Hit me Hit you [E-Book]

ตอนที่ 20 : Hit me Hit you ; EP-19 : I’m seeing someone at the moment [Full%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 60,218
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6,200 ครั้ง
    17 มิ.ย. 63

ทวิตติดแท็ก #ยิ้มของนาย



EPISODE 19

I’m seeing someone at the moment



 แสงแดดทะลุผ่านม่านหน้าต่างหนาทึบเข้ามาเล็กน้อย เครื่องปรับอากาศในห้องทำความเย็นกำลังดีห่มแค่ผ้าผืนบางๆ ไว้ก็รู้สึกอุ่นสบาย

“อืม...”

ความระบมบริเวณท้องน้อยแล่นปราด บอกให้รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไม่ใช่ความฝัน

...เราสองคนกอดกันอีกครั้ง ทั้งที่ฉันคิดว่าตัวเองจะไม่ได้เจอกับเขาไปทั้งชีวิต

พอลืมตาหัวใจของฉันก็เต้นแรงขึ้นเมื่อพบใบหน้าคมคายได้รูปของพี่นายในระยะประชิด เขาหลับขณะเกี่ยวเอวฉันไปกอดไว้ราวกับหมอนข้าง

ใช่แล้ว...

แม้เขาจะไม่ได้ให้ฉันนอนหนุนแขนหลังจากทำเรื่องอย่างว่า แต่เราก็ไม่ได้ต่างคนต่างนอนเหมือนอย่างคืนนั้น

พอสถานะเปลี่ยน อะไรก็เปลี่ยนไปอย่างนั้นเหรอ...

แต่ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าการที่ผิวเปลือยเปล่าสัมผัสกันและกันจะชวนให้รู้สึกดีแบบนี้

ใบหน้าของเขาช่างดูดีจนน่าเจ็บใจ ดูกี่ครั้งฉันก็ยังคิดว่าเขาหล่อเกินไป

ขนตายาวเหมือนผู้หญิงเป็นแพหนาและดำขลับอย่างกับปัดมาสคาร่า ผิวเนียนละเอียด และมีไรหนวดขึ้นเล็กน้อย 

จะว่าไป ทำไมพี่นายถึงไม่ไปเป็นดารานะ

หน้าตาแบบนี้ เป็นไอดอลหรือดาราได้สบายๆ เลย

แต่ถ้าพี่นายเป็นดารา เวลาเขาพูดจะมีใครเข้าใจมั้ย?

อืม...คิดดูอีกทีไอ้ลุคแบบนี้คงไม่น่าจะเหมาะกับการเป็นคนสาธารณะหรอก

ฉันต้องเก็บกลั้นอาการอยากเอานิ้วไปสัมผัสแล้วก็นอนจ้องหน้าเขาอยู่แบบนั้น

ริมฝีปากได้รูปสวยดูชุ่มชื้น...มันทั้งนุ่มและร้อนผ่าว...

ทันทีที่คิดว่าริมฝีปากคู่นี้ปลุกเร้าฉันยังไง ใบหน้าก็ร้อนวาบจนแทบทนไม่ไหว

“มองไร”

ฉันตกใจกับเสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย พี่นายลืมตาขึ้นพร้อมกับมุมปากกระดกขึ้นอย่างร้ายกาจบนใบหน้า

“หนูทำให้พี่ตื่นเหรอ”

“เปล่า”

“เอ๊ะ?” ฉันนิ่วหน้าเล็กน้อย “อย่าบอกนะว่าพี่นายไม่ได้นอนเลย”

“อืม” เขาตอบเสียงเรียบ ไม่มีท่าทีง่วงงุนหรือสะลึมสะลือเลยแม้แต่น้อย

“ทำไมไม่นอนล่ะ ก็เมื่อคืน...” ฉันพูดต่อไม่ออก รู้สึกอับอายขึ้นมา

“เดี๋ยวหนี”

เอ่อ...แบบนี้นี่เอง

“แล้วถ้าหนูหนี...” ฉันอึกอัก “พี่คิดว่าหนูเคยหนีพ้นหรือไงคะ”

“ไม่” เขาส่ายหน้าเบาๆ “แต่ขี้เกียจตาม”

อืม...เข้าใจแล้ว

เขารวบเอวดึงฉันกลับไปกอด ฉันรีบตีมือนั้นเบาๆ แต่เขาก็ยังขยับมือลูบไล้ร่างกายของฉันอยู่ดี

มะ...ไม่นะ ทำไมรู้สึกแปลกๆ อีกแล้วล่ะ

“พี่นาย...” ฉันเรียกอย่างอึกอัก “เมื่อคืนน่ะ”

“ทำไม”

“ถุงยาง...” ฉันเว้นจังหวะพูดเล็กน้อย เพื่อดูปฏิกิริยาของเขาว่าควรจะพูดต่อดีหรือไม่ เพราะเมื่อคืนฉันถามเขาว่าใส่ถุงยางหรือยัง ทว่าเขากลับปฏิเสธบอกว่าไม่มี และยังบอกอีกว่าเป็นของเพื่อนอีก “ที่พี่บอกว่า ทำไปก่อน ไม่ท้องหรอก’ พี่มั่นใจได้ยังไงว่ามันจะไม่มีผลตามมา”

ขนาดสวมถุงยางยังไม่สามารถมั่นใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เลยนะ

“ก็ไม่ได้มั่นใจ” เขาเอ่ยเนิบๆ “แต่ไว้ถึงตอนนั้น...ฉันจะรับผิดชอบเอง”

ขณะจมกับความคิดว่าเขาจะรับผิดชอบแบบไหนหัวสมองก็ไพล่จินตนาการถึง การรับผิดชอบ’ ในทิศทางที่ไม่ดี หัวคิ้วขมวดย่นจนทำให้พี่นายต้องเอ่ยออกมาอีกประโยค

“ถึงตอนนั้นคงไม่มีทางเลือก เปลี่ยน คำนำหน้า’ ก็แล้วกัน”

เปลี่ยน คำนำหน้า’ นี่หมายถึงเปลี่ยนจาก นางสาว’ มาเป็น นาง’ น่ะเหรอ?

โอย...แค่พูดคำว่า แต่งงาน’ น่ะมันยากตรงไหน!

เดี๋ยวนะ...คำว่าไม่มีทางเลือกคืออะไรคะ?”

ก็ถ้าหากเกิดอุบัติทางกายภาพขึ้นมา ถึงตอนนั้นเราก็แต่งงานกัน

โอเค...เรียกร้องคำว่าแต่งงาน ไอ้คำนี้ก็มาทันที

พูดอย่างกับว่าถ้าหากหนูไม่ท้องก็จะไม่รับผิดชอบงั้นแหละ

แล้วตอนนี้ไม่รับผิดชอบยังไง” เขายื่นมือมาแตะริมฝีปากของฉันไม่ให้พูดต่อ ฉันพูดคำว่า รับผิดชอบ’ ตั้งแต่ชาติปางก่อนแล้วมั้ง

แหม...ทำมาเป็นพูดยาว แล้วไอ้ชาติปางก่อนน่ะมันก็โอเวอร์เกินไปแล้วมั้ง

แต่ก็รู้หรอกว่าที่เขาตามหาฉัน และคำแรกที่เราคุยกันเขาบอกว่า รับผิดชอบ

ฉันจ้องพี่นายหนักกว่าเดิม ทั้งยังทำแก้มป่องด้วยความขัดใจ แต่พอคิดว่าเป็นคำขอแต่งงานฉันก็อดยิ้มออกมาไม่ได้

บ้าจริง...มันก็แค่คำพูดเท่านั้น ทำไมฉันต้องเขินด้วยเนี่ย!

ว่าแต่...

“พี่นาย...” 

ฉันยังมีเรื่องติดใจสงสัยอยู่ 

“เวลามีเซ็กซ์น่ะ พี่ไม่สวมถุงยางบ่อยเหรอคะ”

ที่ถามน่ะเพราะนอกจากเรื่องท้องแล้ว มันยังมีเรื่องของโรคติดต่อทางเพศอีก

เฮ้อ...ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามาถามเอาตอนนี้มันยังทันอยู่หรือเปล่า แต่ก็นะ...ถามไปเถอะ

เขานิ่วหน้าลงเล็กน้อยก่อนจะตอบเสียงขรึม “ไม่เคย”

“อะไรนะ!” ฉันเบิกตาโพลง “ไม่เคยงั้นเหรอ!?”

อะไรกัน...ไม่เคยนี่หมายความว่าไม่เคยสวมหรือว่าไม่เคย...

แต่เอ๊ะ?

เขาไม่ได้ตอบคำถามของฉันนี่

ฉันถามว่าไม่สวมถุงบ่อย แต่ทำไมกลับตอบว่าไม่เคยล่ะ

“ไม่เคยไม่สวม”

อ้อ...

“แล้วทำไมกับหนูถึงไม่สวมล่ะ”

“ก็ไม่มีไง” เขาถอนหายใจเฮือก ทำท่าเหมือนตอนพูดว่าเหนื่อยที่จะตอบแล้ว “และเธอไม่ใช่กรณีทั่วไปมั้ง”

“ไม่ใช่กรณีทั่วไปนี่หมายความว่าไง”

“ช่างเถอะ”

อะไรกัน...บอกปัดกันง่ายๆ แบบนี้อีกแล้ว

เหอะๆๆ” ฉันหัวเราะก่อนจะบ่นพึมพำออกมา “แต่ยังไงก็พาผู้หญิงกลับมานอนด้วยบ่อยอยู่ดี

“...” 

เขาเงียบไม่ตอบ และตอนที่เขาดึงฉันไปกอด แววตาคู่นั้นร้อนแรงราวกับต้องการจุดเพลิงแห่งปรารถนาให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง ฉันรีบผลักแผ่นอกเขาออกเบาๆ

“ไม่ได้ค่ะ” ฉันเอ่ยเสียงเบาหวิว รู้สึกถึงกล้ามเนื้อหนั่นแน่นที่อยู่ใต้ฝ่ามือ ฉันยังจำรสชาติและรสสัมผัสจากเรือนร่างของเขาได้ “ถ้าไม่มีถุงยางเราจะไม่ทำเรื่องแบบนั้นกันอีกแล้วค่ะ”

แค่นึกถึงรายละเอียดของเรื่องราวเมื่อคืนนี้ ฉันก็เขินอายจนร่างกายร้อนผ่าว ฉันไม่อาจลืมได้ว่าเขาจูบไปทั่วทั้งตัว ส่วนฉันก็คล้อยตามเขาอย่างเคลิบเคลิ้ม รวมทั้งจำได้ดีถึงสายตาเร่าร้อนและเสียงคำรามอย่างอดกลั้นไม่อยู่ตอนที่ร่างกายของเราหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน

ไม่ไหวๆ ถ้าขืนกอดกันแบบนี้ ปล่อยให้เขาลูบไล้ไปแบบนี้ มีหวังได้ต่อกันอีกรอบแน่

“ทำไม”

ยังจะกล้าย้อนถามออกมาอีก

“เพราะการป้องกันมันเป็นขั้นพื้นฐานไงคะ” 

เรื่องแบบนี้ทำไมต้องให้ฉันเป็นฝ่ายอธิบายด้วย แต่ถึงแม้เมื่อคืนฉันจะยอมให้เขาทำอย่างโน้นอย่างนี้ แต่เรื่องผิดพลาดแบบนั้นก็ไม่ควรให้มันเกิดขึ้นซ้ำ 

“อีกอย่างต่อให้พี่บอกว่าไม่ท้อง ด้วยเหตุผลอะไรที่หนูเองก็ไม่รู้ แต่พี่อย่าลืมนะคะว่าถ้าหากหนูท้องขึ้นมาจริงๆ มันจะเป็นยังไง หนูยังเรียนไม่จบ หนูยังไม่พร้อมที่จะมีลูก และก็...หนูเองก็มีครอบครัว ถ้าหากพวกท่านรู้ว่า...”

ฉันพูดยังไม่ทันจบประโยคพี่นายก็ยกนิ้วขึ้นมาแตะริมฝีปากของฉันเพื่อหยุดยั้งคำพูดเอาไว้

“เข้าใจแล้ว” เขาเอ่ยเนิบๆ “แต่ถ้ามีถุงยางก็ทำได้ใช่มั้ย?”

พูดอย่างกับว่าจู่ๆ ตอนนี้ก็จะเสกถุงยางขึ้นมาได้อย่างนั้นแหละ

แต่ก็เข้าใจแหละว่าการคบหากัน คนเป็นแฟนกัน เรื่องแบบนี้มันต้องมีอยู่แล้ว และฉันก็ไม่ได้ไร้เดียงสามากขนาดที่จะทำเป็นไม่รู้เรื่องหรือปฏิเสธ แต่อย่างน้อยๆ ถ้าหากเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นอีกก็ต้องมีถุงยาง

“ค่ะ” ฉันอ้อมแอ้มเสียงเบา “ถ้าเข้าใจแล้ว ก็ปล่อยค่ะ หนูอยากอาบน้ำ

วินาทีนี้ฉันคิดจะหาทางหลบเลี่ยง และห้องน้ำก็ดูจะเป็นชัยภูมิที่ดีที่สุด หลังจากผ่านกิจกรรมอันเร่าร้อนเมื่อคืน ฉันคิดว่าตัวเองควรจะอาบน้ำ

ทว่าพอฉันพลิกกายลงจากเตียง ท่อนแขนกลับถูกคว้าเอาไว้อีกรอบ

อาบด้วย

มะ...ไม่เอาค่ะฉันรีบดึงแขนของตัวเองออก อาบทีละคนสิคะ

เสียเวลา

ไม่เสียเวลาสักนิดเลยค่ะ

ดูหน้าก็รู้ว่าเขาคิดจะทำอะไร เห็นนิสัยแบบนี้  พูดน้อยอย่างนี้ แต่ฉันก็รู้แล้วล่ะว่าเขาเจ้าเล่ห์ขนาดไหน

เข้าไปอาบด้วยกันมีหวังได้เสียเวลามากกว่าเดิมอีก

ไม่รู้ฉันตกใจจนออกอาการลนลานมากไปหรือเปล่า พี่นายผู้ร้ายกาจจึงยอมหยุดมือแต่โดยดี

ขอยืมห้องน้ำหน่อยนะคะ!

ฉันคว้าเสื้อผ้าของตัวเองที่ร่วงอยู่เต็มพื้นมาปิดบังร่างกาย วิ่งเข้าห้องน้ำไปทันที

หลังเข้าไปในห้องน้ำล็อกประตูเสร็จ ฉันก็ไม่ได้รีบอาบน้ำแต่นั่งเหม่ออยู่บนชักโครก เหม่อเหมือนกำลังครุ่นคิดและจิตใจล่องลอยอยู่ด้วย

อมยิ้ม

เมื่อได้ยินเสียงเรียกดังมาจากด้านนอกร่างของฉันพลันสะดุ้งโหยง

ขะ...เขาเรียกฉันว่าอมยิ้มด้วย!

คะ!?”

มีแปรงอันใหม่อยู่ในตู้

ค่ะฉันตะโกนเสียงดัง ขอบคุณนะคะ

เฮ้อ...ตกใจหมด

ฉันพาดเสื้อผ้าของตัวเองไว้บนที่แขวนก่อนจะลงมือเปิดตู้ พบของใช้ใหม่ๆ สำหรับห้องน้ำอีกเพียบ และเมื่อได้แปรงสีฟันอันใหม่ ฉันก็รีบบีบยาสีฟันลงบนแปรงตามความเคยชินและเริ่มแปรงฟันหน้ากระจก

แสงไฟในห้องน้ำค่อนข้างสว่าง แสงอาทิตย์เจิดจ้าฆ่าความประหม่าที่ยังหลงเหลือในร่างกายของฉันออกไปจนหมด

ฉับพลันดวงตาของฉันก็เบิกกว้าง ฉันกัดแปรงสีฟันขณะจ้องมองผู้หญิงในกระจก

บ้าจริง!

ตามเนื้อตัวของฉันมีรอยจ้ำแดงๆ เต็มไปหมดเลย!

นี่พี่นายเป็นยุงเหรอ?

ไม่ๆ น่าจะผีดูดเลือดมากกว่า...

ดีนะที่รอยมันอยู่ใต้ร่มผ้า ไม่อย่างงั้นล่ะก็...

เฮ้อ...

ฉันถอนหายใจและไม่ได้หยุดมือ ยังคงแปรงฟันต่อไปพลางถือโอกาสมองสำรวจไปรอบห้องน้ำที่กว้างขวางและสว่างจ้า การออกแบบสไตล์มินิมอล ทุกอย่างล้วนเป็นสีขาวผสมกับสีไม้ดูสะอาดตา บนเคาน์เตอร์หินอ่อนมีกระปุกและขวดเรียงรายซึ่งเป็นแบรนด์สำหรับผู้ชายโดยเฉพาะ และนอกจากนั้นก็มีมีดโกนหนวด และครีมโกนหนวด

ไม่มีอะไรบ่งบอกว่ามีผู้หญิงอาศัยอยู่ที่นี่ หรือเคยแวะมาค้างที่นี่เลย

หรือเขาจะทำลายหลักฐาน?

หรือว่าเขาอาจจะอยู่ที่นี่คนเดียวจริงๆ

อ้าว...ไม่ทันไรฉันกลายร่างเป็นแฟนสาวขี้สงสัย ขี้หวาดระแวงไปแล้วงั้นเหรอ?

พอๆ อย่าไปคิดเรื่องน่าปวดหัว...

ฉันวางแปรงสีฟันก่อนจะอาบน้ำอย่างรีบร้อน จากนั้นก็หยิบเสื้อผ้าชุดเดิมของตัวเองมาสวม

อืม...ดมแล้วไม่มีกลิ่นอะไร เพราะ...เอ่อ...เพราะเพิ่งจะใส่ได้ไม่ถึงชั่วโมงก็ถูกถอดไปซะแล้ว

ขอบคุณที่ให้ใช้ห้องน้ำนะคะ

แต่พอฉันออกมาจากห้องน้ำ ก็เห็นว่าเขากำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงในสภาพเปลือยเปล่า

เขาไม่ได้สนเลยว่าตัวเองเปลือยกายอยู่ ไม่มีแม้แต่จะมีชายผ้าห่มปกปิดส่วนใดส่วนหนึ่งเลยแม้แต่น้อย มือข้างหนึ่งคีบบุหรี่ ส่วนมืออีกข้างก็เขี่ยอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์

พี่นาย!ฉันเรียกก่อนจะหลบสายตามองไปอีกด้าน ทำไมพี่ไม่หาอะไรปิดร่างของตัวเองสักหน่อยล่ะคะ!

แม้จะเคยเห็นร่างกายนี้มาแล้ว แต่...แต่ใครจะไปชินได้กันล่ะ!

โทษทีเขาตอบแบบขอไปที คิดว่าอยู่คนเดียว

คิดว่าอยู่คนเดียวอะไร โกหกหน้าตายชัดๆ!

เอ่อ...งั้นหนูกลับก่อนนะ

ไปส่งเขาพูดพร้อมกับพลิกร่างลงจากเตียง จังหวะนั้นฉันรีบก้มลงไปหยิบเสื้อเชิ้ตของเขาแล้วพุ่งร่างเข้าไปหาทันที

อะไรเขาก้มหน้าลงมามอง ไหนเมื่อกี้ปฏิเสธ

คะ?” ฉันเงยหน้าขึ้นมองขณะที่สองมือก็กางเสื้อเชิ้ตของเขาดันไปข้างหน้าเพื่อบดบังร่างกายเปลือยเปล่าช่วงท่อนล่างเอาไว้อย่างลวกๆ พูดแบบนี้หมายความว่าไง

ก็จู่โจมกันอยู่เขาเหลือบตามองต่ำ

จู่โจม?” ฉันยังไม่รู้สึกตัวในทันที พูดอะไรตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว

มือน่ะโดนอะไร

เอ้อ...

คำพูดและการกระทำไม่คิดหน้าคิดหลังของตัวเองทำเอาฉันหน้าร้อนผ่าวจึงรีบดันเสื้อใส่เขาแล้วถอยไปข้างหลังหลายก้าว รู้สึกเขินอายกว่าเมื่อคืนตอนที่เราสองคน...เอ่อ...มีอะไรกันซะอีก

คราวนี้พี่นายไม่พูดอะไร ทำเพียงกวาดตามองสำรวจ

อะ...อะไรคะ

พอถูกจ้องหนักเข้าฉันก็รู้สึกอายขึ้นมา ในอกก็ร้อนวูบ

แต่เขาไม่พูดอะไร เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบเสื้อเชิ้ตมาให้ตัวหนึ่ง

ใส่ทับซะ

เอ่อ...ฉันรับมาแล้วแต่ก็มองอย่างงุนงง

คือเสื้อตัวนี้ราคามันเท่าไหร่อีกล่ะเนี่ย?

แบบถ้าตัวละหมื่นห้าอีก ฉันจะ...

ใส่ซะเขาเอ่ยซ้ำอีกรอบ จะไปอาบน้ำ รอด้วย

ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ

พอเห็นฉันรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะ เขาจึงหันกลับไปที่ตู้เสื้อผ้า หยิบออกมาชุดหนึ่งแล้วเดินหายเข้าห้องน้ำไป

หลังจากอยู่ลำพัง ฉันก็ลงมือสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าของเขา โครงสร้างร่างกายของฉันกับพี่นายต่างกันมาก ดังนั้นเสื้อเชิ้ตที่เขาใส่ได้พอดีจึงกลายเป็นเหมือนชุดวันพีซที่ค่อนข้างสั้นสำหรับฉัน

ดูๆ ไปเหมือนใส่เสื้อเชิ้ตทับเสื้อยืดแขนยาวมันก็ดูเท่ดีเหมือนกันแฮะ

แต่นอกจากนี้ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มซึ่งเป็นกลิ่นเฉพาะของพี่นายที่ติดอยู่บนเสื้อเชิ้ตด้วย พอคิดว่ากลิ่นนี้โอบกอดฉันเอาไว้จนถึงเมื่อกี้ หัวใจก็เต้นไม่เป็นส่ำขึ้นมาทันที

บ้าจริง...คิดแบบนี้ก็เหมือนโรคจิตไม่ใช่หรือไง

ฉันส่ายหน้าละความคิดพิลึกๆ จากนั้นก็เริ่มสำรวจภายในห้อง และคาดเดาว่าห้องนี้น่าจะเป็นห้องนอนของเขาจริงๆ เพราะตกแต่งเป็นโทนสีฟ้า น้ำเงิน และขาวดูสบายตา ซึ่งมีของตกแต่งจำพวกโมเดลมอเตอร์ไซค์ ส่วนอีกด้านก็เป็นชั้นหนังสือ และหนังสือส่วนมากก็เป็นพวกเกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์ด้วย

ทุกอย่างถูกจัดเป็นระเบียบเรียบร้อย จนฉันที่เป็นผู้หญิงยังนึกอายเลย

ฉันหยิบหนังสือมอเตอร์ไซค์เล่มหนึ่งขึ้นมาอ่าน มันเป็นมอเตอร์ไซค์รุ่นเดียวสีเดียวกับที่พี่นายมีอยู่เลย

หา!?

ดวงตาของฉันเบิกกว้างทันทีที่เห็นราคามอเตอร์ไซค์ปรากฎอยู่ในนั้น

ล้านสอง?

มอเตอร์ไซค์คันละล้านสอง!

โอ้แม่เจ้า! นี่มันซื้อบ้านแถวชานเมืองได้หลังนึงเลยนะเนี่ย!?

ทำไร

อุ๊ย...” ฉันสะดุ้งโหยงพลางลูบหน้าอกหลายๆ ที แปลกใจที่เขาเดินออกมาจากห้องน้ำโดยไม่ส่งเสียงเลยแม้แต่น้อย พี่ทำหนูตกใจนะ

โทษที” เขาเอ่ยขอโทษออกมาง่ายๆ แล้วหิวมั้ย?”

นิดหน่อยค่ะ” พอเขาถามแบบนี้ จู่ๆ ท้องฉันก็ร้องขึ้นมา ใช่แล้ว เมื่อวานฉันไม่ได้กินมื้อเย็นนี่นา แต่พอพี่พูด หนูก็หิวขึ้นมาเลย

แต่ไม่มีอะไรเลย

อ๋อ” ฉันพยักหน้าอย่างเข้าใจ ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวกลับไปถึงบ้านแล้ว หนูค่อยออกไปซื้อแถวหน้าปากซอยก็ได้

อือ” เขาพยักหน้าก่อนจะเอ่ยออกมาอีกคำ งั้นเธอลงไปรอข้างล่างก่อน

“ได้ค่ะ” 

ฉันรับคำก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้อง และพอเดินออกมาแล้ว ถึงได้เห็นว่านอกจากห้องของพี่นายแล้ว ชั้นสองยังมีอีกห้องหนึ่งที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ก็เอ่อ...เมื่อคืนตอนเขาอุ้มฉันขึ้นมา ไม่ทันได้สังเกตอะไรเลยนี่นา

ห้องอะไรหว่า?

หรือว่าจะเป็นห้องเก็บของ? ก็เขาบอกว่าอยู่คนเดียวนี่...

ฉันสลัดหัวก่อนจะก้าวลงบันได แต่เมื่อก้าวไปยังขั้นสุดท้ายสองขากลับหยุดชะงัก เมื่อสายตาปะทะเข้ากับแผ่นหลังกว้างที่นั่งพิงอยู่กับโซฟา และขายาวทั้งสองข้างพาดวางอยู่บนโต๊ะกระจก

ดวงตาของฉันกะพริบปริบ ไล่มองตั้งแต่เส้นผมสีดำตัดสั้นอย่างมีสไตล์ เผยให้เห็นหลังคอเรียวยาว เขาสวมแจ็กเกตหนังสีดำ กับกางเกงยีนสีดำขาดเซอร์ 

เขาเหมือนพวกนักบิดเท่ๆ ไม่สิ...เขาเหมือนพี่นายตอนสวมเสื้อผ้าด้วยชุดแบบนี้เลย

ใครน่ะ!?

ระ...หรือว่าจะเป็นลูกค้า?

ระ...หรือว่าจะเป็นเพื่อนคนใดคนหนึ่งของเขา?

ฉันค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ก่อนจะเห็นฝ่ามือข้างขวาซึ่งวางอยู่บนหมวกกันน็อกสีดำ และเขากำลังใช้ปลายนิ้วเคาะบนนั้นเป็นจังหวะอย่างต่อเนื่อง

“ขะ...ขอโทษค่ะ”

พอฉันส่งเสียง เขาจึงเหลียวหน้ามามองเล็กน้อย

อะไรกัน ทำไม...

ฝ่ายนั้นขมวดคิ้วมุ่นและเม้มริมฝีปากแน่น เวลาชั่วขณะที่สองสายตาประสานกัน ฉันรู้สึกว่าหัวใจตัวเองเต้นเร็วจนเหมือนใกล้จะหยุดทำงาน

เป็นไปได้ยังไง...ทำไมเขาถึงได้เหมือนพี่นายมากขนาดนี้

รูปร่างสูงโปร่ง ผมซอยสั้นสีดำสนิท ด้านในสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวไม่ติดกระดุมสามเม็ดเผยให้เห็นแผงอกขาว โครงหน้าเรียวยาวคมเข้ม แล้วก็ดวงตาเรียวยาวคู่นั้นที่มีขนตาเรียงเป็นแพให้ความรู้สึกลึกล้ำยากจะหยั่งถึง

นี่มันพี่นายฉบับย่อส่วน ไม่ๆๆ ไม่ใช่ย่อส่วน น่าจะเป็นพี่นายแบบฉบับดิบเถื่อนและอ่อนวัยกว่าต่างหากล่ะ

เขา...เขาเหมือนพี่นายมาก เหมือนมากเลยจริงๆ

“เธอเป็นใคร” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา ดวงตาฉายแววรำคาญเล็กน้อยเมื่อถูกฉันจ้องอยู่แบบนั้น

ฉันทำตาโตอยู่ครู่หนึ่งจึงได้สติกลับคืนมา เมื่อกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ฉันก็รีบเอ่ยพูด “ฉันชื่ออมยิ้มค่ะ แล้วคุณคือ...”

คุณคือพี่นายใช่มั้ยคะ?

ฉันเกือบจะถามเขาออกไปอย่างนี้แล้ว

ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตาหรือท่าทาง เขาเหมือนพี่นายไม่มีผิดเพี้ยน ถ้าบอกว่าเขาไม่ใช่พี่นายก็แปลกล่ะ แต่ถ้าเขาใช่ก็ยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่...

โอ๊ยสับสนแฮะ!

ขณะที่สมองของฉันกำลังสับสนวุ่นวายอยู่นั่นเอง อีกฝ่ายก็ประเมินกันอย่างช้าๆ ดวงตาเรียวเฉียบคมใต้ขนตายาวมองตรงมาอย่างเปิดเผย “ถามว่าเป็นใคร ไม่ได้ถามชื่อ”

เอ้อ...

ฉันมองเขาอย่างตกตะลึง ริมฝีปากก็อ้าค้าง

โอ...พระเจ้า ไม่สิ...โอ้วคุณพระคุณเจ้า คำพูดคำจายังถอดแบบพี่นายมาอีก!

“ถ้ามีเวลามาอ้าปากหวอขนาดนั้น ก็ตอบคำถามดีกว่ามั้ย?”

เอาไงดีล่ะ ฉันต้องรีบตอบคำถามแล้ว เพราะขืนยังยืนเซ่อซ่าอยู่อย่างนี้ เขาอาจคิดว่าสมองฉันมีปัญหาก็ได้

“เอ่อคือว่าคือ...เอ่อคือว่าฉัน...” 

โว้ยทำไมต้องพูดเป็นทำนองเพลงด้วย 

แล้วทำไม พอพูดก็เหมือนสมองมีปัญหาจริงๆ ไปซะอีก!

“คือฉันน่ะ...เอ่อ...”

พอจะพูดอีกรอบฉันก็ไม่รู้ว่าตัวเองควรบอกว่าตัวเองเป็นใคร เพราะตอนนี้ก็ยังไม่รู้เลยว่าผู้ชายตรงหน้าเป็นใครเหมือนกัน แนะนำตัวกับคนแปลกหน้า มันก็ออกจะ...

“อะไรฉันๆ อยู่ได้” เขาเอ่ยเสียงเย็นชา “แค่ถามว่าเป็นใคร มันตอบยากอะไรนัก”

“คือว่า...” 

ขณะที่ฉันกำลังจะตอบ ทว่าทันใดนั้นก็มีเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นมาพร้อมกับร่างสูงโปร่งที่ก้าวลงมาจากบันได

“เป็นแฟน”

ดีมากพี่นายมาได้ถูกจังหวะมากฉันจะได้ไม่น้ำท่วมปาก เพราะจะให้บอกว่าเป็นแฟนพี่นายก็ไม่กล้าพูดอะ

“แฟน?”

พอถูกแนะนำตัวว่าเป็นแฟน ผู้ชายคนนั้นเขาก็จ้องหน้ากันหนักกว่าเดิม

“อืม” พี่นายเดินไปหยิบกระเป๋าสะพายพร้อมกับแว่นตาของฉันที่วางอยู่บนโซฟา และมันก็อยู่ข้างๆ ร่างของเขาคนนั้นนั่นแหละ “แฟนไง”

เขาคนนั้นเลิกคิ้วมองก่อนจะย้อนถามอย่างแปลกใจ “แฟนจริงๆ อะนะ”

“แล้วมันมีแฟนปลอมๆ ด้วยหรือไง”

“ก็ไม่...” เขาชะงักไปนิดหนึ่ง ดวงตาดำขลับเปลี่ยนทิศทางแล้วจ้องฉันเขม็ง “ก็แค่แปลกใจ”

“แปลกใจไร”

“ก็คิดว่าจะมีแฟนเป็นมอเตอร์ไซค์ไปแล้วซะอีก”

“จะเป็นไปได้ไง” พี่นายย้อนเสียงเย็นชา “นายมีเซ็กซ์กับมอไซค์ได้ด้วยเหรอ”

เอ่อ...พี่นาย ใจเย็นก่อน!

“ถ้าทำได้คงมีเมียเป็นร้อยแล้วมั้ง” เขาแสยะยิ้มขึ้นเล็กน้อย “แต่แฟนงั้นเหรอ?”

“แล้วทำไม”

“ก็ไม่ทำไม” เขายักไหล่เล็กน้อยก่อนจะดึงขาทั้งสองข้างลงจากโซฟา “แค่คิดว่าเมื่อคืนคงจัดหนัก ถึงได้ตื่นมาป่านนี้”

“หึ” และพี่นายก็ตอบรับคำถามนั้นการส่งเสียงมาหนึ่งคำ จากนั้น... “ไม่ได้นอนเลย”

เอาล่ะๆ บทสนทนาชักจะเริ่มลงต่ำไปเรื่องใต้สะดือแล้ว เพราะงั้น...

“อ่ะแฮ่มๆ” ฉันกระแอมให้คอโล่ง จากนั้นก็ดึงชายเสื้อของพี่นายเบาๆ “พี่นาย แล้วเขาคนนั้นน่ะ...”

ก็ฉันอยากรู้นี่ว่าตกลงเขาเป็นใคร ทำไมพูดเหมือนรู้จักกับพี่นายดี

จะบอกว่าเป็นเพื่อน หน้าตาเขาก็ดูอ่อนวัยกว่า 

และอีกอย่างเพราะเขามีใบหน้าและท่าทางเหมือนพี่นายมาก เหมือนมากจนเกินไปด้วยซ้ำ

หรืออาจจะเป็นฝาแฝด เอ่อ...ถ้าเป็นฝาแฝดจริงก็โคตรพีคอะ เพราะมันจะกลายเป็นว่าฉันโกหกว่ามีฝาแฝด แต่ทว่ากลับเป็นพี่นายมีฝาแฝดซะเอง

“นายน้อย” พี่นายพูดพลางเหลียวหน้าไปมองทางผู้ชายคนนั้น “ชื่อนายน้อย”

หา!?

อะไรนะ!?

เมื่อกี้ฉันได้ยินอะไรผิดเพี้ยนไปหรือเปล่า?

ผู้ชายที่ท่าทางเหมือนพี่นาย ชื่อนายน้อยน่ะเหรอ!

นายน้อย...

“ผมชื่อไนล์” คนที่ถูกเรียกว่านายน้อยพูดด้วยสีหน้าไม่พอใจ “สระไอ-นอหนู-ลอลิง-การันต์”

ไนล์น่ะเหรอ!?

เอ่อ...ออกเสียงเหมือน นาย’ เวลาเรียกจะไม่งงหรอกเหรอเนี่ย?

“แต่แม่ตั้งชื่อว่านายน้อย” พี่นายเลิกคิ้ว ริมฝีปากกระตุกเป็นรอยยิ้มร้ายกาจ “ชื่อนายน้อยมาตั้งแต่เด็ก”

“มันเป็นแค่ชื่อที่แม่เรียก” เขาเถียงด้วยสีหน้าเหมือนคนกำลังเคี้ยวหินอยู่ในปาก “เพราะผมเหมือนพี่ เกิดทีหลัง แม่ก็เลยเรียกว่านายน้อย... นายตัวน้อย”

อ่า...

เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้วล่ะ

ผู้ชายคนนี้ หรือชื่อที่เขาบอกว่า ไนล์’ หรือชื่อที่แม่เรียกว่า นายน้อย’ น่ะ เขาเป็นน้องชายของพี่นายนี่เอง

“อืม...นายตัวน้อยของแม่”

เหอะๆ พี่นายผู้ไม่พูดเยอะ แต่กลับโต้ตอบน้องชายตัวเองอย่างกวนประสาท

แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ตรงนี้ เพราะเขาเป็นน้องชายของพี่นาย และพี่นายก็แนะนำว่าฉันเป็นแฟน เพราะงั้น...

ขณะที่ฉันยกสองมือขึ้นประสานกันเป็นรูปดอกบัว ทว่าจู่ๆ พี่นายก็จับมือของฉันเอาไว้แล้วดึงลงอย่างรวดเร็ว

“ทำอะไร” เขาถาม

“ก็เขาเป็นน้องชาย...เอ่อ...” ฉันค้างคำพูดเอาไว้แค่นั้นก่อนจะมาย้อนคิด

ถ้าเขาเป็นน้องพี่นายก็น่าจะรุ่นเดียวกับฉัน ไม่ก็เด็กกว่า...เอ่อ...

“มันเรียนอยู่ปีหนึ่ง”

อ่า...งั้นเขาก็น่าจะอายุสิบแปด และก็เด็กกว่าฉันด้วยน่ะสิ!

แล้วกัน...นี่ฉันไปกลัวผู้ชายที่มีอายุน้อยกว่าได้ยังไง แถมยังจะยกมือไหว้เขาอีก

“นายน้อยของแม่มันเด็กกว่า” พี่นายพูดพลางเหลียวหน้าไปมองทางน้องชายของตัวเองแล้วเอ่ยสั่ง “ไหว้ซะ”

พอพี่นายพูดแบบนั้นนายน้อยของแม่ก็ยกมือไหว้ฉันแบบรวดเร็วแทบจะมองไม่ทัน เพราะแม้แต่ตัวฉันเองที่คิดจะยกมือเพื่อรับไหว้ยังยกมือขึ้นไม่ทันเลย

“พอใจยัง” เขาเลิกคิ้วมองมาด้วยท่าทางแบบเดียวกันกับพี่นายเป๊ะ

พี่นายยักไหล่ก่อนจะเป็นฝ่ายย้อนถาม “แล้วมาไม”

“ก็มาเอาฮาร์เล่ย์คืนน่ะสิ” 

“อยู่ในโรงจอดรถ”

“เห็นแล้ว” น้องนายน้อยพูดเหมือนไม่ใส่ใจ “แล้วจะออกไปไหน”

“ไปข้างนอก” 

พี่นายพูดพลางเดินไปหยิบหมวกกันน็อก แต่ทว่าในวินาทีต่อมาเหมือนเขาจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเดินไปหาน้องชายของตัวเอง แล้วพูดอะไรบางอย่าง

เขาสองคนกระซิบกระซาบอะไรกันก็ไม่รู้ แต่ท่าทางของทั้งคู่ดูน่าสงสัยมาก ฉันที่เก็บกลั้นความสงสัยเอาไว้ไม่ไหว จึงค่อยๆ เดินย่องเข้าไปยืนซ้อนหลังของพี่นาย จากนั้นก็ยื่นหน้าไปเล็กน้อยและก็เห็นว่าพวกเขากำลัง...

“มีแค่นี้” พี่นายถามพลางก้มหน้าลงไปมองซองอลูมิเนียมสามซองที่อยู่บนฝ่ามือของตัวเอง

“ก็เหลืออยู่แค่นี้...” น้องชายของเขานิ่วหน้า “แล้วทำไมไม่ไปซื้อเอง มาไถผมทำไม”

“แค่ติดตัวไว้...”

นะ...นี่เขา...ถึงขนาดไถถุงยางอนามัยจากน้องชายเลยเนี่ยนะ!

แล้วอะไร ทำไมเด็กอายุสิบแปดถึงได้พกถุงยางอนามัยตั้งสามซอง

ใช่...สามซองน่ะก็ไม่ใช่น้อยๆ เลยนะ!

“พี่นาย!

ฉันตะโกนเสียงดัง และนั่นแหละก็ทำให้ผู้ชายสองคนที่กำลังทำท่าทางลับๆ ล่อๆ เหมือนพวกแอบส่งยาถึงขั้นสะดุ้งโหยงจนหัวไหล่ไหวสะท้าน ดูเอาสิ คนที่ปกตินิ่งเป็นขุนเขายังตกใจได้

“ไม่ได้ทำอะไร” พี่นายเอ่ยอย่างร้อนตัว แหม...ไม่ทันแล้วมั้ง

“หนูยังไม่ได้ถาม” ฉันนิ่วหน้าพลางสลับมองพวกเขา “อย่าร้อนตัวค่ะ”

เมื่อน้องชายของพี่นายเห็นอาการของพี่ชายตัวเอง เขาถึงขนาดหัวเราะหึๆ ออกมาไม่หยุด 

“หัวเราะไร” พี่นายนิ่วหน้า ใบหน้าแสดงหลากหลายอารมณ์ออกมา เหมือนจะเสียอาการอยู่หน่อยๆ

“ไม่คิดจะมาเจออะไรแบบนี้”

“อะไรแบบนี้น่ะคืออะไร”

แต่ทว่าน้องชายของพี่นายกลับยักไหล่ขึ้นลง จากนั้นก็ขยับเท้าเดินเข้ามาและหยุดอยู่ตรงหน้าของฉัน

“เธอน่ะ...” 

ฉันสะดุ้งเพราะไม่คิดว่าเขาจะพูดกับตัวเอง จึงร้องตอบไปเสียงหลง “ค่ะ...คะ?”

“คบกับคนอย่างพี่คงปวดหัวมากสินะ” เขาผุดยิ้มร้ายกาจ

“เอ่อ...ก็นิดหน่อยค่ะ” ปวดหัวในหลายๆ ความหมายอะนะ

“งั้นหันมาคบกับผมแทนดีกว่ามั้ย?” 

“อะไรนะ?”

“ผมอ่อนโยนนะ” เขาใช้ปลายนิ้วแตะปลายคางของฉันก่อนจะโน้มลงมาด้วยรอยยิ้มร้ายกาจแกมชั่วร้าย “จะเอ็นดูบนเตียงให้ถึงใจ ให้ยิ่งกว่าผู้ชายเข้าใจยากอย่างพี่ชายของผมอีก...หึ”

หา!?

พูดอะไรของเขาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว

“ไอ้ไนล์” พี่นายเรียกเสียงขรึมก่อนจะดึงร่างของฉันให้ไปยืนอยู่ด้านหลัง “อย่าให้มันมาก”

“ผมก็แค่หยอกเล่น” เขากระตุกมุมปากขึ้นเล็กน้อย จากนั้นก็ถอยหลังไปหลายก้าว

“เพื่อ?”

“เพื่อดูปฏิกิริยาของพี่ไง ไม่น่าถาม” 

เขายักไหล่ก่อนจะเดินย้อนกลับไปนั่งบนโซฟาตามเดิม จากนั้นก็หยิบหมากฝั่งยัดเข้าปาก แล้วเคี้ยวมันด้วยท่าทางเหมือนนักเลง

อะไรของเขาเนี่ยโอ๊ย!

น้องนายน้อยของแม่นี่ช่างเป็นคนเข้าใจยากพอๆ กับพี่นายตัวใหญ่ของพ่อเลยแฮะ!

“พวกพี่จะไปไหนก็ไปเถอะ” เขาโบกมือเล็กน้อยเหมือนปัดไล่แมลงวัน “เดี๋ยวออกไปแล้วจะล็อกร้านให้”

“อืม” พี่นายเอ่ยเสียงเรียบ จากนั้นก็หันมาพูดกับฉัน “เราไปกันเถอะ” 

“ค่ะ” ฉันเดินตามพี่นายออกไปอย่างรวดเร็ว 

แม้จะรู้สึกดีใจที่ได้รู้จักพี่นายเพิ่มขึ้น แต่ว่าถ้าหากยังอยู่คุยกับน้องชายของเขาอีกสักสิบนาที ไมเกรนกินหัวของฉันแน่...เฮ้อออออ

แต่ในขณะที่จะขึ้นซ้อนมอเตอร์ไซค์ ฉันก็ดึงแขนพี่นายเอาไว้ก่อนที่เขาจะบิดกุญแจเพื่อสตาร์ตรถ

“พี่นาย” 

“หือ?”

“น้องชายพี่ก็อยู่ที่นี่ด้วยกันเหรอ” ฉันเหลียวหลังไปมองเล็กน้อย เพราะก่อนหน้านี้เขาบอกว่าอยู่คนเดียวนี่ “ไหนพี่บอกว่าอยู่คนเดียวไง”

แล้วกัน...ทำไมฉันกลายร่างเป็นแฟนสาวขี้สงสัยไปแล้วเนี่ย

“ก็ตอนนั้นอยู่คนเดียว” เขาตอบง่ายๆ “แต่ปกติก็อยู่คนเดียว”

อ๋อ...วันที่เขาพามาบ้านครั้งแรก ตอนนั้นเขาอยู่คนเดียว ซึ่งก็หมายถึงว่าไม่มีใครอยู่ใช่ไหม?

แต่ไอ้ปกติก็อยู่คนเดียวหมายความว่าไงหว่า?

“แล้วเวลาที่ไม่ปกติน้องชายพี่ไปอยู่ไหนล่ะ”

เอ่อ...คำถามเริ่มแปลกประหลาดยังไงพิกล

“ปกติก็ไม่อยู่”

“โอ๊ย...” ฉันยกสองมือขึ้นกุมหัวตัวเอง “เอาเป็นว่าหนูถามใหม่ คือหนูหมายถึงว่าปกติแล้วพี่อยู่กับน้องชายเหรอ คือปกติเขาอยู่กับพี่หรือว่าอยู่ที่ไหน หมายถึงแบบ...”

“ปกติก็ไม่ไง”

ฮึ่ยอะไรของเขาเนี่ย!

หรือฉันถามไม่ตรงกับคำตอบ

“แล้วถ้าไม่ปกติล่ะอยู่ไหน”

“อยู่หอ”

อ้อ...ฉันถามไม่ตรงคำตอบจริงๆ ด้วย!

“โอเค เข้าใจแล้ว” ฉันถอนหายใจ จากนั้นรีบสวมหมวกกันน็อกแล้วซ้อนท้ายเขาทันที “เรารีบไปกันเถอะ”


ในตอนแรกฉันก็คิดว่าเขาจะไปส่งที่บ้านเลย แต่ทว่าเขากลับพาซ้อนมอเตอร์ไซค์มาที่ร้านอาหารตามสั่งไม่ไกลจากบ้านเขาเท่าไหร่นัก

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ มันไม่จำเป็นที่ต้องไปร้านอาหารหรูๆ เพราะเพียงแค่เรานั่งกินอาหารตามสั่งอย่างพวกกระเพราหมูสับสิ้นคิด ทว่ามันกลับดูเหมือนคนเป็นแฟนกัน

เหมือนอย่างที่เด็กมหาลัยทั่วไปเป็นแฟนกันเลยจริงๆ

หลังจากที่เราทานอาหารกันเสร็จ พี่นายก็มาส่งฉันถึงบ้าน

อืม...ถึงหน้าประตูบ้านเลยด้วย

เมื่อลงจากรถ ถอดหมวกกันน็อก ฉันก็เอ่ยขอบคุณ “ขอบคุณค่ะ”

จากนั้นก็ยื่นหมวกกันน็อกใบที่ฉันแปะปลาสเตอร์ไว้กลับคืนไปให้เขา

เก็บไว้” พี่นายเปิดหน้ากากแล้วพูดเสียงเรียบ

เอ๊ะ?”

เธอต้องใช้

แต่นี่มันหมวกใบละสองหมื่นไม่ใช่เหรอคะ?”

ช่างมัน” เขาปฏิเสธเสียงเรียบ “เข้าบ้านเถอะ”

“ค่ะ” 

แล้วจะโทรหา

ผิดคาดมาก สิ่งที่ฉันได้ยินมันอยู่เหนือความคาดหมายมาก

พี่ไม่โทรหรอก” ฉันทำปากยื่น จำได้มั้ยว่าตัวเองเคยบอกไว้ว่าอะไร

นอกจากเขาจะไม่ชอบคุยโทรศัพท์ เขายังบอกอีกว่าไม่ต้องโทรมา...

มันก็ตีความได้ว่า ฉันต้องเป็นฝ่ายรอ... ถูกมั้ย?

ทันทีที่ฉันเอ่ยแบบนั้นมุมปากของเขาก็กระตุกขึ้นเล็กน้อย

ไปล่ะ

อะไรกัน ตอบคำถามกันก่อนสิ!

และเมื่อเขาหันหน้ากลับไปมองบนถนน ฉันก็รีบเอื้อมมือไปจับบริเวณต้นแขนข้างซ้ายของพี่นายเอาไว้

พี่จะโทรมาจริงๆ ใช่มั้ย?” ฉันจ้องหน้าเขานิ่ง พี่จะไม่หลอกให้หนูรอใช่มั้ย?”

เขาเหลียวหน้ามามองก่อนจะรับคำ อือ

สัญญานะ!

สัญญา” เขายกมือขึ้นมาแตะบริเวณหน้าผากของฉันเบาๆ ถ้าว่างจะโทร

แต่ก็ยังมีคำ ถ้า’ อยู่ดี...

หลังจากนั้นมอเตอร์ไซค์ก็เคลื่อนออกไป ฉันทำเพียงแค่เหม่อมองจนมอเตอร์ไซค์เล็กเท่าเม็ดถั่วเขียว

อย่ามาทำตัวอ่อนโยนใส่กะทันหันอย่างนี้สิ คนเขาสับสนไปหมดแล้วนะ

สัมผัสของเขายังติดอยู่ ฉันไล้นิ้วไปบนหน้าผากและไรผมที่ยังหลงเหลือรสสัมผัสจากเขา

แม้อากาศจะร้อนมาก หรือแสงแดดจะร้อนแรงจนแผดเผา ทว่ามันกลับทำให้ฉันอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก

ฉันแหงนหน้าไปมองบนท้องฟ้า แต่ก็ต้องหรี่ตาลงทันที

แสบตาจัง...

แต่น่าแปลกสิ่งที่เห็นและรู้สึกมันจะต่างจากเมื่อวาน ฉันรู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างเริ่มเปลี่ยนไปทีละนิดจริงๆ

หวังว่าครั้งนี้ฉันจะไม่ตัดสินใจผิดพลาดหรอกนะ...



ทันทีที่ฉันเปิดประตูเข้าไปในบ้าน สิ่งแรกที่เห็นก็คือไอ้เบลล์กำลังยืนกอดอกทำท่าราวกับคุณแม่รอดุลูกสาวยังไงยังงั้น

เอ่อ...

ทำไมเมื่อคืนไม่กลับบ้าน!

คำถามพุ่งตรงเข้ามาอย่างกะทันหัน

โทรศัพท์ก็มีใช่มั้ยทำไมไม่รับหรือคิดจะโทรกลับมาบอก

เออใช่...เมื่อคืนฉันไม่ได้รับโทรศัพท์ 

แต่ก็เพราะ...เอ่อ...เพราะกระเป๋าสะพายมันถูกทิ้งไว้ที่ห้องด้านล่างนี่นา

แล้วคนที่มาส่งน่ะพี่นายใช่มั้ย?” ไอ้เบลล์เหลือบหันไปมองทางประตู แกอยู่กับพี่นายทั้งคืนใช่มั้ย?”

ก็...

มีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ เลยใช่มั้ยกับพี่นายน่ะ

คำถามใช่มั้ยๆๆ ดังมาเป็นระลอกๆ

ให้ตอบสักคำถามก่อนจะได้ไหมเนี่ย!

มะ...ไม่มีอะไรเกิดขึ้นซะหน่อย

ไม่ต้องมาโกหกเลย ดูหน้าก็รู้แล้วว่ามี บอกมาซะดีๆ อจลา เหมนคร

เอ่อ...เรียกซะเต็มยศเลยนะ

ดูออกขนาดนั้นเลยเหรอ” ฉันอ้อมแอ้มเสียงเบา

ก็เห็นชัดซะขนาดนี้ อย่ามาปฏิเสธให้ยาก มันเขียนไว้บนหน้าแกหมดแล้ว หน้าแกที่มันบอกว่า มีความสุข’ มากที่สุดในโลกน่ะ

มันชัดขนาดนั้นเลยเหรอ โอย...ตายแล้วๆๆ

นี่แกกับพี่นายคบกันแล้วใช่ปะ?”

เอ่อ...” ฉันกลืนน้ำลายลงก่อนก่อนจะพยักหน้า ใช่ค่ะ

ฮ่าๆ ทำไมต้องพูดเพราะด้วย!

ฉันหน้าร้อนวาบ ไอ้เบลล์มันมีตาทิพย์หรือไงถึงได้รู้ไปซะหมด แต่เพราะเป็นเรื่องจริงถึงได้รู้สึกหงุดหงิดกว่าเดิม

ดีแล้ว” จู่ๆ ไอ้เบลล์ก็เข้ามาสวมกอดฉัน พลางยกมือลูบหัวไปมาเหมือนให้กำลังใจเด็กเล็กไม่มีผิด ฉันอยากเห็นแกมีความสุข ฉันอยากเห็นสีหน้าแบบนี้ของแกมานานแล้ว

อืม...” ฉันพยักหน้าพลางกอดตอบ ขอบใจแกมากนะ

แล้วก็...” ไอ้เบลล์ดันร่างของฉันออกห่าง ก่อนจะมองอย่างจริงจัง ช่วงนี้อย่าออกไปไหนมาไหนคนเดียว หรือถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็อย่าไปเวลากลางคืน

ทำไมล่ะ

เอาน่า...เชื่อฉัน” มันส่ายหน้าปฏิเสธไม่ให้ถามต่อ และก็ถ้าแกจะไม่กลับหรือว่าอยู่กับพี่นาย ก็ขอให้แกโทรมาบอกด้วย

เอ่อ...

เข้าใจหรือเปล่า

ได้ๆๆ” ฉันพยักหน้าเมื่อไอ้เบลล์จ้องมองอย่างดุๆ เข้าใจแล้วค่ะคุณแม่

ดีมาก” มันยิ้มก่อนจะยื่นมือมาลูบหัวของฉันเบาๆ เป็นเด็กดีนะ

แม้ฉันจะแปลกใจ แต่ก็เข้าใจได้

ไอ้เบลล์มันคงเป็นห่วง เพราะนอกจากจะเป็นเพื่อนสนิทแล้ว มันก็เหมือนจะเป็นแม่อยู่หน่อยๆ ด้วย เหอะๆ

 





[Updates...Full%]

1 เม้นต์ 1 กำลังใจ


"เหนื่อย..."



ทวิตติดแท็ก #ยิ้มของนาย



Z o n e Talks



ปกติก็งง มาตอนนี้ก็งงกว่าปกติ 55555

ให้อภัยพี่หน่อยนะ พี่ไม่ได้นอน 55555555




....





แก้คำว่า ‘โทดที’ 

ตอนแรกตั้งใจพิมพ์วิบัติเพื่ออรรถรส แต่แก้ดีกว่าเนอะ 



พีเอส..

ไรต์สปอยปกกับแจ้งวันเวลาเปิดพรีคร่าวๆ ไว้

จิ้มที่เพจโลดดดดด

หรือคลิกไม่เจอ เข้าเฟซค้นหาคำว่า จีนี่ เจลรี่ ดีดี้


Facebook Fan Page




 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6.2K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,332 ความคิดเห็น

  1. #7314 M1N3__ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 14:13
    นี่ว่าเบลล์ดีจิงๆละแบบอย่างน้อยคนเราต้องมีเพื่อนที่ดีอยู่ในชีวิตเว้ย แต่คือสงสัยกล่องที่วางหน้าบ้านนั้นอ่ะของสตอกเกอร์แล้วเบลล์เก็บให้ อุแงง
    #7,314
    0
  2. #6984 123abc456dfg (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 22:45
    เบลล์ดีจริงๆใช่มั้ย ไม่ใช่ว่าสต้อกเกอร์ที่ตามยิ้มมาจากเบลล์เอารูปยิ้มไปทำอะไรรึเปล่า ตะหงิดๆ
    #6,984
    0
  3. #5913 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 23:56
    ไนล์ก็คือพี่นายย้อยๆจริงๆ
    #5,913
    0
  4. #5875 Tuta8 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 13:16

    มีความเกียมัวนะพี่นาย 555

    #5,875
    0
  5. #5777 Memew888 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 18:30
    เบลล์รู้เบลล์เห็นน
    เลาาาปวดหัวว ปกติ ไม่ปกติ แล้วปกติ ไม่ปกติ 5555
    #5,777
    0
  6. #5754 firstzy93 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 14:54
    ใครจะทำไรอ่ะ
    #5,754
    0
  7. #5753 Veniii (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 14:32
    มีคนตามน้องอยู่ป่ะ ตั้งตอนนั้นที่น้องหนีพินายแล้วอ่ะ
    #5,753
    0
  8. #5752 heykeo (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 13:45
    เบลล์ปิดบังอะไรไว้
    #5,752
    0
  9. #5751 KNOMKONM_WONG (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 11:13
    เบลเหมือนเป็นแม่ยิ้มเลย โถ่ยิ้มลูกแม่
    #5,751
    0
  10. #5750 pnamfah (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 11:04
    รู้สึกมีพิรุธตั้งแต่มีของมาส่งหน้าบ้านหลายๆครั้งแล้วนะ ทำไมไม่บอกไปตรงๆหรือยังมีคนตามอยู่เหรอ
    #5,750
    0
  11. #5749 Devil (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 10:12
    อิพี่ง่วงนอน 555
    #5,749
    0
  12. #5748 ๐NaTsU๐ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 09:43
    มันยังไงนิเบล มีพิรุธน่าา
    #5,748
    0
  13. #5747 wipawann (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 09:16
    มีอะไรหรอเบลล์
    #5,747
    0
  14. #5746 PinkZa547 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 08:44
    ต้องมีอะไรเเหงง
    #5,746
    0
  15. #5745 นอ.นุ่น ไอร่ตัวแสบ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 08:24
    มันต้องมีอะไรแน่ ๆ
    #5,745
    0
  16. #5744 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 07:51

    มันต้องมีอะไรใช่มั้ยเบลล์

    #5,744
    0
  17. #5743 LILIT.A (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 07:37

    ต้องมีอะไรสักอย่างแน่ๆ จแนนี้รีดกำลังเป็นนักสืบ555

    #5,743
    0
  18. #5742 fonthanya (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 07:23
    อย่าผิดสัญญานะพี่นาย
    #5,742
    0
  19. #5741 Namtip15 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 06:58
    พี่นายจะโทรมาใช่ไหมเนี่ยยย
    #5,741
    0
  20. #5740 Pui (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 06:57

    สนุกค่ะ รอๆๆ

    #5,740
    0
  21. #5739 comtoontrans (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 06:52
    เพื่อนจะดีหรือแกงรอดุอยู่
    #5,739
    0
  22. #5738 R.SS (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 05:57
    รออ่านร้าาาา
    #5,738
    0
  23. #5737 eve_277 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 04:14

    คิดว่าพี่นายอาจจะลืมโทรมา ยิ้มอาจจะงอนพี่นายต้อง้อไรงี้ ก็ค่อยๆพัฒนากันไปนะคะ สู้ๆ!! ส่วนเบลล์นี่ยังไงมาดีใช่มั้ยคงเห็นว่าเพื่อนมีคนแอบตามเลยเป็นห่วงสินะแต่ทำไมไม่ยอมบอกดีๆ กล่องไปรที่ได้นั่นก็ของยิ้มปะ หลังๆปมอื่นคงหนักกว่าปมยิ้มกับพี่นายเพราะเขาคบกันแล้ว ขอโมเมนต์รัวๆ~~

    #5,737
    0
  24. #5736 คนที่รอมานาน (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 04:02
    เกี่ยวกับกล่องของในห้องเบลล์ป่าวนะ
    #5,736
    0
  25. #5735 Bopazi (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 03:52
    ปมนี้มาอีก อยากรู้ใครตามน้อง แฟนเก่าไหม
    #5,735
    0