✦Smoke on Ice✦ [E-Book]

ตอนที่ 7 : {2} Smoke on Ice : Sector; It’s Complicated ‘Embrace’ EP-7 [Full%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,495
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 920 ครั้ง
    12 พ.ย. 63

ทวิตติดแท็ก #สโมคออนไอซ์


คำเตือน : 

การสูบบุหรี่และการดื่มสุราเป็นอันตรายต่อสุขภาพ





Sector; It’s Complicated Embrace

EPISODE 07

 

 

 

Everywhere I’m looking now

I’m surrounded by your embrace

ทุกๆ แห่งที่ฉันกำลังมองออกไป

มันเหมือนฉันกำลังถูกห้อมล้อมไปด้วยอ้อมกอดของเธอ

 


.........



ฝันดีครับ

ผมยกมุมปากขึ้นเบาๆ ปัดผ่านริมฝีปากเนียนของเธออย่างนุ่มนวล

วินาทีนั้นเธอขยุ้มเสื้อของผมไว้ในมือแน่นอย่างห้ามใจไว้ไม่อยู่ เหมือนไม่อยากให้ผมจากไป

การกระทำชั่ววูบที่ไม่มีที่มาที่ไปนี้ทำเอาหน้าเล็กๆ แดงจัด

ผมยังคงอยู่ใกล้เธอ หลุบตาลงนิดๆ มองมือเล็กที่กำแน่นอยู่ตรงอกผม มุมปากผมถึงกับผุดยิ้มบางๆ

เธอรีบปล่อยมือออก แต่ก็สายไปแล้ว เพราะมือของผมเปลี่ยนเป็นโอบอยู่ตรงหลังเอวบาง

ผมดึงร่างบางกลับเข้ามาในอก กอดเธอไว้หลวมๆ พลางบอกเสียงเบาว่า นอนไม่หลับ โทรเรียกพี่ได้ตลอดนะ

พูดอย่างกับว่าจะมาเล่านิทานให้ฟังแน่ะ

ใครว่า... ผมหัวเราะเบาๆ อีกครั้ง ลมหายใจที่ปล่อยออกมาพัดผ่านใบหูเล็กน่ารัก พี่จะมานอนเป็นเพื่อนต่างหาก

เธอตัวสั่นนิดๆ พูดอะไรไม่ออก

ริมฝีปากของผมปัดผ่านใบหูต่อไว้สัมผัสเบาๆ อีกครั้ง จากนั้นบอกเสียงนุ่มอยู่ริมหูเธอ

ล็อกประตูดีๆ แล้วไปนอนซะ

รู้แล้วค่ะ ทราบแล้วค่ะ เธอพูดโต้อย่างฉุนๆ ขึ้นมาในอกผม แต่แทบจะไม่เป็นประโยค เผด็จการเป็นบ้าเลย

พี่ไม่ได้เผด็จการกับทุกคนหรอกนะ

เมื่อเห็นเธอสั่นสะท้านไปทั้งตัว ผมจึงปล่อยมือแล้วผละถอยออกไป

ทั้งเนื้อตัวของเธอร้อนรุ่มและอ่อนปวกเปียกจนเกือบจะยืนไม่อยู่ด้วยซ้ำ ขืนทำมากไปกว่านี้ เธอได้เตลิดหนีไปก่อนแน่

เธอเหลือบตาขึ้น ก็พบว่าผมกำลังยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง

รีบไปนอนเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นพี่จะอดใจไม่ไหว จับเรากินนะ

นั่นเป็นคำพูดติดตลก แต่แน่นอนเราสองคนต่างฝ่ายต่างก็ไม่รู้นั่นไม่ใช่การพูดเล่น แต่เป็นคำเตือน

ใช่...คนอย่างผมไม่เคยพูดเล่น

ยังไม่เข้าบ้านอีก ผมเลิกคิ้วมอง หรือเราอยากให้พี่เข้าบ้านแล้วจับเธอกินล่ะ

 

Khwan Khnawat

The memory 3 years ago

 

 

[Khwan Talks]

 

หลังจากการสู้รบอย่างดุเดือดระหว่างเราสองคนเพิ่งจะเสร็จสิ้นลงบนเตียงที่รกยุ่งเหยิง ผมนอนหงายเปลือยกายอยู่บนเตียงพลางหอบหายใจ เรือนร่างเปลือยเปล่าเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อและแผ่ไอร้อนออกมาอย่างต่อเนื่อง

ติ๊ง!

เสียงข้อความจากแอปพลิเคชันไลน์ดังต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อหลายนาทีก่อน แต่ผมทำเพียงแค่กดเลื่อนอ่านข้อความ ไม่ได้ขยับนิ้วเพื่อพิมพ์ข้อความตอบกลับไป

ไอ้พวกนั้นมันนัดกันไปกินเหล้าอีกแล้ว

วันๆ ไม่ทำอะไร เอาแต่เมาหัวทิ่มกันอยู่ทุกวัน

ผมดันกายลุกขึ้นกึ่งนั่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง จากนั้นหยิบบุหรี่ซองหนึ่งที่หัวเตียงขึ้นมาคาบก่อนจะยกไฟแช็กจ่อ อาศัยรสแสบฉุนทำให้ร่างกายตื่นตัว ระหว่างนั้นผมก็มองไปทั่วเรือนร่างที่กระชับไร้ไขมันส่วนเกิน...

จริงๆ วันนี้ผมไม่ได้คิดว่าเราสองคนจะมาจบกันที่เตียงหรอกนะ

ก็เพราะว่าหลังเลิกเรียนบังเอิญเจอเธอตรงใต้ตึก และเพียงแค่ผมเรียกเธอสั้นๆ ไอซ์กลับเดินนำออกไปหน้ามหาลัยแล้วเป็นฝ่ายโบกแท็กซี่ จนสุดท้ายก็มาจบบนเตียงอย่างที่เห็นนั่นแหละ

ควันบุหรี่ลอยอ้อยอิ่ง ผมคาบบุหรี่พลางสูดควันเข้าปอดลึก ไฟสีแดงสว่างวาบอยู่ในห้องที่มืดสนิท

หลังจากถึงจุดสุดยอดไปด้วยกันเธอยังคงนอนนิ่งอยู่ข้างกายผม ไม่ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวราวกับกำลังรวบรวมอารมณ์ของตัวเองให้กลับเป็นปกติ

ไฟสีแดงสว่างวาบขึ้นอีกหลายครั้ง เวลาเดินผ่านไปทีละวินาที บุหรี่ที่คาบไว้ตรงมุมปากถูกเปลวไฟลามเลียจนเกือบหมดมวน

ขณะที่ผมกำลังจะต่อบุหรี่อีกมวน เธอกลับพลิกตัวลุกขึ้นนั่งที่ขอบเตียงอย่างฉับพลัน

จะไปไหน

เมื่อเห็นเธอยืนสวมกระโปรงอยู่ข้างเตียง ผมที่นั่งอยู่บนเตียงก็คว้าแขนของเธอเอาไว้

กลับห้องสิ

อีกแล้ว...

มันเป็นแบบนี้อีกแล้ว

ไม่ค้าง?”

เพื่อ?” เธอย้อนถามเสียงเย็นชาก่อนจะดึงข้อมือออก จะให้ค้างเพื่ออะไร

...

แบบแฟน?”

...

แบบคนรัก?”

...

หึ... เธอหัวเราะขึ้นจมูก ระหว่างเรามันไม่มีอะไรเป็นแบบนั้นหรอก

แล้วมันเป็นแบบไหน

ไม่มีสถานะ เธอมองผมนิ่งก่อนจะเอ่ยออกมาอีกคำ คบกันแบบไม่ชัดเจน เขาเรียก ของเล่น ไม่ใช่ แฟน...

...

และ ควัน นายก็เป็นแบบนั้นสำหรับฉัน

นี่เธอ...

ลืมไปแล้ว?” เธอมองผมด้วยแววตาเย็นชามากกว่าเก่า นายเป็นคนเสนอออกมาเองนี่ ไอ้เซ็กซ์ไม่ระบุสถานะ

“พูดใหม่” ผมย้อนด้วยเสียงกระด้าง ทั้งยังจ้องเธออย่างจะกินเลือดกินเนื้อ “ฉันหรือเธอกันแน่ที่เป็นฝ่ายพูดมันขึ้นมาก่อน”

งั้นก็เลือกเอาเองสิ... ชู้ กิ๊ก คู่นอน นายบำเรอ

เธอเป็นฝ่ายให้ผมเลือกสถานะไม่ใช่เหรอ?

แล้วแต่ละสถานะของเธอผมรับไม่ได้เลยสักอย่าง

และใช่ เธอเป็นคนพูด พูดออกมาเองทั้งหมดนั่นแหละ!

“ก็เพราะสำหรับฉัน” ดวงตากลมโตหรี่ลง “นายเป็นได้แค่นั้น”

ผมกัดฟันแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน ท่าทางเหมือนสิงโตที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ

“ไปล่ะ”

ปัง!

ประตูตรงหน้าถูกปิดลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง

เธอไปแล้ว...

ผมนอนอยู่บนเตียง เงยหน้ามองเพดานพร้อมกับสูดลมหายใจลึกๆ

ในอากาศราวกับยังมีกลิ่นหอมจากตัวเธอเหลือค้างอยู่

ผมหลับตาลง ขมวดคิ้ว ในห้วงความคิดก็ผุดภาพใบหน้าของผู้หญิงที่เพิ่งเดินออกจากห้องไป

เธอไม่ได้ดูสวยดาษดื่นเหมือนผู้หญิงทั่วไป คิ้วเรียวโก่งรับกับดวงตาเป็นประกายแฝงไว้ด้วยความงามที่เยือกเย็นและล้ำลึก...

แววตาคู่นั้นเหมือนจะเยือกเย็น แต่ก็แฝงเปลวเพลิงที่ร้อนแรงที่สุดเอาไว้ด้วยเช่นกัน

เธอเป็นไฟกองหนึ่ง...

แม้ภายนอกจะดูไร้ความรู้สึก แต่ภายในกลับมีเปลวเพลิงที่ทำให้เลือดในกายของผมร้อนรุ่มได้

ผมไม่เคยมีความรู้สึกและแรงปรารถนารุนแรงขนาดนั้นกับผู้หญิงคนไหนมาก่อนเลยในชีวิต

อีกทั้งความรู้สึกกระวนกระวายเหมือนกับเธอจะถูกแย่งไปได้ทุกเมื่อคุกรุ่นขึ้นมารางๆ

คบกันแบบไม่ชัดเจน เขาเรียก ของเล่น ไม่ใช่ แฟน

และ ควัน นายก็เป็นแบบนั้นสำหรับฉัน

คำพูดของเธอทำเอาหัวใจทั้งดวงรู้สึกคล้ายถูกไฟเผาผลาญทั้งเป็น

ผมยกมือขึ้นปิดตา สูดลมหายใจเข้าลึกอีกครั้ง

ตลอดชีวิตผมทำอะไรมีแบบมีแผนเสมอ มีแต่ผู้หญิงคนนี้คนเดียวที่คอยรบกวนจิตใจผมมาตลอด

รบกวนแม้กระทั่งอยู่ในห้วงแห่งความฝัน...

ที่แล้วมาเคยลองคบผู้หญิงเป็นแฟนมาหลายคน แต่ก็ไปไม่ถึงไหนทั้งนั้น ความรู้สึกมันไม่ใช่ และก็ไม่เคยใช่

ผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้ผมมีความรู้สึกดันกลียดผม รู้สึกขวางหูขวางตาโดยไม่มีสาเหตุ...

ความรู้สึกของผมเองก็เช่นเดียวกัน เหมือนทั้งรักทั้งชังยังไงก็ไม่รู้



วันนี้กว่าผมจะมาถึงมหาวิทยาลัยก็ปาไปเกือบเที่ยงกว่า และพอมาถึงจุดรวมพลคือโต๊ะม้าหินด้านข้างของตึกคณะฯ ไอ้รีลที่มาถึงคนแรกก็ชักชวนให้ผมไปที่ตึกคณะการและการท่องเที่ยวทันที

“ไปทำไม” ผมถาม

“กูลืมของไว้ที่ไอ้เรียล ไปเป็นเพื่อนหน่อย”

ทำอย่างกับเป็นเด็กผู้หญิงที่เวลาไปไหนมาไหนต้องมีเพื่อนไปด้วย

“ขี้เกียจ”

“ห้ามขี้เกียจ” ไอ้เรียลส่ายหน้า “ไปด้วยกันเถอะ สาวๆ คณะนั้นเด็ดๆ ทั้งนั้นเลยนะ”

ผิดคนแล้ว เพราะคนที่จะดี๊ด๊าเมื่อได้ยินว่าคณะนั้นมีสาวเด็ดๆ น่ะต้องเป็นไอ้ไอหรือไม่ก็ไอ้เนียร์

ผมขี้เกียจเถียงกับมันอีก จึงล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วเดินไปกับมัน

เพราะถ้ายังปฏิเสธ ไอ้รีลคงชักแม่น้ำร้อยสายมาพูดจนน่ารำคาญแน่

แต่พูดถึงไอ้รีล ก็นึกเรื่องบางเรื่องขึ้นมาได้

ตอนที่ผมเข้ามาเรียนใหม่ๆ และยังรู้จักกับพวกมันอย่างผิวเผิน ในตอนนั้นผมไม่รู้ว่าไอ้รีลมันมีฝาแฝด

ในวันนั้นผมเดินอยู่กับเพื่อนที่เรียนอยู่คณะการจัดการ เห็นไอ้รีล (ตอนนั้นเข้าใจว่าเป็นมัน) กำลังเดินออกมาจากตึกคณะนั้นพอดี ก็นึกขึ้นได้ว่าเห็นมันเรียนอยู่ในเซคเดียวกันเลยพูดกับเพื่อนว่า

“ไอ้หมอนั่นเรียนคณะเดียวกับกู” ผมยกนิ้วชี้ไปยังไอ้รีล “ชื่อ รีอัล แปลกดี”

เพราะไม่เคยได้ยินชื่อแบบนี้มาก่อน ผมจึงจำมันได้เพราะตอนที่มันแนะนำตัวว่าชื่อ รีอัลหรือเรียก รีลเฉยๆ ผมเลยคิดว่าชื่อมันแปลกดี

“มันชื่อเรียล” เพื่อนผมเถียง “และเรียนคณะการจัดการต่างหาก”

“มันชื่อรีอัล” ผมเถียงกลับไปบ้าง “เมื่อเช้ามันยังเรียนในห้องเดียวกับกูอยู่เลย”

“ล้อเล่นน่า” เพื่อนผมส่ายหน้า “เมื่อเช้ามันก็เรียนห้องเดียวกับกูนะ”

เอ๊ะ? ไอ้รีลมันแยกร่างไปเรียนหรือไง 

คือมันไม่มีทางเป็นไปได้ที่คนหนึ่งคนจะไปอยู่ต่างที่แต่ในเวลาเดียวกันได้

ตอนนั้นผมก็ได้แค่สงสัย และคิดไปว่าเพื่อนของผมอาจเข้าใจผิดไปเอง

แต่ก็มารู้ภายหลังว่าไอ้รีลมีฝาแฝด เพราะมีวันหนึ่งที่พวกมันเดินมาพร้อมกัน

ฝาแฝดของไอ้รีลชื่อว่าเรียล ทั้งสองคนมีหน้าตาเหมือนกันมาก คือถ้าไม่สังเกตดีๆ จะไม่มีทางรู้เลยว่าเป็นคนละคนกัน แต่ถ้าสนิทกันแล้วก็จะเห็นจุดต่าง ก็ตรงที่ไอ้รีลมันมีไฝเม็ดเล็กๆ อยู่ใต้ตานั่นเอง...

เมื่อมาถึงคณะการจัดการ ไอ้รีลก็ยืนคุยอยู่กับฝาแฝดของตัวเองซึ่งตกเป็นเป้าสายตาอยู่พักหนึ่ง จนกระทั่ง...

แล้วมึงอยู่กับใคร

อ๋อ... เรียลเบี่ยงหน้าไปทางด้านหลังเล็กน้อย อยู่กับพี่ไฟน่ะ

ผมหันไปมองตามเสียงพูด ก็พบกับชายคนนั้น ถึงเรียลจะไม่ได้ชี้ระบุตัวว่าเป็นคนไหน แต่ผมก็มองเห็นได้ทันที

เพราะผู้ชายคนนั้นดูโดดเด่น ใบหน้าคมเข้มของชาวเอเชียผสมกับชาวตะวันตก และต่อให้มีผู้คนอยู่รายล้อมรอบตัว แต่ถ้ากวาดตามองรอบเดียวก็จะสังเกตเห็นได้

ไฟ?” ไอ้รีลเลิกคิ้ว

เออ แต่มึงเรียกเขาว่าพี่ด้วย

รู้แล้วน่า ไอ้รีลเกาหัวแกรกๆ ก่อนจะหัวเราะหึหึออกมา แต่มันน่าตลกดีว่ะ

ตลกไรวะ

ก็มึงมีเพื่อนชื่อไฟใช่มั้ย... ขณะพูดไอ้รีลก็หันหน้ามาทางผม ส่วนกูก็มีเพื่อนชื่อควันไง

ควัน?”

เออ เพื่อนกูชื่อควัน”

ก๊อบปี้คำพูดกันทำไม ฟังแล้วเหมือนนกแก้วนกขุนทอง

สงสัยคงเป็นคุณลักษณ์อย่างหนึ่งของฝาแฝด...ล่ะมั้ง

“งั้นก็เหมือนคำกล่าวที่ว่า ...ที่ใดมี ควัน ที่นั่นยอมมี ไฟ’...” เรียลพูดไปก็หัวเราะไป ...ก็ว่าไปนั่น

อืม...ก็ว่าไปนั่น


หลังจากนั้นผมกับไอ้รีลก็กลับมาที่คณะบริหารฯ เมื่อมาถึงจุดรวมพลอีกครั้งก็เห็นไอ้ไอนั่งสูบบุหรี่อยู่ โดยมีนิ้วโป้งข้างขวากำลังเลื่อนไล้อยู่บนหน้าจอโทรศัพท์

“ไปไหนกันมา” ไอ้ไอถาม “กูกำลังจะโทรหาพอดี”

“ไอ้รีลให้กูไปเป็นเพื่อนที่คณะการจัดการ” ผมเป็นคนตอบ

“ไปทำไม”

“ไอ้รีลไปหาไอ้เรียลน่ะ” ผมยังเป็นคนตอบ จากนั้นเมื่อไม่เห็นเพื่อนอีกคนจึงถาม “แล้วไอ้เนียร์ล่ะ”

“มันไปเข้าห้องน้ำ” ไอ้ไอตอบก่อนจะเลิกคิ้วมองไอ้รีลที่ทำท่าทางลุกลี้ลุกลน “แล้วมึงเป็นอะไร ยืนบิดอย่างกับโดนมดกัดไข่”

กูปวดท้อง พวกมึงคุยกันไปก่อน พูดจบไอ้รีลที่ยืนลำตัวบิดไปมาอย่างกับโดนมดกัดก็ออกตัววิ่งพร้อมๆ กับตะโกน ไม่ไหวแล้ว! กูขอเข้าห้องน้ำก่อนนะ!”

ไอ้รีลกับไอ้เนียร์คงไปพบรักกันในห้องน้ำแน่

“แล้วมึงล่ะเป็นไร” ไอ้ไอหันมาทางเมื่อผมยังคงยืนค้ำหัวมันอยู่ “ทำไมยังไม่นั่งอีก หรือโดนมด...”

“พูดมากจริง” ผมย้อนเสียงเย็นชา

วันนี้เป็นอะไร ทำไมไอ้เหี้ยไอพูดมากจัง

แต่ขณะที่ผมกำลังจะนั่ง ทว่าสายตากลับมองไปเห็นผู้หญิงกลุ่มหนึ่งกำลังเดินผ่านมาทางนี้ ผู้หญิงหนึ่งในนั้นที่ผมจำได้ว่าชื่อฟาร์ เธอชะโงกหน้าหันซ้ายหันขวาเหมือนกำลังมองหาอะไรบางอย่างในกลุ่มของผม แน่นอนว่าผมรู้ เธอกำลังมองหาไอ้เนียร์นั่นเอง และพอไม่เห็นพี่ชายบุญธรรม เธอจึงรีบยกมือไหว้ เมื่อเห็นผมจ้องมองอยู่

ผมพยักหน้ารับเบาๆ แล้วพวกเธอก็เดินผ่านไป แต่สายตาของผมยังคงมองค้าง และกำลังไล่มองไปตามแผ่นหลังที่ดูห่างเหินและเย็นชาของไอซ์ เธอไม่แม้แต่จะเหลียวหันมามองกันสักแวบ ผมยืนนิ่งอยู่พักหนึ่งก่อนที่มือทั้งสองสอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกง พลางนั่งลงที่เก้าอี้ม้าหินคู่ทางด้านหนึ่ง

เหตุผล... ผมพูดโพล่งพูดอย่างไม่มีปี่มี่ขลุ่ย

อะไร

มันจะมีสักกี่เหตุผลที่ทำให้แฟนเก่าเกลียด...

...”

“มันจะมีเหตุผลสักกี่อย่างที่ทำให้แฟนบอกเลิกวะ”

ใช่แล้ว...ไอซ์เป็นคนบอกเลิก เป็นฝ่ายทอดทิ้งผม

และตอนนี้ก็เป็นฝ่ายไม่อยากคืนดีกับผม ซ้ำยังทำเหมือนผมเป็นของเล่นอีกต่างหาก

เพราะตอนนี้ผมกับไอซ์มีความสัมพันธ์ทางกายกันอย่างเดียว เรียกง่ายๆ คือเป็นเซ็กซ์ไม่ระบุสถานะ

หรือจะบอกว่าผมยังรักเธอข้างเดียวก็ได้...

“ที่นึกออก นอกใจ ทำร้ายร่างกาย และเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ”

“...”

“แล้วมึงเป็นแบบไหนล่ะไอ้ควัน”

ไอ้ไอหรี่ตามอง ริมฝีปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย ราวกับว่าอยากให้ผมเป็นสิ่งสุดท้ายที่มันพูดออกมา...

เสื่อมสมรรถภาพทางเพศน่ะเหรอ?

หึ...มันไม่มีทางที่จะเป็นอย่างนั้น...

ทำร้ายร่างกายล่ะ?

แน่นอนว่าไม่มีทางใช่ ผมไม่ใช่ผู้ชายประเภทนั้น

ลูกผู้ชายที่ถูกอบรมสั่งสอนว่าไม่ให้ใช้กำลังกับผู้หญิง ถึงจะมีความโกรธจนถึงขีดสุดยังไง ผมก็ไม่ไร้สติและขาดเหตุผลจนถึงขั้นทำร้ายผู้หญิงแน่

แล้วนอกใจล่ะ?

เมื่อคิดถึงตรงนี้ หว่างคิ้วของผมก็ขมวดเข้าหากันแน่น

ในความทรงจำในช่วงเวลาที่เราคบกันมันมีแต่ภาพจำดีๆ ทั้งนั้น

ต่อให้ผมเป็นผู้ชายประเภทที่ไม่รู้ว่าความโรแมนติกคืออะไร พูดคำหวานไม่เป็น และไม่รู้ว่าจะปลอบใจคนอื่นให้สบายใจอย่างไร แต่ผมก็ทะนุถนอมเธอเท่าที่ตัวของผมจะทำได้

แล้วยังไงล่ะ...

หรือว่ามันจะมีเรื่องเข้าใจผิดเกิดขึ้นระหว่างเรา โดยที่ผมไม่รู้หรือเปล่านะ?

“เงียบไม” ไอ้ไอเลิกคิ้วมอง “หรือมึงเสื่อมจริงๆ”

“ไม่ใช่” ผมนิ่วหน้าแล้วเถียงมันกลับไปเป็นเด็กๆ “มึงน่ะสิเสื่อม”

“หึ” ไอ้ไอหัวเราะในลำคอก่อนจะถามออกมาอีกคำ “แล้วสรุปยังไง เงียบอยู่ตั้งนานได้คำตอบอะไรบ้าง”

“ไม่เลย” ผมส่ายหน้าอย่างจนใจในคำตอบ “อาจจะมีเรื่องเข้าใจผิดบางอย่างเกิดขึ้นก็ได้มั้ง”

“แล้ว?”

“แล้วอะไร”

“ก็แฟนเก่าที่มึงกำลังพูดถึงอยู่คนนั้นน่ะ...” มันเว้นจังหวะพูดให้ดูตื่นเต้นเล็กน้อย แล้วก็พูดต่อในวินาทีถัดมา เพราะมีคำตอบอยู่แล้ว “น้องไอซ์ที่อยู่กลุ่มเดียวกับน้องบุญธรรมของไอ้เนียร์ใช่มั้ย?”

ผมนิ่งไปกับคำพูดเหนือความคาดหมายนั้น...

รู้สึกทั้งแปลกใจและประหลาดใจ

“แปลกใจอะไร” ไอ้ไอหัวเราะเบาๆ “กูเห็นมึงมองเธอตั้งแต่ตอนที่เจอหน้าร้านสตาร์บัคในวันนั้นแล้ว”

“...”

“ตอนแรกกูคิดไปเองว่าที่มึงมองน่ะเพราะความสวยที่โดดเด่นสะดุดตา แต่ว่าตอนไปเจอกันในร้านเหล้าอีกครั้ง กูถึงรู้ว่าสายตาของมึงมองตอนนั้นมันไม่ใช่”

“ไม่ใช่?” ผมเลิกคิ้วมองอย่างสงสัย

ไม่รู้สิ...ผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตอนที่เห็นเธอครั้งแรก ผมมองเธอยังไง มองด้วยความรู้สึกแบบไหนกันแน่

ในความรู้สึกเดียวที่รับรู้ตอนนั้นก็คือ...ดีใจ

แต่ความดีใจกลับปะปนไปด้วยความรู้สึกโกรธ

โกรธที่เห็นเธอยืนยิ้มอยู่กับผู้ชายถึงสองคน ตอนนั้นจึงพูดออกไปได้เพียงแค่คำว่า... ควบสองเลยเหรอ ร้ายไม่เบา ทั้งๆ ที่ใจจริงไม่ได้อยากพูดแบบนั้น

“ก็เพราะมึงมองน้องเค้าอย่างกับจะกลืนกิน แล้วพอกูแหย่เข้าหน่อยก็ฉุนจนต้องขอตัวออกไปซื้อบุหรี่ไง”

พูดยาว... ไอ้ไอพูดยาวจนคิดว่ามันเอาโควต้าการพูดทั้งอาทิตย์มาพูด

ปกติไอ้ไอศูรย์มันเป็นคนไม่ค่อยพูด แต่ไม่ถึงขั้นเย็นชาจนไร้ความรู้สึก

มันก็แค่เป็นประเภทจะพูดในสิ่งที่จำเป็นต้องพูดเท่านั้น แล้ววันนี้เป็นอะไร ทำไมพูดมากจัง อ้อ...เพราะเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องพูดล่ะสินะ...

“ก็...” ผมพยักหน้าเนือยๆ อย่างยอมรับ “ใช่”

“แล้วยังไงอีก”

“ยังไงอะไร” ถามอะไรให้มันเข้าใจง่ายๆ หน่อยไม่ได้หรือไงนะ

“ก็เพราะมันไปได้ไม่สวยใช่ไหมล่ะ”

“อืม” ผมตอบอย่างเลื่อนลอย ยกมือข้างหนึ่งขึ้นสางผมยาวๆ ที่ร่วงลงมาปรกหน้า “กูขอกลับไปคบกันแล้ว แต่เธอปฏิเสธไม่ยอมท่าเดียว”

“เลยมานั่งถามหาเหตุผลที่แฟนเก่าเกลียดน่ะเหรอ?”

“เออ”

“แล้วลองตื๊อดูหรือยัง”

ไม่ล่ะ ผมเอ่ยเนิบๆ ไม่ต้องลองก็รู้คำตอบ ไอซ์คงให้คำตอบเดิม และคงไม่ชอบใจแน่ หากผมยังตื๊อไม่เลิกอีก ผู้ชายที่ตามตื๊อผู้หญิงมันน่ารำคาญ

“เลยกลุ้มใจ?”

“ไม่เชิงอย่างนั้น”

ผมไม่ได้กลุ้มใจ ก็อย่างที่บอก ผมกับไอซ์มีความสัมพันธ์ทางร่างกาย มันไม่ใช่นับจากศูนย์เสียทีเดียว แต่เรื่องนั้นกับเรื่องนี้มันคนละเรื่องกัน เพราะถึงแม้ร่างกายจะผูกพัน แต่ความสัมพันธ์ทางใจมันไม่...มี

หลังจากนั้นผมก็เงียบไปนานมาก ฝ่ามือขวายกขึ้นเพื่อรองรับเรียวคางของตัวเอง

“แต่น่าแปลก”

ไอ้ไอเอ่ยทำลายความเงียบ

“แปลกไรอีก”

“ก็ปกติมึงไม่ใช่คนที่จะมาพูดเรื่องของตัวเองให้เพื่อนฟัง” ไอ้ไอเหล่มองเล็กน้อย “ต่อให้สนิทกันแค่ไหน ถามอะไรมึงจะบอกว่าไม่มีอะไรตลอด”

ก็จริงอย่างที่ไอ้ไอว่า ผมไม่ค่อยเล่าเรื่องตัวเองให้เพื่อนฟังเท่าไหร่ ไม่สิ...แทบจะไม่พูดเรื่องของตัวเองให้ใครฟังเลยด้วยซ้ำ

ผมค่อนข้างเก็บตัว บางเรื่องถ้าไม่จำเป็นก็จะไม่พูด

และใช่ ที่ไอ้ไอรู้ก็เพราะว่าผมกับมันรู้จักกันมาก่อนหน้านี้

เราสองคนรู้จักกันตอนที่ไปเก็บตัวคัดเลือกนักกีฬาฟุตบอลทีมชาติชุดเยาวชน ซึ่งตอนนี้เลิกเล่นกันไปแล้ว โดยที่เราไม่ได้เรียนมัธยมโรงเรียนเดียวกัน ต่างฝ่ายต่างมาจากที่อื่น แต่เราก็สนิทกันมากพอสมควรในช่วงเวลานั้น และห่างกันไปเพราะเลิกเล่นฟุตบอลเพื่อเข้าเรียนมหา’ลัย จนกระทั่งผมย้ายมาเรียนที่เดียวกับมันนั่นแหละ

“มึงคงกลุ้มใจมาก และหาทางออกไม่ได้ใช่ไหมล่ะ”

“อืม” ผมยอมรับอย่างตรงไปตรงมา “ไม่รู้จะทำยังไงแล้วว่ะ”

“งั้นกูถามอะไรอย่าง” ไอ้ไอหันมาจ้องหน้าผมตรงๆ “ทำไมมึงถึงยึดติดอยู่กับแฟนเก่าขนาดนั้น”

คำถามเหนือความคาดหมายทำเอาผมอึ้งตะลึงไป

นั่นสิ...ทำไมผมถึงได้ยึดติดกับแฟนเก่ามากขนาดนั้น

ยึดติดอยู่กับไอซ์มากขนาดที่ต่อให้เธอเห็นเป็นเพียงแค่ของเล่นผมก็ยอม

ผมไม่ได้คิดถึงเหล่านี้มาก่อน เลยตอบไอ้ไอออกไปทันทีไม่ได้

“อย่าบอกนะว่าเป็นรักแรก?”

“...” แม้ปากจะไม่ได้พูดอะไร แต่ใบหน้าของผมขยับขึ้นลงเล็กน้อย

“เฮ้อ...” ไอ้ไอถอนหายใจยาว “ไม่อยากจะเชื่อ”

ไม่อยากจะเชื่ออะไร ก็มันคือเรื่องจริง

ไอซ์เป็นรักแรก และตอนนี้ก็อาจจะเป็นรักเดียวของผมด้วย

“นี่มึงไม่เคยได้ยินเหรอไอ้ควัน”

“ได้ยินอะไร”

“รักแรกมักจะไม่สมหวังไง”

คำพูดของไอ้ไอกระแทกใจของผมอย่างแรง...

ผมตัวแข็งทื่อ ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นเพ่งมองไอ้ไอนิ่ง ดวงตาเป็นประกายขึ้นมาวูบหนึ่ง

“เอาเถอะ ที่พูดน่ะไม่ได้อย่างให้มึงขวัญเสียหรอกนะ”

แล้วพูดออกมาเพื่อ?

“เพราะถ้ามึงคิดจะจีบแฟนเก่าจริงๆ น่ะ” ไอ้ไอพูดพลางต่อบุหรี่อีกมวน “มึงคงใช้ลูกไม้เดิมๆ ไม่ได้แล้ว”

จริงสินะ...ไอ้ไอมันพูดถูก จีบแฟนเก่าจะใช้ลูกไม้เก่าและไม้อ่อนไม่ได้

“อืม” ผมพยักหน้าเนือยๆ “เข้าใจแล้ว”


หลังจากนั้นไอ้เนียรก็เดินมาพร้อมกับไอ้รีลทำให้บทสนทนาของผมกับไอ้ไอหยุดอยู่เพียงแค่นั้น

“เลิกเรียนแล้วพวกมึงจะไปไหนต่อปะ” ไอ้เนียร์ถามทันทีที่ก้นสัมผัสกับเก้าอี้ “กูนัดกับฟาร์ไว้ที่ร้านสายชิลล์ พวกมึงจะไปด้วยกันมั้ย?”

พวกมึงที่ไอ้เนียร์หมายถึงคงเป็นผมกับไอ้ไอ เพราะมันกับไอ้รีลคงคุยกันเรียบร้อยแล้ว

“ไป” ไอ้ไอตอบเนือยๆ ไม่แม้แต่จะคิดสักวินาทีเลยด้วยซ้ำ

“แหมๆ ชวนกี่ครั้งก็ตอบว่าไปตลอดเลยนะ” ไอ้เนียร์พูดพลางหรี่ตามองอย่างเจ้าเล่ห์ “มึงแอบเล็งน้องคนไหนในกลุ่มนั้นอยู่ใช่ไหมล่ะ”

“...” คราวนี้ไอ้ไอเงียบไม่ตอบ

“นั่นแน่ๆ พอกูรู้ทันหน่อย แดกจุดใส่เลยนะ” ไอ้เนียร์เหยียดปาก “แต่กูขอบอกเอาไว้เลยนะว่า เล็งคนไหนก็ได้ แต่ห้ามเล็งฟาร์เป็นอันขาด”

“ทำไม?” ไอ้ไอเลิกคิ้วมอง “จะเก็บไว้แดกเอง?”

“ไม่ใช่!” ไอ้เนียร์ตะคอกเสียงดัง “ฟาร์เป็นน้องกูโว้ย!

“เหรอ...”

“เออ!” ไอ้เนียร์ยังใช้น้ำเสียงโทนเดิม “กูกับฟาร์เป็นพี่น้องกัน”

“พี่น้องท้องชนกัน?”

“ก็บอกว่าไม่ใช่ไง!” ไอ้เนียร์ตะคอกจนหน้าแดง “มึงอย่าคิดอะไรอุบาทว์ๆ แบบนี้นะเว้ย!

แล้วทำไมต้องตะโกน ทำไมต้องเสียงดัง

แบบนี้มันไม่ดูร้อนตัวเกินไปหน่อยเหรอ?

“เหรอ...” ไอ้ไอลากเสียงยาวๆ “กูคิดอุบาทว์จริงๆ เหรอ”

“พอเลย” ไอ้เนียร์กัดฟันพลางส่ายหน้า “เอาจริงๆ คนที่กูเล็งน่ะคือน้องไอซ์ต่างหาก”

คำพูดของไอ้เนียร์ทำเอาให้ไอ้ไอชะงักแล้วหันมามองทางผมทันที

ถึงน้องไอซ์จะดูเยือกเย็นไปหน่อย แต่สวยๆ แบบนั้นลองจีบดูสักครั้งคงไม่เป็นอะไรหรอก

เป็นสิ... เป็นมากด้วย

“ถ้าโดนปฏิเสธก็ไม่น่าจะมีอะไรเสียหาย” ไอ้เนียร์ยังคงพูดต่อ โดยไม่ได้สังเกตสีหน้าของผมเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่ง... “มึงคิดว่าไงวะไอ้ควัน”

“ถามถูกคนเสียด้วย” ไอ้ไอพึมพำออกมาเบาๆ

ใช่...ถามถูกคนจริงๆ

อย่าเลยผมส่ายหน้าเบาๆ ไม่เห็นด้วย

ทำไมวะ?” ไอ้เนียร์ชะงักพลางนิ่วหน้า อย่าบอกนะว่ามึงเล็งน้องไอซ์?”

ไม่ใช่ผมปฏิเสธเสียงห้วน แต่เพราะผู้ชายอย่างมึงรับมือกับผู้หญิงแบบเธอไม่ได้หรอก

จริงๆ แล้วใบหน้าเย่อหยิ่งและดูอันตรายนั้นเป็นที่น่าหลงใหลของพวกหนุ่มหลายๆ คน แต่ดวงตาเย็นยะเยือกราวกับภูเขาน้ำแข็งของเธอกลับไล่คนเหล่านั้นไปจนหมด ถ้าหากดวงตาสามารถสะท้อนให้เห็นหัวใจได้ หัวใจของเธอคงเป็นสิ่งที่เย็นเยียบไร้ความรู้สึกมากที่สุด หัวใจที่ไม่รู้จักรอยยิ้ม ไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่า...ความรัก

อะไรๆ มึงพูดอย่างกับว่ารู้จักน้องไอซ์มาก่อนอย่างนั้นแหละ

“อืม” ผมตอบเรียบๆ “ยิ่งกว่า...รู้จัก”


[End Talks]

 

 

 

 

 

 



...To Be Continued

 




Z o n e Talks



แจ้งข่าว

วันนี้มาทำปกหล่นและแจ้งราคาแบบคร่าวๆ นะคะ

- ตัวหนังสืออย่างเดียว ; 499.-

- หนังสือ+ปกแจ็กเกต ; 539.- (เลือกลายปกแจ็กเกต)

- หนังสือ 2 เล่ม + ปกแจ็กเกตทั้ง 2 ลาย ; 1078.-

*รวมส่งแน้ววว

 

Premium ; For the first 299 Book ;

นับจากเวลาโอน (กะคือจำนวนการซื้อ 1 เล่ม ต่อ 1 ชิ้น)

 

#E-book จะลงจากส่งหนังสือครบประมาณ 1 สัปดาห์

…………………

 

**แต่แค่ตัวเล่มอย่างเดียว ปกก็งามมากแล้วน้าาา

- 11.11 นี้เจอกันค่ะ -


*หนังสือเป็นปกกระดาษอาร์ตการ์ด 260 แกรม ธรรมดานะคะ

รูปนี้เป็นม๊อกอัปใช้เพื่อการค้าเท่านั้น!! 555555

....



ตัวอย่างปกแจ็กเกตทั้สองลาย







ติดตามข่าวสารต่างๆ ได้ที่เพจไรต์เลยค่ะ

Facebook Fan Page







......

 

1 เม้นต์ 1 กำลังใจ 

 

 

.......


 ทวิตติดแท็ก #สโมคออนไอซ์

กดติดตามนิยายเรื่องนี้ Add Fav

About 'ควันไฟ' Set คลิกที่รูป




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 920 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

870 ความคิดเห็น

  1. #865 Reaching_B (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 10:18
    กันซีนเพื่อนแล้ว1
    #865
    0
  2. #816 NNattChaA (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 22:05
    พี่ควัน หวง น้องงง
    #816
    0
  3. #814 firstzy93 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 19:59
    อย่าจีบเลยเนอะ
    #814
    0
  4. #813 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 13:03

    ถามต่อสิๆ

    #813
    0
  5. #812 WARIFEW (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 09:26
    รออออออ
    #812
    0
  6. #811 fonthanya (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 06:40
    อย่าแม้แต่จะคิด
    #811
    0
  7. #810 Daonuear (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 05:29
    พี่ควันกำลังจะมีคู่แข่ง
    #810
    0
  8. #809 pannaray2122 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 05:10
    ขั้นกว่า ต้องเติม est เพราะรู้จักมากกก เกี่ยวม่ะ
    #809
    0
  9. #808 Panther Navy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 03:29
    เรื่องปมไม่ถึงไหนเลยอ่าอดใจไม่ไหวลิ้ววว
    #808
    0
  10. #807 wipawann (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 / 12:44
    ดูพี่ก็รักน้องดี แต่พี่ไปทำไรให้น้องเข้าใจผิด
    #807
    0
  11. #806 firstzy93 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 / 10:37
    จะทำยังไงดี ง้อยังไง
    #806
    0
  12. #805 hope hope (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 / 08:12
    ง้อแบบไหนถึงจะได้ผล 😕
    #805
    0
  13. #804 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 / 07:18

    เข้าใจว่ายังไงพี่ควัน

    #804
    0
  14. #803 Panther Navy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 / 06:11
    ลุ้นเด้
    #803
    0
  15. #802 NNattChaA (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 12:47
    ต้องไปทำอะไรให้น้องฝั่งใจโดยไม่รู้ตัวแน่ๆ
    #802
    0
  16. #801 pannaray2122 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 / 13:39
    สงสาร แต่อยากรู้มากกว่าว่าเลิกกันเพราะอะไร
    #801
    0
  17. #800 Alin in the Pony Ville (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 / 07:44
    มันคือเรื่องไร มันต้องมีสักเรื่องสิ เจ้าตัวยังไม่รู้ คนอ่านนี่ไม่ต้องพูดถึง งง กันต่อไป
    #800
    0
  18. #799 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 / 07:07

    พี่ควันไม่ใจเลย โดนแย่งไม่รู้ด้วยนะ

    #799
    0
  19. #798 Panther Navy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 / 06:16
    มันเกิดจากอิหยังงง
    #798
    0
  20. #797 Daonuear (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 / 05:22
    ปกสวยมากเลยจ้า
    #797
    0
  21. #796 -Riwa- (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 / 00:04
    ปกสวยค้าาา
    #796
    0
  22. #795 firstzy93 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 23:31
    เข้าใจผิดป่าววว
    #795
    0
  23. #794 TONMAM5961 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 01:15
    นั้นแหละพี่ควัน ทำอะไรไว้
    #794
    0
  24. #793 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2563 / 13:38

    นั่่นสิพี่ควัน นอกกายหรือนอกใจล่ะ รอวันที่ 11 (หวังว่าจะไม่ลืม) 555

    #793
    0
  25. #792 WARIFEW (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2563 / 12:22
    รออออออ
    #792
    0