Hit me Hit you [E-Book]

ตอนที่ 21 : Hit me Hit you ; EP-20 : You had me from hello [Full%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 51,138
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,591 ครั้ง
    25 มิ.ย. 63


ทวิตติดแท็ก #ยิ้มของนาย



EPISODE 20

You had me from hello




[Nay Talks]


@คณะวิศวกรรมศาสตร์

เวลา 15.45 น.

 

เสียงพิมพ์แป้นคีย์บอร์ดดังคลิกๆ ด้วยความเร็วสูงผิดปกติ มันดังรัวๆ ไม่หยุดมาพักใหญ่ๆ

ชีวิตของนักศึกษาปีสี่ที่เหลือตัวสุดท้ายก็จะยุ่งกันจนหัวหมุนกันแบบนี้แหละ

พอฟังนานไปก็สังเกตได้ว่าเสียงเคาะคีย์บอร์ดแต่ละคนจะมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง บางคนมือเบา บางคนมือหนัก บางคนพิมพ์เร็วปรื๋อ และบางคนก็เคาะไม่กี่ตัวอักษรก็หยุดเป็นพักๆ อย่างเช่นไอ้ก่อเวร

“ตึกวิศวะฯ ช่างเป็นสถานที่ขาดแคลนนักศึกษาหญิงจริงๆ”

ผมที่นั่งอยู่หน้าโน้ตบุ๊กกลับนิ่งเงียบไม่ขยับ ดวงตาทั้งคู่เอาแต่จ้องมองจอแอลซีดีตรงหน้า โดยที่สองหูได้ยินเสียงของไอ้ก่อที่เคาะแป้นพิมพ์ไปสองสามครั้งก็หยุด จากนั้นก็พล่ามพูดมาตั้งแต่เมื่อห้านาทีก่อนแล้ว

“ไม่มีอาหารตา ไม่มีสิ่งสวยงาม ไม่มีสิ่งจรรโลงใจเลยสักนิด”

“...”

“เศร้าจริงๆ เศร้าแรงมาก” มันถอนหายใจ “หันไปทางไหนก็เจอแต่ลิงอุลังอุตัง”

ลิงอุลังอุตังนี่หมายถึง...พวกผม?

“ทนมาได้สี่ปี เพิ่งมาบ่นอะไรตอนนี้” ไอ้คุณที่ทนฟังต่อไปไม่ไหวถึงกับต้องหยุดพิมพ์แล้วเปิดปากพูด

นานๆ ทีพวกเราจะมารวมตัวกันครบแก๊ง 

แต่ต้องมานั่งฟังไอ้ก่อบ่นมันเข้าท่าเหรอ?

“จริง” ไอ้ไนน์เอ่ยอย่างเห็นด้วย “ปกติก็ไม่เห็นบ่น”

“ก็ตอนนี้กูปลีกตัวไปส่องสาวๆ ไม่ได้นี่”

“ก็รู้นี่ว่าตอนนี้กำลังทำอะไร เลิกบ่นแล้วก็ทำวิจัยไปเงียบๆ ซะ”

พอโดนไอ้คุณด่าไอ้ก่อที่ทำเป็นเคาะไปบนแป้นพิมพ์สองสามครั้งแล้วก็หันไปมองหน้าไอ้คุณ “ก็กูขี้เกียจ”

“มึงห้ามขี้เกียจ” ไอ้คุณส่ายหน้า “มึงทำโปรเจ็กต์มาสองเทอมต่อเนื่องแล้ว รู้ใช่ไหมว่าถ้าเกิดสามเทอมมึงจะติด F

“รู้แล้วน่า...” ไอ้ก่อถอนหายใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมาย “แล้วไอ้เหี้ยนายเป็นอะไร กูไม่เห็นมึงขยับมือมาตั้งแต่นานแล้วนะ”

วิจัยวิเคราะห์คานคอนกรีตเสริมเหล็ก

ผมกำลังทำ PowerPoint เพื่อทำ Presentation แต่บนหน้าจอนอกจากตัวหนังสือเหล่านี้แล้วไม่มีอย่างอื่นอีก

ควันบุหรี่ลอยอ้อยอิ่ง ผมคาบบุหรี่พลางสูดควันเข้าปอดลึก

ผมค้างอยู่ตรงนี้มาเกินครึ่งชั่วโมงแล้ว แต่นอกจากนี้ก็ไม่สามารถรีดเค้นสิ่งใดๆ ออกมาจากสมอง

“เฮ้อ...” ผมจ้องหน้าจอก่อนจะถอนหายใจเฮือก

“เป็นเหี้ยไรเนี่ย” ไอ้ก่อสบถใส่แล้วก็หันไปโวยวายใส่เพื่อนอีกคน “แล้วมึงน่ะไอ้คุณ ทำไมไม่ด่าไอ้เหี้ยนายบ้าง”

“ด่าทำไม”

“ก็มันเอาแต่นั่งถอนหายใจ ส่วนกูแค่บ่นนิดหน่อยมึงยังด่าเลย”

“เพราะไอ้นายไม่เหมือนมึงไง”

“ไม่เหมือนยังไง”

“มันฉลาดกว่าไง ไม่น่าถามอะไรโง่ๆ”

“จริง” และไอ้ไนน์ก็พูดซ้ำคำเดิมทั้งๆ ที่ยังคงจ้องอยู่ที่หน้าจอ

“มึงจะจริงอีกนานมั้ย?” ไอ่ก่อหันไปเหว “จริงๆๆ อยู่ได้”

“ก็มันจริง”

เฮ้อ... คราวนี้ผมแอบถอนหายใจ

เมื่อไหร่ไอ้ก่อมันจะสำลักน้ำลายตายไปเสียทีนะ

“ไอ้ไนน์” ผมเรียกไอ้ไนน์ที่นั่งอยู่ข้างๆ

“ว่าไง”

“กับแฟนน่ะ มึงเคยพลาดไม่สวมถุงยางมั้ย?”

หลังจากไปส่งเธอที่บ้าน ผมก็มาที่มหาลัยเพื่อจะทำโปรเจ็กต์กับเพื่อนๆ 

แต่ทว่าเรื่องถุงยางมันกลายเป็นสิ่งที่ติดค้างอยู่ในหัวของผมมาตลอด

ผมจดจำเรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นในคืนนั้นได้ จำได้ว่าผู้หญิงในอ้อมแขนเขินอายและไร้เดียงสาเพียงใดก่อนที่ผมจะครอบครองเธอ อมยิ้มไม่เคยมีผู้ชายคนอื่นมาก่อน ครั้งแรกที่มีอะไรกันเธอยังเป็นสาวบริสุทธิ์ ส่วนผมเป็นผู้ชายที่เคยมีประสบการณ์เพราะงั้นการป้องกันควรเป็นหน้าที่ผม

แต่เมื่อคืนเป็นครั้งแรกที่ผมขาดสติและขาดการยับยั้งการควบคุมตัวเอง ตอนโอบเธอเข้าสู่อ้อมกอด ผมรู้สึกถึงความปรารถนาอย่างร้อนแรง นอกจากฝังกายลงในตัวเธอและสัมผัสกับความอ่อนนุ่มหวานล้ำของเธอแล้ว สมองของผมก็ไม่เหลือความคิดอื่นอีกเลย...

หลังจากที่ตั้งคำถาม เสียงพิมพ์คีย์บอร์ดก็ชะงักลง ไม่เว้นแม้แต่ไอ้คุณก็ยังหยุดมือด้วย

“อะไรนะ!” ไอ้ก่อยื่นหน้าเข้ามาใกล้ “อย่าบอกนะว่ามึงพลาดไม่สวมถุงยาง!

ถามไอ้ไนน์ แต่ไอ้ตัวเสือกประจำกลุ่มกลับตั้งคำถามขึ้นมาซะนี่

“กูถามไอ้ไนน์”

“ถามใครก็เหมือนกันนั่นแหละ บอกมาก่อนว่ามึงพลาดไม่ได้สวมถุงยางใช่มั้ย?”

“อืม”

“แล้วกับใคร” ไอ้คุณเป็นคนถาม

“แฟน”

“แฟน?” ไอ้ไนน์เพิ่งจะอ้าปากผลัดกันพูด “มึงคบกับเธอคนนั้นแล้วเหรอ”

“อืม” ผมพยักหน้า “เมื่อวาน”

“เมื่อวาน?” เมื่อได้ฟัง คิ้วทั้งสองข้างของไอ้ก่อก็เลิกขึ้นจนเกือบจะถึงหน้าผาก “เดี๋ยวนะ มึงเพิ่งจะคบกับน้องเค้าเมื่อวาน แต่ก็จัดหนักโดยไม่สวมถุงยางเลยอะนะ”

“...” คราวนี้ผมไม่ตอบ ไม่ขยับ รักษาท่าทีไว้เหมือนเดิม เพียงแต่มองไปตรงโน้นทีตรงนี้ที

“นี่คือปมของปัญหาที่มึงไม่ได้ขยับมือมาตั้งนานอย่างนั้นเหรอ” ไอ้ก่อหัวเราะ “มึงกำลังคิดมากเรื่องพลาดไม่สวมถุงยางอยู่สินะ”

“เปล่า” ผมส่ายหน้า “กูปล่อยนอก”

แต่ถึงจะพูดแบบนั้น ปมปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงนี้

เพราะเธอไม่ได้รู้ด้วยว่าหลังจากเราร่วมรักกันแล้ว ผมทำอะไรกับตัวเอง และใช่ ผมก็ไม่ได้อธิบายถึงเรื่องนี้ด้วย

“แต่ปล่อยนอก มันก็ใช้มาเป็นข้ออ้าง ว่าพลาด ว่าลืม ว่าไม่สวมถุง ไม่ได้ไม่ใช่เหรอวะ”

“แต่กูเข้าใจมันนะ” ไอ้ไนน์เอ่ยเนิบๆ “เพราะบางครั้งเวลาที่บรรยากาศพาไป อะไรเป็นใจ ก็ลืมตัวไม่สวมเหมือนกัน”

“มึงก็เคย?” ผมหันไปมองทางไอ้ไนน์ทันที มันเป็นคำถามที่ผมอยากรู้มาตั้งแต่ต้น

“อืม” ไอ้ไนน์พยักหน้า “บางครั้งตอนอยู่ในห้องน้ำ”

ไม่ใช่เล่นๆ ไอ้ไนน์ผู้เพิ่งหลุดออกมาจากการจำศีลก็เคยมีเซ็กซ์กับผู้หญิงในห้องน้ำ

“เดี๋ยวก่อนๆ” ไอ้ก่อโบกมือตรงกลางระหว่างใบหน้าของผมกับไอ้ไนน์ “พวกมึงอย่าเพิ่งลงรายละเอียดเรื่องนี้”

“...”

“คืออย่างมึงน่ะไอ้ไนน์ ผู้หญิงที่มึงมีอะไรด้วยน่ะ เป็นผู้หญิงคนแรกของมึง เป็นแฟนคนแรก และคนปัจจุบันซึ่งก็คงจะเป็นคนสุดท้ายในชีวิต เพราะงั้นเรื่องใส่ไม่ใส่ถุงยางกูพอเข้าใจได้ แต่กับไอ้เหี้ยนายน่ะ มันไม่ใช่แบบมึง ไม่ใช่หมีจำศีลที่ถึงขนาดกูต้องให้ถุงยางเป็นของขวัญวันเกิด เพราะงั้นกูก็เลยสงสัยว่าทำไมมันถึงพลาดไม่สวมถุงยางได้”

พล่ามมาตั้งนาน ก็แค่จะถามว่าทำไมผมถึงไม่สวมถุงยางสินะ  

“เพราะเป็นแฟน”

ก็เหมือนในกรณีไอ้ไนน์ ทำไมแค่นี้ก็คิดไม่ได้ ทั้งๆ ที่เมื่อกี้ก็เพิ่งบอกว่าคบกันแล้ว

พูดออกมาเอง ยังจะย้อนถามออกมาอีก โง่สมเป็นไอ้ก่อเวรจริงๆ

“แต่เป็นแฟนกันมันไม่ได้แปลว่าในอนาคตจะไม่เลิกกันนี่”

“ทำไมถามกูแบบนี้” ผมเลิกคิ้วก่อนจะย้อนถาม “ทำไมไม่ถามไอ้ไนน์ด้วยคำถามเดียวกัน”

“ก็เพราะกูรู้ไงว่าไอ้ไนน์น่ะมันรักผู้หญิงคนเดียวมาตลอด เพราะงั้นมันไม่มีทางเลิกกับเธอแน่”

มันก็จริงที่ไอ้ไนน์มันแอบชอบแฟนของมันมาตั้งแต่สมัยมัธยม แต่ทำไมกับผมมันถึงคิดว่าจะเลิกล่ะ

ต่อให้ผมไม่เคยรักใครมาก่อน แต่ก็ใช่ว่าจะคบกับผู้หญิงมากหน้า และก็ใช่ว่าจะรักใครไม่เป็นนี่

“แล้วทำไมคิดว่ากูต้องเลิก” ผมย้อนถามเสียงเย็นชา “ถึงจะไม่เคยรักใครมาก่อน แต่ในอนาคตจะรักไม่ได้?”

“ก็นั่นไง” ไอ้ก่อยกนิ้วชี้หน้าผม “มึงพูดออกมาเองนี่ว่ามันเป็นเรื่องในอนาคต”

“แล้ว?”

“เพราะมึงไม่เคยรักใครมาก่อนไง ในอนาคตมึงอาจจะไม่ได้รักน้องเค้าก็ได้ไม่ใช่เหรอวะ”

“แล้วทำไมคิดว่าจะไม่รัก”

“เอ่อ...” เมื่อถูกย้อน ไอ้ก่อถึงกลับไปไม่เป็น “กูก็ไม่รู้ เพราะกูไม่เคยเห็นมึงรักใคร ไม่เคยเห็นมึงให้ความสนใจอะไรนอกจากมอเตอร์ไซค์เลยนี่หว่า”

“...”

“อีกอย่างคนเราคบกันน่ะมันก็มีเหตุผลล้านแปดที่จะเลิกกันอยู่แล้ว ถึงกูจะพูดแบบนั้น แต่ไอ้ไนน์เองก็เหมือนกัน ถึงมันจะรักผู้หญิงคนเดียวมาทั้งชีวิต แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายจะรักมันไปตลอดชีวิตใช่ไหมล่ะ”

“อย่ามาแช่ง” ไอ้ไนน์นิ่วหน้าไม่พอใจ “กูไม่เลิก”

“กูไม่ได้แช่ง กูก็แค่พูดเผื่อไว้” ไอ้ก่อส่ายหน้าเบาๆ “เพราะเราไม่สามารถทำนายอนาคตได้หรอกว่าเรื่องราวมันจะเป็นยังไง ขนาดคู่รักที่คบกันมาเป็นสิบๆ ปี แต่พอแต่งงานไม่ถึงปีกลับเลิกกันก็มีไม่ใช่เหรอ”

ก็จริง...

คำพูดของไอ้ก่อดูเป็นเหตุเป็นผลมากที่สุด

แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ คำพูดเหล่านี้หลุดออกมาจากปากของไอ้ผู้ชายที่ไม่คิดจริงจังและลงเอยกับใครอย่างก่อการ

“เอาเป็นว่าไอ้เหี้ยนาย” ไอ้ก่อยกนิ้วชี้จิ้มหน้าผากผม “ในกรณีมึงที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองคิดยังไง มึงต้องป้องกัน อย่าทำอะไรที่เราต้องมาเสียใจภายหลัง”

“ไม่เสียใจหรอก” ผมส่ายหน้า

“ทำไมวะ”

“เพราะกูไม่คิดเลิก” ผมเน้นย้ำ “ในหัวไม่มีคำว่าเลิก”

“ทำไมมั่นใจขนาดนั้น” ไอ้ก่อพ่นลมออกจมูก “ไอ้คนที่ขนาดตั้งคำถามว่าเวลาใจเต้นเป็นยังไง แล้วใจจะเต้นตอนไหนอย่างมึงน่ะ จะมั่นใจได้ยังไงว่าจะไม่เลิก”

“เพราะคนอย่างกูถ้าให้ความสนใจใครแล้ว จะไม่มีทางเปลี่ยนใจเป็นอันขาด”

ในอนาคตต่อให้ผมยังไม่รู้ใจตัวเอง แต่ผมแน่ใจอย่างหนึ่งว่าผมจะไม่เลิกง่ายๆ 

อยู่เป็นโสดมาจนป่านนี้ แล้วพอมีแฟนจะให้เลิกง่ายๆ น่ะ มันไม่มีทางเป็นไปได้หรอก

เพราะผมต้องแน่ใจในทุกสิ่งอย่าง ถึงได้ขอคบกับเธอไงล่ะ

“เอ๊ะ? ก็...”

“มึงพูดเองนี่ว่านอกจากมอไซค์กูก็ไม่เคยสนใจอย่างอื่น” ผมจ้องหน้ามันนิ่ง ทำไมต้องให้อธิบาย ทำไมต้องให้พูดยาวๆ มันเหนื่อยเข้าใจมั้ย “ตอนนี้กูมีสิ่งที่ให้ความสนใจเพิ่มขึ้นมา”

“แต่มันก็เป็นแค่สิ่งที่มึงสนใจเพิ่มขึ้นมา” ไอ้ก่อย้อนคำพูดผมด้วยสีหน้ากวนประสาท “มันไม่ได้แปลว่ามึงจะชอบสิ่งนั้นไม่ใช่หรือไงวะ”

“นี่ไอ้ก่อ” ไอ้คุณเงียบฟังอยู่นานก็เอ่ยปากขึ้นมา 

“อะไร”

ทำไมต้องไปทำเสียงแข็งใส่เพื่อน 

หรือโกรธที่ตัวเองเป็นโสดอยู่คนเดียว?

“ทำไมมึงเอาแต่ตั้งคำถามโง่ๆ”

“ด่ากูโง่อีกแล้วนะ”

“ก็มึงโง่จริง”

“กูโง่ยังไง” 

“ก็มึงเพิ่งจะพูดออกไปหยกๆ ว่าไอ้นายมันสนใจแต่มอไซค์ ไม่เคยสนใจอย่างอื่น”

“ก็ใช่” ไอ้ก่อพยักหน้า แต่ยังคงตามไม่ทัน “แล้ว?”

“เพราะงั้นก็แสดงว่ามัน ชอบ’ มอเตอร์ไซค์มันถึงได้ สนใจ’ ถูกมั้ย?”

“อ่า...” ไอ้ก่อถึงกับอ้าปากหวอ “งั้นแสดงว่ามันก็ต้องชอบน้องเค้าบ้างแหละถึงได้ให้ความสนใจสินะ...สินะ”

จะพูดสินะซ้ำสองรอบทำไม

“เออ” ไอ้คุณพูดพลางเหล่ตามองมาทางผมเล็กน้อย “แค่มันสะกดคำว่า ชอบ’ เป็นคำว่า สนใจ’ ก็แค่นั้นแหละ”

บางทีผมก็เกลียดไอ้พาคุณที่ฉลาดกว่าคนอื่น

“อืม กูเข้าใจแล้ว” ไอ้ก่อถึงกับแสยะยิ้มเหยียด “สมกับเป็นคำพูดของไอ้คนเข้าใจยากจริงๆ”

“มันไม่ได้เข้าใจยาก แต่มึงต่างหากล่ะที่โง่ไม่ทันมันเอง”

“ไอ้คุณ!” ไอ้ก่อตะโกนหน้า “มึงด่ากูโง่จนกูจะคิดว่าตัวเองโง่อยู่แล้วนะ!

“ก็โง่จริงจะเถียงทำไม” คราวนี้ไอ้ไนน์เป็นฝ่ายพูด

“โอ๊ย...” จู่ๆ ไอ้ก่อก็ยกมือขึ้นจับอกด้านซ้ายของตัวเอง “โดนไอ้ไนน์ด่าแล้วมันจุกในอกเหลือเกิน...”

“เฮ้อ...” ไอ้ไนน์ถึงกับถอนหายใจเฮือกออกมา “ไร้สาระ”

อืม...เห็นด้วย

“แต่สรุปคือไอ้เหี้ยนายแม่งก็ชอบน้องเค้าแหละ แต่ทำมาเป็นพูดว่าสนใจสินะ”

“...” ก็ยังมีคำว่าสินะอยู่ดี

“นั่นแน่...” ไอ้ก่อพูดอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง “ไม่เถียงซะด้วย”

ขี้เกียจ เหนื่อย ไม่ได้นอน ปวดหัว มึน จะตายแล้ว...

“เอาเป็นว่ากูขอถามอีกครั้ง มึงแน่ใจนะว่าจะไม่มีวันเลิก?”

ยังไม่จบอีก...

“อืม” ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “แน่ใจเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์”

“เดี๋ยวนะ...” ไอ้ก่อนิ่วหน้า “มึงจะเหลืออีกหนึ่งเปอร์เซ็นต์เอาไว้ทำไม”

ผมยกมือขึ้นเท้าคางก่อนจะเอ่ยเนิบๆ “เผื่อเธอเป็นฝ่ายเลิกไง”

“มึงเผื่อให้น้องอมยิ้มแค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์เนี่ยนะ!?” 

“ใช่” ผมยักไหล่เล็กน้อย “เพราะหนึ่งเปอร์เซ็นต์ที่ว่ากูไม่สน”

“ถ้าไม่สนแล้วจะเหลือหนึ่งเปอร์เซ็นต์ไว้ทำเพื่อ”

“เพื่อให้ดูหล่อ”

ก็ว่าไปนั่น...

“พูดออกมาได้” ไอ้ก่อคว่ำปาก “อยากจะแหมไปถึงดาวอังคาร”

“เอาสิ” ผมพยักหน้า “ถ้าทำได้นาซ่าจะได้ปั้นควายทองคำแจกมึงเลย”

“กวนส้นตีนไม่เลิกเลยนะมึงนะ” ไอ้ก่อย่นจมูก “รู้งี้ไม่ให้คำปรึกษาเสียก็ดี”

ที่พูดมาทั้งหมดนั่นคือให้คำปรึกษา? 

เวลานี้ผมไม่ได้สนใจไอ้ก่ออีกแล้ว เพราะกำลังหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา จากนั้นถ่ายรูปหน้าจอโน้ตบุ๊กกับกองกระดาษที่อยู่ข้างกัน 

มุมนี้น่าจะโอเค...

และเพราะการกระทำที่อยู่เหนือความคาดหมายนั้นจึงเรียกสายตาจากพวกเพื่อนๆ ในทันที

“มึงทำอะไร”

“ถ่ายรูป”

พูดจบผมก็กดเข้าแอปพลิเคชันไลน์และกดไปยังรายชื่อที่คุยล่าสุด

“นั่นแหละ มึงถ่ายรูปทำไม” ไอ้ก่อนิ่วหน้า “ปกติแค่จะหยิบโทรศัพท์ออกมากดรับสาย มึงยังไม่ค่อยจะหยิบมันออกมาเลยนะ”

“เพราะจะส่งไลน์ไง” ผมตอบ

“แล้วจะส่งไลน์หาใครล่ะวะ” ไอ้ก่อเกาหัวแกรกๆ “ถ้าจะบอกส่งหาพวกกูก็ไม่น่าจะใช่ เพราะก็อยู่ที่นี่กันครบ”

ผมเลือกที่จะไม่ตอบคำถาม เพราะกำลังตั้งใจกดส่งรูปที่ถ่ายไปเมื่อกี้ เพราะถ้ากดพลาดไปนิดเดียว ได้ส่งรูปท่อไอเสีย หมวกกันน็อก และมอเตอร์ไซค์แน่

และพอส่งรูปเสร็จ ผมก็วางโทรศัพท์ไว้ที่เดิม

“เสร็จแล้ว?” คราวนี้ไอ้ไนน์เป็นคนถาม

“อืม” 

“แต่กูไม่เห็นมึงพิมพ์ไร” 

“ก็แค่ส่งรูปไง” ผมนิ่วหน้าเหลือบตาไปมองไอ้ไนน์เล็กน้อย “ส่งในไลน์”

“ก็นั่นแหละ” ไอ้ไนน์ถึงกับนิ่วหน้า “มึงไม่ได้พิมพ์ไร เห็นแค่กดส่งรูป”

“ก็ส่งรูปให้ดูว่ากำลังทำอะไรไง”

มันเข้าใจยากตรงไหน ก็แค่กดส่งรูป ไม่ได้คิดจะพิมพ์อะไรอยู่แล้วนี่

“อะไรของมึง” 

คราวนี้ไอ้ไนน์กับไอ้ก่อถึงกับโพล่งพูดออกมาพร้อมกัน

“นี่มึงพูดมากจนเพี้ยนหรือนอนไม่พอกันแน่วะ”

ต้องพูดว่ายังไม่ได้นอนตั้งแต่เมื่อคืน พ่วงมาจนวันนี้ต่างหาก

“สองอย่าง”

ผมเอ่ยแค่นั้นก็เงียบไป ร่างกายแทบจะไม่ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว ความเหน็ดเหนื่อยทำให้ความง่วงถามหาอย่างรวดเร็วและรุนแรง

ง่วง...

เมื่อคืนไม่ได้นอน แถมยังออกแรงเยอะ ตอนนี้สติเริ่มบินหายราวกับมันมีปีกเป็นของตัวเอง 

“ว่าแต่พอได้คบกันแล้ว หัวใจมึงเต้นแรงขึ้นบ้างปะ”

“อืม เหมือนคานคอนกรีตเสริมใยเหล็ก”

“หา?”

“เหล็กสองหุนมีหนึ่งหัวใจ”

“พูดเหี้ยไรของมึงเนี่ย!” 

“กูว่ามันไม่ไหวแล้วแน่ๆ” 

“อืม” เหมือนจะได้ยินเสียงของไอ้ไนน์ที่พูดพร้อมกับลุกขึ้นจากเก้าอี้ “เดี๋ยวมา”

ไม่รู้ว่าไอ้ไนน์กำลังไปไหน เพราะผมไม่มีแก่ใจจะหันไปมองหรือถามด้วยซ้ำ ตอนนี้แค่จะพยุงให้หัวไม่เอียงซ้ายเอียงขวาก็แย่มากพอแล้ว

ฟุบหน้าหลับไปสักงีบดีไหมนะ

ตุบ!

เสียงวางถุงพลาสติกดังขึ้น

“นี่ไอ้ไนน์ มึงซื้อมาโด๊ปอย่างกับคนขับรถสิบล้อเลยนะ” ไอ้ก่อกวาดตามองเครื่องดื่มชูกำลัง กาแฟกระป๋อง และน้ำอัดลมที่ไอ้ไนน์หอบมาเต็มถุง “กะจะเอาให้ตาค้างเลยหรือไง”

“มึงก็ดูสภาพไอ้นายก่อนสิ” ไอ้ไนน์พูดพลางวางขวดเครื่องดื่มชูกำลังตรงหน้าผม “พูดไม่รู้เรื่องแล้ว”

“อืม...วิญญาณจะออกจากร่าง” ผมแหงนหน้าพลางบิดฝาขวดก่อนจะดื่มพรวดเดียวหมด “ตอนนี้สมองมีหลายเรื่องตีกันจนแยกไม่ออกว่าเรื่องไหนเป็นเรื่องไหน”

“กูว่าแม่งง่วงจริง” ไอ้ก่อถึงกับหลุดหัวเราะ “พูดยาวไม่พอ แถมพูดเหมือนคนเมาอีก”

“แต่น่าจะสลับกัน” ไอ้คุณมองผมก่อนจะหัวเราะเบาๆ “เพราะเวลาเมามันเงียบยิ่งกว่าเงียบ”

“จริง”

เอาเหอะ...ตอนนี้พอโด๊ปเครื่องดื่มชูกำลังเข้าไป สมองผมเริ่มกลับมาทำงานนิดหนึ่งแล้ว ไม่ง่วงจนอยากจะฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะแล้ว เพราะงั้นเร่งทำบทนี้ให้เสร็จก่อนแล้วกัน

ผมเริ่มลงมือทำวิจัย ส่วนไอ้ก่อที่เห็นเพื่อนๆ ไม่มีใครสนใจตัวเองแล้ว มันก็พ่นลมออกจมูกอย่างแรง จากนั้นก็เริ่มใช้นิ้วกดไปบนแป้นพิมพ์

เวลานี้ไม่มีบทสนทนาใดๆ อีก มีเพียงแค่เสียงพิมพ์แป้นคีย์บอร์ดกับควันบุหรี่จากตรงโน้นตรงนี้เท่านั้น 

แต่ทว่าเมื่อผมเริ่มลงมือจู่ๆ ก็มีเสียงเรียกดังขึ้นจากด้านหลังของพวกเรา

“พี่นาย...”

แต่ผมกับไนน์ไม่ได้หันไปมอง สายตาเอาแต่จ้องอยู่บนหน้าจอแอลซีดี

“พี่นายคะ!

เสียงเรียกดังขึ้นมากกว่าเดิม

“น้องเรียกคนไหนอะ” ไอ้ก่อรีบเสนอหน้า ดูท่าทางระริกระรี้ของมันแล้ว คาดเดาได้ไม่ยากเลยว่าผู้หญิงที่ส่งเสียงอยู่ด้านหลังต้องมีหน้าตาตรงกับสเปกของมันแน่ “หมายถึงไอ้ไนน์หรือว่าไอ้นายล่ะครับ”

ใช่แล้วล่ะ เพราะมันเป็นแบบนี้มาตลอด ด้วยความที่ชื่อของเราออกเสียงเหมือนกัน สมัยก่อนเวลามีคนเรียก พวกผมก็จะหันไปพร้อมกัน แต่พอเป็นแบบนี้หลายๆ ครั้งเข้า พวกผมจึงตัดสินใจไม่หันไปอีกเลย

“พี่นายคนนี้ค่ะ”

ผมไม่รู้ว่าคนด้านหลังชี้มาทางใคร เพราะผมกับไอ้ไนน์นั่งอยู่ฝั่งเดียวกัน เพราะงั้น...

“ไอ้เหี้ยนาย น้องเค้าเรียกมึงน่ะ”

เป็นผมนั่นเอง...

ก็รู้หรอกว่าคงจะไม่ใช่ไอ้ไนน์ เพราะไอ้ไนน์มีแฟนและคบกันมาเป็นปีแล้ว และถึงจะเรียนอยู่กันคนละมหาลัย แต่ก็เป็นที่รู้กันไปทั่ว ส่วนผมยังไม่มีใครรู้ แม้จะมีเรื่องซุบซิบในวันที่ผมขับมอเตอร์ไซค์ไปจอดหน้าตึกคณะคณะดุริยางค์-นาฏศิลป์ และมีนักศึกษาหญิงคนหนึ่งนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ออกไปจากถนนหน้าตึก แต่มันยังไม่มีใครรู้ว่านักศึกษาสาวคนนั้นเป็นใคร วันนั้นไม่มีใครได้เห็นหน้า และไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อ...

และแล้วผู้หญิงที่เอ่ยเรียกก็เดินมาหยุดยืนข้างๆ ร่างไอ้ก่อ ผมเหลือบตาขึ้นมองเล็กน้อย แล้วก็กลับมาจ้องบนหน้าจอโน้ตบุ๊กต่อ เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรน่าสนใจให้มองซ้ำ

“คือว่า...พี่นายพอจะมีเวลาสักครู่ไหมคะ”

“ไม่มี” ผมตอบอย่างไม่แยแสแล้วตั้งหน้าตั้งตารัวพิมพ์คีย์บอร์ดต่อไป

“ไอ้นาย...” ไอ้คุณเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อยเหมือนกำลังบอกผมว่า ตอบๆ ไปเถอะ อย่าเสียเวลา’ อะไรทำนองนี้

ก็ได้... ตอบๆ ไปก็ได้ เพราะถ้าไม่ตอบผู้หญิงคนนี้ก็คงหาเรื่องยืนอยู่ตรงนี้ และก็อาจเรียกร้องความสนใจจากไอ้ก่อ จนทำให้มันไม่ได้งานแน่

เสียงคีย์บอร์ดหยุดลงแล้วแต่สายตาของผมยังคงหยุดอยู่ที่หน้าจอโน้ตบุ๊ก “มีไรพูดตรงนี้”

“จะให้พูดตรงนี้เลยเหรอคะ?”

ผมเงยหน้าขึ้นมองด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึกใดๆ ผู้หญิงคนนี้บิดลำตัวเล็กน้อย และใช้ปลายนิ้วยกทัดผมไปไว้หลังใบหู

ทำท่าอะไร จะพูดก็รีบพูด คนยิ่งง่วงๆ อยู่ด้วย

เธอกวาดตามองไปทางไอ้ไนน์แวบหนึ่ง ก่อนจะเม้มปากเล็กน้อย “คือพี่มีแฟนแล้วหรือยังคะ”

ดี ถามเข้าประเด็นแบบนี้ค่อยน่าตอบ

หลังจากกวาดตามองอีกฝ่ายแวบหนึ่ง ผมก็เอ่ยเสียงเรียบ “มีแล้ว”

“มะ...มีแล้ว” เสียงของเธออึกอัก “พี่นายมีแฟนแล้วเหรอคะ”

หูหนวกเหรอ ก็ตอบชัดแล้วนี่

“ใช่”

“แฟนจริงๆ เหรอน่ะเหรอคะ?”

ทำไมชอบถามอะไรโง่ๆ มีแฟนจริงๆ เหรอ แฟนจริงๆ อะนะ

คนอย่างผมไม่จำเป็นต้องมีแฟนหลอกๆ มันเสียเวลา

“ใช่” 

“ตั้งแต่เมื่อไหร่...พี่นายมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”

ชักไม่สบอารมณ์แล้ว

“ฉันไม่จำเป็นต้องบอกเธอ” ผมเอ่ยพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึมมากกว่าเดิม “มีไรอีกมั้ย?”

“มะ...ไม่มีแล้วค่ะ” เธอคงตกใจกับคำพูดและสีหน้าเย็นชาของผมจนพูดติดอ่างขึ้นมาทันที

“ฉันจะทำงาน” ผมเอ่ยไล่โดยไม่มีคำว่า ไล่’ ด้วยใบหน้าไร้อารมณ์เช่นเดิม

“ขะ...ขอโทษค่ะ” เธอก้มหัวก่อนจะรีบหมุนตัวเดินจากไปทันที

“น่าเสียดาย” ไอ้ก่อส่ายหน้า “ชอบใครไม่ชอบ มาชอบไอ้ก้อนหินไร้อารมณ์แบบมึงเนี่ย!

“แรงไป” ผมก็ไม่ใช่จะไร้อารมณ์ขนาดเป็นก้อนหินสักหน่อย 

“แล้วมึงนี่อะไร อย่างน้อยๆ ถามชื่อเธอหน่อยก็ดีนะ”

ทั้งๆ ที่ก็รู้ว่าผมไม่มีทางอ้าปากถาม จะพูดแบบนี้ออกมาทำไม

“เพื่อ?”

“เพื่อกูไง”

“อยากรู้ก็วิ่งตามไปสิ”

“ตามไปแล้วได้อะไร” ไอ้ก่อแสยะยิ้มเหยียด “น้องเค้าไม่ได้ชอบกูซะหน่อย”

“...”

“จะว่าไป...มึงจำน้องปีหนึ่งที่ชื่ออลินได้ปะ”

“ไม่ได้”

“เฮ้ยจะจำไม่ได้ได้ไง น้องอลินดาวมหาลัย ที่น่ารักๆ คนที่เคยชอบมึง เคยมาตามตื้อมึงเป็นเดือนๆ ไง”

“ไม่ล่ะ จำไม่ได้”

กระทั่งชื่อ หรือแม้แต่ใบหน้า ไม่มีอยู่ในหัวสมองของผมเลย

“อะไรวะ” ไอ้ก่อเกาต้นคอของตัวเอง “เอาเหอะ แต่ตอนนั้นกูสงสัยมาก คือน้องเค้าน่ารักมาก หนุ่มๆ ในมหาลัยต่างก็เข้าไปจีบ แต่ทำไมมึงถึงไม่สนใจหรือแบบคบกับน้องเค้าไปอย่างผู้ชนะ”

“คบไปอย่างผู้ชนะ?” 

“ก็ไอ้แบบได้เป็นแฟนกับสาวน่ารักซึ่งเป็นที่หมายปองของบรรดางูเห่า มึงจะได้กลายเป็นผู้ชนะไง”

“ไม่ล่ะ” ผมเอ่ยเรียบๆ “ไม่จำเป็น”

“แต่น้องอลินน่ารักมากนะ น้องคนเมื่อกี้ก็น่ารัก”

สมมติว่า...น่ารักก็จริง

“หา?” ไอ้ก่ออ้าปากหวอ คงงงว่าทำไมต้องมีคำว่าสมมติ สมมติว่าน่ารัก?”

แต่ น่ารัก’ กับ คบเป็นแฟน’ มันเกี่ยวข้องกันยังไง

“เกี่ยวสิ” ไอ้ก่อพยักหน้าหงึกๆ “ก็ประมาณว่าเห็นแล้วน่ารักจนอยากคบเป็นแฟนไง”

“...”

“อะไร อย่าบอกนะว่าที่มึงคบกับน้องอมยิ้มไม่ใช่เพราะมองแล้วน้องเค้าน่ารักน่ะ”

“ก็ไม่ใช่” ผมส่ายหน้าพลางกระตุกมุมปากขึ้นเล็กน้อย

“งั้น...”

“เพราะเซ็กซี่ต่างหาก”

อี๋!” ไอ้ก่อลูบแขนทั้งสองข้างพูดออกมาได้ ไอ้หื่นเอ๊ย!

ไม่ได้เรียกหื่น” ผมส่ายหน้าไม่เห็นด้วย เรียกว่าระบบสืบพันธุ์ดีเยี่ยมต่างหาก

โอ๊ย! ให้ตายเหอะ” ไอ้ก่อถึงกับยกมือขึ้นยีหัวตัวเองจนยุ่ง ถึงตอนนี้มึงจะพูดมากขึ้น แต่นับวันกูยิ่งปวดหัวกับคำพูดของมึงเหลือเกิน...

แต่มึงเองก็ยังพูดมาก และมากขึ้นเหลือเกินเช่นกัน

มึงอย่าเพิ่งโวยวาย” ไอ้คุณเงยหน้าขึ้นมามอง

อะไรอีกล่ะ จะด่าอะไรกูอีก

ปัญหาตอนนี้ของไอ้นายน่ะ

ไอ้นายไหนอีกล่ะ” ไอ้ก่อกวาดสายตามองผมทีมองไอ้ไนน์ที ไอ้ตัวสองร้อยหรือไอ้ตัวสองพัน

เฮ้อ...” เป็นครั้งแรกที่ไอ้คุณถอนหายใจ และก็ไม่ได้สนใจที่จะตอบคำถามของไอ้ก่อ แต่หันมาพูดกับผมด้วยสีหน้าจริงจัง เมื่อกี้มึงเพิ่งประกาศตัวออกไปว่ามีแฟน อีกไม่นานคงได้ลือกันไปทั่วมหาลัยแน่

แล้ว?”

ผมไม่เข้าใจ ปัญหามันอยู่ตรงไหน ก็แค่ผมมีแฟนเนี่ย

แล้วอะไรล่ะ ก็ผู้หญิงที่เคยมาจีบมึง หรือแอบเล็งมึงเอาไว้ต้องตามหาแฟนของมึง อยากรู้ว่าแฟนมึงเป็นใครยังไงล่ะ

อ้อ...” ผมพยักหน้าแต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี แล้วมันยังไง

ก็จากนี้เด็กมึงคงหาความสงบสุขไม่เจอแน่

ไม่หรอก” ผมส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย โตกันแล้ว

เรียนมหาลัยแล้วคงไม่ไปหาเรื่องเหมือนเด็กๆ หรอก

ไอ้นาย...” ไอ้ก่อโบกมือไปมาตรงหน้าผม มึงอย่าเถียงไอ้คุณเรื่องนี้ เพราะมันเคยเจอเรื่องอย่างนี้มาแล้ว

แต่มันคนละคนกัน” ผมนิ่วหน้าอย่างไม่เห็นด้วย

ใช่แล้ว ไอ้คุณมันต่างจากผมก็ตรงที่ก่อนมันจะคบกับน้องเจ้าเอ๋ย มันก็คบกับคนนั้นคนนี้ แทบจะทั่วทุกคณะฯ ส่วนผมไม่เคยคบใครในมหาลัยนี้ ไม่สิ...ไม่เคยเกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนไหนในมหาลัยนี้ แล้วทำไมจากนี้เธอจะหาความสงบสุขไม่เจอด้วยล่ะ

ก็เพราะว่าเราไม่สามารถคาดเดาความคิดและอารมณ์ของผู้หญิงได้ไง” ไอ้คุณพูดด้วยสีหน้าเป็นกังวล พวกเธอจะตั้งคำถามว่า ทำไมไม่เป็นฉัน’ ‘ทำไมพี่นายถึงได้คบกับผู้หญิงคนนั้น’ ‘เธอคนนั้นมีอะไรดี ทั้งๆ ที่เขาปฏิเสธผู้หญิงทุกคน’ อะไรแบบนี้ไง

ใช่ เพราะมึงเพิ่งมีแฟนคนแรก เป็นคนแรกที่มึงคบหา เพราะงั้นทุกคนต้องพุ่งเป้าให้ความสนใจไปที่น้องอมยิ้มอย่างแน่นอน

แบบนี้นี่เอง

แล้วหนูจะไม่โดนฝูงงูสาวฉกแน่นอนใช่มั้ย?’

เข้าใจแล้ว สิ่งที่ผมสงสัยตอนนั้น สิ่งที่เธอหมายถึงก็คือแบบนี้นี่เอง

แล้วกูต้องทำไง

มีอยู่สองทางเลือก” ไอ้คุณพูดพร้อมกับชูสองนิ้ว หนึ่งก็คือแอบคบกันโดยไม่ให้ใครรู้ โดยที่ตอนอยู่ในมหาลัยก็ทำเหมือนเป็นคนอื่น และสองก็คือเปิดตัวไปโดยไม่ต้องสนใจอะไร แต่ก็แค่ต้องคอยดูแลให้มากกว่าปกติ

แต่ละตัวเลือก...” ผมถอนหายใจเฮือก ยุ่งยากชะมัด

ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากปกป้องเธอหรอกนะ แต่แค่คิดว่าบางครั้งเราก็ไม่สามารถตามติดไปได้ตลอด ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงทำโปรเจกต์แล้วด้วย เฮ้อ...เอาไงต่อดีล่ะ

 

[End Talks]

 

 

 

 

 

 






[Updates...Full%]

1 เม้นต์ 1 กำลังใจ

"..."



ทวิตติดแท็ก #ยิ้มของนาย



Z o n e Talks



ว้ายยยยยยยยย -,.-



........



พีเอส. บทพี่นายอาจจะอึนๆ มึนๆ

ไม่แน่ใจว่าไรต์แต่งตอนง่วง 

หรือเพราะคาแร็กเตอร์อีพี่นายเนี่ยมันมาจากไรต์กันแน่ อุแงๆๆๆๆๆ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.591K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,332 ความคิดเห็น

  1. #7315 M1N3__ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 14:29
    น่ารักกกก
    #7,315
    0
  2. #6676 stitchy2 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 08:47
    พี่นายสองร้อย
    #6,676
    0
  3. #6368 paryploy32 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 23:25
    พี่นายคนซึน คนที่ต้องมำให้ทเพื่อนมานั่งอธิบายให้ฟังทุกเรื่อง ขำพี่ก่อกัยพี่คุณมากอ่ะ ยอมใจการคุยกับพี่นาย 555555
    #6,368
    0
  4. #6304 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 08:37
    น้องเรียกคนสองร้อยหรือสองพันคะ
    #6,304
    0
  5. #6276 Jelly Mar'Z (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 22:26
    จริงน้องร้ายยย
    #6,276
    0
  6. #6260 Aqline09 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 21:21
    อิมเมจพี่ก่อเหมาะกับยุนฮยองจริงๆค่ะ พูดมากจนเห็นภาพ 55555555
    #6,260
    0
  7. #6214 KNOMKONM_WONG (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 19:37
    ฝูงงูเห่า ต้องไปหาตัวหนูท่อกินแน่ๆเลย
    พี่นายรีบไปหาน้องเดี๋ยวนี้เลยนะ
    #6,214
    0
  8. #6213 suti1991 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 19:30
    โอ้ยยยอิพี่
    #6,213
    0
  9. #6212 destinyzi (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 18:40
    ตอนตามน้องยังตามได้ตลอดเลยย
    #6,212
    0
  10. #6210 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 17:03

    หนักใจล่ะซิ

    #6,210
    0
  11. #6208 Lucky_k (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 16:52
    พี่ต้องดูแลน้องดีๆน้าาา หนีบไปด้วยทุกที่เลย55
    #6,208
    0
  12. #6207 Matissa (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 16:30
    พกน้องมาทำโปรเจกด้วยสิคะ55555
    #6,207
    0
  13. #6206 Supatra_ja (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 16:19
    อย่าบอกว่าจะหลบๆ ซ่อนๆ นะพี่นาย
    #6,206
    0
  14. #6205 Veniii (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 15:36

    ดูแลน้องดีๆนะพี่นาย


    #6,205
    0
  15. #6204 MinPark (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 15:26
    ทำไงดีพี่นายย
    #6,204
    0
  16. #6203 Bopazi (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 15:07
    เอาน้องมาอยู่ด้วยเลย ช่วงนี้มีคนตามน้องด้วย จะได้ปลอดภัย แต่ไม่รู้อยู่กับพี่นายจะปลอดภัยไหมเพราะอิพี่หื่น 555555
    #6,203
    0
  17. #6201 bennybungie (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 15:02
    งานจะเข้าน้องแล้วนะ
    #6,201
    0
  18. #6200 wipawann (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 14:51
    ข้อสองไปเลยพี่ สู้ๆนะ
    #6,200
    0
  19. #6198 Cream_2546 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 14:35
    พี่นายจะเอาข้อไหนค้า
    #6,198
    0
  20. #6197 comtoontrans (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 14:19
    ว๊ายยน่าฉงฉานอิพี่

    มีทางเลือกทิ3ป่าว ดุท่าทางพี่ต้องเหนื่อยไม่ว่าทางไหนอุอิๆ
    #6,197
    0
  21. #6196 wang2822 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 14:11
    ทำไมได้กลิ่นความดราม่าแว่วมาแต่ไกลนะ
    #6,196
    0
  22. #6194 JennyPakjira (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 13:27
    พี่นายจะเลือกอะไรน้า
    #6,194
    0
  23. #6193 R.SS (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 13:14
    ปกป้องน้องดีๆล่ะ อย่ามึนนะอย่ามึน55555
    #6,193
    0
  24. #6192 Kanijang_1630 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 13:11
    ไปจดทะเบียนสมรสดีไหมพี่นาย
    #6,192
    0
  25. #6191 wannisaLee (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 13:07
    คิดถึงยิ้มแล้วค่ะไรท์
    #6,191
    0