✦Smoke on Ice✦ [E-Book]

ตอนที่ 4 : {1} Smoke on Ice : Sector; first attack ‘Desire’ EP-4 [Full%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,333
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 900 ครั้ง
    29 ก.ย. 63

ทวิตติดแท็ก #สโมคออนไอซ์



 

คำเตือน

นิยายเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น

ชื่อ สถานที่ และเหตุการณ์เป็นเรื่องสมมติ 

ไม่มีอยู่จริง และเหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป

อาจมีภาพ การบรรยาย พฤติกรรม ความรุนแรง

เพศ  ภาษา และค่านิยมที่ไม่เหมาะสม

ซึ่งต้องใช้วิจารณญาณในการอ่าน

ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ควรได้รับคำแนะนำ

 



คำเตือน

การสูบบุหรี่และการดื่มสุราเป็นอันตรายต่อสุขภาพ





Sector; first attack Desire

EPISODE 04

 

 

 

Somewhere in my memory, I’ve lost all sense of time

หลายส่วน ในความทรงจำ ฉันได้สูญเสียมันไป



.........



พระจันทร์ในคืนวันเพ็ญเป็นดวงกลมสวยลอยสูงอยู่บนฝากฟ้ายามค่ำคืน

ดาวหลายดวงกะพริบวิบวับอยู่ข้างๆ พระจันทร์

เขาพาฉันมาส่งบ้าน แต่ส่งถึงแค่หน้าประตูทางเข้า

อยู่คนเดียวได้นะ?’

ฉันกำลังจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยแล้วนะ ไม่ใช่เด็กสามขวบเสียหน่อย

ขณะยืนอยู่ข้างประตูบ้าน ฉันน่าจะเถียงกลับไป แต่พอมองเห็นผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า คำพูดพวกนั้นกลับติดอยู่ในคอ

อยู่ได้สิ ฉันฉีกมุมปาก พยายามยิ้มบางๆ แต่รอยยิ้มกลับดูเกร็งๆ อยู่บ้าง

ทันใดนั้นเขาก็ยกมือขึ้นลูบใบหน้าของฉันอย่างอ่อนโยน ลบรอยยิ้มฝืนๆ บนใบหน้าของฉันไป

ไม่ต้องฝืนหรอก เขาขยับมาใกล้ บอกด้วยเสียงแผ่วเบา เราไม่จำเป็นต้องฝืนทำหน้าตายิ้มแย้มต่อหน้าพี่

ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขา ลำคอตีบตัน ทรวงอกปวดแปลบ ดวงตาเริ่มแสบร้าวขึ้นมาอีกครั้ง

เขาก้มลงใช้ปลายนิ้วปัดไล้ริมฝีปากฉันเบาๆ พี่ไม่ชอบเห็นเรายิ้มอย่างนั้น เห็นแล้วมันเศร้า

ดวงตาของเขาล้ำลึก ทำให้หัวใจของฉันเต้นตึกตักรัวเร็ว นัยน์ตาดำเข้มขึ้นดูราวกับน้ำหมึก

พริบตาต่อมาเขาก็ก้มลงมาจูบปากขาวซีดของฉันเบาๆ

จูบนั้น...เบา...และอุ่นมาก ทำให้หัวใจของฉันร้อนวาบขึ้นมานิดๆ

ราวกับกลัวว่าจะทำให้ฉันขวัญเสีย ริมฝีปากเขาจึงปัดผ่านเบาๆ หนึ่งครั้ง และอีกครั้ง

ฉันหอบหายใจเบาๆ โดยไม่รู้ตัว ได้แต่สูดลมหายใจร้อนระอุของเขาไปในปอดและกระแสเลือด

จูบที่อบอุ่น อ้อยอิ่ง อาวรณ์นั้นทำให้ฉันทอดถอนใจ มึนเมานิดๆ เพราะมัน

ฉันเกือบจะหลอมละลายอยู่ในอ้อมกอดเขาแล้ว

ตกใจหรือเปล่า เขากระซิบถามอย่างอ่อนโยน

ไม่ค่ะ ฉันส่ายหน้าเบาๆ ไอซ์ไม่เป็นไรค่ะ

ถึงตอนนี้ฉันเพิ่งรู้ว่าตัวเองอยู่ในอ้อมกอดเขา ขยุ้มเสื้อเขาไว้ อิงแอบแนบชิดกับแผงอก ฉันตกใจนิดๆ รู้ว่าควรผละออกมา แต่ก็ไม่อยาก

บรรยากาศใกล้ชิดลอยอวลในอากาศ

นิ้วมือของเขาไล้ผ่านแก้ม ฝ่ามือทั้งสองข้างประคองใบหน้าของฉันเอาไว้

จากนั้นเขาก็จูบไล้กลีบปากของฉันอย่างอ่อนโยนหนึ่งครั้ง แล้วก็อีกครั้ง จากนั้นเขาก็กัดริมฝีปากล่างของฉันเบาๆ แล้วใช้ปลายลิ้นวาดไล้ ใช้ริมฝีปากร้อนผ่าวดูดเม้ม ก่อนจะค่อยๆ จูบลึกล้ำดูดดื่มขึ้น...

ริมฝีปากและฝ่ามือของเขานั้น...สัมผัสฉันอย่างนุ่มนวลและให้ความสำคัญมาก

ในสักวันหนึ่ง จะมีผู้ชายคนไหนที่สัมผัสฉันได้นุ่มนวลและอ่อนโยนเหมือนอย่างที่เขาทำบ้างหรือเปล่านะ...

 


Ice Aiyawarin

The memory 3 years ago

 

...

 

 

ความทรงจำกลับคืนสู่หัวสมองทีละน้อยๆ เดิมทีคิดว่าเรื่องราวในอดีตจะค่อยๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา แต่ตอนนี้มันหวนกลับคืนมาทั้งหมด หนำซ้ำยังมีความโกรธเคืองติดตามมาด้วย...

“ไอซ์”

“...”

บ้าจริง...

ทำไมถึงนึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้นะ...

“ไอซ์”

“หะ...หือ”

“เหม่ออะไร เรียกตั้งแต่นานแล้วนะ”

“ไม่มีไรหรอก” ฉันยกมือขึ้นเท้าคางแล้วตอบเสียงเรียบ “แค่คิดไรเรื่อยเปื่อยน่ะ”

ลืมไปเลยว่าไม่ได้อยู่ลำพัง ตอนนี้พวกเรามารวมตัวกันอยู่ในร้านสายชิลล์

“แล้วที่ถามน่ะว่าไง”

ฉันเลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจ “ถามอะไร”

“ก็ถามว่าเมื่อคืนแกกลับห้องยังไง” ไอ้เธอนิ่วหน้า “เมื่อคืนฉันเองก็เมามาก จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ากลับถึงห้องยังไง ตื่นมาอีกทีก็บ่ายกว่าแล้ว”

อาการเดียวกัน...

เพราะฉันก็แทบจะจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำว่าตัวเองไปอยู่ในห้องกับควันได้ยังไง

“เหมือนกัน” ฉันตอบไปแบบนั้น “ตื่นมาอีกทีก็อยู่ในห้องแล้ว”

แต่ห้องที่ว่าก็คือห้องของควันต่างหาก...

ฉันนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่จำได้เป็นฉากๆ เท่านั้น

หลังจากที่เขาเอ่ยชวน ฉันก็ไม่ได้ตอบรับทันที ทำเพียงแค่ดื่มเหล้าต่อไปอย่างเงียบๆ

แฮ๊ปปี้วาเลนไทน์ค่ะทุกคน!’

ไอ้เธอที่เริ่มเมาแล้วตะโกนพลางยื่นแก้วออกไปกลางวง

หมดวันแล้ว มาแฮ๊ปอะไรตอนนี้!’

ไอ้ฟาร์ตอบ แต่ก็ยกแก้วเหล้าในมือของตนเองชนกับแก้วของไอ้เธอเบาๆ

และจากนั้นก็ตามด้วยทุกคนยกแก้วเหล้าไปชนกันจนเกิดเสียงดังแกร๊ก

แต่ฉันยังถือแก้วเหล้าค้างเอาไว้อย่างนั้น...

แกร๊ก...

แก้วเหล้าของฉันถูกชนเบาๆ จากฝีมือของผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ

ดื่มสิ เขาเอ่ยอย่างยั่วเย้า หมดแก้วนะ

อืมฉันยกแก้วแหงนหน้าขึ้นกระดกดื่มอึกๆ รวดเดียวจนหมด

แล้วจากนั้นควันก็ชงเหล้าให้...

ฉันจำไม่ได้ว่าเมื่อคืนดื่มไปมากเท่าไร รู้แต่ว่าตัวเองเมินเฉยต่อโทรศัพท์มือถือที่ดังไม่หยุดอยู่ในกระเป๋า เป็นครั้งแรกที่ฉันทำเป็นไม่ได้ยินสายเรียกเข้าของไทม์หรือแม้แต่ของคนอื่นๆ ฉันเพียงแค่อยากเมาเท่านั้น

ฉันเมาแล้ว สายตาพร่ามัว ฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้ฉันเห็นควันที่นั่งอยู่ข้างๆ โคลงเคลงไม่เป็นรูปทรง มองแล้วชวนให้ใจเต้น...

ใช่ ใจเต้น...กับเขาคนนี้

นอกจากความเกลียดชัง ฉันไม่มีความรู้สึกอื่นอีกแล้วจริงหรือ แค่เกลียดเท่านั้นเหรอ ฉันถามตัวเองในใจหลายต่อหลายครั้ง

ฉันเริ่มแยกแยะไม่ออกว่าความรู้สึกนี้คืออะไร รู้แต่ว่าดื่มเหล้าแล้วทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลาย ผ่อนคลายจน...ทำให้สายตาของฉันกล้าที่จะมองเขาไปตรงๆ

มองทำไม เขาเองก็เมาแล้ว ดวงตาหรี่ปรือจับจ้องฉัน

มองไม่ได้? ฉันย้อนถามเสียงเย็นชา

คนอื่นๆ ที่อยู่รอบข้างบ้างก็เมา บ้างก็สลบไสล มีบางคนกลับบ้านไปแล้ว บางคนหลับเป็นตาย เหลือเพียงเราสองคนที่ไม่ยอมแพ้ ฝืนยันตัวเองไว้ด้วยแรงปณิธานอันแข็งกล้า แม้จะเมาแต่ก็ไม่ยอมล้ม

ได้สิ เขาผุดยิ้มร้ายกาจ แต่เธอมองฉันแบบนี้ มันทำให้ฉันอยากจูบเธอ

วินาทีนั้นไม่รู้ว่ามนตร์ดำอะไรทำให้ตอนที่เขาพูดจบ จู่ๆ ฉันก็เป็นฝ่ายโน้มตัวไปจูบเขา...

จูบนั้นบางเบา และผละห่างทันทีที่ริมฝีปากของเราสัมผัสกัน

ไอซ์ ดวงตาของเขาเร่าร้อนดั่งเปลวไฟ จุดไฟแล้วต้องรับผิดชอบนะ

ยังไง’ ฉันตอบพร้อมกับมองเขาด้วยแววตาร้อนแรงไม่ต่างกัน

ไปต่อกันที่ห้องไง

ลมหายใจของเขาร้อนผ่าว เนื้อตัวของเขาที่โอบล้อมฉันอยู่ก็ร้อนรุ่ม...

อืม

หลังจากที่ฉันตอบรับไปแบบนั้น สิ่งที่ฉันจำได้ก็คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากสร่างเมา...

“เออพวกแก” เสียงของไอ้ฟาร์ทำให้ฉันหลุดออกมาจากเหตุการณ์ในอดีต “ฉันมีเรื่องจะเม้าธ์”

“เรื่องไรวะ” ไอ้เธอดูสนอกสนใจเป็นอย่างมาก มีเพียงไอ้ซีย์ที่นั่งกอดอกเงียบๆ มองไปตรงโน้นทีตรงนั้นที

“เรื่องของพี่ควันอะ”

“พี่ควัน?” ไอ้เธอเลิกคิ้วมอง “พี่คนผมยาวๆ ที่นั่งข้างไอ้ไอซ์ใช่ปะ”

“เออ คนนั้นนั่นแหละ”

“ทำไมวะ”

“ก็ปกติอะ คนในแก๊งพี่เนียร์ฉันก็เคยเห็นผ่านตามาบ้างแล้วไง แต่พี่ควันฉันเพิ่งเจอเป็นครั้งแรก”

“แล้วยังไงอีก โอ๊ย! แกเล่ามายาวๆ เลยได้มั้ย!

ไอ้เธอดูสนอกสนใจมากกว่าเดิม ไม่สิ... ไม่ใช่แค่ไอ้เธอ ขนาดไอ้ซีย์ยังขยับตัวยื่นหน้ารอฟังเลย

อะไรกัน?

ทำไมเพื่อนๆ ของฉันถึงได้สนใจเรื่องของควัน

เพราะขนาดไอ้ซีย์ผู้นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหวยังสนใจเลย

“พี่เนียร์บอกว่าพี่ควันน่ะตอนแรกเขาเรียนอยู่อีกมหาลัยนึง แล้วเขาดร็อปเรียนไปปีนึง ทีนี้เขาก็โอนหน่วยกิตย้ายมาเรียนมหาลัยเดียวกันกับพวกเรา ตอนนี้กำลังเก็บตัวที่เหลืออยู่”

ฉันตัดหลายๆ คำออกเหลือเพียงแค่เขาดร็อปเรียนไปหนึ่งปี

ทำไมเขาถึงได้ดร็อปเรียน?

แล้วทำไมเขาถึงได้ย้ายมหาลัยล่ะ?

งั้นแสดงว่าเมื่อเช้าที่เขาเรียนตัวเดียวกับฉันนั่นมันไม่ใช่เรื่องที่เขาจงใจ

“จากที่ฟังมา...แสดงว่าพี่ควันก็เพิ่งจะรู้จักกับพวกพี่เนียร์น่ะสิ”

“อืม”

“แต่เมื่อคืนฉันสังเกตดูเหมือนพวกเขาซี้กันมาก เหมือนรู้จักกันมานานมากเลยนะ”

“อ๋อ เรื่องนั้นน่ะ...” ไอ้ฟาร์ทำเป็นหรี่ตา แล้วเว้นจังหวะพูดเล็กน้อย ราวกับต้องการให้คนฟังลุ้น “พี่ควันรู้จักกับพี่ไอศูรย์มาก่อนไง เลยได้อยู่แก๊งเดียวกัน อีกอย่างพวกผู้ชายก็สนิทกันง่ายอยู่แล้ว”

อ๋อ...แบบนี้นี่เอง

ฉันหลับตาขบปาก พยายามรักษาสีหน้าสงบมั่นคงไว้สุดความสามารถ

ฉันไม่อยากให้เพื่อนๆ รู้ ไม่อยากให้ใครรับรู้ความรู้สึกของตัวเอง

เพราะไม่ใช่แค่พี่ไอศูรย์ที่รู้จักเขามาก่อนหรอก แม้แต่ฉันเองก็ด้วย...

“พวกเขามากันแล้วล่ะ!

เสียงของไอ้ฟาร์ทำให้ฉันลืมตาขึ้นพลางแหงนหน้าไปมองทันที

“พี่เนียร์! ทางนี้ค่ะ ทางนี้!

แต่ทว่าสายตาของฉันกลับมองเลยไปยังคนที่เดินรั้งท้าย...

ฉันจ้องมองรองเท้าผ้าใบคู่ใหญ่ที่ก้าวเดินเข้ามา แล้วสายตาก็เลื่อนขึ้นไปอย่างช้าๆ ขาสองข้าง เอว แผงอก คาง...จนถึงใบหน้าแสนคุ้นเคย ทุกอย่างสะท้อนอยู่ในม่านตาของฉันทั้งสิ้น

“พวกเขามาได้ไง”

“อ้าว...” ไอ้ฟาร์ถึงกับกะพริบตามอง “เมื่อกี้แกไม่ได้ฟังที่ฉันบอกเหรอว่าพวกพี่เนียร์จะมาร่วมโต๊ะด้วย”

อืม...ก็ไม่ได้ฟังจริงๆ นั่นแหละ

“ถ้าฟังจะถามหรือไง” ฉันตอบเสียงเย็นชา

ภายในโต๊ะเงียงลงทันที ทุกคนหยุดพูดคุย มองฉันเป็นตาเดียว

“แกเป็นอะไร” ไอ้ฟาร์ทำหน้าหมองลง “อารมณ์ไม่ดีเหรอ”

“เปล่า” ฉันถอนหายใจเฮือกก่อนจะก้มหน้าลงแล้วดื่มเหล้าเข้าไปอีกหลายอึก “ช่างมันเถอะ”

คนพูดไม่ได้จริงจัง คนฟังก็ยิ่งไม่ควรเก็บมาใส่ใจ...

ฉันรู้สึกมาตลอดว่า ในชีวิตคนเรามีเรื่องดราม่าอยู่สักกี่เรื่องกัน

“ว่าไง” เขาทักพลางทิ้งตัวนั่งลงฟังตรงข้าม

ในที่สุดฉันก็ยอมรับชะตากรรมที่ไม่มีวันหลีกหนีพ้น จึงปรับเปลี่ยนสีหน้าแล้วหันไปทักทายเขาอย่างเป็นกันเอง

“ดีค่ะ” ฉันเอ่ยอย่างยิ้มๆ “สวัสดีค่ะ พี่ๆ ทุกคน”

“ดีครับ!

ในเมื่อหลบหลีกกันไม่ได้ ก็ชนกันไปเลย

ชนให้พังกันไปข้าง

แล้วดูสิว่าใครมันจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ก่อนกัน

วันนี้ฉันยังดื่มไปไม่มากเท่าไหร่ และความกดดันก็ลดลงจากเมื่อวานมาก จึงเริ่มสังเกตคนที่มาร่วมโต๊ะ

ผู้ชายที่สวมเชิ้ตขาวกับกางเกงยีนสีดำกำลังนั่งอยู่บนโซฟายกมือให้สบายๆ คนนั้นคือพี่ไอศูรย์

“ไอ้รีลไปสั่งเหล้า”

“เออๆ”

ส่วนผู้ชายผมสีน้ำตาลกำลังนั่งอยู่บนเบาะอัดเม็ดโฟมตรงหัวโต๊ะ หรือพี่รีลถึงกับดีดตัวผึงขึ้นมา ทำให้ผู้ชายผมสั้นสีดำที่นั่งอยู่คู่กันซึ่งก็คือพี่เนียร์ออกปากบ่นเมื่อร่างของเขาเซไปด้านข้างเพราะศูนย์ถ่วงไม่ดี

“จะลุกก็บอกกูก่อนได้มั้ย!?”

แต่พี่รีลกลับแลบปลิ้นตา จากนั้นก็เดินไปสั่งเหล้าตรงหน้าเคาน์เตอร์บาร์ทันที

จะว่าไปพี่เนียร์เป็นหนุ่มหน้าหวาน หางตาตกเล็กน้อยและมีไฝอยู่บริเวณใต้ตาทำให้เขาดูมีเสน่ห์ดึงดูดมากกว่าเดิม

แต่โอเค...ตอนนี้ฉันจำหน้า และชื่อของทุกคนได้หมดแล้ว ซ้ำยังมั่นใจว่าจะเรียกถูกทุกคนด้วย

ทุกคนแต่งตัวดีมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว...

โดยเฉพาะ ควัน ที่ใส่ชุดดำทั้งตัวซึ่งดูเข้ากันกับผมสีดำอมเทาของเขา...

ฉันแหงนหน้าขึ้นมองคนที่นั่งอยู่บนโซฟาฝั่งตรงข้าม ด้วยความที่จู่ๆ เขาก็ยื่นมือมาคว้าแก้วเหล้าของฉันไปดื่มราวกับอดใจรอไม่ไหว ซ้ำยังดื่มพรวดเดียวหมด

ฉันกำลังจะพูดคำว่า นั่นแก้วฉัน ก็พลันรู้สึกตัวขึ้นมาก่อน

เพราะพูดไปก็ไม่ได้อะไร เนื่องจากเขาดื่มไปจนหมดแก้วแล้ว

“หิวมากเหรอคะ” ฉันเปลี่ยนเป็นเอ่ยอย่างประชด

“อืม” เขายิ้มอย่างมีเลศนัย “แต่หิวอย่างอื่นน่ะ”

รอยยิ้มและท่าทางของเขาส่อแววอันตราย

และใช่...ฉันก็รู้ความหมายของคำพูดนั้น

หึ...

หลังจากนั้นเหล้าก็ถูกนำมาเสิร์ฟเพิ่มอีกชุด แม้ไอ้ซีย์จะทำหน้าไม่สบอารมณ์เหมือนเมื่อวาน แต่คืนนี้มันก็ไม่ได้ขอตัวกลับ และยังคงนั่งกอดอกปั้นหน้านิ่ง ไม่พูดไม่จา...

เอาเหอะ จะยังไงก็ช่าง นั่นมันไม่ใช่ปัญหาของฉันแล้ว

“เออ ไอ้ไอ วันนี้มึงไปสักมาไม่ใช่เหรอวะ”

“อืม”

“ขอดูหน่อยดิ”

“ไม่”

“ทำไม”

“อยู่ในที่ลับ” พี่ไอเลิกคิ้วมองอย่างเจ้าเล่ห์ “อยากดู?”

“เดี๋ยวนะ? มึงสักในที่ลับจริงเหรอวะ!

“อืม”

“เฮ้ย! มันสักได้ด้วยเหรอ” พี่รีลเบิกตาโพลง “ตรงน้องชายมึงอะนะ”

บางทีเรื่องพวกนี้ พวกเขาค่อยเอาไปคุยกันในแก๊งดีกว่ามั้ย?

ฉันคิด แต่ก็ไม่ได้ค้าน และไม่ได้ออกความเห็น

“ใครบอก กูสักใต้ราวนมต่างหาก”

“เหี้ย! แล้วก็เสือกบอกในที่ลับ”

“แล้วนมไม่เรียกที่ลับ? หรือมึงเปิดนมให้ชาวบ้านดูบ่อย?”

“เออก็จริง” พี่รีลเกาหัว “แต่มึงพูดกำกวมเองนี่หว่า”

จากนั้นเขาก็ถอยกลับไปที่โซฟา แต่เหมือนจงใจจะทิ้งตัวอย่างแรง ทำให้พี่เนียร์บ่นอุบอีกรอบ

“จะว่าไป พี่ๆ คุยเรื่องรอยสัก ในกลุ่มพวกหนูก็มีคนสักเหมือนกันนะคะ”

เดี๋ยว...

อย่าบอกนะว่าไอ้ฟาร์มันกำลังหมายถึงฉัน

“ใครเหรอ?” พี่เนียร์ถามอย่างสนอกสนใจ

“ไอซ์ไง”

นั่นไงว่าแล้วเชียว

“หึ”

ฉันเบนสายตาไปทางต้นเสียง ก็เห็นควันยกยิ้มร้ายกาจตามแบบตัวร้ายในนิทาน...

อะไร จะบอกว่าตัวเองเคยเห็นมาแล้วล่ะสินะ...

“จริงเหรอ!” ใครคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา “สักตรงไหนน่ะ!

การถูกผู้ชายสามคนนั้นจ้องเขม็งเป็นตาเดียวอย่างอยากรู้อยากเห็นก็อดจะทำให้ประหม่าไม่ได้ แต่ในเสี้ยววินาทีฉันก็ปรับอารมณ์ให้กลับมาเป็นปกติ

“ความลับค่ะ” ฉันตอบ

“โห ความลับอะไร อย่าบอกนะว่าเป็นที่ลับเหมือนไอ้ไออะ”

“...” คราวนี้ฉันไม่ตอบ แต่ยิ้มน้อยๆ และให้พวกเขาคาดเดาและคิดกันไปเอง

“หึ” เสียงหนึ่งดังขึ้น พอฉันหันไปมองก็พบว่าเป็นเสียงของพี่ไอนั่นเอง

เขาจ้องฉันด้วยแววตาเกินจะคาดเดา...

อะไรกัน... ทำไมผู้ชายคนนี้ชอบมองฉันด้วยสายตาแปลกๆ

ไม่ใช่มองด้วยความเสน่หา แต่มองด้วยแววตาอย่างไหนฉันก็ยังนึกไม่ออก

“ถ้าอยู่ในที่ลับ” พี่ไอกระตุกมุมปากขึ้นเล็กน้อย งั้นขอดูได้มั้ย?

ด้วย!”

พี่ด้วย!”

ทุกคนใจเย็นๆ ฉันยกมือขึ้นโบกน้อยๆ เมื่อหนุ่มๆ พูดโพล่งออกมาแทบจะพร้อมๆ กัน ของแบบนี้จะเปิดให้ดูกันง่ายๆ ได้ยังไงล่ะคะ

โห อะไรอะ

แหม...ถ้าอยากดูจริงๆ มาที่ห้องของไอซ์สิ ฉันฉีกยิ้มเย็น จะเปิดให้ดูแบบตัวต่อตัวเลย

เสียงสูดลมหายใจอย่างแรงดังขึ้น ควันกำมือข้างหนึ่งไว้แน่นจนซองบุหรี่ยับยู่ยี่คามือ ดวงตาดำขลับส่อแววอันตราย...

“มีใครสนใจไหมคะ?”

ทันใดนั้นร่างสูงก็ลุกพรวดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง ในตอนแรกฉันคิดว่าเขาจะทำอะไรเหนือความคาดหมาย หากแต่ว่าฉันคิดผิดถนัด เพราะเขาทำเพียงแค่...

“เดี๋ยวมา”

“ไปไหนวะ”

“ซื้อบุหรี่”

“ที่ร้านนี้มีขายไม่ใช่เหรอวะ?”

“แพง” ควันว่าอย่างนั้นก็เดินออกจากร้านไปทันที

แพง?

ไม่ใช่แค่ฉันที่แปลกใจ 

เพราะคำว่า แพงสำหรับคนอย่างควันแล้วเพื่อนๆ ของเขาก็ยังแปลกใจเลย

ไม่มีคำว่าแพงในพจนานุกรมของเขาหรอก

“ช่วงนี้ไอ้ควันมันดูอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยว่ะ”

“เออ” พี่เนียร์พยักหน้าอย่างเห็นด้วย ทั้งๆ ที่ปกติแม่งก็ดาร์กอยู่แล้ว แต่ช่วงนี้ซูเปอร์ดาร์กเลย”

“มึงว่ามันเป็นเพราะอะไร”

“ประจำเดือนไม่มามั้ง”

“หรา...”

เสียงของพี่เนียร์กับพี่รีลเถียงกันทันทีที่ร่างของควันหายลับไปจากขอบเขตสายตา

งั้นเหรอ...

พักนี้อารมณ์ไม่ค่อยดีอย่างนั้นเหรอ?

หึๆ ช่างเขาสิ แค่ถูกยั่วยุหน่อยก็ออกอาการแล้ว ไม่สนุกเลย...

ฉันแอบหัวเราะอย่างสะใจ จากนั้นก็คว้าแก้วเหล้าที่ถูกชงใหม่ขึ้นมาดื่มพรวดเดียวหมด

“ว่าแต่น้องไอซ์?”

“คะ?”

“เมื่อกี้พูดจริงหรือเปล่าเนี่ย!?” พี่รีลถามด้วยสีหน้ากะลิ้มกะเหลี่ย “ไอ้ที่บอกว่าจะเปิดให้ดูตัวต่อตัวน่ะ”

สิ้นคำพูดของพี่รีล เหมือนจะได้ยินเสียงหึมาจากไอ้ซีย์เลย และพอฉันหันไปมองก็เห็นไอ้ซีย์แบะปากอยู่จริงๆ

“จะเป็นเรื่องจริงได้ยังไง” ฉันหัวเราะ “ไอซ์แค่หยอกเล่นค่ะ”

“โห...” พี่รีลถึงกับห่อปาก “ก็นึกว่าพูดจริงซะอีก”

“มากไป”

นี่ไม่ใช่เสียงของฉัน และไม่ใช่เสียงของไอ้ซีย์เหมือนเมื่อคืน แต่กลับกลายเป็นเสียงของพี่ไอ 

ใช่แล้ว...เป็นเสียงของคนที่พูดออกมาเป็นคนแรกว่าขอดูนั่นแหละ

“มากไปอะไร ก็มึงเป็นคนขอดูก่อนไม่ใช่เหรอวะ”

“...” แม้จะถูกต่อว่าไปอย่างนั้น ทว่าพี่ไอกลับยักไหล่ขึ้นลงเล็กน้อย จากนั้นก็ใช้นัยน์ตาดำล้ำลึกจ้องมองมาที่ฉันนิ่ง

นี่ฉันคิดไปเองหรือเปล่า...

ทำไมฉันรู้สึกเหมือนกับว่าเพื่อนของควันคนนี้ พี่ไอศูรย์คนนี้จะรู้อะไรบางอย่าง

เหมือน...เหมือนเขาจะรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับควันเลย...


หลังจากนั้นฉันก็คิดอย่างจริงจัง แต่ก็มาได้สติในเวลาต่อมา

ทำไมฉันต้องมาคิดมากกับสายตาของพี่ไอด้วยนะ

ฉันดื่มเหล้าไปเรื่อยๆ พริบตาเดียวก็ดื่มเป็นแก้วที่สาม...

“ไอซ์...”

“หือ?” ฉันเงยหน้ามองเมื่อได้ยินไอ้เธอเรียก

“แกอยากได้กับแกล้มอะไรเพิ่มมั้ย?”

“อืม...เอาไรดีล่ะ”

ปกติเวลากินเหล้า ฉันไม่ค่อยชอบกินกับแกล้มเท่าไหร่ เพราะขนาดปกติเวลาจะออกมากินเหล้าบางครั้งฉันยังไม่กินมื้อเย็นเลย และนั่นแหละ เวลาดื่มหนักๆ แล้วเมามากจนถึงขั้นอาเจียนจึงมีแต่น้ำย่อยออกมา แม้จะรู้ว่ามันทรมาน แต่ฉันก็ยังไม่ชอบกินอยู่ดี

“แกสั่งมาเถอะ ฉันกินได้หมด...”

ยังไม่ทันพูดจบประโยคดี โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ฉันโบกมือให้ไอ้เธอก่อนจะกดรับโทรศัพท์ทันที

“ว่าไง อืม อยู่ร้านสายชิลล์ กินเหล้าสิ...”

บรรยากาศในโต๊ะทำให้คุยโทรศัพท์ได้ไม่ค่อยสะดวกนัก ฉันจึงพูดไปก็เดินออกห่างจากโต๊ะแล้วเดินไปทางประตู

“เมื่อกี้ไทม์พูดว่าไรนะ”

[จะชวนมาร้านที่ไทม์อยู่ไง]

“ไม่ไป”

[ทำไมอะ]

“ไอซ์อยู่กับเพื่อน”

[ก็พาเพื่อนมาด้วยสิ ไทม์เลี้ยงเอง]

“...”

[เงียบทำไม เนี่ยมีคนอยากเจอไอซ์ มันก็เลยให้ไทม์โทรมาชวน]

“ใครอยากเจอเหรอ?”

[จะใครซะอีกล่ะ] ได้ยินเสียงหึในลำคอ [ถ้าไม่ใช่ไอ้ลม]

ลมอยากเจอฉันงั้นเหรอ?

“งั้นบอกลมว่า...” ฉันยังพูดไม่ทันจบประโยคจู่ๆ ข้อมือข้างที่ถือโทรศัพท์ก็ถูกคว้า แล้วกระชากอย่างแรงจนทำให้มือถือห่างออกหู

ฉันแหงนหน้าไปมองก็พบกับใบหน้าที่แสนคุ้นตา

ควัน?

เมื่อรู้ว่าเขาเป็นใครฉันจึงรีบกดตัดสายทันทีโดยไม่บอกไทม์ล่วงหน้า

“อะไร” จากนั้นก็ถามควันด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

สาบาน ฉันไม่แปลกใจเลยสักนิดที่เขาจะมายืนรออยู่ตรงนี้

“เปิดให้ดูตัวต่อตัวงั้นเหรอ...”

เขาเปิดฉากด้วยประโยคนี้ ในดวงตามีเปลวไฟที่ไม่รู้ที่มาเหมือนตอนที่อยู่ในร้านไม่มีผิด เขาดูบ้าคลั่งอยู่เล็กน้อย ทำให้ฉันรู้สึกประหลาดใจมากกว่าขลาดกลัว

“ทำไมล่ะ” ฉันเลิกคิ้วมอง แม้จะเจ็บตรงที่ถูกบีบ แต่ก็ไม่ได้ดึงแขนออก “อย่าบอกนะว่าหึง?”

“...”

“นายจำกฎของเราไม่ได้เหรอ” ฉันถามอย่างยั่วยุ “ห้ามหึง ห้ามหวง จำได้มั้ย?”

หางตาของเขากระตุกนิดๆ แนวกรามเครียดเกร็ง นัยน์ตาดำทอแววโกรธอย่างบ้าคลั่งวาบผ่าน...

“ใครบอกว่าฉันหึง” เขาเอ่ยเสียงเย็นชา “เราสองคนต้องเป็นอะไรกันก่อนสิถึงจะหึงได้”

งั้นเหรอ...

ฉันทำเพียงแค่เหลือบมองเขา มุมปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม

และเหมือนเขาจะอ่านสายตาของฉันออก จึงเอ่ยออกมาอีกประโยค

“ฉันแค่ไม่อยากให้เธอได้ชื่อว่า กินรอบวง...”

“จะบอกว่าเป็นห่วง” ฉันเลิกคิ้วมองก่อนจะแสยะยิ้มเหยียดแล้วพูดประโยคต่อมา “ไม่หรอก อย่างนายก็แค่ไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในคนที่ถูกฉันกินรอบวงต่างหาก”

“เข้าใจก็ดี”

“...” คราวนี้ฉันเป็นฝ่ายเงียบ

“เพราะต่อให้ความสัมพันธ์ของเราไม่ระบุสถานะ แต่เธอเองก็คงไม่อยากใช้ของร่วมกับคนอื่น ไม่สิ...หมายถึงใช้ร่วมกับเพื่อนของตัวเองใช่ไหมล่ะ”

หลังจากยิ้มให้ด้วยสีหน้าราวกับปีศาจ ควันก็กลับหลังหันเดินไปยังห้องน้ำ ทิ้งให้ฉันมองส่งพร้อมด้วยความรู้สึกชาหนึบ หัวใจของฉันเต้นช้าลงเสียจนลืมแม้กระทั่งวิธีหายใจ

...เขาในวันนี้คือแอปเปิ้ลอาบยาพิษงั้นเหรอ?

มีคนบอกว่าอย่าเล่นกับไฟ แต่ฉันกลับกระโจนเข้ากองไฟอย่างไม่กลัวว่าผลตอบแทนที่ได้รับจะเป็นเช่นไร

ฉันอาจกลายเป็นคนตาย เป็นวิญญาณที่ไม่อาจเกิดใหม่ได้...

 

 

 





...To Be Continued

 


 

Z o n e Talks


คนน้องก็เอาแต่ยั่วโมโหพี่

ส่วนคนพี่ก็น่าตีปากเหลือเกิน

เชิญด่ากันได้ตามสบายค่ะ 55555

............






......

 

1 เม้นต์ 1 กำลังใจ

 

 

 

.......


 ทวิตติดแท็ก #สโมคออนไอซ์

กดติดตามนิยายเรื่องนี้ Add Fav

About 'ควันไฟ' Set คลิกที่รูป


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 900 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

870 ความคิดเห็น

  1. #502 heykeo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 14:17
    น่าตีทั้งคู่
    #502
    0
  2. #501 Lonely-me (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 10:37
    ฟาดฟันอะไรกันปานนั้น
    #501
    0
  3. #500 firstzy93 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 10:35
    สงครามเย็น
    #500
    0
  4. #499 -Riwa- (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 10:35
    ทีมลมได้มั้ยคะๆ แบบนี้555555
    #499
    0
  5. #498 NNattChaA (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 10:18

    สงครามน้ำลาย ใจเย็นๆกันก่อนน่ะ

    #498
    0
  6. #497 wipawann (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 09:34
    อยากรู้ถ้าเจอไทม์กับไฟอีก พี่มันจะเป็นไง
    #497
    0
  7. #496 11booddy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 08:43
    ถ้าไทม์กับลมตามไอซ์มาคนบางคนคงโมโหหึงหนักกว่านี้
    #496
    0
  8. #494 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 07:01

    เล่นสงครามประสาทกันมันสนุกนักริไง

    #494
    0
  9. #493 Baifai Cotton (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 06:48
    ความแซ่บนี้
    #493
    0
  10. #492 juncotton (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 05:55

    พบคนปากแข็ง 1อัตรา
    #492
    0
  11. #491 youtube2550 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 21:52
    พบคนขี้หึงง
    #491
    0
  12. #489 pannaray2122 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 18:06
    ยังค่ะ พี่ควันนนนน หัวร้อนนิดๆ
    #489
    0
  13. #488 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 15:52

    งุ่นง่านๆ

    #488
    0
  14. #487 heykeo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 15:37

    เก็บอาการไม่ไหวล่ะสิพี่ควัน

    #487
    0
  15. #486 Rabit99 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 15:24
    มีคนเสียอาการ
    #486
    0
  16. #485 wipawann (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 13:10

    น้อยไป...ค่ะไรต์

    เรายังไม่พอ
    #485
    0
  17. #484 NNattChaA (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 11:39
    พี่ไม่อยากให้ใครรู้เลยงอนไปเลย อิอิ
    #484
    0
  18. #483 Baifai Cotton (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 11:12
    อูยยยยยย เสียอาการแหละ ดูออก
    #483
    0
  19. #482 firstzy93 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 10:48
    รู้มั้ยนะ
    #482
    0
  20. #480 Faiimorphine10 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 08:20
    ขอแรงกว่านี้ขอไม่ไหวแล้ววปังหลาย
    #480
    0
  21. #479 Panther Navy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 08:04
    เอิ่มมมม
    #479
    0
  22. #478 Boeii (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 01:58
    ไอซ์นิสัยไม่น่ารักเลยนะ ไม่น่าพูดกับเพื่อนแบบนั้นเลย ตัวเองไม่ฟังเองแท้ๆ เฟียซกับนิสัยไม่ดีมีเส้นบางๆกั้นอยู่อะ
    #478
    1
    • #478-1 Kissing_kiss(จากตอนที่ 4)
      26 กันยายน 2563 / 08:26
      นี่ก็ว่าเขาดูแข็งๆเนอะ น่าจะขอโทดเพื่อนที่ตัวไม่ได้ฟัง นิสัยแปลกๆ
      #478-1
  23. #477 youtube2550 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 21:27
    พี่ควันรู้ๆๆ
    #477
    0
  24. #476 wipawann (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 20:39
    รู้ทุกซอกทุกมุมเลยสินะพี่
    #476
    0
  25. #475 Barbara13 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 20:31
    พี่จะตอบให้ถูกในครั้งเดียว
    #475
    0