ฤทธิ์หมัดมังกรราชันสยบฟ้า

ตอนที่ 32 : มาเรียและฟาเรีย ตอนที่05

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 ก.ค. 63


     "ฮ่า ๆ สองพี่น้องได้ต่อสู้เพื่อตัดสินสิทธิ์ในการครอบครองราชบัลลังก์แห่งกาเลเทีย! มันช่างน่าตื่นตาตื่นใจจริง ๆ นี่เจ้าเองก็คิดแบบเดียวกันนี้ใช่ไหม?"

     สตรีลึกลับกล่าวกับจอมกษัตริย์ผู้เดินออกมาจากมุมมืด  ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกสายตาในที่นั้น  เครโต้ก้าวย่างอย่างองอาจไม่แสดงออกให้เห็นถึงอาการเจ็บป่วยหรือความชราเหมือนที่เคย  ดูแล้วไม่ใช่ลักษณะของคนป่วยใกล้ตายที่นอนติดเตียงมาเป็นปี ๆ อย่างแน่นอน

     "สะ... เสด็จพ่อ?"

     มาเรียเบิกตามองพระบิดาของตนอย่างไม่เชื่อสายตา  ก็ไหนว่าพระองค์ทรงประชวรหนักด้วยโรครุมเร้าจนไม่สามารถว่าราชการได้  ขนาดที่ต้องแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนก่อนที่จะโอนถ่ายอำนาจมาถึงมือของพี่สาวตนในที่สุด  แต่นี่ไม่ว่าจะดูยังไงก็เหมือนชายวัยกลางคนที่ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ดีทุกอย่างนี่นา?

     "องค์ราชา..."

     เจ้าขุนพลเรดโค้งคำนับอย่างสุภาพที่สุด  ไม่ว่าใครจะพูดยังไงบุคคลที่เขาให้การยอมรับนับถือมากที่สุดในอาณาจักรแห่งนี้ก็คือจอมกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่  ซึ่งให้โอกาสตนและเพื่อน ๆ เด็กกำพร้าจากภัยสงครามได้อาศัยอยู่ภายในกาเลเทียแห่งนี้  แถมยังมีน้ำพระทัยอันกว้างขวางเปิดทางให้ตนใช้ฝีมือไต่เต้าจากระดับพลทหารปลายแถวจนขึ้นมาถึงขนาดนี้ได้  ทำให้เขาซาบซึ้งใจยิ่งนัก  และสาบานว่าจะจงรักภักดีต่อเครโต้ตลอดไป

     "มาเรียและเรดเอ๋ย  ดูเหมือนว่าข้าจะทำให้พวกเจ้าลำบากเสียแล้วสินะ?"

     จอมกษัตริย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มลึกอย่างเช่นที่เคยเป็นมา  แต่มันกลับสร้างความอึดอัดใจให้แก่ผู้ฟังยิ่งนักเมื่อนึกถึงสถานการณ์ที่กำลังเผชิญกันอยู่ในตอนนี้  เครโต้หันไปยิ้มให้กับสตรีลึกลับผู้นั้นก่อนจะเดินเข้ามาใกล้กับลูกสาวของตน  มาเรียเงยหน้าขึ้นมองบิดาของตนด้วยความรู้สึกอันยากที่จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้

     "เสด็จพ่อ  ตลอดเวลาที่ผ่านมาท่านมิได้เจ็บป่วยด้วยโรคร้ายงั้นหรือ? เหตุไฉนท่านจึงต้องแสร้งทำเป็นคนป่วยแถมยังยอมให้ท่านพี่ของข้าขึ้นครองบัลลังก์อีก?"

     "มาเรียลูกรัก... ที่ผ่านมาข้าหายหน้าหายตาไปจากกิจการบ้านเมืองก็เพื่อรอเวลาที่จะให้ฟาเรียพี่สาวของเจ้าได้ขึ้นมาทำหน้าที่แทนตัวข้ายังไงเล่า!"

     องค์หญิงคนรองแห่งกาเลเทียถึงกับลืมหายใจเมื่อได้ยินคำพูดของผู้เป็นบิดา  นางไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าจอมกษัตริย์ผู้หยิ่งทระนงและภาคภูมิใจในภาระหน้าที่การปกป้องราชอาณาจักรเสมอมาจะยอมยกอำนาจให้แก่พี่สาวซึ่งวู่วาม ใจร้อนแถมยังมีนิสัยเลวร้ายเกินคนทั่วไปจะรับได้เช่นนี้ 

     "ฝ่าบาท! ท่านตัดสินพระทัยเช่นนี้ดีแล้วหรือขอรับ! อย่างที่ท่านทราบดีว่าราชอาณาจักรแห่งนี้เต็มไปด้วยศัตรูรอบด้าน  จำเป็นต้องมีผู้นำที่ทั้งเข้มแข็งและชาญฉลาดในการนำพาประเทศชาติอยู่รอด  กระนั้นท่านยังมอบหมายภาระอันใหญ่หลวงนี้ให้แก่คนอย่างฟาเรียอีกหรือขอรับ!!!"

     เรดเองก็ตกใจไม่แพ้มาเรีย  ที่ผ่านมาเขาเข้าใจว่าฟาเรียคงลุแก่อำนาจใช้กำลังเข้าควบคุมประเทศโดยมิได้รับพระบรมราชานุญาตจากจอมกษัตริย์เสียก่อน  โดยอาศัยอาการประชวรของเสด็จพ่อตนเองเป็นข้ออ้างในการครองบัลลังก์  แต่ตอนนี้ทุกอย่างกระจ่างชัดแล้วว่าทั้งหมดเป็นไปตามแผนการของเครโต้เสียอย่างนั้น

     "คนอย่างฟาเรีย งั้นรึ? เรดนี่เจ้ากล้าเอ่ยวาจาดูถูกสายเลือดของข้าคนนี้เชียวรึ!"

     "หามิได้ขอรับ!"

     เจ้าขุนพลกัดฟันก้มคำนับให้กับนายเหนือหัว  นี่มันอะไรกัน! ทั้งที่ยามปกติจอมกษัตริย์เครโต้คือบุคคลผู้ปราดเปรื่องและใช้วิจารณญาณตัดสินเรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม  จึงนำพาเรือใหญ่อย่างกาเลเทียออกตะลุยโต้คลื่นลมมรสุมท่ามกลางพายุในยุคสมัยอันบ้าคลั่งเช่นนี้ได้ตลอดรอดฝั่ง  มาบัดนี้กลับตัดสินพระทัยแบบใจเร็วด่วนได้  เลือกให้พี่สาวอย่างฟาเรียขึ้นครอบครองทุกสิ่งอย่าง  ในขณะที่นิ่งดูดายปลอ่ยให้พี่น้องฆ่าฟันกันเองเช่นนี้หรือ?  แม้ว่ามาเรียอาจจะอ่อนประสบการณ์ในด้านการปกครองบ้านเมืองก็จริง  แต่อย่างน้อยก็ยังเหมาะสมกว่าฟาเรียแน่ ๆ

     "ข้าเข้าใจเจ้านะเรด  จริงอยู่ฟาเรียอาจจะบกพร่องด้านการควบคุมอารมณ์ไปบ้าง  แต่ลองมองดูรอบด้านสิ! ในยุคสมัยแห่งการฆ่าฟันกันเช่นนี้หากไม่เลือกผู้นำที่มีความเด็ดขาดกล้าคิดกล้าทำแล้วจะเอาอะไรไปสู่กับศัตรูข้างนอกกันเล่า!"

     "แม้ว่านั่นจะต้องแลกด้วยชีวิตของเจ้าขุนพลบลูงั้นหรือขอรับ?"

     เรดกำหมัดแน่น  ต่อให้จอมกษัตริย์จะปั้นแต่งเหตุผลสวยหรูเพียงใด  แต่นั่นก็มิอาจเปลี่ยนความจริงที่ว่าบลูเพื่อนรักของเขาต้องสังเวยชีวิตของตนเพื่อแลกกับการพิสูจน์ความจงรักภักดีต่อจอมโฉดไร้ใจนั่น  เฉพาะเรื่องนี้เท่านั้นที่เขาไม่มีวันให้อภัยฟาเรียอย่างเด็ดขาด

     "อ้อ! การที่บลูพ่ายแพ้ให้แก่เจ้าก็ผิดคาดของข้านิดหน่อย  คิดว่าถ้ามันเอาจริงคงพอจะแลกชีวิตด้วยได้  ไม่นึกเลยว่าการให้เฝ้าลูกสาวของข้าอยู่แต่ในวังจะทำให้ฝีมือของมันทื่อลงขนาดนี้!"

     เลือดในตัวของเจ้าขุนพลแทบจับตัวเป็นน้ำแข็ง  ที่เขากำลังรับฟังอยู่นี่คือเรื่องจริงใช่ไหม?  จอมกษัตริย์ที่ตนรักและนับถืออย่างหมดใจกำลังค่อนขอดศักดิ์ศรีความภาคภูมิใจและเกียรติยศในฐานะนักสู้ของบลู  ทั้งที่มันเพิ่งจะสละชีพเพื่อปกป้องในสิ่งที่ตัวเองนับถือ  ทว่าอีกฝ่ายกลับเขวี้ยงสิ่งนั้นลงพื้นแล้วกระทืบซ้ำจนไม่เหลือชิ้นดี  นี่หรือคือเจ้าราชาแห่งกาเลเทีย  ขุนพลเรดก้มหน้าลงครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนาด้วยแววตามุ่งร้าย

     "แกมันไม่ใช่จอมกษัตริย์เครโต้! จงเผยโฉมออกมาซะไอ้สถุนสันดานชั่ว!!!"

     หากว่าที่ยืนอยู่ตรงนั้นคือเครโต้ตัวจริง  หากว่านั่นคือจอมกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ไร้เทียมทาน  การตายจากของบลูอาจไม่กระเทือนถึงสีหน้าก็จริง  แต่อย่างน้อยสิ่งหนึ่งซึ่งเรดสังเกตได้หลังจากผ่านศึกนับร้อยพันในช่วงหลายปีที่ผ่านมา  คือการไว้อาลัยให้แก่ผู้จากไป  หนึ่งบุรุษจะได้รับความไว้ใจเชื่อถือจากผู้อื่นได้อย่างไร  หากไร้ซึ่งความเคารพแก่กัน  เครโต้มักเชิดชูยอดวีรชนที่พลีกายถวายแก่อรุณรุ่งของกาเลเทีย  ไม่มีครั้งใดเลยที่จอมกษัตริย์จะกล่าววาจาดูหมิ่นผู้อื่นเช่นนี้  ยิ่งเป็นขุนพลบลูที่ไว้เนื้อเชื่อใจขนาดยอมให้อยู่รับใช้เคียงกายเป็นโล่แก่ลูกสาวคนสำคัญทั้งสองยิ่งแล้วใหญ่  มิหนำซ้ำยังท่าทางการเดินที่ผิดวิสัยผู้ป่วยนอนติดเตียงอย่างเช่นที่เคยเสแสร้งทำมาตลอดหลายปีนั่นอีก  คิดได้แบบนี้แล้วคำตอบก็เหลือเพียงหนึ่งเดียว  นั่นคือที่อยู่ตรงหน้านี้เป็นเพียงร่างเปลือกปลอม ๆ ที่สวมหนังเป็นจอมกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่  หาใช่เอกบุรุษที่ตนฝากใจกายไว้ไม่

     "หึหึ  นี่แหละหนาที่ข้ามิอาจไว้ใจปล่อยให้เจ้าอยู่ในเมืองหลวงได้..."

     และแล้วความจริงก็เปิดเผย  เมื่อร่างอันแก่ชราของจอมกษัตริย์ค่อย ๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงทีละเล็กละน้อย  จากฝ่ามือที่เหี่ยวย่นงองุ้มก็กลับเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล  ใบหน้าที่แห้งกร้านเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งวัยก็กลับเต่งตึงขึ้นมา  ตอนนี้จอมกษัตริย์เครโต้ผู้ใช้เวลาส่วนใหญ่นอนป่วยบนเตียงก็ย้อนคืนสู่ร่างจริง  กลายเป็นชายแปลกหน้าอีกคนที่ไม่มีใครรู้จักไปเสียแล้ว! 

     "เพราะเจ้านั้นมันช่างเป็นเหมือนม้าพยศที่ขี้สงสัยยิ่งนัก  เลยต้องไล่ไปไกล ๆ จากในรั้วในวังเสียหน่อย  ไม่นึกว่ายังจะอุตส่าห์กลับเข้ามาในช่วงสถานการณ์เช่นนี้อีก!"

     แต่เดิมแผนของพวกมันคือการสวมรอยเป็นจอมกษัตริย์แห่งกาเลเทียแล้วฉวยโอกาสส่งเสริมให้ฟาเรียขึ้นสู่บัลลังก์เร็วกว่าที่ควร  ด้วยรู้มาว่าสองพี่น้องนั้นไม่ถูกกันมาแต่ไหนแต่ไร  จึงดำเนินการปั่นหูองค์หญิงคนพี่มานานแรมปีกระทั่งสำเร็จผลเกิดเป็นเหตุการณ์ที่บลูสังหารฮอว์นองค์รักษ์ของมาเรีย  ทำให้ทุกสิ่งอย่างเข้าทางพวกมันจนหมด  และเพื่อให้แผนการเป็นไปอย่างราบรื่น  เครโต้ตัวปลอมตัดสินใจส่งเจ้าขุนพลเรดไปสู่แนวหน้าในการรับกับพวกทางเหนือ  แล้วรั้งบลูให้อยู่คอยเฝ้าทางนี้เอาไว้  ด้วยรู้ดีว่าฝ่ายหลังนั้นควบคุมบัญชาให้อยู่ใต้อาณัติได้ง่ายกว่านัก  เรดนั้นมีธรรมชาติคือช่างสงสัยและหวาดระแวง  จึงอาจระแคะระคายความจริงก่อนเวลาอันสมควรได้  ผิดกับบลูที่เป็นคนหัวอ่อนและชักจูงได้ง่ายกว่านัก

     "แก! ตกลงแล้วพวกแกเป็นใครกันแน่  แล้วเอากษัตริย์ของข้าไปซ่อนไว้ที่ไหน!!!"

     เจ้าขุนพลเลือดขึ้นหน้า  เขาพยายามจะดิ้นรนให้หลุดพ้นจากพันธนาการของศัตรูแต่ก็ยังไม่เป็นผล  ด้ายล่องหนเหล่านี้ช่างแข็งแกร่งกว่าที่คิดนักแถมเจ้าตัวยังบาดเจ็บสาหัสอีก  ด้านเครโต้ตัวปลอมเมื่อได้ยินดังนั้นก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

     "ก็ในเมื่อข้าเป็นเครโต้อยู่ตรงนี้แล้ว  จะเก็บตัวจริงเอาไว้ให้เป็นเสี้ยนหนามอีกทำไมกันเล่า?  จะบอกให้เอาบุญว่าจอมกษัตริย์หน้าโง่ของพวกแกน่ะโดนสับเป็นชิ้น ๆ แล้วโยนให้พวกนกกากินที่นอกเขตอาณาจักรตั้งนานแล้ว ฮ่า ๆ"

     กงล้อแห่งชะตากรรมนั้นช่างโหดร้าย  เมื่อเวลานี้อาณาจักรกาเลเทียตกอยู่ท่ามกลางสถานการณ์อันระส่ำระสายด้วยน้ำมือคนในอย่างฟาเรีย  มิหนำซ้ำจอมกษัตริย์ที่เปรียบดั่งเสาหลักของอาณาจักรมาตลอดยังสิ้นชีพอย่างน่าเวทนา  ทั้งเรดและมาเรียต่างยืนนิ่งเย็นวาบเหมือนเลือดจับตัวแข็ง  นี่มันเวรกรรมใดกันจอมกษัตริย์ผู้กล้าแกร่งอย่างเครโต้จึงต้องเผชิญกับวาระสุดท้ายที่ไม่สมเกียรติถึงขนาดนี้?

     "...ต่อให้สับพวกแกเป็นหมื่น ๆ ชิ้นมันก็ยังไม่สาสมกับความชั่วช้าของพวกแกเลย  เตรียมใจไว้ให้ดี ๆ เถอะ!!!"

     เจ้าขุนพลเรดสูดลมหายใจลึก  หลังจากที่ระเบิดความคลั่งออกไปสติสัมปชัญญะของตนก็เริ่มทำงานมากขึ้น  เยือกเย็นมากขึ้นและเริ่มคิดหาทางโต้กลับพวกศัตรูโดยเร็วที่สุด  ด้านมาเรียนั้นถึงกับทรุดลงร่ำไห้หมดเรี่ยวแรง  ชะตากรรมขององค์หญิงคนรองแห่งกาเลเทียนั้นช่างโหดร้ายนัก  เมื่อได้รู้ความจริงว่าบิดาสิ้นชีพอย่างโหดเหี้ยม  แถมพี่สาวยังโดนพวกคนโฉดหลอกใช้  ถูกเชิดไม่ต่างไปจากหุ่นกระบอกตัวหนึ่งเลย

     "ฮ่า ๆ ถ้าคิดว่าทำได้ก็ลองดูหน่อยเป็นไรไป?  เอ้า! ก่อนอื่นเริ่มจากงานละเลงเลือดสายวงศ์ของกาเลเทียที่เหลืออยู่กันก่อนดีกว่านะ!"

     ว่าแล้วเจ้ากษัตริย์ตัวปลอมก็ออกคำสั่งให้สตรีลึกลับผู้นั้นเชิดฟาเรียกลับมาจู่โจมน้องสาวของตนอีกครั้ง  ยิ่งนางบรรเลงบทเพลงจากเครื่องสายรวดเร็วเพียงใด  การโจมตีของราชินีโฉดก็รุนแรงยิ่งขึ้นเท่านั้น  มาเรียที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่พื้นจึงไม่ต่างจากเป้านิ่งที่โดนอัดโดนถองเข้าไปเต็มเปา

     "องค์หญิง!!!"

     เจ้าขุนพลร้องตะโกนด้วยความเป็นห่วง  แต่ที่สะท้อนกลับมานั้นก็มีเพียงเสียงสะอื้นไห้ เสียงร้องด้วยความเจ็บปวด และเสียงหัวเราะอันบ้าคลั่งเท่านั้น  มาเรียพยายามหลบการโจมตีด้วยกระบวนท่าที่ร่ำเรียนมาจากเรด  ทว่าฟาเรียนั้นเคลื่อนไหวได้รวดเร็วนักจนนางจับทางไม่ถูก

     "ท่านพ่อ... ท่านพี่... "

     ฟาเรียและมาเรียนั้นสูญเสียมารดาไปตั้งแต่ยังเล็ก  จึงได้รับความอบอุ่นเพียงครึ่งจากเครโต้ผู้ยุ่งกับกิจการบ้านเมืองตลอดมา  กระนั้นนางก็ไม่เคยตัดพ้อหรือเรียกร้องอะไรไปมากกว่านี้  ด้วยเลือดขัตติยะที่ไหลเวียนอยู่ในตัวนั้นเป็นเครื่องบ่งบอกถึงความสูงส่งในจิตใจ  ทว่าเวลานี้บ้านเมืองกำลังลุกเป็นไฟ  บิดาผู้เป็นที่พึ่งถูกฆาตกรรมอย่างโหดร้าย  พี่สาวเองก็ถูกหลอกเชิดให้กลายเป็นเครื่องมือในการทำลายกาเลเทีย  เสียเลือดเนื้อทั้งของผู้คนและเหล่าทหารหาญไปมากมาย  เสียกระทั่งยอดฝีมืออย่างเจ้าขุนพลบลู  เรดและริวจินถูกจับเป็นตัวประกัน  ตอนนี้คนที่จะยืนหยัดต่อสู้ได้ ณ ที่นี้ก็เหลือเพียงนางตัวคนเดียวแล้ว...

     "ฟาเรีย...  พี่เองก็คงจะเจ็บปวดมากสินะ?"   

     ฉับพลันนั้นองค์หญิงรองแห่งกาเลเทียจึงตั้งรับการโจมตีของอีกฝ่ายอย่างมั่นคง  ลมหายใจนิ่งคงที่แววตามุ่งมั่นแน่วแน่ไม่หวั่นไหวต่อสถานการณ์  จะซ้ายหรือขวาหน้าหรือหลังบนหรือล่างนางก็รับมือการจู่โจมได้ทุกรูปแบบ  ท่าร่างของมาเรียนั้นช่างดูละม้ายคล้ายกับกระบวนท่าตั้งรับของเจ้าขุนพลเรดไม่มีผิดเพี้ยน  และแล้วการต่อสู้ของสองพี่น้องที่เดิมพันด้วยอนาคตของกาเลเทียก็ได้เริ่มต้นขึ้น!



จบตอน   



นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น