Hit me Hit you [E-Book]

ตอนที่ 18 : Hit me Hit you ; EP-17 : I made a stupid mistake [Full%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 64,158
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,780 ครั้ง
    2 มิ.ย. 63

ทวิตติดแท็ก #ยิ้มของนาย



EPISODE 17

I made a stupid mistake



หลังจากออกมาจากที่เกิดเหตุ พี่นายก็ไม่พูดอะไร ทำเพียงแค่เดินกุมมือฉันจนมาถึงลานจอดรถ เวลานี้ฉันทำได้เพียงแค่มองเสี้ยวหน้าคมด้านข้างของเขาแล้วถอนใจออกมาเงียบๆ รู้สึกราวกับหินก้อนใหญ่ที่ทับอยู่ในอกถูกยกออกไปในที่สุด

อืม...แปลกจัง ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งจะมีเรื่องกับใบเตย แต่ทำไมฉันกลับรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก

ภายในลานจอดรถเงียบมาก ทั้งๆ ที่เพิ่งจะสามทุ่ม แต่ทว่ากลับมีเพียงรถจอดอยู่ไม่กี่คัน 

ในที่สุดก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน พี่ไม่เห็นจำเป็นต้องไปทะเลาะกับเธอเลย” 

ทะเลาะ?” จู่เขาก็ย้อนถาม สองขาพลันหยุดชะงัก

เป็นอะไรคะ” 

นี่อย่าบอกนะว่าเขาไม่รู้ตัวว่าไอ้เหตุการณ์เมื่อครู่นี้เป็นการทะเลาะกัน?

เพื่อนเคยบอกจะอารมณ์ไม่ดีเวลาทะเลาะกับคนอื่น” เขาพูดพร้อมทำหน้าราวกับค้นพบความจริงที่ตัวเองเพิ่งจะได้รู้ และเคยบอกว่าไม่เคยโกรธแทนเพื่อนด้วย

บ่นงึมงำอะไรไม่รู้อยู่คนเดียว ฟังไม่เห็นจะเข้าใจเลย

สุดท้ายเขาเป็นคนทิ้งประเด็นเองและเงียบเอง ฉันทั้งแปลกใจทั้งตลกกับปฏิกิริยาของเขาเสียเหลือเกิน

มันมีคนที่เพิ่งจะรู้สึกตัวเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย!

อ้อ...” เขาพยักหน้าแล้วพึมพำออกมาอีกคำ เพราะไม่ใช่เพื่อนนี่เอง

เอาเข้าไป ยิ่งพูดก็ยิ่งไม่รู้เรื่องเข้าไปใหญ่

หือ?” 

ไม่มีไร” เขาส่ายหน้าปฏิเสธที่จะต่อบทสนทนานี้

ว่าแต่...” ใบหน้าของฉันเต็มไปด้วยคำถามมากพอๆ กับสีหน้าว้าวุ่น ฉันอ้าปากพูดพร้อมกับจ้องหน้าของเขานิ่ง คือพี่ไม่มีอะไรจะถามหนูบ้างเลยเหรอ

ถามไร

ถามเรื่องเมื่อกี้ไง” ฉันนิ่วหน้าเล็กน้อย พี่ไม่สงสัยบ้างเลยเหรอว่าทำไมหนูกับผู้หญิงคนนั้นถึงได้ทะเลาะกัน

ไม่ล่ะ” เขาเอ่ยเเสียงเรียบ

ทำไมล่ะ” เขาไม่สงสัยเลยเหรอ สักนิดก็ไม่เลยเหรอ?

เพราะจะให้คิดว่าเขาไม่ติดใจสงสัยมันก็เชื่อได้ยาก

เอาจริงๆ ลองคุยๆ กันมา ไอ้ประโยคเข้าใจยาก ไอ้เรื่องกายวิภาคอะไรนั่นน่ะ มันทำให้ฉันรู้ซึ้งเลยว่าระดับสมองของพี่นายน่ะไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

ใช่แล้ว ไม่ว่าจะก่อนหน้านี้ จนมาถึงตอนนี้ เหมือนเขากำลังสนุกที่เห็นฉันแถไปเรื่อยๆ มากกว่าจะหลงเชื่อ 

ไว้ก่อน

หา?” 

ทำไมรู้สึกเหมือนเขาอยากจะยื้อเวลาเกมนี้ไปอีกหน่อย

เหมือนอยากจะหาเรื่องอะไรสักเรื่องเพื่อรั้งฉันเอาไว้

และเรื่อง แย้มยิ้ม’ นี่แหละเป็นเหตุผลชั้นดีที่ให้เขาเอาไว้ใช้เพื่อเจอกับฉันอีก

เหนื่อยแล้ว” 

เหนื่อยอะไรอะ?”

เขาหลับตาพลางยกมือขึ้นเสยผม พูดจนเหนื่อย

จริงของเขา วันนี้เขาพูดเยอะมาก มากจริงๆ

แต่เอ่อ... ไม่สิๆ อย่าไปเห็นใจเขา เพราะมันมีเรื่องสำคัญกว่านั้น

และเมาด้วย

หือ?” ฉันเลิกคิ้วเล็กน้อย เหนื่อยน่ะพอเข้าใจแต่... พี่เมาเหรอ?”

ฉันแปลกใจจริงๆ นะ เพราะถึงพี่นายจะดื่มเหล้าเข้าไปก็จริง แต่มันก็ยังดื่มน้อยกว่าวันนั้นมาก แถมวันนั้นตอนที่ดื่มเข้าไปมาก เขาก็ไม่เห็นจะเมาเลย

อืม เมาน้ำลายไอ้ก่อ” เขายกมือขึ้นเสยผมราวกับระบายความหงุดหงิด และหูดับเพราะเสียงผู้หญิงคนนั้น

แต่ว่า...

ค่อยคุย” เขาเอ่ยซ้ำคำเดิม ตอนนี้ไม่ไหว

นั่นไงล่ะว่าแล้ว เขายื้อเวลาเอาไว้จริงๆ!

งั้นถ้าพี่เมาและไม่ไหวจริงๆ พี่ก็ห้ามขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้าน ไหนๆ บาร์เพื่อนพี่ก็เป็นเจ้าของแล้ว ฝากเอาไว้สักคืนคงไม่เป็นไร เพราะงั้นไปโบกแท็กซี่ ห้ามขี่กลับในสภาพเมาๆ อย่างงี้ เดี๋ยวจะเกิดอุบัติเหตุระหว่าง...” 

คำพูดหยุดค้างเอาไว้กลางคัน เมื่อจู่ๆ รับรู้ได้ถึงน้ำหนักของอะไรบางอย่างเทลงมาบนบ่าของตัวเอง

พะ...พี่นาย” ตัวของฉันแข็งทื่อ ดวงตาเบิกโพลงจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า พะ...พี่กำลังทำอะไร

ศีรษะของพี่นายซุกอยู่บนศอกคอ ลมหายใจร้อนผ่าวป่ารดต้นคอและแอ่งชีพจร จนทำให้ใบหน้าของฉันร้อนราวกับไฟลุกท่วม

เมาไง” เขาเทน้ำหนักลงมามากกว่าเดิม จนทำให้ไหล่ข้างนี้ของฉันชาหนึบและสั่นรุนแรง เดินไม่ไหว

อะไรกัน เมื่อกี้ยังเดินไหวอยู่เลย ทำไมจู่ๆ ถึงได้สำออยขึ้นมา!

แล้วเดินไม่ไหวตรงไหน เขาก็แค่เอาหัวมาวางไว้บนบ่าของคนอื่นเฉยๆ ไม่ใช่หรือไงเนี่ย!

ไปส่งหน่อย” แล้วเขาก็เอ่ยออกมาอีกคำ

ผู้ชายบอกให้ผู้หญิงไปส่งแบบนี้มันคิดดีไม่ได้เลย...

ไม่ต้องมาเนียนเลยค่ะ” ฉันใช้ฝ่ามือดันหัวของเขาให้ออกห่าง หนูไม่หลงกลหรอก

วันนี้ฉันไม่ได้เมา ดื่ม Hoegaarden Rosée ที่มีแอลกอฮอล์แค่ 3% ไปเพียงสามแก้ว เพราะงั้นเขาจะมาใช้วิธีหลอกล่อเหมือนอย่างวันนั้นไม่ได้หรอก

ใครกันแน่ที่เนียน” จู่ๆ น้ำเสียงของเขาก็เข้มขึ้น กะจะยื้อเวลาเอาไว้อีกหน่อย แต่ตอนนี้คงไม่ได้แล้วสินะ

เขาพูดยาว และทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้น ฉันก็รู้สึกตัวแบบงงๆ วินาทีต่อมาฉันก็ตื่นตัวเต็มที่ ไม่รู้ว่าตัวเองถูกเขาพามายืนอยู่ข้างรถยนต์ของใครก็ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แขนแข็งแรงทั้งสองข้างของเขากางออกมายันตัวรถคร่อมตัวฉันเอาไว้ ทำให้ร่างของฉันติดอยู่ในวงแขนและสายตาของเขา

พะ...พี่นาย ถะ...ถอยออกไปหน่อย” ฉันยื่นมือออกไปดันอกเสื้อเขาเอาไว้ให้ถอยห่างออกไปหน่อย

ไม่” พี่นายไม่ถอย แถมยังเข้าใกล้กว่าเดิม สองมือรวบเอวฉันไว้ ก่อนจะล็อกตัวฉันไว้ในอ้อมแขนอย่างวางอำนาจ

หัวใจของฉันเต้นโครมคราม ฉันสัมผัสได้ถึงสายตาที่เร่าร้อนเป็นไฟของเขา ดวงตาดำขลับเป็นประกายไม่มีวี่แววล้อเล่น แต่เต็มไปด้วยความจริงจังทำเอาใจเต้น

พะ...พี่คิดจะทำอะไร...” ใจฉันเต้นตึกตักเหมือนกลองรัว ฉันต้องใช้ความพยายามอย่างมากถึงจะหาปากหาลิ้นของตัวเองเจอ “นี่เรากำลังอยู่ในที่สาธารณะนะ ถ้ามีคนเดินผ่านมาเห็น...”

“เห็นแล้วไง” 

ขณะพูดเขาก็ใช้นิ้วชี้ไล้แก้มที่ร้อนผ่าวของฉันเบาๆ เหมือนอยากจะหยิกแก้มหรืออยากจะทำอะไรที่มากกว่านั้น

“กะ...ก็พี่ไม่อายเหรอ”

“อาย?” เขาเลิกคิ้วมอง “ฉันไม่ค่อยมีความรู้สึกทำนองนั้น”

“อะไรนะ?” ฉันเบิกตาโพลง “จะเป็นไปได้ไง มันต้องมีบ้างแหละที่เคยอายน่ะ”

“อย่างเช่น...”

“ก็อย่างเช่นที่พี่ทำอยู่ตอนนี้...”

“แค่กอด”

พูดออกมาได้ไงว่าแค่กอด!

นี่มันกอดกันในที่สาธารณะเลยนะ!

“ถ้าจะให้อายมันต้องมากกว่านั้น”

มากกว่านั้นน่ะหมายถึงเรื่องอะไรกันแน่ล่ะ... 

ความเงียบนั้นเหมือนยืดยาวนานเป็นศตวรรษ ฉันกลั้นหายใจจนกระทั่งช่องอกปวดหนึบเพราะขาดอากาศ ริมฝีปากจึงเผลอเปิดออกน้อยๆ เพื่อรับอากาศเข้าไปทำให้สมองปลอดโปร่ง...

แต่ทว่าพี่นายกลับใช้จังหวะนี้ก้มหน้าลงมาจูบฉัน

ฉันเบิกตาโต รู้สึกเวียนหัวตาลายขึ้นมาฉับพลัน เขารุกไล่เข้ามาอย่างอุกอาจและมั่นใจ แนบร่างเข้ามาชิดฉันทั้งตัว สองแขนกอดรัดร่างเอาไว้แนบแน่น ทำให้ฉันไม่สามารถหนีไปไหนได้ ได้แต่ปล่อยให้อารมณ์เคลิบเคลิ้มท่วมเข้ามาในทุกอณูสัมผัส นำฉันดำดิ่งลงสู่กระแสคลื่นอันรัดรึงใจ

ริมฝีปากร้อนรุ่มหิวกระหายของเขาเรียกร้องต้องการทุกการตอบสนอง จูบที่รุนแรงของเขาทำให้ฉันหายใจไม่ออก

จูบครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ไม่มีการหยั่งเชิง แต่เต็มไปด้วยไฟแห่งความปรารถนา

ความตกตะลึง การต่อต้าน รวมถึงสติสัมปชัญญะของฉันถูกไฟปรารถนาของเขาเผาทำลายเกือบหมด ไม่รู้ว่าเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ฉันค่อยๆ ลืมการขัดขืน ซ้ำยังเริ่มตอบสนองจูบของเขาอย่างเก้ๆ กังๆ

สองมือปล่อยจากอกเสื้อแล้วเลื่อนขึ้นไปบนไหล่กว้างโดยอัตโนมัติ ก่อนจะลูบขึ้นไปตามเส้นผมตรงท้ายทอยของเขา

ผิวหนังของพี่นายทั้งเกลี้ยงเกลาและร้อนผ่าว ร่างกายแข็งแกร่งและสูงใหญ่ของเขาแตกต่างจากร่างของฉันโดยสิ้นเชิง

ฉันไม่สามารถคิดใคร่ครวญเรื่องใดๆ ได้ ลืมแม้กระทั่งเราทั้งคู่ยังยืนอยู่ในที่สาธารณะ

มือเรียวร้อนผ่าวของเขาเลื่อนจากกลางแผ่นหลังลงไปประคองส่วนบั้นท้ายให้ทุกตารางนิ้วของตัวฉันแนบชิดกับเขา ความแข็งแกร่งรุ่มร้อนเบียดบดส่วนอ่อนไหวที่สุดของฉันโดยไม่ปิดบังความปรารถนาที่อยากจะครอบครองเลยแม้แต่น้อย

หนูท่อ” ริมฝีปากร้อนรุ่มเคลียคลอไหล่ของฉัน นิ้วเรียวยาวปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาของฉันออกแล้วแอบรุกคืบเข้ามาข้างในช้าๆ ตู้มจริงด้วย” 

เขาบอกเสียงเบา น้ำเสียงมีแววขบขันปะปนเสียงหอบอยู่หน่อยๆ

ดะ...เดี๋ยวนะ เดี๋ยวก่อน มือเขาน่ะเข้ามาอยู่ในเสื้อของฉันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!

สติของฉันค่อยๆ กลับคืนมา ฉันลืมตาขึ้น รู้สึกทั้งโกรธ ทั้งอาย รีบร้อนยกมือทั้งสองข้างผลักเขาออกอย่างสุดแรง แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย

มือที่ร้อนผ่าวคู่นั้นยังไม่ละจากหน้าอกของฉัน ปลายนิ้วไล้ผ่านเนินอกอ่อนนุ่ม ทิ้งรอยร้อนผ่าวไว้เป็นทาง 

ทั้งสายตาและความปรารถนาของเขาบอกฉันชัดแจ้งว่าชื่นชม อกตู้มๆ’ ที่เคยพูดถึงมากแค่ไหน...

บ้าจริง...บ้าจริงๆ

เขาจะลูบมันไปถึงไหน แล้วนั่น...ปลายนิ้วนั่นน่ะ...เอ้อ...

นี่ไงล่ะเรื่องน่าอาย

เขาพูดออกมาง่ายๆ 

ทั้งๆ ที่รู้ว่าเรื่องที่ทำอยู่เป็นเรื่องน่าอาย 

แล้วทำไม...ทำไมถึงได้ทำมันล่ะ!

งั้นก็รู้แล้วใช่ไหมล่ะว่านี่มันเป็นเรื่องน่าอาย!” ฉันต่อว่าเขาอย่างขุ่นเคือง ทั้งตัวถูกรุกไล่อยู่ในอ้อมแขนของเขาจนไม่รู้จะทำอย่างไรดี เพราะงั้นก็ปล่อยหนูได้แล้ว!” 

ลืมบอกไปเหรอ” เขาขบติ่งหูฉันเบาๆ ลมหายใจร้อนผ่าวตามออกมากับคำพูด 

อ๊า!” ฉันตกใจจนหลุดเสียงร้อง ขนอ่อนเหมือนจะลุกพรึบ รูขุมขนเปิดกว้างพาให้สั่นไหวไปทั้งตัว 

เวลาที่จับหูตัวเองก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร แต่ทำไมตอนที่ถูกคนคนนี้สัมผัสฉันถึงได้รู้สึกแปลกๆ ทุกครั้งขึ้นมาได้นะ

ฉันกำลังจีบเธออยู่ หัดรู้ตัวได้แล้ว

ฉันชะงักค้างลืมความรู้สึกจั๊กจี้ไปทันที

จีบเหรอ?

พี่นายกำลังบอกว่าจีบฉันอยู่อย่างนั้นเหรอ?

แบบนี้มันเรียกว่าการจีบอย่างนั้นเหรอ?

เมาแน่ เขาต้องเมาอยู่แน่ๆๆ

ฉันรู้สึกหูอื้อตาลาย คล้ายๆ ได้ยินเสียงหวีดอยู่ในหู

พะ...พี่เมาใช่มั้ย พี่กำลังเมาอยู่...อ๊า!?”

ฉันส่งเสียงประหลาดออกมาอีกรอบ เมื่อเขาลากปลายนิ้วไปจนถึงกลางแผ่นหลังและหยุดลงตรงตะขอเสื้อชั้นใน

ดะ...เดี๋ยวก่อน...” ฉันส่ายหน้าปฏิเสธ ใช้ข้อศอกหนีบท่อนแขนแกร่งของเขาเอาไว้ แบบนี้มันไม่ได้เรียกว่าจีบ แต่มันเป็นการลวนลามมากกว่านะคะ!

ก็เป็นสิ

หา?” ฉันเบิกตาโพลงจ้องมองเขาอย่างไม่เข้าใจ เป็นอะไรอีกล่ะ

แฟนไง” เขาก้มหน้าลงมากระซิบเสียงนุ่ม ถ้าเป็นแล้วจะไม่ใช่การลวนลาม

ตึก ตึก ตึก

ฉันตัวแข็งเป็นหิน ยอมให้เขากอดไว้โดยไม่ขยับเขยื้อน

ทุกถ้อยคำที่พี่นายเอ่ยอยู่ข้างหูเหมือนกับฟ้าร้องในทุ่งร้าง มันเปรี้ยงลงมาจนฉันตกตะลึงตาค้างทำอะไรไม่ถูก

ดวงตาของฉันยังคงเบิกกว้าง ริมฝีปากเผยอเล็กน้อย ฉันไม่รู้สึกขัดเขิน และยิ่งไม่รู้สึกดีใจเลย กลับมีแต่อารมณ์หวาดหวั่นราวคลื่นลูกโตโถมซัดสาดเข้ามาเป็นระลอกๆ จนตัวฉันหนาวเหน็บ สีเลือดค่อยๆ จางหายไปจากใบหน้า

บ้าน่า...นี่เขาล้อเล่นอยู่ใช่มั้ย!?

ฉันสับสนจนต้องหันหลังให้ แต่ทันใดอ้อมแขนของพี่นายก็เกี่ยวเอวไปกอดจากทางด้านหลัง ฝ่ามืออีกข้างก็ยื่นออกมาด้านหน้าจับปลายคางของฉันเพื่อให้บังคับหันกลับไปมอง

ยิ้ม...” เขาเอ่ยเรียกเสียงนุ่ม หันมาทางนี้

เดี๋ยวนะ?

เมื่อกี้เขาเรียกฉันว่าอะไร

ยิ้มหรือเปล่า?

ใช่แล้ว เขาเรียกฉันว่ายิ้ม!

อมยิ้ม

ถ้อยคำสั้นๆ ที่เอ่ยออกมากลับแจ่มชัดอีกครั้ง

ใช่แล้ว ฉันคือยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม” ฉันพูดซ้ำคำเดิมราวกับคนเสียสติ 

เขารู้ว่าตอนนี้ฉันคือยิ้ม เขารู้อยู่แล้วนี่ตอนนี้ฉันน่ะคือใคร!

อารมณ์โกรธเข้าแทนที่อย่างรวดเร็ว ไม่รู้ว่าฉันเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน จึงพลิกตัวออกจากอ้อมกอดของเขามาได้

พี่อย่ามาล้อเล่นกับหนูแบบนี้นะ!” แก้มทั้งสองข้างของฉันร้อนผ่าวราวกับไฟ ฉันจ้องเขาด้วยความโกรธแสนโกรธ ฉันโมโหที่เขาจูบ โมโหที่เขากล้าเอาเรื่องแบบนี้มาล้อเล่น และยิ่งโมโหตัวเองที่ในช่วงเวลาสั้นๆ ฉันหลงเชื่อว่าเขาจีบฉันจริงๆ

ไม่ได้ล้อเล่น” น้ำเสียงของเขาราบเรียบจริงจัง ไม่มีวี่แววล้อเล่นเลยสักนิด อารมณ์ที่สื่อออกมาทางดวงตาสีดำขลับก็ยิ่งเต็มไป ด้วยความจริงจังกว่าครั้งไหนๆ

ความจริงจังในแววตาของเขาทำให้ฉัน...กลัว!

แต่อะไรหลายๆ อย่างตอนนี้มันสับสนวุ่นวายไปหมดแล้ว ไม่เข้าใจเลย ไม่เข้าใจจริงๆ ขอตัวกลับก่อนค่ะ

ฉันเอ่ยสิ่งที่อยู่ในใจออกไปตามตรง ก่อนจะวิ่งไปยังทางออกทันที

 




[Nay Talks]

 

ดวงตาสีดำล้ำลึกไร้ขอบเขตจับจ้องอยู่ที่ร่างบางจนกระทั่งร่างนั้นหายลับไปที่สุดปลายถนน

ซวยล่ะ

ผมสบถพลางถอนหายใจ ร่างยังคงยืนนิ่งเงียบอยู่ที่เดิมราวกับภูเขาตั้งตระหง่าน

ทำเกินไปหรือเปล่านะ...

แน่นอนว่าผมรู้อยู่แล้วว่าเรื่องฝาแฝดมันเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ แต่เพียงแค่อยากจะตลบหลังเธอ แหย่มาก็แหย่ไป เมื่อโกหกมาก็เล่นตามน้ำไปก็เท่านั้น

ในเมื่อเธอเป็นฝ่ายตุ๋นก่อน ผมก็แค่แกงหม้อใหญ่กลับไปไม่โกงนี่

แต่ว่าสิ่งที่ผมทำไปเมื่อครู่...มันออกจะเกินไปหน่อยจริงๆ

ผมดึงซองบุหรี่ก้นกรองสีแดงจากกระเป๋าเสื้อขึ้นมา เคาะบุหรี่ออกมาหนึ่งตัวแล้วคาบก่อนจะยกไฟแช็กจ่อ อาศัยรสแสบฉุนของมันทำให้ร่างกายตื่นตัว ระหว่างนั้นก็มองออกไปเบื้องหน้า และก็เห็นว่าไอ้ก่อกำลังเดินมาทางนี้

มันเกิดอะไรขึ้นเหรอวะ” ไอ้ก่อตะโกนถามพลางเหลียวหลังไปมอง “กูเห็นน้องยิ้มวิ่งหน้าตาตื่นสวนออกไปเมื่อกี้นี้

จูบ” ผมตอบเรียบๆ แค่จูบ

ถ้าแค่จูบ แล้วทำไมน้องเค้าถึงได้วิ่งเตลิดหนีออกไปแบบนั้นล่ะ

...

หรือมึงได้บอกน้องเค้าไปแล้วว่ามึงน่ะรู้ว่ามันเป็นเรื่องโกหกตั้งแต่ชาติที่แล้วแล้วล่ะ

เปล่า

อ้าว...” ไอ้ก่ออ้าปากค้าง มึงยังไม่ได้บอกอีกเรอะ!”

ก็ใครมันโทรมาขัด

ผมมองไอ้ก่ออย่างไม่สบอารมณ์ ตอนที่มันโทรมาก็เอาเรื่องโปรเจกต์มาอ้าง แต่แท้ที่จริงน่ะมันแค่อยากรู้ว่าผมคุยกับเธอรู้เรื่องหรือเปล่า และถามว่าต้องการให้มันมาช่วยเป็นล่ามแปลภาษาให้มั้ย และสุดท้ายก็ยังเจอกับผู้หญิงที่ต้องการยาระงับประสาทนั่นอีก

ทุกสิ่งที่ผมคิด ทุกสิ่งที่ผมพยายาม มันถึงได้ปลิวหาย จนสุดท้ายก็เหลือแต่ความว่างเปล่า

...เหมือนอย่างที่เคยเป็นมาตลอด

แต่หลังจากนั้นล่ะ มึงก็ไม่ได้บอกเรอะ!

อือ

อะไรวะ!” ไอ้ก่อเป็นฝ่ายสบถ มึงไม่ได้บอกแต่ก็จูบน้องเค้าไปแล้วเนี่ยนะ!

ไม่ได้เหรอ?”

ก็ไม่ได้น่ะสิเว้ย!

เพราะ?”

ก็เพราะว่ามันไม่ถูกต้อง!” ไอ้ก่อตะคอกเสียงดัง มึงทำแบบนี้ไม่ถูก มึงยังไม่ได้บอกความจริงกับน้อง มึงจะจูบน้องแบบนั้นไม่ได้!”

ทำไม” 

ยังไงก็เป็นคนเดียวกัน 

เมื่อวานผมก็จูบ แล้วทำไมวันนี้ถึงจูบไม่ได้ล่ะ

ก็น้องยิ้มเค้าก็ต้องเข้าใจผิดคิดว่ามึงเห็นน้องเป็นตัวแทนของฝาแฝดที่เธอสร้างมันขึ้นมาน่ะสิวะ!

อ้อ...

แบบนี้นี่เอง

แต่... ก็กูไม่คิดว่านั่นเป็นปัญหา

ผมคิดแบบนั้นจริงๆ 

ผมไม่คิดว่ามันเป็นปัญหา เพราะไม่ว่าจะยังไงสุดท้ายแล้วเธอก็เป็นคนคนเดียวกัน

และใช่...ที่รู้ว่าทุกอย่างมันเป็นเรื่องโกหกก็เพราะก่อนหน้านี้ ก่อนหน้าที่เราจะเจอกันในลิฟต์ ผมน่ะตามดูเธอมาเป็นอาทิตย์ โดยที่เธอเองไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าถูกเฝ้าติดตามอยู่

แน่นอนว่าผมรับรู้ทุกอย่าง รู้แม้กระทั่งว่าเช้าวันศุกร์เธอจะเรียนอยู่ในห้องตรงข้ามกับตึกที่ผมเรียน

บางครั้งตอนที่นั่งอยู่ในใต้ตึกคณะก็เห็นเธอวิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็วจนเหนื่อยหอบ เมื่อเส้นผมเปียกโชก เธอจึงสะบัดผมที่เปียกไปมา จากนั้นก็ปาดผมไปด้านข้าง เผยให้เห็นหน้าผากได้รูปสวย

การเคลื่อนไหวของเธอดูเป็นธรรมชาติ และมีสีหน้าเหมือนอย่างคืนนั้น

ผมมองเห็นทุกอย่าง รับรู้ทุกความเคลื่อนไหว เพราะงั้นไม่มีทางเป็นไปได้หรอกที่จะจำคนผิด

หนูน่ะชื่อ ‘ยิ้ม’ แต่คนที่อยู่กับพี่ในคืนนั้นเป็นฝาแฝดของหนูชื่อ ‘แย้ม’ ค่ะ!

หึ... ยิ้มแย้ม

ช่างเป็นเรื่องโกหกที่ไม่เนียนเอาซะเลย

แล้วไอ้วิกผมสีทองนั่นน่ะ คิดว่ามันเนียนแล้วงั้นเหรอ...หึ

ผมไม่นึกไม่ฝันเลยว่าจะมีผู้หญิงกล้ามายั่วโมโหแบบไม่ห่วงสวัสดิภาพของตัวเองได้ถึงขนาดนี้ แต่ไหนแต่ไรมาพวกผู้หญิงทั้งหลายพอเห็นผมทำหน้าเรียบเฉยหรือปริปากพูดออกไปสักคำก็ทำท่าเหมือนเด็กเล็กๆ เจอสัตว์ร้ายที่พยายามหลบลี้หนีหน้าให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

“หน้าตาหล่อซะเปล่า แต่ปากหมาจัง!

มันเป็นคำด่าทอที่ผมมักได้ยินเป็นประจำ

มาจนตอนนี้ผมรู้ว่าตัวเองต้องการทักษะอย่างหนึ่งที่เรียกว่าความสามารถในการเข้าสังคม

มันเป็นหนึ่งในความสามารถที่แทบจะไม่เจริญเติบโตตามอายุเลย...

“ถึงมึงจะคิดว่าเรื่องนั้นมันไม่ใช่ปัญหา แต่น้องเค้าไม่ได้รับรู้ด้วยเว้ย!” 

ไอ้ก่อเท้าเอวจ้องหน้ากันอย่างเอาเรื่อง

“อืม” ผมพยักหน้าเนือยๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนขอบปูนซีเมนต์ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากมอเตอร์ไซค์ของตัวเองมากนัก จากนั้นก็สูบบุหรี่ไปอีกคำ

ควันบุหรี่ลอยอ้อยอิ่ง ผมคาบบุหรี่พลางสูดควันเข้าปอดลึก ไฟสีแดงสว่างวาบอยู่ในลานจอดรถที่มีเพียงแค่แสงไฟที่มืดสลัว 

“อืมเหี้ยไรอีก” 

ไอ้เกาหัวแกรกๆ ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ จากนั้นก็เหลียวหน้ามามองพักหนึ่งแล้วค่อยพูด

ไอ้นาย นี่มึงเมาอยู่ใช่มั้ย?”

ไม่เมา” ผมนิ่วหน้าเล็กน้อย แต่ดื่มไปเยอะ

ตอนที่มันโทรมา ตอนที่ผมแยกไปคุยโทรศัพท์ หลังจากนั้นผมก็ดื่มเบอร์เบิร์นตรงเคาน์เตอร์บาร์ไปเกือบค่อนขวด

ผมคิดว่าถ้าดื่มมากหน่อย อาจจะทำให้ตัวเองพูดมากขึ้น

แต่เพิ่งมารู้ว่าระดับความเมาของตัวเองค่อนข้างมีปัญหา

เพราะมาถึงตอนนี้ ผมก็ยังแค่รู้สึกมึนเฉยๆ เอง

“แล้วมึงมาได้ไง” ผมถาม

“ก็กูกลัวว่ามึงจะคุยกับน้องเค้าไม่รู้เรื่อง ก็เลยรีบมา หวังจะช่วย แต่สุดท้ายมึงก็ทำพังไปก่อนที่กูจะมาถึง”

มันพังตั้งแต่ที่มึงโทรมาขัดแล้วล่ะ

“แล้วเนี่ยจะเอายังไงต่อ น้องเค้าวิ่งหนีเตลิดไปแบบนั้นแล้ว”

เอายังไงต่อ...

นอกจากสี่คำที่ไอ้ก่อพูดก็ไม่สามารถรีดเค้นถ้อยคำใดๆ ออกมาจากสมองได้

ไฟสีแดงสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง เวลาเดินผ่านไปทีละวินาที บุหรี่ที่คาบไว้ตรงมุมปากถูกเปลวไฟลามเลียเกือบหมดมวน

“นี่ไอ้นาย กูเข้าใจนะว่ามึงน่ะกำลังสนุก เพราะไม่เคยเจอเรื่องอะไรแบบนี้มาก่อน แต่เชื่อกูนะ ถ้ามึงยังเล่นเกมบ้าๆ แบบนี้ต่อไปล่ะก็ได้ถูกหมาคาบไปแดก กูไม่รู้ด้วยน้าาา

ไอ้ก่อเอามือเท้าคางแล้วเอ่ยเตือนอย่างไม่ใส่ใจ

น้า?” ผมโยนบุหรี่ลงไปบนพื้นก่อนจะใช้ปลายเท้าบดขยี้ก้นกรองจนดับ น้องแม่เหรอ

เอ่อ...” ไอ้ก่อกะพริบตามอง เออใช่ น้าน่ะน้องแม่

งั้นกูไม่ใช่น้า

“เออ มุกนี้ผ่าน”

“สามผ่านมั้ย?”

“กูประชด!” ไอ้ก่อฉวยโอกาสยกมือขึ้นมาผลักหัวผมอย่างแรง “และก็ช่วยเลิกทำใจเย็นสักที กูพูดจริงนะ น้องยิ้มน่ะไม่ได้หน้าตาขี้เหร่อะไร ไม่สิ ต้องบอกว่าสวยและติดจะเซ็กซี่ด้วย”

“แล้ว?”

“แล้วก็จะมีคู่แข่งไง เข้าใจหรือเปล่าคู่แข่งน่ะ”

“คู่แข่ง?”

“เออคนที่จะเข้ามาแย่งน้องยิ้มไปจากมึงไง”

แย่งน่ะไม่กลัว

แต่เรื่อง...

จู่ๆ ภาพของผู้ชายที่เดินเข้าไปทักเธอก็ผุดวาบเข้าในหัว

ตอนที่มันยืนคุยกับเธอ ระหว่างที่เธอนั่งอยู่ มันซึ่งอยู่ในมุมที่สูงกว่าก็ก้มหน้าเล็กน้อย สายตานั้นมองไปยังเสื้อนักศึกษาที่มีรูปร่างนูนขึ้นมาจากอกเสื้อ มันมองเธออย่างโลมเลีย โดยที่เจ้าตัวไม่ได้รับรู้เลยแม้แต่น้อย

ถ้าผมไม่เข้าไปขัดจังหวะ มันคงทำอะไรที่มากกว่านั้น มากกว่าใช้สายตามอง และคงมากกว่าการทักทายแน่

พอนึกเรื่องนี้ ผมก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาอย่างมากในทันใด

ผมกำมือข้างหนึ่งไว้แน่นจนซองบุหรี่แหลกละเอียดคามือ

“เฮ้ยเป็นอะไร” ไอ้ก่อมองอย่างเหลอหลา “มึงไปบีบบุหรี่ทำไม กูว่าจะขอสักมวนนะ”

“รมไม่ดี”

“อารมณ์ไม่ดี?” ปากก็พูดไปมือมันก็เอื้อมมาดึงซองบุหรี่ไปจากมือผม “จู่ๆ ก็อารมณ์ไม่ดี นี่ไม่ใช่เพราะกูพูดเรื่องคู่แข่งขึ้นมาหรอกนะ”

ไม่ใช่...

“นั่นแน่ๆ กลัวล่ะสิ”

เปล่า...

“อะไรๆ” มันยังพล่ามพูดไปเรื่อย “แค่นี้ก็ป๊อดแล้วเหรอวะ”

“ไม่ใช่”

“อย่าๆ” มันหัวเราะชอบอกชอบใจ “ดูหน้าตัวเองตอนนี้ซะก่อนเถอะ”

“...”

ก็รู้...หน้าตาของผมตอนนี้คงดูไม่ได้

เพราะสันกรามมันเกร็งกระตุกจนตัวเองยังรู้สึก

“มึงอย่าปฏิเสธเลย” ไอ้ก่อพูดพลางดึงบุหรี่ออกมาแล้วพยายามจัดให้มันกลับมาเป็นทรงเดิม “ปกติมึงเป็นคนไม่ค่อยแสดงสีหน้านะ

...”

มึงจำได้หรือเปล่าว่าตอนที่เรารู้จักกันใหม่ๆ น่ะ มึงเคยบอกกูว่าอะไร

“อืม” ผมพยักหน้าเล็กน้อย เรื่องนี้ไม่ต้องคิด เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมรู้สึกอยู่ตลอด กูไม่ชอบเหนื่อย เวลาแสดงสีหน้ากล้ามเนื้อหน้าจะขยับ และมันก็จะเหนื่อย

งั้นไอ้คนที่เคยบอกว่าไม่ชอบพูด เพราะพูดแล้วจะเหนื่อย และไม่ชอบวิ่ง เพราะเวลาวิ่งมันหอบและเสียดท้องอย่างมึงน่ะ ตอนนี้มันหายไปไหนแล้ว

ก็ยังอยู่” ผมยกนิ้วบีบหัวตา แต่พักนี้ใช้สมองมากหน้าเลยย่น

มันเกี่ยวเหี้ยไรเนี่ย!”  ไอ้ก่อถึงกับสบถ กรุณาช่วยแปลไทยให้เป็นไทยอีกทีสิ!

ก็เป็นคนเริ่มเอง บ่นไร

นี่ไอ้นาย

เรียกอยู่นั่น...

ช่วยอยู่เงียบๆ สักนาทีไม่เป็นหรือไง

ไรอีก

กูแค่จะบอกว่า...” ไอ้ก่อหรี่ตามองอย่างเจ้าเล่ห์เหมือนจะดูปฏิกิริยาของผม มัวแต่สวมบทควบสองแบบนี้ อดอยากปากแห้ง ทำได้แค่จูบ จะหาว่ากูไม่เตือนไม่ได้นะ ฮ่าๆๆ” 

กูไม่ใช่คนมักมาก” ...มั้ง

แหมๆ ไม่มักมากเลย แต่เล่นเอาตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน

ต่อให้เป็นอย่างนั้นจริง ใครจะไปยอมรับ 

ก็เธอชวน

อย่ามาอ้าง!” ไอ้ก่อตะคอกเสียงดัง มึงน่ะเป็นประเภทต่อให้ผู้หญิงแก้ผ้าต่อหน้าถ้าไม่สนก็คือไม่สน

ก็กูไม่ใช่มึง

อะไร กูก็ไม่ใช่คนแบบนั้นซะหน่อย

ใช่สิ” ผมส่ายหน้า มึงเป็นแบบนั้นกับทุกคน

ต่อให้ผู้หญิงไม่แก้ผ้า มันก็แก้เองทุกครั้งนั่นแหละ

ไม่จริง!” ไอ้ก่อเถียง กูไม่ได้เป็นกับทุกคน กูเลือกเว้ย!

เหรอ...

แต่เดี๋ยวก่อนนะ...” ไอ้ก่อชะงัก พูดเรื่องของมึงอยู่ ทำไมกลายเป็นเรื่องของกูไปได้ล่ะเนี่ย

ก็มึงโง่ไง...

แล้วสรุปกูได้เหี้ยอะไรจากมึงบ้างมั้ย?!” แล้วมันก็พูดเออเอง ไม่เลย ไม่เคยได้เหี้ยไรเลย!

ก็รู้ว่าไม่ได้ ก็ยังอยากจะ...

ขณะที่ผมคิดทันใดนั้นเสียงข้อความเข้าก็ดังขึ้น ผมรู้ว่าเป็นโทรศัพท์ของตัวเอง จึงเหยียดขาข้างขวาไปข้างหน้าแล้วดึงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง ดูข้อความนั้นบนหน้าจอล็อกแป๊บหนึ่งแล้วกดอ่าน

 

<99Lollipop  

พี่นาย

 

 

อยู่ไหน

 

อ้อ...หนูถึงบ้านแล้วค่ะ

 

อืม...ถึงบ้านอย่างปลอดภัยแล้วสินะ

 

<99Lollipop  

เอ่อ...พี่นาย

 

คราวนี้ผมอ่านแล้วไม่ตอบ รอให้เธอพิมพ์ประโยคต่อมา

 

<99Lollipop 

พรุ่งนี้พี่ไปมหาลัยหรือเปล่าคะ

ถ้าไปหลังเลิกเรียนหนูขอเวลาพี่สักครู่ได้มั้ย?

พอดีมีเรื่องอยากคุยด้วยน่ะค่ะ

 

ส่งข้อความมาแบบนี้ เดาไม่ผิดที่พรุ่งนี้นัดเจอก็เพื่อจะสารภาพสินะ 

แต่ผมถือคติรุกก่อนได้เปรียบ จึงส่งข้อความตอบกลับไปเพียงสั้นๆ

 

ไม่ว่าง

 

และพอจะพิมพ์คำถัดมาทว่าไอ้ก่อที่ยื่นหน้ามามองอยู่ก่อนแล้วก็คว้ามือถือไป

ทำไร

กูพิมพ์เอง

เพื่อ?”

ก็เดี๋ยวมึงพิมพ์เหมือนอย่างวันนั้นไอ้คำห้วนๆ ทุ่มและบ้านอะไรนั่นอีก” ไอ้ก่อส่ายหน้า ทุ่มบ้านใครคะ เหอะๆ วันนั้นนะกูขำเกือบสำลักน้ำลายตายแน่ะ

แต่ก็ยังไม่ตาย

จะว่าไป ถ้าผมพิมพ์เองก็คงเป็นอย่างที่ไอ้ก่อว่า

เพราะวันนั้นไอ้ประโยคสุดท้ายยาวๆ นั่นน่ะไอ้ก่อเป็นคนจัดการพิมพ์เองทั้งหมด

มึงจะตอบว่าไงพูดมา

ทุ่มบ้าน

ว่าแล้วไง!” 

ไอ้ก่อส่ายหน้าอย่างเอือมๆ ก่อนจะเป็นคนพิมพ์ให้ และเมื่อผมยื่นหน้าไปอ่านก็เห็นข้อความที่มันส่งไป

 

พรุ่งนี้พี่ไม่มีเรียน

น้องเลิกเรียนแล้วค่อยมาหาพี่ที่บ้าน

จะรอนะครับ

 

น้องเลิกเรียนแล้วค่อยมาหาพี่ที่บ้าน?

แทนตัวเองว่าพี่ไม่พอ ยังเรียกเธอว่าน้องอีก

แล้วไหนจะรอนะครับด้วยเนี่ยนะ?

ตอนเธออ่านข้อความ ไม่ช็อกตายไปแล้วเหรอ

ผมขี้เกียจไปงานศพ เพราะงั้นจึงรีบดึงมือถือกลับคืนมา และได้เห็นตรงช่องพิมพ์ข้อความมีข้อความถูกพิมพ์ค้างเอาไว้ และยังไม่ได้ส่ง

ฝันดีนะครับ จุ๊บๆ

ดีนะที่แย่งมือถือมาทัน ไม่งั้นข้อความนี้ได้ถูกส่งไปหาเธอแน่

ผมปัดหน้าจอเพื่อปิดแอป จากนั้นก็เก็บมือถือลงที่เดิม

ว่าแต่...

ยังไม่จบอีก

กูถามจริงๆ นะ

ถามจริงๆ นะ มากี่เรื่องแล้ว

ไม่ๆ เรื่องนี้คือเรื่องหลังจากมึงเจอน้องเค้าแล้ว” มันจ้องหน้าผมนิ่ง คือที่กูอยากรู้น่ะก็เรื่องที่มึงพยายามตามตื๊อน้องเค้า พยายามอยากได้เขาเป็นแฟนเนี่ย เพราะมึงชอบน้องเค้าแล้วใช่มั้ย?”

อ้อ...คำถามใหม่

ไม่ใช่การยัดเยียดบอกว่าผมชอบตั้งแต่แรกเห็น

กูเองก็อยากรู้” 

อะไรนะ?” มันเลิกคิ้ว มึงเองก็อยากรู้ หมายถึงตัวมึงเองก็อยากรู้ว่าตัวเองคิดยังไงเนี่ยนะ

ใช่

เดี๋ยวนะ...ตัวมึงเอง มึงจะไม่รู้ใจตัวเองได้ยังไง

เพราะกูไม่เข้าใจคำว่า ชอบในแง่รักๆ ใคร่ๆ” ผมยกมือขึ้นเท้าคางวางข้อศอกไว้บนหัวเข่าที่ชันขึ้น ที่ผ่านมาเลยปฏิเสธไปหมด

ในเมื่อแสดงความรู้สึกแบบเดียวกันคืนกลับไปให้ไม่ได้ คบกันไปก็ไม่มีความหมาย

และนั่นแหละที่มันเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงไม่มีแฟนมาจนป่านนี้

งั้นแสดงว่าเพราะได้เจอกับน้องอมยิ้ม มึงเลยอยากรู้ว่าตัวเองคิดยังไง อยากเข้าใจคำว่าชอบในแง่รักๆ ใคร่ๆ ขึ้นมาอะนะ

อืม” ผมยอมรับไปตรงๆ ถึงตอนนี้ยังไม่ค่อยเข้าใจ แต่รู้สึกสนใจขึ้นมา

สนใจ?” ไอ้ก่อนิ่วหน้า มึงใช้คำว่าแค่รู้สึกสนใจขึ้นมาเนี่ยนะ!?”

ไม่ได้เหรอ?”

มันก็ได้แหละ...แต่กูว่ามันออกจะเข้าใจยาก...เอ่อ...” ไอ้ก่อทำหน้างง ใบหน้าของมันมีแต่คำถามเต็มไปหมด เอาเป็นว่าทำไมเพิ่งจะมาสนใจกับไอ้ตอนที่มาเจอน้องอมยิ้มด้วยล่ะ

เพราะกูสงสัย

สงสัย?”

อืม” ผมพยักหน้า สงสัยว่าทำไมเดี๋ยวก็หัวเราะ เดี๋ยวก็ร้องไห้ อีกเดี๋ยวก็โกรธ สักพักก็โวยวาย แล้วก็สร้างเรื่องโกหกไม่เนียนออกมา สุดท้ายก็ชอบหนีไป กูเลยสงสัยว่าทำไมเธอถึงได้เป็นแบบนั้น

เอ่อ...” ไอ้ก่อหัวเราะแห้งๆ เข้าใจยากสมกับเป็นคนที่ไม่เคยจีบใครจริงๆ

อีกอย่าง...” ผมเอ่ยต่อไม่ได้สนใจคำเหน็บแนมเสียดสี กูอยากรู้ว่าชอบมันเป็นความรู้สึกแบบไหน ต้องทำไงถึงจะรู้

อ๋อ...” ไอ้ก่อเกาหัว ก็อย่างเช่นว่าจะเอาแต่คิดถึงเรื่องของคนคนนั้น พอเห็นคนคนนั้นมีความสุขก็ดีใจ พอได้แตะเนื้อต้องตัวก็ใจเต้น อะไรประมาณนี้แหละมั้ง

งั้นถ้าแตะเนื้อต้องตัวแล้วไม่ใจเต้น แต่ร่างกายกลับเกิดปฏิกิริยาขึ้นมาล่ะ

นั่นเรียกว่าความใคร่” ไอ้ก่อหัวเราะหึๆ มันเป็นอาการโดยธรรมชาติเวลาชายหญิงแตะเนื้อต้องตัวกัน

แล้วตอนไหนจะใจเต้น?”

เอ่อ...” ไอ้ก่อเกาหัว กูจะรู้กับมึงไหมเนี่ย!

ก็นั่นน่ะสิ

แค่แตะเนื้อต้องตัวก็ใจเต้น ผมยังไม่เคยรู้สึกอย่างนั้นกับใครมาก่อนเลย

อาการใจเต้นเป็นไงนะ...” ผมยกมือทาบอกซ้ายของตัวเอง รับรู้ได้ถึงหัวใจที่เต้นเบาๆ และเป็นจังหวะต่อเนื่อง กูจะเป็นได้ปะ?”

ต้องเป็นได้สิวะ” ไอ้ก่อยกมือทาบอกซ้ายของตัวเองดูบ้าง ผู้ชายอย่างเรานอกจากจะมีปฏิกิริยาร่างกายแล้วก็ต้องมีอาการใจเต้นกันได้ทั้งนั้นแหละ

เหมือนเวลาวิ่งแล้วชีพจรเต้นแรงขึ้น?”

คล้ายๆ แบบนั้น” ไอ้ก่อเกาหัวแกรกๆ แต่ว่ามันคงจะต่างกับความรู้สึกอึดอัดทรมานแบบนั้นอยู่นิดหน่อยล่ะมั้ง

งั้นใจเต้นกูต้องเหนื่อย?”

ก็น่าจะ...

ถ้าเป็นแบบนั้น จากนี้กูจะระวังไม่ทำให้ใจเต้น

หา?”

จะได้ไม่เหนื่อยไง

 “เอ่อ...”

ความจริงผมเข้าใจคำพูดของไอ้ก่อขึ้นมาบ้างแล้ว 

ถ้าหากจะให้ใจเต้น มันต้องมีความรู้สึกชอบอยู่ในนั้นด้วย


[End Talks]

 

 

 

 

 





[Updates...Full%]

1 เม้นต์ 1 กำลังใจ


"สนุกสิ...หึหึหึ"



ทวิตติดแท็ก #ยิ้มของนาย



Z o n e Talks


จบพาร์ทพี่นายแล้ว

ตอนต่อไปจะเฉลยทุกอย่าง

มาดูสิว่าอีพี่จะรุกน้องยังไง

และก็ใช่...ฉากที่ทุกคนรอคอยมาในตอนหน้าแน่นอน

55555555555555555



พีเอส. พี่นายเค้าไม่ได้เป็นแบบนี้ไปตลอดทั้งเรื่องนี้

จะมีพัฒนาการ แต่มากน้อยแค่ไหนมาลุ้นกันต่อ 55555555




~~~~



..........


พีเอส.

แจ้งนิดนึง

หลังจากนี้จะมี NC แบบกรุบๆๆๆ

เพราะงั้นๆๆๆๆ ทุกคนไปกดไลค์เพจไว้

และขอเข้ากลุ่มรอเอาไว้เลยนะ

เดี๋ยวถึงฉากนั้นแล้ว เก๊าจิไปโยนไฟล์ไว้ คิกคิกๆๆ

พีเอส. แอบไปโยนไฟล์ EP.6 ที่เคยโดนแบนไว้ด้วย อิอิ

หรือคลิกไม่เจอ เข้าเฟซค้นหาคำว่า จีนี่ เจลรี่ ดีดี้


Facebook Fan Page


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.78K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,332 ความคิดเห็น

  1. #7313 M1N3__ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 13:45
    พี่เป๋นคนซื้อบื่อออ!!!55555
    #7,313
    0
  2. #6428 jjkx (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 21:13
    ตอนกินอมยิ้มไม่เห็นกลัวเหนื่อยบ้างเลยค่ะคูมพี่!!!!!
    #6,428
    0
  3. #6211 xวาuxวาu (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 17:04
    สงสารพี่ก่อเค้านะคะ พี่ก่อบอกว่า กูไม่ต้องรอใจเต้นแบบ- กูก็เหนื่อย😂
    #6,211
    0
  4. #5486 LILIT.A (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 14:31

    โอ๊ยพี่นายคนซึน5555

    #5,486
    0
  5. #5374 cream_sima (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 23:44
    สงสารเจ้าก่อ คุยกับท่านแล้วเหนื่อย 5555 ขนาดคนอ่าน อ่านแล้วก็เหนื่อย
    #5,374
    0
  6. #4998 สีน้ำเงิน สีเงิน (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 20:10
    โอ๊ยอีพี่นาย ใช้ชีวิตอะไรจะยุ่งยากขนาดนั้น555555
    #4,998
    0
  7. #4855 paryploy32 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 22:22
    โอ๊ยย พี่นาย อะไรจะยากขนาดนั้น แค่ทำตามความรู้สึก ความพี่นาย 5555
    #4,855
    0
  8. #4800 wipawann (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 12:55
    อิพี่ก็ซึนได้ใจ นี่อ่านไปก็ขำพี่ไป ฮาพี่ก่อมากอ่ะ 555
    #4,800
    0
  9. #4760 Noonno (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 23:03
    พี่นายคนซึน5555555
    #4,760
    0
  10. #4759 Jelly Mar'Z (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 23:03
    อ่านละเหนื่อยอทนก่อ 5555
    #4,759
    0
  11. #4757 16.1.13 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 22:46
    5555สงสารพี่ก่อ
    #4,757
    0
  12. #4742 nah bfc love P' Bie makmai (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 22:09
    นาย ความรู้สึกนายช้ามากอ่ะ นายเป็นคน หรือ สล็อต 55555555
    #4,742
    0
  13. #4732 IsaraKatanyuwong (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 21:54
    เอ็นดูคุณพี่กะพ้องเพื่อน จริมๆ น่าร๊าก5555
    #4,732
    0
  14. #4688 Memew888 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 12:48
    555 ต้องทำความเข้าใจบทสนทนาของก่อกับนายมากๆ พูดกันไม่ไม่ค่อยจะรู้เรื่องเลย ยย
    #4,688
    0
  15. #4646 ramona.j (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 21:15
    บทพระเอกเฉยชามันก้ดีอะนะ
    แต่แบบนั้มันอ่านแล้วก้...เกิ้น
    #4,646
    0
  16. #4613 Kan2404 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 17:51
    เหนื่อยแทนเลยจริงๆเฮ้อ..🤦
    #4,613
    0
  17. #4612 23022551 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 16:59
    เหนื่อยกับพี่นายจริง ๆ
    #4,612
    0
  18. #4611 natkamon_m (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 16:08
    เหนื่อยแทนเลยอ่า อีพี่โว้ยยย
    #4,611
    0
  19. #4610 tummang211048 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 15:48

    ขนาดเราอ่านเฉยๆยังเหนื่อยแทนพี่ก่อเลย555

    #4,610
    0
  20. #4609 R.SS (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 12:37
    โอ๊ยยยย เอ็นดู~ไม่เคยชอบใครรรร จะไม่ให้ใจเต้น! กลัวเหนื่อย!!โถ่...5555555
    #4,609
    0
  21. #4608 heykeo (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 11:59

    โอ้ยยยยย...พี่นาย

    #4,608
    0
  22. #4607 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 10:03

    เหนื่อยมั้ยพี่ก่อ 5555 ยิ่งคุยยิ่งเหนือยนะว่ามั้ย

    #4,607
    0
  23. #4606 jenny (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 08:39

    คือ ตัวพระเอกนิ อ่านไปอ่านมา รู้สึกเฉิ่มกว่านางเอกอีกน่ะ ดูภายนอกจะดูโหดๆ เข้าถึงยาก

    #4,606
    0
  24. #4605 KanyaratSittiput (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 08:37
    พระเอกซึนมากๆๆๆๆๆอ่ะ
    #4,605
    0
  25. #4604 byuntp (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 08:35
    สมกับที่พี่ก่อเหนื่อยแทนจริงๆ พี่นายโคตรจะซึน
    #4,604
    0