ฤทธิ์หมัดมังกรราชันสยบฟ้า

ตอนที่ 23 : ความรัก ดอกหญ้า น้ำตาของเด็กน้อย ตอนที่02

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    1 พ.ค. 63


     เจ้าขุนพลเรดตื่นขึ้นมาด้วยท่าทางไม่สบายตัวนัก  เนื่องจากเมื่อคืนหลับไม่ค่อยสนิทเท่าไหร่มีแต่ฝันร้ายคอยตามรังควานหลอกหลอนอยู่ตลอดเวลา  ในความทรงจำอันหอมหวานที่มีทั้งตน บลู กรีนและพรรคพวกคนอื่น ๆ กับวันคืนชื่นสุขซึ่งไม่มีทางหวนย้อนกลับมาได้  เรดทำได้แค่เพียงยืนมองเพื่อนพ้องต้องล้มหายตายจากไปทีละคนท่ามกลางไฟสงครามและการต่อสู้เพื่อปกป้องมาตุภูมิ  มาตอนนี้มันไม่ใช่เพียงแค่ศึกนอกอย่างเดียวแล้ว  ทว่าศึกในนั้นก็ใหญ่หลวงยิ่งนัก  เห็นทีว่าวันนี้เขาอาจต้องต่อสู้ตัดสินกับสหายรักโดยมีเดิมพันเป็นอนาคตของกาเลเทียก็เป็นได้...

     "ดีมาก! อย่าให้แนวรับรวนเชียวล่ะ  แบ่งกำลังไปทั้งสองฝั่งคอยระวังหลังให้กันด้วย!"

     และแล้วสงครามกลางเมืองที่มีเจ้าขุนพลเรดเป็นแกนนำก็ได้อุบัติขึ้นในช่วงสายวันนี้เอง  ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการที่เขาวางเอาไว้  กองกำลังเล็ก ๆ ทว่ามีความเข้มแข็งร่วมน้ำหนึ่งใจเดียวกันออกก่อการจู่โจมตามจุดต่าง ๆ ทั่วเมือง  ทั้งที่ก่อนหน้านี้พวกกบฎยังถูกฝ่ายทหารของฟาเรียไล่บดขยี้จนถึงเมื่อวานแท้ ๆ  เมื่อได้ผู้นำที่ดีย่อมส่งผลถึงกำลังใจและแผนการต่อสู้ด้วย  ตอนนี้ทั่วทั้งกาเลเทียจึงตกอยู่ท่ามกลางความโกลาหลวุ่นวายไปหมด  เรดได้แต่ภาวนาว่าขอให้ศึกนี้รีบจบลงโดยเร็ว  เพื่อมิให้พวกศัตรูจากดินแดนข้างเคียงฉวยโอกาสยกทัพมาซ้ำเติมเสียก่อนจะเผด็จศึกทางนี้สำเร็จ

     "บุกมัน! บุกมันเข้าไป!!!"

     พวกชาวบ้านที่เคยถูกกองทัพของฟาเรียกดขี่ต่างก็ออกมาสำแดงพลังร่วมกับฝ่ายต่อต้าน  ด้วยการลอบโจมตีทหารจากมุมอับในตัวอาคารบ้าง  จากหัวมุมถนนหรือทางระบายน้ำใต้ดินบ้าง  ยิ่งเพิ่มความสับสนให้กับกองทหารเป็นเท่าตัว  และในที่สุดหน่วยรบของฟาเรียจำต้องแยกกำลังออกหลาย ๆ ส่วนเพื่อรับมือกับสงครามกองโจรตามความต้องการของเรด  กระทั่งการมาถึงของหน่วยรบพิเศษสังกัดกองกำลังหลักแห่งองค์หญิงฟาเรีย

     "เดี๋ยว ๆ นี่มันไม่เหมือนที่วางแผนเอาไว้นี่นา!"

     เพียงพริบตาเดียวจากสถานการณ์ที่ฝ่ายกบฎกำลังได้เปรียบ  กลับกลายเป็นเจ้าพวกหน่วยพิเศษซึ่งมีจำนวนพลน้อยกว่าแต่อุดมไปด้วยยอดฝีมือตรงเข้าจู่โจมทำลายแกนนำในจุดต่าง ๆ ที่เรดได้วางหมากไว้จนสิ้น  รวมถึงพวกชาวบ้านที่ต้องตกเป็นเหยื่อของพวกมันอีกด้วย   

     "อะ อย่าทำข้าเลย! ข้าเป็นชาวกาเลเทียเหมือนกับพวกท่านนะ!"

     ชายวัยกลางคนที่ถูกลากออกมาจากที่กำบังคุกเข่าร้องขอชีวิตอย่างน่าเวทนา  ทว่าพวกมันมีหรือจะสนใจ  แค่เพียงปลายนิ้วตวัดก็ตัดคอขาดกระเด็นกลิ้งไปกับพื้นในทันที  พร้อมด้วยเลือดสด ๆ พุ่งราวกับสายน้ำเป็นภาพอันน่าสยดสยองยิ่งนัก  เจ้าพวกนี้เดิมทีเคยสังกัดหน่วยพิฆาตอาชาสวรรค์มาก่อน  แต่เมื่อท่านหัวหน้าหน่วยตายลงจึงได้ถูกยุบรวมไปเข้ากับหน่วยพิเศษอื่น ๆ แทนที่  ครั้นเมื่อได้โอกาสให้ออกอาละวาดย่อมเน้นความสำราญปลดปล่อยสัญชาตญาณดิบของตนเป็นสำคัญ

     "อ๊ากกกก!!!"

     เสียงร้องอันโหยหวนของชาวบ้านและกลุ่มกบฎยังคงดังต่อเนื่องยาวนาน  กระทั่งการมาถึงของทัพหลักที่นำมาโดยเจ้าขุนพลเรดซึ่งอาศัยจังหวะนี้ควบม้าบุกตะลุยฝ่าแนวป้องกันเข้ามาตามเส้นทางหลักของเมืองเพื่อบุกเข้าถึงตัวปราสาทกาเลเทียให้เร็วที่สุด  แม้ว่าแผนของเขาจะพลาดในการรับมือกับพวกหน่วยพิเศษของฟาเรีย  แต่ก็ไม่มีเวลาจะมานั่งสับสนอะไรแล้ว  เพื่อการเสียสละอันยิ่งใหญ่ของพวกพ้อง  ตนจำต้องปฎิบัติภารกิจอันสำคัญยิ่งนี้ให้สำเร็จลุล่วงเท่านั้น

     "ท่านเจ้าขุนพล..."

     หัวหน้าหน่วยรบพิเศษปรากฏตัวขึ้นขัดขวางกองกำลังของเรดบนเส้นทางหลัก  เขาโบกมือให้พวกลูกน้องหยุดเสียก่อน  แล้วกระโดดลงจากหลังม้าเพื่อประจันหน้ากับคนที่เคยได้ชื่อว่าเป็นพรรคพวกเดียวกัน

     "ทำไมคนระดับท่านถึงต้องทำอะไรเช่นนี้ด้วย?  ดูเอาเถิดความวุ่นวายทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะความคิดบ้า ๆ ของท่านคนเดียวโดยแท้!"

     แม้จะถูกต่อว่าต่อขาน  หากแต่เจ้าขุนพลยังคงสงบนิ่ง  แม้ในยามไม่เคลื่อนไหว  สายตาอันคมปลาบของเขาก็สังหารใจของพวกหน่วยพิเศษให้ตายตกไปแล้วหลายต่อหลายรอบ  เว้นเสียแต่ตัวหัวหน้าหน่วยที่มิได้มีท่าทีเกรงกลัวอะไร  เพราะที่อยู่ตรงหน้าของมันก็คือศัตรูร้ายที่ต้องกำจัดเท่านั้น

     "ข้าขอถามคำเดียวเท่านั้น  เจ้าจะหลบให้ข้าได้หรือไม่?"

     "ถามอะไรไร้สาระเช่นนั้น  ข้าคงหลบให้เจ้าไม่...

     พูดไม่ทันขาดคำ  ศีรษะของมันก็ขาดหลุดกระเด็นไปเสียแล้ว  เจ้าขุนพลลงมือรวดเร็วไร้ความลังเลใด ๆ  ด้วยความสุดยอดหมดจดของกระบวนท่านั้น  แม้แต่หยาดโลหิตยังไม่มีกระเซ็นเปรอะเปื้อนร่างเลยสักนิด  ทำเอาพวกหน่วยพิเศษคนอื่น ๆ ถึงกับตกตะลึงในฝีมือความอำมหิตเลือดเย็นของอีกฝ่าย  แต่ก็ยืนตกใจกันได้ไม่นานนัก  ศีรษะของทุกคนก็ขาดออกจากร่างตายตกตามหัวหน้าไปติด ๆ  เลือดสด ๆ ไหลอาบไปทั่วพื้นถนนราวกับเป็นทุ่งสังหารก็มิปาน

     "ไม่เบา... ไม่เบาเลยนี่เรด!"

     เสียงปรบมือดังมาจากทางด้านหลัง  เมื่อเจ้าขุนพลหันกลับไปมองจึงได้เห็นว่าบรรดาลูกน้องของตนก็เจอบั่นเศียรขาดกระเด็นตกจากหลังม้าไปตาม ๆ กัน  แบบเดียวกับที่อีกฝ่ายเจอเมื่อสักครู่นี้ไม่มีผิดเพี้ยน  ด้วยฝีมือของชายฉกรรจ์คนหนึ่งที่ยืนแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์อยู่  มันจงใจสังหารโดยใช้วิธีการแบบเดียวกันเพื่อข่มอีกฝ่ายและแสดงให้เห็นว่าทางนี้เองก็มียอดฝีมือร้ายกาจไม่เบาอยู่เช่นกัน

     " ฟินน์ เองรึ? ไม่นึกว่าจะได้เจอแกอีกในสถานการณ์เช่นนี้นะ"

     เรดยังจำได้ดีถึงความโหดเหี้ยมของมันในสนามรบที่สังหารไม่เลือกแม้แต่พวกเดียวกันหากซุ่มซ่ามยืนขวางทาง  หรือกระทั่งในยามสงบที่มันเจาะจงออกล่าเหยื่อภายในมหานครกาเลเทียเพื่อความบันเทิงส่วนตัวเท่านั้น  และด้วยจิตอันดำมืดกระหายเลือดราวกับสัตว์ร้ายนี่เองที่จอมกษัตริย์อย่างเครโต้ยังต้องสั่งจองจำเอาไว้  ไม่ให้ออกมาเพ่นพ่านสร้างความเดือดร้อนให้แก่บุคคลอื่นได้อีก  เหลือเชื่อว่าฟาเรียจะยอมปล่อยให้ตัวอันตรายเช่นนี้นำกองทัพลุยเข่นฆ่าผู้คนได้หน้าตาเฉย  หรือว่าจิตใจของนางจะวิปลาสขาดสติจนหมดสิ้นแล้ว?

     "ฮ่า ๆ ถ้าไม่เพราะไอ้เครโต้มันสั่งคุมขังข้าเอาไว้  ป่านนี้คงได้เป็นเจ้าขุนพลเหมือนกับพวกเจ้าไปแล้วมั้ง?"

     ฟินน์ลงมือฉีกกระชากร่างไร้วิญญาณที่นอนกองตามพื้นอย่างบ้าคลั่ง  วิชากรงเล็บวิหคเหินฟ้าสายนภาของมันนั้นช่างรวดเร็วรุนแรงไม่ผิดไปจากในความทรงจำของเรดเลย  หากปะทะกันตรงนี้เขาคงต้องเอาจริงอย่างเลี่ยงมิได้  คิดเช่นนั้นจึงตั้งท้าเตรียมรับมือศัตรูเบื้องหน้าในทันใด

     "ในเมื่อตัวอันตรายออกมาเดินในสนามรบเช่นนี้  ข้าคงเลี่ยงไม่ได้แล้ว!"

     "โอ้! นี่คิดจะสู้กับข้าคนนี้งั้นรึ?  เยี่ยม ๆ ไหนขอดูฝีมือแกหน่อยสิ!"

     และแล้วทั้งสองก็ตรงเข้าห้ำหั่นกันในที่สุด  กรงเล็บต่อกรงเล็บฝ่ามือต่อฝ่ามือ  สองยอดฝีมือเล็งจู่โจมไปที่จุดตายของอีกฝ่ายอย่างไม่ลังเลเพื่อสังหารให้ตายตกโดยเร็วที่สุด  เมื่อกรงเล็บของฟินน์พุ่งผ่านใบหน้าของเรดไปแบบเส้นยาแดงผ่าแปด  ในขณะที่ฝ่ามือของเจ้าขุนพลก็เฉียดศีรษะของมันไปนิดเดียว

     "ฮ่าหห์!"

     เมื่อเห็นว่าท่าร่างพอสูสี  ฟินน์จึงเพิ่มระดับความเร็วในการโจมตีเพื่อปิดช่องว่าง  กรงเล็บของมันตวัดไปมาอย่างบ้าคลั่งดูน่าเวียนหัว  กระนั้นเรดยังอาศัยประสบการณ์ที่มีมากกว่าเล็งจู่โจมตัดล่าง  ทำลายข้อเข่าข้างหนึ่งของมันด้วยวิชาวิหคสวรรค์ตัดกระแสวารี  เท่านี้ฟินน์ก็เสียหลักต้องกระโดดถอยเว้นระยะออกมาในทันที

     "เยี่ยม ๆ แกทำให้ข้าสนุกจริง ๆ"   

     ฟินน์เผยรอยยิ้มอันเลือดเย็นออกมาก่อนจะทำในสิ่งที่เหลือเชื่อนั่นคือตัดขาของตนทิ้งไปซะ!  ในเมื่อใช้การไม่ได้แล้วจะมีติดไว้เป็นภาระทำไม?  กระนั้นแม้จะเหลือขาเพียงข้างเดียวก็ใช่ว่ากระบวนท่าของมันจะลดทอนความร้ายกาจลง  วิชากรงเล็บอันคมกริบราวกับใบมีดตวัดเฉือนอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง  เรดปัดป้องพลางก้าวถอยหลังไปสักสองสามก้าวได้ก่อนจะตอบโต้ด้วยฝ่ามืออันทรงพลังเข้าที่หน้าอกของอีกฝ่าย  แรงกระแทกนั้นสะเทือนทะลุไปถึงแผ่นหลังของมันเลยทีเดียว  เรียกว่าแม้แต่เนื้อยังแตกกระดูกยังป่น  ฟินน์กระอักเลือดออกมานิดหนึ่งก่อนจะแน่นิ่งไป

     "ฝีมือดี แต่ไร้ซึ่งสายตาในการประเมินคู่ต่อสู้..."

     เจ้าขุนพลกล่าวทิ้งท้ายกับร่างไร้วิญญาณของอีกฝ่ายแล้วควบม้าจากไป  นึกเสียดายวิชาอันร้ายกาจที่ต้องหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์อีกหนึ่งด้วยไร้ผู้สืบทอด  ถ้าไม่เพราะความวิปลาสของเจ้าของวิชา  ฝีมือระดับนี้อาจไต่เต้าไปได้ถึงระดับเจ้าขุนพลอย่างที่มันคุยโวไว้จริง ๆ ก็ได้


@@@@@@@@@@@@


     การรบใจกลางเมืองเป็นไปอย่างดุเดือด  เมื่อกองทหารของเรดเข้าร่วมกับพวกชาวบ้านและกบฎก็ทำให้สถานการณ์ยุ่งเหยิงยิ่งขึ้น  นั่นไม่ใช่สิ่งที่เจ้าขุนพลต้องการเลย  แต่ในเมื่ออำนาจไปตกอยู่ในมือคนบ้าเขาย่อมเหลือทางเลือกไม่มากนัก  ยอมหักไม่ยอมงอนั่นคือคติประจำใจของเจ้าขุนพล  แม้นั่นจะตามมาด้วยการนองเลือดก็ตามที  ทั้งหมดนี้เป็นไปเพื่อกาเลเทียอันยิ่งใหญ่

     "บุกมันเข้าไป!!!"

     ทัพม้าศึกของเรดยังคงมุ่งหน้าไปทางปราสาทแห่งกาเลเทีย  กระทั่งเห็นปลายยอดปราสาทอยู่รำไรแล้ว  อีกไม่นานก็จะทะลวงเข้าสู่ข้างในได้  ทว่าเสี้ยววินาทีนั้นมีบางสิ่งได้ดึงความสนใจของเขาไปจากประตูทางเข้า  บางสิ่งที่เฝ้ารอคอยเจ้าขุนพลอย่างอดทนอยู่ในสวนดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาและลุกไหม้ด้วยประกายไฟสงคราม

     "บลู..."

     เรดกระโดดลงจากหลังม้าในทันที  เขาออกคำสั่งให้ทหารติดตามที่เหลือนำหน้าไปโดยไม่ต้องรอ  เพราะตอนนี้ตนมีธุระต้องสะสางกับสหายเก่าคนนี้ให้เสร็จสิ้นเสียก่อน  เมื่อเห็นพวกลูกน้องควบม้าหายลับตาไปแล้ว  เจ้าขุนพลจึงเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายที่นั่งชันเข่ารอไม่ไปไหน

     "เข้าใจเลือกสถานที่นะ"

     จู่ ๆ เรดก็พูดติดตลกในสถานการณ์ที่ไม่น่าพูดอย่างที่สุด  แต่นั่นก็ทำให้บลูเผยรอยยิ้มออกมาจากใบหน้าที่บูดเบี้ยวมาตลอด  ก่อนที่มันจะลุกขึ้นยืนและเดินมาประจันหน้ากันที่ใจกลางสวน  เปลวไฟลามเลียทุ่งที่ครั้งหนึ่งเคยบานสะพรั่งสวยงามให้กลายเป็นทะเลเพลิงไปสิ้น

     "ข้าได้ตรวจสอบเรื่องขององค์หญิงมาเรียเรียบร้อยแล้วและเข้าใจเจตนาของแกหมดทุกอย่าง  กระนั้นแล้วก็ยังคิดจะปกป้องคนผิดอยู่อีกงั้นหรือบลู?" 

     "ความสับสนลังเลจะนำหายนะมาสู่ตนเองในสนามรบ  เรื่องนี้แกเป็นคนสอนข้าเองมิใช่หรือ?"

     บลูสูดลมหายใจลึก  เห็นได้ชัดว่ามันเตรียมใจมาพร้อมเผชิญหน้ากับทุกสิ่งและรับผิดชอบกับทุกการกระทำต่อจากนี้แล้ว  ดังนั้นคำกล่าวอ้างต่าง ๆ ต่อจากนี้จึงไร้ความหมาย  เรดตั้งท่าเตรียมรับมือกับสหายศึกและศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดในชีวิตของตนทันที  เมื่อลูกผู้ชายเข้าสู่สนามรบแล้ว  ที่จะใช้พูดจากันก็คือกำปั้น! เมตตาคือสิ่งต้องห้าม!

     "เข้ามาเลยบลู!!!"



จบตอน


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น