Cheesecake Cafe by Jung Daehyun

ตอนที่ 13 : [SF] LoDae - Away

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 164
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 มิ.ย. 59

T A L K

 SF เรื่องนี้เขียนขึ้นเพื่ออุทิศให้กับความนกตัวเอง ฮ่าๆๆๆๆๆๆ บอกเล่าอารมณ์ของแฟนคลับ ในแง่มุมของเรา ก่อนอ่านฟิคเรื่องนี้ อย่าลืมเปิดเพลง ปลิว ของพลอยชมพูฟังได้ด้วยน๊า เพื่ออรรถรสในความฟิน(?)

Let's Joy!

--------------------------------------------------------------------------------------


 

                “ขอบคุณเจลชั่นนิสต้าที่มาวันนี้ทุกคนเลยนะครับ ผมรักทุกคนเลยน๊า กลับบ้านกันดีๆนะครับ เป็นห่วงนะรู้มั้ย?”

                เด็กหนุ่มตัวสูง หน้าตาหล่อเหลาแต่มีเค้าความน่ารัก ส่งยิ้มจนตาหยี แก้มขึ้นลักยิ้มเล็กๆเป็นเสน่ห์ประจำตัว พูดขึ้นมาพร้อมทั้งโค้งทักทายเหล่าแฟนๆที่มางานแฟนไซต์ของเขาในวันนี้

                เจลโล่ คือชื่อของเขา ไอดอลดาวรุ่งที่พอเอ่ยชื่อขึ้นมาก็แทบไม่มีใครที่ไม่รู้จัก ไอดอลที่เดบิ้วต์ได้เพียงแค่ เดือน ชื่อของเขาก็ขึ้นมาอยู่แถวหน้าของวงการ ไอดอลที่กำลังเป็นที่จับตามองของทุกคน

                แม้ว่าเขาจะกลับเข้าหลังเวทีไปแล้ว แต่ผมก็ยังคงรัวชัตเตอร์ต่อไปไม่หยุด ยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อเช็คภาพที่อยู่ในกล้องของตัวเอง รอยยิ้มของเขายังคงสดใสอยู่เสมอ รอยยิ้มที่ไม่ว่าผมจะเห็นกี่ครั้งก็ยังคงรู้สึกอบอุ่นไปทั้งหัวใจ เขาเปรียบเสมือนกำลังใจและแรงบันดาลใจทั้งหมดของผม

                ผมชื่อ จองแดฮยอน เป็นนักศึกษาปี ธรรมดาๆ ใช้ชีวิตแบบธรรมดาๆไปวันๆ เช้าไปเรียน เย็นกลับห้องมาทำการบ้าน เป็นชีวิตน่าเบื่อๆที่ผมหลีกเลี่ยงไม่ได้

                แต่มันก็ไม่ได้แย่ไปซะทั้งหมดนะครับ เพราะผมมีงานอดิเรกหนึ่งที่ช่วยให้ชีวิตน่าเบื่อๆของผมมีสีสันขึ้นมาบ้าง งานอดิเรกของผมที่ว่าก็คือเขา เจลโล่ คนนั้น

                ผมติดตามผลงานของเขาตั้งแต่เขายังเป็นเทรนนี่ ผมคอยสนับสนุนเขาเพื่อเป็นสิ่งตอบแทนที่เขาคอยทำให้ผมยิ้มได้อยู่เสมอ ผมไปงานแฟนไซต์ของเขา ไปคอนเสิร์ตของเขาเท่าที่ผมจะสามารถไปได้ สนับสนุนและอุดหนุนผลงานของเขาเท่าที่กำลังของตัวเองพอจะมี โหวต เทรน ปั่นวิว ทำ... ในสิ่งที่แฟนคลับคนหนึ่งจะทำเพื่อศิลปินคนหนึ่งที่ตัวเองรักได้

                หลายๆครั้งที่ผมโดนมองด้วยความดูถูก โดนด่าว่าโง่ที่เอาเงินมากมายไปให้ใครก็ไม่รู้ทั้งๆที่เขาไม่เคยรู้จักผมเลยด้วยซ้ำ แต่เชื่อมั้ยครับว่าถ้าคุณได้ลองรักใครสักคนจริงๆ เรื่องเงินไม่ใช่เหตุผลเลยที่จะทำให้คุณรักเขาน้อยลง ความชอบของผมไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร มีแต่พวกเขาที่เดือดร้อนแทนผม เงินก็เงินผม ผมเก็บเอง ผมหาเอง ผมไม่ได้ทุ่มเทให้เขาจนตัวผมเดือดร้อน แต่ผมซัพพอร์ทเขาเท่าที่กำลังของตัวเองพอจะมี ผมใช้เงินซื้อความสุขให้ตัวเองแต่กลับโดนมองว่าเป็นการกระทำที่โง่ ผมว่าคนพวกนั้นนั่นแหละโง่ ที่ถึงจะมีเงิน... แต่ไม่เคยมีความสุขได้เท่ากับผม

               

                ครับ... ผมเรียกทั้งหมดนี้ว่า ความรัก

            ความรักที่มีเพียงแค่ผมเท่านั้นที่รู้จักเขา

            ความรัก... ที่เขาไม่เคยรู้เลยด้วยซ้ำว่ามีผมอยู่บนโลกนี้ด้วย

 

 

 

                “วันนี้เป็นยังไงบ้าง?”

                ยูยองแจ เงยหน้าขึ้นจากโน้ตบุค ถามผมเมื่อผมเปิดประตูหอเข้ามา ผมยิ้มให้เป็นคำตอบก่อนจะเก็บกระเป๋ากล้องไว้ข้างเตียงของตัวเอง ล้มตัวลงนอนแผ่บนเตียงของตัวเองอย่างรู้สึกเหนื่อยอ่อน

                “เขายังน่ารักเหมือนเดิม”

                ผมตอบพลางยิ้มออกมาอีกครั้งเมื่อนึกถึงใบหน้าของเขา

                “ได้ข่าวว่าต้นเดือนหน้ามีคอนเสิร์ตนี่?”

                “อื้ม! กดบัตรพรุ่งนี้แล้ว โคตรตื่นเต้นเลย”

                “ขอให้มึงได้บัตรที่ต้องการนะ”

                ยองแจพูดแค่นั้นก่อนจะก้มหน้าเล่นโน้ตบุคของตัวเองต่อ ผมได้แต่ส่งยิ้มให้รูมเมทของตัวเองก่อนจะหันไปมองโปสเตอร์ข้างผนัง เจลโล่ยังคงยิ้มให้ผมเสมอ เขายิ้มให้ผมทุกครั้งเมื่อผมจ้องมอง

                “นี่ไอ้อ้วน วันนี้มึงปั่นวิวรึยัง? โหวตของรายการเพลงอีก รายการหล่ะ? แล้วก็โพลไอดอลหน้าใหม่ด้วย อย่าลืมช่วยกูโหวตนะเว้ยแล้วกูจะเลี้ยงต๊อกเป็นการตอบแทน”

                “เออๆ รู้แล้วๆ ก็กำลังปั่นอยู่เนี้ย! เดือดร้อนคนอื่นจริงๆให้ตายเถอะ”

                ยองแจพูดพลางจุ๊ปากจิ๊กจั๊กอย่างขัดใจ แถมยังร่ายยาวบ่นผมต่อไปไม่หยุด แต่มือก็ยังคงปั่นโหวตไม่หยุดเช่นกัน ผมยิ้มตอบแทนคำขอบคุณ ก่อนจะหยิบไอแพดของตัวเองออกมากดเข้าลิ้งค์โหวตให้เจลโล่บ้าง

                “กูถามจริง... มึงไม่เหนื่อยบ้างเหรอ?”

                ผมละสายตาจากสิ่งที่กำลังมองอยู่ มามองหน้ารูมเมทของตัวเองพลางเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

                “ทุ่มเทให้เขาขนาดนี้ ทำเพื่อเขาขนาดนี้ แต่ไม่ได้อะไรกลับมาสักนิด มึงไม่เหนื่อยบ้างเหรอ?”

                “...”

                “ทุ่มเทให้คนที่ไม่เคยรู้เลยด้วยซ้ำว่ามีมึงอยู่บนโลกนี้ด้วย...”

                “ใครว่าไม่ได้อะไรกลับมาหล่ะ?”

                “...”

                ยองแจเงียบไปเมื่อผมพูดขึ้นมาหลังจากที่เงียบไปนาน ผมหันกลับไปจ้องหน้าจอสี่เหลี่ยมนั้นแล้วกดโหวตต่อ รูปเล็กๆพร้อมด้วยชื่อของเขา ทำให้ผมกลั้นยิ้มไม่อยู่จริงๆนะ

                “กูได้รอยยิ้ม กูได้ความสุข ได้กำลังใจในการใช้ชีวิตต่อไปในทุกๆวัน ได้แรงบันดาลใจ ได้แรงผลักดันให้กูไปสู่เป้าหมายของตัวเอง เห็นมั้ยว่าเขาให้อะไรกูเยอะแยะเลย กูก็แค่ตอบแทนเขากลับในสิ่งที่กูพอจะทำได้ ก็แค่นั้น”

                ยองแจยังคงเงียบเมื่อผมพูดจบ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ

                “แม่ง... ยอมเลยหว่ะ”

                “ถ้ามึงรักใครสักคนจริงๆนะยองแจ มึงจะไม่รู้สึกเหนื่อยเลยสักนิดเวลาที่มึงได้ทำอะไรที่คนอื่นมองว่าไร้สาระเพื่อเขา”

 

 

 

                วันนี้ ผมตื่นแต่เช้าเพื่อรอกดบัตร มันเป็นความรู้สึกที่ทำให้ผมตื่นเต้นกว่าทุกครั้ง เพราะนี่เป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกของเจลโล่ ถ้าผมกดบัตรได้ ก็เท่ากับว่าผมจะได้เจอเขา เจอคนที่ผมรัก ผมจะได้ใช้เวลาทั้งหมดในคอนเสิร์ตสร้างความทรงจำร่วมกับเขา

                ผมฝึกกดบัตรอยู่หลายวันและผมมั่นใจค่อนข้างมากด้วยสิว่าผมจะกดบัตรได้ ผมนั่งเล่นโซเชี่ยลเพื่อฆ่าเวลา เข้าเว็บโน้น ออกเว็บนี้หาข่าวของเจลโล่อ่าน ดูแฟนแคมการแสดงของเขา ทุกครั้งที่เขาอยู่บนเวที แม้จะเป็นเวทีเล็กๆ เขาก็เปล่งประกายอยู่เสมอ เขาคือดาวที่ควรอยู่บนท้องฟ้าเพื่อส่องแสงให้กับแฟนคลับ... ส่องแสงให้กับผม

                เมื่อเวลากดบัตรมาถึง ผมเข้าเว็บไซต์สำหรับจองบัตรคอนเสิร์ตของเจลโล่ด้วยความรู้สึกที่ติดจะตื่นเต้น ผมกดไปยังที่ๆตัวเองต้องการทันที แต่มันกลับขึ้นมาว่าที่ตรงนั้นได้มีคนจองตัดหน้าผมไปแล้ว และเมื่อผมกดปุ่ม F5 อีกครั้ง ที่นั่งที่เปิดให้จองพันกว่าที่ก็ขึ้นคำว่า SOLD OUT ทันที

                ผมถึงกับนิ่งค้างไป ก่อนจะกดปุ่ม F5 รัวๆ เพราะหวังว่าจะมีบัตรหลุดมาให้ผมบ้าง แต่มันกลับไม่เป็นผล สถานะการขายบัตรยังคงขึ้นคำว่า SOLD OUT อยู่อย่างนั้น

                “ไม่จริงนะ ฉันต้องได้บัตรสิ

                ผมยังคงรัวปุ่ม F5 อยู่อย่างนั้นอย่างไม่กลัวว่าปุมจะพัง แต่ไม่มีหวัง... บัตรยังคงเต็มทุกที่นั่งเหมือนเดิม คอนเสิร์ตที่ผมรอ เงินที่ผมพยายามเก็บเพื่อที่จะได้ไปเจอเขาในคอนเสิร์ต มาตอนนี้ผมไม่รู้ว่าผมจะพยายามเก็บเงินขนาดนั้นไปเพื่ออะไรในเมื่อสุดท้ายแล้ว ผมไม่ได้บัตรสักใบที่ผมต้องการ

เฮ้อ~

                ผมได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างสิ้นหวัง นี่เราจะไม่ได้เจอกันในคอนเสิร์ตจริงๆเหรอ? คอนเสิร์ตที่ผมรอมานาน ผมแค่อยากไปสร้างความทรงจำในคอนเสิร์ตครั้งแรกของเขา แต่ผม... ไม่มีหวังเลยเหรอ?

                “นกหล่ะสิอาการแบบเนี้ย?”

                ยองแจเอ่ยทักผมขึ้นมาก่อนจะปิดปากหาวอย่างคนเพิ่งตื่นนอน ผมได้แต่พยักหน้าให้รูมเมทตัวเองแทนคำตอบ ก่อนจะฝืนส่งยิ้มกลับไปให้ ทั้งๆที่ตอนนี้ผมแทบจะร้องไห้เต็มทีแล้วก็ตาม

                “มึง! กูกดบัตรคอนไม่ได้! กูจะทำยังไงดี? กูอยากเจอเขา...”

                ผมยังคงโอดครวญไม่หยุด มือก็ยังคงรัวปุ่ม F5 อยู่อย่างนั้น ราวกับว่ามันจะมีปาฏิหาริย์ให้บัตรหลุดมาถึงผมสักใบ ยองแจได้แต่จุ๊ปากอย่างขัดใจก่อนจะมองมาทางผมด้วยสายตาเอือมๆ

                “กดให้ตายบัตรก็ไม่หลุดหรอก

                “มึงอย่าตอกย้ำกูสิยองแจ... กูทำให้มึงตื่นรึเปล่า?”

                “หงอยเป็นแมวไม่ได้กินข้าวเชียว จริงๆกูตื่นนานแล้วหล่ะ

                ยองแจพูดมาเรียบๆก่อนจะลุกเดินมาหาผม ยองแจบีบไหล่ผมเบาๆก่อนจะยื่นไอแพดของตัวเองมาตรงหน้า ผมได้แต่มองรูมเมทของตัวเองอย่างไม่เข้าใจ

                “กูว่าแล้วว่ามันจะต้องเกิดเหตุการณ์แบบนี้ กูเลยกดบัตรโดยไม่ได้บอกมึง แล้วกูก็กดได้ด้วย... รีบเอารหัสไปจ่ายตังค์สิก่อนที่บัตรมันจะหลุด

                ผมถึงกับยิ้มกว้างออกมาก่อนจะโผกอดเอวรูมเมทของตัวเองเอาไว้แน่นอย่างคนดีใจมาก ผมพูดอะไรไม่ออกนอกจากซุกหน้าลงกับหน้าท้องของยองแจเพื่อแอบใช้เสื้อของเขาซับน้ำตาของตัวเอง

                “ขี้แยหว่ะไอ้ลูกแมว เลิกกอดกูแล้วรีบไปจ่ายตังค์เถอะน่า ถ้านกอีกรอบกูก็ช่วยมึงไม่ได้แล้วนะคราวนี้

                “ขอบใจนะยองแจ กูรักมึงมากจริงๆนะ

                “อย่ามาเลี่ยนใส่กูนะมึง รีบไปเลยเร็วๆ

                ยองแจยีหัวผมเล่นอย่างหมั่นเขี้ยว ผมได้แต่ยิ้มให้เขา บางครั้งการเป็นแฟนคลับ นอกจากจะอาศัยกำลังใจจากศิลปินแล้ว บางครั้งก็ต้องอาศัยแรงขับเคลื่อนจากคนรอบข้าง คนที่เข้าใจพวกเรามีน้อย แต่คนที่เข้าใจและพร้อมจะช่วยเหลือมีน้อยกว่า ผมคิดว่าตัวเองโชคดีที่มียองแจที่เข้าใจในความบ้าศิลปินของผม เข้าใจในสิ่งที่ผมเป็น ถึงแม้ว่าความรักของผมเป็นสิ่งที่คนอื่นมองว่าโง่เง่า แต่ผมว่ามันก็เพียงพอแล้วนะถ้าจะมีใครสักคนที่เข้าใจเรา เพียงแค่คนเดียวก็พอแล้ว

 

 

 

ในที่สุดวันแสดงคอนเสิร์ตของเจลโล่ก็มาถึง เมื่อคืนผมตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ ผมลุกมาเตรียมตัวไปคอนเสิร์ตตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ ตอนนี้ผมทั้งตื่นเต้น ทั้งดีใจ อีกไม่กี่ชั่วโมงผมจะได้ใช้เวลาสร้างความทรงจำร่วมกับเจลโล่และเพื่อนแฟนคลับคนอื่นๆแล้ว

ผมไปรออยู่หน้าสถานที่จัดคอนเสิร์ตตั้งแต่แฟนคลับคนอื่นๆยังมาไม่ถึง 10 กว่าคน จนตอนนี้ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เจอแต่เหล่าคนที่ชอบในสิ่งเดียวกัน แค่นี้มันก็ทำให้ผมยิ้มได้แล้วหล่ะ ไม่จำเป็นต้องไฮทัชก็ได้ ผมว่าแค่ได้เจอแฟนคลับคนอื่นๆ ได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ ได้สร้างความทรงจำร่วมกันกับศิลปินที่เรารัก ได้สนุกด้วยกันในคอนเสิร์ตที่เขาตั้งใจจัดขึ้นเพื่อเรา แค่นี้มันก็มากพอแล้วสำหรับการเป็นแฟนคลับ สิทธิพิเศษอื่นๆมันก็ดีนะถือว่าเป็นรางวัลของชีวิตแฟนคลับเลยก็ว่าได้ แต่สำหรับผมหน่ะ อะไรก็ไม่ทำให้ผมมีความสุขเท่าการที่ได้เห็นเขายืนอยู่บนเวที ตั้งใจทำการแสดง ทำในสิ่งที่เขารักแล้วผมก็คอยสนับสนุนเขาอยู่ตรงนี้ แค่นี้ก็มากพอแล้วจริงๆ

“นายๆ”

ผมหันไปตามเสียงเรียกของใครบางคนที่สะกิดผมยิกๆด้วยท่าทางประหม่า หนุ่มหน้าตี๋ตัวเล็กส่งยิ้มให้กับผมและนั่นก็ทำให้ผมยิ้มตอบเขากลับไป

“ฉันชื่อมุนจงออบ ดีใจจังนึกว่าจะมีฉันคนเดียวแล้วซะอีกที่เป็นผู้ชายในคอนเสิร์ตครั้งนี้”

“ยินดีที่ได้รู้จักนะจงออบ ฉันชื่อจองแดฮยอน ฉันก็ดีใจเหมือนกันที่ได้เจอนาย”

แล้วมิตรภาพใหม่ๆสำหรับผมก็เกิดขึ้น จงออบเป็นคนร่าเริง ยิ้มง่าย เราคุยอะไรกันมากมายจนถึงเวลาที่ประตูเข้าคอนเสิร์ตเปิดให้เข้า ผมตื่นเต้นสุดๆเมื่อเห็นเวทีที่อยู่ตรงหน้า คอนเสิร์ตที่ผมรอ กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าแล้ว

และเมื่อคอนเสิร์ตเริ่มขึ้น เมื่อเจลโล่ขึ้นไปยืนอยู่บนเวที ไฟจากสปอร์ตไลท์ทุกดวงฉายจับไปยังเขา น้ำตาของผมก็ไหลออกมาทันที เจลโล่โดดเด่นท่ามกลางแสงไฟที่ส่องสว่าง เขาส่องประกายมากจนผมรู้สึกแสบตา เขาที่อยู่ตรงนั้น คงไม่มีวันเห็นผมที่อยู่ในที่มืด ณ มุมนี้

 

ใช่... เขาไม่มีวันเห็น ว่ายังมีใครอีกคนที่รักเขามากอยู่ตรงนี้อีกคน

 

และเหมือนพระเจ้าจะเป็นใจให้ผม เมื่อเจลโล่กวาดสายตามองบรรดาเจลชั่นนิสต้าของเขาที่อยู่เต็มฮอล์ สายตาของเขาที่มองมายังพวกเราเหมือนว่าเขาต้องการซึมซับบรรยากาศแบบนี้ให้ได้มากที่สุด ก่อนที่สายตาของเขาจะมาหยุดอยู่ที่ผม เราสบตากันอยู่อย่างนั้นก่อนที่เขาจะยิ้มให้แล้วกวาดสายตามองไปยังจุดอื่นต่อ

เพียงไม่กี่วินาทีที่เราสบตากัน มันมีค่ามากสำหรับผม เพราะไม่กี่วินาทีนั้น ผมอยู่ในสายตาเขา อย่างน้อยเขาก็ได้รับรู้แล้วว่า ผมมีตัวตน และยังมีผมที่อยู่ตรงนี้อีกคนหนึ่ง คนที่จะคอยสนับสนุนเขาไม่ว่าจะเจอเรื่องดีหรือร้าย แค่ไม่กี่วินาทีที่มีค่า ถึงแม้ว่าไม่กี่นาทีต่อไปเขาอาจจะลืมผมไปแล้วก็ตาม

เขาไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดแล้ว เขาขึ้นไปเป็นดาว... หน้าที่ของผมคือผลักเขาขึ้นไปให้สูงกว่านี้ สนับสนุนและไม่ทอดทิ้งเขา ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไรก็ตาม ผมจะทิ้งเขาไม่ได้ ผมจะไม่มีวันทิ้งเขาเพราะเรื่องเล็กๆน้อยๆ เพราะการเป็นแฟนคลับไม่ได้เป็นกันง่ายๆ และแน่นอนว่าเลิกเป็นก็ไม่ง่ายเหมือนกัน

เมื่อดนตรีจังหวะหนักดังขึ้น ทุกคนก็พร้อมใจกันกรี๊ดสุดเสียง ผมได้แต่ยิ้มทั้งน้ำตาอีกครั้ง นี่แหละครับความรักของคนเป็นแฟนคลับในแง่มุมของผม ท่ามกลางผู้คนมากมาย ท่ามกลางเสียงที่ดังสนั่น เขาคงไม่มีวันมองหาผมเจอ คงไม่มีวันได้ยินเสียงของผม ที่ไม่ว่าผมจะตะโกนออกไปดังเท่าไหร่ สุดท้ายมันคงปลิวหายไปกับอากาศ ไม่มีวันที่จะส่งถึงเขา แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่มีวันที่จะหยุดรักเขาแน่นอน...

“ฉันรักนายนะเจลโล่...”

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

47 ความคิดเห็น

  1. #27 PrimiePrim (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 10:59
    อ่านแล้วแบบ ฮือออออออออออออออออออออ นี่มันเราเองงงงงงงงงงง อยากไปคอนแทบตายแต่ไปไม่ได้ T^T 
    แต่แดฮยอนโชคดีนะมีเพื่อนที่เข้าใจแบบยองแจอ่ะ
    ความสุขของแฟนคลับมันเป็นแบบนั้นจริงๆนะ 
    #27
    0
  2. #26 @anna18x (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 01:37
    ฮรืออออ อินมากกกก เข้าถึงตัวละครสุด ;-;

    เข้าใจฟีลแดฮยอนมากๆเพราะเราก็เป็นแบบนั้น มันคือความรู้สึกแบบเดียวกัน

    ยองแจน่ารักจังง เป็นเพื่อนที่ดีมากๆ :)

    อ่านไปแล้วน้ำตาซึม ความรักระหว่างแฟนคลับกับศิลปินนี่มันทั้งสุขแล้วก็เศร้าไปพร้อมๆกันจริงๆ

    มีทั้งสองฟีล แต่ที่เขาให้เราบ่อยที่สุดคือความสุขเนอะ

    แค่ได้ตามงานฟังเพลงใหม่ๆของเขาเรื่อยๆก็มีความสุขแล้ว

    ฮอลลล หน่วงงง ~~~~

    #26
    0
  3. #25 @anna18x (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 01:37
    ฮรืออออ อินมากกกก เข้าถึงตัวละครสุด ;-;

    เข้าใจฟีลแดฮยอนมากๆเพราะเราก็เป็นแบบนั้น มันคือความรู้สึกแบบเดียวกัน

    ยองแจน่ารักจังง เป็นเพื่อนที่ดีมากๆ :)

    อ่านไปแล้วน้ำตาซึม ความรักระหว่างแฟนคลับกับศิลปินนี่มันทั้งสุขแล้วก็เศร้าไปพร้อมๆกันจริงๆ

    มีทั้งสองฟีล แต่ที่เขาให้เราบ่อยที่สุดคือความสุขเนอะ

    แค่ได้ตามงานฟังเพลงใหม่ๆของเขาเรื่อยๆก็มีความสุขแล้ว

    ฮอลลล หน่วงงง ~~~~

    #25
    0
  4. #24 Sugarden_93 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 00:39
    นกนั้นมีอยู่ทุกที่ แต่ไม่เป็นใครคะ เพราะคือนกฟินิกซ์ ตายแล้วเกิดใหม่ นกวนไปคะ 
    #24
    0