✦Smoke on Ice✦ [E-Book]

ตอนที่ 3 : {1} Smoke on Ice : Sector; first attack ‘Dares’ EP-3 [Full%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,229
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 999 ครั้ง
    26 ก.ย. 63

ทวิตติดแท็ก #สโมคออนไอซ์


 

คำเตือน

นิยายเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น

ชื่อ สถานที่ และเหตุการณ์เป็นเรื่องสมมติ 

ไม่มีอยู่จริง และเหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป

อาจมีภาพ การบรรยาย พฤติกรรม ความรุนแรง

เพศ  ภาษา และค่านิยมที่ไม่เหมาะสม

ซึ่งต้องใช้วิจารณญาณในการอ่าน

ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ควรได้รับคำแนะนำ

 



คำเตือน

การสูบบุหรี่และการดื่มสุราเป็นอันตรายต่อสุขภาพ





Sector; first attack ‘Dares’

EPISODE 03

 

 

 

I know they say with smoke there’s fire

ฉันรู้ เขาบอกกันว่าที่ใดมี ควัน’ ที่นั่นมี ไฟ



.........





ฉันเคยพ่ายแพ้จนหมดรูป 

แต่กลับพบว่าคนที่ร้องไห้อยู่บนเส้นทางความรักไม่ได้มีแต่ตัวเองเท่านั้น

ที่แท้คนที่ต้องเจ็บปวดอยู่ในวังวนแห่งความรัก

ก็คือฝ่ายที่มอบความจริงใจให้อย่างไม่มีลูกไม้ใดๆ

 

Ice Aiyawarin

At now


...


 

ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามาถึงที่นี่ได้ยังไง รู้เพียงแค่ว่าหลังจากบานประตูห้องถูกปิดลง เราสองคนต่างฝ่ายต่างก็โอบกอดกันและกัน แล้วจูบแลกลิ้นกันจนไม่รู้ว่าลิ้นของตัวเองอยู่ตรงไหน

มือของเขาที่ค้างอยู่บนเอวก็ยกลำตัวของฉันขึ้นให้สูงพอเหมาะ และกดร่างของฉันไว้กับกำแพงที่อยู่ด้านหลัง เรียวลิ้นร้อนผ่าวพันเกี่ยวกับปลายลิ้นของฉันแล้วกวาดต้อนไปมาทั่วทุกจุด พร้อมกับใช้มือลูบไล้มาตามร่างกายของฉัน สัมผัสร่างกายของฉันผ่านเนื้อผ้าที่แนบชิดติดลำตัว

“อืม” ฉันส่งเสียงครางผะแผ่ว สองมือพาดหมิ่นๆ อยู่บนบ่ากว้าง และรับรู้ได้ว่ามือไม่อยู่นิ่งของเขาค่อยๆ สอดเข้ามาใต้เสื้อที่ชื้นเหงื่อ นิ้วมือที่รุกล้ำอยู่ทำให้ร่างกายของฉันร้อนผ่าวราวกับไฟลุกท่วม

สัมผัสของเขาทำให้ฉันเบิกตากว้างขึ้น ริมฝีปากเผยออ้าจากการหอบหายใจ เรียวปากร้อนผ่าวของเขาจึงพุ่งฉกเข้ามาคลุกเคล้าในโพรงปากราวกับต้องการครอบครอง และแสดงเป็นนัยๆ ถึงความต้องการของเขา

แม้จะมีเสื้อผ้าขวางกั้นไว้ แต่ฉันรู้สึกได้ว่าแรงปรารถนาอันแข็งแกร่งของเขาทาบมาที่ความนุ่มนวลของฉันอยู่ซ้ำๆ 

สายตาคมกร้าวจ้องรอดูท่าทีของฉันผู้ซึ่งทำได้เพียงแต่หอบหายใจเบาๆ ช้อนตาขึ้นมองเขา

ลิ้นเปียกร้อนของเขาทรมานฉัน หยอกเย้าผิวไวต่อสัมผัส แรงปรารถนาอันอบอุ่นจนถึงขั้นรุ่มร้อนไหลเวียนอยู่ในกาย มันเป็นความต้องการแบบที่ฉันไม่เคยรู้จักมาก่อน รู้สึกแต่เพียงว่าร้อนและโหวงเหวงแปลกๆ สองมือไม่อาจละจากตัวเขาได้

แอลกอฮอล์ที่ออกฤทธิ์อยู่ในตัวทำให้ฉันสติเลือนราง ความรู้สึกอายและหวงตัวแบบผู้หญิงหายไปจนหมดเกลี้ยง อีกทั้งยังไม่เหลือความยับยั้งชั่งใจที่เคยมีอีกแล้ว

ในตัวของฉันเหมือนมีกองไฟแผดเผาให้เจ็บปวดแปลกๆ มันเจ็บปวดคล้ายๆ ความหิวกระหาย แต่กลับยากจะทานทนกว่า

ฉันทำไปตามสัญชาตญาณที่มีอยู่ โอบรอบคอเขา และเอนตัวเข้าไปหาร่างสูงเพื่ออิงแอบใกล้ชิด...

รู้ตัวอีกทีแผ่นหลังของฉันก็สัมผัสเข้ากับเตียงนุ่ม เขาดึงร่างออกห่างเล็กน้อยยกมือขึ้นทำท่าจะถอดเสื้อยืดบนร่างของตนออก แต่ฉันเป็นฝ่ายจับมือเขาเอาไว้

ฉันเอง ฉันบอก

ม่านตาของเขาหดเล็กลง เป็นสีเข้มขึ้น

ฉันดันร่างขึ้นจากเตียงก่อนจะยื่นมือไปแตะข้างเอวหนา จากนั้นดึงรั้งเสื้อยืดผ่านลำคอไป ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก เกาะไหล่เขาไว้ก่อนจะจูบลูกกระเดือก ชีพจรที่เต้นรัวตรงซอกคอแกร่ง เคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ลงไปอีก แล้วใช้ริมฝีปากจูบไปตรงกล้ามท้องหนั่นแน่น เน้นรอยจูบไปที่รอยสักก้นกรองบุหรี่และกลุ่มควันที่อยู่ตรงกล้ามท้องของเขา

เขาเป็นผู้ชายที่แข็งแรงกำยำคนหนึ่ง ใต้เครื่องแต่งกายที่มีอารยะแต่ละชั้นเป็นกล้ามเนื้อแข็งแรงล่ำสัน

เมื่อเลื่อนลงไปถึงขอบกางเกงยีน ลมหายใจของเขาก็หนักหน่วงขึ้นทุกที ฉันเห็นว่ากล้ามเนื้อของเขาหดเกร็งเพราะปากและลิ้นของฉัน

ริมฝีปากของฉันกระตุกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะแลบลิ้นเลียกล้ามท้องของเขาอย่างยั่วยุ

อืม” 

เขาสูดหายใจแรง จับฉันลุกขึ้นมาทันที 

ไม่ได้

เขาบอกเสียงห้าว ประคองใบหน้าของฉันขึ้นมา

แต่...

ไม่ได้ เขาทำหน้าราวกับว่าไม่อยากเป็นฝ่ายเสียการควบคุม ฉันต้องการให้เธอลืมคืนนี้ไม่ลง

ฉันยังไม่ทันได้พูดต่อเขาก็จูบอย่างล้ำลึก กลืนคำพูดทั้งหมดของฉันไป พร้อมกดร่างของฉันกลับลงไปบนเตียงอีกครั้ง จูบไล้ทุกส่วนบนเรือนร่างอย่างเร่าร้อน

มือเรียวของเขาร้อนผ่าวดั่งไฟ ทุกที่ที่ผ่านจุดความปรารถนาที่ร้อนแผดเผามากยิ่งขึ้น

ท้ายที่สุดฉันทำได้แค่เกาะก่ายเขาไว้แน่น ถูกเขาควบคุม ถูกเขาจองจำ และบงการให้เข้าสู่ระลอกคลื่นแห่งความปรารถนา

เมื่อฉันทนไม่ไหวอีก เขาก็เคลื่อนตัวไปด้านข้างก่อนจะดึงลิ้นชักโต๊ะข้างเตียงหยิบเครื่องป้องกันออกมาสวมอย่างรวดเร็ว

จากนั้นเขาก็บดเบียดเข้าหาฉันอีกครั้ง และเข้าสู่ตัวฉันในที่สุด

อืม เขากัดฟันไว้ กดตัวเบียดแทรกเข้ามาอย่างลำบากยากเย็น

ฉันแทบจะส่งเสียงสะอื้นออกมา มือทั้งสองข้างยึดแผ่นหลังแข็งแรงที่เปียกเหงื่อของเขาเอาไว้ ปล่อยให้เขาโหมรุกอย่างบ้าคลั่ง

เขาเร่าร้อนชวนให้คนไม่อาจมองข้าม ฉันจึงทำได้แค่เพียงหอบหายใจและจ้องมองเขา และรู้สึกแต่ว่าวิงเวียนตาลาย

ยามเมื่อเขาก้มลงมาจูบก่อนจะเริ่มเคลื่อนไหวขยับเป็นจังหวะ ฉันก็ส่งเสียงครางออกมา อากาศสั่นสะเทือนหรือไม่ก็โลกกำลังสั่นไหว ฉันไม่รู้และแยกไม่ออกด้วย วินาทีต่อมาฉันก็ถูกโยนลงสู่คลื่นร้อนระอุรุนแรงยิ่งกว่าเดิม

มือของเขาเลื่อนไปจับกระชับที่ต้นขาของฉันเพื่อจัดท่าทางให้อยู่ในองศาที่เหมาะเจาะกับเขามากขึ้น ฉันรับรู้ได้ว่ากำลังจะมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นจึงเกาะเกี่ยวไหล่หนาของเขาไว้อย่างมั่นคง สองตามองดูเขาที่ทั้งเร่าร้อนและรุนแรง

อย่าหลับตา ควันสั่งอย่างแสดงอำนาจพร้อมๆ กับเคลื่อนไหวต่อไป มองฉันไว้

หลังจากการรุกเร้าในช่วงสุดท้าย ดูเหมือนพวกเราจะทะยานถึงสุดทางในเวลาเดียวกัน

ฉันสั่นเทิ้มอยู่ใต้ร่างเขาด้วยความรู้สึกเกินบรรยาย เสียงกรีดร้องของฉันถูกกลืนหายไปในปากเขา เหมือนมีใครมาจุดดอกไม้ไฟในตัว...

ท้ายสุดฉันได้รู้จักปลายทางเสน่หาอันงดงามซึ่งแตกต่างจากที่ได้รับการรุกเร้าแบบเย้าหยอกของเขา และเพราะมีเขาอยู่ในตัวคลื่นความสุขจึงโถมซัดเข้าใส่จนฉันแทบสิ้นสติ...

 

แม้ช่วงแห่งความหฤหรรษ์สูงสุดผ่านไป เขายังคงกอดฉันไว้แน่นโดยไม่คิดจะปล่อยแม้แต่นิดเดียว ฉันรู้สึกแต่เพียงว่าร่างกายอ่อนแรง เมื่อฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เผาผลาญสติเริ่มอ่อนลงบ้างฉันก็เริ่มจะได้สติขึ้นมานิดๆ

ฉันกะพริบตาอยู่สองสามครั้ง ก่อนจะฝืนใจลุกขึ้นนั่ง แต่ร่างสูงใหญ่กลับกดทับไว้ไม่ให้ฉันเคลื่อนไหว

ถอยสิ ฉันพูดเสียงเบา เพราะฉันเองก็ยังไม่รู้สึกตัวเต็มที่ สติที่มีอยู่น้อยนิดในตอนนี้ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนอยู่บนรอยต่อระหว่างความฝันกับความจริง ฉันไม่สามารถนึกคิดได้อย่างชัดเจน จึงฝืนผลักหน้าอกเขาเพื่อจะลุกขึ้น ตัวนายหนัก

เขายักคิ้วขึ้น รอยยิ้มมุมปากสุดแสนจะร้ายกาจ

งั้นเธอขึ้นมาอยู่ข้างบน

ควันจูบฉันเบาๆ ก่อนจะจับร่างของฉันพลิกตัวให้ไปนอนทับร่างของเขา

ฉันกะพริบตาด้วยความงุนงง เมื่อขึ้นมาอยู่บนร่างของเขาแล้ว ฉันก็ไม่รู้ความควรตอบสนองยังไงดี พอมองเขาจากด้านบนก็รู้สึกแปลกใจราวกับเขากลายเป็นทาสรับใช้ ความรู้สึกที่เหมือนถูกทับหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกวาบหวามที่กำจายไปทั่วร่าง

เห็นมั้ย?” เขามองอย่างลึกซึ้งก่อนยกมือของฉันขึ้นไปจูบ แค่นี้ก็ไม่หนักแล้ว

จากนั้นวางมือทั้งสองข้างของฉันบนแผ่นอกกว้างของตัวเอง

ฉันคิดจะผละหนีเมื่ออ่านเจตนาของเขาออก แต่กลับถูกมือทั้งสองข้างคว้าจับเอวของฉันเอาไว้

บอกแล้วไงว่าจะทำให้เธอลืมคืนนี้ไม่ลง

เขาเริ่มขยับตัว มือทั้งสองจับเอวของฉันเอาไว้อย่างมั่นคงเพื่อช่วยให้ร่างกายของฉันเคลื่อนไหวและเติมเต็มความปรารถนาที่เหมือนจะไม่มีวันสิ้นสุด




ร่างกายของฉันกระตุกขึ้นมาอย่างน่าพิศวงอีกครั้ง ทั้งๆ ที่เพิ่งไปเยือนปลายรุ้งมาหมาดๆ หัวสมองมอดไหม้ ภาพตรงหน้าระยิบระยับพร่างพราย

ไอซ์...

ขณะที่สะลึมสะลือ ฉันรู้สึกได้ถึงลมหายใจกระเส่าของเขา เหมือนได้ยินเขาพูดอะไรบางอย่าง แต่ฉันเหนื่อยเพลียเหลือเกิน รู้สึกแต่ว่าหัวสมองยังมึนเบลอจากฤทธิ์แอลกอฮอล์จนไม่อยากจะเปิดตา สุดท้ายฉันก็ทำได้เพียงแค่ซบลงบนอกกว้างอย่างอ่อนระโหยโรยแรง...

 


ตึก ตึก ตึก

ในที่สุดเสียงหัวใจเต้นเป็นจังหวะหนักๆ ข้างหูก็ปลุกให้ฉันค่อยๆ ตื่นขึ้นมา

ดูเหมือนแอร์จะเย็นเกินไป ลำคอจึงแสบเคืองอยู่หน่อยๆ

ตึก ตึก ตึก

เสียงตึกตึกยังคงดังเป็นจังหวะต่อเนื่อง มันเหมือนฉันกำลังนอนซบบนอกของใครสักคนและฟังเสียงหัวใจเต้นของใครคนนั้นเลย

ดวงตายังคงปิดอยู่ ฉันส่งเสียงครางออกมาทั้งๆ ที่ไม่ได้ลืมตา ฉันแค่รู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน กะปลกกะเปลี้ยไปทั้งตัว เรี่ยวแรงทั้งหมดถูกรีดหายไปหมดเกลี้ยง ไม่มีแม้แต่กำลังที่จะเปิดตาขึ้นเลยด้วยซ้ำ

ครั้นพอจะลืมตาขึ้นมากลับรู้สึกเจ็บจี๊ดที่กระบอกตา แถมยังปวดหัวหนึบๆ อีก

เฮ้อ...อาการอย่างนี้คงเกิดจากการเมาค้างไม่ผิดแน่

ฉันขยับนิ้วมือเบาๆ พลันรู้สึกได้ว่าฝ่ามือสัมผัสโดนเนื้อตัวที่อุ่นจัดและเรียบลื่น

และนั่นไม่ใช่ตัวของฉัน!

ทันทีที่ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดอยู่เหนือศีรษะ ฉันรู้ได้ทันทีว่าตัวเองไม่ได้นอนอยู่บนเตียง แต่กำลังนอนอยู่บนร่างกำยำของใครบางคนอยู่ต่างหาก

ฉันลืมตาขึ้นมาพลัน รอบด้านยังคงมืดสนิท

หลังจากเพ่งมองไปในความมืดเพื่อให้สายตาคุ้นชิน ฉันจึงค่อยๆ ชำเลืองมองไปทางด้านบน สิ่งแรกที่เห็นคือใบหน้าหล่อเหลา ริมฝีปากบางดูเย็นชา เส้นผมสีดำอมเทายาวเคลียบ่าซึ่งยังคงโชกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ซ้ำยังมีบางส่วนระอยู่ข้างแก้มของเขาอีกด้วย

ผู้ชายที่หน้าตาดีเวลานอนก็ยังดูดี โครงหน้าคมชัดของเขาที่กำลังหลับใหลอย่างไร้ทางป้องกันตัว ขนตายาว จมูกโด่งเป็นสัน...

ใบหน้าเขาอยู่ใกล้เกินไป ปากเองก็อยู่ใกล้มาก มือที่โอบเอวฉันยังคงร้อนระอุอย่างกับก้อนเหล็ก และนั่นก็ยิ่งทำให้ฉันหายใจไม่ทันขึ้นมา หลุบตาลงอย่างห้ามตัวเองไม่ได้

บ้าจริง...

ฉันพยายามสูดลมหายใจลึกๆ หลายครั้ง พยายามทำให้ตัวเองสงบลง แต่ในหัวกลับผุดภาพที่เกี่ยวกับบทรักไร้ขอบเขตที่เพิ่งผ่านพ้นไปไม่นานขึ้นมา ยิ่งได้กลิ่นกายของเขาที่กำจายอยู่ใกล้ๆ มันก็ยิ่งย้ำเตือนให้ฉันนึกถึงความทรงจำที่ปลุกเร้าและหอมหวนยิ่งกว่าเดิม ทำเอาฉันร้อนรุ่มไปทั้งตัว

ฉันกับเขามีอะไรกัน...

ใช่...เรามีอะไรกัน...แล้ว

อ่า...

ฉันร้องครางในใจอย่างท้อแท้ สิ่งที่ทำให้ฉันโมโหก็คือการตอบสนองอย่างเร่าร้อนและยอมจำนนโดยสิ้นเชิงของตัวเองในช่วงเวลาที่ผ่านมาต่างหาก

แต่ไหนแต่ไรฉันไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนไหวง่ายเสียหน่อย แต่ตอนอยู่ต่อหน้าผู้ชายคนนี้ ฉันควบคุมตัวเองไม่ให้ถูกเขาดึงดูดไม่ได้ ถึงขนาดที่ว่ายินยอมมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้เขาด้วยซ้ำ

ทุกสิ่งทุกอย่าง...

คำที่ผุดขึ้นในหัวทำให้ฉันตระหนกตกใจจนหนาวสั่น หัวใจบีบรัดอย่างไม่มีสาเหตุ รู้สึกฉุนที่ตัวเองไม่เอาไหน

เฮ้อ...รีบลุกจากตัวเขาซะก่อนดีกว่า

แต่แทบจะทันทีที่ฉันขยับตัวควันก็ตื่นขึ้น ดวงตาคมกริบมองดูฉันที่กำลังฝืนตัวลุกขึ้นนั่งอยู่ข้างเตียง

แม้จะปวดช่วงเอวเป็นอย่างมาก แต่ฉันอยู่ต่อไม่ได้แล้ว

จะไปไหน เขาถามช้าๆ ยันลำตัวขึ้นจากเตียง เนื่องจากผ้าห่มถูกดึงร่นไปอยู่ปลายเตียง ตอนนี้เขาจึงเปลือยกายกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงอันกว้างใหญ่

กลับสิ

ฉันก้าวลงจากเตียงพลางเลือกเสื้อผ้าของตัวเองที่ถูกทอดทิ้งอย่างระเกะระกะปะอยู่กับเสื้อผ้าของเขา

ยังไม่เช้าเลย เขาบอกพลางคว้าบุหรี่จากหัวเตียงขึ้นมาจุดสูบ นอนต่อแล้วสายๆ ค่อยกลับก็ได้

ไม่ล่ะ ฉันปฏิเสธขณะที่ลงมือสวมชุดชั้นใน

ทำไม เขาจ้องฉันนิ่ง แววตาดูฉุนเฉียวเย็นชา หรือกลัวแฟนจะรู้?”

ฉันเลิกคิ้วมองเมื่อได้ยินคำถามเหนือความคาดหมาย พูดอะไร

ก็ผู้ชายสองคนนั้นไง

ผู้ชายสองคนที่ว่าคงหมายถึง ไทม์ กับ ลม สินะ

ถ้าผู้ชายสองคนไม่เรียกว่าแฟน ริมฝีปากของฉันกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน แฟนน่ะมันใช้กับคนแค่คนเดียว

งั้นก็...

ก็หมายความว่าคนหนึ่งเรียกว่า แฟน อีกหนึ่งคนเรียกว่า ชู้ ยังไงล่ะ

หลังจากเอ่ยถ้อยคำกำกวมนั้น ฉันแอบชำเลืองมองเขาเล็กน้อย และก็เห็นว่ามือที่คีบบุหรี่ของควันบีบแน่น หางตาของเขากระตุกนิดๆ

โกรธเหรอ?

แล้วโกรธเรื่องอะไรกันล่ะ...

เขามองสบตาของฉันตรงๆ ผ่านไปสองวินาทีเขาถึงเอ่ยออกมาทีละคำ

แล้วอย่างฉันเรียกอะไร

นอนกันแค่ครั้งเดียวก็อยากมีสถานะแล้วงั้นเหรอ?

หึ...

ฉันเลิกคิ้วมองพลางย้อนถาม อยากมีสถานะ?”

แต่เขายังคงมองโดยไม่พูดอะไร ทำเพียงแค่พ่นควันบุหรี่ออกมาเท่านั้น

และใช่เขากำลัง...รอ

งั้นก็เลือกเอาเองสิ ถึงจะกระอักกระอ่วน ฉันก็ยังบังคับให้ตัวเองพูดออกไปอยู่ดี ชู้ กิ๊ก คู่นอน นายบำเรอ

และใช่...ไม่มีคำว่า แฟน อยู่ในตัวเลือกนั้น...

โลกตกอยู่ในความเงียบ ฉันกลั้นใจเตรียมเผชิญหน้ากับคำด่า

แต่เขาไม่ได้ทำอะไรเลย เอาแต่นั่งเงียบอยู่ที่เดิม ไม่เคลื่อนไหว

ฉันจ้องเขม็ง อากาศจับตัวเป็นน้ำแข็งหรือเวลาหยุดนิ่งกันนะ ฉันไม่รู้

อืม เขาครางต่ำๆ ในลำคอแล้วดับบุหรี่บนที่เขี่ย ตัวเลือกเยอะดี ไว้ค่อยเลือกแล้วกัน

คำตอบของเขาทำเอาฉันตะลึงไปชั่วครู่

ตัวเลือกเยอะดี ไว้ค่อยเลือกน่ะเหรอ?

นี่เขาคิดอย่างนั้นจริงๆ หรือแค่พูดเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกกรุ่นโกรธกันแน่

รอแป๊บ เขาก้าวลงจากเตียงในสภาพเปลือยเปล่า ก่อนจะคว้ากางเกงบ๊อกเซอร์มาสวมเป็นอย่างแรก เดี๋ยวไปส่ง

ไม่ต้อง ฉันบอกปัดเสียงเรียบ นายกลับไปนอนต่อเถอะ

ทำไม เขาเหลียวหน้ามามองขณะสวมกางเกงยีน มีไรอีก

ฉันไม่ถนัดให้ผู้ชายที่ยังไม่ได้ระบุสถานะไปส่ง

ฉันคว้าลูกบิดตรงหน้าแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงยั่วโมโห

เลือกได้แล้วค่อยไปส่งแล้วกัน...หึ

 

...

 

@มหาวิทยาลัย

เวลา 09.02 น.

ฉันตกใจเมื่อมีใครคนหนึ่งหย่อนตัวนั่งลงด้านข้าง หันมองรอบข้างก็ยังเห็นที่ว่างอีกเยอะแยะ แถมตอนนี้อาจารย์เริ่มสอนแล้ว จริงอยู่ว่าเขามาช้าแค่หนึ่งหรือสองนาที แต่ส่วนคนมาสายมักเข้ามาเงียบๆ และเลือกนั่งใกล้ประตูเพื่อให้ไม่เป็นเป้าสายตา แต่นักศึกษาชายรายนี้กลับก้าวฉับๆ มานั่งแถวกลางประจันหน้ากับโพเดียม

อย่างน้อยถ้าเขาเลือกแถวหน้าหรือแถวหลังก็คงดี ไม่ใช่มานั่งติดกันแบบนี้ ฉันเลยพลอยถูกอาจารย์มองเขม่นไปด้วย ฉันแอบปฏิเสธในใจว่าไม่ใช่คนรู้จัก แต่อาจารย์คงไม่รับรู้

แต่แน่นอนว่าฉันรู้จักเขา แม้ว่ามหาวิทยาลัยมีนักศึกษามากมาย และตัวเลือกเสรีแบบนี้จะมีนักศึกษาหลากหลายคณะ แต่คนคนนี้ฉันคุ้นหน้า ไม่สิ...ต้องบอกว่าเราเพิ่งแยกกันเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาต่างหาก

ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่

ทำไมถึงได้มาปรากฏตัวอยู่ในห้องนี้ 

และในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้ล่ะ

เขาเป็นรุ่นพี่ไม่ใช่เหรอ?

และเขาก็ไม่ได้เรียน...

ฉันค้างความคิดเอาไว้แค่นั้นก่อนจะค่อยๆ ชำเลืองมอง เห็นเขารีบร้อนจดบันทึกลงสมุดโน้ต ทำท่าทางเหมือนเป็นเด็กเรียน ทั้งๆ ที่เข้าห้องสายแต่ก็ยังอุตส่าห์เลือกมานั่งใกล้โพเดียม

เสียงปากกาเสียดสีกับกระดาษดังไม่ขาดสาย ราวกับเขาตั้งใจจดทุกคำบรรยายของอาจารย์แบบไม่ให้ตกหล่น และที่น่าตกใจมากกว่าก็คือแม้บางช่วงไฟในห้องถูกดับมืดเพราะต้องฉายสไลด์ แต่เสียงจดโน้ตกลับยังดังไม่หยุด ฉันถึงกับอึ้งและสงสัยว่าเขาจะจดได้อย่างไรทั้งที่ไม่น่าจะมองเห็น เสียงตวัดปากกาดังต่อเนื่องจนแทบจะสะท้อนก้องอยู่ในหู

ฉันเผลอไล่มองไปทั่วทุกจุด เสื้อเชิ้ตสีขาวแบะออกเล็กน้อยเผยให้เห็นแผงอกขาว แขนเสื้อนักศึกษาของเขาถลกขึ้นสูงเผยให้เห็นช่วงแขนแข็งแรงและมีรอยสักกราฟิกสวยงาม ทุกครั้งที่เคลื่อนไหวกล้ามเนื้อแข็งแรงที่อยู่ในเสื้อผ้าจะขยับตามไปด้วย ปอยผมสีเทายังคงเปียกชื้นตกลงมาปรกหน้าผาก ทำให้เขาดูมีมาดเย็นชาไม่สะทกสะท้านเข้าไปใหญ่...

ทันใดนั้นไฟในห้องสว่างพรึ่บ ฉันได้สติและนึกเสียใจว่ามัวแต่ใจลอย ฉันไม่รู้สักนิดว่าเมื่อครู่อาจารย์สอนอะไร เฮ้อ...ไม่น่าเลย

แล้วทำไมกันนะ...

ทำไมเขาถึงได้มาอยู่ที่นี่

ทำไมฉันถึงได้เจอกับผู้ชายที่ไม่อยากเจอหน้าอีกเป็นครั้งที่สอง...

“ใจลอยอะไร”

ดูเหมือนฉันใจลอยอีกหน พอรู้สึกตัว ฉันพบว่าหมดชั่วโมงแล้ว ถ้าไม่มีเสียงนี้ ฉันอาจจะยังนั่งเหม่ออยู่คนเดียวในห้องบรรยาย

“เป็นอะไร” เขาพูดเบาๆ น้ำเสียงนุ่มทุ้มลึกเย้ายวนใจ เวลาพูดลูกกระเดือกยังจะขยับขึ้นลงอีกด้วย “นอนไม่พอเหรอ?”

“เกี่ยวไรกับนาย”

ฉันรู้ตัวว่าเผลอตอบเสียงห้วน แต่ก็ช่วยไม่ได้ เพราะฉันไม่อยากคุยกับเขา ไม่อยากจะ...

และเหมือนฉันจะเห็นสายตาของเขาตอบกลับมาว่า เกี่ยวสิ เกี่ยวกับฉันร้อยเปอร์เซ็นต์เลย...

แล้วมาอยู่ที่นี่ได้ไง คำถามหลุดออกไปอย่างไม่ได้ตั้งใจจึงรีบแก้คำพูด หมายถึงเป็นรุ่นพี่ ทำไมเพิ่งจะมาลงเรียนตัวนี้

แล้วกัน...ยิ่งแก้คำพูดก็ยิ่งไปกันใหญ่

เขาเอาแต่มองฉันด้วยสายตาล้ำลึก และหยักมุมปากขึ้นน้อยๆ อยากรู้เหรอ?

ไม่ ฉันลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางกระวนกระวาย อดกลั้นความรู้สึกอยากวิ่งหนีเอาไว้ อ้าปากพูดว่า ขอตัวก่อน

แม้เขาจะไม่รั้งฉันเอาไว้ หรือรีบลุกตามมา แต่หากว่าฉันกลับสัมผัสได้ถึงสายตาร้อนแรงที่จับจ้อง

และใช่...มันเป็นสายตาของเขาที่จ้องมองมาตลอดตั้งแต่ที่เราได้เจอกัน...

 

หลังจากที่ฉันออกมาจากห้องเรียน ฉันหยุดยืนอยู่หน้าประตูลิฟต์ ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปหาเพื่อนๆ ที่อยู่ในโรงอาหาร แต่ก็ตัดสินใจยกเลิกทันทีในเวลาต่อมา

เพราะฉัน...อืม...ฉันไม่อยากตอบคำถามเรื่องเมื่อคืนนี้นั่นแหละ

กลับห้องเลยก็แล้วกัน...

แต่ระหว่างลิฟต์กำลังเคลื่อนที่ ทันใดนั้นฉันก็รู้สึกเย็นวาบไปทั่วแนวสันหลัง

แม้จะไม่ได้ยินเสียงฝีเท้า แต่ความหนาวเยือกที่เพิ่มขึ้นทุกทีและสายตาของผู้คนรอบข้างทำให้แม้ไม่ได้หันกลับไปมอง ฉันก็รู้ว่าเขาเดินมาถึงด้านหลังแล้ว แววตาคมกริบของเขาทิ่มแทงศีรษะด้านหลังของฉันจนรู้สึกถึงความเจ็บแปลบ

“มีไรอีก”

อะไรอีก...ต้องการอะไรจากฉันอีก

“ก็เรายังคุยกันไม่จบเลย”

จบแล้วสิ...

เรื่องของเรามันจบไปตั้งนานแล้ว

“เรื่องไร” ฉันถามโดยไม่คิดจะหันกลับไปมอง

“ก็ไม่มีไร” เขาเอ่ยเนิบๆ จากด้านหลัง แค่อยากถามว่า...คืนนี้เรามาเจอกันอีกดีมั้ย?”

ฉันสั่นสะท้าน พูดอะไรไม่ออกสักคำ

ฉันติดใจเซ็กซ์กับเธอแล้วล่ะ เสียงทุ้มต่ำมีเสน่ห์พูดอยู่ข้างหู จนอยากจะกอดเธออีกครั้ง

พอเถอะ ฉันหมุนตัวหันกลับไปเผชิญหน้าและบังคับให้ตัวเองอ้าปาก ให้คำพูดไหลผ่านออกมา ฉันไม่คิดจะนอนกับนายอีกแล้ว

ทำไมล่ะ เขาถามด้วยเสียงทุ้มต่ำ เมื่อคืนเราออกจะคุ้นเคย อ่า...ไม่สิ หมายถึงเราออกจะเข้ากันได้ดี

แววตาแบบนี้อีกแล้ว 

ฉันถูกแววตาแบบนี้ตามรังควานจนอึดอัดไปหมด

ปากของฉันเผยอออกครึ่งหนึ่ง ยังคิดไม่ออกว่าจะพูดอะไรก็รู้สึกแน่นที่บั้นเอวพร้อมกับร่างถูกดึงเข้าไปในลิฟต์

เมื่ออยู่ในที่เล็กและแคบแบบนี้ ทำให้ฉันรู้สึกหายใจไม่คล่องมากกว่าเดิม...

เธอให้ตัวเลือกกับฉันไม่ใช่เหรอ?”

ที่พูดไปแบบนั้นเพราะไม่คิดจะเจอเขาเป็นครั้งที่สอง

ฉันแหงนหน้าขึ้นมอง “แล้วนายเลือกได้แล้ว?” 

ไม่ได้ เขาส่ายหน้าพร้อมกับยกสองแขนขึ้นกักขังร่างของฉันเอาไว้ในอ้อมแขน เพราะตัวเลือกของเธอไม่ถูกใจฉันเลยสักอย่าง

ไม่ถูกใจ?”

อืม เขาส่งยิ้มแบบที่เกินจะคาดเดา ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนเข้ามาใกล้อีก ดวงตาดำขลับลึกล้ำมีประกายประหลาดราวกับค้นพบของเล่นอะไรสนุกๆ ก็ไอ้ชู้ กิ๊ก คู่นอน แล้วก็...นายบำเรออะไรนั่นน่ะมันระบุสถานะชัดเจนมากเกินไป

...

คบกันแบบไม่ระบุสถานะ ปลายนิ้วของเขาวาดไปทั่วโครงหน้าของฉัน มันเร้าใจมากกว่าไม่ใช่เหรอ?”

บนโลกนี้ก็มีพวกที่แสร้งทำเป็นเหมือนไม่มีพิษมีภัย...

แต่ลับหลังเลวสุดขีดก็มีอยู่ไม่ใช่เหรอ?

ที่ไม่อยากระบุสถานะก็เพื่อเวลาคิดแยกจากกัน มันไม่จำเป็นต้องมีคำบอกลา...

หึ...

ฉันถึงกับแอบหัวเราะหึในใจ

เหมือนกับที่มีคนเคยพูดไว้ สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าผู้ชาย ถ้ายังไม่ถึงคราวตาย ก็ไม่มีทางรู้ว่าข้างในตัวเขานั้นคืออะไร แม้คำพูดนี้จะเกินเลยไปสักหน่อย แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผลเสียทีเดียว

ฉันเม้มปาก เก็บซ่อนแววตาอันเยือกเย็นเอาไว้

“ก็ได้” ฉันพยักหน้าเบาๆ “แต่ระหว่างเราต้องมีกฎ”

“หือ?” เขาเลิกคิ้วขึ้น “กฎ?”

“ใช่” ฉันจ้องเขานิ่ง ใบหน้าเรียบเฉยไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ ขณะพูด “ห้ามหึง ห้ามหวง และห้ามทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น”

“...”

“ถ้านายมีแฟน หรือฉันมีแฟน สถานะของเราก็จะไม่เปลี่ยน”

“...”

แม้เขาจะเงียบไม่โต้ตอบอะไร แต่ฉันกลับเห็นกลุ่มกองไฟอยู่หลังม่านตาคู่นั้น

“และเรื่องของเรา...” ฉันใช้สองมือเกาะไหล่เขาพลางเขย่งปลายเท้าแล้วกระซิบข้างใบหูของเขาว่า “ต้องเก็บเป็นความลับ”

“หึ” เขาดึงมือของฉันออก จากนั้นเป็นฝ่ายโน้มหน้าเข้ามาใกล้ในลักษณะเหมือนเอาคืน “ในเมื่อเธอมีกฎของเธอ ฉันเองก็ต้องมีกฎของฉัน”

นั่นสินะ คนอย่างเขาไม่มีวันยอมเสียเปรียบใครง่ายๆ หรอก

“กฎอะไร”

“ก็ถ้าฉันต้องการเธอเมื่อไหร่ เธอต้องให้ฉันเมื่อนั้น” ปลายนิ้วของเขาลูบไล้ไปทั่วริมฝีปากล่างของฉันก่อนจะผละห่างหลงเหลือไว้เพียงไอร้อนผ่าวจางๆ “และเธอก็ห้ามปฏิเสธด้วย”

งั้นเหรอ?

แบบนี้นี่เอง...

เข้าใจแล้วล่ะ

ความสัมพันธ์ของเราก็แค่ทางร่างกายเท่านั้นสินะ

ฉันแหงนหน้าขึ้นมอง ก็พบว่าควันมองฉันด้วยสายตาแผดเผาราวกับอยากจะกลืนกินกันซะเดี๋ยวนี้

ถ้าไม่ติดว่าเราสองคนอยู่ในลิฟต์ของมหาลัย เขาคงจะจูบฉันอย่างเร่าร้อนแน่...

“ได้” ฉันรับคำอย่างง่ายๆ “ดีลค่ะ”

ฉันรู้ เขาบอกกันว่าที่ใดมี ควัน ที่นั่นย่อมมี ไฟ

แต่ฉันไม่กลัว...

เพราะถ้าเขาเป็น ไฟโลกันต์ ฉันก็จะเป็นมหาสมุทรกว้างใหญ่ เพื่อเอาชนะดับไฟร้อนอย่างเขาได้

หรือหากเขาจะเป็น ควันพิษที่เป็นอันตรายต่อระบบการหายใจ ฉันก็จะเป็นพายุลูกใหญ่พัดฝุ่นควันอย่างเขาให้จางหายไป

ไม่ว่าจะยังไง ฉันจะเดินฝ่าควันและกองไฟ ไปจนถึงวินาทีสุดท้าย

เพราะ ไอซ์’ คนนี้จะเป็นทุกอย่าง...

ทุกอย่างที่มันตรงข้ามเพื่อเอาชนะคนอย่างนาย…ควัน คณาวัฒน์

  




 

 









...To Be Continued

 


 

Z o n e Talks

 

มันคือสงคราม 

555555





......



ตั้งแต่ EPISODE 01 เป็นต้นมา

เป็นตอนปัจจุบันค่ะ

ส่วนใน Prologue

เป็นเกริ่นนำอะ

ช่วงนี้อาจจะงงๆ อยู่ (เพราะไรต์ตั้งใจ ฮาาา)

เดี๋ยวจะมีเฉลยในฉากต่อๆ ไปนะคะ

รอติดตามกันได้เลย

รับรองแซ่บบบบบ โฮ่ะะะะ



......

 

1 เม้นต์ 1 กำลังใจ

 

 

 

.......


 ทวิตติดแท็ก #สโมคออนไอซ์

กดติดตามนิยายเรื่องนี้ Add Fav

About 'ควันไฟ' Set คลิกที่รูป


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 999 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

870 ความคิดเห็น

  1. #490 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 21:24
    ยังไงคะยังไง
    #490
    0
  2. #448 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กันยายน 2563 / 18:19

    ต้องลุ้นตอนต่อไป

    #448
    0
  3. #435 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 กันยายน 2563 / 08:43

    สงครามเริ่มขึ้นแล้ว

    #435
    0
  4. #424 Panther Navy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 22:03
    เจิมมมมม
    #424
    0
  5. #397 pannaray2122 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 17:41
    ต้องมีปมมาก่อนแหละ ยาวไปๆ
    #397
    0
  6. #396 Kissing_kiss (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 17:12
    รู้สึกเหมือนแค้นกันโดยเฉพาะไอซ์ เหมือนเคยๆกันมาก่อนแต่ในบทนี้บอกว่าเพิ่งเคยนอนด้วยกันครั้งแรกแต่ทำไมดูเกลียด แล้วนางเอกก็ไปนอนกับพระเอกง่ายมาก งง จริงๆค่ะคือจริงๆชอบเรื่องนี้ตั้งแต่อ่านบทนำ แต่พอมาอ่านเรื่อยๆมัน งง จริงๆ อ่านต่อไปคงเข้าใจเนอะ?
    #396
    1
    • #396-1 จีนี่_เจลรี่_ดีดี้(จากตอนที่ 3)
      17 กันยายน 2563 / 18:54
      จริงๆ ในตอนนี้มันมีจุดเล็กๆ ที่เฉลยอยู่ในคำพูดทั้งของพระเอกนางเอกว่าอะไรมันยังไงอะ
      #396-1
  7. #395 URAIWAN118 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 14:30
    งงจริงๆคะ เปิดเรื่องมาเหมือนเคยรู้จักกันมาก่อน แต่พออ่านบทนี้เหมือนพึ่งเคยเจอกัน
    #395
    1
  8. #394 2517puy1602 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 14:25
    ใครรัก ก่อนคนนั้นแพ้
    #394
    0
  9. #393 Baifai Cotton (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 14:23
    โอยยยยยย อยากได้เล่มแล้วเด้อ
    #393
    0
  10. #392 Bambxmsocute (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 13:59
    เเซ่บมาก มะไหวเเน้ว
    #392
    0
  11. #391 Lonely-me (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 13:39
    เดือดมากแม่
    #391
    0
  12. #390 heykeo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 13:22

    สงครากำลังจะเริ่มสินะ

    #390
    0
  13. #389 oilly14556 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 12:04
    ขนลุกแล้วค่ะ
    #389
    0
  14. #388 WARIFEW (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 11:28
    เดือดมาก
    #388
    0
  15. #387 firstzy93 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 10:58
    โอ้ววววว จะยังไงต่อนะ
    #387
    0
  16. #386 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 10:49

    เอาสิ ไม่อยากให้สถานะไม่ใช่เหรอไอซ์ หึหึ

    #386
    0
  17. #385 Rabit99 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 10:46
    มันคือสงครามจริมๆๆ
    #385
    0
  18. #384 NNattChaA (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 10:44

    กรุ่นๆเลยจ้า ไฟลุกสุดๆ

    #384
    0
  19. #383 Barbara13 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 08:04
    วุ้ยยยยยยย
    #383
    0
  20. #382 Panther Navy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กันยายน 2563 / 23:46
    เเรงงง
    #382
    0
  21. #381 Kanijang_1630 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กันยายน 2563 / 22:13
    เดือดจริง
    #381
    0
  22. #380 pannaray2122 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กันยายน 2563 / 21:26
    ไร้สถานะ ผู้ชายคนนี้น่ากลัววว
    #380
    0
  23. #379 Honery (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กันยายน 2563 / 21:06
    กลัวน้องอ่อนไหวก่อน โถลูก อย่าหลงกลเขานะ
    #379
    0
  24. #378 LIWENHAN-WENYI (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กันยายน 2563 / 20:52
    เติมสิบไม่หักเลยอิพี่ก็คือจะเอาาาน้ิงให้ได้เลยว่างั้นสถานะไม่ระบุอีกเกมนี้คัยจะหมาก่อนกันนะะะ
    #378
    0
  25. #377 WARIFEW (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กันยายน 2563 / 20:06
    แซ่บบบบบบ
    #377
    0