Cheesecake Cafe by Jung Daehyun

ตอนที่ 10 : [SF] LoDae - How to คู่มือเลี้ยงแมวฉบับชเวจุนฮง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 304
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    1 ม.ค. 59


 



 

ใครๆก็บอกว่าพี่แดฮยอนหน่ะ เหมือนแมว... ผมก็คิดแบบนั้น นอกจากใบหน้าที่น่ารัก ตากลมโตที่ดูเป็นประกายสดใส จมูกโด่งรั้นที่ผมแอบอิจฉา และริมฝีปากอิ่มสีแดงสดดูดึงดูดและมีเสน่ห์ ที่ดูโดยรวมแล้ว ละม้ายคล้ายคลึงกับลูกแมวตัวน้อยๆจอมซนและขี้สงสัย ที่ดูน่ารัก... และน่าเลี้ยงในเวลาเดียวกัน

ไม่ใช่แค่หน้าตานะครับ นิสัยของพี่แดฮยอนก็ยังเหมือนแมวอีกด้วย นอกจากจะขี้เล่น แล้วก็ชอบแกล้ง แต่เวลาที่พี่แดฮยอนพูดเยอะๆหรือโวยวายขึ้นมาจะเหมือนลูกแมวที่ร้องแง้วๆ พร้อมทั้งพองขนขู่ฟ่อๆ แถมยังขี้ระแวง แข็งแรง และระมัดระวังตัวอีกด้วย

 

ว่ากันว่าสัตว์ยิ่งแข็งแกร่งมาก ก็ยิ่งสวยงามมาก

เพราะแบบนั้น ผมถึงคิดว่าพี่แดฮยอนสวยมาก...

 

มันอาจจะแปลกถ้าผมจะบอกว่า ผมมองพี่แดฮยอนเหมือนลูกแมวตัวหนึ่ง ที่ดูสวยงาม แข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยวแต่น่าทะนุถนอม

 

แว๊บหนึ่งในความคิดของผมที่ผุดขึ้นมา... ผมอยากเลี้ยงแมว

 

“นายทำอะไรของนายหน่ะจุนฮง?”

พี่แดฮยอนเดินมาหาผมก่อนจะมองสิ่งที่อยู่ในมือของผมด้วยความสนใจ ตากลมโตนั่นดูเป็นประกายเมื่อเจ้าตัวให้ความสนใจกับอะไรบางอย่าง เหมือนลูกแมวที่เจออะไรใหม่ๆแล้วอดไม่ได้ที่จะเข้าไปสำรวจ

“คู่มือเลี้ยงแมวหน่ะครับ”

“หือ? นายจะเลี้ยงแมวเหรอ?”

“กำลังดูอยู่หน่ะครับ ตอนนี้ผมสนใจแมวตัวหนึ่งอยู่ ก็เลยศึกษาวิธีเลี้ยงและนิสัยใจคอของมันดู”

ผมตอบพี่แดฮยอนพลางส่งยิ้มให้เล็กน้อย พี่แดฮยอนดูตื่นเต้นมากเมื่อผมบอกว่าจะเลี้ยงแมว อืม... พี่แดฮยอนเป็นคนที่ชอบอะไรน่ารักๆ ยิ่งกับเจ้าตัวขนนุ่มนิ่ม หน้าตาบ้องแบ๊วอย่างสัตว์ที่ได้ชื่อว่าแมวด้วยแล้ว พี่แดฮยอนยิ่งชอบมากเลยหล่ะ

พี่แดฮยอนยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆผม ก่อนจะแย่งหนังสือที่อยู่ในมือของผมไปดูด้วยความสนใจ ผมได้แต่มองคนตัวเล็กกว่าข้างๆด้วยสายตาเอ็นดู ปากอิ่มท่องอ่านวิธีเลี้ยงแมวเบาๆก่อนจะยิ้มตาหยีออกมาอย่างน่ารัก

 

ชวนสัมผัส ชวนให้แสดงความรัก...

 

“ฉันอยากเห็นแมวที่นายจะเลี้ยงจัง ถ้านายเอามันมาแล้วอย่าลืมให้ฉันดูนะ”

ตากลมโตดูใสซื่อขี้เล่น ดูเป็นประกายเมื่อพูดถึงสิ่งที่ตนชอบ ผมยิ้มตอบคนอายุมากกว่าแต่ตัวเล็กกว่ามากข้างๆเป็นเชิงให้คำตอบ

“นายอย่าให้คนอื่นเห็นมันก่อนฉันนะ โดยเฉพาะยองแจ นายอย่าให้เจ้าอ้วนนั่นดูเด็ดขาดนะ”

“ได้สิครับ”

พี่แดฮยอนยังคงยิ้มสดใสเหมือนเด็กๆ ชวนให้เอ็นดู ไม่แปลกใจเลยที่คนตัวเล็กคนนี้จะมีแฟนบอยเยอะขนาดนั้น สายตาของผู้ชายคนอื่นๆที่มองพี่แดฮยอนหน่ะ ปรารถนาในตัวพี่แดฮยอนกันทั้งนั้นแหละครับ ถ้าถามว่าทำไมผมถึงรู้หน่ะเหรอ? ก็เพราะว่าผม อาจจะเป็นหนึ่งในจำนวนคนที่อยากได้เขาหล่ะมั้ง...

 

 

 

วันนี้เป็นวันพักผ่อนจากตารางฝึกซ้อมอันหนักหนาเพื่อเตรียมคัมแบค พวกเรากลับมาอยู่หอด้วยกันเหมือนเดิมครับ ผมกับพี่แดฮยอนเรายังเป็นรูมเมทกันเหมือนเดิม ส่วนพี่ๆอีก 4 คนเขาเปลี่ยนรูมเมท พี่ยงกุกกับพี่ฮิมชาน พี่ยองแจกับพี่จงออบ

เพราะผมกับพี่แดฮยอนเราเข้ากันได้ดีในเรื่องการนอน เราจึงยืนยันที่จะเป็นรูมเมทกันต่อไป ทั้งๆที่พี่ยองแจอยากกลับมานอนกับพี่แดฮยอนจนถึงขั้นโวยวาย แต่มีเหรอครับที่ผมจะปล่อยโอกาสไปง่ายๆ พี่แดฮยอนหน่ะ ต้องนอนกับผมคนเดียวเท่านั้น

เนื่องจากเป็นวันพักผ่อนของพวกเรา พี่ๆจึงพากันออกไปเที่ยว ไปดูหนังกันหมด จะเหลือก็แต่ผมกับพี่แดฮยอนที่เฝ้าหอกันอยู่ 2 คน พี่แดฮยอนยังคงทำนิสัยแมวได้เสมอต้นเสมอปลาย ตอนนี้ลูกแมวตัวเล็กของผมกำลังนอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟา นอนฟังเพลงอย่างสบายอารมณ์เหมือนลูกแมวกำลังมีความสุขกับการนอนในช่วงบ่ายยังไงยังงั้นเลยครับ จนผมอดไม่ได้ที่จะเก็บภาพลูกแมวตัวเล็กนั่นเอาไว้จนพอใจ

ผมหยิบคู่มือเลี้ยงแมวออกมาดูอีกครั้งก่อนจะไล่สายตาอ่านข้อความที่อยู่ในหนังสือเล่มนั้นอย่างละเอียดตั้งแต่ข้อแรก

 

 

วิธีตีสนิทกับแมว ขั้นที่ 1 : ล่อด้วยอาหาร (หรือขนมแมวที่มีกลิ่นหอม น่ากิน)

 

“พี่แดฮยอน หลับรึเปล่าครับ?”

“อือ~ ไม่ได้หลับ นายมีอะไรรึเปล่า?”

ผมอมยิ้มเล็กน้อยให้กับน้ำเสียงงัวเงียของคนที่บอกว่าตัวเองไม่ได้หลับ พี่แดฮยอนลุกขึ้นบิดขี้เกียจเล็กน้อยก่อนจะเกาะโซฟามองมาทางผม ตาปรือๆ ปากเผยอๆนั่นชวนให้ผมคิดอกุศลกับพี่เขาไปไม่น้อยเลย

 

พี่แดฮยอนจะรู้ตัวรึเปล่านะ ว่าตัวเองทำตัวชวนให้เป็นเจ้าของแค่ไหน?

 

“เมื่อเช้าผมออกไปไถบอร์ดเล่น ผ่านร้านชีสเค้กที่พี่เคยบอกว่าชอบ ผมเลยซื้อชีสเค้กมาให้ อยู่ในตู้เย็นนะครับ”

“ชีสเค้ก!

เมื่อได้ยินผมเอ่ยถึงของที่พี่แดฮยอนชอบ เจ้าตัวก็ตาโต หู หางตั้งทันที ตากลมโตเป็นประกายสดใสชวนมอง เหมือนที่เพื่อนพี่แดฮยอนพูดไว้ไม่มีผิด ว่าพี่แดฮยอนหน่ะ เป็นคนที่มีนัยตาสดใส และเป็นประกายอยู่ตลอด ไม่รู้ว่าพี่แดฮยอนเป็นญาติฝ่ายไหนกับเมดูซ่ารึเปล่า? เวลาที่ผมได้จ้องตากลมๆนั่นทีไร ผมเป็นต้องแข็งทุกที...

อย่าเพิ่งคิดว่าผมเป็นพวกหื่นกามนะครับ ผมหมายถึง สายตาของพี่แดฮยอนหน่ะ ชวนให้มองจนละสายตาไปไหนไม่ได้เลยต่างหาก ผมว่า... ใครก็ตามที่ได้มองตาพี่แดฮยอน เป็นต้องตกหลุมรักเขาแน่ๆครับ เหมือนอย่างที่ผมเป็นอยู่บ่อยๆไง

“ผมซื้อชีสเค้กมา 2 ชิ้น มีเค้กมันหวานด้วยนะครับ”

“ของชอบของฉันทั้งนั้นเลยอ่ะ นายนี่น่ารักที่สุดเลย ขอบใจนะ!

พี่แดฮยอนพูดพลางส่งยิ้มที่ยิ้มจนตาหยี แก้มขึ้นขีดๆเหมือนหนวดแมวให้กับผม จนทำเอาคนที่กำลังมองอยู่แบบผม ใจเต้นรัวยิ่งกว่าเสียงเพลง จังหวะหนักๆในอัลบั้มที่ผ่านๆมาเสียอีก ในใจอยากจะตอบกลับนะครับว่า...

 

ถ้าผมน่ารัก... ก็รักผมสิครับ

 

แต่ยังหรอกครับ มันยังไม่ถึงเวลา...

“ถ้าพี่แดฮยอนชอบ ผมจะไถบอร์ดไปซื้อมาให้อีกบ่อยๆเลยนะครับ”

“อื้อ! ฉันชอบ จริงๆแล้วฉันชอบช็อคโกแลตเค้กด้วยหล่ะ ซื้อมาอีกบ่อยๆนะ”

ผมอยากจะดึงแก้มนิ่มๆนั่นเสียเหลือเกิน แต่ยังหรอกครับ ผมยังทำอะไรอย่างที่ใจนึกตอนนี้ไม่ได้ เดี๋ยวแมวจะตื่นแล้วจะหนีไปไม่ยอมให้ผมเข้าใกล้อีก ของแบบนี้มันต้องใจเย็นๆ รอเวลา ผมเชื่อว่าผมจะได้ลูกแมวตัวนี้มาเป็นของผมแน่นอน

 

 

วิธีตีสนิทกับแมว ขั้นที่ 2 : เกาคาง (ถ้าพอจะเข้าใกล้ได้บ้าง ให้เกาคางเบาๆหรือลูบหัว)

 

ผมนอนคว่ำเล่นไอแพดอยู่บนเตียงโดยที่พี่แดฮยอนไปอาบน้ำยังไม่ออกมา ผมยังคงศึกษา วิธีเลี้ยงแมวอย่างต่อเนื่อง วิธีแรกผ่านไปได้ด้วยดี ผมบอกแล้วใช่มั้ยครับว่าพี่แดฮยอนเหมือนแมว เพราะฉะนั้นการเลี้ยงแมว กับการเลี้ยงพี่แดฮยอนมันเลยไม่ต่างกัน

ผมหันไปมองประตูห้องน้ำที่เปิดออก พร้อมกับร่างเล็กๆของลูกแมวที่ผมเฝ้าสังเกตพฤติกรรม เดินฮัมเพลง เช็ดผมออกมา เมื่อพี่แดฮยอนเห็นว่าผมกำลังมองเขาอยู่ จึงส่งยิ้มตาหยีมาให้อย่างน่ารัก

 

น่ารัก... จนอยากจับมาทำรัก...

 

ผมรีบสะบัดหน้าตัวเองแรงๆเพื่อไล่ความคิดอกุศลที่เผลอคิดกับพี่แดฮยอนเป็นรอบที่เท่าไหร่ของวันก็ไม่รู้ออกไป นั่นแหละครับ ผมเองก็ไม่รู้ว่ามันตั้งแต่เมื่อไหร่ที่คิดกับพี่แดฮยอนแบบนี้ ทั้งๆที่ผมไม่ควรเก็บเขาไปคิดเลยด้วยซ้ำ

“เป็นอะไรรึเปล่า? ปวดหัวเหรอ?”

พี่แดฮยอนเดินมานั่งข้างๆเตียงก่อนจะลูบหลังผมเบาๆเชิงเป็นห่วง  ผมยิ้มให้คนตัวเล็กกว่าข้างๆเล็กน้อยก่อนจะส่ายหน้าเบาๆก่อนจะลุกขึ้นนั่ง

“เปล่าหรอกครับ เมื่อยคอหน่ะ”

พี่แดฮยอนพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะมองจอไอแพดที่ผมเปิดเกมค้างไว้ ตากลมนั่นมองอย่างสนใจก่อนจะทำตาโต

“อ๊ะ! มอนส์เตอร์ออกมาแล้ว”

ปากอิ่มครางออกมา ก่อนจะเอื้อมมือไปกดเล่นเกมที่ผมเล่นค้างไว้ต่ออย่างสนุกสนาน การกระทำของพี่แดฮยอน ไม่ว่าจะมองยังไงก็น่ารัก

 

เหมือนลูกแมวกำลังตะปบของเล่นยังไงยังงั้น...

 

ผมอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือออกไปลูบแก้มกลมนั้นเบาๆ พี่แดฮยอนเอียงแก้มเข้ากับมือของผมอย่างลืมตัว ปากอิ่มอมยิ้มเล็กน้อยโดยที่ตายังคงจับจ้องไปที่หน้าจอสี่เหลี่ยม ยึดไอแพดของผมไปเล่นเป็นที่เรียบร้อย

พี่แดฮยอนนั่งเล่นเกมไปสักพักก่อนจะล้มตัวลงหนุนตักของผมแล้วเล่นเกมต่อ ตากลมๆนั่นไม่ยอมละไปจากจอไอแพดเลยสักนิด ไม่ว่าพี่แดฮยอนจะทำอะไร มันก็ดูน่าเอ็นดูในสายตาของผมอยู่เสมอ ผมลังเลเล็กน้อยก่อนจะลูบหัวคนที่ใช้ตักของผมเป็นหมอนเบาๆ พี่แดฮยอนชะงักมือที่เล่นเกมทันที ก่อนจะช้อนตากลมๆขึ้นมามองผมนิ่งๆ

“อ่า...”

ผมชะงักมือทันที ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดเพราะเหมือนพี่แดฮยอนจะไม่พอใจที่ผมลูบหัวเขา ก็นะครับ... เขาอายุมากกว่าผม อยู่ดีๆเด็กแบบผมก็ถือวิสาสะลูบหัวเขาเล่น เขาก็คงจะไม่พอใจเป็นเรื่องธรรมดา

“ผมขอโทษครับ”

ผมพูดออกไปพลางก้มหน้าสำนึกผิด พี่แดฮยอนอมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเล่นเกมต่อ

“ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่”

“พี่แด...ฮยอน?”

“จะลูบหัวก็ได้นะ ฉันไม่ว่า”

เมื่อโดนเปิดทางให้ขนาดนี้แล้ว มีเหรอครับที่ผมจะปฏิเสธ? ผมยิ้มออกมาทันทีอย่างลืมตัวก่อนจะลูบหัวทุยๆสลับกับแก้มกลมๆนั้นอย่างหลงไหล

 

นิสัยแมวก็แบบนี้แหละครับ... ขี้อ้อน

ชอบอ้อนโดยที่เจ้าตัวเองไม่รู้ตัว

ชอบ... ให้เจ้าของเอ็นดูและแสดงความรักด้วย

และเจ้าของก็จะเอ็นดู และหลงรักเจ้าลูกแมวขึ้นอ้อน... จนถอนตัวไม่ขึ้น

 

 

วิธีตีสนิทกับแมว ขั้นที่ 3 : ล่อด้วยของเล่น (เช่น ตุ๊กตาที่มีแคทนิป หรือไม้ล่อแมว)

 

“ยองแจอ่า เมื่อไหร่นายจะเอาการ์ตูนมาคืนฉันซักที? ฉันซื้อมายังไม่ได้อ่านเลยนะ เอามาคืนฉันเดี๋ยวนี้เลยเจ้าอ้วน!

“ฉันไม่คืน!

“นายทำแบบนี้ได้ยังไงกัน? นั่นมันของฉันนะ!

“ฉันไม่คืน มันหายไปแล้ว”

“ยูยองแจ!

ผมดึงหูฟังออกก่อนจะมองหน้าเมนโวคอล 2 คนของวงที่กำลังเถียงกันไปมาเหมือนเด็กๆ พี่ยองแจที่ยืนทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ กับพี่แดฮยอนที่เบะปากกระทืบเท้าไปมาอย่างเด็กที่ถูกขัดใจ คิ้วขมวดเข้าหากันเป็นปม ตากลมโตมองเพื่อนตัวเองอย่างไม่พอใจถึงขีดสุด

“ก็มันหายไปแล้วอ่ะ นายก็ซื้อใหม่ละกัน”

“นายรู้มั้ยว่าเล่มนั้นมันเป็นเล่มสุดท้ายที่เหลือในร้านนะ! แต่นายกลับทำมันหายทั้งๆที่ฉันยังไม่ได้อ่าน ยูยองแจ! นายนี่มัน... ฮึ่ย!

ปากอิ่มงอง้ำ ตากลมโตที่ฉายแววสดใสอยู่เสมอเริ่มแดงก่ำ อา... พี่ยองแจยืมหนังสือการ์ตูนเรื่องโปรดของพี่แดฮยอนไปแล้วทำหาย พี่แดฮยอนเลยโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยงแบบนั้นสินะครับ ใครๆก็รู้ว่าพี่แดฮยอนติดการ์ตูนเรื่องนั้นมาก ถึงขนาดสะสมเอาไว้เป็นคอลเล็คชั่นเลยหล่ะ แถมหนังสือการ์ตูนเรื่องนั้นก็หายากมากๆด้วย กว่าพี่แดฮยอนจะได้มาแต่ละเล่ม ทำเอาเลือดตาแทบกระเด็นเหมือนกัน

“ก็... มันหายไปแล้วอ่ะ”

พี่ยองแจเสียงอ่อนลงเมื่อเห็นว่าพี่แดฮยอนโมโหแล้วจริงๆ แน่หล่ะครับ ใครจะไปชอบเวลาที่พี่แดฮยอนโมโหหรือโกรธกันหล่ะ พี่แดฮยอนโมโหหรือโกรธเมื่อไหร่ เท่ากับหายนะมาเยือนวงเลยหล่ะครับ

พี่แดฮยอนไม่สนใจจะฟังพี่ยองแจพูดอะไรอีก มือเล็กๆนั่นกำเข้าหากันแน่น ก่อนจะเดินเงียบๆเข้าห้องนอนไปพลางปิดประตูเสียงดังลั่นจนพี่ยงกุกถึงกับเปิดประตูห้องทำงานออกมาดูอย่างงงๆ

“เกิดอะไรขึ้น?”

“ซวยแล้วพี่... แมวโกรธ”

พี่ยองแจตอบพี่ยงกุกด้วยท่าทางอ่อนใจ ใบหน้าขาวตอนนี้กลับซีดจนไร้เลือด แม้ว่าพี่ยองแจจะชอบแหย่ชอบแกล้งพี่แดฮยอน แต่พี่ยองแจก็ไม่ชอบให้พี่แดฮยอนโกรธเหมือนกัน

“ไปทำอะไรให้แมวมันโกรธหล่ะ?”

“ก็... ผมทำหนังสือการ์ตูนของมันหายอ่ะ”

“สมควรที่แดฮยอนจะโกรธ ไปง้อมันเลยนะ”

“พี่ยงกุกช่วยผมง้อหน่อย...”

“เรื่องนี้ฉันจะไม่ยุ่ง นายทำแดฮยอนงอนนายก็ต้องง้อ ไปง้อเลยไป นั่นอ่ะความสดใสของวงเลยนะ ไปง้อเดี๋ยวนี้”

พี่ยงกุกกลับเข้าห้องทำงานไปโดยที่ไม่ลืมแลบลิ้นใส่พี่ยองแจเป็นการส่งท้าย พี่ยองแจได้แต่กุมขมับตัวเองโดยที่ปากเล็กๆนั่นบ่นโอดครวญไม่หยุด

“แล้วฉันจะไปหาหนังสือการ์ตูนเล่มนั้นมาจากไหนหล่ะ?”

 

 

 

ผมปลีกตัวเดินไปที่ห้องตัวเองเงียบๆโดยใช้กุญแจสำรองไขเข้าไป พี่แดฮยอนนอนคว่ำฟุบหน้าอยู่ในฝั่งของตัวเอง เสียงสะอื้นเบาๆทำให้ผมรู้ว่าคนเป็นพี่คนนั้นกำลังร้องไห้

“พี่แดฮยอน...”

“...”

“ผมมีขนมนะ มากินกับผมหน่อยสิครับ”

ไร้การตอบรับจากคนที่ผมเรียก ตัวเล็กๆนั่นขยับเล็กน้อยก่อนจะซุกตัวเองเข้าใต้ผ้าห่มโดยที่ใบหน้าสวยนั้นยังคงกดอยู่กับหมอนโดยไม่สนใจจะหันมามองผมเลยสักนิด

 

ครับ... ผมโดนแมวเมิน

แมวเวลาโกรธแล้วต่อให้เรียกยังไง เอาขนมล่อเท่าไหร่ก็ไม่คิดจะสนใจ

 

ผมเดินไปหยิบอะไรบางอย่างออกจากลิ้นชักข้างเตียงฝั่งผมก่อนจะนั่งลงข้างๆพี่แดฮยอนที่เอาแต่ซุกหน้าซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม ก่อนจะพูดขึ้นเบาๆ

“อืม... พอตัวเอกฟื้นขึ้นมาแล้วพบว่าพลังของตัวเองหายไปแล้วเป็นยังไงต่อนะ? อ๋อ... ตัวร้ายส่งลูกน้องมาเพื่อหวังจะจัดการตัวเอกนี่เอง”

ได้ผลครับ คนที่อยู่ใต้ผ้าห่มรีบเปิดผ้าห่มหันกลับมาทางผมทันที ตากลมๆที่ยังคงฉ่ำน้ำมองผมตาโตทำเอาผมยิ้มออกมาได้ไม่ยาก ผมยื่นหนังสือการ์ตูนเรื่องโปรดเล่มล่าสุดไปตรงหน้าพี่แดฮยอน ซึ่งพี่ตัวเล็กตะครุบหมับทันที

“เล่มนี้ใช่มั้ยครับที่พี่ยองแจทำหาย?”

“ใช่! เล่มนี้แหละ ทำไมนายถึงมีหล่ะ? นายขโมยไปเหรอ?”

ตากลมโตกลับมาเป็นประกายสดใสอีกครั้ง แม้ว่าบนใบหน้าสวยๆนั้นจะเต็มไปด้วยคราบน้ำตาก็ตาม ผมเอื้อมมือไปเช็ดคราบน้ำตาพวกนั้นออกจากใบหน้าของพี่แดฮยอนเบาๆก่อนจะส่งยิ้มให้

“ผมไม่ได้เอาไปหรอกครับ พอดีผ่านร้านหนังสือแล้วเห็นมันขายอยู่หน่ะ ดูในชั้นหนังสือของพี่แล้วเห็นว่าพี่ยังไม่มีเล่มนี้ ผมเลยซื้อมา”

เพียงแค่นั้นแหละ พี่แดฮยอนก็ยิ้มกว้างจนตาหยีส่งมาให้ผม ก่อนจะโผเข้ากอดเอวซุกอกผมไว้โดยที่ผมไม่ทันตั้งตัว

“ขอบใจนะ ขอบใจนายมากๆเลยจุนฮง นายน่ารักที่สุดเลย”

ผมได้แต่นั่งนิ่งอย่างคนทำอะไรไม่ถูก พี่แดฮยอนเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ผม นั่นแหละครับที่ทำให้ผมยิ้มออกมา แลกกับรอยยิ้มนี้หน่ะ ไม่ว่าจะต้องทำอะไร ลำบากแค่ไหนก็ตาม ผมยอม เพื่อที่จะรักษารอยยิ้มนี้เอาไว้

ผมลูบแก้มกลมๆของพี่แดฮยอนเบาๆ ก่อนจะหยิบของที่อยู่ในถุงข้างเตียงตัวเองมายื่นให้คนตัวเล็กที่ตอนนี้นอนพิงอกของผมอ่านอาร์ตูนอย่างอารมณ์ดี

“เห๋?”

พี่แดฮยอนเลิกคิ้วมองผมแต่มือเล็กนั้นกลับคว้าหมับเอาเจ้าตุ๊กตาแมวขนปุยสีขาวไปกอดทันที ก่อนจะซุกหน้าเข้ากับขนนิ่มๆของมันอย่างหลงไหล

“ตุ๊กตาแมวที่พี่เคยบอกว่าน่ารักไงครับ อ่ะ... ผมให้”

“นี่... นายซื้อมาให้ฉัน? มันแพงไม่ใช่เหรอ?”

“เอาน่า... ตอนผมซื้อมามันลดราคาพอดี เห็นมันเหมาะกับพี่ ผมเลยซื้อมาให้ รับไว้สิครับ”

“อือ~ มันน่ารักมากจริงๆแหละ มีกลิ่นด้วยอ่ะ เหมือนชีสเค้กเลย ขอบใจนะจุนฮง นายดีกับฉันมากๆเลย”

เป็นอีกครั้งที่พี่แดฮยอนยิ้มให้ผมก่อนที่พี่ตัวเล็กจะหันกลับไปอ่านการ์ตูนต่อ โดยที่แขนเล็กนั้นกอดตุ๊กตาเอาไว้แน่น ผมได้แต่ลูบหัวคนที่ใช้อกของผมเป็นที่พิงอ่านหนังสืออย่างรักใคร่

 

ไม่ว่าแมวจะอยู่ในอารมณ์ไหน หน้าที่ของผมก็คือทำให้แมวกลับมาร่าเริงอีกครั้ง

ค่อยๆทำให้แมวตกหลุมรักผม ทีละนิด... แม้ว่ามันจะใช้เวลานาน

แต่ถ้าแลกกับสัตว์ที่สวยงามอย่างพี่แดฮยอนแล้วหล่ะก็... ผมเต็มใจรอนะ

 

 

วิธีตีสนิทกับแมว ขั้นที่ 4 : เรียกชื่อ (ตั้งชื่อและเรียกบ่อยๆให้แมวคุ้นเคย)              

 

ผมกับพี่แดฮยอนเราสนิทกันมากขึ้น ตั้งแต่คัมแบคกลับมาครั้งนี้พี่แดฮยอนทำตัวติดกับผมมากกว่าเมื่อก่อน ซึ่งมันเป็นอะไรที่ดีกับใจผมมากเลยครับ เมื่อก่อนไม่ว่าผมจะพยายามเข้าหาพี่แดฮยอนเท่าไหร่ ก็เหมือนว่าพี่ตัวเล็กจะคอยเอาแต่หนีผมตลอด เหมือนแมวที่มักจะเดินหนีเสมอเมื่อมีใครเข้าใกล้หรือคิดจะเล่นด้วย แต่ตอนนี้พี่แดฮยอนกลับคอยมาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆตัวของผม ยอมให้ผมสัมผัสตัวเขาออกสื่อได้มากขึ้น แถมบางที พี่แดฮยอนยังเป็นฝ่ายเข้ามากอดผมเองด้วย มันเป็นอะไรที่ดีมากจริงๆนะครับ

วันนี้เรามีงานแฟนไซต์กันที่ชินชน ผมรู้สึกเสียดายเล็กน้อยที่ไม่ได้นั่งข้างๆพี่แดฮยอนเหมือนที่หวังเอาไว้ ระหว่างผมกับพี่แดฮยอนมีพี่ฮิมชานนั่งคั่นกลางอยู่ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้นั่งใกล้กัน แต่ผมก็คอยหาโอกาสมองพี่แดฮยอนอยู่บ่อยๆ จนบางทีผมก็มองเพลินจนลืมไปเลยว่าเบบี้ยืนอยู่ตรงหน้า

ป้าบ!

“ตีผมทำไมอ่าพี่ฮิมชาน? ผมเจ็บนะครับ”

ผมครางออกมาก่อนจะมองหน้าพี่รองของวงที่มองผมด้วยสายตาหมั่นไส้ยังไงก็ไม่รู้ อยู่ดีๆก็ซัดหลังของผมเข้าให้ป้าบใหญ่แล้วทำหน้าตาแบบนั้นใส่ ผมก็งงเป็นเหมือนกันนะครับ

“เอาแต่มองไอ้เหมียวอยู่นั่นแหละ เวรกรรมของฉันจริงๆที่ดันต้องมานั่งคั่นพวกนายเนี้ย สลับที่กันมั้ย?”

พี่ฮิมชานพูดพลางจิกตามองผมอย่างหมั่นไส้สุดๆ ผมได้แต่หัวเราะแห้งๆให้เขาเป็นคำตอบ แต่... ก็ดีนะครับ ผมก็อยากสลับที่นั่งกับพี่ฮิมชานเหมือนกัน

ผมมองพี่แดฮยอนที่ยิ้มอย่างน่ารักก่อนจะหยิบนั่นนี่ที่เบบี้ยื่นให้มาใส่ ไม่ว่าจะเป็นหูเสือ หูหมี หรือแม้แต่ต้นอ่อนของต้นไม้เล็กๆ ทุกอย่างมันเข้ากันดีกับพี่แดฮยอนมากๆเลยหล่ะครับ แอบคิดไม่ได้ว่า... ถ้าพี่แดฮยอนใส่หูแมว คงจะน่ารักน่าเอ็นดูมากๆเลย

ป้าบ!

“เลิกมองแดฮยอนได้แล้ว เบบี้รอนานแล้วนะจุนฮง”

ฝ่ามือหนักๆ พร้อมเสียงต่ำๆส่งมาให้ผม ทำเอาผมหันกลับมาสนใจเบบี้ที่อยู่ตรงหน้าแทบไม่ทัน เมื่อโดนลีดเดอร์ของวงที่พ่วงตำแหน่งคุณพ่อจอมหวงลูกสาว(?) อย่างพี่ยงกุกตำหนิมาเบาๆ ผมได้แต่หันไปยิ้มแหย๋ๆให้เป็นเชิงขอโทษก่อนจะหันกลับมาสนใจเบบี้ที่ยืนตรงหน้า

“พี่คะ ช่วยตอบคำถามในโพสอิทให้ฉันด้วยนะคะ”

ผมเปิดไปอ่านโพสอิทที่เบบี้แปะเอาไว้ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อยกับคำถาม เปรียบเมมเบอร์เป็นครอบครัว ผมไล่อ่านตัวเลือกที่เบบี้เขียนมาทีละข้อ ก่อนจะสะดุดกับตัวเลือกหนึ่งที่อยู่ในนั้น

 

สัตว์เลี้ยง

 

คำตอบแรกที่ขึ้นมาในหัวของผมคือ แมวผมเคยบอกแล้วนี่ครับว่าผมอยากเลี้ยงแมว สิ่งมีชีวิตขนปุยที่ดูสง่าและสวยงาม ผมอมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบคำถามนั้นของเบบี้ไปอย่างอารมณ์ดี

 

 

 

“ชเวจุนฮง!!!

เสียงเรียกชื่อของผมดังลั่นห้อง ปลุกผมจากการงีบหลับเพราะเหนื่อยอ่อนกับงานให้ตื่นขึ้นมาได้เป็นอย่างดี พร้อมร่างเล็กๆของพี่แดฮยอนที่ตรงเข้ามาฟาดแขนของผมอย่างแรง เป็นการเรียกสติของผมให้กลับคืนมาได้อย่างรวดเร็ว

“โอ๊ยๆ อะไรครับพี่แดฮยอน?”

ผมรวบข้อมือเล็กนั้นเอาไว้เบาๆก่อนจะมองหน้าที่งอง้ำของพี่แดฮยอนที่จ้องผมตาขวางอย่างไม่พอใจ อา... แมวโกรธอะไรผมกันนะ? ดูสิ พองขนกางเล็บขู่ฟ่อๆเตรียมข่วนผมเต็มที่เลย

“นายตอบเบบี้ไปแบบนั้นได้ยังไง?”

“ครับ?”

ผมมองพี่แดฮยอนด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม พี่แดฮยอนดึงมือตัวเองให้หลุดจากการเกาะกุมของผมก่อนจะกดอะไรยุกยิกในสมาร์ทโฟนของตัวเองแล้วยื่นมาให้ผมดู

“เปรียบเมมเบอร์เป็นครอบครัว แล้วสัตว์เลี้ยงคือแดฮยอน มันหมายความว่ายังไง? นายเห็นฉันเป็นสัตว์เลี้ยงเหรอ?”

ผมมองพี่แดฮยอนที่พูดรัวเร็วเหมือนคนแร๊ป กับท่าทางที่ขู่ฟ่อๆนั่นอย่างรู้สึกเอ็นดู พี่แดฮยอนทำตัวน่ารัก ชวนให้เอ็นดูอีกแล้ว

“แมวไงครับ”

“ห๊ะ?”

กลับกลายเป็นพี่แดฮยอนที่มองผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม ผมถือวิสาสะดึงคนตัวเล็กตรงหน้ามานั่งบนตักของตัวเองก่อนจะสวมกอดเอาไว้จากด้านหลังพลางเกยคางลงบนไหล่เล็กนั้นไว้เสร็จสรรพ

“ก็เพราะว่าพี่แดฮยอนเหมือนแมวไงครับ”

“เดี๋ยวสิ ฉันเหมือนแมวตรงไหนกัน?”

พี่แดฮยอนหันมามองหน้าผม ก่อนจะรีบหันกลับไปทางเดิมทันทีเมื่อหันมาเจอใบหน้าของผมที่ห่างกับเขาไม่ถึงคืบ แก้มกลมๆนั่นเริ่มขึ้นสี

“ตากลมๆแบบนี้ ปากอิ่มๆ หน้าสวยๆแบบนี้ เหมือนแมวมากเลยนะครับ ไม่เชื่อถามเบบี้ดูก็ได้”

ผมไล้ปลายนิ้วลงบนแก้มกลมๆที่เริ่มขึ้นสีจัด พี่แดฮยอนเม้มปากตัวเองทันที หัวคิ้วขมวดเข้าหากันเป็นปมจนผมอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้

“นิสัยก็เหมือนแมวด้วยนะครับ ตะกละ ขี้โมโห ไม่พอใจทีไรต้องตะปบตลอด เหมือนพี่แดฮยอนเลย”

“นี่นายด่าฉันเหรอ?!

“เปล่านะครับ ผมแค่จะบอกว่าพี่แดฮยอนหน่ะเหมือนแมว... ที่น่ารักและน่าเลี้ยงไปพร้อมๆกัน”

พี่แดฮยอนกำมือเข้าหากัน ปากอิ่มนั่นเม้มเข้าหากันแน่น หน้าตาบ่งบอกถึงความไม่พอใจถึงขีดสุด แต่บนใบหน้าที่น่ารักนั้น กลับเจือไปด้วยสีเข้มของคนที่กำลังเขินจัด อ่า... ไม่รู้ว่ากำลังเขินหรือกำลังโกรธกันแน่

“ย... อย่ามาพูดจาแบบนั้นนะ”

“ผมพูดจริงๆนะครับ... จริงสิ พี่เคยถามผมใช่มั้ยเรื่องแมวที่ผมอยากเลี้ยงหน่ะ”

“...”

“แมวที่ผมพูดถึงหน่ะ... ก็คือพี่ยังไงหล่ะครับ พี่แดฮยอน”

พูดจบผมก็ขโมยหอมแก้มกลมๆนั่นไป 1 ทีอย่างอดใจไม่อยู่ พี่แดฮยอนได้แต่อ้าปากค้าง ก่อนจะทุบขาผมอย่างแรงหลายๆที พร้อมกับเล็บคมๆที่ตะกุยลงบนแขนของผมอย่างไม่พอใจสุดๆ

“ใครใช้ให้นายหอมแก้มฉันห๊ะไอ้เด็กนรก!!!

ผมหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดีก่อนจะรวบข้อมือเล็กนั้นเอาไว้แล้วบรรจงจูบลงบนหลังมือนั้นเบาๆ พลางจับคนที่นั่งดิ้นอยู่บนตักของผมให้หันมาเผชิญหน้ากับตัวเอง ใบหน้าสวยๆของพี่แดฮยอนที่แดงจัด เพิ่มความน่ารักให้กับเจ้าตัวอีกหลายสิบเท่า ริมฝีปากอิ่มที่ทั้งยู่ทั้งเบะบ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังไม่พอใจนั่นชวนให้ผมรู้สึกอยากจับจองเป็นเจ้าของ

 

แต่ยังครับ... ยังไม่ใช่ตอนนี้

แต่รับรองว่าผมได้เป็นเจ้าของแน่ๆ

 

“ตัวเล็ก”

“อะไรอีกเนี้ย?”

“เป็นแมวก็ต้องมีชื่อนะครับ ผมจะตั้งชื่อแมว ข อ ง ผ ม ว่า ตัวเล็ก”

ผมจงใจเน้นคำว่า ของผม เป็นพิเศษพร้อมทั้งมองเข้าไปในตาใสๆของพี่แดฮยอน คนตรงหน้ารีบหลุบตาลงเพื่อหลบสายตาทันที

“ฉันไม่ใช่แมว”

“ตัวเล็ก”

“ก็บอกว่าไม่ใช่แมวไง”

“ตัวเล็ก”

“ถ้าฉันเป็นแมว งั้นนายก็คงเป็นหมา”

“ตัวเล็ก”

“ฉันไม่ได้ชื่อตัวเล็ก”

“ตัวเล็ก... ตัวเล็กๆๆๆๆ”

“นี่! จะกวนประสาทกันเหรอ?”

ใบหน้าสวยงอง้ำ ผมเพิ่งรู้ว่าการแหย่แมวมันสนุกแบบนี้นี่เอง ผมโอบรอบเอวเล็กนั้นไว้เพื่อกันไม่ให้เจ้าแมวเหมียวที่อยู่บนตักของผมกระโดดหนีผมไปไหนได้อีก ถึงแม้ว่าพี่แดฮยอนจะทำหน้าตาเหมือนไม่พอใจ แต่ก็ไม่ได้ปัดป้องอะไรอีก ซึ่งนั่นก็เหมือนเป็นข่าวดีสำหรับผม

“ตัวเล็กครับ”

“อะไร?!

ผมยิ้มออกมากว้างกว่าเดิม ก่อนจะกอดคนที่อยู่บนตักของผมแน่นๆอย่างแสนรัก

“ผมจะเรียกพี่แดฮยอนว่าตัวเล็กเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน เพราะฉะนั้นช่วยชินกับชื่อนี้เร็วๆด้วยนะครับ ลูกแมวตัวเล็กของผม”

 

 

 

วิธีตีสนิทกับแมว ขั้นที่ 5 : อยู่ในระดับเดียวกับแมว (นั่งหรือนอนให้ตัวเสมอกับแมว จะทำให้แมวรู้สึกเป็นมิตรกว่า)

 

ความสัมพันของผมกับพี่แดฮยอนดีขึ้นเรื่อยๆ ผมเรียกพี่แดฮยอนว่า ตัวเล็ก บ่อยๆ จนตอนนี้เจ้าของชื่อที่ผมตั้งให้เริ่มชินกับสรรพนามที่ผมใช้เรียก มีบ่อยครั้งที่ผมเผลอเรียกต่อหน้าเมมเบอร์คนอื่นๆ และนั่นก็ทำให้พี่แดฮยอนหันมาพองขนขู่ผมฟ่อๆอย่างน่ารัก

วันนี้เป็นอีกวันที่เรามีเวลาว่างในช่วงตอนค่ำ เมมเบอร์คนอื่นๆยกเว้นพี่ยงกุก พากันนั่งเล่น นอนเล่นอยู่หน้าทีวีเครื่องใหญ่ตรงห้องนั่งเล่นภายในหอพัก โดยพี่ยองแจกับพี่จงออบกำลังแข่งกันเล่นเกมในไอแพดจนเครื่องแทบไหม้ และพี่ฮิมชานที่คอยก่อกวนพี่จงออบอยู่ไม่ห่าง แต่ถ้าถามถึงลูกแมวของผมแล้วหล่ะก็ นอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟาหัวเราะคิกคักกับการ์ตูนที่เจ้าตัวเปิดดูในไอแพดของตัวเองอย่างไม่คิดจะสนใจเมมเบอร์คนอื่นๆ

ผมวางสมุดเล่มเยินๆที่ขีดๆเขียนๆแต่งเนื้อเพลงลง ก่อนจะเดินเงียบๆไปหาลูกแมวที่ยังคงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้กับหน้าจอสี่เหลี่ยมที่อยู่ในมือ ก่อนจะนั่งลงกับพื้นข้างๆโซฟาที่แมวเหมียวตัวเล็กนอนอยู่ ความน่ารักน่าเอ็นดูของพี่แดฮยอนทำให้ผมอดที่จะเอื้อมมือไปลูบหัวทุยๆนั้นไม่ได้

“ดูอะไรอยู่ครับตัวเล็ก?”

“ไม่บอกหรอก คิ~

ผมหยิกแก้มกลมๆนั้นไปเบาๆอย่างหมั่นเขี้ยวพลางเกยคางกับโซฟามองหน้าอีกคนที่ยิ้มให้กับการ์ตูนเรื่องโปรดของตัวเอง พี่แดฮยอนเหลือบมองผมเล็กน้อยก่อนจะขยับหนีให้ใบหน้าของตัวเองออกห่างจากผม

“อ... อะไร? มองอะไร?”

“มองคนน่ารัก”

ประโยคสั้นๆของผม ทำเอาคนได้ฟังถึงกับหน้าขึ้นสีได้ไม่ยาก มือเล็กถูกส่งมาดันหน้าของผมให้ออกห่างทันที

“อย่ามาเสี่ยวนะ”

“แล้วเสียวมั้ยหล่ะ?”

“ส... เสียวอะไรของนายเนี้ย? อย่ามาพูดจาสองแง่สองง่ามนะ”

ว่าแล้วมือเล็กนั่นก็ฟาดลงบนสันดั้งที่ไม่ค่อยจะมีของผมไม่แรงและไม่เบาจนเกินไป ผมหัวเราะให้กับคนที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะรวบมือข้างนั้นของอีกคนมาจูบเบาๆ

“น่ารัก”

“อะไรอีก?”

พี่แดฮยอนทำท่าจะงับหัวผมให้ได้ สองแก้มกลมขึ้นสีจัดน่ามอง ตากลมๆมองผมอย่างไม่พอใจแต่กลับดูเขินอายเกินกว่าจะมองผมแบบตรงๆ

“ตัวเล็กของผมน่ารัก”

“ฉันเป็นของนายตอนไหน? อย่ามามั่วนะ”

“แล้ว... อยากเป็นตอนนี้เลยมั้ยครับ?”

ผมยิ้มกว้างเมื่อพี่แดฮยอนหันกลับไปซุกหน้าเข้ากับโซฟาอย่างพยายามซ่อนใบหน้าแดงๆที่แดงจัดลามไปถึงใบหูให้พ้นสายตาของผม พี่แดฮยอนจะรู้มั้ยว่าเขาทำให้ความอดทนในตัวของผมลดลงทุกที?

“ตัวเล็ก”

“...อือ”

“มองกันหน่อยสิครับ”

กว่าพี่แดฮยอนจะยอมหันกลับมามองผมได้ก็ต้องคะยั้นคะยออยู่นานเหมือนกัน ปากอิ่มเบะออกเล็กน้อยแต่ก็ยอมหันกลับมามองผมแต่โดยดี

ผมเกยคางกับโซฟาพลางจ้องสบกับตากลมๆคู่นั้น แววตาสดใสเหมือนลูกแมว ดูน่ารักและไร้เดียงสา จมูกโด่งรั้นชวนหมั่นเขี้ยว ริมฝีปากอวบอิ่มที่มักยั่วยวน ชวนให้เป็นเจ้าของอยู่เสมอยามที่ได้จ้องมอง สีผิวที่ไม่ได้ขาวมาก อาจจะเข้มกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ แต่กลับดูเซ็กซี่มีเสน่ห์ ตัวเล็กๆแต่ไม่ได้ผอมบาง มีมัดกล้ามอย่างผู้ชายทั่วไป ถึงจะไม่มาก แต่ก็ยังดูตัวเล็กมากอยู่ดีเมื่อเทียบกับผม ไหล่เล็กๆชวนให้เจ้าตัวกลับดูตัวเล็กลงไปอีก น่าทะนุถนอม น่าปกป้อง...

 

ผมรัก... รักทุกอย่างที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นคนๆนี้

ผมรักทุกอย่างที่เป็นพี่แดฮยอน

 

ไม่รู้ว่าเพราะแรงดึงดูดจากสายตาอ้อนๆนั่น หรือเป็นเพราะริมฝีปากอิ่มที่เผยอออกยั่วยวนเชิญชวนผม ทำให้ผมค่อยๆเคลื่อนใบหน้าของตัวเองเข้าหาอีกคน ระยะห่างระหว่างเราลดลงทีละนิด

 

จนในที่สุด... ช่องว่างระหว่างผมกับพี่แดฮยอนก็หมดลง เมื่อริมฝีปากของเราทั้งสองคนสัมผัสกัน

 

ผมบดริมฝีปากของตัวเองลงบนริมฝีปากอิ่มของคนตรงหน้าเป็นจังหวะอย่างแผ่วเบา ไร้ซึ่งการรุกล้ำ แต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ผมอยากส่งผ่านให้กับพี่แดฮยอนได้รับรู้

 

เนิ่นนานแต่อ่อนโยน

 

ผมผละออกเล็กน้อยให้คนตรงหน้าที่ผมแสนจะรักคนนี้ได้มีโอกาสหายใจ ก่อนจะเคลื่อนตัวเข้าไปครอบครองริมฝีปากอิ่มสีสดนั่นอีกครั้งอย่างที่ผมเคยฝันอยากจะทำมานาน

“ไอ้ลูกแมวโว้ย! มาหาพี่หน่อยเร็ว มีอะไรจะให้ดู”

เสียงของพี่ฮิมชานช่วยเรียกสติที่หลุดลอยของเราสองคนให้กลับมาได้เป็นอย่างดี พี่แดฮยอนผลักผมออกอย่างแรงก่อนจะรีบซุกหน้าเข้ากับโซฟาทันทีอย่างคนเขินจัด

“ไอ้เหมียว!!

“ผ... ผมกำลังจะไป แปบนึงสิ”

พี่แดฮยอนละล่ำละลักตอบพี่ฮิมชานก่อนจะรีบลุกวิ่งไปหาพี่ฮิมชานทันทีอย่างไม่คิดจะสนใจผมเลยสักนิด ผมยิ้มให้ตัวเองอย่างรู้สึกถึงความสำเร็จที่อยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อมมือ ถ้าผมไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองเกินไปหล่ะก็... พี่แดฮยอนเองก็คิดเหมือนผมใช่มั้ยครับ?

 

 

วิธีตีสนิทกับแมว ขั้นที่ 6 : จ้องตา (ถ้าแมวจ้องตา ให้จ้องกลับ และกระพริบตาถี่ๆ)

 

พี่แดฮยอนไม่ยอมคุยกับผมตั้งแต่เมื่อวานแล้วครับ เรื่องของเรื่องทั้งหมดนั่นเป็นเพราะพี่แดฮยอนเห็นผมเล่นกับพี่ยองแจมากเกินไปต่อหน้ากล้อง ผมจะคิดเข้าข้างตัวเองได้มั้ยครับว่าพี่แดฮยอนกำลังหึงผม?

ผมพยายามเข้าไปเล่นด้วย ชวนพี่แดฮยอนคุย แต่เจ้าตัวกลับตอบผมกลับมาเป็นความเงียบ ใบหน้าไร้รอยยิ้ม อาจมีบ้างที่ตอบผมกลับมา แต่นั่นก็เหมือนเป็นมารยาทเพื่อไม่ให้คนอื่นๆสงสัยมากกว่า บางทีก็เดินหนีผมไปเล่นกับพี่จงออบเอาเสียอย่างนั้น

 

อา... รู้ว่าต้องง้อ แล้วผมจะทำยังไงดีครับ?

 

ผมนั่งคิดไม่ตกอยู่ตรงโซฟา ในมือยังคงสไลด์หน้าจอสมาร์ทโฟนเล่นไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย เข้าแอปฯนั้น ออกแอปฯนี้ ก่อนที่แอปพลิเคชั่นรูปกล้องสีน้ำตาลจะส่งแจ้งเตือนมายังผม เมื่อใครบางคนที่ผมตั้งแจ้งเตือนเอาไว้โพสอะไรบางอย่างในแอปพลิเคชั่นนั้น

ผมไม่ลังเลที่จะกดเข้าไปดู สิ่งที่พี่แดฮยอนโพสนั้นทำเอาผมถึงกับหน้าชา

 

‘dh_jung_bap : ดีจริงๆเลยนะ น้องชายที่รัก. มาสู้กันเถอะ!! ขอบใจนะ!! #ซูอุง #โซนยอนคงฮวากุก  #น้องของผม

 

พี่แดฮยอนโพสภาพบทสนทนาในโปรแกรมแชทของเขาที่คุยกับใครบางคนที่ผมพอจะได้ยินชื่อมาบ้าง บทสนทนาในนั้นถึงแม้จะไม่มีอะไรมาก แต่ก็ทำให้ผมหน้าชาและรู้สึกหงุดหงิดได้ไม่ยาก

 

ถ้ามีเวลาออกมาเจอกันน๊า (??)

ครับพี่ เยิฟๆน๊า (??)

เค้าก็ด้วย (???!)

 

แค่ 3 ประโยคนี้ก็ทำให้ผมหงุดหงิดมากพออยู่แล้ว แต่ผมดันสายตาดี เหลือบไปเห็นเงาของบทสนทนาเก่าที่พี่แดฮยอนกับใครคนนั้นคุยกันก่อนหน้า ความหงุดหงิดที่มีก็แปรเปลี่ยนเป็นความไม่พอใจทันที

 

พี่เป็นของผมนะ (???!!)

 

ผมได้แต่กัดปากตัวเองจนกรามขึ้นเป็นสันนูน ไม่รอช้าที่จะโพสภาพลงในแอปพลิเคชั่นนั้นด้วยความรวดเร็วทันที บ่งบอกว่าผมกำลังไม่พอใจอยู่นะ

พี่แดฮยอนยังคอยยั่วผมโดยการโพสต์ภาพบทสนทนากับคนๆนั้นอยู่เรื่อยๆสร้างความหงุดหงิดให้ผมเป็นอย่างดี แถมเจ้าตัวก็ยังไม่เปิดโอกาสให้ผมได้ถามอะไรด้วย ผมไม่ยอมหรอกนะถ้าจะมีใครมาแย่งพี่แดฮยอนไปจากผมหน่ะ บอกเลยว่าชเวจุนฮงคนนี้ไม่มีทางยอมแน่ๆครับ

 

 

 

“จะไปไหนครับตัวเล็ก?”

ผมเงยหน้าขึ้นมาจากหน้าจอสมาร์ทโฟนที่กำลังเช็คข่าวสารของเบบี้จากโลกโซเชี่ยลเมื่อได้ยินเสียงประตูห้องเปิดออก พร้อมทั้งใครบางคนที่ก้าวออกมา ก่อนจะถามลูกแมวขี้งอนที่แต่งตัวหล่อถือกระเป๋าเดินออกมาจากห้อง ตากลมโตนั้นปรายหางตามามองผมเล็กน้อย ปากอิ่มตอบผมมาสั้นๆอย่างไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ

“ธุระ”

“ที่ไหน? กับใครครับ? ผมไปส่งมั้ย?”

“ธุระส่วนตัว”

พี่แดฮยอนปิดการสนทนาแบบไม่เปิดโอกาสให้ผมถามอะไรต่อ ในระหว่างที่ไม่มีใครพูดอะไร เสียงเรียกเข้าจากมือถือของพี่แดฮยอนก็ดังขึ้น พี่แดฮยอนมองชื่อที่บนหน้าจอก่อนจะยิ้มออกมา

“ว่าไง?.... พี่กำลังจะออกไป นายอยู่ไหนแล้ว?.... โอเคพี่กำลังจะลงไป รอแปบนึงนะ ซูอุง

บทสนทนาสั้นๆนั้นเหมือนน้ำเย็นๆที่สาดเข้ามาที่หน้าของผม พี่แดฮยอนเดินเร็วๆเพื่อเลี่ยงผม แต่ผมดันไวกว่า ผมรีบยื่นมือไปคว้าแขนของพี่แดฮยอนเอาไว้ทันที

 

ผมกำลังไม่โอเค ทำไมผมถึงได้รู้สึกหงุดหงิดขนาดนี้นะ?

 

“คืนนี้เป็นคืนสิ้นปีนะครับ ตัวเล็กอยู่เคาท์ดาวน์กับผมก่อนสิ”

“ฉันมีนัดกับซูอุงแล้ว”

“คุยกับผมก่อนได้มั้ยครับ? ตัวเล็กเป็นอะไร? ไม่พอใจอะไรผมก็บอกมาสิครับ อย่าเงียบใส่กันแบบนี้สิ”

“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับนาย ปล่อยฉันได้แล้ว”

พี่แดฮยอนพูดพลางพยายามแกะมือผมออก และนั่นก็ทำให้ผมเผลอเพิ่มแรงบีบที่ต้นแขนของคนตัวเล็กเข้าไปอีก ผมไม่รู้ว่าตัวเองบีบต้นแขนเล็กนั้นไปแรงแค่ไหน? แต่ผมเห็นพี่แดฮยอนได้แต่เบ้หน้าด้วยความเจ็บ

“ผมจะไม่ให้ตัวเล็กไปไหนทั้งนั้น ถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่องแบบนี้”

“นี่นายเป็นบ้าอะไรของนายเนี้ย?”

“ใช่ครับ ผมกำลังบ้า ที่ผมเป็นแบบนี้เพราะตัวเล็กคือเหตุผล ผมกำลังบ้าเพราะผมไม่พอใจครับ ผมกำลังหงุดหงิดที่ตัวเล็กไม่ยอมคุยกับผมแล้วก็กำลังจะไปกับผู้ชายคนอื่น”

“ซูอุงไม่ใช่ผู้ชายคนอื่น เขาเป็นน้องชายของฉัน”

“น้องชายอะไรกันครับถึงได้คุยกันหวานขนาดนั้น?”

“น้องชายที่ฉันสนิทไง ทำไมจะคุยแบบนั้นไม่ได้ ปล่อยฉันนะจุนฮง ฉันเจ็บ!

ผมปล่อยแขนพี่แดฮยอนก่อนจะลูบหน้าตัวเองไปมาอย่างพยายามข่มความคุกรุ่นที่สุมอยู่ในใจ พอเห็นพี่แดฮยอนทำขอบตาแดงๆเหมือนคนกำลังพยายามกลั้นร้องไห้แล้วผมยิ่งรู้สึกโมโห

 

ผมกำลังโมโหตัวเอง

 

พี่แดฮยอนได้แต่ก้มหน้า ลูบต้นแขนตรงที่โดนผมบีบไปมาเงียบๆ ความรู้สึกผิดแล่นเข้าสู่หัวใจของผม ก่อนที่ผมจะเลือกทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าตรงหน้าพี่ตัวเล็กคนนั้น สองมือเลื่อนไปกุมมือเล็กนั้นเอาไว้เบาๆอย่างต้องการทะนุถนอม พี่แดฮยอนดูเหมือนจะตกใจกับการกระทำของผม ตากลมโตมองผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม

“ท... ทำอะไรของนาย?”

“ผมขอโทษนะครับตัวเล็ก”

ผมพูดพลางซบแก้มลงบนหลังมือนิ่มๆของมือคู่นั้น

“ผมรู้สึกกระวนกระวายที่ตัวเล็กไม่ยอมคุยกับผม ผมแค่รู้สึกหงุดหงิดที่ตัวเล็กเมินผมและกำลังจะออกไปกับผู้ชายคนอื่น ผมคิดว่าผมกำลังหึง...”

ผมสารภาพออกไปตามตรงก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากลมๆที่จ้องมองผมอยู่ก่อนแล้วอย่างอึ้งๆ ก่อนจะบรรจงจูบลงบนหลังมือนั้นอย่างรักใคร่

“อย่าไปไหนเลยนะครับ อยู่กับผมเถอะนะ อยู่ในผมง้อก่อนนะครับ...”

ผมส่งสายตาอ้อนพี่แดฮยอนที่เอาแต่ยืนเม้มปากตัวเอง แก้มกลมๆนั้นเริ่มขึ้นสีชมพูจางๆอย่างน่ารัก ผมยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นจูงมืออีกคนไปที่โซฟา นั่งลงบนโซฟาตัวนิ่มก่อนจะรั้งคนตัวเล็กกว่าให้นั่งบนตักของตัวเองแล้วกอดเอวเอาไว้อย่างหวงแหน

“ตัวเล็กโกรธอะไรผม ไหนลองบอกมาสิครับ”

“...”

“ถ้าไม่บอก ผมก็ไม่รู้ ผมง้อไม่ถูกนะ”

แม้ผมจะรู้ดีอยู่แล้วว่าพี่แดฮยอนงอนเรื่องอะไร แต่ผมก็ยังคงตีมึนทำเป็นไม่รู้ต่อไป บางทีผมก็อยากได้ยินอะไรดีๆจากปากของคนปากแข็งอย่างพี่แดฮยอนบ้างก็เท่านั้นเอง

“นาย...”

“ผมทำไมครับ?”

“...”

“ว่ายังไงครับ? ผมทำไมเหรอ?”

“นาย... กับยองแจ...”

พี่แดฮยอนหลบตาผมก่อนจะเม้มปากอิ่มๆของตัวเองเอาไว้ อาการของพี่แดฮยอนทำให้ผมยิ้มออกมากว้างกว่าเดิม ผมกระชับกอดลูกแมวตัวนิ่มบนตักของตัวเองเอาไว้อย่างแสนรัก

“ผมไม่ได้คิดอะไรกับพี่ยองแจเลยนะครับ ตัวเล็กสบายใจได้เลย”

“ฉัน...”

“...ครับ?”

“ฉัน... ไม่ชอบ”

พี่แดฮยอนพูดประโยคหลังเบาๆ แต่มันกลับดังชัดเจนสำหรับผม พี่แดฮยอนน่ารัก ผมบอกแล้วไงครับ ไม่ว่าจะทำอะไรก็น่ารัก โดยเฉพาะตอนที่กำลังหน้าแดงเพราะผมแบบนี้ด้วยหล่ะก็...

 

น่ารักจนอยากจับมาฟัดหนักๆเท่าที่คนๆหนึ่งจะทำได้เลยหล่ะครับ

 

ผมจับปลายคางของคนบนตักให้เงยขึ้นมาสบตากับตัวเอง ริมฝีปากยังคงระบายยิ้มให้กับคนตรงหน้า เพราะอะไรกันนะถึงทำให้ผมรักเขามากเหลือเกินแบบนี้?

“ตัวเล็กครับ”

“อะ... ไร?”

“ผมคิดกับพี่ยองแจแค่พี่ชายจริงๆนะครับ ผมไม่ได้คิดอะไรกับพี่ยองแจเกินไปกว่าคำว่าพี่ชายกับน้องชายเลยจริงๆนะ”

“...อือ”

“เพราะความรู้สึกทั้งหมดของผมหน่ะ มีให้ได้แค่คนๆเดียว ผมให้ตัวเล็กไปหมดแล้ว และมันจะยังคงเป็นตัวเล็กเพียงคนเดียวอยู่แบบนั้น”

พี่แดฮยอนที่ใบหน้าขึ้นสีจัดมองผมด้วยสายตาที่เป็นอันตรายต่อหัวใจของผมเอามากๆ ตากลมโตที่จ้องมองมาดูเว้าวอนอยู่ในที ริมฝีปากอิ่มเผยอเล็กน้อยอย่างตั้งใจยั่วยวน

 

ผมรัก... รักคนๆนี้เหลือเกิน

 

“ให้ผมดูแลตัวเล็กอย่างที่ผู้ชายคนหนึ่งดูแลคนที่เขารักได้มั้ยครับ?”

พี่แดฮยอนก้มหน้าลงก่อนจะเงียบไปนานจนผมรู้สึกใจเสีย หรือว่า... พี่แดฮยอนจะปฏิเสธผม? ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วผมจะทำยังไงหล่ะ? ในเมื่อผมไม่ได้อยากเป็นแค่น้องชายของเขาจริงๆ

ในระหว่างที่ผมกำลังคิดอะไรมากมายอยู่คนเดียวเงียบๆนั้น พี่แดฮยอนก็เงยหน้าขึ้นมามองผมเล็กน้อยก่อนจะขานรับเบาๆในลำคอเป็นเชิงตอบรับ เพียงแค่นั้นผมก็ยิ้มกว้างออกมา สองแขนรวบตัวคนตัวเล็กที่อยู่บนตักเข้ามากอดแน่นๆอย่างแสนรักทันที

 

ตอนนี้ผมกำลังเป็นคนที่มีความสุขมากที่สุดในโลก

 

ผมจ้องตาคนบนตักที่จ้องผมอยู่ก่อนแล้วเล็กน้อย พี่แดฮยอนยังคงเปล่งประกายสวยงามอยู่เสมอ แข็งแกร่ง ดูเด็ดเดี่ยว แต่ชวนให้ปกป้องทะนุถนอม ผมเคลื่อนใบหน้าตัวเองเข้าไปละเลียดชิมริมฝีปากอิ่มที่ผมหลงไหล ครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะเปลี่ยนจากชิมเป็นจูบอย่างจริงจังสักที

พี่แดฮยอนมีท่าทีเคอะขินเล็กน้อย แต่ก็จูบตอบกลับผมมาอย่างคนที่ไม่ค่อยประสีประสามากเท่าไหร่ สองลิ้นตอบรับกันได้เป็นอย่างดี เสียงครางอืออึงเบาๆในลำคอของพี่แดฮยอนช่วยพรากสติของผมให้ออกจากตัวเองไปทีละนิด

ผมไล้มือหนาของตัวเองไปตามแผ่นหลังบาง เอวขอดเล็ก และหน้าท้องแบนราบที่มีมัดกล้ามเล็กน้อยนั้นอย่างหลงไหล

ผมอุ้มร่างเล็กๆนั้นกลับเข้าไปในห้องโดยที่ริมฝีปากของเราไม่ได้ผละออกจากกันเลยแม้แต่นิด ล็อคประตูห้องอย่างเงียบเชียบก่อนจะอุ้มคนตัวเล็กวางลงบนเตียงนอนอย่างทะนุถนอมก่อนจะผละออกจากริมฝีปากอิ่มนั้นอย่างอ้อยอิ่ง

สายตาที่พี่แดฮยอนมองผมนั้นช่างเป็นภัยกับผมเหลือเกิน... พอๆกับสายตาของผมที่จ้องมองพี่แดฮยอน สายตาที่ผมมั่นใจว่าเขาต้องดูออกว่าผมปรารถนาในตัวของเขาและหัวใจของเขามากแค่ไหน?

ผมถอดเสื้อของพี่แดฮยอนออกไปให้พ้นตัว ก่อนจะมองไปทั่วร่างกายเล็กที่สั่นสะท้านเบาๆนั้นอย่างต้องการครอบครองและเป็นเจ้าของ

 

และตอนนี้ ผม... กำลังจะก้าวข้ามเส้นทุกอย่างไปยังข้อสุดท้ายของการเลี้ยงแมว

 

“จุนฮง...”

น้ำเสียงหวานๆติดจะเว้าวอนนั้นทำให้ผมไม่ลังเลที่จะแสดงความเป็นเจ้าของลูกแมวคนสวยตรงหน้า ตามวิธีตีสนิทกับแมวข้อสุดท้ายที่ผมได้ศึกษามา

 

 

 

วิธีตีสนิทกับแมว ขั้นที่ 7 : ช่วงติดสัด (แมวไม่ได้ติดสัดบ่อยๆ อย่าปล่อยให้ช่วงเวลานี้ผ่านไปง่ายๆ ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ)

 

“พี่แดฮยอนครับ ของขวัญปีใหม่ปีนี้... ผมขอเป็น พี่แดฮยอน ได้มั้ยครับ?”

ผมถามคนตัวเล็กที่ยังคงนอนอยู่ใต้ร่างของผมพลางขบเม้มที่ใบหูนั้นไปเบาๆ ร่างกายเล็กที่น่าทะนุถนอมของพี่แดฮยอนสั่นสะท้านเบาๆอย่างน่ามอง ทุกอย่างของพี่แดฮยอนดูดึงดูด ชวนหลงไหลอยู่ตลอดเวลา ตาแป๋วๆ กลมๆดูเป็นประกายสดใสมองสบกับผมด้วยแววตาที่ยั่วยวนอยู่ในที การได้มองคนที่เรารักในมุมนี้หน่ะ มันเป็นอะไรที่น่ามองมากจริงๆนะครับ

“ว่ากันว่าแมวดำจะนำความโชคร้าย แต่ถ้าแมวดำตัวนั้นคือตัวเล็ก ผมก็พร้อมที่จะเป็นคนโชคร้ายไปตลอดชีวิตเลยครับ”

“นี่นายด่าว่าฉันดำเหรอ?”

“เป็นของผมนะครับพี่แดฮยอน เป็นลูกแมวที่ผมรักไปตลอดชีวิตของผมเลยนะครับ”

ปากอิ่มที่แหวผมมาเมื่อสักครู่หุบเม้มอย่างคนใช้ความคิด ตากลมๆดูเป็นประกายมองผมเล็กน้อยอย่างชั่งใจ แก้มเนียนขึ้นสีจัดชวนมอง

“...อือ จะเป็นของนาย... จะเป็นโชคร้ายของนายตลอดชีวิตเลย”

ผมยิ้มกว้างออกมาอย่างดีใจ ถ้าพี่แดฮยอนเป็นโชคร้าย ก็เป็นโชคร้ายที่ผมยินดีและเต็มใจรับมากที่สุดในชีวิตเลยหล่ะครับ

ผมก้มลงจูบปากอิ่มๆนั่นไปอย่างแสนรัก แน่นอนครับว่าผมไม่ปล่อยโอกาสดีๆแบบนี้ให้หลุดมือไปแน่นอน ชเวจุนฮงรับประกันได้เลย ก็นี่แหละ วิธีเลี้ยงแมวที่ชื่อ จองแดฮยอน ในแบบฉบับของผมหล่ะ




---------------------------------------------------------------------------------- 

 HAPPY NEW YEAR 2016 ครับรีดเดอร์ทุกคน!!!!

ขอให้รีดเดอร์สมหวังกับสิ่งที่หวัง ที่สำคัญขอให้มีตังค์ไว้ปรนเปรอบีเอพีเยอะๆนะครับ

อย่าลืมติดตามฟิคของต้าเหมียวด้วยนะครับ

ปีนี้ เรามาสู้ไปพร้อมๆกับบีเอพีด้วยกันนะ

รักรีดเดอร์ทุกคนเลย จุ๊บบบบ

 

 

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

47 ความคิดเห็น

  1. #20 Raviravax (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 เมษายน 2559 / 02:35
    .จิกหมอน
    #20
    0
  2. #19 เข็ม'ลี่ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 มกราคม 2559 / 01:40
    หวาน ฟิน จิ้น อ๊ากกกกกชอบอ่ะ เเฮปปี้นิวเยียร์ค่ะไรท์
    #19
    0