Hit me Hit you [E-Book]

ตอนที่ 24 : Hit me Hit you ; EP-22 : You are my world; gravity always pulls me toward you [Full%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 65,288
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,741 ครั้ง
    1 ส.ค. 63

ทวิตติดแท็ก #ยิ้มของนาย


EPISODE 22

You are my world; gravity always pulls me toward you

คุณคือโลกทั้งใบของฉัน แรงดึงดูดเหล่านั้นดึงฉันไปหาคุณ



 

ฉันคิดว่าพี่นายจะพาไปส่งบ้าน แต่คิดไม่ถึงว่าหลังจากกุมมือฉันออกมาจากคาเฟ่แล้ว เขาจะลากฉันมาที่สวนสาธารณะที่อยู่ไม่ไกลจากร้านสะดวกซื้อ

เอ๋ๆๆๆ

ฉันตอบสนองไม่ได้ชั่วขณะ ชีพจรในฝ่ามือของเขาเต้นอย่างบ้าคลั่ง ในสมองนอกจากความสับสนก็มีแต่ความสับสน

ในที่สุดเขาก็พาฉันเดินเข้าไปด้านในและจับไหล่ให้นั่งลงบนม้านั่ง แล้วร่างสูงก็ทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ 

...” 

...เงียบ

จากนั้นก็ตามมาด้วยความเงียบชวนอึดอัด ลากคนอื่นออกมาแล้ว แต่กลับไม่พูดอะไรเลยเหมือนกับคนที่กำลังโกรธ ไม่สิ เหมือนกำลังอยากจะพูดอะไรบางอย่างอยู่ คิดแค่นั้นก็ยิ่งทำให้รู้สึกตัวชามากขึ้นกว่าเดิม

จะทำอะไรของเขานะ หรือว่าตั้งใจจะมาหา หรือว่าจะมาอธิบายเรื่องที่ว่าทำไมถึงได้หายไปอยู่หลายวัน หรือๆ อยากจะพูดเรื่องของอคิน...

อย่างไหนล่ะ เขาจะพูดเรื่องอะไร?

ขณะที่ฉันถูสองมือที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อก็เหลือบไปมองพี่นาย เขากำลังสูบบุหรี่ ท่าทางที่พ่นควันบุหรี่ออกมานั้นเหมือนตำรวจสืบสวนสอบสวนในซีรีย์ญี่ปุ่นเลย

หรือว่าจะเป็นการแต่งตัวที่ดูต่างไปจากปกติเล็กน้อยเลยทำให้บรรยากาศรอบๆ ตัวเขาดูเปลี่ยนไป อาจเป็นเพราะจากธรรมดาที่มักจะใส่เสื้อยืดทับด้วยเสื้อเชิ้ตกับกางเกงยีนขายาว แต่วันนี้กลับแต่งตัวสบายๆ เหมือนออกมาเดินเล่นหน้าบ้าน กางเกงขาสั้นสีดำกับเสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายดอกผ้าพลิ้วๆ ซ้ำยังสวมรองเท้าแตะหูหนีบแต่เป็นยี่ห้อหรู

การแต่งกายแบบนี้ ถ้าส่วนสูง ความกว้างของไหล่และใบหน้าไม่ลงตัวกันอย่างพอเหมาะพอเจาะแล้วล่ะก็ คงดูไม่ได้เลยทีเดียว

พี่นายคงรับรู้ถึงสายตาจับจ้อง เขาจึงทิ้งก้นบุหรี่ไปบนพื้น จากนั้นใช้ปลายเท้าบดขยี้ แล้วเหลือบหันมามอง 

ฉันถอนหายใจอย่างหนักหน่วงด้วยสีหน้าราวกับแบกภูเขา พลางจ้องมองพื้นจนแทบจะทะลุ

ผู้ชายคนนั้น...” ในที่สุดบทสนทนาก็เริ่มขึ้น แต่มันกลับเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึง แฟนเก่าที่เคยพูดถึงใช่มั้ย?”

เอ่อ...” ฉันพยักหน้า ใช่ค่ะ

แล้วพี่นายก็นิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะแหงนหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้าที่มืดมิด

ฉันสงสัย” เขาเอ่ยเนิบๆ อีกครั้ง เลยอยากถาม

ได้ค่ะ” ฉันพยักหน้าอีกครั้งเป็นเชิงตกลง ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องอะไร แต่อยากจะถามอะไรก็ถาม จะตอบให้อยู่แล้ว

ถ้ามีคนมาทำให้เธอโกรธอารมณ์เสีย เธอจะเสียอะไร

ฉันงงกับปริศนาเกินความคาดหมาย...

ถามอะไรของพี่น่ะ

ก็นั่นแหละ

ฉันหรี่ตาลง ถ้ามีคนมาทำให้โกรธ อารมณ์เสีย... 

ไอ้คำถามนี้แหละที่ทำให้อารมณ์เสีย ตาบ้า! คิดจะกวนประสาทกันหรือไง

ก่อนอื่น หนูขอถามก่อนว่าทำไมมีคนทำให้อารมณ์เสีย มันต้องเสียอะไรด้วยล่ะคะ” ฉันทำเสียงแหลม ถูกทำให้อารมณ์เสีย ก็คือเสียอารมณ์นั่นแหละ!

อย่างที่พี่ทำอยู่ตอนนี้นี่ไงเล่า!

ขณะที่ฉันกำลังหัวฟัดหัวเหวี่ยงทว่าเขากลับเอ่ยออกมาเรียบๆ 

ฉันมันคนใจแคบ

อะไรกัน คำพูดแบบนี้ จะชวนทะเลาะหรือไง?

แล้วอะไร ทำไมจู่ๆ ก็เปลี่ยนเรื่องพูดขึ้นมาซะงั้น!

อีกอย่าง...แปลกมาก ทำไมฉันตีความคำพูดของเขาออก โดยไม่ต้องถามซ้ำด้วยประโยคที่ว่า อะไรนะคะ’ หรือ หมายความว่าไง’ อะไรแบบนี้อีกแล้ว

แต่หนูน่ะใจกว้างยิ่งกว่าแม่น้ำ

แน่ใจ?”

แน่เสียยิ่งกว่าแน่อีกค่ะ” ฉันพยักหน้าก่อนจะกางแขนทั้งสองข้างจนกว้าง ใจหนูน่ะกว้างอย่างกับแม่น้ำแยงซีเกียง

ริมฝีปากของเขากระตุกเกร็งขึ้นเล็กน้อย ต่อให้มีคนโดนตัวฉันก็ใจกว้าง

ได้เลย หนูไม่มีปัญหา” 

ก็แค่โดนตัวเท่านั้นเอง ใครจะไปคิดเล็กคิดน้อยล่ะ

ต่อให้มีผู้หญิงซ้อนมอไซค์ฉันก็ยังใจกว้าง

ไม่เห็นเป็นไรเลย ก็แค่ซ้อนมอเตอร์ไซค์เอง

แบบไปทางเดียวกัน ประหยัดเงินและเวลาก็ไม่เป็นไรหรอก

ต่อให้ฉันกอดกับผู้หญิงก็ยังใจกว้าง

เอ่อ...” 

ต่อให้มีผู้หญิงจูบฉัน เธอก็ยังใจกว้างอยู่

นี่มันคนละเรื่องกันแล้ว” ฉันโพล่งพูดออกไปทันที หนูน่ะคงไม่ไปกอดกับผู้ชายคนอื่น และคงไม่มีวันจูบกับผู้ชายคนอื่นด้วย

แต่ก็ยอมให้หมอนั่นจับผม

เอ่อ...

ทำไมพักนี้กลายเป็นฉันที่พูดน้อยลง ส่วนเขาก็กลายเป็นพูดมากขึ้นไปซะงั้นน่ะ!

ให้มันจับหูด้วย

ก็...

แล้วกัน...นี่เห็นตั้งแต่แรกเลยนี่นา...

แถมไม่ปฏิเสธอีก

เวรกรรม...

ขอโทษค่ะ” ฉันตัดสินใจพูดคำนี้ออกไป ตอนนั้นหนูไม่ทันระวังตัว

จะว่าไป ทำไมกลายเป็นฉันผิดล่ะ

ไม่ได้สิ ฉันโกรธเขาอยู่ต่างหาก 

เขาหายสาบสูญไปตั้งหลายวันนะ แล้วพอมาเจอฉันอยู่กับแฟนเก่าเข้าหน่อย ก็มาบอกว่าใจแคบอะนะ

หลังจากนั้นฉันก็จ้องพื้นอยู่ครู่หนึ่ง จ้องไปยังก้นบุหรี่ที่ถูกเขาบดขยี้จนแหลกละเอียด แล้วก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นไปมองเขาอีกครั้ง

ตกลงพี่นายมีธุระอะไร” ต้องพากลับเข้าประเด็น ต้องเปลี่ยนเรื่องให้ไว ไหนบอกว่าไม่ว่างไม่ใช่เหรอคะ

มาง้อ

อ้อ...” ฉันตอบรับแบบขอไปที

อ้อไร

ก็อ้อเพราะเข้าใจแล้วไง

เข้าใจไร

ก็มาง้อ...เอ๋?” ฉันย้อนถามกลับไป วินาทีนั้นเองที่ในหัวก็ย้อนคิดสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่นี้ พะ...พี่จะมาง้อหนูทำไม?”

พี่นายมองฉันอย่างเงียบๆ แล้วค่อยๆ ขยับปากขึ้นลงอย่างช้าๆ ก็โกรธไม่ใช่เหรอ

รู้ได้ไงว่าหนูโกรธ

...

ชิ” ฉันเผลอสบถออกมา ก็รู้ตัวเองดีนี่คะ!

...” เขาเงียบเหมือนรอฟังให้ฉันพูดต่อ

ทำไมพี่ไม่คิดจะติดต่อมาหากันบ้าง!” ฉันเบ้ปาก เราเป็นแฟนกันไม่ใช่เหรอ

ใช่

แล้วนี่เหรอคนเป็นแฟนเขาทำกัน” ฉันบอกเขาด้วยใบหน้างอง้ำ พี่เล่นหายไปตั้งหลายวัน โทรไปก็บอกว่ายุ่ง ค่อยคุยอีก พี่กำลังยุ่งอะไรอยู่กันแน่

รีบบิดมอไซค์มาหาไง

เอ่อ...

งั้นตอนที่ฉันโทรไปหา เขาก็กำลังบิดมอเตอร์ไซค์อยู่นี่เอง

แต่ๆๆ ประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนี้

แต่อย่างน้อยๆ ก่อนหน้านี้ก็น่าจะติดต่อมาหาบ้าง

ทำโปรเจกต์

ถึงจะทำโปรเจกต์ แต่ก็น่าจะมีเวลาส่งข้อความมาหากันบ้าง ไอ้แค่ส่งรูปถ่ายมา หนูจะไปเข้าใจได้ยังไง” ฉันบ่นอย่างน้อยใจ ก็รู้หรอกว่ามันออกจะงี่เง่า แต่เราเป็นแฟนกันแล้วนะ อีกอย่างฉันกลัว ก็เลยแอบคิดมาก รู้ไหมว่าพี่ทำให้หนูคิดมากแค่ไหนน่ะ

ขอโทษ” เขาเอ่ยเสียงเบา ไม่รู้ว่าทำให้คิดมาก

คิดว่าขอโทษแล้วจะทำให้หนูหายโกรธงั้นเหรอ?”

ก็เจ๊ากันกับเรื่องเมื่อกี้ไง

เจ๊าเหรอ?

พูดออกมาได้ เจ้าเล่ห์เกินไปแล้ว...

แต่ๆๆ มาคิดดูแล้ว ไอ้เรื่องที่เขาหายไป กับเรื่องที่ฉันมานั่งคุยอยู่กับแฟนเก่า มันเจ๊ากันได้ไหมนะ

ระหว่างเรื่องของฉันกับของเขา แบบไหนมันควรโกรธมากกว่ากันหว่า?

ไม่อ่อนโยนเอาซะเลย” ฉันเบ้ปาก เชอะ!

อยู่บนเตียง ไม่มีคำว่าอ่อนโยนหรอก

แต่ตอนนี้เราไม่ได้อยู่บนเตียง” ฉันเหวเข้าให้ และเราก็อยู่ในที่สาธารณะด้วย

งั้นไปเตียงมั้ย?” 

เขายิ้มเจ้าเล่ห์ เมื่อเห็นรอยยิ้มร้ายกาจนั้นไม่ทันตั้งตัว หัวใจของฉันก็แทบจะหยุดเต้น ฉันดีดตัวลุกขึ้นทันที

พูดจบแล้วใช่มั้ย งั้นวันนี้หนูกลับ...

แต่ก่อนที่จะพูดหาข้ออ้างจบ พี่นายก็คว้าข้อมือฉันไปจับไว้แน่น ฉันชะงักมองไปที่เขา

อยู่ก่อน” เขาเงยหน้าขึ้นมา ไม่ได้เจอกันหลายวัน

ฉันไม่ขยับตัวเลยแม้แต่น้อย

ทำไมพูดเหมือนกับว่า ไม่ได้เจอกันหลายวัน แล้วคิดถึงอะไรทำนองนี้เลย

ฉันมองเขาพักหนึ่งก่อนจะตัดสินใจนั่งลงข้างๆ อีกครั้ง และทันทีที่ก้นสัมผัสกับม้านั่งพี่นายก็เป็นฝ่ายขยับเคลื่อนไหว เขาหันลำตัวเข้ามาหา ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเรียบ

ยังไม่หายโกรธเหรอ

แล้วเรื่องแบบนี้หนูควรจะหายโกรธง่ายๆ หรือไงคะ” ฉันอ้อมแอ้มเสียงเบา พี่เล่นหายไปตั้งหลายวัน หนูก็คิดว่าตัวเองถูกหลอกไปแล้วเสียอีก

หลอกเรื่องไร

ก็หลอกฟันหนูไง

พอฉันเอ่ยแบบนั้นหว่างคิ้วของเขาก็ย่นเข้าหากัน ถ้าคิดแบบนั้นคงไม่มาอยู่ตรงนี้

ก็...” ฉันอึกอักอับจนคำพูด มันก็จริงของเขา ถ้าคิดจะมาหลอกฟัน คงไม่ตามตื้อขนาดนั้น และก็คงไม่มานั่งพูดว่า มาง้อ’ หรอก ก็ได้ๆ เรื่องนี้หนูคงคิดมากไปเอง แต่ว่า...ยังไงดีล่ะ

ยังไงล่ะ

แปลกจัง ทำไมเขาตอบทุกคำถามที่ฉันพูด ทั้งๆ ที่บางเรื่องฉันก็พูดกับตัวเองนะ

หนูเพิ่งมารู้ว่าตัวเองน่ะรู้อะไรเกี่ยวกับตัวพี่นายน้อยมาก” ฉันตัดสินใจพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดอยู่ในหัว ทั้งๆ ที่เราคบกันแล้ว แต่หนูแทบจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพี่เลยสักอย่าง

หลังจากพูดจบฉันก็ชำเลืองมอง จึงพบว่าพี่นายทำหน้าเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่

คิดอะไรอยู่นะ

ดูเหมือนฉันจะเริ่มอยากรู้ไปถึงความคิดของพี่นายแล้ว 

เพราะอะไรน่ะเหรอ?

ก็เพราะขนาดพูดออกมายังยากที่จะเข้าใจเลย

ไม่รู้เพราะพี่นายเป็นคนเข้าใจยากกว่าคนอื่นหรือเปล่า หรือว่าผู้ชายเข้าใจยากอย่างนี้อยู่แล้ว หรือว่าเขาจะพูดเข้าใจยากแบบนี้กับฉันแค่คนเดียว

ขณะที่กำลังวิตกกังวลอยู่นั้น จู่ๆ พี่นายก็ดึงกระเป๋าสตางค์ออกมา จากนั้นก็ดึงบัตรแข็งๆ สีฟ้าๆ ยัดใส่ในมือฉัน

เอ๊ะ?

เมื่อก้มลงไปมองในมือ ถึงพบว่ามันเป็นบัตรประชาชน

อ่า...เข้าใจแล้ว!

ริมฝีปากของฉันกระตุกขึ้นเล็กน้อยพลางกลั้นรอยยิ้มเมื่อมันเดินทางมาถึงมุมปาก

ปกติรูปถ่ายติดบัตรประชาชน จะหาคนรอดยากมาก แต่พี่นายก็ยังออกมาหล่อ แต่ๆ ทำหน้าน่ากลัวมากกว่าทำหน้านิ่งๆ อีก เหมือนถูกมีดจ่อคอหอยเลย

ชื่อ นภันต์นามสกุล กันต์จาลักษณ์นี่เองฉันอ่านชื่อของเขาที่อยู่บนบัตร เกิดวันที่ 1 มกราคม 2542”

เป็นพี่ฉันหนึ่งปีจริงๆ ด้วยแฮะ...

วันศุกร์เขาพูด

อ๋อ...วันศุกร์ดีนะไม่เกิดศุกร์ 13 น่ะ เหอะๆ

ปีขาล

อ่า...ถึงได้ดุเป็นเสือเลย

ราศีธนู

ถึงว่าเร็วเป็นลูกธนูที่หลุดออกจากแล่ง

เป็นวันพระ

เอ่อ... ก็เลยปล่อยผีมาเกิดหรือไงคะ

อ้าว...ฉันแค่คิดในใจนะ ทำไมมันเสียงถึงได้หลุดออกไปได้ล่ะ

ถ้าเขาโกรธขึ้นมา ฉันคงต้องยื่นคอให้เขาประหารเท่านั้นแหละ

ปากช่างไม่มีหูรูดเลยจริงๆ

ผีทะเลน่ะเหรอ?”

อะไรกัน พูดก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่อง แต่รู้จักผีทะเลด้วย

เพื่อนพูดกรอกหู

เพื่อน?” ฉันเอียงคอมอง เพื่อนพี่น่ะเหรอ

อืมเขาพยักหน้า ชื่อก่อ

อ๋อๆฉันพยักหน้าหงึก คนผมทองๆ ใช่ไหมคะ

อืม มันพูดมากเขากระตุกมุมปากเล็กน้อย แช่งให้สำลักน้ำลายตายทุกวัน

พูดขนาดนี้ ป่านนี้เขาไม่สำลักน้ำลายตายไปแล้วเหรอ?

เหอะๆๆ น่าสงสารเพื่อนของเขาซะแล้วล่ะ

แล้ว...

เป็นลูกคนกลางเขาเอ่ยแทรกราวกับล่วงรู้ความคิดของฉัน มีพี่สาวชื่อนาง ฉันเป็นคนกลางชื่อนาย และมีน้องชายชื่อนายน้อย

อ่า...ฉันพยักหน้ารับ นาง’ ‘นาย’ ‘นายน้อยแต่เอ่อ... สรุปแล้วเขาชื่อนายน้อยจริงๆ เหรอคะ

ปกติก็ไม่

โอ๊ย!ฉันยกมือขึ้นกุมหัวของตัวเอง พอเลยค่ะ ไอ้ปกติก็ไม่ เลิกพูดเดี๋ยวนี้เลยค่ะ!

เหอะๆ

ก็รู้หรอกว่าเขาแค่หยอกเล่น แต่พอฟังมากๆ เข้ามันก็ปวดหัวนะ!

แต่เอาล่ะ ในเมื่อฉันได้รู้จักเขาเพิ่มมากขึ้น คราวนี้คงเป็นฝ่ายฉันที่ต้องแนะนำตัวบ้างสินะ

ฉันหันลำตัวเข้าไปหาร่างสูงก่อนจะยกมือขึ้นเหมือนเช็กแฮนด์ หนูชื่ออมยิ้ม ชื่อจริง...

แต่ทว่าฉันพูดไม่ทันจบประโยค เขากลับคว้าข้อมือข้างนั้นของฉันแล้วกระชากเข้าหาตัวเบาๆ อจลา เหมนคร

เอ๊ะ?”

เกิด 19 มีนาคม ปี 2543”

เอ๊ะ?”

ราศีมีน

เอ๊ะ?” ฉันได้แต่ร้องเอ๊ะออกไปเท่านั้น ทำไมเขารู้เกือบจะทุกเรื่องของฉันเลยล่ะ อย่าบอกนะว่าพี่...

ฉันรู้อยู่แล้วเขายักคิ้วให้ รู้ทุกอย่างก่อนที่เราเจอกันในลิฟต์

สิ่งที่ฉันได้ยินตอนนี้มันคืออะไร!?

งั้นตลอดเวลาที่ผ่านมาพี่ก็รู้อยู่แล้วว่าเรื่องแย้มยิ้มเป็นเรื่องโกหก!หลังได้รู้ความจริงจากปากของเขาฉันถึงกับเบิกตาโพลง พี่รู้อยู่แล้วแต่ก็ยังเล่นไปตามน้ำเนี่ยนะ!

อืม

บ้าจริง!ฉันหลุดสบถ แล้วทำมาเป็นโกรธและให้หนูง้อเนี่ยนะ!?”

แต่เธอโกหกก่อน?”

มันก็ใช่...ฉันเถียงไม่ออก แต่พี่ก็...

ปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงนั้น...

แล้วมันอยู่ตรงไหนกันแน่ล่ะ! หึ

นิสัยไม่ดี!ฉันตะคอกก่อนจะหันหลังให้ โกรธแล้ว โกรธจริงๆ แล้วนะ

ก็รู้หรอกว่าฉันเป็นฝ่ายเริ่มก่อน แต่เขาก็ไม่ควรเล่นไปตามน้ำไปเสียตั้งนาน น่าจะเฉลยตั้งแต่ตอนที่รู้

โอย...พอนึกถึงสิ่งที่ตัวเองพูด นึกถึงสิ่งที่ตัวเองทำลงไป... ฉันก็แทบอยากจะเอาหัวโหม่งพื้นให้รู้แล้วรู้รอด

นี่ลับหลังฉันเขาไม่หัวเราะเยาะจนท้องแข็งเหรอ?

ไม่สิๆ เขาอาจแค่หัวใจในใจ ยิ้มอยู่ในใจก็เป็นได้

ใจเย็นพี่นายพูดปลอบเบาๆ พอเห็นท่าทางเยือกเย็นของเขา ฉันก็ยิ่งรู้สึกอารมณ์เสีย นี่ถ้ามีจานอาหารอยู่ใกล้ๆ มือคงจะหยิบคว้ามันมาเขวี้ยงใส่ซะให้หนำใจ น่าอายชะมัด รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพวกนักเลงประเภทขี้แพ้ชวนตีเลย

ได้ยินเสียงถอนหายใจอย่างแผ่วเบา...

แต่ไม่นานหลังจากนั้นฉันกลับรู้สึกมีอะไรเย็นๆ สัมผัสกับต้นคอของตัวเอง

เอ๊ะ?

ฉันหันขวับกลับไปมอง ก็เห็นว่าพี่นายกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่บริเวณหลังคอของฉัน

อะ...อะไรคะ?”

สร้อยไงเขาพูดพลางใช้ปลายนิ้ววาดผ่านลำคอขณะที่สวมสร้อยให้ อยู่นิ่งๆ

ฉันขนลุกในทันที ร่างกายแข็งทื่อ ไม่กล้าแม้แต่ขยับตัว

อะไรกัน...ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ทำไมหัวใจฉันถึงได้เต้นเร็วขนาดนี้นะ

นิ้วเรียวยาวของเขาเคลื่อนไหวอย่างแผ่วเบาอยู่ตรงต้นคอ ทั้งยังสัมผัสถูกผิวกายฉันเป็นครั้งคราว ทำให้ไอร้อนแผ่จากลำคอมาถึงพวงแก้ม ทำเอาฉันแทบจะหยุดหายใจอยู่รอมร่อ

พอสวมสร้อยเสร็จพี่นายก็จับร่างของฉันให้หมุนกลับไปหา ชอบมั้ย?”

ชอบค่ะฉันตอบกระท่อนกระแท่น แต่ๆ หนูสงสัย พี่ให้สร้อยคอหนูทำไม

หรือว่าจะเป็นของแทนคำขอโทษ?

เพื่อให้ฉันหายโกรธน่ะเหรอ?

และดูจากแสงระยิบระยับตรงจี้ คงไม่ใช่ก้อนหิน และไม่น่าจะใช่คริสตัล คงเป็นเพชรที่น่าจะมีมูลค่ามากพอดู

ห้ามบอกว่าเป็นปลอกคอนะคะฉันรีบดักคอเขา ตอบมาเลยว่าให้สร้อยหนูทำไม

ของแทนใจไง

แม้จะเป็นคำพูดเรียบๆ ทว่ากลับทำให้หน้าอกของฉันสะท้านวูบ

อยากมีของแทนใจที่เป็นของคู่กัน

มันไม่ใช่แค่เรื่องสองเรื่อง แต่เขา...เขาจำได้เกือบหมดทุกเรื่องเลยนี่นา...

ฉันตื่นเต้นระคนตกใจ รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงหัวใจเต้นโครมคราม เมื่อความฝันในวัยเด็กสาวกลายเป็นจริงขึ้นมา ฉันจึงรู้สึกสั่นสะท้านไปถึงข้างใน ไม่รู้เลยว่าจะต้องพูดอะไรออกไป โมโหก็โมโหใจตัวเองที่อ่อนไหวง่าย

นี่ไงล่ะ...

ขุดหลุมให้ฉันลึกมากกว่าเดิม แล้วแบบนี้ในอนาคตอันใกล้นี้จะไม่ให้ฉันตกหลุมรักได้ยังไง

ทำไมพี่ถึงได้จำคำพูดในคืนนั้นของหนูได้เกือบทุกอย่างเลยล่ะคะ

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาแทบจะจำทุกคำที่ฉันโพล่งพูดออกไปในวันนั้น...

นี่เขาใส่ใจฉันหรือว่าเขาเป็นประเภทความจำดีกันแน่ล่ะ

เพียงแค่คิดหัวใจพลันกระตุกวูบ ใบหน้าร้อนผ่าวจนรู้สึกได้ว่ามันคงจะแดงเห่อ

คงเพราะมีความจำดีเยี่ยมเกินคนทั่วไปล่ะมั้ง

งั้นเหรอ...แบบนี้หรือเปล่าที่เขาจำฉันได้มาตั้งแต่ต้น...

ฉันเริ่มลนลาน แต่มันมีค่ามากเกินไป หนูรับไว้...

ห้ามปฏิเสธ

แต่ว่าของแทนใจมันหมายถึงต่างฝ่ายต่างแลกกันไม่ใช่เหรอคะฉันก้มลงมองจี้ห้อยคอ หนูได้รับมาอยู่ฝ่ายเดียวพี่ก็เสียเปรียบแย่สิ

ถึงจะพูดออกไปแบบนั้น แต่ฉันเองก็ไม่มีปัญญาซื้อของมีค่ามีราคากลับคืนไปให้หรอก

ไม่เป็นไรเขาเอ่ยเนิบๆ ก่อนจะยกนิ้วชี้แตะริมฝีปากของตัวเองเบาๆ ขอบคุณ ตรงนี้ก็พอ

ข้อแลกเปลี่ยนแบบนี้นี่มันยังไงเนี่ย?

แถมที่นี่ยังเป็นสวนสาธารณะอีก...

เร็วสิ

นิสัยชอบออกคำสั่งมาอีกแล้ว

ช่างเหอะ...เห็นที่เขามาง้อ เห็นแก่ที่เขาทำตัวน่ารักแบบแปลกๆ งั้นก็ยอมให้เขากดขี่อีกสักครั้งก็แล้วกัน

อีกอย่างฉันสวมเสื้อวอร์มตัวใหญ่ เพราะงั้นจึงยกแขนทั้งสองข้างขึ้นตั้งฉาก แล้วใช้ฝ่ามือจับไปบนหน้าของเขาเพื่อบดบังสายตาเผื่อใครเดินผ่านมาแล้วสังเกตเห็น

ฉันจ้องที่ริมฝีปากบางซึ่งเป็นเป้าหมายหลัก ก่อนจะหลับหูหลับตายื่นริมฝีปากไปจุมพิตอย่างแผ่วเบาและผละออกมาในเสี้ยววินาที ไม่สิ พยายามจะผละออกมาต่างหาก แต่คราวนี้พี่นายเป็นฝ่ายยื่นมือออกมาจับศีรษะของฉันไว้ แล้วดึงเข้าไปจูบอย่างดูดดื่ม

อีกแล้ว จูบแบบนี้อีกแล้ว

มีครั้งไหนบ้างที่เจอหน้ากันแล้วจะไม่จูบ!

ทำไมชอบจูบลึกซึ้งแบบนี้อีกแล้วคะ!

ทำไมเขาชอบสอดลิ้นเข้ามาทุกครั้งที่จูบกันด้วยล่ะ

ไอ้จูบแบบริมฝีปากแตะริมฝีปากเฉยๆ น่ะทำไม่เป็นหรือไง

เพราะชอบเขาหรี่ตาเล็กน้อย ริมฝีปากเธอน่ะ

เอ่อ...ฉันเบิกตาโพลง

ทุกครั้งที่จูบ เหมือนไม่เคยพอ

แววตาของพี่นายที่จ้องมองนั้นแน่วแน่เสียจนฉันรู้สึกแปลกๆ เขาออกจะเป็นคนสุขุมเยือกเย็นปานนั้น แต่กลับมาพูดจาแบบนี้ นายนภันต์...พี่นี่เป็นคนเข้าใจยากเกินไปแล้ว

ขณะที่ริมฝีปากของเขาค่อยๆ ขยับเข้ามาอีกครั้ง ฉันรีบยกมือทั้งสองข้างขึ้นปิดปาก แล้วจ้องเขาเขม็ง

หึพี่นายหัวเราะหึก่อนจะยอมล่าถอยไป

บ้าจริง ทำไมวันนี้ถึงได้รุกเข้าตรงหัวใจของฉันอย่างหนักหน่วงขนาดนี้เนี่ย

ฉันใจเต้นไม่เป็นส่ำ และไม่กล้ามองสบตาเขา จึงพยายามหลบหน้า มองไปตรงโน้นตรงนี้ แต่ถึงแม้สายตาจะมองไปทางอื่น ทว่ากลับรับรู้ถึงสายตาของเขาที่เฝ้าติดตามเคลื่อนไหวอยู่ตลอด

เอ่อพี่...ฉันมองเขาอย่างอึกอัก พี่นายเอาแต่มองหนูทำไมน่ะ

ทำไมต้องหลบหน้า

เปล่านะ

หลบ

เปล่าจริงๆ นะ

หลบ

ก็แค่ เอ่อ...หนูก็แค่ไม่ชินกับเรื่องจูบเท่าไหร่ฉันบอกพลางมองไปทางอื่นอย่างเขินๆ พี่นายอาจจะไม่รู้ว่าคืนนั้นมันเป็นจูบแรกของหนู

รู้สิเขาตอบเรียบๆ แต่เราจูบกันหลายครั้ง มากกว่านั้นก็ทำมาแล้ว

มันก็ใช่ฉันเม้มปากเล็กน้อย แต่มันก็ยังไม่ชินนี่นา

แถมที่นี่ยังเป็นที่สาธารณะอีก

แล้วเขาก็พุ่งเข้ามาจูบฉันอีกรอบ

ต้องทำบ่อยๆ จะได้ชิน

ต้องไม่ได้มีแฟนคนแรกแน่ๆ

เอาหัวเป็นประกันเลยว่าต้องไม่ได้มีแฟนคนแรก!

และพอเขาทำท่าจะจูบอีกรอบ แต่โชคดีที่มีสายโทรศัพท์เข้ามาจึงทำให้ฉันตั้งสติได้เลยรีบคว้ามือถือมากดรับ

ว่าไงแก” 

ปลายสายเป็นไอ้เบลล์นั่นเอง

[ไหนบอกแค่จะออกไปซื้อขนม ทำไมยังไม่กลับบ้านอีก!]

รู้แล้วๆ กำลังจะกลับ อย่าเพิ่งล็อกประตูนะ

หลังจากวางสายของไอ้เบลล์แล้ว ฉันก็หันมามองทางพี่นาย...

ไปสิ” เขาเสยผมตัวเองขึ้น จากนั้นก็ลุกจากม้านั่ง ฉันเองก็ต้องกลับไปทำงาน

ค่ะ” ฉันลุกจากม้านั่งบ้าง งั้นเราแยกกัน...

เดี๋ยวไปส่ง” 

พูดจบเขาก็กุมมือของฉันเอาไว้ในฝ่ามือ ไม่ใช่ลากเหมือนก่อนหน้านี้ จากนั้นก็พาเดินออกมาจากสวนสาธารณะทันที

แต่เดินออกมาเพียงไม่กี่ก้าวจู่ๆ เขาก็หยุดเดินแล้วพึมพำออกมา แบบนี้ดีกว่า

ฉันยังไม่ทันได้ถามอะไร จังหวะนั้นพี่นายก็หมุนฝ่ามือของฉันเข้าหาฝ่ามือร้อนผ่าว เขาใช้ปลายนิ้วทั้งห้าสอดเข้ากับปลายนิ้วของฉัน จากนั้นก็กอบกุมมันเอาไว้แน่น สัมผัสนั้นทำให้ฉันแปลบปลาบ ระลอกความสะท้านแล่นไปทั่วร่างราวกับฝ่ามือที่ถูกเขาสัมผัสนั้นมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านไปทั้งตัว

บ้าจริง...

นี่เหรอคนที่ไม่เคยมีแฟนมาก่อนน่ะ?

ขณะที่เราสองคนเดินจับมือกันอยู่ในซอย ฉันก็แหงนหน้าขึ้นไปมองก่อนจะเอ่ยถาม

พี่นายมายังไงคะ

มอไซค์

แล้วมอไซค์ของพี่อยู่ไหน” ฉันหันซ้ายหันขวา พี่ไปจอดไว้ที่ไหนเหรอ

หน้าคาเฟ่

อ่า...แสดงว่าเขาเห็นฉันนั่งอยู่กับอคินในคาเฟ่ก็เลยจอดรถตรงนั้นน่ะสินะ

งั้นพี่ก็ต้องเดินกลับไปเอารถสิ

อืม

ขอโทษค่ะ” ฉันก้มหน้าเล็กน้อย ทำให้พี่ต้องเหนื่อยหลายต่อเลย

ไม่เป็นไร” เขาเอ่ยเรียบๆ ถ้าเดินคงไม่เหนื่อย

เอ่อ...เอ๋

พูดอะไรน่ะ เดินยังไงก็เหนื่อยอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ

แต่เอาเถอะ ไม่เป็นไรก็ไม่เป็นไร เพราะขี้เกียจทำความเข้าใจกับคำพูดของเขาแล้ว

ไม่นานเขาก็เดินมาส่งฉันถึงหน้าประตูบ้าน ฉันหันไปโบกมือก่อนจะเอ่ยลาขับรถระวังด้วยนะคะ

อือ

ในตอนที่ฉันจะหมุนตัวไปเปิดประตูบ้าน ทันใดนั้นเองพี่นายก็ยื่นมือออกมาคว้าไหล่ฉันเอาไว้

คะ?”

ช่วงนี้อาจจะยุ่ง” เขาโน้มหน้าเข้ามาใกล้ได้ยินเสียงกระซิบข้างหูจนฉันแทบจะยืนไม่อยู่ อย่าคิดถึงจนน้อยใจอีกล่ะ

ใครจะไปคิดถึงพี่!” ฉันตะโกนหน้าแดงก่อนดันร่างของเขาออก หลงตัวเอง!

อือ” แล้วก็พยักหน้ารับคำด่าทอของฉันซะงั้น ราตรีสวัสดิ์

หลังจากกลับเข้าไปถึงห้องตัวเอง ฉันก็เอนหลังพิงประตูหน้า ยกมือทาบหน้าอกซึ่งขยับขึ้นลง สูดหายใจลึกซ้ำไปซ้ำมา 

ทำไมฉันรู้สึกเหมือนมีมวลร้อนผ่าวเกิดขึ้นบริเวณใจกลางร่างกายเลย

บ้าจริง แค่นี้ก็ใจเต้นแล้วเหรอ

ทำไมนะ...ทำไมฉันเหมือนเด็กสาวที่อยู่ในวัยป๊อบปี้เลิฟเลย!

เออใช่!” ฉันตะโกนโพล่งออกมาเมื่อนึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องจะคุยกับเขา

ลืมไปเลย...ว่าจะปรึกษาเรื่องไอ้ซองจดหมายอะไรนั่นสักหน่อย 

เฮ้อ...ไว้คราวหลังก็ได้

 

 

 

 




[Updates...Full%]

1 เม้นต์ 1 กำลังใจ

"มาง้อ"



ทวิตติดแท็ก #ยิ้มของนาย



Z o n e Talks



มันคือสิ่งที่อยู่ในมือน้อนนนนนนั่นเอง



ปีเกิดพระเอกกลายเป็นวาระแห่งชาติไปซะแล้ว

คืองี้ ไรต์อ้างอิงปีเกิดพระเอกจากเว็บไซต์นี้ค่ะ

https://astro.meemodel.com/ปฏิทิน100ปี/พศ2542/มกราคม/1.php




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.741K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,332 ความคิดเห็น

  1. #7121 Jeeranancrazy (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 21:02
    เอาไว้ก่อน เดี๋ยวมันจะบานนะเทอขาา
    #7,121
    0
  2. วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 14:19

    เขินเพนบ้าไปเรย

    #7,049
    0
  3. #7048 Khaimuk1910 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 05:22
    พ่อนี่พูดจากำกวมใต้สะดือตลอด แต่แกก็แอบน่ารักอึนๆตามสไตล์ละเนาะ
    #7,048
    0
  4. #7047 แจน (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 / 08:27

    พพี่นายพลิกวิกฤตเป็นโอกาสมากๆ จิงๆแล้วพี่คงเป็นคนโรแมนติกแหละ ชอบจัง สมกับที่หล่อเลือกได้จิงๆ ยิ้มดูแลดีๆนะ เด่วมคปด.

    #7,047
    0
  5. #7046 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 23:40

    งื้อออออออ
    #7,046
    0
  6. #7045 suawadee (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 22:02
    อบอุ่น
    #7,045
    0
  7. #7044 kaekae2526 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 21:20

    น่าร้ากกกกก
    #7,044
    0
  8. #7043 chanutratrisirt (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 21:14
    ทำไมน่ารักจัง....งื้อ.จุ๊บอีกสักที
    #7,043
    0
  9. #7042 ขนมชิ้นเล็ก (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 18:40
    อยากมีแฟนชื่อนายจังเลยค่ะ55555555เป็นเขิน
    #7,042
    0
  10. #7041 jah.dysssss (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 16:30
    ฮื่ออออออ ผู้ชายไรน่ารักเป็นบ้า
    #7,041
    0
  11. #7040 LILIT.A (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 13:21

    แหม่พี่นายเอาใหญ่เลยเน้อ พูดเก่งขึ้นมาทันควัน

    #7,040
    0
  12. #7039 comtoontrans (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 13:20
    "ถ้าเดินคงไม่เหนื่อย" แล้วพ่อทำไรดีถึงเหนื่อยยยยยย(〃°ω°〃)
    #7,039
    0
  13. #7038 Kanijang_1630 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 12:51
    ยอมแล้วจ้า....ยิ้มอย่าน้อยใจนะพี่แกยุ่งมาก
    #7,038
    0
  14. #7037 wipawann (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 12:36

    พี่ก็มึน อึน ซึน น้องก็เปิ่น โก๊ะ ไม่แพ้ เหมาะสมกันมากจ้าคู่นี้
    #7,037
    0
  15. #7036 firstzy93 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 12:19
    แหมอิพี่
    #7,036
    0
  16. #7035 Moo.chompoo (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 10:58
    พี่นายพูดเก่งเชียว... ไม่เคยชอบหญิงแต่จูบเก่งนักล่ะ
    #7,035
    0
  17. #7034 Jelly Mar'Z (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 09:52
    ใครน้ออ
    #7,034
    0
  18. #7033 NNattChaA (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 09:42

    อย่าคิดถึงจนน้อยใจล่ะ 555

    #7,033
    0
  19. #7032 Rich99 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 09:20

    ผู้ชายอะไร น่ารักกก

    #7,032
    0
  20. #7031 fonthanya (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 09:17
    เหนื่อยใจแทนอมยิ้มที่มีแฟนอย่างพี่นาย555คุณกันแทบไม่รู้เรื่ิอง แต่ก็ชอบ
    #7,031
    0
  21. #7030 Bopazi (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 09:10
    น่ารักกกก
    #7,030
    0
  22. #7029 PinkZa547 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 08:32
    น่ารักเเบบงงงๆ
    #7,029
    0
  23. #7027 Memew888 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 / 21:42
    เบาาได้เบาาาค่าาพี่นายย หัวใจรีดทำงานหนัก
    #7,027
    0
  24. #7026 saranya1983 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 / 17:34
    พี่นายพาอมยิ้มกลับบ้านไปเลยคร้า
    #7,026
    0
  25. #7025 25390217 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 / 11:28

    โอ๊ยพี่นายเขินไม่ไหวแล้วนะ...อิอิอิ

    #7,025
    0
  26. #7024 aappss (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 / 08:11
    ทำไมน่านุ้บนิ้บในหัวใจจจ
    #7,024
    1
    • #7024-1 pang_wachiraya(จากตอนที่ 24)
      8 กรกฎาคม 2563 / 15:02

      อร๊ายยย อีพี่นายเจ้าเล่ห์จะจูบอย่างเดียวเลย น้องยิ้มเสียหายหมดแล้ว
      #7024-1