✦Smoke on Ice✦ [E-Book]

ตอนที่ 6 : {2} Smoke on Ice : Sector; It’s Complicated ‘Chained’ EP-6 [Full%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,914
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,092 ครั้ง
    23 ต.ค. 63

ทวิตติดแท็ก #สโมคออนไอซ์


คำเตือน

การสูบบุหรี่และการดื่มสุราเป็นอันตรายต่อสุขภาพ





Sector; It’s Complicated ‘Chained’

EPISODE 06

 

 

 

Try break the chains but the chains only break me

พยายามจะทำลายพันธนาการนี้ แต่โซ่ตรวนมันกลับทำลายฉันแทน


.........




บางที เขาเอ่ยเสียงเบา พี่อาจจะคิดมากเกินกว่านั้นก็ได้

พี่ควัน... ฉันแปลกใจนิดๆ เงยหน้าขึ้นถามเบาๆ ว่า พี่พูดจริงเหรอ?’

เห็นแต่พี่ควันก้มหน้าพร้อมกับยกมือขึ้นลูบใบหน้าของฉัน นัยน์ตาดำของเขาทอแววลึกล้ำขณะพูด ทำไมถึงจะไม่จริงล่ะ

นิ้วมือของเขาไล้ผ่านแก้ม ลูบผ่านหัวไหล่ของฉันไปอย่างแผ่วเบา

ทำไมถึงจะไม่จริงล่ะ เขาพูดซ้ำย้ำคำเดิม

ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขา เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว

ไอซ์...ไม่รู้...

ไอซ์ นิ้วมือของเขาลากผ่านกลีบปากฉัน ขณะถามเสียงพร่าขึ้นอีกครั้งว่า ถ้าไม่ใช่เรื่องจริง ทำไมพี่ถึงได้ยืนอยู่ตรงนี้ล่ะ

นิ้วมือของเขาอุ่นนิดๆ

พริบตานั้นฉันก็หน้าเห่อร้อนขึ้นมา เผลอหอบหายใจเบาๆ พลางตอบกลับไปว่า พี่อาจจะแค่อยากปลอบใจไอซ์เฉยๆ ก็ได้

แค่ปลอบใจ พี่จำเป็นต้องกอดเราด้วยเหรอ?’ เสียงของเขาแตกพร่าแต่กลับฟังดูล่อลวง ปลอบใจน่ะไม่จำเป็นต้องกอดแบบนี้หรอกนะ

ทุกถ้อยคำแปรเปลี่ยนเป็นจูบอย่างอ่อนโยน

พี่ควันจูบฉันอีกครั้ง แล้วก็อีกครั้ง จากนั้นเขาก็กัดริมฝีปากล่างของฉันเบาๆ ขบกัดกลีบปากของฉันเพื่อส่งสัญญาณว่าเขาจะสอดปลายลิ้นเข้ามา...

หัวใจพลันเต้นรัวยิ่งขึ้น ลมหายใจเปลี่ยนเป็นกระชั้น ฉันรู้สึกได้ว่าริมฝีปากนุ่มและเรียวลิ้นอุ่นร้อนของเขาสอดเข้ามาในปาก ฉกฉวยเข้ายึดครอง ฉันเกาะก่ายลำคอแกร่งและลาดไหล่ของเขาไว้แน่นอย่างห้ามตัวเองไม่ได้ แนบลำตัวเข้าไปชิดกว่าเดิม อยากได้มากขึ้นอีก อยากเติมเต็มความร้อนรนและความว่างเปล่าที่ยากจะบรรยาย

มือของเขาสอดเข้ามาในตัวเสื้อตรงหลังเอวของฉัน ลูบไล้แผ่นหลังเปลือยเปล่า...

ฉันสั่นเทาเบาๆ หัวใจบีบรัด รู้สึกได้ถึงความต่างระหว่างชายหญิงสัมผัสกับร่างกายของฉันอย่างเร่าร้อน รู้สึกได้ว่านิ้วหัวแม่มือของเขาไล้ผ่านข้างทรวงอกที่ไวต่อความรู้สึกไป

นั่นน่าจะทำให้ฉันตกใจได้สติ แต่ระฆังเตือนภัยในหัวกลับไม่ได้ดังขึ้นมา มีแต่ร่างกายที่อ่อนระทวยสั่นระริกเท่านั้นที่ตอบสนองอย่างกระตือรือร้นและควบคุมไม่ได้

กริ๊งๆๆ

ฉับพลันเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดังขึ้น

พี่ควันชะงักกึก เอาหน้าผากแนบกับหน้าผากของฉัน ริมฝีปากทาบอยู่บนริมฝีปาก ขณะหอบหายใจไปด้วย

ฉันสูดลมหายใจของเขาเข้าปอด มองเห็นเงาตัวเองที่ดูเคลิ้มลอยและตระหนกลนลานในดวงตาดำพร่าเลือนของเขา เสียงหัวใจเต้นในอกดังระทึกเป็นจังหวะรุนแรง

กริ๊งๆๆ

เสียงเรียกเข้าดังขึ้นอีกครั้ง

เขาปล่อยฉันอย่างอิดออด แต่แล้วก็ยกมือขึ้นใช้ท้องนิ้วลูบกลีบปากที่เปลี่ยนเป็นแดงฉ่ำนิดๆ และเปียกชื้นขึ้นหน่อยๆ ของฉันอย่างอาลัยอาวรณ์

อ่า...

ฉันหอบหายใจพลางสั่นระริกอย่างอดไม่อยู่

จากนั้นเขาก็หดมือกลับไป ก่อนจะหันหลังเดินไปหยิบโทรศัพท์ข้างหัวเตียง

เวลานี้ฉันทำได้เพียงแค่ยืนงงงันอยู่ที่เดิม รู้สึกทั้งเนื้อทั้งตัวร้อนวูบวาบ ที่ร้อนลวกที่สุดก็คือตรงริมฝีปากที่เขาเพิ่งลูบไล้เป็นจุดสุดท้าย

ไอซ์...

ครั้นได้ยินเสียงของเขาเอ่ยเรียก ฉันก็ตื่นจากภวังค์ อ้าปากมองเขาที่ยืนกอดอกจ้องมองมา

อะ...ไอซ์กลับก่อนนะ ฉันลนลานหลบสายตาจับจ้องไม่วางตาของเขา พูดเสียงลนๆ ขณะหน้าร้อนผ่าวใจเต้นรัว นี่ก็ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้มีเรียนเช้า กู๊ดไนต์ค่ะ

พูดจบฉันก็ก้าวเท้าเดินอ้อมเขา เผ่นแน่บไปด้วยความเร็วโดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ขวาง

ฉันไม่กล้ามองหน้าพี่ควันอีกเลยแม้แต่แวบเดียวตั้งแต่ต้นจนจบ

 

 

Ice Aiyawarin

The memory 3 years ago

 

...

 

หลังจากที่ฉันเอ่ยประโยคนั้น เขาก็เงียบไป แต่เผลอแสดงภาษากายด้วยการกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว

ฉันไม่อยากมองภาพนั้นจึงหันหลังแล้วเอ่ยพูดอย่างกลบเกลื่อน

“นี่ควัน นายช่วยหาอะไรมาปิดร่างกายของตัวเองสักหน่อยมั้ย?”

“ทำไม” เขาถามพลางขยับเข้ามาใกล้ “ทำอย่างกับว่าไม่เคยเห็น”

“เคยเห็นกับไม่อยากเห็นมันมีเส้นบางๆ คั้นกลางไว้นะ” 

เขาไม่ตอบ แต่ดวงตาทอแววเย็นจัด

จะยังไงก็ช่าง ตอนนี้ฉันควรจะไปเสียที เลิกต่อล้อต่อเถียงกับเขา

“ฉันกลับล่ะ”

“เดี๋ยว”

แม้เขาจะเรียก แต่ฉันก็ไม่หยุดเดิน...

“ก็บอกว่าเดี๋ยวไง” เขาก้าวเท้ายาวๆ ทันใดนั้นควันก็รีบยื่นมือมาคว้าแขนฉันเอาไว้ “ไม่ต้องรีบร้อนขนาดนั้นก็ได้”

“ทำไม” ฉันเลิกคิ้วถึงได้เห็นว่าเขาคว้าผ้าขนหนูมาพันรอบเอวเอาไว้อย่างลวกๆ 

ก็ยังดีที่ไม่วิ่งตามมาทั้งๆ ที่เปลือยล่อนจ้อนอย่างนั้น

“วันนี้เป็นวันอาทิตย์ สายๆ ค่อยกลับสิ”

“ไม่ล่ะ” ฉันปฏิเสธด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“แต่เธอจะกลับไปทั้งอย่างนั้น?” เขาเลิกคิ้วพลางกวาดตามองมาทั่วร่าง และเพราะสายตาไม่น่าไว้ใจของเขาทำให้ฉันต้องก้มมองร่างของตัวเอง ก็ไม่เห็นจะมีอะไรผิดปกติ ฉันไม่ได้เอาเสื้อมาสวมแทนกระโปรงซะหน่อย

“ร่างกายของเธอมีแต่ร่องรอยของฉัน” เขากระตุกมุมปากขึ้น “ไม่คิดจะล้าง อืม...ไม่คิดจะอาบน้ำสักหน่อยเหรอ”

“หึ...จะบอกว่าฉันสกปรกงั้นเหรอ?” ฉันเหยียดยิ้ม “ไม่เป็นไรหรอก ใจของฉันมันสกปรกอยู่แล้ว ถ้าร่างกายจะสกปรกอีกจะเป็นไรไป”

เขาคิดว่าฉันแคร์เรื่องเหล่านี้เหรอ...

คิดว่าฉันเซนส์ซิทีฟกับคำพูดของเขาอย่างนั้นเหรอ?

หึ...เขาคิดผิดแล้ว เพราะฉันน่ะไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป

“นี่เธอไม่คิดจะพูดดีๆ กับฉันบ้างเลยหรือไง” เขากดตรึงร่างของฉันเอาไว้กับกำแพงเย็น “ตอนอยู่บนเตียงไม่เห็นจะเป็นแบบนี้”

“หึ” ฉันส่งเสียงหึออกมา “ก็บอกแล้วไง ที่ฉันยอมมาที่นี่ก็เพื่อเซ็กซ์เท่านั้น”

เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “เธอเป็นพวกซาดิสม์เหรอ?”

พอฉันได้ยิน ประกายเย็นชาก็วาบขึ้นในดวงตา คลี่ปากยิ้มหน้าชื่น

“แล้วนายล่ะ เป็นพวกมาโซคิสม์?”

เส้นเลือดตรงขมับของเขาปูดขึ้นมาขณะสูดลมหายใจลึกๆ

“ฉันไปทำอะไรให้เธอโกรธหนักหนา” เขาหรี่ตา เม้มปากถาม “ทำไมเอาแต่พูดเย็นชากับฉันแบบนี้”

งั้นเหรอ...

ถามแบบนี้แสดงไม่เคยรู้ตัวเลยสินะ...

วินาทีนั้นฉันสาบานว่าจะฉุดเขาลงเหวลึกไร้ก้นที่มืดมิดที่สุดด้วยกัน เชื่อฉันสิ เขาไม่มีทางชอบที่นั่นแน่

“คิดสิ” ฉันเชิดคาง ดวงตาวาวโรจน์ “คิดก่อนจะถาม ถ้าคิดไม่ได้ก็ไม่ต้องถาม เพราะฉันไม่มีคำตอบแทนตัวนายได้หรอกนะ”

เขาเม้มปากแน่น ยังไม่ยอมปล่อยมืออยู่ดี ฉันจึงชูมือขึ้นด้วยท่าทางรำคาญ

“ถ้าสมองคิดไม่ได้ ก็ลองใช้ใจของนายคิดดู”

ฉันมองเขาด้วยแววตาเย็นๆ ก่อนจะหมุนตัวแล้วเดินหน้าตาเฉยชาออกไป

แต่หากว่าทันทีที่ฉันเดินออกมาจนถึงห้องรับแขก จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้น

“ควันอยู่บ้านหรือเปล่า!” เสียงแหลมเล็กตะโกนก้อง “ทำไมด้าโทรมาแล้วไม่ยอมรับสายเลย”

เมื่อเผชิญหน้ากันอย่างกะทันหัน เราสองคนต่างฝ่ายต่างก็ชะงัก

“เธอ?” 

ดวงตาคู่โต หางตาชี้ขึ้นเล็กน้อย จมูกโด่งเป็นสันปลายเชิดขึ้นนิดๆ กับปากเล็กดูน่ารักๆ ทั้งหมดถูกจัดวางไว้อย่างพอเหมาะพอเจาะบนใบหน้าเรียวเล็กเท่ากำปั้น 

“มาอยู่ที่นี่ได้ไง”

ทำไมผู้หญิงคนนี้พูดอย่างกับว่ารู้จักฉันมาก่อน เหมือนเคยเห็นหน้ากันมาก่อนอย่างนั้นแหละ

ฉันแน่ใจว่าไม่เคยรู้จักเธอมาก่อน เพราะใบหน้าแบบนี้ ถ้าเคยเห็นต้องจดจำได้ทันที

“ฉันลืมของ” ฉันตอบง่ายๆ ไม่ต่อความยาวสาวความยืดอีก “เลยแวะมาเอา”

“ตั้งแต่เช้า?”

“อืม” ฉันตอบ “ขอตัว...”

พูดยังไม่ทันจบประโยคฉันก็ยืนตัวแข็งทื่อเมื่อท่อนแขนข้างหนึ่งถูกคว้าเอาไว้อย่างแรง...

“ควัน...”

ควันชำเลืองมองมาตามเสียงของผู้หญิงคนนั้นที่เปล่งออกมา ทันทีที่เห็นคิ้วของคนไร้อารมณ์ก็กระดกขึ้นข้างบน ราวกับจำได้ว่าเป็นใคร

“เจด้า?” เขาถามอย่างสงสัย “มาที่นี่ได้ยังไง”

“ด้าต้องถามควันมากกว่า ทำไมไม่ยอมรับสายเลย”

“...”

เฮ้อ...

นี่มันเป็นเวรกรรมอะไรของฉัน

การมาเจอผู้หญิงซึ่งเป็นใครก็ไม่รู้ แต่น่าจะเป็นคนสำคัญของเขา เพราะเข้าออกบ้านได้อย่างตามใจชอบในเวลานี้เป็นเรื่องบังเอิญที่น้ำเน่ามากๆ ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังแสดงละครน้ำเน่าห่วยๆ อยู่ สารพัดดราม่าประดังประเดเข้ามาพร้อมกัน แถมดูเหมือนว่าตัวเองจะไม่ใช่นางเอกละครบ้าๆ เรื่องนี้ซะด้วย

“ปล่อยมือได้แล้ว” ฉันมองเขาและส่งยิ้มให้เหมือนคนที่ไม่ได้คิดอะไร แต่เขาและเธอคนนั้นกลับจ้องฉันแทบจะทะลุ จนฉันต้องแอบถอนหายใจเฮือก

อะไร ทำไมถึงจ้องอย่างกับจะสำรวจคนอื่นแบบนี้...

ฉันเหลือบมองไปทางผู้หญิงคนนั้นแวบหนึ่ง ตอนนั้นเองที่ฉันเดาสถานการณ์ออก

หรือว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็นแฟนของเขา เลยกำลังเข้าใจผิดอยู่...

และถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ มันก็ไม่ใช่ปัญหาของฉันแล้ว...

เพราะฉันบอกไปแล้วว่าลืมของ

“ฉันกลับก่อนนะ” ฉันหันไปยิ้มให้คนทั้งคู่ “เชิญตามสบาย”

แต่เดินไปไม่ถึงสามก้าว ตอนนั้นเองเสียงแหบห้าวก็ดังลอยมาอย่างไม่ทันคาดคิด 

“เดี๋ยวก่อน...”

ควันก้าวเท้ามาเพียงแค่ก้าวเดียวก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของฉันแล้ว

“เมื่อกี้ที่ว่าเชิญตามสบายคืออะไร”

ตอนแรกตั้งใจจะพูดว่า นี่โง่จริงหรือแกล้งโง่’ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าพูดไปก็เปล่าประโยชน์จึงยั้งปากไว้ ควันเห็นฉันที่อยู่ดีๆ ก็หุบปากลงจึงถามซ้ำพร้อมกับเอียงหน้าด้วยความสงสัย

“ว่าไง ไอ้ที่บอกว่าเชิญตามสบายน่ะหมายความว่าอะไร”

“ก็ผู้หญิงของนายมาหาไม่ใช่เหรอ?”

“ไม่ใช่”

“...”

“อย่าเข้าใจผิดสิ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “เจด้าเป็นแค่เพื่อน”

แม้คำพูดของเขาจะไม่ดัง แต่มันก็ไม่เบา และฉันก็คาดเดาว่าผู้หญิงคนนั้นต้องได้ยินแน่

สายตาของฉันมองเลยไปทางด้านหลัง ใบหน้าของเธอคนนั้นขาวซีดแทบจะไร้เลือดฝาด เธอยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อนราวกับว่ากำลังเห็นภาพที่น่ากลัวที่สุด มือทั้งสองข้างกำหมัดแน่น ร่างทั้งร่างสั่นสะท้าน

ฝ่ายชายอาจจะคิดแค่เพื่อน แต่ดูเหมือนฝ่ายหญิงจะไม่รู้สึกอย่างนั้น...

สายตาแบบนั้น สีหน้าเจ็บปวดอย่างนั้น คำพูดที่เหมือนเข็มทิ่มแทงอย่างนั้น ขนาดฉันยืนอยู่ตรงนี้ยังรับรู้ถึงมันได้

หากแต่ว่าควันที่ยืนอยู่ใกล้กว่าเขากลับไม่รู้สึกอะไร ซ้ำยังทำเหมือนผู้หญิงคนนั้นไม่มีตัวตน

สายตาของเขาเอาแต่จ้องมองมาที่ฉัน นัยน์ตาดำลึกยากจะคาดเดาจับจ้องอยู่ที่ฉันไม่ละจากไปไหน

พอเถอะ...

เลิกมองฉันด้วยสายตาแบบนี้

ฉันแอบถอนหายใจ เนิ่นนานหลังจากนั้นฉันจึงเป็นฝ่ายเปิดปากพูดอีกครั้ง

“อย่าพูดแบบนั้น” ฉันเอ่ยเสียงเรียบ “ฉันเองก็เป็นแค่เพื่อน นายอย่าลืมสิ”

หลังเอ่ยคำนั้นฉันก็หันไปมองทางเธอคนนั้นแวบหนึ่ง

เราสองคนประสานสายตากัน คนหนึ่งเจ็บปวด อีกคนเย็นชาไร้ความรู้สึก

“กลับล่ะ” ฉันพูดอีกครั้งเมื่อภายในห้องมีแต่ความเงียบ

และพอควันอ้าปากจะพูดอะไรสักอย่าง ฉันก็ขัดคำพูดของเขาอย่างรู้ทัน

“ไม่ต้องไปส่งหรอก” ฉันพูดยิ้มๆ พลางเหลือบมองไปทางผู้หญิงคนนั้นเล็กน้อย “ดูแลเพื่อนของนายไปเถอะ เธออุตส่าห์มาหาตั้งแต่เช้า”

“ไอซ์” เขาเรียกพร้อมกับทำหน้าเหมือนพยายามจะอธิบาย

นี่เขาไม่เข้าใจจริงๆ เหรอ?

มองไม่ออกเลยงั้นเหรอว่าฉันไม่ได้กำลังเข้าใจผิด

มองไม่ออกจริงๆ หรือไงว่าฉันไม่ได้ต้องการคำอธิบายอะไรทั้งนั้น

ฉันส่งสายตาไปให้เขา บอกให้เขารู้ว่าฉันต้องการอย่างนั้นจริงๆ จากนั้นหันหลังเดินไปทางประตูบ้านในทันที

พอออกมาจากบ้านของควัน ขึ้นรถแท็กซี่แล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆ จางหาย

ฉันยกมือปิดตาอย่างอ่อนล้า หวนคิดถึงบทสนทนาระหว่างฉันกับเขา 

ในตอนที่เขาบอกว่า ‘การสบตากันครั้งแรกมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เชื่อว่ามันเป็นพรหมลิขิต

วินาทีนั้นฉันกลับคิดว่ามันคือ ‘โอกาส

โอกาสที่ฉันจะได้กลับเข้าไปในชีวิตของเขา

โอกาสที่ฉันจะได้แก้แค้นเขา

และเป็นโอกาสที่ฉันจะทำให้เขาเจ็บปวด

ฉันไม่สน และไม่แคร์ ว่าเส้นทางที่ฉันเลือกในตอนนี้ มันจะหวนกลับมาทำร้ายฉัน...อีกครั้ง

ฉันเอามือลง มองไปยังแสงแดดจ้านอกหน้าต่างรถ แล้วหลุบเปลือกตาลงน้อยๆ

ไม่ว่าจะยังไง ฉันเลือกแล้ว ฉันเลือกเส้นทางแห่งความเจ็บปวดนี้เอง...




หลังจากที่กลับมาถึงหอพัก ฉันก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นพอเปิดตู้เย็นดู กลับพบแต่ความว่างเปล่า แม้แต่ขนมปังสักแผ่นก็ไม่เหลือ

ฉันยกมุมปากพลางบ่นกับตัวเอง ว่าจะหาอะไรกินง่ายๆ แล้วหลับสักงีบ

เฮ้อ...รู้แบบนี้แวะเซเว่นก่อนเข้าหอพักเสียก็ดี

เอาเถอะ ขี้เกียจแล้ว นอนเลยแล้วกัน ตื่นมาเย็นๆ แล้วค่อยออกไปหาอะไรกิน

ไม่รู้ว่าฉันหลับไปนานแค่ไหน เพราะมารู้ตัวอีกทีก็ได้ยินเสียงเรียกเข้า และพอรับถึงได้รู้ว่าปลายสายคือไทม์นั่นเอง ทั้งๆ ที่ฉันยังไม่ตื่นเต็มตา แต่ก็ถูกเขาบ่นฉันราวกับคุณแม่กำลังดุลูกสาวอย่างไงอย่างงั้น ไล่ตั้งแต่เรื่องที่เมื่อคืนจู่ๆ ก็วางโทรศัพท์ เรื่องที่เขาโทรกลับมาก็ไม่ยอมรับสาย สุดท้ายก็เร่งให้ฉันแต่งตัวเพื่อออกไปเจอเขาเพื่อหาอะไรกินกัน

และใช่...ฉันก็ออกไปตามคำพูดของเขา เพราะรู้สึกผิดนั่นแหละ

ฉันไปถึงสถานที่นัดหมายไม่ช้าไม่เร็วเกินไป เมื่อเข้าไปด้านในฉันก็สั่งชากับขนมเค้กมานั่งรอไปพลางๆ

ร้านนี้อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยและหอพักของฉันมากนัก ในร้านจึงมีทั้งคนรู้จักและไม่รู้จัก

“ไอซ์” น้ำเสียงนุ่มทุ้มลึกน่าฟังของชายหนุ่มดังขึ้น

ฉันรีบเงยหน้าขึ้นมองก็พบกับ พี่’ 

ใช่...พี่คนที่ฉันเพิ่งเลิกกันเมื่อวันวาเลนไทน์นั่นไงล่ะ

“ทำไมพี่ติดต่อไอซ์ไม่ได้เลยล่ะ” ไม่พูดเปล่าเขายังเดินมานั่งข้างๆ มองฉันด้วยสายตาตัดพ้อต่อว่า “อย่าบอกนะว่าไอซ์บล็อกเบอร์ของพี่ไปแล้ว”

ก็บล็อกไปแล้วน่ะสิ...ไม่น่าถามเลย

ฉันมองอดีตแฟนด้วยสายตาที่เหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็พูดไม่ออก

“ทำไมเงียบไปล่ะ”

ก็เพราะไม่รู้จะพูดอะไรไงล่ะ

“ไอซ์” เขายื่นมือออกมาหมายจะกุมมือของฉัน แต่จังหวะนั้นฉันได้สติจึงรีบดึงหลบหากแต่ว่าเขากลับไวกว่าจึงดึงรั้งข้อมือของฉันไว้ได้

พี่ไม่อยากเลิกกับไอซ์

ฉันรู้สึกกดดันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ปกติผู้ชายที่ฉันเคยคบหา พอเลิกกันไปแล้ว จะไม่มีใครวุ่นวายกับฉันอีก

และพอเจอหนุ่มช่างตื๊อแบบนี้ฉันก็เลยไปไม่ค่อยเป็น

ทั้งๆ ที่วันนั้นเราจบกันไม่สวยเท่าไหร่ แต่ทำไมเขายังคิดแบบนี้ได้อยู่อีกนะ

...

พี่กลับไปคิดดูแล้วว่าเรื่องในวันนี้พี่เองที่เป็นฝ่ายผิดที่คิดรวบรัดไอซ์มากเกินไป

...

พี่สัญญานะว่าพี่จะปรับปรุงตัว และจะรอวันที่ไอซ์พร้อม” เขามองฉันอ้อนวอน “ส่วนเรื่องรสนิยมทางเพศของไอซ์...เอ่อพี่...เอ่อพี่จะพยายามรับมันให้ได้

พูดอะไรของเขาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว...

จะพยายามรับมันให้ได้เพื่ออะไร

ฉันไม่ได้ต้องการแบบนั้น...

“ไอซ์” น้ำเสียงทุ้มของชายหนุ่มดังขึ้น ไหนบอกจะรอหน้าร้าน ทำไมเข้ามาก่อน”

 ฉับพลันมือข้างหนึ่งก็คว้าแขนของฉัน แยกออกมาจากมือของ พี่ อย่างแนบเนียน

ฉันมองชายหนุ่มที่กุมข้อมือของตัวเองด้วยแววตาสงสัย... ใบหน้าหล่อเหลา นัยน์ตาดำอ้างว้างราวกับสายลมยะเยือก วันนี้เขาสวมเสื้อยืดสีขาวทับด้วยเสื้อเชิ้ตสีดำกับกางเกงยีนสีเดียวกัน

ดวงตาของฉันเบิกกว้างขึ้น

ผู้ชายคนนี้คือ...!?

เขาคือ ลมเพื่อนของไทม์ไม่ใช่หรือ

แล้วเขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง...

หลังจากคิดอยู่สองสามอึดใจ ฉันก็สะกิดมือต้องสงสัยที่กำลังแต๊งอั๋งฉันอยู่ด้วยท่าทางสงบนิ่ง แล้วถามเขาออกไปว่า... 

“มาแล้วเหรอ”

เล่นไปตามบทสักหน่อยก็แล้วกัน 

เพราะอย่างน้อยๆ เขาก็ยื่นมือเข้ามาช่วย

“อืม” 

‘พี่’ เห็นลมกุมมือฉัน สีหน้าก็เปลี่ยนไป ดูจากสีหน้าก็รู้ว่าเขาต้องรู้จักลมแน่

“ว่าไงไอ้น้อง ไม่นึกว่าจะเจอกันที่นี่” พี่ที่ว่าลุกขึ้น ยิ้มมุมปากเล็กน้อยพลางยื่นมือให้ “ไม่เจอกันแค่ไม่กี่วัน แต่นายยังดูดีเหมือนเดิมเลยนะ”

ลมจับมือพี่ตามมารยาท พลางถามอย่างสุภาพ “นายคือ?”

รอยยิ้มบนใบหน้าของพี่ชะงักค้าง “ฉันเป็นรุ่นพี่นาย เราเรียนอยู่คณะฯ เดียวกันชื่อเล็กไง”

อ่า...เรียกพี่อยู่ตั้งนาน เขาชื่อเล็กนี่เอง

“ขอโทษจริงๆ ผมจำไม่ได้” ลมปล่อยมือของพี่เล็กออก จากนั้นก็หันมาถามฉัน “อยากอยู่ต่อหรือเปล่า”

“ไม่ล่ะ” ฉันส่ายหน้า อดไม่ได้ที่จะถอดถอนใจ 

ตอนเขามาจีบ พี่เล็กคนนี้เป็นบุคคลที่ค่อนข้างดัง เป็นถึงประธานสาขาของคณะฯ ฉันจึงตกลงคบกับเขา 

แต่น่าแปลกพอมายืนต่อหน้ารุ่นน้องแล้วกลับกลายเป็นผู้แพ้อย่างย่อยยับ

และพอฉันพูดแบบนั้น พี่เล็กก็เหลือบมองฉันด้วยสีหน้าบึ้งตึง..

แต่ฉันไม่สนกลับลุกจากเก้าอี้ และพอจะหยิบเงินมาวางบนโต๊ะ ลมกลับเป็นฝ่ายวางเงินไว้แทน

หลังจากนั้นเราสองคนก็เดินออกมาจากร้าน ฉันที่เดินนำก็ชะลอฝีเท้าเล็กน้อยเพื่อรอให้ลมมาเดินข้างกัน

“ไทม์ล่ะ” ฉันถามออกไปอย่างไม่อ้อมค้อม

เพราะไม่มีทางที่ลมจะมาปรากฏตัวได้ หากเขาไม่ได้มากับไทม์น่ะ

“รออยู่อีกร้านน่ะ”

“อีกร้าน?”

“อืม” เขาพยักหน้าเบาๆ “ร้านเหล้าน่ะ”

บ้าจริง...ถ้าอยู่อีกร้าน แล้วจะนัดฉันมาที่ร้านนี้เพื่ออะไร?

แล้วไหนบอกชวนกินข้าวไง ทำไมถึงอยู่ร้านเหล้าตั้งแต่ห้าโมงเย็น

นี่ไม่ใช่พอขายเหล้าได้ ก็พุ่งเข้าไปในร้านเลยหรอกนะ

เฮ้อ...อยากรู้จริงๆ ว่าไทม์วางแผนอะไรเอาไว้หรือเปล่า


ฉันเข้าไปในร้านเหล้าแห่งหนึ่ง เห็นไทม์กำลังนั่งแทะเมล็ดแตงโม พลางคุยกับเพื่อนผู้ชายหน้าตาดีอยู่ที่มุมหนึ่ง ขนาดฉันเข้าประตูมาเจ้าตัวก็ยังไม่เห็น

เฮ้อ...สนใจเพื่อนบ้างก็ดีนะ

ฉันเดินเข้าไปนั่งข้างๆ ไทม์ มองสำรวจชายหนุ่มคนนั้นอย่างละเอียด

ดูไปดูมาก็รู้สึกคุ้นตา แต่ยังนึกไม่ออกว่าเขาเป็นใคร

“อ้าว” เขาแหงนหน้าขึ้นมามอง นั่นไอซ์ใช่มั้ย ไม่เจอกันนานเลยนะ

ฉันนึกไม่ออกไปชั่วขณะว่าเพื่อนผู้ชายคนนี้เป็นใคร แต่ดูจากท่าทีของไทม์แล้ว ผู้ชายคนนี้น่าจะสนิทสนมกับไทม์อยู่บ้าง ฉันจึงยิ้มและพยักหน้าแล้วพูดไปตามมารยาท อือ ไม่เจอกันนาน

คุยๆ ไปเดี๋ยวก็คงนึกออกว่าเขาเป็นใครล่ะนะ

ตอนที่ไอซ์เรียนอยู่มอเดียวกับพวกเรา ไอซ์จัดว่าเป็นสาวสวยติดอันดับต้นๆ ของคณะฯ เลยนะ” ชายคนนี้ยื่นเบียร์กระป๋องหนึ่งมาให้ “เชื่อปะว่าพี่คิดจะจีบ แต่ไอ้ไทม์มันหวงก้างขัดคอตลอดเลย”

ฉันประหลาดใจเล็กน้อย แน่นอนว่าฉันรู้จักกับไทม์ก็เพราะเคยเรียนมหาลัยเดียวกัน แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างฉันถึงได้ย้ายมาเรียนที่มหาวิทยาลัยปัจจุบันเมื่อตอนปีหนึ่งเทอมสอง แล้วคนตรงหน้ารู้เรื่องนี้ แสดงว่าต้องรู้จักฉันเมื่อตอนอยู่มหาลัยเดิมแน่ ฉันหันไปหาไทม์ หวังว่าจะได้คำตอบจากเพื่อน

พี่มีนพูดเหลวไหลอะไร ไทม์เห็นฉันมีสีหน้าเปลี่ยนไปจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง ผมไม่เคยทำแบบนั้นซะหน่อย”

ทำ...นายทำ

นายทำมาตลอดนั่นแหละ

“แล้วพี่เองต่างหากล่ะที่มีแฟนอยู่แล้ว

ไทม์ขายเพื่อนไปแล้วเรียบร้อย

นี่แหละ...ไอ้การกระทำแบบนี้นี่แหละเขาเรียกว่าขัดคอ

พี่มีนหัวเราะเบาๆ พลางเงยหน้ามองไปทางลมที่ยืนห่างออกไปไม่กี่ก้าว เขายิ้มกลบเกลื่อน จากนั้นเปลี่ยนหัวข้อสนทนาอย่างชาญฉลาด

ฉันฟังไทม์และพี่มีนคุยกันก็ค่อยๆ นึกขึ้นมาได้ว่าพี่มีนคนนี้คือใคร เขาคือประธานสาขาประจำคณะฯ ของเรา อืม... หมายถึงมหาลัยที่ฉันเคยเรียนนั่นไงล่ะ

 งั้นแสดงว่าเขาอาจะรู้เรื่อง...

ฉันส่ายหน้าพลางขมวดคิ้ว จากนั้นยื่นมือไปดึงห่วงฝากระป๋องเครื่องดื่ม แต่รู้สึกมือสั่นเล็กน้อย

“ฉันช่วย” มือหนึ่งยื่นมาดึงกระป๋องเบียร์ไปจากมือของฉัน ได้ยินเสียงดังป๊อก ฝาห่วงเปิดออก จากนั้นลมก็นั่งลงข้างฉัน แล้วถึงยื่นกระป๋องกลับมาให้

“ขอบคุณนะ” ฉันรับกระป๋องเครื่องดื่มกลับมา เขยิบเข้าไปทางด้านที่ไทม์นั่งอยู่เล็กน้อย

“เธอรังเกียจเหรอ” ดูเหมือนลมจะสังเกตเห็นท่าทางของฉัน จึงถามขึ้น “ไม่อยากให้ฉันนั่งด้วยเหรอ”

“เปล่า” ฉันส่ายหน้า “แค่กลัวลมจะนั่งไม่สบายน่ะ”

ไทม์และพี่มีนที่อยู่อีกด้านหยุดพูดคุยกัน ความสนใจพุ่งมาที่เราสองคน

“ทีแบบนี้ไม่เห็นหวงก้างล่ะ”

พี่มีนพูดพลางมองไทม์ด้วยใบหน้าเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม ส่วนไทม์ส่ายหน้าเหมือนจนปัญญาจะหาคำตอบ

“ไม่สั่งอะไรเหรอ?” ลมถามขณะพลิกเปิดเมนู

“ไอซ์ทานอะไรก็ได้”

“อะไรก็ได้ไม่มีในเมนู”

นี่เขาพูดจริงหรือพูดเล่น

ฉันตะลึงไปเล็กน้อย ยิ้มปฏิเสธ “หมายถึงลมสั่งอะไรมาไอซ์ทานได้หมดน่ะค่ะ”

ทั้งๆ ที่ฉันพูดออกไปอย่างไม่คิดมาก แต่มาคิดๆ ดูแล้วเหมือนหยอดเขายังไงก็ไม่รู้

“อืม” เขาครางรับพร้อมกับอมยิ้มน้อยๆ ตรงมุมปาก

พี่มีนที่ฟังบทสนทนาของพวกเราตั้งแต่ต้น เขาลูบคางพลางเอ่ยพูด “ไอ้ไทม์ มึงว่ามั้ย...วันนี้ไอ้ลมมันพูดเยอะเป็นพิเศษ แถมยังยิ้มด้วย”

ไทม์ได้ยินแบบนั้นก็เหลือบตาขึ้นมอง เป็นจังหวะเดียวกับที่ลมกำลังเช็ดช้อนส้อมให้ฉัน แล้วไทม์ก็ถอนสายตากลับไปอย่างอึ้งๆ

“ความจริงที่เราเห็นคือภาพหลอกตา”

ฉันไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วลมมีนิสัยเป็นอย่างไรกันแน่ แต่ถึงขนาดที่ไทม์พูดว่าสิ่งที่เขาทำอยู่ตอนนี้เป็นภาพหลอกตา แสดงว่ายามปกติเขาคงไม่ใช่คนพูดมาก และทำตัวเป็นสุภาพบุรุษอย่างนี้แน่

“พูดมาก”

เมื่อลมเอ่ยแบบนั้นไทม์ก็หุบปากไปเลย

ไม่นานอาหารก็ถูกนำมาเสิร์ฟ พวกเราก็ลงมือทานอาหาร ที่พวกผู้ชายก็ดื่มเบียร์ไปพลางๆ แกล้มกับข้าวไปด้วย

ถัดจากมื้ออาหาร แม้จะมีลมคอยกันเบียร์ให้ แต่ฉันก็ยังถูกบังคับให้ดื่มไปหลายแก้ว แถมยังถูกพี่มีนแซวเรื่องฉันกับลมด้วย แต่ฉันเองก็ปล่อยให้เป็นเรื่องขำๆ ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด เพราะเถียงไปก็ไม่มีวันชนะพวกขี้เหล้าอย่างนี้หรอก

หลังจากนั้นลมก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ส่วนพี่มีนก็ออกไปคุยโทรศัพท์ ทำให้เวลานี้ภายในโต๊ะจึงเหลือเพียงแค่ฉันกับไทม์เท่านั้น

ไอซ์

หือ?”

เป็นอะไร ไทม์ที่นั่งเท้าคางพลางถามด้วยเสียงนุ่มนวล ไทม์เห็นไอซ์นั่งเหม่ออยู่นานแล้ว เป็นอะไรหรือเปล่า

นั่นสิ...พักนี้ทำไมฉันเอาแต่นั่งเหม่อ...

“หรือกำลังคิดเรื่องไอ้ลม”

“ทำไมไอซ์ต้องคิดถึงลม?”

“แหมๆ อย่ามาทำเป็นไม่รู้” ไทม์มองค้อน “ไอซ์ก็น่าจะมองออกว่าไอ้ลมมันกำลังจีบไอซ์อยู่”

“ก็เลยไม่ขวาง?”

“อืม” ไทม์พยักหน้า “ไม่ขวาง”

“ทำไมล่ะ”

ปกติก็เห็นหวงก้างตลอดเลยนี่ ก่อนหน้านั้นก็ล้งเล้งตอนที่ฉันมองลมอยู่เลย

“ก็ไม่ทำไม...” เขายักไหล่ “เพราะปกติก็ขวางไม่ได้อยู่แล้วไม่ใช่หรือไง”

จริงสินะ...ปกติ ไม่สิ...ก่อนหน้านี้ฉันคิดจะคบกับใคร ไทม์ก็ขัดขวางไม่ได้อย่างที่เขาพูดนั่นแหละ

แต่ก็นั่นแหละ สุดท้ายฉันก็พึ่งพาเขา เวลาจะเลิกกับใครฉันก็ต้องให้เขายื่นมือมาช่วยเหลือตลอด

แต่เรื่องนั้นกับเรื่องนี้มันคนละเรื่องกัน...

ฉันเหลือบตาขึ้นมองก่อนจะย้อนถามเสียงเย็นชา นี่ไทม์อยากเสียเพื่อนหรือไง

หมายความว่าไง

ก็ไทม์เองก็รู้ว่าไอซ์ไม่ใช่คนดี ฉันตอบเสียงเรียบ และไอซ์ไม่คิดจริงจังกับใครอยู่แล้ว

หลังจากได้ยินแบบนั้น ไทม์ก็มองฉันด้วยแววตามึนตึง

“เพราะไอซ์ยังลืมไอ้หมอนั่นไม่ได้ใช่มั้ย?”

“อะไรนะ?”

“ใช่ไหมล่ะ มันเป็นเพราะไอ้เวรนั่นไอซ์ถึงคบกับใครไม่เคยรอด”

“นี่ไทม์...”

“ใช่ไทม์รู้” เขาพยักหน้าเบาๆ “แค่ไม่เคยพูดออกก็เท่านั้น”

ใช่แล้ว ไทม์เป็นคนเดียวที่รู้เรื่องราวในอดีตที่ผ่านมา รู้ว่าฉันเคยคบกับใครคนหนึ่ง แต่แค่เขาไม่รู้ว่าเขาคนนั้นเป็นใครก็เท่านั้น และไทม์ก็ไม่รู้ว่าเราสองคนเลิกกันด้วยเหตุผลอะไร ตอนนั้นไทม์ก็แค่อยู่ข้างๆ เพื่อปลอบใจฉัน ทำทุกอย่างเพื่อให้ฉันหายเศร้า และทำทุกอย่างอย่างที่เพื่อนคนหนึ่งจะทำให้กับเพื่อนคนหนึ่งได้...

เราเลิกกันด้วยเหตุผลอะไร ขนาดฉันเองก็ไม่คิดที่จะ...จดจำ

 

 

 




...To Be Continued

 


 

Z o n e Talks



พี่ควันเป็นพระเอกสิ

แค่ตอนนี้ค่าตัวแพงไง 5555555

 

1 เม้นต์ 1 กำลังใจ

 

 

 

.......


 ทวิตติดแท็ก #สโมคออนไอซ์

กดติดตามนิยายเรื่องนี้ Add Fav

About 'ควันไฟ' Set คลิกที่รูป


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.092K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

870 ความคิดเห็น

  1. #870 Kaoztt (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 / 03:30
    -พี่มันไปทำไรเนี่ย
    #870
    0
  2. #867 fearnroong (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 18:57
    อ่านละทำไมอึมครึมขนาดนี้อ่ะ เราอินรึเราอิน
    #867
    0
  3. #756 WongdueanManee (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 08:09

    ควัน ลงน้อยมาก มันค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่

    #756
    0
  4. #736 NNattChaA (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 20:35
    เพราะเธอยังลืมเขาไม่ได้
    #736
    0
  5. #735 Thesatan_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 18:55
    ติดตามอยู่นะครับ
    #735
    0
  6. #734 11booddy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 13:45
    เขาเลิกกันเพราะอะไร?
    #734
    0
  7. #733 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 12:37

    ทำไมต้องเลิก

    #733
    0
  8. #732 TONMAM5961 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 11:54
    รอคะคค
    #732
    0
  9. #731 firstzy93 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 10:54
    เลิกเพราะอะไรอ่ะ
    #731
    0
  10. #730 Pandadiiii (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 08:50
    รอค่าาาา
    #730
    0
  11. #729 -Riwa- (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 00:07
    อย่าแกงลม555555555
    #729
    0
  12. #728 firstzy93 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2563 / 23:28
    เสน่ห์แรง
    #728
    0
  13. #727 WARIFEW (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2563 / 14:48
    รอออออ
    #727
    0
  14. #726 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2563 / 12:51

    เสน่ห์แรงมากนะไอซ์ พี่ควันระวังให้ดีล่ะ

    #726
    0
  15. #725 Kissing_kiss (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2563 / 12:07
    ใครชอบไอซ์บ้าง เหมือนจะทุกคน ผู้ชายเยอะเนอะเรื่องนี้ ใครพระเอก55
    #725
    0
  16. #724 NNattChaA (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2563 / 11:00
    ลม ชอบ ไอซ์ หรอออออ
    #724
    1
    • #724-1 Ampa Kosa(จากตอนที่ 6)
      21 ตุลาคม 2563 / 19:13
      ลม!!ไม่ได้น่ะ เธอจะอกหักน่ะ มาชอบเราเถอะไม่อกหักแน่นอน5555
      #724-1
  17. #723 Panther Navy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2563 / 10:56
    อ่าคนไหนพระเอกน้ออออบ่าหนิ
    #723
    0
  18. #722 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2563 / 06:53

    ดูง่ายจะตาจไอซ์ ไม่ต้องคิดเยอะเลยว่าทำไม

    #722
    0
  19. #721 emm33 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2563 / 22:58
    เอาลมค่ะ 5555
    #721
    0
  20. #720 Panther Navy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2563 / 22:14
    รอค่าาาาตัวละครเยอะยุพยายามกลับไปอ่านเเต่เเรกเลยยย
    #720
    0
  21. #719 APK87 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2563 / 22:00
    แกคิดจะทำอะไรไทม์~
    #719
    0
  22. #718 firstzy93 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2563 / 21:29
    รอค่าาา
    #718
    0
  23. #717 firstzy93 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2563 / 12:53
    ผช รุมล้อม
    #717
    0
  24. #716 heykeo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2563 / 11:03
    หนุ่มๆมารุมมาตุ้มไอซ์เยอะแยะเลย
    #716
    0
  25. #715 WARIFEW (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2563 / 09:45
    รอออออ
    #715
    0