ฤทธิ์หมัดมังกรราชันสยบฟ้า

ตอนที่ 3 : มังกรผู้ถูกคุมขัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 86
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    5 ก.ย. 62



     ใต้ปราสาทแห่งกาเลเทียซุกซ่อนความลับสำคัญบางประการเอาไว้  มันคืออดีตอันดำมืดที่ไม่สามารถเปิดเผยให้ใครได้ล่วงรู้เป็นอันขาด  ทว่าในวันนี้องค์หญิงแห่งราชอาณาจักรกำลังจะได้เป็นสักขีพยานแห่งบาปในอดีตที่บรรพชนของนางได้เคยก่อเอาไว้เมื่อนานแสนนานมาแล้ว...

     "อุ...  อืออ..."

     "ได้สติแล้วหรือขอรับองค์หญิง"

     มาเรียฟื้นคืนสติหลังจากร่วงลงมาจากด้านบน  โชคดีที่มีขุนพลบลูคอยรองรับร่างของนางเอาไว้ทำให้ไม่ได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม  และเมื่อสถานการณ์มันกลับตาลปัตรเช่นนี้เจ้าขุนพลจึงขันอาสากระแทกหัวไหล่ขององค์หญิงให้เข้าที่ดังเดิมด้วยตนเอง  พร้อมทั้งกำชับว่าให้งดเว้นการขยับไหล่ไปสักระยะหนึ่งเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวโดยเร็ว

     "ทำไมท่านถึงต้องทำเช่นนี้?  ทำไมต้องเอาชีวิตขององค์รักษ์ฮอร์นด้วย!"

     องค์หญิงรองออกปากต่อว่าเจ้าขุนพลเป็นการใหญ่  หากแต่เขาก็ได้แต่ยืนนิ่งอย่างสงบไม่คิดโต้ตอบอะไรอีกฝ่ายทั้งสิ้น  ด้านองค์หญิงแม้จะยังโกรธแค้นแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้เนื่องด้วยอาการบาดเจ็บ  กระทั่งได้ยินเสียงพวกทหารและราฟาไล่ตามหลังมา

     "มาทางนี้เถิดองค์หญิง"

     บลูเหลียวซ้ายแลขวา  พบว่าขณะนี้พวกตนตกอยู่ท่ามกลางโพรงใต้ดินอันมืดสลัว  บางทีนี่อาจเป็นทางลับใต้ดินที่เชื่อมออกไปสู่เส้นทางของน้ำบาดาลซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของอาณาจักรแห่งนี้  แม้ว่าจะเคยได้ยินเรื่องเส้นทางนี้มาบ้างหากแต่ยอดขุนพลก็ยังไม่เคยลงมาสำรวจถึงห้วงลึกข้างใต้ปราสาทมาก่อน

     "พวกมันอยู่ทางนี้เร็ว ๆ เข้า!"

     ได้ยินเสียงพวกราฟาไล่หลังมา  อันที่จริงบลูจะจัดการพวกมันให้เสร็จสิ้นภายในโพรงแห่งนี้เลยก็ได้  แต่ติดที่ไม่อยากให้องค์หญิงต้องมาพัวพันด้วย  จึงเลือกที่จะหาทางหนีออกไปจากชั้นใต้ดินเสียดีกว่า   

     "ขุนพลบลู...  ตกลงว่าท่านอยู่ฝ่ายไหนกันแน่?"

     องค์หญิงเริ่มไม่แน่ใจกับการกระทำของยอดขุนพลคนนี้  ทีแรกนางเข้าใจว่าบลูยอมก้มหัวเป็นข้ารับใช้กระทำเรื่องสกปรกให้แก่พี่สาวของตน  แต่มาตอนนี้กลับหาทางช่วยเหลือให้หลบหนีออกไปจากปราสาทนี้แทน

     "เรื่องนั้นข้าไม่ขอตอบ  ท่านแค่หาทางหนีออกไปจากที่นี่แล้วไปยังที่อยู่ตามลายแทงนี้ก็พอ!"

     บลูยื่นม้วนแผ่นหนังให้ผืนหนึ่ง  ในนั้นมีลวดลายคล้ายกับแผนที่ซึ่งระบุพิกัดสถานที่แห่งหนึ่งภายในอาณาจักรกาเลเทียแห่งนี้ซึ่งตัวมาเรียเองก็ไม่รู้จักสถานที่แห่งนั้นเลย  ทว่ายังไม่ทันจะเอ่ยปากถามอีกฝ่าย  พวกทหารก็กรูกันเข้ามาเล่นงานเสียก่อน

     "รีบไปสิองค์หญิง! ข้าจะรับมือพวกมันเอง!"

     เจ้าขุนพลวาดฝ่ามือเข้าใส่พวกทหารจนกระเด็นไปตาม ๆ กัน  มาเรียเห็นเช่นนั้นจึงรีบวิ่งหนีไปอีกทางในทันทีเพื่อเสาะหาทางออกจากโพรงใต้ดินแห่งนี้โดยไว  แต่ด้วยความไม่ชำนาญทางรวมถึงพื้นที่เฉอะแฉะเพราะน้ำใต้ดินจึงทำให้นางลื่นไถลลงไปสู่ห้วงลึกยิ่งกว่าเดิม  รู้สึกตัวอีกทีก็ตกลงมาอยู่ภายในคุกใต้ดินขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง  ล้อมรอบไปด้วยกำแพงหินหนาทั้งสี่ด้านและมีอุปกรณ์ที่ใช้เพื่อทรมานหรือพันธนาการวางระเกะระกะอยู่ทั่วไป  มาเรียไม่เคยรู้ไม่เคยได้ยินเลยว่ามีสถานที่เช่นนี้ในชั้นใต้ดินของปราสาทด้วย  แต่มันก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกหากจะมีสถานที่ใช้คุมขังนักโทษหรือศัตรูเพื่อสอบสวนและทรมาน  ในเมื่อโลกเราทุกวันนี้ก็เต็มไปด้วยความป่าเถื่อนรุนแรงมากพออยู่แล้ว

     "อุ... อือ..."

     ฉับพลันนั้นมีเสียงครางทุ้มต่ำดังขึ้นมา  องค์หญิงตกใจหันขวับไปมองทางต้นเสียงในทันที  และได้พบกับชายหนุ่มผู้หนึ่งซึ่งถูกจับมัดตรึงแขนขาไว้บนกำแพงอย่างหนาแน่นด้วยโซ่ตรวนขนาดใหญ่  ด้านหลังของกำแพงมีบางส่วนผุพังจนลำแสงลอดเข้ามาจากภายนอกได้  เงาของชายที่ถูกตรึงฉาบทับลงบนพื้นหินเย็นเฉียบตรงหน้านาง  มองดูคล้ายมังกรกำลังสยายปีกยังไงยังงั้นเลยทีเดียว

     "เจ้านี่เป็นใครกันนะ?"

     มาเรียรู้สึกสงสัยจึงขยับตัวเข้าไปใกล้  โชคดีที่มันถูกมัดตรึงอย่างแน่นหนาทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยเท่าไหร่  นางค่อย ๆ เลื่อนเส้นผมที่ปรกหน้าออกเพื่อขอมองดูใบหน้าของชายหนุ่มคนนั้นให้ชัด ๆ

     "ฮืออออ...  แฮ่!!!!"

     ทันใดนั้นเจ้านั่นก็ชักกระตุกเกร็งและพยายามพุ่งเข้าหามาเรียในทันที  จนนางตกใจกระโดดถอยหลังแทบไม่ทัน  ชายหนุ่มแยกเขี้ยวชนิดเห็นฟันครบทุกซี่หมายจะกัดเข้าที่ใบหน้าขององค์หญิงให้ได้  มันดิ้นกระชากโซ่ที่รัดแขนขาเอาไว้อย่างรุนแรงแต่ก็ไม่เป็นผล  อาจจะเพราะการที่ถูกกักขังไว้เป็นเวลายาวนานทำให้ร่างกายของมันดูผอมซูบแห้งเหี่ยวติดกระดูก  แถมสติสัมปชัญญะก็เลือนหายไปด้วยทำให้เคลื่อนไหวอย่างดุดันราวกับสัตว์ป่า   

     "หยุดอยู่แค่นั้นแหละองค์หญิง! แกไม่มีทางหนีรอดออกไปไหนได้อีกแล้ว ฮ่า ๆ"

     ราฟาพร้อมด้วยลูกสมุนอีกนับสิบแห่กันลงมาถึงคุกใต้ดินแห่งนี้ในเวลาไม่นาน  ดูท่าว่าคราวนี้นางคงหมดสิทธิ์รอดชีวิตออกไปจากชั้นใต้ดินแห่งนี้ได้แล้วเป็นแน่

     "หืมม? ตรงนั้นมีใครยืนอยู่ด้วยรึ!"

     ราฟาสังเกตเห็นนักโทษคนนั้นเช่นกัน  แต่เมื่อลองสังเกตให้ดีก็พบว่ามันถูกพันธนาการอย่างแน่นหนาเกินกว่าจะหลุดรอดจากโซ่ตรวนเองได้  ถึงยังไงก็คงเป็นแค่เชลยกระจอกไร้ความสำคัญที่ถูกใครบางคนขังลืมเอาไว้เฉย ๆ ไม่เป็นพิษภัยใด ๆ กับพวกตนแน่  จึงหันกลับไปสนใจเป้าหมายหลักนั่นคือมาเรียแทน

     "ฮึ่ม! ถ้าอยากได้หัวของมาเรียคนนี้ก็ลองเข้ามาดูสิ!!!"

     องค์หญิงตั้งท่าเตรียมต่อสู้อีกครั้งแม้จะยังเจ็บหัวไหล่เจียนตาย  รองขุนพลเห็นเช่นนั้นก็แค่นหัวเราะก่อนออกคำสั่งให้พวกทหารเข้าไปรุมเล่นงานอีกฝ่ายในทันที  และแน่นอนว่าในสภาพไม่สมบูรณ์เช่นนี้นางย่อมไม่ใช่คู่มือ  มาเรียเจอเล่นงานด้วยหอกและดาบจนบาดเจ็บไปทั่วทั้งร่าง

     "ฮ่า ๆ สภาพดูไม่ได้เลยนะ  นี่น่ะหรือคือองค์หญิงผู้สูงศักดิ์แห่งกาเลเทียน่ะ?"

     ราฟาแค่นหัวเราะอีกรอบก่อนจะเตรียมลงมือปิดฉากสังหารด้วยมือของตนเอง  ทว่าในพริบตานั้นเองที่มาเรียฉวยโอกาสกลิ้งหลบออกด้านข้าง  นางคว้าคันโยกที่กำแพงก่อนจะกดลงเต็มกำลัง  ส่งผลให้โซ่ตรวนที่ตรึงร่างของนักโทษคนนั้นถูกคลายออกอย่างรวดเร็ว  อย่างน้อยถ้าให้เจ้านี่ได้อาละวาดสักหน่อยก็คงพอหาทางหนีเอาตัวรอดจากสถานการณ์คับขันแบบนี้ได้แน่  มาเรียคิด 

     "หืมมม!"

     ทุกคนต่างหยุดนิ่งเมื่อได้เห็นชายคนนั้นหลุดเป็นอิสระหลังจากถูกพันธนาการอย่างยาวนาน  แม้แต่ราฟาเองยังยืนปักหลักดูเชิงไปก่อนด้วยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหน  หากแต่ชายหนุ่มกลับยืนก้มหน้านิ่งไม่ขยับเขยื้อนราวกับเป็นหุ่นไม้เสียอย่างนั้น  มาเรียเองก็ยังยืนงงเพราะเมื่อครู่เจ้านี่ยังทำท่าจะอาละวาดอยู่เลยแท้ ๆ

     "อุ... อือออ..."

     เมื่อเห็นว่ามันไม่มีท่าทีจะทำอันตรายใครแล้ว  ราฟาก็ขยับเข้าใกล้พร้อมกับเอื้อมมือผลักให้เจ้านักโทษเสียสติคนนี้ออกไปพ้นทาง  ที่ไหนได้เมื่อสัมผัสถูกตัวมันปุ๊บเจ้านั่นก็เกร็งกระตุกราวกับมีกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านไปทั่วร่างในทันที!

     "อะต๊าาา!"

     กำปั้นลุ่น ๆ ชกเข้าที่ใบหน้าของราฟาอย่างจังจนกระเด็นกลิ้งไม่เป็นท่า  มาเรียและทุกคนต่างตกตะลึงกับภาพที่เห็น  ไม่น่าเชื่อว่านักโทษผอม ๆ หนังหุ้มกระดูกไม่เต็มเต็งแบบนี้จะมีพละกำลังขนาดชกรองขุนพลให้ปลิวได้

     "ฮึ่มม! ไอ้สวะนี่!!!"

     ราฟาลุกขึ้นยืนแล้วตะโกนด่าเจ้านั่นด้วยความเกรี้ยวกราดบวกเสียหน้า  มันหมายจะเอาคืนอีกฝ่ายด้วยการเด็ดแขนขาสักข้าง  แต่เปล่าเลยเพลงหมัดของรองขุนพลไม่สามารถเฉียดตัวเจ้านั่นได้แม้แต่นิดเดียว  นักโทษชายยืนโซเซท่าทางเจียนอยู่เจียนไปก็จริง  หากแต่แววตาของมันกลับดูดุดันเกรี้ยวกราดไม่ออกแนวเหม่อลอยเหมือนเมื่อครู่ 

     "มัวแต่ยืนดูอะไรกันวะ  รีบเข้าไปจัดการมันสิเว้ย!"

     พอโดนเล่นงานหนักเข้ารองขุนพลก็น็อตหลุด  ออกคำสั่งให้พวกสมุนรุมเล่นงานศัตรูตรงหน้าในทันที  ด้านมาเรียก็ได้แต่ยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก  คอยมองดูท่วงท่าการต่อสู้ของบุรุษปริศนาคนนั้นด้วยความฉงนสงสัยว่าหมอนี่มันเป็นใครกันแน่?

     "อ๊าต๊าาต๊าาต๊าาา!!!"

     แม้จะถูกรุมก็ไม่หวั่น  ชายหนุ่มปริศนาประเคนทั้งหมัดและฝ่าเท้าให้พวกทหารอย่างถนัดถนี่  องค์หญิงเฝ้าสังเกตเพลงมวยของอีกฝ่ายพลางนึกทบทวนในภูมิความรู้ที่ตนมี  ก็ไม่ปรากฏว่าเคยเห็นวิชาเช่นนี้มาก่อน  ด้วยความหนักแน่นมั่นคงของกระบวนท่าที่ปล่อยออกมานั้นดูคล้ายวิหคสวรรค์สายปฐพีของขุนพลบลูก็จริง  หากแต่ท่วงท่าการเคลื่อนไหวนั้นเป็นเส้นตรงมากเกินไป  ขาดความอ่อนช้อยแบบที่มาเรียเคยประสบมา  และแน่นอนว่าราฟาเองก็คงสังเกตเห็นเช่นกัน  มันจึงยิ้มที่มุมปากก่อนจะบอกให้พวกทหารถอยออกไป

     "เฮอะ! วิชาของแกมันช่างอ่อนหัดสิ้นดี  ถึงอย่างไรก็คงเป็นแค่วิชาชั้นต่ำไม่ต่างอะไรกับปาหี่ข้าอ่านออกหมดแล้วไอ้หน้าโง่!"

     ว่าแล้วมันก็พุ่งตรงเข้าหานักโทษหนุ่มในทันที  แน่นอนว่าอีกฝ่ายย่อมปล่อยหมัดตรงเข้ามาเป็นการต้อนรับ  คราวนี้ราฟาไม่ติดประมาทจึงโยกตัวหลบเพลงหมัดของอีกฝ่ายได้อย่างหมดจดว่องไว

     "ฮ่า ๆ บอกแล้วไงว่า... เอ๊ะ?"

     แม้จะหลบหมัดตรงของคู่ต่อสู้มาได้แล้ว  หากแต่เมื่อชายคนนั้นบิดหมุนส่วนข้อศอกเบา ๆ ก็ก่อให้เกิดแรงลมกระชากที่ดึงให้ร่างของมันถลำเข้าหาอีกฝ่าย  เจอแบบนี้ราฟาจึงเสียหลักโดนมันตบหน้าสั่งสอนเข้าให้หนึ่งทีจนสะบัดไปอีกทาง  รองขุนพลทั้งเจ็บทั้งฉุนจึงกระโดดออกสู่วงนอกและเตรียมใช้กระบวนท่าไม้ตายเพื่อลบแค้นให้จงได้

     "แก! วันนี้ข้าจะขยี้หัวให้เละเป็นเศษผงด้วยฝ่ามือวิหคสวรรค์สามดรรชนีสลายศีรษะเดี๋ยวนี้ล่ะ!"

     ราฟาทะยานขึ้นสู่เบื้องบนเหนือศีรษะของอีกฝ่าย  ท่าร่างของมันดูคล้ายปีกวิหคที่สลายออกทั้งซ้ายขวา  และด้วยข้อนิ้วอันแข็งแกร่งของมันที่เฝ้าฝึกฝนนานแรมปีก็พร้อมจะบดขยี้กะโหลกศีรษะของศัตรูทุกคนบนผืนพิภพนี้ได้อย่างง่ายดาย  หากแต่คงไม่ใช่ของชายที่ยืนอยู่เบื้องหน้ามันในเวลานี้อย่างแน่นอน

     "ไฮย์! ตายซะเถอะไอ้สวะ!"

     ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นตายนี้เอง  ชายหนุ่มปริศนาไม่คิดที่จะหลบหรือแม้แต่ป้องกันใด ๆ ร่างที่เคยยืนโซเซเหมือนไม่มีแรงก็กลับชันเท้ายันพื้นไว้ได้อย่างมั่นคง  ตำแหน่งไหล่ สะโพก ข้อมือและเท้าต่างถูกจัดระเบียบอยู่ในจุดที่เข้ารูปสวยงามตามแบบแผนวิชาหมัดมวยแท้ ๆ  และมันก็แตกต่างกับการตั้งท่าในสรรพวิชาวิหคสวรรค์ที่มาเรียรู้จักเสียด้วย

     "ฮ่าหห์!!!"

     ชายทั้งสองพุ่งร่างผ่านกันกลางอากาศชนิดไร้เสียงกระทบกระทั่งใด ๆ  เจ้าคนคุกปรับลมหายใจให้เข้าที่เมื่อลงสู่พื้นแล้ว  ในขณะที่ราฟาติดปัญหาบางประการ... นั่นคือขณะนี้สายตาของมันกำลังจับจ้องไปที่มาเรียและเหล่าทหารที่ยืนอยู่เบื้องหลัง!

     "นี่มัน... อะไร... กัน?"  

     รองขุนพลรู้สึกสับสนอย่างบอกไม่ถูก  ก็ในเมื่อตนกำลังต่อสู้กับไอ้หอกนั่นโดยไม่ละสายตาจากมันเลยแม้เสี้ยววินาที  แล้วทำไมจู่ ๆ ตนจึงหันหลังกลับไปมองคนอื่นแทนเสียได้?  เจ้านั่นเล่นวิชามายากลอะไรกันแน่?  แต่ไม่นานนักก็ได้คำตอบ  เมื่อมันเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าที่หันหลังมาทางนี้มีแค่ส่วนศีรษะเท่านั้น!  ในขณะที่ลำตัวแขนขายังคงหันไปทางทิศที่ถูกต้อง  กล่าวคือเมื่อครู่มันโดนอีกฝ่ายจับบิดศีรษะให้หมุนย้อนมาแบบร้อยแปดสิบองศานั่นเอง!

     "ฮ่ะ ๆ เรื่องบ้า ๆ แบบ... นี้..."

     ครั้นจะพยายามใช้มือบิดลำคอกลับมา  แต่ก็พบว่าส่วนข้อต่อทั่วร่างไม่ว่าจะเป็นหัวไหล่ ข้อมือ ข้อศอก ล้วนแล้วแต่โดนจับบิดหมุนไปมาแบบผิดรูปร่างลักษณะตามปกติ  ตอนนี้ร่างของมันจึงดูคล้ายหุ่นเชิดที่ถูกเด็กน้อยจับหมุนแขนขาเล่นจนพังเสียรูปหมดแล้ว  ซ้ำร้ายกว่านั้น... ที่กล่าวมาทั้งหมดยังไม่มีอาการเจ็บปวดใด ๆ ให้รู้สึกเลยด้วย  ราฟาร่ำไห้ด้วยความหวาดกลัวจากก้นบึ้งของหัวใจ  แม้แต่องค์หญิงและเหล่าทหารยังยืนนิ่งราวกับถูกมนต์สะกด

     "ช่วย... ด้วย...!"

     ราฟาอ้อนวอนทุกคนในที่นั้นด้วยน้ำตานองหน้า  หากแต่ไม่มีผู้ใดเลยสักคนที่จะสามารถยื่นมือเข้าช่วยเหลือ  กระทั่งร่างกายของมันมิอาจทานน้ำหนักที่เกิดขึ้นจากการบิดเบี้ยวของสรีระได้และล้มครืนลงราวกับตุ๊กตาหุ่นซึ่งไร้การควบคุม  สภาพวาระสุดท้ายของรองขุนพลดูไม่ต่างอะไรกับกองผ้าสกปรกอาบไปด้วยเลือดเลยสักนิด 

     "ราฟา..."

     แม้จะโกรธแค้นการกระทำของมันสักเพียงใด  หากแต่องค์หญิงก็อดรู้สึกสมเพชเวทนาในฉากสุดท้ายของรองขุนพลผู้นี้ไม่ได้  และนั่นก็ทำให้นางแน่ใจอย่างหนึ่งนั่นคือ  จนถึงเมื่อครู่ชายปริศนาคนนี้ยังมิได้เผยฝีมือที่แท้จริงออกมาเลย  ตอนแรกที่เห็นกำปั้นและเท้าพุ่งออกมาตรง ๆ นั่นก็เพราะชายคนนั้นแค่ชกต่อยธรรมดาเท่านั้นจึงไม่มีกระบวนท่าใดให้เห็น  ต่างกับวิชาที่ใช้รับมือท่าไม้ตายของราฟาอย่างลิบลับเลยทีเดียว...


จบตอน


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น