ฤทธิ์หมัดมังกรราชันสยบฟ้า

ตอนที่ 16 : ศึกเลือดกลางลานประลอง ตอนที่01

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    9 ธ.ค. 62



ซ่าา...

     น้ำในถังใบใหญ่สาดซัดเข้าเต็มใบหน้าหลับใหลของริวจินอย่างแรง  กระชากเขาออกจากห้วงภวังค์ในอดีตอันไกลโพ้น  กลับคืนสู่โลกแห่งความจริงในทันที  ริวจินลุกพรวดขึ้นด้วยความตกใจ  ก่อนจะพบว่าตนถูกตรึงไว้ด้วยโซ๋ตรวนเหล็กสีดำขนาดมหึมาที่ข้อเท้าทั้งสองข้าง

     "ฮึ่มม นี่มัน...!"

     "เอ้า! ตื่นซะทีนะพ่อขี้เซานี่!"

     ชายชราท่าทางพิกลพิการขาซ้ายไม่สมประกอบเดินกะโผลกกะเผลกเข้ามาใกล้  ในมือถือถังน้ำใบใหญ่ที่ซัดเข้าหน้าของเขาเมื่อครู่ไว้ด้วย  ดวงตาข้างหนึ่งของมันกลอกไปมาไม่สัมพันธ์กับอีกข้างคล้ายกิ้งก่าดูแล้วพิลึกพิลั่นชอบกล  ริวจินตั้งท่าเตรียมป้องกันตัวในทันทีด้วยไม่รู้ว่าบุคคลตรงหน้ามาดีหรือร้าย  ทว่าชายชรากลับหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะบอกอีกฝ่ายว่า

     "เอ้า ๆ ใจเย็น ๆ พ่อหนุ่ม! เก็บแรงไว้ใช้ในสนามประลองเถอะนะ ฮ่า ๆ"

     "แกเป็นใครแล้วที่นี่คือที่ไหน  บอกมาเดี๋ยวนี้นะ!"

     "เฮ้ออ... นี่เจ้ามาถึงที่นี่ได้ยังไงก็ยังไม่รู้ตัวอีกหรือนี่?  ช่างน่าสมเพชเสียจริง เอ้า! ข้าจะบอกให้เอาบุญก็ได้ว่าที่นี่คือโคลอสเซียมแห่งความมืดยังไงเล่าพ่อหนุ่ม!"

     ชายชรากล่าวพลางยิ้มกว้างจนปากแทบฉีกถึงหู  มันผายมือทั้งสองข้างออกเพื่อให้ริวจินได้ทัศนาบรรยากาศโดยรอบของห้องขังชั้นใต้ดินแห่งนี้  ซึ่งตรงมุมด้านบนกำแพงมีบานหน้าต่างเล็ก ๆ ถูกเจาะเอาไว้เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมด้วย  เขาเขย่งขามองลอดกรอบหน้าต่างนั้นออกไป  จึงได้เห็นพื้นเวทีขนาดใหญ่ที่อีกฟาก  เสียงโห่ร้องดังกึกก้องมาจากอัฒจันทร์ซึ่งโอบล้อมโดยรอบสนามประลอง  เหล่าผู้เข้าชมจำนวนมากต่างส่งเสียงโฮ่ฮาให้กำลังใจหรือก่นแช่งพวกนักรบในสนามที่กำลังห้ำหั่นกันอย่างดุเดือดชนิดไม่มีใครยอมใครเลยทีเดียว  พวกมันล้วนสวมชุดเกราะหนังท่าทางขึงขังพร้อมอาวุธทรงพลังในมือ  ต่างก็ส่งเสียงคำรามวิ่งเข้าปะทะกันราวกับว่าโกรธแค้นกันมาแต่ชาติปางก่อน  หยดเลือดและหยาดเหงื่อซาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ  ตอบรับกับความบ้าคลั่งของผู้ชมทั้งหลายได้เป็นอย่างดี

     "เจ้าพวกนั้นก็เพิ่งโดนต้อนขึ้นเวทีไปหมาด ๆ นี่แหละ  แถมคนที่จัดแจงแต่งองค์ทรงเครื่องให้กับพวกมันก็คือข้าคนนี้ไงล่า ฮี่ ๆ"

     มันพูดก่อนจะยืดอกด้วยความภูมิใจในหน้าที่  แต่ริวจินหาได้สนใจไม่เพราะตอนนี้เขานึกขึ้นได้ว่าองค์หญิงมาเรียไม่ได้อยู่ที่นี่  หลังจากการปะทะกับขุนพลบลูเขาได้รับบาดแผลใหญ่กลางหน้าอกก่อนจะสลบไป ใช่แล้ว...! เหตุการณ์หลังจากที่เขาสลบไปมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?  ทำไมเขาจึงมาติดอยู่ในสถานที่ประหลาดเช่นนี้และองค์หญิงหายไปไหนกันนะ?

     "ตอบข้ามาองค์หญิงอยู่ที่ไหน?  พวกแกเอานางไปซ่อนไว้ที่ไหน!"

     ริวจินกระชากคอเสื้อของชายชราขึ้นมา  ฉับพลันนั้นกระแสไฟฟ้าแรงสูงพลันแล่นเข้าร่างของเขาอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนกระเด็นร่วงลงไปนอนกอง  เขารู้สึกเหมือนได้กลิ่นเนื้อไหม้นิด ๆ ด้วย

     "ฮี่ ๆ ใจเย็นก่อนพ่อหนุ่ม! องหยง องค์หญิงอะไรข้าไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย  แล้วพวกคนในราชวงศ์ก็ไม่มีใครเคยมาที่นี่หรอกนะ  จะมีก็แค่พวกนางบำเรอเท่านั้นแหละ..."

     ชายชราพูดพลางบุ้ยใบ้ไปที่ด้านบนสุดของลานประลอง  ที่ตรงนั้นมีส่วนระเบียงที่ยื่นถัดออกมาจากพื้นอัฒจันทร์เล็กน้อย  บนนั้นยังมีหญิงสาวรูปร่างหน้าตาสะสวยในชุดเลิศหรูดูอลังการยืนกันอยู่หลายคน  แต่ละคนมีสีหน้าท่าทางไม่สู้สบายใจนัก  เค้าความวิตกกังวลกำลังกัดกินใบหน้าอันงดงามของพวกนางให้ดูหมองลงเล็กน้อย  และไม่มีวี่แววขององค์หญิงมาเรียปะปนอยู่ในกลุ่มนั้น

     "กฎของที่นี่มีแค่สองประการ  คือหนึ่งเจ้าชนะ... คว้ารางวัลและหญิงงามไปครอง  หรือสองเจ้าพ่ายแพ้... ตายคาคมอาวุธอย่างไร้ปรานี  กลายเป็นเศษซากโครงกระดูกทับถมอยู่ใต้พื้นดินของลานประลองนี้  ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งเท่านั้นแหละ ฮี่ ๆ"

     เลือดในกายของริวจินเย็นเฉียบ  หรือว่าในระหว่างที่ตนสลบไสลไม่ได้สตินั้น  เจ้าพวกคนชั่วทั้งหลายต่างลักพาตัวทั้งตนและองค์หญิงมาที่นี่  จับเข้าลานประลองเพื่อท้าชิงจนกว่าจะตายไปข้าง  ในขณะเดียวกันก็นำตัวมาเรียไปเป็นเหยื่อสังเวยตัณหาของพวกนักรบที่นี่งั้นหรือ?

     "แล้วก็อย่าได้คิดขัดขืนหรือหาทางหลบหนีออกจากที่นี่เลยเชียว  เพราะเพียงข้ากดปุ่มตรงนี้นิดหน่อย..."

     แค่มันเอื้อมมือไปกดปุ่มที่กำแพงเท่านั้น  กระแสไฟฟ้าพลันแล่นเข้าร่างของริวจินอีกครั้งอย่างรวดเร็วและแสนจะเจ็บปวด  ดูท่าว่าไฟฟ้าจะวิ่งผ่านมาทางโซ่ตรวนที่ล่ามขาทั้งสองข้างไว้นั่นเอง  อันที่จริงพันธนาการแค่นี้ย่อมไม่ครณามือของเขา  แต่ในยามที่สูญเสียแรงกายแถมยังได้รับบาดเจ็บหนักก่อนหน้าเช่นนี้ทำให้กำลังกายของตนเองถดถอยถึงที่สุด  มิอาจดิ้นรนให้เป็นอิสระได้โดยง่าย

     "อึกก กรอดดด...!"

     ริวจินพยายามฝืนลุกขึ้นยืนแต่ก็เจอกระแสไฟวิ่งเข้าร่างอีกรอบจนต้องฟุบลงกับพื้น  หมดปัญญาจะตอบโต้อะไรได้  ตาแก่เห้นดังนั้นก็หัวเราะชอบใจก่อนจะสำทับกับเขาว่า

     "บอกแล้วไงว่าอย่าคิดขัดขืน  อย่าว่าข้าโหดเลยนะแต่จะอยู่รอดที่นี่ได้ใจมันต้องแกร่งพ่อหนุ่ม!  เดี๋ยวอยู่ไปสักพักขี้คร้านเจ้าจะเป็นฝ่ายขอบคุณในการสอนสั่งของข้าด้วยซ้ำ  เงี๊ยย ฮ่า ๆ"

     หลังจากนั้นมันจึงเดินออกไปหยิบสำรับอาหารที่มีเพียงแค่เศษข้าวและปลาย่างตัวจิ๋วเข้ามา  ริวจินรับไปกินอย่างหิวกระหายในขณะที่ตาแก่ยืนหลบมุมตรงปุ่มกดอย่างระแวดระวัง  เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีท่าทีขัดขืนใด ๆ แล้วจึงหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะบอกว่า

     "เห็นไหมว่าข้าเลี้ยงทุกคนที่นี่ดีขนาดไหน ฮ่า ๆ ว่าแต่เจ้าชื่ออะไรรึพ่อหนุ่ม?"

     "ข้าชื่อริวจิน..."

     "อืมมม? ชื่อแปลก ๆ แฮะ... แต่เอาเถอะเมื่ออยู่ที่นี่เจ้าจะได้ชื่อใหม่อย่างเป็นทางการว่า นักรบหมายเลข 1238 เป็นไงไพเราะเพราะพริ้งเลยใช่ไหมล่า ฮ่า ๆ"

     ชายชราอธิบายว่านับแต่อดีตล้วนมีนักรบผู้กล้าแกร่งหลายต่อหลายรายสังเวยชีวิตตนลง ณ ที่แห่งนี่  นานวันเข้าชื่อของทุกคนก็เริ่มเลือนหายไปจากความทรงจำของผู้คน  จนกระทั่งต้องนำตัวเลขมาใช้เรียกขานแทนนามจริงเพื่อให้ง่ายต่อการจดจำและลงบัญชีในสารบบ  ดังนั้นเหล่านักรบหาญของโคลอสเซี่ยมนี้จึงถูกจารึกไว้ด้วยระบบจำนวนนับแทนที่จะเป็นสมญานามตามความเป็นจริง  หรือกล่าวคือก่อนหน้าริวจินยังมีนักรบที่เคยต่อสู้บนสังเวียนแห่งนี้มาแล้วไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันสองร้อยสามสิบแปดคนนั่นเอง

     "เรื่องชื่อจะยังไงก็ได้  แต่ช่วยบอกหน่อยเถอะว่าข้าจะออกไปจากที่นี่ได้ยังไงกันตาแก่!"

     "เฮ้ออ... นี่เจ้าไม่ได้ฟังที่ข้าพล่ามไปเมื่อกี้รึยังไงกัน?  ก็บอกแล้วไงว่าเงื่อนไขของที่นี่มีแค่สองอย่าง  ชนะก็เป็นเจ้า  แพ้ก็เป็นปุ๋ย  มีทางให้เลือกเท่านี้แหละ!"

     สรุปว่าความถูกต้องและอำนาจเพียงหนึ่งเดียวที่ทุกคนให้การยอมรับในนี้ก็คือชัยชนะที่ได้มาจากความรุนแรงในลานประลองเท่านั้น  อื่นใดนอกเหนือจากนี้ล้วนแต่ไร้ความหมายท่ามกลางกระแสความบ้าคลั่งรุนแรง  หากอยากเอาตัวรอดออกไปจากที่นี่ก็จำต้องไต่เต้าคว้าชัยชนะให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้  แล้วท้าประลองกับเจ้าผู้ปกครองอย่างซีซ่าร์เพื่อหาทางหลบหนีออกไปยังโลกภายนอก

     "แต่อย่างเจ้านี่ดูแล้วคงไม่มีทางเอาชนะท่านซีซ่าร์ได้หรอกนะ  เอาเถอะอย่างน้อยก็ช่วยมีชีวิตรอดไปนาน ๆ จนกระทั่งถึงอาทิตย์หน้าที  ข้าจะได้ไม่ต้องลำบากจัดที่ทางให้กับนักรบคนใหม่ในเร็ว ๆ นี้น่ะนะ ฮี่ ๆ"

     ตาแก่ทิ้งท้ายไว้อย่างน่ารำคาญใจก่อนจะเดินออกจากห้องขังไป  ทิ้งให้ริวจินจมอยู่กับความโศกเศร้าที่มิอาจปกป้องเพื่อนร่วมทางอย่างองค์หญิงได้  กระนั้นเขาก็ยังไม่หมดหวังเสียทีเดียวเพราะหากตนสามารถเอาตัวรอดออกจากเวทีประลองแห่งนี้ได้  ก็ยังพอจะหาหนทางช่วยเหลือปลดปล่อยมาเรียและหลบหนีออกไปยังโลกภายนอกได้ทั้งสองคนเป็นแน่


@@@@@@@@@@@@


     และแล้วในวันรุ่งก็ได้ฤกษ์เบิกการประลองครั้งแรกในชีวิตของริวจิน  โดยมีชะตากรรมขององค์หญิงแห่งกาเลเทียเป็นเดิมพัน  เขาค่อย ๆ ก้าวเข้าสู่ลานประลองที่ใจกลางอย่างระมัดระวัง  ท่ามกลางเสียงก่นร้องของผู้ชมจำนวนมากที่นั่งรายล้อมไปทั่วพื้นที่  เมื่อมองขึ้นไปบนชั้นที่นั่งซึ่งอยู่สูงที่สุดก็มองเห็นเงาราง ๆ ของบุรุษผู้หนึ่ง  ท่าทางกำยำล่ำสันเดาได้ไม่ยากว่าคงเป็นซีซ่าร์ผู้ถือครองดินแดนแห่งการต่อสู้นี้เป็นแน่  ข้างกายมันห้อมล้อมไปด้วยบรรดาสาวงามมากหน้าหลายตาภายใต้หน้ากากงานเลี้ยงดูหรูหรา  และหนึ่งในนั้นก็ดูคล้ายมาเรียเสียด้วย! 

     "นั่นมัน...!"

     ริวจินพยายามเพ่งมองขึ้นไปเพื่อยืนยันว่านั่นคือองค์หญิงจริง ๆ  ทว่ากลับเจอขวานด้ามมหึมาลอยเข้ามาที่ด้านหน้าของตนแทน  ทำให้เขาต้องเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว  ที่แท้เจ้านักสู้จากอีกฟากมันฉวยโอกาสตอนเผลอขว้างมานั่นเอง  โดยยังไม่มีสัญญาณเริ่มการประลองจากซีซ่าร์ด้วยซ้ำ

     "เสียมารยาทจริงเจ้าหมายเลข 1016!  ข้ายังไม่ได้ให้สัญญาณต่อสู้เลยด้วยซ้ำ!"    

     เสียงดังลงมาจากบุรุษที่ชั้นบนสุด  มีความเกรี้ยวกราดแฝงอยู่ในนั้นด้วย

     "ฮี่ ๆ สัญญาณบ้าบออะไรไร้สาระ  ไหนว่าความแข็งแกร่งคือความถูกต้องไม่ใช่หรือซีซ่าร์?  ล้างคอรอข้าคนนี้ไปจัดการแกได้เลย ฮ่า ๆ"

     ชายฉกรรจ์รูปร่างสูงใหญ่ยืนประจันหน้ากับริวจินบนเวทีอย่างไม่กลัวเกรง  ดูท่าทางแล้วมันน่าจะเคยประมือกับนักสู้คนอื่น ๆ บนลานประลองมาไม่น้อย  จึงกล้าอวดเบ่งท้าบารมีกับเจ้าผู้ครองโคลอสเซี่ยมแห่งนี้  ชายที่ชื่อซีซ่าร์ยิ้มที่มุมปากก่อนจะบอกว่า

     "หึหึ... นั่นสินะ! งั้นข้าคงไม่ขัดจังหวะไปมากกว่านี้แล้ว  เพียงแต่จะขอนำเสนอของรางวัลในทัวร์นาเม้นต์ครั้งนี้ก่อนก็แล้วกัน"

     ว่าแล้วซีซ่าร์ก็บีบบังคับให้มาเรียเดินออกมาจนถึงริมขอบรั้วกั้นของชั้นที่นั่ง  สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปยังรูปร่างสะโอดสะองค์ของนาง  แม้ว่าที่ผ่านมามาเรียจะไม่ค่อยสนใจใยดีกับการดูแลรักษาร่างกายและเครื่องประทินโฉมเหมือนพี่สาว  หากแต่ด้วยความงามตามธรรมชาติของนางก็มีมนต์ขลังมากพอที่จะดึงดูดสเน่หาจากเพศตรงข้ามได้มากพอแล้ว

     "การประลองในครั้งนี้ประกอบไปด้วยนักสู้ฝีมือดีทั้งสิบหกคน! และมีเพียงคนที่เก่งที่สุดเท่านั้นจึงจะได้รับรางวัลตอบแทนคือนางบำเรอคนใหม่แห่งโคลอสเซี่ยมนี้!"

     เสียงโห่ร้องดังกึกก้องไปทั่วบริเวณอีกครั้ง  บรรดานักสู้ต่างแลบลิ้นเลียปากด้วยความกระหายในตัณหา  ทุกคนต่างกระสันอยากจะขึ้นเวทีประลองเต็มแก่แล้ว  มีเพียงริวจินคนเดียวที่ยืนกัดฟันกรอดด้วยความโกรธแค้น  เพียงเพื่อสนองความต้องการของตนเอง  ต่อให้คนอื่นจะเดือดร้อนชิบหายเพียงใดก็หาได้ใส่ใจงั้นรึ?  ไม่ว่ายังไงก็ตามเขาจะต้องช่วยเหลือองค์หญิงออกมาให้จงได้! 



จบตอน


    
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น