยากมาเจอซักหน่อย แต่พอได้เห็นก็รู้....

 

 

ระหว่างที่เดินออกมาที่ลานจอดรถข้างหลังร้านเท้าหยุดที่หน้ามอเตอร์ไซค์คันเดิมเมื่อถูกสวมกอดจากด้านหลัง นิ้วมือที่โอบรอบเอวที่จำได้ดี นิ้วเรียวที่ไม่เหมือนผู้ชายแบบนี้เขาเคยเห็นแค่คนๆเดียว

 

สัมผัสเปียกชื้นที่ด้านหลัง เสียงสะอื้นที่เขาจำได้ดีว่าเคยทำให้อีกคนต้องเสียใจมามากแค่ไหน

 

ม..ไม่เอาแล้ว ไม่เอาแล้วได้มั้ย

 

ชานยอลผอมไปจนน่ากลัว แบคฮยอนไม่คิดว่าอีกคนจะปล่อยตัวให้โทรมไปได้มากขนาดนี้ นับตั้งแต่วันนั้นวันที่เจอกันครั้งสุดท้ายที่เวทีประกวด เขาก็ไม่เคยเห็นอีกคนอีกเลย อยากปล่อยให้เวลามันผ่านไปเผื่อวันนึงที่เราจะกลับมาคุยได้ แค่เพื่อนก็ได้

 

แต่ระยะเวลาที่ผ่านไปมันทำร้ายเราทั้งคู่ ปาร์คชานยอลอาจจะไม่ได้เป็นแบบนี้เพราะเขาก็ได้ แต่ทำไมถึงไม่รักตัวเองเลย

 

มึงเป็นอะไร หื้ม สัมผัสนั้นยังอ่อนโยนมือสั่นๆเลื่อนไปลูบคราบน้ำตาออกจากใบหน้าที่ยังดูเหมือนเดิม เหมือนปีที่แล้ว หนึ่งปีแล้วเหรอเนี่ย...

 

เหมือนตอนที่เรายังอยู่ด้วยกัน

 

 

ทำไมผอมขนาดนี้ ทำไมไม่ดูแลตัวเองเลย

 

...

 

ไม่มีคนดูแลไง

 

...

 

ล้อเล่น กลับไปช่วยพ่อทำงานมา...ไปทำงานต่อเถอะ อาหารอร่อยดีนะ

 

อีกคนกำลังจะก้าวขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์หันหนีไปอีกแล้ว แบคฮยอนมองเห็นหมวกกันน็อคมันยังคงเป็นอันเดิมที่ยังมีรอยร้าวเพราะเขาเขวี้ยงมันตอนเราทะเลาะเมื่อครั้งก่อน

 

จะไล่กูไปถึงไหน!

 

...

 

ปีหนึ่งแล้วมึงก็ยังเอาแต่ไล่กู

 

แบคฮยอนทุบไปที่แขนของปาร์คชานยอล ไอ้คนบ้าที่เอาแต่ทำร้ายกันด้วยคำพูดแบบเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

ก็เพราะกูลืมมึงไม่ได้ซักทีไง!

 

...

 

เข้าใจหรือยัง

 

...

 

...กูเลิกรักมึงไม่ได้ซักที เสียงนั้นเบาบางราวกับจะทนไม่ไหว ต่อให้แบคฮยอนจะยังรักใคร เขาก็ยังเป็นปาร์คชานยอลที่รักแบคฮยอน

 

            การกลับมาที่นี่อีกครั้ง ก็มาเพื่อยืนยันว่าความรู้สึกที่ต่อแบคฮยอนว่ามันก็ยังคงเป็นความรัก

 

อยากลืมขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ ช่วงเวลาของเรามันไม่น่าจดจำเลยหรือไง

 

มึงจะให้กูจำว่ามึงไปมีความสุขกับคนอื่นที่ไม่ใช่กูด้วยงั้นเหรอ

 

...

เดี๋ยวคนอื่นจะเข้าใจผิด โดยเฉพาะมัน

 

กูเลิกกับซึงยุนแล้วตั้งแต่วันนั้น

 

แววตาปวดร้าวจ้องมองกันอีกหน แบคฮยอนเลิกกับซึงยุนหลังจากแข่งขันเสร็จ เขารู้ว่ามันผิดเพราะเหมือนตัวเองกำลังหลอกซึงยุนที่ผ่านมาเขารู้สึกดีกับอีกฝ่ายจริงๆ แต่ลึกๆในใจแล้วมันก็มีผู้ชายที่ชื่อชานยอลอยู่ในนั้นไม่เคยหายไปไหน เขาอยากซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองไม่อยากพยายามกับการลบใครบางคนออกไปจากชีวิตแล้วให้ใครอีกคนเขามาแทนที่ มันทำร้ายทั้งตัวเองและตัวของซึงยุน

 

อย่างที่บอกเขาเขารู้ว่าชานยอลพยายามมากแค่ไหน อยากกลับไปหาบ้าง อยากกลับไปปลอบใจทั้งที่รู้ว่ายังไงตอนนั้นก็ไม่มีประโยชน์

 

ชานยอลสบตากับแบคฮยอนอีกครั้ง แววตาที่อ่อนลงและมีน้ำตาคลออยู่ในนั้น

 

...จริงๆเหรอ อีกคนพยักหน้ารัวๆก่อนจะเอาหน้าผากมาชนกับอกของเขา

 

กูไม่เคยลืมมึงได้เลย... ต่อให้มึงจะรำคาญกูแค่ไหน ด่ากูด้วยถ้อยคำหยาบคายแค่ไหนกูก็เลิกรักมึงไม่ได้

 

...

 

มันผ่านมานานเท่าไหร่แล้วชานยอล

 

“…”

 

...ตอนนี้เรายังใจตรงกันอยู่บ้างมั้ยวะ

 

 

และคำตอบคงเป็นจูบนี้ มันไม่สนใครหน้าไหนทั้งนั้นเมื่อมันดึงตัวเขาขึ้นไป ใช้ปากบดจูบเข้าใส่ลงมารุนแรง ชานยอลมันกัดริมฝีปากล่างเขาอีกแล้ว สนหน่อยมั้ยว่าเลือดจะออกหรือเปล่า รสจูบแบบนี้เขาคิดถึงทั้งโหยหา แบคฮยอนเอียงองศาใบหน้าให้พอดีดูดคลึงตอบกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้ มือกำชายเสื้อสีดำแน่นจูบยาวนานหลายนาที ก่อนจะค่อยๆผละออกมา

 

ขอบคุณ...ขอบคุณทุกอย่างที่พามึงกลับมา

 

...

 

ต่อไปไม่ว่ามึงจะหนีกูไปไหน กูจะไปตามมึงกลับมาและจะไม่สนใครหน้าไหนทั้งนั้น

 

...

 

กูจะไม่ปล่อยมือมึงอีกแล้ว

 

 

ทั้งร่างถูกดึงมากอดแน่น แบคฮยอนซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดนั้น กอดตอบแน่นให้หายคิดถึงไม่ต่างกัน

 

นี่สิปาร์คชานยอลคนโหดของเขา....

 

 

 

 

 

ในห้องเดิมๆ บรรยากาศเดิมๆ รกเหมือนเดิม เผลอๆอาจจะยิ่งกว่าเดิม ปาร์คชานยอลเนี่ยหน่าไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆ

 

ทำไมยังรกอยู่เหมือนเดิมเลย

 

ก็ไม่มีเวลาทำเลยไง

 

แบคฮยอนถอนหายใจก่อนจะก้มลงไปเก็บกีต้าร์ที่วางพาดบนโต๊ะที่เราใช้กินข้าวออก ก่อนจะนึกขึ้นได้จึงปล่อยวางลงไว้อย่างเดิม

 

กีต้าร์อยู่ไหน

 

กูเอาไปตั้งตรงนั้น เราจะได้

 

เสือก ที่หลังไม่ต้อง

 

ชานยอลมองคนที่ยืนเหม่อ ก่อนจะเดินไปโอบกอดทางด้านหลังกดจูบไปที่หลังใบหู

 

ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่เคยทำให้มึงเสียใจ

 

“…”

 

ที่กูทำไปก็เหมือนกูกำลังทำร้ายหัวใจตัวเองเหมือนกันรู้มั้ยแบคฮยอน

 

มึงรู้มั้ย แค่มึงพูดว่าจะไม่ทำอีกแล้วใจกูอ่อนยวบยาบไปกับมึงแล้ว

 

...

 

กูเป็นคนอดทนเก่งนะชานยอลมึงก็รู้ แต่กูมีลิมิ—

 

ไม่ ... สัญญา กูสัญญาจะไม่มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นอีก ชานยอลดึกอีกคนเข้ามากอด กอดไว้เพราะไม่อยากให้หายไปไหนอีกแล้ว

 

ที่มึงทำไปก็เพราะมึงรักกูใช่มั้ย แบคฮยอนน้ำตาคลออีกครั้ง หลับตารับสัมผัสที่คลอเคลียอยู่ที่ลำคอ เขาอยากฟังคำๆนั้นอีกซักครั้ง

 

กูรักมึง

 

...

 

รู้แล้วแบคฮยอน รู้แล้วว่ากูอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีมึง

 

ชานยอลไม่เคยมีใครและไม่เคยสนใจใครนับตั้งแต่เราเลิกกัน ตลอดช่วงเวลาเขาพยายามสนใจแต่เพลงสนใจแค่ดนตรี คิดตลอดว่าต้องลืมแบคฮยอนได้ แต่กลิ่นเดิมๆ บรรยากาศเดิมๆมันยิ่งตอกย้ำว่าเขาอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีแบคฮยอน และมันแทบตายตอนรู้ว่าแบคฮยอนคบคนอื่น ตายทั้งเป็นเพราะรักพิสูจน์แล้วว่ามันมีจริงๆ

 

รักมึงนะชานยอล

 

รู้แล้วครับ แบคฮยอน แบคฮยอนหันกลับมาประจันหน้ากันดวงตานั้นใสแป๋ว มันไม่ใช่มึงอ่ะ

 

ชอบแบบโหดๆว่างั้น

 

ก็บอกว่าชอบม... เดี๋ยว

 

อีกคนหน้าแดง ก่อนจะก้มหน้าลงมามองมือที่เลื่อนมาปลดซิปกางเกงเขาลง และยังไม่ทันได้เงยมาต่อว่ามือนั้นก็ล้วงเข้าไปสัมผัสตัวตนที่ตื่นเร้าทันทีที่ถูกสัมผัส

 

ด..เดี๋ยว ช..

 

ก็คิดถึงนี่ครับ

 

ปากกดจูบไปอย่างหยอกล้อ ผละออกมาและยอมปล่อยอีกคนให้เป็นอิสระก่อนจะจับให้หันมามามองกันและกระซิบถ้อยคำบางคำออกมา

 

 

…love, you’re always B my only one~

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อาจจะน่าเบื่อเพราะเราเขียนเป็นสตอรี่ของแต่ละคน ช่วงหลังถึงกลับมาเป็นปกติ

ยังไงคอมเม้นบอกกันได้นะคะ จะนำมาปรับปรุงค้าบ

มันไม่เศร้า...แกรคิดมากกันบิ้วไม่ค่อยขึ้นไม่เคยมีประสบการณ์โดนบอกเลิก

ไม่เคยมีผนั่นเอง5555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555


 

#smileandgoCB


 

 

 

B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 527 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,054 ความคิดเห็น

  1. #1791 nananixyoohoo (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 00:32
    น้ำตาไหลเป็นเหยือกอ่ะ เอาจริงๆนะคือโกรธทั้ง2คนเลยอ่ะ โกรธชานเพราะไม่รู้จักควบคุมตนเองอ่ะ แล้วก็โกรธแบคที่ทำให้ชานแร็ปพลาดอ่ะแบบมันเป็นโอกาสที่สุดยอดมากเลยแต่พลาดอ่ะ แต่ดีมากๆคือพาร์ทมันแบบดีอ่ะดีไปหมด
    #1,791
    0
  2. #1777 wawanee (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:45
    ร้องไห้เลย มันดีมากๆ ฮื่ออออ
    #1,777
    0
  3. #1677 cheerchanbaek (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 15:27
    ฮื่อออออออออ ตอนแรกก็โกรธพี่ปาร์คนะ! ด่าแฟนตัวเองแบบนั้นได่ยังไงอ่ะ?! เค้าก็แค่อยากช่วยงี้ ฮื่อออ แต่มันใช่เลย...เค้าบอกว่า ทะเลาะกันแค่ไหนก็อย่าพูดว่าแบบ เลิกกันไหมล่ะ!! ไม่งั้นคือเลิกจริงๆ แล้วมานั่งเสียใจตอนหลังงง ฮื่อออ มันใช่!! เปนไงล่ะนังพี่ปาร์คคคค
    แบคฮยอนไปเจอคนใหม่ที่ดีกว่าเทออ่ะ! แล้วดูดิ! แบคก็ยังรักนายแม้ว่าเขาจะได้เจอคนที่ดีกว่าาอ่ะ โอ้ยยยยยย -บ้าาา!! ร้องไห้แปปปป เจ็บบบนมไปหมดเลยนน ฮื่อออออ จากนี้ไปต้องดูแลแบคให้ดีๆนะ ฮื่อออ รักกันไปนานๆนะโว้ยยย
    #1,677
    0
  4. #1328 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 14:36
    นึกว่าจะจบเศร้าแล้วววว
    #1,328
    0
  5. #1267 บะบีบ่ะๆ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 / 17:17
    😭😭😭😭😭😭😭
    #1,267
    0
  6. #1171 P-praery (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 14:50
    ร้องไห้เลย; ^ ;
    #1,171
    0
  7. #1097 Park Hyun (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 23:06
    โอ้ย มันดีจัง อยากมีแฟนที่รักกันขนาดนี้
    #1,097
    0
  8. #1094 Ppp (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 21:31

    นี่ก็แอบคิดนะว่าถ้าชานยอลคือคนที่ชนะ ชานยอลจะคร่ำครวญถึงแบคมั้ย 

    ที่บอกตัวเองไม่เหลืออะไรเพราะแพ้รึป่าว ความผิดหวังเลยยิ่งหนักหน่วง

    คือซึงยุนงานดีมาก เนี่ยแหล่ะนะ ดีเกินไปเลยได้ตำแหน่งพระรอง5555555555555

    #1,094
    0
  9. #938 pcy921 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 13:41
    ถึงจะสงสารชานยอลแต่ก็เข้าใจว่าทำแบคขอเลิกอะ ชานยอนเกินไปจริงๆ แต่ยังโชคดีที่ได้กลับมารักกันอะ
    #938
    0
  10. #926 mpndss (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 00:10
    แบคได้กับยุนหรือยัง คาใจมาก5555555
    #926
    0
  11. #912 CBforever (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 23:34
    โอ้โหหหห น้ำตาแตกเลยค่ะไรท์ รู้สึกถึงความรู้สึกแบคตอนโดนยอลพูดแย่ๆใส่ๆ แล้วก็รู้สึกความรู้สึกชานตอนที่เสียใจอ่ะ ฮือออออ สุดท้ายก็กลับมาหากัน ㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠ
    #912
    0
  12. #864 oohse_karn (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 08:03
    นึกว่าจะจบเศร้าซะแล้วว
    #864
    0
  13. #826 SkyApril (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 23:30
    ตอนแรกสมน้ำหน้าชานยอล แต่ช่วงหลังก็กลับมาสงสาร บ่วงพี่จริงๆ ไม่อยากให้พี่เจ็บปวด =..= อยากให้เค้าคู่กัน
    #826
    0
  14. #821 CHANBAEK 4ever (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 19:00
    ชอบบบบ ดีลล อะขอบคุณนะคะที่ทำให้จบแฮปปี้5555 สู้ๆคะ
    #821
    0
  15. #816 countingstars (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 01:53
    ดีมากๆ เลยยยย นึกว่าจะไม่แฮปปี้แอนดิ้งซะแล้ว ชอบค่า❤️❤️
    #816
    0
  16. #815 Aumbaek2306 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 13:09
    ไม่ว่าระหว่างจะเจ็บปวดแค่ไหน สุดท้ายแค่เรารักกัน มันจะผ่านไปได้เสมอ...ของคุณที่ยังกันอยู่...TT
    #815
    0
  17. #814 mackle (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 10:56
    แต่เจ็บตรงที่แบคไปมีคนอื่นแล้วชานไม่มีนี่สิ
    #814
    0
  18. #813 Dyo.A (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 10:42
    น้ำตามาเลย ฮืออออ
    #813
    0
  19. #812 bbbbyunploy_ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 09:31
    ไม่เศร้าแต่น้ามตาไหลแค่นั้นเอง ㅠㅠ
    #812
    0
  20. #811 khunyi (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 07:06
    เขียนดีมากๆค่ะ
    #811
    0
  21. #810 kqae149 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 23:43
    เศร้ามากกกกกค่ะ เขียนดีมาก ฉากกีต้าแบ่บน้ำตาไหลเลยอ่ะ
    #810
    0
  22. #809 Chakbann (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 18:18
    ชานยอลต้องอย่าพูดแรงอีกนะ!
    #809
    0
  23. #808 Charliiee (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 17:49
    เราว่าเขียนแนวนี้ก็ค่อนข้างโอเคนะคะ เพราะเราจะได้รู้ความคิดของปต่ละตัวละครไปด้วย จริงๆก็อยากให้เขียนฝากซึงยุนด้วยเหมือนกันนะคะ เป็นพระรองที่พระร๊องพระรอง น่าสงสารมากจริงๆ 555555555
    #808
    0
  24. #807 mmeieiss (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 16:45
    อ่านจบแล้วววว พักออกไปทำใจหลายรอบอยู่ แง แต่ก็แฮปปี้ มาหลุดขำตอนไรท์บอกไม่มีประสบการณ์บอกเลิกเพราะไม่มีผ 5555555555555555555555666666
    #807
    0
  25. #805 mmeieiss (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 15:36
    ยังอ่านไม่จบแต่บีบใจมากฮือ
    #805
    0