Hit me Hit you [E-Book]

ตอนที่ 25 : Hit me Hit you ; EP-23 : Don't even think about it [Update...Full%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 64,217
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,686 ครั้ง
    3 ก.ย. 63

 


ทวิตติดแท็ก #ยิ้มของนาย



EPISODE 23

Don't even think about it



 ไม่กี่วันถัดมา...

เสียงออดไฟฟ้าดังระรัวสะท้อนก้องภายในบ้าน ฉันอมน้ำไว้ในปากอย่างลวกๆ ก่อนจะบ้วนฟองทิ้ง แล้วรีบวิ่งด้วยความเร็วชนิดแข่งวิ่งร้อยเมตรไปยังหน้าประตู

มาแล้วค่ะ!

ก่อนหน้านี้ในทุกๆ สิบนาทีฉันต้องเดินมาเปิดประตูถึงสามครั้งด้วยกัน!

วันนี้ฉันไม่มีเรียน ส่วนไอ้เบลล์น่ะมีเรียนแต่เช้าจึงไม่อยู่บ้าน พักนี้ฉันไม่ค่อยได้เจอมันเท่าไหร่จึงลืมเรื่องที่คิดจะคุยกันไปเสียสนิท แต่ๆ ถึงแม้เจ้าตัวจะไม่อยู่ทว่าก็ยังสามารถสั่งของออนไลน์แล้วให้ฉันเป็นคนรับนี่แหละ!

ขอบคุณนะคะ

ฉันคาบแปรงสีฟันไว้ในปากขณะงึมงำ เมื่อเซ็นรับของแล้วก็ยื่นเอกสารคืนให้กับพนักงานที่มองๆ แล้วส่งยิ้มให้

หวังว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายนะ!

เมื่อวางกล่องพัสดุไว้บนโต๊ะ ฉันก็กลับไปที่ห้องน้ำเพื่อแปรงฟันต่อให้เสร็จสิ้นกระบวนการ แล้วจึงเดินไปตรงระเบียงเก็บเสื้อผ้าที่แห้งแล้ว เหลือเพียงชุดที่จะใส่ไว้ ที่เหลือพับเก็บเข้าตู้

ฉันหอบเสื้อผ้าที่จะใส่วันนี้กลับเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้ง ลงมือถอดเสื้อผ้าจนเหลือเพียงแค่ร่างเปลือยเปล่า น้อยครั้งที่ฉันจะได้ตื่นเช้าอย่างนี้ เวลาอาบน้ำฉันจึงใช้เวลานานเป็นพิเศษ

ฉันฮัมเพลงไปพลางขยี้ผมไปพลางจนเกิดเป็นฟองขาว

เจ้าเงาะ เจ้าแงะ ร้องเบะๆ ใบ้ ถึงไม่เข้าใจให้เราช่วยแปล เอ๊ย...มันบ้าใบ้ มันไม่เข้าใจให้เราช่วยแปล แบๆ บู้ แบๆ บู้...

ตอนนี้ในห้องมีเพียงแค่ฉันคนเดียว เพราะงั้นจะร้องเพลงอะไรก็ไม่มีใครได้ยินหรอก!

แต่น่าเสียดาย... ช่วงเวลาที่ฉันกำลังเพลิดเพลินอยู่กับการร้องเพลงเสียงแหลมราวกับปลาโลมาอยู่นั้น เสียงออดไฟฟ้าก็ดังทะลุประตูห้องน้ำ แทรกผ่านเสียงร้องเพลงแล้วพุ่งเข้าสู่แก้วหู

ฉันหยุดชะงักไปชั่วครู่เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ได้ฟังผิดไป และนั่นแหละ ออดกำลังส่งเสียงอยู่จริงๆ

โว้ย! ให้ตายเหอะ!” 

ฉันสบถอย่างรำคาญก่อนจะปาดฟองที่ละเลงไว้เต็มหัวออกก่อนจะหยิบผ้าเช็ดตัวมาพันรอบกาย แล้วจึงสาวเท้ามุ่งไปยังประตูห้องอีกรอบ

สองเท้าของฉันค่อยๆ ก้าวอย่างช้าๆ จนกระทั่งร่างเปียกโชกเดินไปที่หน้าประตู ระหว่างเดินมาก็ไม่ลืมเขย่งปลายเท้าให้น้ำและฟองหยดลงพื้นน้อยที่สุด

ช่วยวางกล่องพัสดุไว้ที่หน้าประตู แล้วยื่นเอกสารเข้ามา...

ฉันแง้มบานประตูเล็กน้อย มือก็ยื่นออกไปด้านนอก แต่ทว่าพอสายตาเลื่อนขึ้นจากหยดน้ำบนพื้น คำพูดถัดมาก็ถูกกลืนหายไปในอากาศ

ดวงตาของฉันเบิกโพลงมองคนที่ยืนอยู่ด้านนอก...

ไม่ใช่พนักงานส่งของ...

เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายก็คงไม่คาดคิดว่าจะเจอผู้หญิงในสภาพเกือบเปลือยมาเปิดประตูให้ เขาจ้องค้างตะลึงงัน

ฉันตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ไปชั่วขณะ ก่อนจะพบว่าทั้งเขาและฉันต่างก็นิ่งไปเหมือนกัน 

สมองเริ่มสับสนวุ่นวายไปหมด ในขณะนั้นฉันไม่ทันคิดว่าตัวเองควรจะรีบวิ่งกลับเข้าไปในห้องน้ำหรือปิดประตูใส่หน้าเขาเพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์น่าอึดอัดที่กำลังเผชิญอยู่

ในที่สุดเขาก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้า

กะ...ก็หนูอาบน้ำอยู่ ถ้าพี่ไม่มีธุระอะไรสำคัญก็ช่วยกลับไปก่อน สวัสดีค่ะ

หลังจากที่พูดรวดเดียวจบก็ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ทำท่าจะปิดประตูทันที

แต่ใครจะรู้ว่าเขามือไวกว่ามาก ฉันยังไม่ทันได้ปิดประตู เขาก็พุ่งเข้ามาดุจธนูหลุดจากแล่ง นอกจากยื่นมือมาดันประตูหนักอึ้งแล้วยังเกาะกุมศอกฉันแน่น ขัดขวางแผนการการปิดประตูหนีของฉันอีกต่างหาก

เอ่อ...ฉันตื่นตระหนก พยายามดึงแขนกลับ คิดไม่ถึงว่านอกจากพี่นายจะไม่ยอมปล่อยมือแล้วกลับบีบแน่นกว่าเดิมเพื่อกักตัวฉันเอาไว้ พะ...พี่จะทำอะไร ปล่อยหนูสิ หนูจะไปอาบน้ำใส่เสื้อผ้า

แล้วทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าก่อนเปิดประตู

หนูไม่ได้เปิดประตูนะ ก็แค่แง้มๆ เอง

ต่างกันตรงไหน

ก็...ใช่แหละ เพราะถ้าเปิดไปแล้วเจอโจรขึ้นมา ต่อให้แง้มประตูก็คงไม่รอดหรอก

ไปแต่งตัวซะเขาเอ่ยเสียงเรียบเย็น ทีหลังอย่าเปิดประตูตอนอยู่สภาพแบบนี้

ค่ะ ทราบแล้วค่ะ หนูจะไม่ทำอีกแล้วค่ะ

พอฉันรับปากเขาก็ยอมปล่อยมือ ฉันจึงเผ่นแน่บกลับเข้าไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว

ดุได้ดุดี ดุมันเข้าไป...

เดี๋ยวเถอะ...สักวันนะฉันจะเลี้ยงเขาไว้เฝ้าบ้านแทนเป็นแฟนซะเลยหรอก!


หลังจากอาบน้ำเสร็จ ฉันก็แต่งตัวโดยสวมเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสั้นสีดำ จากนั้นก็เอาผ้าขนหนูมาพันผมที่เปียกน้ำเอาไว้อย่างลวกๆ

และก่อนจะออกจากห้องน้ำ ก็ไม่ลืมสวมแว่นตาด้วย

คิกๆๆ...

ฉันยังไม่ทันได้เหยียบออกจากห้องน้ำก็ได้ยินเหมือนเสียงหัวเราะดังมาจากห้องนั่งเล่น

เอ๊ะ? เสียงใครหว่า

จะให้คิดว่าเป็นเสียงพี่นายก็ไม่น่าใช่ เพราะขนาดยิ้มยังไม่เคยจะได้เห็น แล้วจะให้หัวเราะน่ะเหรอ มันไม่มีทางเป็นไปได้หรอก แม้จะสักหนึ่งเปอร์เซ็นต์ก็ไม่มีทาง...

แต่เพิ่งเดินไปถึงตรงห้องรับแขกดวงตาของฉันก็เบิกกว้างอย่างตกตะลึง

นี่มันเกิดอะไรขึ้น?

นี่ฉันยังไม่ตื่นเต็มตาหรอกเหรอ ฉันกำลังฝันอยู่ใช่ไหมเนี่ย?

เพราะในห้องรับแขกนอกจากจะมีพี่นายเป็นแขกไม่ได้รับเชิญนั่งอยู่บนโซฟาตัวยาวแล้ว ก็ยังมีไอ้เบลล์ที่ไม่รู้กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ มันกำลังนั่งอยู่เก้าอี้ตัวเดียวตรงหัวโต๊ะ และกำลังหัวเราะคิกคักเป็นบ้าเป็นหลังอยู่คนเดียวเหมือนคนโง่

อืมพี่นายพยักหน้า ตลกดี

ใช่ไหมล่ะคะไอ้เบลล์พูดไปหัวเราะไป เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละ ฮ่าๆ

อะไร?

คุยเรื่องอะไรกัน?

แม้อีกฝ่ายจะไม่ค่อยพูด หรือสีหน้าเปลี่ยนไปจากเดิม แต่ทำไมไอ้เบลล์มันถึงได้ดูสนุกขนาดนั้นล่ะ

โอ๊ย! ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก ความหงุดหงิดพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนทำให้ฉันรู้สึกอึดอัด

ฉันเปิดตู้เย็นคว้าขวดน้ำออกมา จากนั้นวางกระแทกบนเคาน์เตอร์ดังปัง

เสียงที่จู่ๆ ก็ดังสนั่นขึ้นมาทำให้ห้องรับแขกตกอยู่ในความเงียบกริบไปชั่วขณะ

แต่ความเงียบกริบดังกล่าวคงอยู่ได้แค่ศูนย์จุดห้าวินาทีเท่านั้น เพราะไอ้เบลล์ก็เปิดปากพูดขึ้นมาอีกรอบ

อ้าวไอ้ยิ้มไอ้เบลล์หันมามองตรงที่ฉันยืนอยู่ ทำไมอาบน้ำนานจัง ปล่อยให้พี่นายรอตั้งนานมันเสียมารยาทนะ

หือ?

คำพูดเมื่อกี้มันออกมาจากปากของเพื่อนฉันเรอะ!

เป็นคนมีมารยาทตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?

แล้วแกน่ะกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ฉันถาม

กลับมาได้สักพักแล้วน่ะ

งั้นคุยเรื่องอะไรกัน ดูท่าทางสนุกเชียว

ไม่มีอะไรหรอกไอ้เบลล์ฉีกยิ้มกว้าง แต่สีหน้ามีลับลมคมนัยยังไงก็ไม่รู้ ก็เรื่องทั่วๆ ไปน่ะ

ฉันถึงกับขมวดคิ้ว คนอย่างพี่นายเนี่ยนะจะมาคุยเรื่องทั่วๆ ไปกับคนอื่น?

มาๆ มานั่งตรงนี้แล้วไอ้เบลล์ก็จัดแจงให้ฉันนั่งโซฟาตัวเดียวกันกับพี่นาย

บ้าไปแล้วเหรอ...

นี่มันก็เป็นบ้านของฉันเหมือนกัน ไม่จำเป็นเชิญให้ฉันนั่งตรงโน้นตรงนี้หรอกย่ะ!

และพอฉันจะทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ พี่นาย แต่ว่ากลับถูกขายาวๆ ของเขายื่นมาขวางเอาไว้ ฉันชะงักก่อนจะมองหน้าเขาอย่างงุนงง

“อะไรคะ?” ฉันถาม

“พื้น”

“อะไรนะคะ?” คราวนี้ไม่เข้าใจจริงๆ จู่ๆ ก็พูดแค่คำว่าพื้นเนี่ย!

“นั่งพื้น” พี่นายไม่พูดเปล่ายังชี้นิ้วไปบนพื้นอีก “คุกเข่าด้วย”

“หา!?” ฉันเบิกตาโพลง “พี่กำลังบอกให้หนูนั่งคุกเข่าบนพื้นน่ะเหรอ”

“ใช่” เขาเอ่ยเสียงเรียบ “เร็วๆ”

และพอฉันหันไปมองไอ้เบลล์ เพื่อนของฉันกลับหงายหน้าหัวเราะอย่างเอาเป็นเอาตาย

สาบาน ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมตัวเองต้องไปนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นทั้งๆ ที่โซฟาก็ออกจะกว้าง

“ไอ้เบลล์...”

“แกทำตามที่พี่นายบอกเถอะ” ไอ้เบลล์หยุดหัวเราะ “เพราะแกต้องถูกทำโทษ”

“ทำโทษ?” ฉันกะพริบตามองอย่างไม่เข้าใจ “ทำโทษเรื่องอะไร”

“เรื่องที่แกนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวออกไปเปิดประตูไง”

หา!?

แสดงว่าเมื่อกี้พี่นายกับไอ้เบลล์คุยเรื่องนี้กันสินะ

แต่ว่า... “ฉันแค่แง้มประตู แล้วก็ยื่นมือออกไปเองนะ”

“แกยังจะเถียงอีก!” ไอ้เบลล์ถลึงตาใส่อย่างโมโห “เรื่องแค่นี้ยังคิดไม่ได้ ถูกทำโทษน่ะถูกต้องแล้ว!

“แต่มันเป็นความผิดของแกนะ” ฉันเถียงอย่างไม่ยอมแพ้ แม้จะรู้ว่าตัวเองผิดก็เถอะ “พัสดุพวกนั้นมันเป็นของแกนะ!

“แล้วมันจำเป็นที่แกต้องนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวไปเปิดด้วยหรือไง” ไอ้เบลล์เข่นเขี้ยว “ถ้าเถียงอีกคำแม่จะทุบหัวด้วยกำปั้นซะเลยนี่!

แง๊ๆๆๆ ไม่มีใครเข้าข้างกันเลยเหรอ?

เป๊าะ!

และในจังหวะนั้น พี่นายก็โน้มตัวมาเล็กน้อย แล้วใช้นิ้วดีดหน้าผากของฉันอย่างแรง

“โอ๊ยๆๆ เจ็บๆ” ฉันยกมือขึ้นจับผาก “หนูเจ็บนะ”

“หยุดเถียง”

“รู้แล้วค่ะ” ฉันหน้าเหยเก “ทราบแล้วค่ะ หนูผิดไปแล้ว”

ก็รู้หรอกว่ามันผิด ฉันไม่ระมัดระวังตัวเอง แต่มันผิดพลาดไปแล้ว กลับไปย้อนเวลาแก้ไขไม่ได้แล้ว อีกอย่างเขาดุฉันไปแล้วนะ ทำไมปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปซะล่ะ

“อ่านซะ” พี่นายพูดพลางยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ส่งมาให้

แม้จะไม่เข้าใจอะไรเสียเท่าไหร่ แต่ฉันก็ยื่นมือออกไปรับกระดาษแผ่นนั้น และเมื่อก้มหน้าลงไปอ่าน ฉันถึงกับเบิกตาโพลง

“พี่จะให้หนูอ่านข้อความพวกนี้เหรอ?”

“ใช่”

“แล้วหนูจะต้องอ่านไปนานแค่ไหน”

“กว่าจะจำขึ้นใจ” พี่เปลี่ยนเป็นนั่งกอดอก แผ่นหลังพิงเข้ากับโซฟา “กว่ามันจะซึมเข้าไปอยู่ในสมอง”

ฮือๆๆ นี่ฉันมีพ่อเพิ่มขึ้นมาอีกคนหรือเปล่าเนี่ย!

ฉันเบะปากทำท่าจะร้องไห้ แต่ว่าพอเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของพ่อทูนหัวแล้วก็ต้องขยับปากอ่านข้อความในกระดาษซ้ำไปซ้ำมา “จะแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนออกจากห้อง จะไม่เปิดประตูให้คนแปลกหน้า จะตะโกนถามทุกครั้งก่อนเปิดประตู จะไม่สวมผ้าขนหนูผืนเดียวออกมาจากห้องน้ำอีก...”

หลังจากนั้นฉันก็คุกเข่าเอ่ยปากพูดถ้อยคำเหล่านี้ซ้ำไปซ้ำมาท่ามกลางเสียงหัวเราะของเพื่อนผู้ทรยศหักหลัง ฉันใช้เวลาอยู่กับเรื่องนี้อยู่ราวๆ ยี่สิบนาที และเมื่อรู้สึกเหน็บเริ่มกินขา และลำคอแห้งผากจนเสียงแหบโหยแล้ว ฉันก็เงยหน้าขึ้นมองเขา

“พอได้หรือยังคะ” ฉันเบะปาก มองเขาน้ำตาซึม “หนูสำนึกผิดแล้ว เหน็บกินขาแล้ว และก็แสบคอไปหมดแล้วด้วย”

“...” พี่นายไม่พูดอะไร ทำเพียงแค่เชิดคางเป็นสัญญาณบอกเท่านั้น

เฮ้อ...

ฉันลอบถอนหายใจก่อนจะใช้สองมือจับหน้าขาของตัวเองเพื่อพยุงร่างกายขึ้นจากพื้น และในจังหวะนั้นฉันก็มองไปยังโซฟาซึ่งเป็นเป้าหมายต่อไปของตัวเอง

แต่เดี๋ยวก่อนนะ...

นี่ฉันลืมอะไรไปหรือเปล่า...

เอ๋ๆ เหมือนจะลืมเรื่องอะไรไป

โซฟา...

คราวก่อนที่นั่งอยู่บนโซฟา...

อ๊ะ! ใช่แล้ว วันนั้นฉันกับไอ้เบลล์ดึงเสื้อตัวละหมื่นห้าของเขาจนขาด ซ้ำยังไม่ได้เก็บหลักฐาน แล้วดันลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท นาทีนั้นฉันรับหันไปมองไอ้เบลล์แล้วพยายามส่งซิก...

เสื้อมันอยู่ฝั่งพี่นาย มันพาดอยู่ระหว่างที่วางแขนกับกระถางต้นไม้

ไอ้เบลล์...เสื้อๆๆๆ

ฉันพยายามส่งซิกแทบตาย แต่ทว่าไอ้เบลล์กลับไม่สังเกตเห็น และคนที่ฉันไม่อยากให้เห็นกลับกลายเป็นคนที่ฉันไม่อยากให้เขารู้ตัวมากที่สุด

พี่นายที่เห็นอาการล่อกแล่กของฉัน จึงมองไปตามสายตา จังหวะนั้นฉันรีบพุ่งเข้าไปคว้าเสื้อเชิ้ตตัวนั้น แต่ก็ช้ากว่ามาก เพราะเสื้อมันอยู่ในมือของพี่นายไปแล้วเรียบร้อย

เอ่อ...ฉันเลียริมฝีปากของตัวเอง พยายามหาข้อแก้ตัว คือหนูอธิบายเรื่องนี้ได้นะ

พูดไป...จริงๆ ฉันก็ไม่เคยอธิบายเรื่องอะไรได้เลย

...พี่นายไม่ตอบ ทำเพียงแค่ยกเสื้อของตัวเองที่แขนเสื้อขาดกระจุย และเอ่อ...แขนเสื้อที่ขาดหลุดออกจากตัวเสื้อก็ยังถูกวางไว้ตรงนั้นซึ่งเป็นหลักฐานชั้นยอดอีกด้วย

เพียงแค่เห็นสีหน้าเรียบเฉยของเขา หัวใจของฉันก็หล่นตุ้บไปกองอยู่ตาตุ่ม คือถ้าเขาตะคอก ตะโกนโวยวาย หรือทำหน้าเกรี้ยวกราด มันก็ยังดีกว่าเงียบและสีหน้าไม่เปลี่ยนไปจากเดิมนะ ฮือๆๆๆ

ไอ้เบลล์...ฉันค่อยขยับเดินไปยืนข้างๆ เพื่อนตัวเอง เงินวันนั้นน่ะยังอยู่หรือเปล่า ฉันขอยืมหน่อย

ไม่มีแล้วว่ะ

หา?” เงินตั้งหมื่น มันเอาไปทำอะไร

ฉันโอนเงินคืนแม่ไปแล้วน่ะสิ

ฉันเบิกตาโพลง แล้วฉันจะทำยังไง

ไม่ต้องทำไงจู่ๆ พี่นายก็เอ่ยแทรกขึ้นมา ใครทำก็ต้องชดใช้

จะเถียงว่าไอ้เบลล์ก็มีส่วนเป็นผู้ร่วมกระทำผิด แต่ๆๆ ยังไงต้นเหตุมันก็คือฉันที่ได้ซื้อเสื้อของเขามาในราคาสองร้อยบาท เพราะงั้นฉันก็ต้องก้มหน้ารับกรรมไปแต่โดยดี

แต่หนูไม่มีเงินนะ

ฉันเผลอกัดเล็บของตัวเอง ตอนนี้เงินติดตัวสักพันก็ยังจะไม่มีเลย บทจะให้โทรไปขอเงินพ่อแม่ ก็เกรงว่าจะไปรบกวนท่านเปล่าๆ ปัญหาตัวเองเป็นคนก่อ ก็ต้องเป็นคนชดใช้เองใช่ไหมล่ะ

ไม่มีเงินก็แรงกาย

หา?” ฉันเบิกตาโพลง พะ...พี่กำลังคิดอะไรลามกอยู่ใช่มั้ย!

เดี๋ยวนะ?

เดี๋ยวก่อน เมื่อกี้เขาพูดว่า แรงกายไม่ใช่ ร่างกายนี่

บ้าจริง นี่ฉันได้ยินอะไรผิดเพี้ยนแบบนั้นไปได้ยังไงเนี่ย!

ใครกันแน่เขาส่ายหน้าไม่เห็นด้วย หมายถึงแรงกายชดใช้

เอ่อ...พูดแบบนี้ก็หมายความว่าจะให้ฉันเป็นแรงทาส ไอ้ประเภทไปทำงานชดใช้ แล้วคือจะให้ฉันไปใช้แรงกายทำอะไรล่ะ พี่จะให้หนูทำอะไร

ทำงานที่ร้านเขาเอ่ยเนิบๆ ไม่ใส่ใจ ซ้ำยังโยนเสื้อตัวนั้นกลับไปที่เดิมอีก

แต่เราเป็นแฟนกันแล้วไม่ใช่เหรอ

ฉันเรียกร้องสิทธิ์ของตัวเอง อย่างน้อยๆ เราเป็นแฟนกัน เรื่องแบบนี้ก็น่าจะอะลุ่มอล่วยกันได้ไม่ใช่เหรอไง

แฟนก็ไม่มีข้อยกเว้นพี่นายตอบกลับอย่างเฉยชา

อะไรกัน!? พูดถึงขนาดนี้แล้วก็ยังจะ...

ไม่มีความอ่อนโยน! ไม่มีความละเอียดอ่อนเลยสักนิด!

ฉันหันหลังก่อนจะเดินเข้าไปในห้องทันที

น่าโมโหจริงๆ ก็รู้หรอกว่าฉันเป็นฝ่ายผิด แต่เขาออกจะรวย และเราก็เป็นแฟนกันนะ

ไม่มีข้อยกเว้นเหรอ?

แล้วแบบนี้เราจะเป็นแฟนกันไปเพื่ออะไรล่ะ!



โอ๊ยแย่...แย่ที่สุด!

ฉันกรีดร้องอยู่ใต้ผ้าห่ม

รู้สึกอับอายจนอยากจะขุดรูแล้วมุดหนีหลบอยู่ในนั้นทั้งปีทั้งชาติ ไม่ออกไปพบหน้าใครอีกเลย!

คนเจ้าเล่ห์ ร้ายกาจ น่าโมโห!ฉันด่าเป็นชุดด้วยความอัดอั้นตันใจอยู่ใต้ผ้าห่มพลางกัดหมอนอย่างบ้าคลั่ง กำปั้นทุบลงบนเตียงอย่างหนักไม่หยุด ไม่มีความอ่อนโยนเลยสักนิด!

หมายถึงใคร

มีคนอยู่ในห้องเหรอเนี่ย?

ฉันตกใจสะดุ้งโหยงแล้วรีบเด้งตัวขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว ดวงตาของฉันเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าพี่นายกำลังนั่งกอดอกให้แบบไม่สะทกสะท้านอยู่ข้างเตียง

เฮ้ย!

ฉันกำผ้าห่มแน่นพร้อมกับถดตัวเข้าไปชิดมุมผนัง ทั้งตัวคลุมผ้าห่มมิดชิดมองดูแล้วเหมือนบ๊ะจ่าง

พี่นายเข้ามาทำอะไร นี่มันห้องส่วนตัวของหนูนะฉันรัวถามเป็นชุด ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ใครปล่อยให้พี่เข้ามาเนี่ย!

ประตูห้องไม่ได้ล็อกเขาพูดเรียบๆ ซ้ำยังกระเถิบเข้ามาใกล้

แต่พี่ก็ไม่ควรเข้ามา พี่ไม่เคยได้ยินเหรอว่าผู้หญิงกับผู้ชายอยู่กันตามลำพังมันไม่ดี

พอนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อหลายวันก่อน หน้าของฉันก็ร้อนผ่าวมากกว่าเดิม

แต่เราเป็นแฟนกัน

อ่า...

เราเคยทำอย่างโน้นอย่างนี้กันมาแล้ว

ก็...

ช่วงนี้พี่เมาเหรอ ทำไมพูดเยอะจัง

อ่า...หรือว่าเก็บกดไม่ได้พูดมาหลายวัน

ลืมไปแล้ว?”

ก็ใช่ แต่ว่าๆ อ่า...อย่าเข้ามาใกล้สิ...ฉันยกเท้าที่ยังอยู่ในผ้าห่มดันอกเสื้อเขาไว้ไม่ให้รุกเข้ามาใกล้กว่าเดิม

แต่พี่นายมือไวจับขาฉันไว้ได้ ยิ่งเข้ามาใกล้มากกว่าเก่า

ปล่อยขาหนูนะแม้จะมีผ้าห่มนุ่มๆ กั้นอยู่ แต่มือที่จับเท้าฉันไว้ก็ยังบีบแน่นเหมือนคีมจนสะบัดไม่หลุด ฉันรีบชักเท้ากลับ แต่เขากลับใช้จังหวะนี้โถมเข้ามาหา...

ว้าย!

ท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจ ร่างสูงใหญ่ของพี่นายก็ทาบทับลงมา ล็อกตัวฉันเอาไว้แน่น

ใบหน้าของฉันแดงขึ้นมากกว่าเดิม สองมือออกแรงผลักเป็นพัลวัน โอ๊ย! หนักๆ พี่ออกไปนะ! อย่ามาทับหนูแบบนี้สิ!

เดี๋ยวหนีฝ่ามือใหญ่ลูบไล้ผิวแก้มของฉันก่อนจะใช้เรียวนิ้วบีบคางเบาๆ ทำไมต้องโกรธ

ไม่ได้โกรธค่ะ

โกรธเขาเอ่ยเรียบๆ ลึกเข้าไปในดวงตามีประกายลึกล้ำที่ยากจะอ่านพาดผ่าน ทำไมถึงบอกว่าไม่อ่อนโยน

ก็พี่ไม่อ่อนโยนจริงๆ นี่

แล้วทำไงถึงจะอ่อนโยน

อะไรนะคำถามแบบนี้...

ฉันที่ถูกทับอยู่บนเตียงเบิกตาโต เจอคำถามนี้เข้าไปถึงกับอึ้งกิมกี่ นี่เขาไม่รู้ตัวบ้างหรือไง...ไม่อยากจะเชื่อเลย

ฉันกัดริมฝีปาก ตกอยู่ในความเงียบยาวนาน

ว่าไง

ไม่รู้ค่ะฉันเอ่ยอย่างประชด คงต้องเลี้ยงสัตว์มั้งคะ

เลี้ยงน้องหมาน้องแมวคงทำให้อ่อนโยนขึ้นล่ะมั้ง

แต่เอาจริงๆ ฉันก็พูดไปงั้นๆ แหละ แหม...ใครมันจะไปบอกได้ล่ะว่าอ่อนโยนต้องทำยังไง

คราวนี้พี่นายนิ่งไม่ตอบ หว่างคิ้วย่นเข้าหากันเหมือนขบคิดอะไรบางอย่าง ส่วนฉันก็เริ่มรู้สึกตัวได้ว่าเราไม่ควรมานอนทับกันอย่างนี้...

ไปเดตกัน

หือ?” ฉันแหงนหน้าขึ้นไปมองเมื่อจู่ๆ เขาก็พูดอะไรออกมาก็ไม่รู้ อะไรนะคะ

เดตไง

จู่ๆ ก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมา งงไปหมดแล้วนะ นี่พี่นายพูดจริงหรือเปล่า?” 

จริง

หนูไม่ได้หูฝาดไปใช่มั้ย?”

ใช่” เขาพยักหน้าเบาๆ ไปมั้ย?”

ฉันพูดอะไรไม่ออกอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างราวกับโลกทั้งใบเป็นของตัวเองพลางพยักหน้า ไปค่ะไป!

...

แล้วเราจะไปที่ไหนกันดีคะ!” ฉันถามอย่างตื่นเต้น

ไม่รู้” เขาเอ่ยเสียงเนิบแต่ถ้ามีที่อยากไปบอกแล้วกัน

โอเคค่ะ!

ดีใจขนาดนั้น?”

ก็ต้องดีใจสิคะ!” ฉันหลุดปากพูด ก็นี่มันคือความฝันของหนูเลยนะ อีกอย่างตอนคบกับแฟนเก่า เคยขอให้เขาพาไปเดต แต่เขาก็ไม่...

จู่ๆ เขาก็พุ่งเข้ามาจูบอย่างแรงจนทำให้ฟันของเรากระทบกันพูดทำไม

เอ่อ...” ไม่ได้ตั้งใจนะ แต่ว่า...

ไม่อยากฟัง

ขะ...ขอโทษค่ะ

ไม่พอ” เขาพูดด้วยสีหน้าเยือกเย็น ต้องทำโทษ

แต่หนูขอโทษแล้วนะ” ฉันเถียงหน้าแดง อีกอย่างหนูแค่หลุดปาก หนูไม่ได้ถึง...เอ่อหมายถึงไม่ได้คิดอะไรแบบ...เอ้อ...

ยิ่งพูดก็ยิ่งเหมือนขุดหลุมฝังตัวเอง

แต่พี่นายกลับส่ายหน้าและไม่ยอมคลายมือออก 

ไม่เชื่อ

หนูไม่ได้โกหกนะ ทำไมพี่นายไม่เชื่อล่ะ” ฉันฉุนกึกที่ไม่ได้รับความเชื่อถือ หนูก็แค่ดีใจที่พี่...

เธอใช้โควตาหมดไปแล้ว” เขาเริ่มถอดเสื้อผ้าของฉันออกอย่างรวดเร็วที่สุด

มือของฉันพยายามยื้อยุดเสื้อผ้าปกปิดร่างกายไว้เป็นพัลวันด้วยความลนลาน แต่แรงของผู้หญิงย่อมสู้แรงของผู้ชายไม่ได้อยู่แล้วเป็นธรรมดา ฉันจึงล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า ขณะที่เสื้อผ้าถูกโยนลงจากเตียงทีละชิ้นๆ อีกเดี๋ยวก็คงถูกถอดออกจนล่อนจ้อนหมดทั้งตัวแล้ว

พี่นาย...หยุดก่อน พอได้แล้ว...” ฉันร้องด้วยความตื่นตระหนก อีกทั้งยังหันหน้ากลับไปมองประตูพลางคิดใคร่ครวญว่าควรจะตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากไอ้เบลล์ที่อยู่อีกห้องดีหรือเปล่า

แต่พี่นายรู้ทันความคิด จึงไม่เปิดโอกาสให้ฉันได้ส่งเสียงโดยการอุดปากฉันไว้ด้วยวิธีแบบดั้งเดิมที่สุดแต่ได้ผลดี

เขาจูบฉัน...

พะ...พี่นาย” ฉันหอบหายใจไม่เป็นจังหวะ และยังคงดิ้นขัดขืนการเล้าโลมของเขาเป็นครั้งสุดท้าย

เรียวปากบางประกบลงมาอีกครั้ง เป็นจูบที่ดูดดื่มยาวนานยิ่งขึ้น และก่อนที่ฉันจะขาดอากาศหายใจเขาก็ผละริมฝีปากออก

เพื่อนหนู...” 

ไม่อยู่” 

ไอ้เบลล์ไม่อยู่เหรอ

ไม่อยู่จริงๆ น่ะเหรอ?

ประตู...

ฉันพูดอย่างตื่นตระหนก กลัวว่าประตูห้องจะถูกเปิดเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว แต่ผู้ชายที่ทับร่างกายของฉันอยู่เริ่มจะเผด็จการอีกแล้ว เหมือนอย่างตอนนี้ที่เขานึกจะถอดก็ถอด นึกจะจูบก็จูบ

ริมฝีปากบางของเขาครอบครอง... แล้วดูดดึงอย่างลำพองใจ

พี่นาย...หยุดก่อน ...โอ๊ย!” ฉันร้องออกมาเมื่อเขากัดฉัน!

มีสมาธิ ไม่งั้นจะกัดอีกนะ

ฉันหน้าแดง เขาพูดอย่างกับมันเป็นความผิดฉันอย่างนั้นแหละ ก็ฉันกลัวจริงๆ นี่ว่าประตูห้องจะพรวดเปิดเข้ามา

ใครจะไปคาดเดาได้ล่ะว่าไอ้เบลล์น่ะมันจะกลับมาตอนไหน

และก็อาจเพราะสาเหตุนี้ ร่างกายฉันจึงยิ่งไวต่อความรู้สึก เขาจูบและขบเม้มอย่างไม่ลดละ ปลุกเร้าความปรารถนาบางอย่างในกายฉันให้ตื่นขึ้นจนหายใจถี่รัว

พี่นาย...ฉันเรียกเขาอย่างเลื่อนลอย ประตู...

ล็อกแล้ว

อะไรกัน...แบบนี้เรียกว่าวางแผนเอาไว้ตั้งแต่แรกสิ!

แต่ว่าหนูยังไม่...

บอกแล้วไงเขาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ทำบ่อยๆ จะได้ชิน

นี่คือความหมายที่แท้จริงของคำพูดนี้เองน่ะเหรอ!

พี่นายอุ้มร่างของฉันไว้อย่างมั่นคง ก่อนจะกดร่างให้นั่งลงบนขอบโต๊ะหนังสือโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง และโน้มตัวเข้ามาใกล้อย่างชั่วร้าย ทำเอาฉันที่อยู่ในท่วงท่าอันตรายหวีดร้องไม่หยุด สองมือยกขึ้นมากอดคอเขาเอาไว้แน่นกว่าเดิม

หลังจากนั้นเสื้อผ้าของเขาหลุดออกไปจนหมด....

พะ...พี่นาย...ฉันหลับตาลงอย่างเขินอาย ใบหน้าร้อนผ่าว ร่างกายก็ร้อนฉ่าไปหมด พี่คิดจะทำอะไร

นี่มันโต๊ะหนังสือนะ โต๊ะอะ...

ทำโทษน้ำเสียงทุ้มลึกของเขาดังขึ้นข้างหู เธอต้องถูกลงโทษ

หลังจากทำให้ร่างของฉันอ่อนระทวยอยู่บนร่างของเขาแล้ว พี่นายก็อุ้มฉันขึ้นมาและก้าวยาวๆ กลับไปที่เตียง

ถุงยาง...ฉันไม่ลืมร้องเตือนเรื่องนี้กับเขา ห้ามลืมค่ะ

รู้เขาเอ่ยออกมาอย่างง่ายๆ เตรียมแล้ว

กะ...ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องพูดออกก็ได้นี่นา

จุมพิตร้อนแรงเริ่มแสดงอานุภาพที่ไม่อาจต้านทานได้ เสียงร้องประท้วงหงุงหงิงแผ่วเบาลงทุกทีจนเหลือเพียงเสียงหอบหายใจในที่สุด สติสัมปชัญญะหลุดลอยไปหมดแล้ว ฉันรู้สึกรางเลือนว่าริมฝีปากเขาเลื่อนไล้ไปตามผิวกายของฉันทั่วทุกตารางนิ้ว และประทับจูบแผ่วเบาทิ้งไว้เป็นรอยแล้วรอยเล่า

ฉันถูกเขา สำเร็จโทษแล้ว

ไม่สิ...ต้องบอกว่า อีกแล้วต่างหาก



...........


ตกลงเมื่อไหร่เขาจะกลับไปเสียทีนะ

ฉันพยายามแกล้งนอนหลับ แต่ไม่วายแอบลืมตาข้างหนึ่งอยู่ใต้ผ้าห่มเพื่อลอบมองชายหนุ่มที่อยู่ข้างเตียง

หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว ฉันแค่คว้าผ้าเช็ดตัวมาพันตัวก็ถูกพี่นายอุ้มกลับเข้ามาในห้องแล้ว

ตอนนั้นฉันเอาแต่กัดริมฝีปากแน่น หัวก้มชิดอก ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองเขา

เงาร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาบนร่างของฉันที่ห่ออยู่ในผ้าเช็ดตัว ไออุ่นและกลิ่นความเป็นชายใกล้เข้ามา ฉันเงยหน้าขึ้นมองอย่างตกใจและหวาดระแวง

เป่าผมให้แห้งเขาชูไดร์เป่าผมในมือ และใช่มันเป็นไดร์ของฉันนั่นแหละ

หนูทำเองฉันยื่นมือออกไป ทำท่าจะแย่งมาถือเอง แต่เขาปฏิเสธ

ทำให้ สายตาแรงกล้ากวาดไล่จากใบหน้าของฉันลงมา

พี่เคยเป่าผมให้ใครมาก่อนหรือไง

ไม่เคย

ก็เลย...

อยากลอง

พอได้ยินแบบนั้นฉันก็เดือดปุด หนูไม่ใช่หนูทดลองนะ

แต่เป็นหนูท่อ

พี่นาย! ฉันแหวเข้าให้ ไม่ต้องเลย เอามานี่... 

ฉันยื่นมืออกไปอีก แต่คว้ายังไงก็คว้าไม่ถึง ครั้นพอยืดตัวให้มากขึ้น ตรงช่วงอกก็รู้สึกเย็นวาบขึ้นมา และเมื่อสังเกตเห็นแววตาประหลาดของเขาก็ต้องรีบก้มลงมอง...

ผ้าเช็ดตัวหลุดลงไปกองอยู่ตรงเอวตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ผิวที่ผ่านการอาบน้ำอุ่นเมื่อครู่ยังเป็นสีชมพู ทรวงอกอิ่มเผยต่อสายตาเขา

อ๊ะ!ฉันอุทาน รีบคว้าผ้าเช็ดตัวขึ้นปิดทันควัน ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดง ไม่กล้าขยับตัวแย่งไดร์เป่าผมจากเขาอีกเลย

พี่นายเลิกคิ้ว นัยน์ตาสีดำเป็นประกาย ฝ่ามือใหญ่สอดเข้ามาในกลุ่มผมเปียกชื้นและเปิดไดร์เป่าพ่นลมร้อน

ฉันกลัวว่าตัวเองจะเผลอทำเรื่องน่าอายอีกจึงระมัดระวังตัวขึ้น นั่งเฉยๆ ปล่อยให้เขาทำตามใจ ไม่สิ...ปล่อยให้เขาใช้ตัวเองเป็นหนูทดลอง และสิ่งที่ทำให้ฉันประหลาดใจก็คือกิริยาท่าทางตอนช่วยฉันเป่าผมให้แห้งของเขาดูเก้ๆ กังๆ แต่กลับอ่อนโยนเหลือเกิน

ก็คิดว่าเขาทำให้ผมฉันพันกัน หรือไม่ก็ทำให้มันไหม้ซะอีก

อ้อ...แค่ลมร้อน ไม่ได้จุดไฟเผานี่เนอะ

ไดร์พ่นลมพออุ่นร้อนกำลังดี ไอจากเขาก็อบอุ่นเช่นกัน ฉันปรือตา รู้สึกผ่อนคลายจากการเคลื่อนไหวที่เป็นจังหวะ จนกระทั่งเผลอตัวเอนเข้าไปหาความอบอุ่นจากตัวเขาอย่างช้าๆ

หลังจากที่เป่าผมให้แห้ง และแต่งตัวเสร็จแล้ว ฉันก็หลบเข้าไปใต้ผ้าห่มอีกรอบ

ฉันไม่อยากเผชิญหน้ากับเขาจึงแกล้งหลับ รอให้พี่นายกลับไปแล้วค่อยลุกขึ้นมาใหม่

แต่รอแล้วรอเล่า รอจนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า เขาก็ยังคงนั่งรากงอกอยู่บนเก้าอี้ เคาะแป้นคีย์บอดร์ดจากโน้ตบุ๊กที่พกมาด้วยต่อไปราวกับไม่คิดจะจากไปไหน

ฉันจึงทำได้เพียงแค่แกล้งหลับต่อไป เพราะกลัวเขารู้เข้า

ทว่าอากาศเย็นๆ อุณหภูมิกำลังดี บวกกับก่อนหน้านี้ออกกำลังกายมากเกินไป สาเหตุต่างๆ นานาทำให้หนังตาฉันเริ่มหนักอึ้ง พอหลับตาแล้วก็ลืมยาก ไม่นานเปลือกตาก็ปิดสนิท สติสัมปชัญญะเริ่มหลุดลอย...

 

 

 

 

 

 

 

 

 








[Updates...Full%]

1 เม้นต์ 1 กำลังใจ


"ไม่สบอารมณ์"



ทวิตติดแท็ก #ยิ้มของนาย



Z o n e Talks




เปิดขายรอบสต๊อกอยู่นะ

สนใจสั่งซื้อ

คลิ๊กตรงนี้




พีเอส

ฝากนิยายเรื่องใหม่ด้วยนะคะ


Smoke on Ice

#สโมคออนไอซ์ :: https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=2031260









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.686K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,332 ความคิดเห็น

  1. #7327 Jeeranancrazy (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 21:50
    พระเอกอิมเมจคือป๋อ เวลาอ่านแล้วมันให้ความรู้สึกว่าป๋อเป็นคนเเบบนี้จริงๆเลยอ่ะ ความจริงป๋อก็ไม่เย็นชาขนาดนี้ แต่ก็ทำให้คิดแล้วเข้าใจไปตามเนื้อหาได้อ่ะ ให้ความรู้สึกเหมือนป๋อเป็นคนเเบบนี้จริงๆเลย ไรท์เก่งมากก!!
    #7,327
    0
  2. #7326 charinko (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 21:02
    จะมี e-book ไหมคะ ?
    #7,326
    0
  3. #7325 firstzy93 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 16:09
    เขินนนนน
    #7,325
    0
  4. #7324 กระดานสีชมพู (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 15:49

    อร๊ายยยยยยยยยย เขินตัวแตกแล้วนะอิพี่มันร้ายยยน
    #7,324
    0
  5. #7323 -Riwa- (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 08:39
    พี่นายเจ้าเล่ห์นักกก
    #7,323
    0
  6. #7321 wipawann (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 08:16
    พี่เค้าน่ารัก
    #7,321
    0
  7. #7319 pannaray2122 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 06:44
    มาน้อยจังเลยยยย มาต่อที😂
    #7,319
    0
  8. #7318 Pchaya74 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 05:48
    อยาได้สืออออ งื้อ
    #7,318
    0
  9. #7316 M1N3__ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 15:10
    น่ารักก
    #7,316
    0
  10. #7311 Panther Navy (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 12:17
    หลงเเล้ววว
    #7,311
    0
  11. #7304 Cream_2546 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2563 / 09:33
    พี่นายอย่าทำน้องแรงง
    #7,304
    0
  12. #7299 Dew_daea (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 08:52
    พี่นายยยยยย
    #7,299
    0
  13. #7298 wipawann (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 06:30
    ฮั่นแน่ >_<
    #7,298
    0
  14. #7297 XXIPkn (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 02:31
    พี่นายลุงแลงจังเยยย
    #7,297
    0
  15. #7296 Panther Navy (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 00:25
    อ่ยยยย บุกถึงห้อง
    #7,296
    0
  16. #7295 -Riwa- (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 23:07
    คุรพี่เบาาาา
    #7,295
    0
  17. #7294 suti1991 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 19:18
    รออีบุ๊คค่ะ
    #7,294
    0
  18. #7293 จุ่มปุ๊ก (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 18:33
    เพิ่มมา5บรรทัดด

    แงงงง เพื่ออออ

    รออีบุ๊คนะฮับ
    #7,293
    0
  19. #7292 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 17:22

    อีพี รุนแรงกับน้องง

    #7,292
    0
  20. #7291 suawadee (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 15:44
    จูบอย่างมีสติใช่ป่ะพี่นาย5555
    #7,291
    0
  21. #7290 bennybungie (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 13:27
    รออีบุ๊คนะคะ
    #7,290
    0
  22. #7289 yui-oi (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 13:18
    รออ่านอย่างมีสมาธิค่ะ
    #7,289
    0
  23. #7288 NNattChaA (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 13:03
    แง้งงง อยาก อ่านอีบุ๊คแล้ววววว นับวันรอ
    #7,288
    0
  24. #7287 firstzy93 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 12:26
    ไม่อ่อนโยนเลย
    #7,287
    0
  25. #7286 กระดานสีชมพู (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 12:19

    รอ E-book ของน้องกะอิพี่อยู่น้าาา
    #7,286
    0