Hit me Hit you [E-Book]

ตอนที่ 2 : Hit me Hit you ; EP-1 : At first sight [Full%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29,091
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,235 ครั้ง
    10 มิ.ย. 63

ทวิตติดแท็ก #ยิ้มของนาย



EPISODE 01

At first sight


ฉันมองตัวเองในกระกระจกและคิดว่าตัวเองดูดีใช้ได้ ชุดที่สวมคือเสื้อครอปแขนตุ๊กตาสีขาวเปิดไหล่กับกระโปรงยีนเอวสูงตัวสั้นเหนือเข่าสีดำ แม้เสื้อจะเป็นเอวลอยแต่มันช่วยให้เอวของฉันดูคอดและทำให้ดูเซ็กซี่นิดๆ

วันนี้เป็นวันอะไรน่ะเหรอ?

ก็เป็นวันงานเลี้ยงรุ่นโรงเรียนมัธยมปลายที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีน่ะสิ!

จะบอกว่ามันผ่านมาเกือบสามปีแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ฉันเคยไปแค่ปีแรกหลังเรียนจบ หลังจากนั้นก็ไม่ได้ไปอีกเลย ถึงจะมีข้อความจากเพื่อนร่วมรุ่นส่งมาบอกบ่อยๆ แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย

แต่ในปีนี้แค่ได้ยิน ข่าวนั้น’ ฉันก็ตัดสินใจจะไปร่วมงานเลี้ยงรุ่น แถมยังลงทุนลงแรงเปลี่ยนตัวเองจนเป็นสาวเปรี้ยว ทั้งๆ ที่ปกติไม่แม้แต่จะเฉียดผ่านร้านเสริมสวย แต่วันนี้ฉันลงทุนไปทำทรีตเมนต์ที่คลินิกเสริมความงาม เข้าร้านแต่งเล็บ เสร็จแล้วก็ไปย้อมสีผมเป็นสีทองสว่างให้กลายเป็นสาวเปรี้ยวจี๊ดจนเข็ดฟัน และกว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการก็ทำให้เงินเก็บที่มีอยู่น้อยนิดในบัญชีของฉันหายไปชั่วพริบตา

เอาล่ะ พร้อมแล้ว

ฉันพร้อมเข้าสู่สนามรบแล้วล่ะ!

อุ๊ย! ดูผู้หญิงคนนั้นสิ ใช่อมยิ้มหรือเปล่าเนี่ย

ขณะที่ฉันกำลังพึมพำกับตัวเอง เบลล์เพื่อนสนิทของฉันก็เปิดประตูผลัวะเข้ามาในห้อง

ทำไม ฉันดูเปลี่ยนไปมากเลยเหรอ

จะพูดว่าไงดีล่ะ ทั้งเสื้อผ้า หน้า ผม ฉันจำแกแทบไม่ได้เลย

จริงเหรอ

อืม...” เบลล์พยักหน้า แต่เสียดายนะที่ขาดไปอย่าง...

ขาดอะไร” 

ออร่าน่ะ ออร่า” เบลล์พูดพลางผายมือไล่ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าของฉัน ออร่าแกยังดูมืดหม่นเหมือนเดิม

คนที่พูดแหย่ฉันแล้วก็หัวเราะเยาะราวกับเป็นศัตรูกัน แต่จริงๆ แล้วเบลล์น่ะเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของฉันซึ่งไปไหนมาไหนด้วยกันตั้งแต่ประถมจนถึงมหาวิทยาลัย และยังเป็นเพื่อนที่พักอาศัยอยู่ในห้องเดียวกัน เป็นรูมเมตกันมานมนาน เรียกได้ว่าไม่ต่างอะไรกับคนในครอบครัว

โห...นี่แกเขียนอายไลน์เนอร์ด้วยเหรอเนี่ย” เบลล์ยกนิ้วชี้หน้าของฉัน ไหนว่ากลัวมันจะทิ่มตาแกไง

ฉันก็ฝึกตามยูทูปไง แกเห็นหางตาครบกริบนี่ปะ นี่แหละผลจากความลำบากฝึกปรือฝีมือมาตั้งนาน” ฉันหมุนตัวกลับไปมองตัวเองในกระจกอีกครั้งแล้วพูดต่อ ฉันเหมือนเจ้าหญิงมะ

ไม่ล่ะ” ใบหน้าของเบลล์ที่สะท้อนอยู่ในกระจกพูดพลางเบ้ปาก แกเหมือนแม่มดมากกว่า

จะเป็นแม่มดหรืออะไรก็ช่างเถอะ” ฉันใช้หลังมือสะบัดผมสีทอง รู้แค่ว่าตอนนี้ฉันได้ลอกคราบตัวเองจนกลายเป็นอีกคนได้ขนาดนี้ ฉันเสียเวลาไปตั้งเท่าไหร่ ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ต่างหากล่ะ

งั้นใครล่ะ

อะไรใคร

ก็ไม่ใช่ว่าที่เปลี่ยนตัวเองแบบนี้ก็เพราะว่ามีคนอยากให้มองหรอกเหรอ

เฮือก!

ทะ...ทำไมแกคิดอย่างนั้น” ฉันอึกอัก แกดูจากอะไร

ก็สารรูปของแกไง ไม่เห็นต้องเดาให้ยากเลย

ฉันรู้สึกเจ็บจี๊ดในใจ แต่ก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วค่อยๆ เบนสายตาไปทางอื่น

ความจริงแล้วฉันสนิทกับเบลล์มากถึงขนาดยืมชุดชั้นในมาใส่ได้ แต่มีความลับเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่ฉันไม่สามารถบอกเพื่อนได้ และวันนี้ก็เป็นวันที่ฉันจะไปหาพระเอกของเรื่องลับนั้น นี่เองที่เป็นสาเหตุให้งานเลี้ยงรุ่นที่น่าเบื่อกลายเป็นปาร์ตี้พรมแดง และยังเป็นเป้าหมายของการลงทุนแบบเทหมดหน้าตักของฉันในครั้งนี้ เพราะงานเลี้ยงรุ่นคราวนี้ หมอนั่น เอ่อ...หมายถึงเขาคนนั้นจะมาด้วย

ในงานเลี้ยงรุ่นปีแรก ฉันไม่แน่ใจว่าจะได้เจอเขาอีกหรือเปล่าเลยลองไปดู แต่ก็ต้องพบกับความผิดหวัง เพราะได้มาเพียงข่าวเรื่องที่เขาไปเรียนต่อเมืองนอก หลังจากนั้นฉันก็ไม่เคยสนใจกับการจัดงานเลี้ยงรุ่นอีกเลย

ตั้งแต่วันสุดท้ายที่ได้เจอเขาก็ปาเข้าไปเกือบสามปีแล้ว ขนาดอากาศยังเปลี่ยนสภาพไปแทบจะทุกวัน แล้วเขาจะเปลี่ยนไปขนาดไหนกันนะ...

ไม่เจอกันนานเลยนะ! เฮ้ยเบลล์! นั่นแกมากับใครน่ะ!

ไอ้ยิ้มไง อมยิ้มน่ะ นี่แกจำมันไม่ได้เลยเหรอ

โห...นี่เปลี่ยนไปมากขนาดนี้ได้ยังไงเนี่ย!

รูปร่างเขาดีมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เพราะงั้นตอนนี้เขาต้องมีไหล่กว้างที่เห็นแล้วอยากจะโผเข้าไปกอดแน่

อมยิ้ม แกดูเซ็กซี่ขึ้นมากเลยนะ แล้วหน้าอกน่ะ ก็เสริมมันด้วยเหรอ?”

แผงอกก็ต้องมีซิกแพ๊ก...ก็ทำด้วยเหรอ...

เอ๋กำลังพูดอะไรอยู่เนี่ย!

พูดเรื่องอะไรของพวกแกอยู่เนี่ย

ฉันหัวเราะอย่างกับนางมารร้ายทั้งๆ ที่แก้วไวน์ยังคงเอียงมาทางริมฝีปาก แต่เมื่อตั้งสติได้ก็หันไปมองค้อนเพื่อนสองคนแล้วแย้งกลับไป 

ฉันแค่เปลี่ยนโฉมภายนอกนิดหน่อย ส่วนหน้าอกน่ะมันก็เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

เออว่ะ หน้าอกของอมยิ้มมันก็ใหญ่แบบนี้อยู่แล้ว เมื่อก่อนตอนเล่นบาสเห็นพยายามจะดั๊งก์ด้วยหน้าอกอยู่บ่อยๆ

ต้นหอม!

ต้นหอมเพื่อนร่วมห้องหัวเราะเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนสถานการณ์ แต่บรรยากาศก็ไม่ได้ดีขึ้นอย่างตั้งใจ

นี่ฉันชมเธอนะ ทำไมต้องเซนซิทีฟด้วย

ฉันถอนหายใจพลางจิบไวน์เข้าไปอีกคำ

นั่นสินะ แค่ชมเฉยๆ ทำไมต้องเซนซิทีฟ

แต่ความจริงแล้วฉันไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ที่ขนาดหน้าอกกลายมาเป็นประเด็นในระหว่างที่เพื่อนๆ กำลังคุยกันอย่างออกรส

หวัดดีพวกแก ไม่เจอกันนานเลยนะ

อืม” ฉันกับไอ้เบลล์พยักหน้าเบาๆ

เวลานี้เพื่อนเก่าสมัยเรียนมารุมล้อมโต๊ะของฉันกับไอ้เบลล์อยู่

พวกเธอสองคนสมัยเรียนมัธยมก็ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ตอนนี้ก็ยังเหมือนเดิมเลยนะ

ถ้าฉันไม่คบกับไอ้ยิ้ม มันก็จะเหลือใครให้คบอีกล่ะ

ชิ! ฉันมองค้อนไอ้เบลล์ที่พูดไปหัวเราะไป

แต่ก็จริงของมัน เพราะถ้าหากไม่มีไอ้เบลล์แล้ว ฉันก็ไม่มีเพื่อนคนอื่นอีก

“นี่พวกแกสวยมั้ย?” คนที่อยู่โต๊ะด้านหลังพวกเราพูดพลางชูกระเป๋าแบรนด์เนมสุดหรูขึ้นเหนือหัวทุกคน แฟนคนล่าสุดซื้อให้ฉันล่ะ”

“โหยแก สวยมาก!” เสียงอีกคนร้องตกใจ “ทำไมแฟนแกเปย์หนักแบบนี้ อิจฉาว่ะ!”

“ทำไงได้ล่ะ ฉันก็ต้องหาผู้ชายที่คู่ควรกับฉันสิ”

“จ้าๆ แม่ลูกคุณหนู”

เสียงพูดคุยดังขึ้นจากโต๊ะที่อยู่ติดกันกับพวกเรา

มันคือเสียงของกลุ่มสาวแสบประจำห้อง และฉันก็จำชื่อพวกเธอได้ดีเลยล่ะ

คนแต่งหน้าจัดๆ น่ะชื่อ เหมย’ ส่วนอีกคนแต่งตัวเปรี้ยวจี๊ดคือ คะน้า’ และอีกคนคือ ใบพลู’ ที่ประโคมแบรนด์เนมมาทั้งตัวและเป็นคนโชว์กระเป๋าให้เพื่อนๆ ดูนั่นแหละ ส่วนหัวหน้าแก๊งที่ชื่อ ใบเตย’ น่ะยังไม่เห็น

อมยิ้ม” จู่ๆ ต้นหอมก็สะกิดแขนของฉันทีหนึ่ง แกได้เจอใบเตยแล้วหรือยัง

ไม่ล่ะ ขอไม่เจอน่าจะดีกว่า

รอยยิ้มของฉันแข็งขึ้นเล็กน้อย ไม่อยากสนใจเรื่องของคนคนนั้นที่เพื่อนพูดถึงให้เปลืองสมองเลยสักนิด

ตั้งแต่สมัยมัธยมปลายใบเตยก็ชอบหาเรื่องมาให้ฉันปวดหัวอยู่เสมอ เพราะงั้นวันนี้อย่าได้เจอแล้วก็อยู่ห่างๆ เอาไว้น่าจะดีกว่า

และไม่ใช่แค่ใบเตย กลุ่มของเธอก็ด้วย อย่าไปยุ่งด้วยเป็นดีที่สุด

แต่เพราะไม่ไปยุ่ง คนพวกนั้นจึงเดินมาที่โต๊ะของฉันเนี่ยสิ

นี่อมยิ้มเหรอ?” เหมยทัก

โห...สวยขึ้นจนจำแทบไม่ได้เลยนะ” แล้วคะน้าก็พูดต่อ ส่วนใบพลูน่ะไม่พูดอะไร ทำเพียงแค่ปลายตามองขึ้นๆ ลงๆ

เฮ้อ...ฉันล่ะไม่อยากจะยุ่งกับคนกลุ่มนี้จริงๆ นะ

“ขอบคุณ” ฉันพูดไปตามมารยาท “พวกเธอก็สวยขึ้นมาก”

จากนั้นสาวๆ กลุ่มนี้ก็เข้ามานั่งเบียดที่โต๊ะของฉันทันที

หัวข้อสนทนาในวงเหล้ามักไม่พ้นเรื่อง ความรัก’ และจบลงด้วยเรื่องการวางแผนอนาคต

“ว่าแต่ได้ข่าวว่าเธอเรียนคณะดุริยางค์-นาฏศิลป์เหรอ?” เหมยถาม

“อือ” ฉันพยักหน้าเนือยๆ “ทำไมเหรอ”

“เรียนคณะนี้จบแล้วจะไปทำงานอะไรล่ะ” เหมยพูดต่อ

นี่ก็อยากรู้เรื่องของคนอื่นเหลือเกินนะ

“หรือว่าจะไปเป็นนางรำ” คะน้าเสริมพลางหรี่ตามอง “แต่มันจะได้เงินสักเท่าไหร่เชียว”

“และสมัยนี้ก็ใช่จะหางานได้ง่ายๆ ยิ่งเป็นพวกงานเต้นกินรำกินด้วยแล้วละก็...” ใบพลูใช้หลังมือปัดเส้นผม “เธอได้อดตายแน่ล่ะอมยิ้ม”

นั่นสินะ” ฉันยิ้มรับกับคำพูดทั้งหมด “แต่ก็อย่างที่พวกเธอว่า เรียนจบฉันอาจจะตกงาน... แต่ก็โชคดีที่มางานเลี้ยงรุ่น เห็นพวกเธอเป็นห่วงแล้ว ฉันก็ค่อยฮึดขึ้นมาหน่อย ถ้าไม่มาคงจะแย่แน่ๆ ขอบใจนะทุกคน

ท่ามกลางเพื่อนๆ ที่แสดงสีหน้าออกมาต่างๆ นานามีเพียงเบลล์คนเดียวที่กลั้นหัวเราะแทบขาดใจ

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ฉันก็ยังคงยิ้มน้อยๆ ด้วยใบหน้าใสซื่อ พร้อมทั้งเอ่ยต่อ

แต่ไม่ต้องห่วงนะ หลังเรียนจบฉันคงจะได้งานทำแหละ

จริงเหรอ!ที่ไหนล่ะ

กลายเป็นประเด็นขึ้นมาอีกครั้ง พวกผู้หญิงเริ่มส่งเสียงเอะอะด้วยความสงสัย

ฉันแอบยิ้มเหี้ยมในใจก่อนจะตอบกลับไปเรียบๆ ที่วัดไง

ที่วัด?”

อืม...” ฉันพยักหน้าเนือยๆ รับงานรำแก้บนตามวัดดังๆ ไง แล้วถ้าพวกเธอสนใจอยากแก้บน หรือรำหน้างานศพ ติดต่อได้ตลอดเลยนะ เพราะตอนนี้ฉันก็รับงานเป็นอีเว้นท์

เท่านั้นแหละ ความอยากรู้อยากเห็นที่ปรากฏบนใบหน้าของพวกเพื่อนๆ ก็หายวับไปกับตา ประกายในดวงตาค่อยๆ จางหายไป พร้อมๆ กับทุกคนเริ่มทยอยกลับไปนั่งที่โต๊ะของตัวเอง

เฮ้อ...ไปกันได้สักที!

ไม่ไหวจริงๆ เอาแต่ถามเรื่องคนอื่น ทำไมถึงได้อยากรู้อยากเห็นกันนักนะ

ยัยนั่นตั้งใจจะแดกดันพวกเราด้วยรอยยิ้มโง่ๆ นั่นงั้นเหรอ

ทำหัวหมอหลอกด่าเราใช่ไหมเนี่ย

นางหัดเสแสร้งเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่

พวกเราไม่น่าเสียเวลาไปพูดคุยด้วยเลย

เหมือนแกจะถูกแม่พวกนั้นพูดถึงในทางที่ไม่ดีอยู่นะ

อืม...ได้ยิน” ฉันตอบไอ้เบลล์ด้วยใบหน้าเรียบเฉยจนแทบจะไร้อารมณ์ แต่ไม่ถือหรอก ฉันชินกับการถูกเกลียดแล้วด้วย

แต่ฉันไม่ชอบใจเลย ตบสักทีดีมั้ย!

อย่าไปมีเรื่องเลยน่า

โชคดีที่ฉันสามารถเล่นละครได้ เช่นเดียวกับการแต่งหน้า ใช้รองพื้นหนาๆ ปกปิดความรู้สึกที่ไม่อยากให้ใครเห็นทั้งหลายให้หมด ตรงจุดนี้ฉันยอมรับว่าแสดงออกมาได้ดีทีเดียว

แต่ในใจลึกๆ ไม่ได้รู้สึกถึงความปลื้มปิติที่ชนะศึกได้อย่างงดงาม ฉันเหม่อลอยอยู่สักพัก ในที่สุดก็ดื่มของเหลวในแก้วรวดเดียวจนหมด

แกๆ 

เหมยที่ไปเข้าห้องน้ำมา พอมาถึงที่นั่งได้ก็เรียกเพื่อนๆ ของเธอหน้าตาตื่น

อะไร เป็นอะไร

ผู้ชายคนที่นั่งตรงเคาน์เตอร์บาร์น่ะ

ทำไมล่ะ

เขาหล่อมาก! หล่อมากจริงๆ เลยนะแก

ฉันที่กำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่เรียกสติคืนมาได้อย่างหวุดหวิดเพราะเสียงนั้น

จริงเหรอ!”

ไม่ใช่แค่สาวๆ โต๊ะนั้น แต่ผู้หญิงทุกคนที่ได้ยินเสียงของเหมยต่างก็หันไปดู

จริง” เหมยพยักหน้า ขนาดมองเห็นแค่ด้านข้าง ทำเอาเกือบเข่าอ่อนแน่ะ

ฉันแอบหันไปมองตามเสียงคนที่พูดขึ้นมา

ทั้งๆ ที่รอบด้านคลาคล่ำไปด้วยผู้คน แต่เขาคนนั้นกลับทำตัวไม่เข้ากับบรรยากาศ

เสียงเพลงคลอเบาๆ ท่ามกลางแสงไฟสลัวอบอุ่น ฉันมองเห็นเพียงแค่นิ้วเรียวถือแก้วคริสตัลใสแวววาว ของเหลวสีอำพันหมุนวนตามแรงเหวี่ยงเบาๆ

สาบานว่าฉันไม่รู้ว่าชายคนนั้นมีหน้าตาเป็นยังไง เพราะร่างนั้นกำลังนั่งหันหลังให้พวกเราอยู่

แต่เพื่อนผู้หญิงพูดถึงขนาดนั้น แสดงว่าหน้าตาคงหล่อเหลาไม่เบา

อุ๊ย มีคนเดินไปหาผู้ชายคนนั้นแล้วด้วย!

ฉันลองเข้าไปคุยด้วยดีไหมนะ

ก็ถ้ากล้าก็เอาเลยสิ

ลองพามานี่สิ ถ้าแกทำได้ฉันจะให้ยืมลูกรักของฉันเลย

ลูกรักที่ว่าก็คือกระเป๋าแบรนด์เนมราคาสูงลิบลิ่วนั่นไงล่ะ

เสียงพูดคุยสนุกสนานของคนพวกนั้นดังแว่วเข้ามาในหู มาถึงตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าเป็นเสียงของใครแล้ว

พวกผู้หญิงหัวเราะอยู่พักหนึ่งก่อนจะมีเสียงของใครสักคนพูดขึ้นมา

ว่าแต่อคินไม่มาเหรอ!

ใช่ๆ เขาส่งข้อความบอกว่าจะมานี่!

แล้วมีใครติดต่อเขาได้มั้ย?”

ไม่อะ โทรศัพท์ปิดเครื่อง

แปลกจริงไหนว่าเพิ่งกลับมาจากอังกฤษได้ไม่นานไง ทำไมหมอนั่นยิ่งนานวันยิ่งดูลึกลับมากขึ้นนะ

แต่ไม่มีดวงดาวดวงไหนจะเด่นเกินไปกว่าเขาแล้วจริงๆ ถ้าได้เจอเขาแล้วฉันก็ไม่อยากจะหันไปมองผู้ชายคนอื่นอีกเลย! นี่ถ้าฉันทำงานนะ จะเอาเงินเดือนทั้งหมดที่มีเลี้ยงดูเขาเลยล่ะ

ตลกน่า เขาจะยอมให้แกเลี้ยงดูเหรอ บ้านเขารวยซะขนาดนั้น

ไม่รู้ล่ะ ถ้าเขาอนุญาต ฉันจะยอมสละทุกอย่างให้หมดเลย

นี่พวกแกเบาๆ หน่อย” คะน้าเริ่มห้ามปราม พูดอะไรก็หัดเกรงใจแฟนเก่าของเขาด้วย อมยิ้มน่ะนั่งอยู่ข้างหลังพวกแกนะ

อึก...

ฉันกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน

ถ้าไม่เอ่ยชื่อน่าจะดีกว่าไหมล่ะ...

ไม่จำเป็นต้องบอกว่าฉันเป็นแฟนเก่าเขาก็ได้

ก็เป็นแฟนเก่าไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องเกรงใจด้วยล่ะ

และนี่คือเสียงของเหมยนั่นเอง...

เฮ้อ...ก็นั่นน่ะสิ 

ฉันเป็นแฟนเก่า เพราะงั้นทุกคนไม่ต้องเกรงใจหรอก...

ขณะที่ฉันนั่งเหม่ออยู่ก็มีข้อความไลน์เด้งเข้ามาในมือถือของฉัน และมันเป็นข้อความมาจากเบลล์

อย่าไปสนใจเลย พวกนี้พูดจาไม่เป็นเรื่องแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

ฉันอ่านข้อความก็ยิ้มแหยๆ ออกมา

นี่สินะเบลล์...เพื่อนรัก

แต่ช่างเหอะ ต่อให้ตอนนี้เป็นแฟนเก่า แต่ฉันก็มีเรื่องค้างคาใจที่ต้องคุยกับเขาให้รู้เรื่อง

เพราะหลังจากที่เลิกกันแล้ว เราก็ไม่ได้ติดต่อกันอีก

เรื่องที่สงสัยก็มีมากมายเต็มไปหมด ถ้าต้องกลับไปโดยที่ยังไม่รู้เรื่องล่ะก็ ผมคงจะร่วงเป็นกำๆ เพราะคิดไม่ตกแน่ๆ

แต่ว่า...สุดท้ายแล้ววันนี้เขาก็ไม่มา...

หรืออาจแค่ยังมาไม่ถึง อือ... บางทีอาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้

แต่ฉันสงสัยมาตั้งแต่ก่อนแล้ว ว่าทำไมผู้ชายฮอตๆ อย่างอคินถึงได้คบกับผู้หญิงจืดๆ อย่างอมยิ้มได้

ได้ยินใครสักคนพูดขึ้นมา

ใช่ๆ ถ้าเป็นตอนนี้จะไม่แปลกใจนะ แต่ตอนนั้นอมยิ้มดูเป็นเด็กผู้หญิงสแตนดาร์ดสุดๆ

ไม่เหมาะสมกับอคินเลยสักนิด ถึงตอนนี้จะแปลงโฉมให้เป็นหงส์ยังไง แต่ก็ปกปิดรูปลักษณ์ที่เป็นอีกาไม่ได้หรอก

นี่ฉันไปทำอะไรให้เหมยโกรธเคืองกันนะ...

แรงไปนะ

แล้วไงล่ะ” เหมยยักไหล่ ฉันยังเหมาะสมกับอคินมากกว่าอีก

เหอะๆ... 

ฉันแอบหัวเราะเยาะในใจ

แต่ไม่ใช่พวกเธอหรอกที่แปลกใจ มาจนถึงตอนนี้ฉันเองก็ยังไม่เข้าใจเหมือนกัน

ตอนนั้นฉันเพิ่งจะอายุสิบเจ็ดปี อคิน’ ชาติตระกูลดี หน้าตาหล่อเหลา จะเสียตรงที่นิสัยหยิ่งไปนิด ติดรวยไปหน่อย แต่เนื่องจากเขาเป็นฝ่ายขอคบกับฉันก่อน สำหรับฉันแล้วจึงเหมือนจู่ๆ ก็มีเจ้าชายขี่ม้าขาวมารับถึงที่ ฉันจึงทำได้เพียงแค่ยิ้มและพยักหน้าตกลง ไม่คิดจะปฏิเสธอีกฝ่ายแม้แต่น้อย

เขาออกจะเท่ พอเขามาชอบและขอคบฉันเป็นแฟน ฉันก็รู้สึกชอบเขาตอบเป็นธรรมดา 

ช่วงนั้นฉันมักรู้สึกตัวเบาหวิว เอาแต่เคลิบเคลิ้มไปกับตำแหน่งแฟนของอคิน

แต่ทำไมเขาถึงอยากคบกับผู้หญิงธรรมดา ทั้งสวมแว่นตา แต่งตัวง่ายๆ ซึ่งไม่เคยอยู่ในสายตาของใครเลยล่ะ ทั้งๆ ที่ในโรงเรียนมีสาวสวย สาวเก่ง สาวอัจฉริยะตั้งมากมาย ทำไมเขาถึงได้เลือกฉัน...

อคินเคยบอกว่าฉันเป็นเด็กผู้หญิงคนแรกที่ไม่สนใจเขา เป็นคนแรกที่ไม่เคยกรี๊ดกราดเวลาเจอหน้า และเป็นคนแรกที่ขนาดเขาเดินผ่านฉันยังไม่มองเลย และจุดนั้นทำให้เขารู้สึกสนใจและถูกฉันดึงดูด

ตอนนั้นฉันเพิ่งจะรู้ว่าการเป็นคนเฉื่อยๆ ก็เรียกร้องความสนใจจากคนอื่นได้เหมือนกัน...

สรุปแล้วฉันคบกับอคินด้วยเหตุผลพวกนี้ และก็ได้เป็นที่อิจฉาของเพื่อนๆ ถึงหนึ่งปีตลอดช่วงเวลาที่ฉันเป็นแฟนกับเขา แต่ทว่าในวันจบการศึกษาเขาก็บอกเลิก

แน่นอนว่าหลังจากถูกทิ้ง ฉันก็เสียใจเป็นธรรมดา ตอนนั้นฉันพยายามหาเหตุผลทว่ากลับติดต่อเขาไม่ได้ จนมารู้ข่าวอีกทีก็ตอนที่รู้ว่าเขาไปเรียนต่อเมืองนอกโดยไม่บอกอะไรกันสักคำนั่นแหละ

และเพราะไม่รู้เหตุผลของการเลิกรา มาตอนนี้ฉันจึงยังรู้สึกปวดใจอยู่นิดๆ

ไอ้ยิ้ม

เสียงของเบลล์ทำให้ฉันหลุดออกมาจากห้วงคิด

แกจะกลับหรือยัง” เบลล์พูดพลางมองไปรอบๆ ฉันเบื่อ อยากกลับแล้ว

จะกลับได้ไง เราเสียเงินไปแล้วนะ ต้องกินให้อิ่ม ดื่มให้มากพอสิ

แต่ฉันรำคาญพวกนั้น” เบลล์ถอนหายใจ เดี๋ยวก็นินทาคนโน้น เดี๋ยวก็โอ้อวดว่าตัวเองรวยอย่างนั้น ไฮโซอย่างนี้

เอาน่า...ทนๆ ฟังไปเถอะ” ฉันบอกพลางลุกขึ้น เดี๋ยวฉันไปเข้าห้องน้ำ ส่วนแกน่ะไปเอาไวน์มาเผื่อด้วย

ก็ได้


หลังจากนั้นฉันก็ค่อยๆ เดินไปยังห้องน้ำโดยที่มันต้องผ่านตรงเคาน์เตอร์บาร์ และก็ได้เห็นชายคนนั้นคนที่เพื่อนๆ พูดถึงก่อนหน้าซึ่งกำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่ตรงเคาน์เตอร์บาร์เพียงลำพังนั่นแหละ

อืม...แค่เห็นด้านข้าง เขาหล่อสมคำล่ำลือจริงๆ แฮะ

มาคนเดียวเหรอคะ

อ่า...มีผู้หญิงเข้าไปทักเขาอีกแล้ว

แต่เขาไม่ตอบคำถามไม่แม้แต่จะชำเลืองมองเธอคนนั้นที่เข้าไปทักเลยแม้แต่น้อย

ท่าทางที่กำลังเอียงแก้วเหล้าอยู่อย่างเงียบๆ ด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์ถูกกลืนไปกับเสียงถามคำถามกับเสียงพูดคุยของเพื่อนร่วมชั้นของฉัน ซึ่งมันดังโหวกเหวกอย่างกับการร้องประสานเสียงแต่ไม่เพราะ นิ้วมือเรียวยาวถือแก้วออนเดอะร็อกไว้แล้วเหวี่ยงแก้วนั้นเบาๆ

ชื่อเหมยนะคะ ถ้าไม่รังเกียจ ดื่มกับเหมยได้มั้ย?” เหมยพูดพลางวางขวดไวน์ที่เหลืออยู่เต็มขวดไปตรงหน้าเขา พอดีเพื่อนเหมยเพิ่งสั่งไวน์ขวดใหม่มา แต่กลับชิ่งหนีไปไหนแล้วก็ไม่รู้น่ะค่ะ

ใช่แล้วคนที่เข้าไปทักเขาก็คือเหมยนั่นเอง

ขณะที่เหมยกำลังรอคำตอบ ทว่าก็มีหลายเสียงดังขึ้นจากทางด้านหลัง ซึ่งเป็นเสียงของเพื่อนร่วมรุ่นฉันนั่นเอง

และส่วนมากก็เป็นเสียงของพวกผู้ชายมากกว่าเสียด้วย

มีผู้หญิงเข้าหาอีกแล้วแฮะ คนที่เท่าไหร่แล้ววะเนี่ย?”

“อิจฉาอะดิ”

“เออแต่ไอ้หมอนั่นเอาแต่บอกปัดไปอย่างไม่เสียดายของเลยนะเว้ย!”

น่าเสียดายว่ะ ถ้ากูหล่อได้แบบนั้นนะ จะใช้นิ้วจิ้มเลือกเอาเลย

ฉันได้ยินเสียงของผู้คนรอบข้างเอ่ยปากพูดถึงชายคนนั้นไม่หยุด

แต่ว่านั่น เหมย’ ดาวท็อปของชั้นปีเราเลยนะ หมอนั่นอาจจะไปด้วยก็ได้

อืม...คิดว่างั้น...

การนินทามันเป็นเรื่องปกติของเพื่อนร่วมรุ่นฉันแล้วเหรอ?

เหมยหันมาแอบยิ้มให้กับพวกที่นินทาอยู่ด้านหลัง โดยชายคนนั้นไม่ทันสังเกตุเห็น

ว่าไงคะ...คุณ...” 

ขณะที่เธอกำลังจะถามต่อ ทว่าจู่ๆ เขาก็เลิกคิ้วพลางส่งเสียงหึออกมาหนึ่งคำ

หึ

แม้จะเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่ในวินาทีที่เขาเลิกคิ้วดกหนา เผยให้เห็นแววตาเยือกเย็นราวกับสายลมยะเยือกพัดก็ทำให้คนที่มองอยู่รู้สึกเหมือนถูกดูดเข้าไปอยู่ในหลุมลึก

ฉันไม่มีอารมณ์” 

เขาตอบคู่สนทนาด้วยเสียงทุ้มต่ำ พร้อมกับรอยยิ้มชวนวาบหวิว

ไม่สิ...มันเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันเสียมากกว่า

ถ้าอยากมีเซ็กซ์ เชิญไปหาคนอื่น

แซ่ด...

อะไรเนี่ย!

ยิ่งพูดด้วยหน้าตาหล่อๆ แล้วยิ่งแย่เข้าไปใหญ่

เออ เสียของจริง!

ผู้ชายอะไรเนี่ย!

เมื่อหลายเสียงดังขึ้น รอยยิ้มชั่วร้ายก็ผุดขึ้นบนใบหน้าของฉันทันที

แน่นอนว่าฉันไม่ควรรู้สึกแบบนี้ แต่มันก็น่าสะใจมากเลยไม่ใช่เหรอ

ก็เธอคนนั้น คือ เหมย’ ที่บอกว่าต่อให้แปลงโฉมให้เป็นหงส์ยังไง แต่ก็ปกปิดรูปลักษณ์ที่เป็นอีกาไม่ได้หรอก

ถูกหักหน้าแบบนี้บ้างเสียก็ดี เพราะความมั่นหน้าของเหมยจะได้ลดลงซะบ้าง...หึ

ฉันยืนนิ่งจ้องเขาเขม็งราวกับจะเจาะให้ทะลุ และเขาเหมือนจะรับรู้ถึงสายตาของฉัน จึงค่อยๆ หันหน้ามาอย่างช้าๆ และในจังหวะนั้นร่างของฉันก็สะดุ้งโหยงก่อนจะรีบหมุนตัวเดินเข้าไปในห้องน้ำทันที

เสียมารยาทจริงๆ ไปจ้องเขาแบบนั้นได้ยังไง...เฮ้อ

 




[Updates 100%]

Z o n e Talks




ผู้ชายปากร้ายที่อยู่ตรงเคาน์เตอร์บาร์คนนั้น

เขาเป็นใครกันน้า....~`





1 เม้นต์ 1 กำลังใจ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.235K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,332 ความคิดเห็น

  1. #2118 Bopazi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 23:33
    ขำตอนน้องบอกรับอีเวนต์ 5555555 แต่ผมแฟนเก่านี่ก็อยากรู้ ส่วนที่สบตากันแล้ว พี่นายแน่ๆ
    #2,118
    0
  2. #1189 Amineen27 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 21:09
    พ่อฟ้าดแรงๆแทนว่าที่เมียไปเลยจ้่าา
    #1,189
    0
  3. #57 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 08:00

    สะใจโว้ยยยย มั่นหน้าดีนัก เหมย 55555

    #57
    0
  4. #47 Thisisbeck_k (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 23:38
    ต้องเป็นพระเอกแน้วววว
    #47
    0
  5. #46 PinkZa547 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 22:09
    ต้องโดนเเล้ว
    #46
    0
  6. #45 firstzy93 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 13:42
    สะใจจริงๆ
    #45
    0
  7. #44 DurDa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 13:39
    ปากร้ายแบบนี้ นาย หรือเปล่า ฮ่าๆๆๆๆ
    #44
    0
  8. #43 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 11:28

    ผู้ชายโคตรหล่อตรงเคาเตอร์ ใช้อคินหรือเปล่านะ

    #43
    0
  9. #42 firstzy93 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 09:38
    พระเอกอยู่ไหน
    #42
    0
  10. #41 DurDa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 09:02

    รอการมาของใครสักคน

    #41
    0
  11. #40 seehamat009 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 08:23
    เมื่อไรพระเอกจะออกมาน้าาาา
    #40
    0
  12. #39 PinkZa547 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 01:17
    ค่าตัวพระเอกน่าจะเเพงยุน้า
    #39
    0
  13. #38 firstzy93 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 15:15
    ตอกกลับไปเลย
    #38
    0
  14. #37 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 12:24

    แก๊งนางมารพวกนี้ ชีวิตมีปมด้อยเหรอ

    #37
    0
  15. #36 DurDa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 10:04

    น้องอมยิ้มดูไม่หงิ่มนาจา หุหุ

    #36
    0
  16. #35 Msswm (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 08:58
    มันต้องงี้น้องยิ้มมมม //รอนะค้าา เลิฟฟ
    #35
    0
  17. #34 seehamat009 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 08:34
    แซบบบบบบ
    #34
    0
  18. #33 Thisisbeck_k (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 08:29

    น้องก็ฟาดอยู่เด้อออ คิคิ

    #33
    0
  19. #32 _darinn_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 06:09
    จิบบ่อยๆจะไม่เมาไปก่อนใช่มั้ยหล่อน
    #32
    0
  20. #31 DurDa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 16:03

    นางเอกจอมเปิ่นกับพระเอกพูดน้อยงี้ 555

    #31
    0
  21. #30 PinkZa547 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 12:07
    สู้ๆ เจิมมมมมม
    #30
    0
  22. #29 firstzy93 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 12:02
    แปลงโฉมม
    #29
    0
  23. #28 Thisisbeck_k (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 10:43

    น่ารักกกกก><

    #28
    0
  24. #27 Msswm (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 09:08

    รักกกกกก
    #27
    0
  25. #26 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 07:45

    รอคร่าาาาาาาาาาา

    #26
    0