Hit me Hit you [E-Book]

ตอนที่ 5 : Hit me Hit you ; EP-4 : Your kiss is so wonderfull [Full%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,405
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,523 ครั้ง
    11 พ.ค. 63

ทวิตติดแท็ก #ยิ้มของนาย



EPISODE 04

“Your kiss is so wonderful”


เขาลากออกมาอยู่ตรงซอกระหว่างอุโมงค์รถไฟใต้ดินกับรั้วกำแพงของตึกที่อยู่ด้านหลัง ซึ่งมองไม่เห็นรถยนต์ที่วิ่งอยู่บนท้องถนน และมันอยู่ไม่ไกลจากจุดที่เรานั่งดื่มเมื่อครู่มากนัก

จนเมื่อฉันที่อยู่ในสภาพเท้าเปล่า พอเท้าทั้งสองข้างสัมผัสกับก้อนกรวดจึงร้องหารองเท้าของตัวเองเสียงหลง

“คุณรองเท้า!” 

“ช่างมัน” 

เขาเอ่ยสั้นๆ จากนั้นก็ทิ้งกระเป๋าทั้งสองใบของฉันลงกับพื้นอย่างกับสิ่งของไร้ค่า แล้วใช้มือข้างเดียวจับข้อมือทั้งสองข้างของฉันตรึงไว้เหนือศีรษะ อาศัยความได้เปรียบของสรีระกดร่างแข็งแกร่งของตัวเองเพื่อตรึงร่างของฉันไว้กับกำแพงเย็นเฉียบที่อยู่ด้านหลัง

ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมาก มันเร็วขนาดฉันยังตั้งตัวไม่ทันเลย...

“คุณ...”

เขาอาศัยจังหวะที่ฉันกำลังจะพูดโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ตอนนี้ระยะห่างระหว่างพวกเราใกล้จนน่าหวาดหวั่น และในขณะที่ฉันยังตกใจอยู่นั้นเองเขาก็แตะนิ้วเชยคางของฉันขึ้น และแล้วบางสิ่งที่อ่อนนุ่มประทับลงมาบนริมฝีปากของฉัน

!?”

สัมผัสนั้นอ่อนนุ่มราวกับปุยเมฆ กว่าฉันจะรู้ว่ามันคือริมฝีปากก็เมื่อเขาผละออกไปแล้วนั่นแหละ

“ทะ...ทะทะทะ...ทำอะไรของคุณน่ะ” ฉันพูดตะกุกตะกัก

ใช่แล้วล่ะว่านี่เป็นจูบแรก!

ฉันแค่เคยมีแฟน แค่เคยจับมือกัน แต่เรื่องประสบการณ์จูบน่ะยังไม่เคยได้ลิ้มลองเทียบเท่ากับอายุของตัวเองเลยนะ!

ตอนคบกับอคินน่ะฉันยังเด็กมาก ทุกครั้งที่อคินพยายามจะจูบ หรือพยายามจะถอดเสื้อผ้า ฉันก็จะกรีดร้องเสียงดังจนเขาเซ็ง เมื่อเป็นอย่างนี้อยู่สักครั้งสองครั้ง อคินจึงหมด อารมณ์’ ไปในที่สุด 

และไม่แน่เหตุการณ์เหล่านี้อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาเลิกกับฉันก็ได้

เขาเลิกคิ้วมองก่อนจะตอบง่ายๆ “จูบไง”

“ก็รู้ว่ามันเป็นจูบ แต่ฉันแค่สงสัยว่าคุณจูบฉันทำไม”

จูบแรกถือเป็นเหตุการณ์สำคัญอันดับหนึ่งเลยนะ บทจะถูกช่วงชิงไปง่ายๆ แบบนี้มันก็...

“เพราะตรงนั้นทำไม่ได้” เขาพูดพลางใช้ปลายคางหันชี้ไปยังจุดที่เรานั่งอยู่ก่อนหน้า

จะบอกว่าตรงนั้นทำไม่ได้ เพราะว่ามีรถวิ่งผ่าน และตรงนั้นทำไม่ได้เพราะมีกล้องวงจรปิดน่ะเหรอ?

“ก็เลยมาทำตรงนี้...เอ๊ะ?” ฉันส่ายหน้าทำไมเผลอไปตอบแบบนั้น “ไม่ใช่ๆ ที่ฉันถามน่ะคือทำไมคุณถึงได้...อื้อ!

อึดใจต่อมาเขาก็โน้มตัวมาจูบอีกรอบ

“อื้อๆๆ”

เสียงอึกอักเล็ดลอดออกมาทั้งที่ปากถูกปิดสนิท เพราะตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน

ทำไมจู่ๆ ก็จูบกันอีกแล้วเนี่ย

แล้วจูบเมื่อครู่นี้ริมฝีปากแทบจะผละห่างออกไปทันที ราวกับเป็นจูบลองเชิงเพื่อดูปฏิกิริยาของฉัน แต่ทว่าตอนนี้มันไม่ยอมจากไป มิหนำซ้ำเขายังขยับเปลี่ยนมุมพร้อมกับกดแนบลงมาตั้งหลายครั้ง บ้างก็ขบเม้มราวกับจะกลืนกิน บ้างก็ไล้เลียเหมือนจะลิ้มรสให้แน่ใจ

ทั้งที่เบือนหน้าเพียงเล็กน้อยก็น่ะจะหลบเลี่ยงจูบนี้ได้แล้ว แต่ฉันตัวแข็งทื่อขยับไม่ได้แม้แต่นิดเดียว

เรียวลิ้นโลมเลียจนฉันคิดว่าลิปสติกคงเลือนหมดแล้ว ลมหายใจพานติดขัดขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

“อะ...อืม”

สมองเบลอ ใบหน้าร้อนผ่าว ร้อนจนคิดว่าเลือดทั้งตัวไหลไปรวมกันที่หน้าหมดหรือไงนะ

ไม่จริงน่ะ...ลิ้นเหรอ!?

หลังจากริมฝีปากเผยอแยกตามธรรมชาติ ลิ้นร้อนผ่าวของเขาก็บุกรุกเข้ามาอย่างนุ่มนวลชวนจั๊กจี้

ไหงเข้ามาถึงตรงนี้ได้!

เขาปลุกเร้าในโพรงปากอย่างชำนาญ จนเมื่อเขาพบปลายลิ้นของฉันที่หดกลับอย่างคนทำตัวไม่ถูก เขาก็ตามติดพันเนิบช้า

“อึก...”

ทำไม...

แค่เนื้อเยื้อบดเบียดกันเท่านั้น ทั้งที่เป็นเรื่องแค่นั้น แล้วแรงปลุกเร้านี่คืออะไร

เมื่อครู่เพิ่งมีจูบแรก และก็ต่อด้วยดีปคิสเลยเหรอ!

ขอร้องล่ะ มันเร็วเกินไปแล้ว หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ!

ฉันคิดอย่างนั้นได้แค่ไม่กี่วินาทีแรกเท่านั้น เรียวลิ้นร้อนเกิดอาการชาแปลบปลาบเหมือนจะหลอมรวมเข้ากับลิ้นของเขา พอเขาดูดปลายลิ้นที่หลอมละลายอย่างช่ำชอง ตัวฉันพลันกระตุกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่าน

ไม่จริงน่า...เกิดอะไรขึ้นเนี่ย!

“อึก...”

เสียงเนื้อเยื้อสัมผัสกันดังก้องสะท้านเข้าไปในหู รวมไปถึงเสียงน่าอายของฉันและเสียงคำรามต่ำๆ ของเขาด้วย

แย่แล้ว ร่างกายไม่มีแรงเลย

หลังจากหยอกล้อในโพรงปาก เขาก็ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยแล้วผละออกไปราวกับจับสังเกตท่าทางของฉันได้

ทั้งที่ฉันอยากจะถลึงตามองเขาใจจะขาด ทว่าดวงตาของฉันก็พลอยไม่มีแรงเหมือนส่วนอื่นไปด้วย

“คะ...คุณ...คุณ...” 

ลิ้นของฉันพันกันไปหมดราวกับเป็นเหน็บชา จึงได้แต่พูดแค่คำนี้ซ้ำๆ ออกไปเท่านั้น

“กดกับประตูแล้วจูบดูดดื่มไง” เขาย้อนคำพูดของฉัน “แต่เสียดายตรงนี้ไม่มีประตู”

เดี๋ยวนะ!? เขาฟังที่ฉันพล่ามพูดออกไปด้วยเหรอ? 

ก็คิดว่าไม่ได้ฟังอะไรซะอีก

“คะ...คุณ!?”

แต่จะยังไงก็ช่างตอนนี้ฉันอึ้งจนไม่รู้จะอึ้งยังไงแล้ว!

ทำไมเหตุการณ์มันเลยเถิดมาถึงตรงนี้ได้ล่ะเนี่ย!

“ไร”

“คุณจูบกับผู้หญิงแปลกหน้าบ่อยหรือไง!

ไม่ใช่แค่ริมฝีปากแตะกันเบาๆ นะ แต่มันเป็นจูบดูดดื่ม

ดูดดื่มแบบใช้ลิ้นด้วย!

“...” คำตอบของเขาคือการส่ายหน้า

“ฉันไม่เชื่อ!

เขายักไหล่ ยังคงจ้องหน้าฉันด้วยสายตาคมกริบเช่นเดิม “นั่นไม่สำคัญ”

“สำคัญสิ!” ฉันกัดฟันกรอด “เพราะถ้าเป็นแบบนั้นจริง คุณก็เป็นผู้ชาย...”

คำ ไม่น่าไว้ใจ’ ยังไม่ทันหลุดออกจากปาก เขาก็เอ่ยแทรกขึ้นมาเสียก่อน

“ใช่...เป็นผู้ชาย” เขาเอ่ยหน้าตาย “และจูบแล้ว ไม่เรียกแปลกหน้า”

ตรรกะอะไรของเขา ทำไมบิดเบือนคำพูดและการกระทำให้กลายเป็นแบบนี้ไปได้

เราเป็นคนแปลกหน้าที่จูบกัน

ไม่ๆ เขาเป็นคนแปลกหน้าที่ขโมยจูบแรกไปจากฉันต่างหาก

นี่เขาลำดับความสำคัญและเหตุการณ์ผิดเพี้ยนแบบนี้ไปได้ยังไง เพราะก่อนที่เราจะจูบกันน่ะ มันต้องทำความรู้จักกันให้มากกว่านี้สิ!

ตอนนี้ฉันมั่นใจแล้วล่ะว่าเขาไม่ใช่สุภาพบุรุษที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ แต่เป็นซาตานที่หวังผลประโยชน์จากสิ่งที่ทำต่างหากล่ะ

แต่ไม่สิ...ไม่ใช่ ฉันต่างหากที่เป็นฝ่ายผิด เพราะฉันเป็นฝ่ายรั้งเขาเอาไว้ และพูดจาเหมือนเชิญชวนเขา

“ให้เราเป็นคนแปลกหน้ากันแบบนี้ก็พอแล้วค่ะ”

“ทำไม”

“ก็อยู่ๆ คุณก็ลากฉันมาจูบ แล้วจะให้...”

ฉันยังพูดไม่ทันจบประโยค เขาก็ย้อนถามพลางเลิกคิ้วขึ้น

“เธอไม่ได้อยากจูบ?”

“เปล่านะ ฉันก็แค่...” 

เอ่อ...ก็แค่มองริมฝีปากของเขา 

“แต่เธอมอง”

ก็ใช่ว่าฉันมอง และก็แค่มอง เอ่อ...อยู่หลายครั้ง

“จ้อง”

ก็ใช่...ฉันจ้องอย่างกับจะกลืนกิน

“และก็พูด”

เอ่อ...ถูกต้องแล้วล่ะว่าฉันพูดว่า ริมฝีปากของคุณ...’ แต่เขา...เขา...เขาไม่ทันได้ฟังฉันพูดให้จบซะหน่อย

ตอนนั้นเองฉันก็พูดติดๆ ขัดๆ พึมพำออกมาด้วยเสียงแผ่วเบา

“ขอโทษค่ะ...” ฉันก้มหน้าซะเกือบชิดหน้าอก “ฉันแสดงออกและพูดออกไปแบบนั้นจริงๆ นั่นแหละ”

ขณะที่หัวใจของฉันเต้นรัวแรง จู่ๆ เขาก็ยื่นมือออกมาจับคางที่มุดลงด้านล่างของฉันให้เงยขึ้นมาอีกครั้ง

อ๊ะ!

ฉันสะดุ้ง กระโดดหลบจากจุดที่ยืนอยู่ออกไปครึ่งเมตร แต่เนื่องจากเคลื่อนไหวเร็วเกินไป ออกซิเจนหมุนเวียนไม่ทัน สายตาจึงพร่าลาย สองขาอ่อนยวบจนเกือบจะทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น

ดีนะที่ตรงนี้มีกำแพง ฉันจึงใช้ฝ่ามือยันเอาไว้เพื่อทรงตัวได้

“ไป”

“เอ่อ...” ฉันมองเขาอย่างระแวง “ไปไหนคะ”

“ไปส่ง”

“ไปส่ง?” ฉันเลิกคิ้วมอง “ที่ไหนคะ”

“บ้าน”

“บ้าน?” ฉันทวนคำพูดของเขา เอ่อบ้านใคร...”

ที่ฉันถามน่ะก็เพื่อให้แน่ใจว่าเรายังเข้าใจเรื่องเดียวกันอยู่

“เธอ”

แต่ว่าทำไมจู่ๆ ก็เปลี่ยนวิธีการพูดเป็นเล่นต่อคำกับฉันล่ะเนี่ย

“ไม่เป็นไรค่ะ” เพราะถูกจู่โจมด้วยจูบร้อนแรง ฉันจึงไม่อาจไว้ใจเขาได้อีกต่อไป เลยรีบปฏิเสธ “คุณไม่ต้องลำบากหรอก”

“ทำไม”

พอเขาถามแล้วจ้องหน้านิ่งฉันเลยรีบอธิบายเพิ่ม “เพราะคืนนี้ฉันกลับบ้านไม่ได้ เลยจะไปนอนค้างที่โรงแรมค่ะ”

“โรงแรม?”

“ค่ะ” ฉันพยักหน้า “โรงแรมแถวนี้น่าจะมีห้องว่าง”

“แต่ฉันไม่ชอบโรงแรม”

หา!? อะไรนะ?

นี่เขากำลังเข้าใจผิดคิดว่าฉันชวนเขาโรงแรมอย่างนั้นเหรอ?

เดี๋ยวก่อน...ประโยคไหนที่มันสื่อไปถึงว่าฉันชวนเขาเข้าโรงแรมด้วยกัน?

แล้วมีประโยคไหนที่มันมีคำว่า เราไปโรงแรมด้วยกันมั้ย?

ไม่มี...ไม่มีสักหน่อย!

“คุณเข้าใจผิดแล้ว!” ฉันพูดเสียงดัง “ฉันไม่ได้จะชวนคุณเข้าโรงแรม แต่หมายถึงฉันจะนอนพักในโรงแรมคนเดียว”

“อ้อ...” จู่ๆ เขาก็พูดเสียงสูง 

เอ๋? อะไรของเขาเนี่ย จู่ๆ ก็ทำท่าทางไม่เชื่อ

“อะไรกัน ทำไมทำเสียง...”

“แถวนี้มีแต่ม่านรูด”

เมื่อฉันกวาดตามองไปรอบๆ ก็จริงดังที่เขาว่า แถวนี้มีแต่โรงแรมม่านรูดจริงๆ นั่นแหละ

“งั้นไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันเดินเล่นอยู่แถวนี้ แล้วรอเพื่อนติดต่อมาก็ได้ค่ะ”

“แถวนี้มีแต่คนเมา”

ทำไมต้องขู่กันด้วยล่ะ

ก็รู้หรอกว่าย่านนี้เต็มไปด้วยบาร์และร้านเหล้าและยิ่งเป็นเวลาใกล้ร้านจะปิดแบบนี้มันต้องมีคนเมาเดินออกมาจากร้านเยอะแน่ๆ

“มะ...ไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ” ฉันถอยหลังไปเรื่อยๆ “คุณไปเถอะ”

“ได้” เขาเอ่ยง่ายๆ ไม่เซ้าซี้อีก “ตามใจ”

“ขะ...ขอบคุณค่ะ” 

แล้วทำไมฉันต้องไปฝ่ายขอบคุณเขาด้วย

เรื่องที่เราคุยกันอยู่เนี่ยฉันไม่จำเป็นต้องขอบคุณเขาเสียหน่อย

“ระวังล่ะ”

ดูเอาสิ...ก่อนไปยังจะขู่กันอีก

ทันทีที่เขาหันหลังเดินจากไปโดยไม่ได้เหลียวหลังหันกลับมามอง ฉันก็ควบคุมการหายใจได้สะดวกขึ้น พลางผ่อนคลายร่างกายที่เกร็งอยู่นาน

เมื่อขจัดความประหม่าออกไปได้แล้ว ฉันก็รวบกระเป๋าขึ้นมาจากพื้น จากนั้นก็วิ่งไปสวมรองเท้าอย่างลวกๆ 

เมื่อใส่รองเท้าเสร็จแล้ว ฉันก็รีบเดินออกมาจากตรงนั้นทันที

ลมตอนกลางคืนที่เจอไปด้วยไอร้อนพัดปะทะใบหน้า ฉันส่ายหัวไปมาเพื่อให้สมองปลอดโปร่ง และเดินไปตามริมถนนมุ่งไปยังป้ายรถประจำทางเพื่อรอรถกลับบ้าน

ตอนแรกฉันก็คิดว่าจะโบกแท็กซี่ แต่มาคิดอีกทีว่าตัวเองที่อยู่ในสภาพกึ่งเมากึ่งไร้สติแบบนี้คงไม่เป็นผลดีแน่

ฉันตัดสินใจโดยสารรถประจำทาง และคิดว่าจะไปรอไอ้เบลล์ที่หน้าประตูบ้าน เพราะคิดในแง่ดีว่าต้องมีสักนาทีหนึ่งแหละที่มันจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู

รถประจำทางหลายคันแล่นผ่านมาและแล่นจากไป แต่คันที่ฉันรอคอยกลับไม่มาเสียที ครึ่งชั่วโมงผ่านไป ผู้คนที่บางตาอยู่แล้วก็เริ่มทยอยจากไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเหลืออยู่เพียงแค่คนสองคนซึ่งน่าจะเป็นคู่รักกัน

และไม่นานรถก็มาอีกคันจากนั้นก็จากไปพร้อมกับผู้โดยสารที่เหลือเมื่อกี้ สุดท้ายจึงเหลือเพียงแค่ฉันที่ยืนรอรถอยู่คนเดียวท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว

ลมพัดทีก็ทำให้แสบผิวหนังที แถมฉันยังดื่มแอลกอฮอล์เข้าไป ร่างกายก็ร้อนวูบวาบราวกับเป็นไข้อีก

“คุณผู้เหยงคร้าบบบ” 

กลิ่นเหล้าเหม็นหึ่งโชยมาจากด้านหลัง 

“รอรถอยู่เหรอคร้าบบบบ”

ฉันรีบหันกลับไปและเห็นชายหนุ่มที่เมาเหล้าจนใบหน้าแดงจัดเข้ามายืนอยู่ข้างหลัง แถมยังฉีกยิ้มให้อย่างไม่ประสงค์ดี ซ้ำเขายังยืนอยู่ใกล้มากในระยะเอื้อมถึงด้วย

ฉันตกใจรีบถอยไปข้างหลัง รีบดึงระยะห่างออกจากชายแปลกหน้า

รู้สึกว่าวันนี้ฉันจะเจอกับ ชายแปลกหน้า’ มากเกินไปแล้ว

“ให้ผมอยู่รอเป็นเพื่อนนะ” เขาส่งเสียงเรอพลางจงใจขยับเข้ามาใกล้

“ไม่ต้องค่ะ” ฉันปฏิเสธทันควัน ใบหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว ยิ่งเห็นอีกฝ่ายประชิดตัวเข้ามาเรื่อยๆ จึงกระชับกระเป๋าทั้งสองใบตั้งท่าจะเดินออกไปจากตรงนี้โดยไม่อยู่รอรถประจำทางแล้ว

คำขู่ของเขาเป็นจริงแล้ว แถวนี้มีแต่คนเมา...

ทว่าแม้ชายคนนั้นจะเมามากแต่กลับเคลื่อนไหวรวดเร็ว พอรู้ว่าฉันกำลังจะไปก็ก้าวพรวดเข้ามาขวางทางเอาไว้

“ไม่ต้องเกรงใจหรอก ยังไงผมก็ว่างอยู่แล้ว” เขาเข้ามาใกล้กว่าเดิม นัยน์ตาสีแดงก่ำมองประเมินร่างของฉันไปทั้งตัว “ผมน่ะอยู่เป็นเพื่อนคุณผู้หญิงได้ทั้งคืนเลยนะ”

ขณะที่สถานการณ์ของฉันถูกบีบเข้าขั้นวิกฤต ฉับพลันมอเตอร์ไซค์สีดำคันใหญ่ยักษ์ก็วิ่งตรงเข้ามาด้วยความเร็วสูงและจอดหน้าป้ายรถประจำทางอย่างกะทันหัน เสียงเบรกแหลมบาดหูดังก้องไปทั่วท้องถนน 

แต่เพราะเหตุการณ์ที่ฉันเผชิญอยู่มันน่าหวาดหวั่นมากกว่าจึงไม่ได้สนใจมอเตอร์ไซค์คันนั้น

“ว่าไงครับ ให้ผมอยู่เป็นเพื่อนนะ”

“ก็บอกว่าไม่เป็นไรไงคะ”

“อย่าเล่นตัวเลยน่า”

ขณะที่ชายคนนั้นกำลังรุกคืบเข้าหา ทว่าทันใดนั้นเอง จู่ๆ ก็มีวัตถุสีดำขนาดใหญ่พุ่งตรงมาทางนี้ มันกระทบเข้ากับอะไรบางอย่างจนเกิดเสียงดังปึก จากนั้นก็กลิ้งหลุนๆ ไปกับพื้นและหยุดลงเมื่อมันกระทบกับขาของฉัน

เอ๊ะ?

นี่มันหมวกกันน็อกไม่ใช่เหรอ?

“อูย...”

เสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นมา

ฉันรีบละสายตาจากหมวกกันน็อกแล้วหันไปมองทางต้นเสียง และก็เห็นว่าชายขี้เมาคนนั้นกำลังนอนกลิ้งเกลือกอยู่บนพื้น สองมือกุมอยู่ที่ศีรษะ ใบหน้าที่แต่เดิมก็มึนเมาอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ดูมึนงงจนแทบจะสิ้นสติ

ระ...หรือว่า!?

ดวงตาของฉันเบิกโตแล้วรีบหันไปมอเตอร์ไซค์สีดำคันนั้น และก็เห็นร่างสูงโปร่งกำลังคร่อมอยู่บนมอเตอร์ไซค์ มือข้างซ้ายจับอยู่ที่แฮนด์ ส่วนมือขวากำลังสะบัดข้อมือไปมาอยู่ 

อย่าบอกนะว่าเขาเป็นคนเขวี้ยงหมวกกันน็อกมา!

ฉันยืนมองอย่างอึ้งๆ ใบหน้าแสนคุ้นเคยที่แม้จะดูเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ทว่านัยน์ตาสีดำราวกับอัคนีกลับดูดุดันมากกว่าเดิม

“ขึ้นมา”

ขอบคุณสวรรค์!

ขอบคุณที่เขาไม่ได้ทิ้งฉันไปจริงๆ!

“เอามาด้วย”

ฉันก้มลงไปคว้าหมวกกันน็อกที่ถูกเขาเขวี้ยงมาและก้าวผ่านร่างขี้เมาคนนั้นด้วยความเร็วเหมือนวิ่งร้อยเมตรก่อนจะกระโดดขึ้นคร่อมเบาะสูงเพื่อซ้อนท้ายเขา โดยไม่สนด้วยว่าตัวเองจะสวมกระโปรงสั้นมากแค่ไหน

ถึงแม้เขาจะเป็นคนแปลกหน้า แต่อย่างน้อยๆ ก็ยังดีกว่าถูกชายขี้เมาลากไปไหนต่อไหนใช่ไหมล่ะ!

ใส่หมวกซะ

เอ่อ...แล้วคุณล่ะ

เพราะเขาบอกให้ฉันเป็นฝ่ายสวมหมวกกันน็อกซึ่งดูก็รู้ว่ามันมีแค่ใบเดียวจึงต้องถามออกไป

ใส่ไปเถอะ” 

น้ำเสียงของเขาติดจะรำคาญอยู่หน่อยๆ เอ่อ...แล้วเหมือนจะโมโหด้วย ฉันจึงต้องรีบดันหมวกกันน็อกลงไปสวมที่หัวของตัวเองทันที

เกาะ

เมื่อเขาสั่งฉันก็ไม่ลังเลอีก จึงเอื้อมสองแขนไปโอบรอบเอวเขาเอาไว้หลวมๆ

ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นเขาก็บิดคันเร่ง มันส่งเสียงกระหึ่มก่อนจะพุ่งทะยานไปข้างหน้าและแจกควันดำไปทั่ว 

อ๊ะ!” 

เพราะไม่ทันได้ทรงตัวอย่างดีร่างของฉันจึงกระแทกเข้ากับแผ่นหลังของเขาจนทำให้ต้องหวีดร้องเสียงหลง

บ้าจริง...ทำไมเขาไม่บอกอะไรสักคำก่อนจะเร่งเครื่องนะ

แค่คำว่า เกาะ’ ใครมันจะไปเข้าใจได้ล่ะว่าต้องเกาะในระดับไหนถึงจะปลอดภัย...เฮ้อ

ระหว่างทางฉันบิดตัวยุกยิกอยู่ตลอดเวลา พยายามยันกายขึ้นมาไม่ให้ร่างกายตัวเองสัมผัสหลังของเขามากเกินไป แต่มันก็ทำไม่ได้ตลอด ฉันฝืนยันตัวได้ไม่นานก็เหนื่อยจนสองแขนปวดเมื่อยไปหมด 

กรี๊ดดดด!” แล้วฉันก็แผดเสียงร้องลั่นเมื่อจู่ๆ เขาก็เร่งความเร็วมากกว่าเดิมราวกับจะกลั่นแกล้ง

“คุณขับช้าๆ หน่อย!” 

ฉันตะโกนบอกเขาแข่งกับเสียงลม แต่ทว่าความเร็วกลับไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย

สุดท้ายฉันที่กลัวจะถูกความเร็วเหวี่ยงลงไปจากตัวรถจำต้องเกาะเอวหนาของเขาเอาไว้แน่นกว่าเดิมพลางหลับตาปี๋

มันอาจจะเป็นความเร็วปกติสำหรับเขา แต่สำหรับฉันที่เคยแต่นั่งซ้อนวินมอเตอร์ไซค์แบบนี้มันเรียกว่าระดับนรก!

ตอนนี้ร่างของฉันกำลังประชิดติดกับแผ่นหลังของเขาอย่างแนบแน่น ฉันทั้งประหม่าและเขินอาย เพราะทั้งชีวิตที่ผ่านมายังไม่เคยแนบชิดกับผู้ชายขนาดนี้มาก่อน หน้าอกของฉันแนบชิดอยู่กับแผ่นหลังกว้างของเขาจนไม่เหลือช่องว่างใดๆ จึงสัมผัสได้ถึงซี่โครงของเขาได้อย่างชัดเจน

แต่ฉันเป็นอะไรไป แค่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ชายแปลกหน้าคนนี้หน่อยร่างกายก็ผิดปกติ เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว เหมือนอยู่กลางกองไฟ แต่ก็เหมือนอยู่ในน้ำเย็นจัด สั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่ 

ให้ตายเหอะ! เมื่อไหร่มอเตอร์ไซค์จะหยุดลงเสียที!

ฉันอยากจะออกห่างเขาให้เร็วที่สุด บางทีเมื่อไม่ต้องใกล้ชิดกับเขาแล้วสมองของฉันอาจจะทำงานดีขึ้นกว่านี้ก็ได้

ฉันกัดฟันแน่นมือทั้งข้างที่กอดเอวหนาเริ่มสั่นระริกอย่างควบคุมตัวเองไม่อยู่

แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะทุกครั้งที่ฉันพยายามรักษาระยะห่าง เขาก็แสร้งลดความเร็วลง และพอฉันคลายอ้อมแขนเขาก็เร่งเครื่องในวินาทีต่อมา มันจึงทำให้ร่างของฉันชนเข้ากับแผ่นหลังของเขาหนักบ้างเบาบ้างตามการสั่นสะเทือนและขับเคลื่อนของรถ

นี่เขาไม่ได้คิดลามกอะไรอยู่ใช่ไหม!?

แล้วเขา...เขากำลังพาฉันไปไหนกันแน่ล่ะเนี่ย!

 








[Updates...100%]

1 เม้นต์ 1 กำลังใจ



ทวิตติดแท็ก #ยิ้มของนาย

Z o n e Talks

พี่ไม่ได้ไปจริงๆ หรอกนะ
พี่ก็แค่...
แค่ไปเอามอเตอร์ไซค์ต่างหาก 5555555




เชื่อสิว่าหลังจากนี้นักอ่านต้องย้อนกลับไปอ่านบทที่สาม
ว่านุ้งยิ้มได้พูดอะไรเอาไว้บ้าง
เพราะอีไรต์เองก็เช่นกัน 555555
ว่าแต่พี่นายจะไปจริงๆ อะ
กลับมาก่อน! 5555555


ถึงจะไม่ค่อยมีใครอ่าน 
แต่เราก็จะถืออุดมการณ์ อัปไปแบบติสท์ๆๆๆ
ฮือๆๆๆๆ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.523K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,332 ความคิดเห็น

  1. #6620 bankbk001 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 13:08
    น่ารักจัง
    #6,620
    0
  2. #6071 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 15:47

    จะแกล้งน้,ง

    #6,071
    0
  3. #5097 Qiss (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 01:07
    อ่านแล้ว ชอบมาก ยิ้มคนเดียวเฉย 555
    #5,097
    0
  4. #4615 wipawann (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 18:49
    เพิ่งมาอ่าน สนุกมากๆค่ะ เป็นกำลังใจให้น้าาา
    #4,615
    0
  5. #2514 thitaree6320 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 20:17
    หลิวเต๋อหัวซัดดดด
    #2,514
    0
  6. #2127 Bopazi (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 00:03
    ร้ายค่ะ ร้ายมากกกก 5555
    #2,127
    0
  7. #1531 jinjin9 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 20:57
    นายมันร้าย
    #1,531
    0
  8. #1213 Amineen27 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 22:18
    น้องเข้าใจถูกกแล้วค่ะ อิพี่เขาคิดลามกจริงๆ55555
    บอกตามตรงมะกี้ก็ย้อนไปอ่่านเหมือนกันค่ะ ว่าอมยิ้มพูดอะไรบ้าง อิพี่จะทำให้ครบตามใจน้องเลยใช่ไหม555555
    #1,213
    0
  9. #982 -mysky- (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 04:04
    แกล้งตลอดดดดด
    #982
    0
  10. #305 MinPark (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 01:44
    แกล้งน้องงง
    #305
    0
  11. #240 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 14:13

    แกล้งน้องเก่งง

    #240
    0
  12. #239 tak_maai (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 11:54
    ชอบๆๆๆ😊
    #239
    0
  13. #238 9ningnong9 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 11:44
    โมโหไรเพ่ ต้องแกล้งน้องขนาดนั้นเลยรึ
    #238
    0
  14. #236 _darinn_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 09:22
    ฉันขำ5555
    #236
    0
  15. #235 seehamat009 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 08:42
    งื้อออออ
    #235
    0
  16. #234 heykeo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 07:26
    แกล้งตลอด
    #234
    0
  17. #233 mamiao2 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 06:37
    พี่นายยยย แกล้งน้อง แม่จะตี
    #233
    0
  18. #232 Venitah (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 02:51
    ฮั่นแน่ พี่ขาาาาาา
    อยากให้กอดเอวก็บอกก็ได้ อิอิ
    #232
    0
  19. #231 firstzy93 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 01:47
    แกล้งเค้าอ่ะดิ
    #231
    0
  20. #230 Thisisbeck_k (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 01:32
    หื้มมมม อยากให้เค้ากอดแหละ ดูออก5555
    #230
    0
  21. #229 bts_taekook (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 01:32
    อิพี่นะอิพี่
    #229
    0
  22. #228 PinkZa547 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 01:31
    หล่อเลย
    #228
    0
  23. #227 valane20wawa43 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 01:23
    คิดไรปะเนี่ยยยยยย
    #227
    0
  24. #226 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 17:09

    แหมมมม อีพี่ทำเป็นขู่

    #226
    0
  25. #225 yyiikk (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 12:09
    กลับมาซะหล่อเลยย พร้อมคล่อมมอไซด์เท่ห์ๆ คิคิ
    #225
    0