Cheesecake Cafe by Jung Daehyun

ตอนที่ 7 : [SF] LoDae - ทิ้งไว้กลางทาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 190
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    5 ก.ค. 58


Minor!





NOTE : เรื่องนี้ไม่มีดราม่าร๊อกกกก ใสๆ เฮฮาครับ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ







 

 



                วอชิงตัน ดี.ซี, สหรัฐอเมริกา

                ผมเดินเตร็ดเตร่ไปรอบเมืองอย่างไร้จุดหมาย สายตาเลื่อนลอยมองเหม่อออกไปอย่างไร้ทิศทาง ทุกอย่างในเมืองนี้ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไปจากเมื่อ 2 ปีก่อน ถ้าจะเปลี่ยนก็คงมีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น...

 

 

 

ลอสแองเจลีส, สหรัฐอเมริกา 5 ปีก่อน

 

“ไง! มานานรึยัง?”

ผมหันไปตามเสียงทักทาย บังยงกุก ลูกพี่ลูกน้องของผม เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้ม โดยที่ข้างหลังของเขา มีคนแปลกหน้าที่ผมไม่รู้จักเดินตามมา 4 คน ผมพยักหน้ารับนิดหน่อย ก่อนจะลุกขึ้นกอดพี่ชายที่ไม่เจอกันนาน

“เพิ่งมาถึงซักพักครับ เฮียสบายดีมั้ย? แล้ว... นั่นใครมากมาย?”

ผมถามพี่ชายก่อนจะมองคนแปลกหน้าในห้อง ก่อนที่สายตาจะสะดุดกับใครคนหนึ่งที่มองมาที่ผมแล้วยิ้มให้ ก่อนจะหันกลับไปคุยเล่นกับใครอีกคนที่อยู่ใกล้ๆ ใบหน้าหวานน่ารักดูมีเสน่ห์นั้นช่างสะดุดตาผมเสียเหลือเกิน โดยเฉพาะริมฝีปากอิ่มสีแดงสดนั่น...

“มานี่สิ จะแนะนำให้รู้จัก”

เฮียยงกุก กอดคอผมลากไปหาคนแปลกหน้าที่อยู่ใกล้ๆ ก่อนจะยกแขนที่ว่างอีกข้างโอบผู้ชายหน้าตาสะสวย ผิวขาวดูราวกับผู้ดีเข้ามาแนบอก ก่อนจะยิ้มกว้างเห็นเหงือกสีสดอย่างอารมณ์ดี

“คนนี้ ฮิมชาน คิมฮิมชาน แฟนกูเอง สวยมั้ยหล่ะ?”

คนที่ถูกแนะนำชื่อกับผม ส่งยิ้มกว้างมาให้ เฮียยงกุกยังคงหาแฟนได้สวยอยู่เสมอ ถ้าไม่บอกว่าเป็นผู้ชายผมคงเข้าใจว่าเขาเป็นผู้หญิงจริงๆเหมือนกัน เพราะเขาเป็นผู้ชายที่มีใบหน้าสวยมาก

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยหล่ะ”

คิมฮิมชาน ยื่นมือมาให้ผมก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงหวานๆแต่ยังติดห้าวของเขา ผมเอื้อมมือไปจับมือพี่ฮิมชานก่อนจะส่งยิ้มตอบกลับไป

“ผมเจลโล่ครับ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน”

พี่ฮิมชานยิ้มจนตาหยีให้ผมอีกครั้ง แต่ก็ต้องหุบยิ้มเมื่อเฮียยงกุกตีมือเรา 2 คน ไม่เบาแต่ก็ไม่แรงเกินไป ก่อนจะตีหน้าโหดส่งมาให้ผม

“จับมือกันนานไปละๆ ปล่อยเว้ย!

หวงแฟนนี่เอง.... ผมยิ้มขำกับอาการของเฮียยงกุก ผู้ชายเถื่อนๆ มาดแบดบอยที่ไม่สนใจใครกำลังหวงแฟนแบบสุดๆ ผมชักอยากรู้แล้วสิว่าพี่ฮิมชานมีดีอะไรถึงจับเฮียของผมได้อยู่หมัดแบบนี้?

“นั่นยองแจ ผู้ช่วยของกู สวยใช่มั้ยหล่ะ? แต่ถ้าจะจีบก็ต้องขอไอ้เด็กคนที่ยืนทำตาตี่นั่นก่อนนะ”

เฮียยงกุกพูดพลางบุ้ยปากไปทางคนสองคนที่ยืนจับมือกันอยู่ ซึ่งทั้งสองก็ส่งยิ้มตอบให้ผมอย่างเป็นมิตร

“ยูยองแจนะ มีอะไรก็ปรึกษาได้ ไม่ต้องเกรงใจหล่ะ”

พี่ยองแจพูดพลางส่งยิ้มให้ผม พี่ยองแจเป็นคนน่ารัก เนื้อตัวก็ดูนุ่มนิ่มน่ารักน่ากอด ถ้าไม่ติดว่าพี่ยองแจมีใครอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆนั่นหล่ะก็... ไม่แน่ว่าผมอาจจะจีบพี่ยองแจจริงๆก็ได้

“ผม มุนจงออบครับ ผมเป็นแฟนพี่ยองแจ ยินดีที่ได้รู้จัก”

พูดจบก็ส่งยิ้มให้ผม ดูจากท่าทางแล้วคงจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับผมแน่ๆ ผมส่งยิ้มตอบเขาอย่างต้อนรับ

“เจลโล่ครับ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน”

เฮียยงกุกยิ้มอย่างพอใจ แขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามยกขึ้นคล้องคอคนตัวเล็กที่ยืนยิ้มให้ผมอยู่ก่อนแล้วมาใกล้ๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูหมั่นเขี้ยว แถมยังใช้มืออีกข้างที่ว่างบีบจมูกโด่งๆนั้นเล่นไปมาอีกด้วย

“ส่วนนี่ แดฮยอน เป็นน้องที่กูโคตรสนิทเลย สนิทกันมากจนจะเป็นผัวเมียกันอยู่แล้ว โอ้ย! ฮิมชานตีเค้าทำไม?”

เฮียยงกุกร้องออกมาเมื่อโดนพี่ฮิมชานฟาดเข้าให้จนแขนขาวๆที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของเฮียเป็นรอยมือพี่ฮิมชานอย่างชัดเจน พี่ฮิมชานเชิดปากขึ้นเล็กน้อย สองคิ้วขมวดเข้าหากัน ดูน่ารักในสายตาของผม และนั่นก็ทำให้เฮียยงกุกทรุดลงกอดขาพี่ฮิมชานแทบจะทันที

“เมียจ๋า~ เค้าขอโทษ เค้าพูดเล่นเฉยๆ อย่างอนเค้าเลยนะเมียสุดที่รักของยงกุก~

ผมอดหัวเราะให้กับท่าทางของเฮียยงกุกไม่ได้ เสือบังผู้ไม่เคยกลัวใคร กำลังกอดขาง้อแฟน ถ้าใครมาเห็นคงขำตาย ผมยิ้มให้ภาพตรงหน้า ก่อนจะหันมาสนใจคนที่กำลังกระตุกชายเสื้อผมเบาๆ

“พี่ชื่อ จองแดฮยอน ยินดีที่ได้รู้จักนะเจลโล่”

เมื่อพูดจบก็ส่งยิ้มจนตาหยีมาให้

 

นางฟ้า...

 

ความคิดแรกที่แว๊บเข้ามาในหัวของผม... คนตัวเล็กหน้าหวานที่สะดุดตาผมตั้งแต่แรกเจอคนนั้นเอง เขาน่ารักคนละแบบกับพี่ยองแจ แก้มกลมๆที่เวลายิ้มแล้วจะขึ้นเป็นขีดเล็กๆเหมือนหนวดแมว ตากลมโตดูเป็นประกายแต่แฝงไว้ด้วยความใสซื่อ อีกทั้งริมฝีปากที่ดูอวบอิ่มกว่าคนทั่วไป แต่ทำไมถึงสะดุดตาผมเหลือเกิน?

“ยินดีที่ได้รู้จักครับพี่แดฮยอน”

และนั่นคือประโยคสนทนาแรกระหว่างผมกับเขา...

 

พวกเราทั้ง 6 คนสนิทกันเร็วมาก เพราะที่พักของพวกเราเป็นแบบโฮมเมท หรือการแชร์บ้านด้วยกัน เราเจอกันทุกวัน พี่ฮิมชานกับพี่แดฮยอนจะรับหน้าที่เป็นพ่อครัวของบ้าน และทุกครั้งที่ทำอาหาร มักมีเรื่องป่วนๆเกิดขึ้นเสมอ และวันนี้ก็เช่นกัน...

“ปัง! ฉันบอกให้หยิบน้ำตาล รู้จักมั้ยน้ำตาลหน่ะน้ำตาล!

“แล้ว... น้ำตาลมันขวดไหนหล่ะ? นี่เหรอ?”

“นั่นมันเกลือ!

.

.

“ปังหยิบตะหลิวให้หน่อย”

“อ่ะ! นี่ครับคุณภรรยา”

“ย๊า!! นี่มันไม้พายทำขนม!

.

.

“บังยงกุก!! เอาไอ้เสือส้มออกไปจากครัวเดี๋ยวนี้!

“อะไรกัน? น้องทิกแค่อยากมาดูคุณแม่ทำอาหารแค่นั้นเอง”

“จะออกไปดีๆหรือให้ฉันเตะมันออกไป!

“เมียจ๋าทำไมใจร้าย!!

“ออกไป!!!

 

นั่นแหละครับ เฮียยงกุกเลยต้องมานั่งกอดตุ๊กตาทิกเกอร์ทำหน้าเศร้าอยู่ตรงโซฟา โดยที่ในครัวตอนนี้มีพี่ฮิมชานกับพี่แดฮยอนช่วยกันทำอาหารอยู่ 2 คน

ผมส่ายหน้าให้กับพี่ชายของผมเล็กน้อยอย่างเอือมๆ ก่อนจะเดินเข้าครัวไปโดยหวังที่จะเป็นลูกมือให้พี่ฮิมชานและพี่แดฮยอน ที่กำลังทำสงครามกับมื้อเย็นอยู่ในครัว

“มีอะไรให้ผมช่วยมั้ย?”

ผมเดินไปยืนข้างๆพี่แดฮยอนที่กำลังหั่นกะหล่ำปลีด้วยท่าทางที่คล่องแคล่ว พี่แดฮยอนขยับที่ให้ผมเล็กน้อย ก่อนที่พี่ฮิมชานจะยกตะกร้าใส่แครอทมาให้ผม

“ปอกแครอทเป็นมั้ย? พี่จะทำซุปแครอท ฝากด้วยนะเจลโล่”

ผมรับตะกร้าแครอทมาจากพี่ฮิมชาน ก่อนจะถือมีดอย่างเก้ๆกังๆ พี่แดฮยอนที่มองผมอยู่นานหัวเราะออกมาเบาๆ

“มานี่ พี่จะทำให้ดู... นายต้องถือแครอทแบบนี้ แล้วก็ถือมีดแบบนี้ จากนั้นก็ปอกแบบนี้นะ ง่ายใช่มั้ย?”

ผมมองพี่แดฮยอนที่อธิบายด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอย่างคนอารมณ์ดี ทำไมนะ? คนๆนี้ถึงได้ดูสดใสเสียเหลือเกิน? อยากอยู่ใกล้ๆ... อยากกอด ริมฝีปากอิ่มสีเชอรี่สวยนั่นมักจะมีรอยยิ้มอยู่เสมอ...

 

...น่าจูบ

 

“...โล่ เจลโล่!

ผมตกใจนิดหน่อยกับเสียงเรียก ก่อนจะสะบัดหน้าไล่ความคิดบ้าๆที่อยู่ในหัวออกไป พี่แดฮยอนขมวดคิ้วมองผมอย่างสงสัย ผมเลยส่งยิ้มตอบกลับไปแก้เก้อ

“พี่แดฮยอนว่าอะไรนะครับ?”

“มัวแต่คิดอะไรอยู่ฮึ? ใจลอยไปถึงไหนแล้ว?”

พี่แดฮยอนยิ้มให้ผมด้วยรอยยิ้มที่เหมือนกำลังเอ็นดู ก่อนจะส่งแครอทกับมีดมาให้ ผมรับแครอทกับมีดมาปอกทันที แต่..

“เจลโล่ระวัง!

คมมีดเฉีอนเข้านิ้วผมทันทีที่พี่แดฮยอนพูดจบ พี่ตัวเล็กทิ้งทุกอย่างที่อยู่ในมือก่อนจะจับนิ้วผมเข้าปากทันทีเพื่อหวังจะห้ามเลือดให้

 

ความอุ่นจนร้อนภายในปากของพี่แดฮยอนทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ...

...โดยเฉพาะที่อกข้างซ้าย

 

“เบ๊อะจริงๆเลยนายเนี้ย ต้องคอยตามดูแลตลอดเวลาแล้วมั้ง?”

พี่แดฮยอนพูดพลางหัวเราะจนแก้มขึ้นขีดเล็กๆดูน่ารัก ก่อนจะเดินไปหยิบพลาสเตอร์จากตู้ยามาแปะให้ผมเบาๆแล้วยิ้มให้

“นายไปนั่งอยู่กับพี่ยงกุกเลย เดี๋ยวพี่จัดการที่เหลือต่อเอง”

ผมเดินออกมาจากครัวอย่างช่วยไม่ได้ทั้งๆที่ในใจอยากช่วยมากกว่านี้ แต่กลัวว่าตัวเองจะไปเป็นภาระของพี่แดฮยอนเปล่าๆ

ผมเดินมานั่งตรงโซฟาตัวยาวตรงข้ามเฮียยงกุกที่ตอนนี้กำลังกอดตุ๊กตาทิกเกอร์พลางกดคอมต่อกแต่กๆด้วยใบหน้าขรึมดูผิดกับตอนอยู่กับพี่ฮิมชานเหมือนคนละคน

ผมมองแผลที่นิ้วของตัวเอง ตอนนี้มันมีพลาสเตอร์ลายหมาปิดอยู่ ก่อนที่ภายในอกข้างซ้ายจะเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง สัมผัสอุ่นๆจากริมฝีปากอิ่มของพี่แดฮยอนยังอยู่ ชวนให้รู้สึกดีและผ่อนคลาย

 

แค่ริมฝีปากสัมผัสกับนิ้ว ยังรู้สึกดีได้ถึงขนาดนี้...

...แล้วถ้าสัมผัสกับปากเหมือนกันหล่ะ?

 

ผมสะบัดหน้าเพื่อไล่ความคิดบ้าๆนั่นออกไปจากสมองอีกครั้ง ทำไมช่วงนี้ผมถึงคิดอกุศลกับพี่แดฮยอนบ่อยเหลือเกินนะ? หรือผม... กำลังคิดอะไรกับพี่แดฮยอนจริงๆ?

 

 

 

นั่นคือช่วงแรกๆที่เรารู้จักกัน... ทุกเหตุการณ์ทุกการกระทำยังคงไหลเวียนอยู่ในความคิดเหมือนหนังเรื่องเก่าที่ฉายซ้ำไปซ้ำมา

 

รอยยิ้ม... เสียงหัวเราะที่สดใส มันยังคงอยู่ในใจของผมเสมอ...

 

ผมยังคงเดินไปเรื่อยๆ ไปในทุกๆที่ๆผมกับเขาเคยไปด้วยกัน เมื่อก่อน ข้างๆกายผมเคยสดใสกว่านี้ แต่... เป็นเพราะอะไรกันนะ? อะไรที่ทำให้ที่ข้างๆกายผมหม่นหมองได้ถึงขนาดนี้?

ผมเดินมาหยุดอยู่หน้าร้านกาแฟเล็กๆร้านหนึ่ง ตกแต่งแบบเรียบง่าย บรรยากาศของร้านดูโปร่งๆ โล่งตา เพราะร้านอยู่ตรงหัวมุมถนน ทำให้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของฝั่งตรงข้ามได้โดยรอบ

 

ผมเดินไปที่โต๊ะตัวเดิม เก้าอี้ตัวเดิม ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม...

แต่ที่ตรงนี้ ไม่มีเขานั่งรอผม แล้วส่งยิ้มให้เหมือนทุกครั้งอีกแล้ว...

 

 

 

ผมรีบวิ่งให้เร็วที่สุดเพื่อไปให้ทันเวลานัด แม้ว่าตอนนี้มันจะเลยเวลานัดมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วก็ตาม สายตาพลางสอดส่องหาคนตัวเล็กที่คุ้นเคย ก่อนจะสะดุดเข้ากับแผ่นหลังเล็กของใครบางคนที่ผมรู้จักเป็นอย่างดี คนตัวเล็กในชุดไปรเวทสบายๆ สวมเฮดโฟนอันใหญ่สีขาว ปากอิ่มฮัมเพลงเบาๆ พร้อมสายตาที่มองออกไปยังทิวทัศน์เบื้องหน้าเหมือนคนที่อยู่ในอารมณ์ผ่อนคลาย

อิริยาบทง่ายๆ สบายๆ แต่กลับดึงดูดสายตาของผมให้จ้องมองได้เป็นอย่างดี พี่แดฮยอนยังคงสวยงามเสมอในสายตาของผมไม่ว่าจะอยู่ในอารมณ์แบบไหนก็ตาม

“เจลโล่!

พี่แดฮยอนถอดเฮดโฟนอันใหญ่ออกพลางหันมาเรียกผมก่อนจะส่งยิ้มมาให้เหมือนที่เคยทำ ดึงสติของผมให้กลับมาได้เป็นอย่างดี ผมรีบวิ่งไปหาคนตัวเล็กที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วก่อนจะขอโทษที่ตัวเองมาสายกว่าเวลานัดไปมาก

“พี่มานานรึยัง? ผมขอโทษนะครับที่มาสาย ขอโทษจริงๆ”

“ไม่เป็นไรหรอกน่า พี่ก็เพิ่งมาถึงได้ไม่นานเหมือนกัน”

คนตัวเล็กหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี พี่แดฮยอนเป็นคนโกหกไม่เก่ง และครั้งนี้อีกเช่นกัน ผมเห็นแก้วโกโก้ที่วางอยู่บนโต๊ะถึง 2 แก้วกับจานเค้กอีกจาน พี่แดฮยอนคงจะมารอผมนานแล้ว

“อย่าทำหน้าเหมือนลูกหมาสำนึกผิดแบบนั้นสิ พี่เพิ่งมาถึงจริงๆ พอดีหิวไปหน่อยหน่ะ เลยสั่งอะไรมากินก่อนซะเยอะเลย”

เหมือนจะรู้ความคิดของผม พี่แดฮยอนเอื้อมมือมากุมมือผมเอาไว้แล้วยิ้มส่งมาให้ ผมมองมือเล็กที่กุมมือตัวเองอยู่ ทั้งนุ่มนิ่ม และอบอุ่น ช่วยให้ผมคลายความกังวลลงไปได้อย่างน่าประหลาด

 

พี่แดฮยอนมีเวทย์มนต์รึเปล่านะ? ทำไมถึงทำให้ผมใจเต้นรัวโดยไม่มีเหตุผล

แล้วสงบลงได้อย่างน่าประหลาดในนาทีเดียวกัน...

พี่แดฮยอน... ทำไมพี่ถึงมีอิทธิพลกับผมเหลือเกิน?

 

“นายชอบกินเค้กมั้ย? เค้กร้านนี้อร่อยนะ”

พี่แดฮยอนพูดขึ้นมาหลังจากที่สั่งชีสเค้กชิ้นที่ 3 มากิน คนตัวเล็กเอาแต่ยิ้มไม่หยุดหลังจากตักชีสเค้กเข้าปากตัวเอง คำแล้วคำเล่า ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเจ้าตัวชอบชีสเค้กมากแค่ไหน? ผมได้แต่นั่งมองคนตรงหน้ากินเค้กพลางยิ้มไปด้วย หาเหตุผลไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมผมต้องยิ้ม?

 

ขอแค่เป็นพี่แดฮยอน ก็ทำให้ผมยิ้มออกมาได้ง่ายๆแล้วหล่ะ

 

“ถ้าไม่หวานมากก็ชอบครับ”

ผมตอบพลางยกแก้วนมปั่นขึ้นดูด พี่แดฮยอนยิ้มจนตาหยีก่อนจะตักเค้กในจานตัวเองมาจ่อปากผม

“ลองชิมสิ แล้วนายจะชอบชีสเค้กเหมือนที่ฉันชอบเลยหล่ะ”

ผมชะงักเล็กน้อย มองเค้กที่จ่อปากตัวเองสลับกับใบหน้าหวานๆของอีกคน แบบนี้... มันเหมือนการจูบกันทางอ้อมไม่ใช่เหรอครับ?

“มีอะไรรึเปล่า?”

“เอ่อ... คือ...”

พี่แดฮยอนเลิกคิ้วขึ้นสูงเป็นเชิงถาม ก่อนจะมองช้อนในมือตัวเอง

“นายรังเกียจเหรอ? งั้นพี่เปลี่ยนช้อนให้นะ”

พี่แดฮยอนลดช้อนที่จ่อปากของผมลงแต่ผมจับข้อมือเล็กนั้นเอาไว้ ก่อนจะงับช้อนกินเค้กพลางส่งยิ้มให้คนที่กำลังมองผมตาแป๋ว ปากอิ่มยิ้มกว้างออกมาอย่างพอใจ

“อร่อยดีนะครับ”

“นายชอบใช่มั้ย?”

“ชอบ...”

“พี่บอกแล้วว่านายต้องชอบ”

ที่ผมชอบหน่ะ... ผมหมายถึงพี่ต่างหาก ผมได้แต่พูดประโยคนั้นในใจ คนตัวเล็กเลิกสนใจผมก่อนจะตักเค้กเข้าปากตัวเองเรื่อยๆอย่างอารมณ์ดี

 

ผมได้แต่มองภาพตรงหน้า จดจำภาพนั้นให้ได้มากที่สุด เพราะอย่างน้อยเขาก็คือเรื่องราวดีๆที่ผมได้พบเจอในชีวิต เป็นเรื่องราวดีๆที่ผมไม่มีวันจะปล่อยให้มันลบหายไป

 

 

 

 

ผมยังคงยิ้มได้ทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องราวที่เคยได้ทำร่วมกับเขา ทุกเหตุการณ์ ทุกการกระทำ ผมยังจำได้หมด กลิ่นของกาแฟที่ลอยลอดออกมาจากภายในร้านยิ่งย้ำเตือนความทรงจำของผมให้คิดถึงเขามากยิ่งขึ้น สองขาของผมยังคงก้าวไปเรื่อยๆเหมือนต้องการเก็บรอยเท้าไปพร้อมๆกับการเก็บความทรงจำ

 

ความทรงจำที่มีความสุขของผม...

 

 

 

“เจลโล่!

ผมหันไปมองตามเสียงเรียก พี่แดฮยอนยืนโบกไม้โบกมือให้ผมอยู่อีกฟากหนึ่งของถนน ใบหน้าสวยยังคงประดับด้วยรอยยิ้มเหมือนทุกครั้ง ผมยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะข้ามถนนไปหาพี่แดฮยอน

“ทำไมมาซนอยู่แถวนี้ครับ?”

“พี่ไม่ได้มาซนนะ แต่พี่ขี้เกียจอยู่บ้านเลยกะจะออกไปเดินเล่นแถวชายหาดใกล้ๆหน่ะ นายไปด้วยกันมั้ย?”

“เอาสิครับ ผมกำลังเบื่ออยู่พอดี”

“งั้นไปเที่ยวกัน”

พี่แดฮยอนพูดพลางหัวเราะอย่างชอบใจเหมือนเด็กๆที่ถูกตามใจ ก่อนจะคว้ามือผมไปกุมไว้พร้อมฉุดให้ผมออกเดิน ผมมองมือเล็กที่กุมมือผมอยู่ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ เหมือนๆกับที่หัวใจของผมเต้นแรงแบบไม่มีเหตุผล

 

ผมไม่เคยมีเหตุผลเวลาอยู่ใกล้ๆพี่แดฮยอน เพราะเขาคือเหตุผลทั้งหมดของผม

 

พี่แดฮยอนกางแขนออกสุดตัว ตากลมโตหลับพริ้มเหมือนต้องการซึมซับบรรยากาศตรงหน้า ชายหาดที่เงียบสงบในยามเย็นชวนให้รู้สึกผ่อนคลายและเหงาไปพร้อมๆกัน พี่แดฮยอนทรุดตัวลงนั่งริมหาดก่อนจะทอดสายตาออกมองไปไกล

ผมนั่งลงข้างๆพี่แดฮยอน ก่อนจะแอบมองเสี้ยวหน้าสวยนั้นเงียบๆ ไม่ว่าจะทำอะไร คนๆนี้มีเสน่ห์อยู่เสมอ ปากอิ่มยังคงยิ้มน้อยๆ ผมเดาไม่ถูกว่าคนตัวเล็กคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่?

“อากาศดีเนอะ พี่ชอบบรรยากาศแบบนี้ที่สุดเลย พี่ชอบมาที่นี่เพราะมันเงียบ แต่ทุกครั้งที่มา มันก็ทำให้พี่รู้สึกเหงา...”

ผมฟังพี่แดฮยอนเล่าอย่างตั้งใจ คนตัวเล็กละสายตาจากทิวทัศน์เบื้องหน้ามายิ้มให้ผม

“แต่วันนี้พี่กลับรู้สึกไม่เหมือนทุกครั้ง แม้จะเป็นสถานที่เดิมๆที่ทำให้พี่รู้สึกแบบเดิมๆ แต่พี่กลับไม่รู้สึกเหงาเหมือนเคย เพราะพี่มีนายมาด้วย...”

“...”

“ขอบคุณนะ”

พี่แดฮยอนส่งยิ้มจริงใจให้ผม ผมมองภาพตรงหน้าค้างอยู่อย่างนั้น พี่แดฮยอนยังคงมีอิทธิพลกับความรู้สึกของผมมากจริงๆ ทำให้ผมอยากเห็นรอยยิ้มแบบนี้ในทุกๆวัน อยากอยู่กับเขาในทุกๆที่ อยากคว้าเอาตัวของเขาเข้ามากอด อยากหอมแก้ม อยากจูบ...

กว่าผมจะรู้ตัว ใบหน้าของเราก็ถูกดูดเข้าหากัน พี่แดฮยอนอยู่ห่างจากผมแค่ลมหายใจกั้นเอาไว้ ตากลมโตสบตากับผมก่อนจะค่อยๆหลับลงเมื่อริมฝีปากของเราแตะกัน...

ผมขยับปากบดเบียดริมฝีปากอิ่มที่ผมคิดอยากลองชิมอยู่หลายต่อหลายครั้ง มันเป็นไปอย่างเนิบนาบ เชื่องช้า ไร้การรุกล้ำ แต่เต็มไปด้วยความรู้สึก ผมต้องการจะส่งผ่านความรู้สึกของตัวเองผ่านจูบนี้ไปให้พี่แดฮยอน และถ้าผมไม่ได้คิดไปเอง ผมรู้สึกว่าพี่แดฮยอนเอง ก็คิดเหมือนกันกับผม

ผมละริมฝีปากออกมาอย่างอ้อยอิ่ง แต่ยังคงคลอเคลียปากของตัวเองเล่นกับปากอิ่มของคนตัวเล็กข้างๆ แก้มกลมๆของพี่แดฮยอนขึ้นสีจัด ผมได้แต่ยิ้มอย่างเอ็นดูส่งกลับไปให้ ตากลมโตหลุบลงต่ำเพื่อซ่อนอาการเขินของตัวเอง

 

พี่แดฮยอนยังน่ารักเสมอ...

 

“พี่แดฮยอน...”

“...อือ”

“พี่คิดเหมือนผมใช่มั้ยครับ?”

“คิด... คิดอะไร?”

“ผมชอบพี่...”

“...”

ความเงียบจากพี่แดฮยอนทำเอาผมรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก พี่แดฮยอนก้มหน้าหลบตาผม มือเล็กค่อยๆยกขึ้นจับชายเสื้อของผมเอาไว้ ก่อนที่ปากอิ่มจะแตะลงบนริมฝีปากของผมเบาๆ

“พี่รู้แล้ว...”

“พี่แดฮยอน...”

“...พี่ก็คิดเหมือนนาย”

ผมรวบเอาตัวของคนตัวเล็กขึ้นมานั่งตักก่อนจะกอดเอาไว้แน่น ยิ้มกว้างอย่างดีใจเพราะไม่คิดว่าคำตอบของเราจะตรงกัน พี่แดฮยอนบ่นเล็กน้อยโดยที่ใบหน้ายังคงแดงจัด แต่ก็ยอมให้ผมกอดอยู่แบบนั้น สองแขนเล็กยกขึ้นกอดคอผมเอาไว้ ปากอิ่มยังคงประดับไปด้วยรอยยิ้ม สายตาที่เรามองกันบอกทุกอย่างได้ดี โดยไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีกแล้ว

 

ผมได้พี่แดฮยอนมาอยู่ข้างๆแล้ว ผมสัญญาว่าจะไม่มีวันปล่อยให้พี่แดฮยอนไปไหน

ผมจะปกป้องและดูแลพี่แดฮยอนเท่าที่คนๆหนึ่งจะทำได้

ด้วยเกียรติ และหัวใจของผม...

 

 

 

ผ่านมาแล้ว 2 ปี แต่ผมก็ไม่เคยลืม ไม่มีวันไหนที่ผมลืม... รอยยิ้มของผมค่อยๆหายไปเมื่อนึกถึงใบหน้าน่ารักนั่นอีกครั้ง พร้อมๆกับความจริงที่ผมพยายามหนีมันมาตลอด 2 ปี

“ทำไม... พี่ต้องทิ้งผมด้วยครับ? ผมรักพี่ไม่มากพอเหรอพี่ถึงต้องทิ้งผมเอาไว้แบบนี้?”

“...ผมเคยมีพี่ยืนอยู่ข้างๆผม แต่ตอนนี้ผมกลับไม่มีพี่อีกแล้ว... พี่แดฮยอน พี่อยู่ที่ไหน? กลับมาหาผมจะได้มั้ย? กลับมาหาผม คนที่รักพี่อีกครั้ง...”

“...พี่แดฮยอน... ผมคิดถึงพี่...”

 

 

 

นิวยอร์ค, สหรัฐอเมริกา 2 ปีก่อน...

 

ทุกคนมานั่งรวมตัวกันอยู่ในบ้านหลังใหม่ที่เฮียยงกุกหาได้ ใบหน้าของแต่ละคนดูเคร่งเครียดอย่างที่ผมไม่เคยเห็น ผมเดินไปนั่งข้างๆพี่แดฮยอน คนตัวเล็กที่เคยมีรอยยิ้มอยู่เสมอ แต่วันนี้ริมฝีปากนั้นกลับไม่ได้ยิ้มเหมือนอย่างเคย

“มีอะไรกันรึเปล่าครับ? ทำไมดูเครียดกัน?”

“มึงจำไอ้เบน คู่อริของกูได้รึเปล่า?”

“เบนจามิน? ทำไมเหรอครับ?”

“มันได้ข้อมูลเรื่องที่พวกกูแอบทำเรื่องผิดกฏหมายไป มันขู่ว่าจะส่งไฟล์ข้อมูลทั้งหมดให้ตำรวจ ถ้ากูไม่ทำในสิ่งที่มันต้องการ”

เฮียยงกุกพูดเสียงเครียด ก่อนจะมองมาที่ผมกับพี่แดฮยอนสลับกัน

“แล้ว... มันต้องการอะไรครับ?”

“มันต้องการเงิน 5 ล้านดอลล่าร์”

“แล้ว... เราจะไปหามาจากไหน?”

“พวกเราถึงต้องมานั่งเครียดกันอยู่แบบนี้ไง”

เฮียยงกุกกุมขมับตัวเองแน่น ผมถอนหายใจออกมาอย่างรู้สึกแย่ไปด้วย ถ้าผมจะพอช่วยอะไรได้บ้าง มันคงจะดีกว่านี้สินะ

“ผมพอจะมีเงินเก็บอยู่ ทั้งเงินที่ผมทำงานและเงินที่ป๊าให้ไว้ก่อนจะเสีย พี่เอาเงินผมไปใช้ก่อนสิ”

พี่แดฮยอนพูดพลางจ้องหน้าเฮียยงกุกที่เอาแต่ขยี้ผมตัวเองไปมาอย่างคนคิดไม่ออก พี่ยงกุกตวัดสายตาขึ้นมามองพี่แดฮยอน พร้อมๆกับสายตาของทุกคน

“กูไม่...”

“อย่าปฏิเสธเลย มันจำเป็นไม่ใช่เหรอ? เงินแค่นั้นอ่ะ ถ้าไม่ตายก็หาใหม่ได้ พี่เอาไปเถอะ”

“แต่... แดฮยอน”

“ถือว่าผมขอร้องนะครับ ให้ผมได้ช่วยพี่บ้าง พี่ช่วยอะไรผมมาเยอะแล้ว ให้ผมได้ตอบแทนพี่บ้างเถอะนะครับ”

“...”

“พี่เป็นเหมือนพี่ชายของผม เหมือนคนในครอบครัวของผมอีกคน และพี่ก็เป็นลูกพี่ลูกน้องกับเจลโล่... ซึ่งเป็นคนรักของผม ถือว่าให้ผมได้ช่วยเถอะนะครับ”

ผมแอบใจเต้นกับคำพูดของพี่แดฮยอน ทั้งสายตาและคำพูดที่แน่วแน่ของพี่แดฮยอนทำให้พี่ยงกุกต้องถอนหายใจออกมา

“ถือว่ากูยืมมึงก็แล้วกัน แล้วกูจะหาเงินมาคืนมึงให้เร็วที่สุด ยังไงก็ขอบใจนะแดฮยอน”

รอยยิ้มที่ผมเคยเห็นอยู่เสมอ ผุดขึ้นยังริมฝีปากของพี่แดฮยอน ก่อนที่คนตัวเล็กจะหันมายิ้มให้ผม ผมกุมมือพี่แดฮยอนเอาไว้ก่อนจะมองตอบกลับไปเป็นเชิงขอบคุณ

 

พี่แดฮยอนคือนางฟ้าของผม... เป็นนางฟ้าของผมจริงๆ

 

บ่ายนี้พี่แดฮยอนไม่อยู่เพราะออกไปทำธุระเรื่องเงินที่จะเอามาให้เฮียยงกุก ผมไม่ได้ไปกับพี่แดฮยอนเพราะต้องช่วยพี่ยงกุกวางแผนตลบหลังไอ้เบนจามิน แต่ในระหว่างที่เรากำลังประชุมกันเรื่องแผนนั่นเอง จงออบก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้อง ท่าทางของจงออบเรียกให้พวกเราสนใจได้ไม่ยาก

“พี่! พี่ยงกุก!

“อะไรของมึงวะจงออบ?”

“แย่แล้วพี่! ไอ้เบนมันดักจับตัวพี่แดฮยอนไป”

“มึงว่าไงนะ?!

หัวใจของผมกระตุกวูบเมื่อได้ฟังคำพูดจากจงออบ ผมรีบก้าวเท้ายาวๆไปหาจงออบก่อนจะจับแขนทั้งสองข้างของเขาเขย่าพลางละล่ำละลักถาม

“มันจับไปเมื่อไหร่? แล้วตอนนี้พี่แดฮยอนอยู่ไหน? นายรู้ได้ยังไง? จงออบ! นายบอกฉันสิ!

“เฮ้ยๆ ใจเย็นๆไอ้เจลโล่ มึงใจเย็นก่อน”

พี่ยงกุกรีบเข้ามาดึงผมแยกออกจากจงออบก่อนจะจ้องหน้าผมนิ่ง

“ผมเย็นไม่ไหวนะเฮีย มันจับพี่แดฮยอนไป เฮียได้ยินมั้ยว่ามันจับพี่แดฮยอนไป!

“กูได้ยินแล้ว มึงต้องตั้งสติก่อนเจลโล่!

เสียงตวาดของเฮียยงกุกทำเอาผมถึงกับนิ่ง จงออบยื่นอะไรบางอย่างมาให้เฮียยงกุก ก่อนจะพยายามพูดให้เป็นคำ

“ไอ้เบนมันมาหาผมที่สนามบาส มันบอกว่าตอนนี้พี่แดฮยอนอยู่กับมัน ให้รีบเอาเงินไปให้มันภายใน 3 วัน ไม่อย่างนั้นมันจะปล่อยข่าว พร้อมทั้ง...”

“...”

“...ฆ่าพี่แดฮยอนทิ้ง”

“ไอ้เบน!

ผมตะโกนลั่นขึ้นมาอย่างโกรธจัด เฮียยงกุกยังคงล็อคตัวผมเอาไว้แน่น ผมเป็นห่วงพี่แดฮยอน ผมอยากไปหาพี่แดฮยอน ถ้าผมออกไปข้างนอกกับพี่แดฮยอน เขาก็คงไม่โดนจับตัวไปแบบนี้ ผม... รู้สึกเกลียดตัวเอง

เฮียยงกุกปล่อยตัวผมเมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น หน้าจอโชว์เบอร์ของพี่แดฮยอน เฮียยงกุกกดรับสายทันที ปลายสายวีดิโอคอลเข้ามา ภาพแรกที่ผมได้เห็นทำเอาผมถึงกับชาไปทั้งตัว...

พี่แดฮยอนถูกมัดติดกับเสาโดยมีใครที่ผมไม่รู้จัก กระชากผมของคนตัวเล็กคนนั้นให้เงยหน้าขึ้น ใบหน้าที่เคยสวยงามของพี่แดฮยอน กลับบวมช้ำและเต็มไปด้วยบาดแผล ที่มุมปากและหางคิ้วแตกเป็นแผลยาว คนตัวเล็กดูท่าทางเหนื่อยอ่อน เนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยช้ำจากบาดแผล

น้ำตาของผมไหลออกมาทันที พี่แดฮยอนทีเคยมีรอยยิ้มที่สดใสให้ผม ตอนนี้ไม่มีแรงแม้กระทั่งจะลืมตาขึ้นมาเลยด้วยซ้ำ

“มึงทำอะไรน้องกู?!

เฮียยงกุกถามอย่างโกรธจัด ปลายสายหันกล้องกลับไปถ่ายหน้าตัวเองก่อนจะยิ้มเหมือนคนโรคจิตที่กำลังสะใจในสิ่งทีตัวเองทำ

“ยูก็เห็นว่าไอทำอะไรน้องยู”

“มึงบอกที่อยู่มึงมาไอ้เบน กูจะไปกระทืบมึงเดี๋ยวนี้แหละ!

“อยากให้น้องยูตายตอนนี้เลยมั้ยหล่ะ?”

ไอ้เบนมันพูดพร้อมพยักหน้าให้คนที่ยังคงกระชากผมพี่แดฮยอนเหมือนเป็นการส่งสัญญาณ ไอ้นั่นพยักหน้ารับก่อนจะควักปืนออกมาจ่อขมับพี่แดฮยอนเอาไว้

“มึงอย่าทำอะไรพี่แดฮยอนนะ!

ผมตะโกนสวนกลับไปอย่างเหลืออด ถ้าเปลี่ยนเป็นผมแทนที่จะเป็นพี่แดฮยอน มันคงจะดีกว่านี้ พี่แดฮยอน... ที่ผมเฝ้าดูแลและทะนุถนอมมาตลอด 3 ปีที่เราคบกัน พี่แดฮยอนคนรักของผม...

“เอาเงินมาให้ไอ 10ล้านดอลล่าร์ แล้วไอจะคืนตัวน้องของยูให้พร้อมกับจะไม่ปล่อยข่าว ภายในวันพรุ่งนี้ที่โกดังที่เดิม อย่าตุกติก ไม่งั้นน้องยูสมองกระจายแน่ๆ”

ไอ้เบนตัดสายทิ้งไปแล้ว ผมได้แต่กำมือแน่นอย่างโกรธจัด สองขาก้าวออกจากห้องทั้งที แต่เฮียยงกุกกลับคว้าแขนของผมเอาไว้ก่อน

“จะไปไหนของมึง?”

“ผมจะไปหาเงินช่วยพี่แดฮยอน”

“มึงจะทำยังไงวะไอ้เจลโล่? เงินตั้ง 10ล้านดอลล่าร์ มึงจะไปหามาจากไหน?”

ผมยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะมองออกไปข้างนอกด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธ

“ถ้ามันหาไม่ได้ ก็ปล้นมันซะเลยสิ”

 

ผมยืนอยู่ข้างๆเฮียยงกุกกับพี่ๆคนอื่นๆอีก 3 คนหน้าโกดังสถานที่นัดแลกเปลี่ยนของๆเรา เมื่อวานหลังจากที่ผมพูดออกไปแบบนั้น ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ ก่อนที่เฮียยงกุกจะเริ่มวางแผนปล้นให้พวกเรา เงินที่ได้มาเพียงพอกับการแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ ผมทำทุกอย่างได้ทั้งนั้น ถ้าเหตุผลมันคือพี่แดฮยอน

 

ผมจะปกป้องพี่แดฮยอนให้ถึงที่สุดเหมือนที่ผมเคยพูดไว้ แม้ว่าตัวต้องตาย ผมก็ยอม..

 

“มาเร็วดีนี่ หวังว่าพวกยูจะไม่เล่นตุกติกกันนะ”

ไอ้เบนเดินออกมาจากโกดังพลางตบมือให้พวกผมเหมือนเป็นรางวัล ด้านหลังมีคนอยู่ 4-5 คน 2 คนช่วยกันหิ้วปีกพี่แดฮยอนที่อยู่ในสภาพแย่เต็มทีออกมาด้วย

“พี่แดฮยอน!

ผมทำท่าจะเข้าไปหาพี่แดฮยอนแต่โดนเฮียยงกุกดึงแขนเอาไว้ พร้อมๆกับที่ลูกน้องของไอ้เบนยกปืนขึ้นจ่อหัวพี่แดฮยอน

“กูจัดการเอง มึงดูสถานการณ์ไปเงียบๆแล้วกัน”

เฮียยงกุกดันผมไปด้านหลังให้พี่ฮิมชานกับพี่ยองแจจับตัวเอาไว้ พี่แดฮยอนพยายามลืมตาขึ้นมองก่อนจะฝืนยิ้มส่งมาให้ผม...

 

เป็นรอยยิ้มที่ผมเห็นแล้วเจ็บปวดที่สุดในชีวิต

 

“มึงรีบๆเอาเงินไปแล้วส่งตัวน้องกูมาได้แล้ว”

เฮียยงกุกพูดพลางเดินดุ่มเข้าไปหาไอ้เบน มันพยักหน้าสั่งลูกน้องให้พาตัวพี่แดฮยอนมาอยู่ข้างๆมัน เฮียยงกุกจ้องไอ้เบนด้วยท่าทีที่พร้อมจะฆ่ามันได้ทุกเมื่อ เฮียยงกุกขว้างกระเป๋าใส่เงินไปตรงหน้าไอ้เบน มันสั่งลูกน้องให้หยิบกระเป๋าขึ้นมาเปิดดู เมื่อเห็นเงิน 10 ล้านดอลล่าร์มันก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจ มันผลักตัวพี่แดฮยอนมาทางพวกผม ผมรีบวิ่งไปหาพี่แดฮยอนทันที ริมฝีปากอิ่มยังคงส่งยิ้มให้ผมเหมือนที่เคยทำ แต่...

 

ปัง!! ปัง!!

 

เสียงปืน 2 นัดซ้อน พร้อมร่างของพี่แดฮยอนที่ทรุดตัวลงกับพื้นทันที ผมมองภาพตรงหน้าค้างด้วยความรู้สึกที่เหมือนโดนกระชากวิญญาณออกไปแล้ว หัวเหมือนโดนฆ้อนขนาดยักษ์ทุบหนักๆซ้ำๆ

 

เพียงแค่เอื้อมมือ ผมก็จะได้ตัวพี่แดฮยอนมากอดแล้วแท้ๆ... อีกเอื้อมมือเดียวเท่านั้น

 

“พี่แดฮยอน!!!

ผมไม่สนอะไรอีกแล้ว ปืนที่ซ่อนไว้ถูกนำมาใช้ทันที ผมยิงออกไปอย่างคนเสียสติ พร้อมๆกับเฮียยงกุกและพี่ๆคนอื่น เราตะลุมบอนอันอยู่พักใหญ่ๆ ผมวิ่งฝ่ากระสุนอย่างไม่ลืมหูลืมตาเข้าไปคว้าตัวพี่แดฮยอนที่นอนหายใจรวยรินขึ้นมากอดไว้แน่น

“พี่... พี่แดฮยอน”

“เจลโล่...”

“พี่อย่าพูดอะไรเลยนะ ผมจะพาพี่ไปหาหมอพี่อดทนไว้นะ”

“เจล... โล่ อย่าร้องไห้...”

พี่แดฮยอนพยายามยกมือที่สั่นเทาขึ้นมาเช็ดน้ำตาให้ผม ลมหายใจแผ่วที่เหมือนจะหยุดลงของพี่แดฮยอนทำเอาผมยิ่งร้องไห้หนักเข้าไปอีก

 

น้ำตาที่ผมไม่เคยเสียให้ใคร แต่ตอนนี้มันกลับไหลออกมาไม่หยุดให้คนที่ชื่อ จองแดฮยอน

 

“พี่อย่าทิ้งผมไปนะ พี่แดฮยอน! พี่ได้ยินมั้ย? ผมรักพี่นะ อย่าทิ้งผมไปนะ”

“พี่ได้ยิน... อึก! แล้ว พี่ก็รักนายเหมือนกันนะเจลโล่...”

“พี่ต้องอยู่กับผม ฮืออ พี่แดฮยอนต้องอยู่กับผมนะ!

“พี่จะอยู่กับนาย...”

มือเล็กที่ลูบแก้มของผมเลื่อนลงทาบไว้ตรงหน้าอกข้างซ้ายของผมเบาๆ ผมร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร พร้อมๆกับคนตัวเล็กในอ้อมแขน ที่น้ำตาไหลออกมาไม่หยุดเช่นกัน

“พี่แดฮยอน...”

“พี่จะ... ไม่ไปไหน พี่จะอยู่กับนายที่ตรงนี้...”

“...”

“ในหัวใจของนาย... ตลอดไป”

“ไม่นะพี่แดฮยอน! ไม่เอาแบบนี้!

“แดฮยอน.. รัก อึก! เจลโล่นะ...”

“พี่แดฮยอน!!!

ตากลมโตหลับลงพร้อมๆกับมือเล็กที่ร่วงลงไปข้างๆตัว ผมซบหน้าลงกับซอกคอของคนตัวเล็กอย่างไม่อยากจะรับรู้ความจริง...

 

ความจริงที่ว่า... พี่แดฮยอน ได้จากผมไปแล้ว...

...ชั่วนิรันดร์

 

 

“พี่แดฮยอน... “

“...ผมรอที่จะได้เจอพี่ทุกวันเลยนะพี่รู้มั้ย? แต่พี่ก็ใจร้ายมากเลยนะครับที่ทิ้งผมไปแบบนี้ พี่จะคิดถึงผมเหมือนที่ผมคิดถึงพี่บ้างรึเปล่า?”

ผมนั่งมองรูปถ่ายของคนตัวเล็กที่ยังคงยิ้มตาหยีอยู่ข้างๆผม คนตัวเล็กที่ผมแสนจะคิดถึง รอยยิ้มที่ผมโหยหาอยู่ทุกวัน แม้ว่ามันจะผ่านมา 2 ปีแล้วที่พี่แดฮยอนทิ้งผมไป แต่ผมไม่เคยลืมพี่แดฮยอนได้เลยสักวัน ผมพยายามคิดว่าเขาทิ้งผม แทนที่จะคิดว่าเขาตายจากผมไป แต่ไม่ว่าผมจะคิดแบบไหน มันก็ทำให้ใจของผมเจ็บปวดไม่แพ้กัน

ผมพยายามใช้ชีวิตอย่างคนปกติ ออกไปเจอผู้คนมากมายโดยหวังว่าจะให้ใจตัวเองคิดถึงพี่แดฮยอนน้อยลง แต่... ผมไม่เคยทำได้เลยสักครั้ง พี่แดฮยอนยังคงวนเวียนอยู่ในใจของผม...

ผมเปิดลิ้นชักหยิบปืนที่มีเก็บไว้ออกมา ปืนกระบอกเดียวกันกับ 2 ปีก่อน ปืนที่ผมไม่สามารถช่วยชีวิตพี่แดฮยอนเอาไว้ได้ ผมลูบปืนที่อยู่ในมือเบาๆ ตาผมยังคงจ้องอยู่ที่รูปถ่ายของพี่แดฮยอน ยิ้มออกมาเล็กน้อยให้กับคนที่อยู่ในรูป

2 ปีที่ผ่านมา พี่เหงามั้ยครับ? พี่คิดถึงผมบ้างมั้ย? ต่อไปนี้พี่จะไม่เหงาแล้วนะ เพราะผมกำลังจะไปหาพี่...”

ผมง้างนกปืนในมือ ก่อนจะยกขึ้นจ่อหัวตัวเองช้าๆ สติของผมเริ่มเลื่อนลอย ผมมองรูปถ่ายของพี่แดฮยอนอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้าย

“...รอรับผมด้วยนะครับพี่แดฮยอน แล้วเราจะอยู่ด้วยกัน...”

“...ตลอดไป”

.

.

.

ปัง!!


----------------------------------------------------------------------------------------

ทิ้งไว้กลางทางของต้าเหมียวไม่ม่าเลยจริงมั้ย? -..-

SF เรื่องนี้ มีเค้าโครงส่วนหนึ่งจากเพลง One Shot #ไม่บอกรีดเดอร์ก็รู้มั้ย

แตเปลี่ยนจากยองแจเป็นแดฮยอน เท่านั้นเอง

บอกแล้วว่าไม่ม่า หรรษาและเฮฮามากกกกก ฮ่าๆๆๆๆๆ

ต้าเหมียวไม่สันทัดเรื่องการเขียนฟิคดราม่าครับ ต้องขออภัยด้วยน๊าาาาา

เจอกันใหม่ใน SF เรื่องหน้านะครับ!!

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

47 ความคิดเห็น