✦Smoke on Ice✦ [E-Book]

ตอนที่ 2 : {1} Smoke on Ice : Sector; first attack ‘Dark’ EP-2 [Full%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,791
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,070 ครั้ง
    26 ก.ย. 63

ทวิตติดแท็ก #สโมคออนไอซ์




คำเตือน 

การสูบบุหรี่และการดื่มสุราเป็นอันตรายต่อสุขภาพ





Sector; first attack ‘Dark’

EPISODE 02

I don't wannabe alone in the darkness anymore 

ฉันไม่อยากจะอยู่คนเดียวในความมืดอีกต่อไป


.........



21 : 25 PM

@SaiChill

 

แด่การเลิกครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ของไอ้ไอซ์!

ไอ้เธอตะโกนพลางยื่นขวดแก้วซึ่งบรรจุน้ำสีชมพูมากลางวง

ใช่แล้ว...ได้ยินไม่ผิดหรอก ชื่อของมันคือ ‘เธอ

ฉันจำได้แม่นเลยว่าตอนปีหนึ่งมันแนะนำตัวว่า ‘เราชื่อเธอนะ’ และย้ำอีกครั้งว่า ‘ชื่อเล่นของเราคือเธอนะ

ก็เข้าใจแหละ มันคงกลัวว่าทุกคนจะเข้าใจผิดเรื่องชื่อของมัน

หลังจากที่พวกมันส่งข้อความเข้ากลุ่มไลน์มาถามไถ่เรื่องการเลิกราของฉัน ทุกคนก็ลงความเห็นว่าควรมารวมตัวกันในร้านเหล้าเพื่อปลอบใจ (?) แต่ฉันรู้เหตุผลดีว่าไอ้คำพูดว่าปลอบใจน่ะมันเป็นเพียงข้ออ้าง พวกมันก็แค่อยากออกมาดื่มก็เท่านั้นแหละ

เวลานี้พวกเราทั้งสี่คนอยู่ในร้าน ‘SaiChill’ ซึ่งเป็นร้านนั่งดื่มสบายๆ มีดนตรีสดเล่นให้ฟังตามสไตล์ชื่อร้านสายชิลล์นั่นแหละ

จะว่าไป มันจะชิลล์เกินไปหรือเปล่านะ

เพราะไอ้เธอถือ Full Moon Rose น้ำสีชมพู

ไอ้ซีย์ถือ Full Moon Red น้ำสีม่วง

ไอ้ฟาร์ถือ Full Moon White น้ำสีขาว

สุดท้ายก็คือฉันที่ถือ Full Moon Dark น้ำสีดำ

แล้วนี่ฉันจะมาอธิบายเหมือนรีวิวทำไม

เอ้าชนสิ!

พวกเราที่ถือ Full Moon คนละขวดต่างก็ต้องยื่นปากขวดไปชนกันจนส่งเสียงดังกริ๊ง...

ว่าแต่ใครเป็นคนต้นคิดให้พวกเราดื่ม Wine Cooler กันคนละสีแบบนี้ล่ะไอ้เธอส่งเสียงงุงงิ้ง ออกมาเมาทั้งทีสั่งเหล้าไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ

สวยๆ อย่างพวกเราไม่จำเป็นต้องเมาเหมือนหมาไอ้ฟาร์ผู้ออกตัวว่าเป็นคนสั่งนั่งไขว่ห้างขณะพูด แล้วถ้าคิดจะอ่อยผู้น่ะ ก็เมาดิบได้ เข้าใจมั้ย?”

ได้ยินแบบนั้นไอ้เธอถึงกับนิ่วหน้าแล้วหันไปขอความเห็นจากเพื่อนอีกคน

แกเห็นด้วยกับไอ้ฟาร์เหรอ?”                                                   

อืม

ไอ้ซีย์มันเป็นคนพูดน้อยมาตั้งแต่ปีหนึ่ง ต่างจากไอ้ฟาร์ซึ่งปากจัด แต่แม้จะเอาแต่ยิ้ม ไอ้ซีย์มักลงมือทำทันที เข้าทำนองพูดน้อยต่อยหนัก

ครั้งหนึ่งที่มีรุ่นพี่มาหาเรื่อง ฉันเห็นมันตบหน้ารุ่นพี่คนนั้นทั้งที่หน้าของมันยังยิ้มอยู่

ส่วนไอ้ฟาร์ อย่างที่บอกมันเป็นคนปากจัด เป็นคนโผงผางเข้มแข็ง ชอบดูแลคนอื่นคล้ายเป็นพี่สาวคนโต ส่วนไอ้เธอจะเป็นน้องน้อยของกลุ่มและเป็นผู้ฟังที่ดี ส่วนฉันอยู่ตรงกลางระหว่างเพื่อนทั้งสาม...เป็นยิ่งกว่าผู้ฟังที่ดี ก็คือเงียบที่สุดและไม่ค่อยออกความเห็นอะไร

หัวข้อสนทนาในวงเหล้าของพวกเรามักไม่พ้นเรื่อง ‘อ่อยผู้’ แต่เอาเข้าจริงฉันก็ไม่เคยเห็นพวกมันทำแบบนั้นเลยสักครั้ง อย่างเมื่อวันก่อนพอมีผู้เดินเข้ามาขอชนแก้วหรือขอเลี้ยงเหล้าพวกมัน ฉันก็ไม่เห็นเพื่อนคนไหนจะสนใจ เอาแต่นั่งคุยกัน หัวเราะใส่กัน และทำเหมือนผู้ชายคนนั้นไม่มีตัวตน

ไอซ์ไอ้เธอพูดพลางเหล่ตามองมายังขวดที่บรรจุน้ำสีดำที่อยู่ในมือของฉัน แกน่ะสายแข็งตลอดเลยนะ

ยังไงฉันถามกลับเสียงเรียบ

ก็ไอ้ขวดที่อยู่ในมือแกน่ะ มีแอลกอฮอล์ตั้ง 7.5%” ไอ้เธอพูดพร้อมกับชูขวดสีชมพูหวานแหววในมือของตัวเองขึ้นมา ของพวกเรามีแอลกอฮอล์แค่ 5เอง

เพราะฉันมันสาย ‘Dark’ ไง

ฉันพูดพร้อมกับยกนิ้วชี้ไปบนฉลากที่มีคำว่า ‘Dark’ ติดอยู่ตรงขวด

อ้อแกมันสายดำ

ไม่หรอกไอ้ฟาร์ส่ายหน้า อย่างไอ้ไอซ์น่ะมันต้องเรียกสายมืด

เออจริงไอ้เธอปรบมือเสียงดัง ไอ้ไอซ์มันสายดาร์ก ดำ มืดนั่นเอง ฮ่าๆ

แล้วพวกมันก็หัวเราะชอบอกชอบใจ ส่วนฉันก็แย้มยิ้มให้กับคำพูดไร้สาระ

แม้พวกเราสี่คนจะต่างบุคลิกกัน แต่ฉันคิดว่าต่างฝ่ายต่างก็มาช่วยกันเติมเต็มในส่วนที่ขาดไป

และเป็นเพราะคำพูดไร้สาระของพวกมันในเวลานี้ ทำให้ฉันหลงลืมเรื่องบางเรื่องไปได้บ้าง เช่นเรื่องใครบางคน ใครบางคนที่ไม่ควรจำจดมาตั้งแต่แรก...

หลังจากนั้นไม่นานฉันก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ แล้วระหว่างทางก็ได้ยินเสียงของผู้ชายกลุ่มหนึ่งยืนโต้เถียงกันตรงประตูตรงทางออก

กูบอกแล้วไงว่าให้รีบๆ แต่พวกมึงก็เอาแต่แวะตรงโน้นตรงนี้ เห็นไหมล่ะว่าร้านเต็มเกือบหมดทุกร้านแล้ว

จะบ่นอะไรหนักหนา มึงเองก็ชักช้าเหมือนกันนั่นแหละ

ก็เพราะมึงพากูแวะต่างหาก

มึงก็ยังจะโทษ...

หยุดเถียงกันได้แล้วน่ามีเสียงหนึ่งปรามขึ้น สรุปจะเข้าร้านนี้หรือเปล่า

ก็ต้องเข้าสิ ดูแล้วน่าจะเหลือแค่ร้านนี้แหละมั้งที่น่าจะมีโต๊ะว่าง

เออ งั้นก็อย่าพูดมาก รีบๆ เข้าไปกันเถอะ

จริงๆ ฉันไม่ได้ตั้งใจฟัง แต่พวกเขาพูดเสียงดังจึงได้ยินเอง...

ฉันเหลือบไปมองพวกเขาเล็กน้อย จากนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองกำลังจะไปไหน สองเท้าจึงขยับเดินเลี้ยวไปทางด้านซ้ายมือในทันที

เมื่อออกมาจากห้องน้ำแล้วเดินกลับเข้าไปในร้านและพอฉันกลับมาถึงก็เห็นผู้ชายกลุ่มที่ยืนเถียงกันตรงหน้าร้านนั่งอยู่ร่วมโต๊ะกับพวกเรา

นี่มันเกิดอะไรขึ้น

ฉันขมวดคิ้วจนแทบจะชนกัน

พวกเขาคือกลุ่มที่ฉันเจอหน้าร้านสตาร์บัคก่อนหน้านี้ไม่ใช่เหรอ?

งั้นแสดงว่า...

ไอ้ไอซ์กลับมาแล้ว!

ผู้ชายกลุ่มนั้นนั่งอยู่บนโซฟาและมองมาที่ฉันเป็นตาเดียว แต่หลังจากจ้องอยู่นาน เมื่อรู้สึกตัวก็รีบเบนสายตาไปอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าถ้าพวกเขามองต่อไปอีกนิดจะต้องมีภัยมาถึงตัวแน่

มีเพียงผู้ชายคนเดียวเท่านั้นที่ไม่ยอมละสายตาไปจากฉันที่ยังยืนนิ่งงันอยู่ที่เดิม

สายตาของเราสองคนประสานกันชั่วครู่ ฉันมองลึกลงไปในดวงตาสีดำสนิทที่ไม่อาจคาดเดาความคิดของเขาได้ เสียงจากรอบข้างยังคงโหวกเหวก แต่หัวใจของฉันกลับกระตุกวาบเพราะสายตาของเขา...

พี่เนียร์ นั่นที่นั่งของไอซ์

อ้าวเหรอ...โทษที

ชายคนที่ไอ้ฟาร์เรียกว่าเนียร์พูดขึ้นจากนั้นก็ขยับตัวเพื่อเว้นที่ให้ฉันนั่ง ไม่สิ...เพื่อคืนที่นั่งให้ฉันต่างหาก

แต่ฉันยังคงยืนนิ่งงัน มองไปยังที่ว่างซึ่งมันเป็นที่นั่งข้างกายของเขาคนนั้นอย่างลังเล

เอาไงดี ถ้าขืนยังยืนแบบนี้ต่อไป ได้กลายเป็นจุดสนใจแน่

ฉันต้องพยายามสูดลมหายใจเพื่อสงบสติอารมณ์ของตนเอง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

อะไอ้ไอซ์ ฉันชงเหล้าให้แกแล้วไอ้ฟาร์พูดพร้อมกับส่งแก้วเหล้าใบใหม่มาให้ พอดีพวกพี่ๆ เขาสั่งเหล้ามาเผื่อพวกเราด้วยน่ะ

ใจจริงฉันอยากจะถามออกไปเหลือเกินว่าทำไม และเพราะอะไร แต่คำถามมากมายกลับวนเวียนอยู่แต่ในหัว

เวลานี้ฉันทำได้เพียงแค่ยื่นมือออกไปรับแล้วก็ยกขึ้นแตะริมฝีปากกับขอบแก้ว จากนั้นก็ดื่มของเหลวในนั้นจนหมด เพราะฉันต้องการฤทธิ์เหล้าไปช่วยดับความคิดอันหลากหลายที่เกิดขึ้นในใจ

ไง

ทันใดนั้นเขาก็เอ่ยขึ้นอย่างกะทันหัน ฉันเกือบจะปล่อยแก้วเหล้าในมือแล้วหนีไปให้เร็วที่สุด

แต่...จะหนีไปตอนนี้ไม่สายไปหน่อยเหรอ ฉันเหลือบหางตาไปมองเล็กน้อย ก็เห็นเขามองสบตากลับมา แววตาคู่นั้นดูไร้อารมณ์ใดๆ มันคมปลาบราวกับสามารถมองทะลุ จนร่างกายของฉันเย็นวาบโดยไม่สามารถขยับตัวได้

บังเอิญเจอกันอีกแล้ว

ใบหน้าของฉันแทบจะเปลี่ยนไปทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้น...

นัยน์ตาแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบขึ้นโดยที่ไม่มีใครสังเกต บางสิ่งบางอย่างกำลังพลุ่งพล่านขึ้นในดวงตา

ไอ้การ ‘บังเอิญเจอกันอีกครั้ง’ มันก็ฟังดูดีอยู่หรอก แต่ในความเป็นจริงแล้วมันช่างเป็นสิ่งที่ขมขื่น...

ฉันทำเป็นไม่ได้ยินกลับเบือนหน้าหนีมองไปทางอื่น แต่แล้วก็ไปสบตาเข้ากับผู้ชายอีกคนหนึ่งซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เขาคนนั้นเลิกคิ้วเล็กน้อย ริมฝีปากกระตุกขึ้นเหมือนสังเกตเห็นปฏิกิริยาของฉันที่มีต่อคนที่นั่งอยู่ข้างๆ 

เฮ้ยฟาร์ ไม่คิดจะแนะเพื่อนหน่อยเหรอ?” 

ฉันละสายตาไปจากผู้ชายคนนั้นก่อนจะหันไปมองตามเสียง

ผู้ชายที่ไอ้ฟาร์เรียกว่าเนียร์พูดพลางหรี่ตามองมาทางฉันอย่างเจ้าเล่ห์

ก็แนะนำไปแล้วไงไอ้ฟาร์ตอบ

ก็มีคนเพิ่งมาใหม่ไง ยังไม่รู้จักเลยเขาพูดประโยคนี้จบแล้วก็หันมาทางฉันชื่อไอซ์ใช่ไหมครับ! เมื่อกี้ได้ยินไม่ชัด ขอไอซ์อีกครั้งได้ไหมครับ!

ค่ะฉันพยักหน้า ชื่อไอซ์ค่ะ

ผมชื่อเนียร์นะ เป็นพี่ชายของฟาร์เขายกมือขึ้นทาบอกก้มหัวให้เล็กน้อย

อ๋อ ผู้ชายคนนี้เป็นพี่ชายบุญธรรมของไอ้ฟาร์ ที่ฉันเคยได้ยินเรื่องของเขามาก่อนหน้า แต่ก็ไม่เคยได้เห็นหน้าชัดๆ  หรือได้รู้จักกันอย่างจริงจังเลยสักครั้ง

หน้าตาเป็นแบบนี้นี่เอง

หลังจากนั้นพี่เนียร์ก็ผายมือไปทางเพื่อนอีกคนซึ่งเป็นคนที่ฉันสบตาเมื่อครู่นี้ 

ส่วนไอ้หมอนี่ชื่ออสูร เอ๊ย! ชื่อไอศูรย์ เรียกไอ้ไอก็ได้

เขาคนนั้นที่ถูกแนะนำตัวทำเพียงแค่พยักหน้าให้เท่านั้น

ค่ะ” 

ส่วนไอ้หมอนี่...พี่เนียร์พูดต่อจากนั้นก็ผายมือไปทางคนที่ทำผมทรงสไตล์ไอดอลญี่ปุ่นสีน้ำตาลอ่อน มันชื่อว่า...

ไม่ต้องเสือกเลยไอ้เนียร์ กูมีปากพูดเองได้เพื่อนคนที่กำลังจะถูกแนะนำตัวเอ่ยแทรกขึ้นมา ผมชื่อรีอัล แต่เรียกรีลเฉยๆ ก็ได้ ดูสนิทสนมแนบชิดติดกันดี

อืม...

ค่ะฉันพยักหน้าพอเป็นพิธี

โห...เย็นชาจัง

เย็นชาไรวะ

ก็นึกว่าจะตอบแบบ สวัสดีค่ะพี่รีล เรามาสนิทกันนะคะ อะไรแบบนี้ไง

มากไป

ไม่ใช่เสียงของฉัน และก็ไม่ใช่เสียงของบรรดาหนุ่มๆ 

และพอฉันหันไปมองก็พบว่าเป็นไอ้ซีย์ที่นั่งกอดอกทำหน้าไม่สบอารมณ์อยู่ข้างๆ ไอ้เธอ

อืม...ดูท่าทางไอ้ซีย์จะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ ก็นะ... มันเป็นคนค่อนข้างขี้รำคาญ พอมีหนุ่มๆ มานั่งร่วมโต๊ะมันก็เลยนั่งทำหน้าบอกบุญไม่รับแบบนี้นี่แหละ

และเพราะคำพูดกับท่าทางไม่พอใจของไอ้ซีย์จึงทำให้คนชื่อรีลหันไปมอง จากนั้นทั้งสองคนก็จ้องกันอย่างดุดัน เหมือนไม่มีใครยอมใคร และกลายเป็นสงครามย่อมๆ

เอ่อใจเย็นกันก่อนนะ อย่าเพิ่งทะเลาะกันพี่เนียร์กะพริบตาพร้อมกับพูดไกล่เกลี่ย 

นั่นสิ เพิ่งรู้จักกัน แต่จะกลายเป็นศัตรูกันซะแล้ว

เอาล่ะๆ ขอแนะนำคนสุดท้ายก่อน...

ยังไม่จบอีกเหรอ?

นี่พวกเรามากินเหล้า หรือมานั่งสำรวจประชากรโลกกันแน่

คนที่นั่งข้างไอซ์มันมีชื่อว่า...

พี่เนียร์ยังไม่ทันพูดจบประโยคคนที่นั่งข้างกายฉันกลับโน้มใบหน้าลงมาใกล้แล้วกระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า...

ควัน คำพูดนี้ดังมาพร้อมกับลมหายใจร้อนผ่าวที่ปัดผ่าน “ยินดีที่ได้รู้จัก”

และเพราะการกระทำอันเหนือความคาดหมายนั้น ทำให้คนอื่นที่มองดูอยู่ต่างตื่นตกใจ จ้องตาถลน อ้าปากค้าง

“ทำไมทำท่าทางเหมือนรู้จักกันมาก่อน” เพื่อนของเขาคนหนึ่งถามขึ้นมา “นี่มึงรู้จักไอซ์มาก่อนเหรอวะ”

ริมฝีปากบางดูเย็นชาของเขาพลันกระตุกขึ้นเล็กน้อย แล้วตามมาด้วยคำพูดที่ว่า “เหมือนจะ...”

หมือนจะงั้นเหรอ?

เขาแค่เหมือนจะรู้จักฉันมาก่อนอย่างนั้นเหรอ?

ริมฝีปากของฉันพลันเกร็งกระตุกขึ้น ความรู้สึกที่ยากจะเข้าใจพลันทะลักออกมา ม้วนหอบความรู้สึกนึกคิดทั้งหมดของฉันไป ฉันสะท้านเฮือก หน้าอกเจ็บแปลบราวกับถูกคนเอามีดควักหัวใจทั้งดวงออกมา...

หนังศีรษะของฉันชาหนึบไปหมด ต้องใช้แรงไปมากกว่าจะข่มกลั้นอาการอยากเดินหนีไปเดี๋ยวนั้นแล้วนั่งอยู่ที่เดิม...

ทำไมเป็นฉันฝ่ายเดียวที่ต้องมารู้สึกอึดอัดแบบนี้ ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้รู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย...

โง่จริง...

ฉันไม่ควรทำตัวแบบนี้ ไม่ควรรู้สึกอึดอัดแบบนี้

ไม่ควร...ไม่ควรเลย

“เหมือนจะ?” คนที่ชื่อรีลเลิกคิ้วมองอย่างสงสัย “ไอ้เหมือนจะนี่มันเป็นคำตอบรูปแบบไหนวะ คือถ้าบอกรู้จักก็ตอบมาแค่รู้จัก หรือถ้าไม่รู้จักก็ตอบว่าไม่รู้สิ ไอ้เหมือนจะนี่มันคือยังไง”

คราวนี้เขาไม่ตอบคำถาม ทำเพียงแค่อมยิ้มนิดๆ แล้วคว้าแก้วเหล้าที่อยู่ตรงหน้า จากนั้นเอนหลังพิงพนักโซฟา เหลือทิ้งไว้แค่เครื่องหมายคำถามเต็มใบหน้าของคนอื่น

หึ...

ฉันเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ก็พบกับสายตาคู่หนึ่งกำลังมองมา

ซีย์หรือ ซีเปีย’ กำลังนั่งกอดอกจ้องมองฉันอย่างเงียบๆ

ฉันรู้ ฉันดูออกว่าไอ้ซีย์กำลังพยายามเก็บความสงสัยและคำถามต่างๆ มากมายเอาไว้

เพราะคนที่เอาแต่เงียบ มักจะชอบสังเกตพฤติกรรมของคนรอบข้างยังไงล่ะ

และที่รู้ ก็เพราะฉันก็เป็นอย่างนั้นด้วยเช่นกัน...

“อะไรของมึง” พี่รีลยกมือขึ้นเกาต้นคอของตัวเอง “เรื่องแค่นี้ทำไมต้องทำให้มันเป็นเป็นปริศนาด้วย”

“มึงก็ถามอะไรโง่ๆ นะไอ้รีล” พี่เนียร์แสยะยิ้มเหยียด “ที่ไอ้ควันทำเป็นพูดให้มันเป็นปริศนาก็เพราะมันกำลังทำให้มันเป็นปริศนาเพื่อเรียกร้องความสนใจไง”

“เรียกร้องความสนใจ?” พี่รีลเลิกคิ้วมอง “จากใครวะ”

คราวนี้พีเนียร์ไม่ตอบทำเพียงแค่ขยิบตาแล้วเชิดปลายคางมาทางฉันเล็กน้อย

“อ้อกูจำได้แล้ว!” พี่รีลถึงกับปรบมือ “ไอซ์คือผู้หญิงที่ไอ้ควันมองตั้งแต่ตอนที่พวกเราอยู่หน้าร้านสตาร์บัคนี่เอง”

“เออ!” พี่เนียร์ตะคอก “เข้าใจได้สักที”

เพราะคำพูดนี้ ทำเอาสายตาเพื่อนๆ ของฉันหันมามองแทบจะทันที

และเหมือนจะมีคำถามเขียนอยู่บนหน้าของพวกมัน ไอ้คำถามทำนองที่ว่า แกเจอพวกเขามาก่อนงั้นเหรอ?

แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ตรงนี้แสดงว่าพี่เนียร์ ไม่สิ...แสดงว่าพวกเขามองเห็นฉันตั้งแต่ตอนนั้น

หึ...แล้วก็ทำมาเป็นพูดให้ไอ้ฟาร์แนะนำ

อ๋อ...เข้าใจแล้ว เห็นหน้ามาก็จริง แต่ยังไม่รู้จักชื่อ ก็เลยถาม...

“พวกมึง”

คนที่ชื่อ อสูร ไม่สิ ไอศูรย์ เอ่ยขึ้นมา

“อะไรวะ”

“ดูหน้าไอ้ควันสิ” เขาเชิดปลายคางมาทางชายหนุ่มข้างกายของฉันเล็กน้อย “บนหน้าของมันตอนนี้แทบจะเขียนไว้ว่า คนนี้กูจอง...หึ”

มันเป็นแบบนั้นจริงๆ น่ะเหรอ?

ด้วยความคิดนี้ฉันจึงเหลียวหน้าไปมองตามคำพูดของเพื่อนเขา

แต่สาบานตอนแรกฉันคิดว่าควันจะมองไปทางอื่น นึกไม่ถึงว่าเขากลับสบตาฉันตรงๆ ซ้ำยังโน้มตัวลงมาเล็กน้อยเหมือนจะตอบรับคำพูดนั้น...

ใบหน้าของเขาอยู่ใกล้เหลือเกิน ใกล้จนฉันเห็นใบหน้าเรียบเฉยของตนเองสะท้อนอยู่ในนัยน์ตาดำลึกคู่นั้น...

นัยน์ตาลึกล้ำทออารมณ์ความรู้สึกรุนแรงที่ไม่รู้ว่าคืออะไร

มันไม่ใช่สายตาที่บอกว่า คนนี้กูจองแต่เป็นสายตาที่อยากจะกลืนกินฉันทั้งตัวต่างหาก

ฉันอยากหันหน้าหนี แต่ไม่สามารถหลบสายตาไปได้ด้วยเช่นกัน

ดวงตาคู่ที่กระชากวิญญาณคน ดวงตาของสัตว์ป่าไล่ล่าเหยื่อ

และเพราะสายตาที่เขามองมาจึงทำให้ฉันอึดอัดไปทั้งตัว

ฉันพยายามไม่แสดงอาการให้เห็นว่าเขามีอิทธิพลต่อตัวเอง ฉันรักษาสีหน้าเย็นชาและจงใจหันไปทางอื่น แต่แม้จะทำอย่างนั้นทว่ากลับรู้สึกได้ว่าสายตาร้อนแรงของเขาตรึงอยู่บนร่างของฉันตลอด นัยน์ตาดำคู่นั้นช่างแสดงตัวตนชัดเจนจนทำให้ฉันรู้สึกเหมือนนิ้วเรียวของเขากำลังไล้วนอยู่บนใบหน้าและส่วนเว้าโค้งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดกระโปรงตัวสั้น...

...มันเป็นสายตาที่ผู้ชายใช้มองผู้หญิง

ฉันชินกับการเป็นที่จับตามองของพวกผู้ชายอยู่แล้ว แต่ไม่เคยเจอผู้ชายคนไหนที่มองอย่างจาบจ้วงราวกับต้องการใช้สายตาเปลื้องผ้าของฉันแบบนี้มาก่อน

ฉันเลียริมฝีปากที่แห้งผาก สูดลมหายใจเข้าปอดลึก

จนเมื่อสงบสติอารมณ์ได้บางส่วน จึงเชิดคางพลางเหลือบมองเขาด้วยสีหน้าเย็นชา

“มีอะไรติดหน้าฉันเหรอคะ?”

ใบหน้าของเขาไม่แสดงอารมณ์ใดๆ เช่นเดิม แค่เอียงคอ หรี่ตานิดๆ จ้องฉัน

“มีสิ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ “แต่เป็นความสวยน่ะ...หึ”

หลังจากได้ยินคำพูดนั้น ความคิดอันหลากหลายที่เคยเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาพลันหายไปทันที ฉันกระตุกมุมปากขึ้นเล็กน้อยแล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า 

“ขอบคุณนะ แต่น็อทเซอร์ไพรส์ค่ะ”

เขาเลิกคิ้วเหมือนแปลกใจกับคำตอบเหนือความคาดหมายนั้น แต่ฉันไม่สนกลับไหวไหล่เล็กน้อยแล้วคว้าแก้วเหล้าขึ้นมาดื่มพรวดเดียวหมด

เมื่อของเหลวไหลผ่านลำคอ ฉันก็รู้สึกเหมือนมีลูกไฟแผดเผาอยู่ในท้อง...

ปกติฉันชอบเมาดิบ แต่วันนี้กลับอยากจะเมาจนหัวราน้ำ เมาจนไม่ให้สมองต้องมารับรู้อะไรอีก

“จะว่าไป...” พี่รีลโพล่งพูดมากลางวง แล้วหันไปมองตรงนั้นทีตรงนี้ที “รวมกลุ่มกันแบบนี้เหมือนจะครบคู่พอดีเลยเนอะ”

ก็จริง กลุ่มของฉันมีสี่คน กลุ่มพวกเขาก็มีอยู่สี่คน มันครบคู่พอดี...

แต่พวกเราไม่ได้นั่งกันเป็นคู่หรอกนะ และดูเหมือนพี่เนียร์จะไม่อนุญาตให้ใครคู่กับไอ้ฟาร์น้องสาวต่างพ่อต่างแม่ของเขาด้วย

“พูดแบบนี้เหมือนมึงจะเล็งสาวๆ คนไหนเลยนะ” พี่เนียร์นิ่วหน้า “ห้ามพูดนะว่าเล็งน้องกูน่ะ”

ทำไมหนุ่มๆ แก๊งนี้ชอบพูดแบบไม่เกรงใจใครเลย

ต่อให้เล็งใครเอาไว้ พวกเขาก็ไปแอบคุยกันลับหลังก็ได้ ไม่เห็นจำเป็นต้องโพล่งพูดมากลางวงอย่างนี้ซะหน่อย

“เปล่าน่า...” พี่รีลส่ายหน้า “กูแค่พูดออกมาเฉยๆ ว่าพวกเราครบคู่กันพอดี”

“หึ” จู่ๆ ไอ้ซีย์ก็ลุกพรวดขึ้น จากนั้นก็วางแบงก์พันไว้บนโต๊ะ “นี่ค่าเหล้า”

“ค่าเหล้าอะไร แกจะรีบจ่ายทำไม”

“เพราะฉันจะกลับ”

“อ้าว!” ไอ้เธอแหงนหน้าขึ้นมองอย่างงุนงง “แกจะรีบกลับไปไหนวะ!

“เบื่อ” ไอ้ซีย์ตอบอย่างเย็นชา “และไม่อยากอยู่เพื่อให้ครบคู่ด้วย”

นี่ไงล่ะคนที่ไม่อยากให้มันครบคู่

แล้วพอพูดจบไอ้ซีย์ก็เดินออกจากโต๊ะไปทันทีโดยไม่มีใครได้ทันพูดอะไร

นั่นสิ...ทำแบบไอ้ซีย์ก็ไม่เห็นจะน่าเกลียดตรงไหน เพราะงั้น...

และพอฉันขยับตัว เพื่อจะเลียนแบบไอ้ซีย์ ทว่าเหมือนไอ้ฟาร์จะรู้ตัวก่อน มันจึงยื่นมือมากดหน้าขาของฉันเอาไว้

“อย่าได้คิดทำแบบไอ้ซีย์เด็ดขาด” มันก้มหน้าพลางกัดฟันพูด “ถ้าแกหนีไปอีกคน ฉันฆ่าแกแน่”

“รู้แล้ว” ฉันบอก “แกปล่อยก่อน ฉันจะไปเข้าห้องน้ำ”

“งั้นเอาตัวประกันมา”

“อะไรล่ะ”

“กระเป๋าและโทรศัพท์ไง” ไม่พูดเปล่าไอ้ฟาร์กระชากกระเป๋าและโทรศัพท์ไปจากฉันทันที “แกเอาไปแค่นี้พอ”

แค่นี้ของมันก็คือซองกระดาษทิชชูเปียกนั่นแหละ

เฮ้อ...

ฉันแอบถอนหายใจก่อนจะลุกขึ้นและเดินออกไปจากโต๊ะ

แต่ทั้งๆ ที่ฉันเดินจากตรงนั้นมาแล้ว ทว่ากลับรู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องมองตามมา

ฉันเหลียวหน้าไปมองเล็กน้อย ก็พบกับแววตาอันตรายที่แสดงความมุ่งมั่นตั้งใจเต็มเปี่ยม

ราวกับว่า...นายพรานได้กำหนดเหยื่ออันเป็นเป้าหมายของเขาแล้ว!


เมื่อเข้ามาในห้องน้ำ และพบว่าต้องเข้าคิวต่อแถวซึ่งยาวไปถึงด้านนอก ฉันจึงเลือกที่จะมายืนอยู่ตรงอ่างล้างหน้า มองใบหน้าของตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจก

สีหน้าที่ดูเหมือนเย็นชา แต่ก็เป็นสีหน้าที่กำลังปกปิดความเจ็บใจ ความน่าสมเพชที่อยู่ในนั้นไว้ทั้งหมด

เห็นสีหน้าของตัวเองในเวลานี้แล้วฉันก็รู้สึกหงุดหงิดอยู่หน่อยๆ

ทำไมถึงดูไม่ได้แบบนี้นะ

ฉันควรจะปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ต่อไปเหรอ?

น่าโมโห...

กรธตัวเองที่มีคนคนนั้นอยู่เต็มสมอง

ทำไมนะ... ทั้งๆ ที่พยายามลืม แต่หัวใจกลับจดจำ

บ้าจริง...

นี่ฉันกำลังคิดอะไรอยู่...

ฉันสะบัดใบหน้า ปัดความรู้สึกเหล่านั้นทิ้ง แล้วเดินออกมาจากห้องน้ำทันที

แต่เมื่อออกมาจากห้องน้ำ ฉันก็เริ่มสังเกตเห็นว่าสาวๆ ที่ยืนต่อแถวเข้าห้องน้ำกำลังหันไปมองยังจุดหนึ่ง...

และเป็นดั่งใจคิด...

ควันยืนสูบบุหรี่อยู่คนเดียวบริเวณหน้าห้องน้ำชายซึ่งอยู่อีกฝั่ง แสงไฟทำให้ผมของเขามีประกายสีบลอนด์ผสมอยู่ แม้บุคลิกภายนอกจะดูเย็นชาจนคนไม่อยากเข้าใกล้ ซ้ำนัยน์ตาดำยังแฝงแววยโสอยู่ตลอดเวลา 

แต่ทั้งๆ ที่ดูเป็นคนเข้าถึงยากแบบนั้น ทว่ากลับทำให้บรรดาสาวๆ ที่ยืนต่อแถวเข้าห้องน้ำต่างก็หันไปมอง

และใช่...เขาเป็นผู้ชายที่ไม่ว่าใครเห็นเป็นต้องมองซ้ำ...

บุหรี่ที่ถูกคีบอยู่ระหว่างสองนิ้วส่งควันสีขาวเป็นสาย เขาเขี่ยบุหรี่และหันหน้ามา

ดวงตาลุ่มลึกแน่วนิ่งมองตรงมาที่ฉัน ริมฝีปากบางกรีดลึกขึ้นเป็นเส้นตรง จากนั้นวางก้นบุหรี่ลงในที่เขี่ยและก้าวเท้าเข้ามาอย่างช้าๆ

ฉันตกใจตัวแข็งทื่อ ปากเผยอออกเล็กน้อย แต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา ดวงตาทั้งสองข้างได้แต่มองร่างสูงที่เดินตรงเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า เสียงคึกคักวุ่นวายถูกกักไว้ข้างหลังเขา ดวงตาดำขลับที่มีประกายลึกล้ำจ้องเขม็ง

และนั่นก็ทำให้บรรดาสาวๆ ทั้งหลายที่ยืนต่อแถวอยู่ต่างพากันจ้องตาวาว เกาะติดความเคลื่อนไหวของพวกเราสองคนอย่างใกล้ชิด

แม้เวลานี้ฉันจะสับสนและทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ แต่กลับรู้สึกว่าทุกสัมผัสกำลังตื่นตัว เพราะแทบจะสามารถรับรู้ถึงสายตาของเขาที่กวาดมองใบหน้าของฉันอย่างละเอียด

รอตั้งนานเสียงทุ้มต่ำประชิดใกล้จนฉันแทบจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวของเขาที่เป่ารดต้นคอ คิดว่าหนีกลับไปแล้วซะอีก

หนี?” ฉันเลิกคิ้วมองเขาอย่างแปลกใจกับคำถามที่พุ่งตรงเข้ามา ทำไมต้องหนีคะ?”

ก็เหมือนเธอจะไม่ชอบฉัน

งั้นเหรอ?

รู้สึกตัวด้วยเหรอว่ามีคนไม่ชอบหน้า

ฉันยิ้มเหี้ยมใจในก่อนจะเอ่ยถามออกไปอีกคำ แล้วทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ

ก็แค่...ควันเลิกคิ้วดกหนาแล้วจ้องหน้าฉันตรงๆ รู้สึกได้

หึ...มีความรู้สึกด้วยงั้นเหรอ?

คราวนี้ฉันไม่พูดอะไรอีก กลับห่อตัวลงเล็กน้อยเหมือนขอทาง แต่เพราะรีบเดินเกินไป ขาที่ไร้เรี่ยวอยู่แล้วก็สะดุดเข้ากับแอ่งน้ำ เท้าจึงเหยียบไปอย่างไม่มั่นคง เมื่อร่างซวนเซจวนจะล้มกลับพบว่าท่อนแขนข้างหนึ่งถูกคว้าเอาไว้อย่างแรง

ระวัง

ขอบคุณ

หลังจากยืนด้วยขาของตัวเองได้แล้ว ฉันก็มองเขาอย่างสงบ

ไม่เป็นไรเขาปล่อยมือ นัยน์ตาดำยังคงจ้องฉันเขม็งราวกับสัตว์ร้ายที่จับเหยื่อได้ในที่สุด

ทั้งๆ ที่ฉันสวมหน้ากากนิ่งเฉย แต่น่าขำตรงที่ดูเหมือนแขนที่ถูกจับเมื่อกี้จะรู้สึกร้อนผ่าวราวกับถูกไฟลามลวก

ฉันรีบสลัดความคิดเหล่านั้นทิ้งก่อนจะเดินหนีมา แต่ดันลืมไปอีกว่าเราสองคนนั่งร่วมโต๊ะ เพราะงั้นเขาย่อมเดินตามมาอยู่แล้ว...

พอมาถึงโต๊ะกลับพบว่าที่โต๊ะของพวกเราเหลือเพียงแค่ไอ้เธอกับไอ้ฟาร์ ส่วนพวกหนุ่มๆ กำลังเล่นพลูอยู่ไม่ไกลนัก และเป็นโชคดีเหลือเกินที่ควันทำเพียงแค่เดินมาหยิบแก้วเหล้าของตัวเอง แล้วเดินไปหากลุ่มเพื่อนของเขาที่อยู่ตรงโต๊ะพลู และนั่นก็ทำให้ฉันได้พักหายใจหายคอบ้าง...

ฉันทิ้งตัวลงนั่งพร้อมมือก็ยื่นไปหยิบแก้วเหล้ามาดื่มแค่สองสามอึกก็หมดแก้ว

เฮ้ยไอซ์ มาถึงแกก็ดื่มหมดแก้วเลยเหรอวะไอ้ฟาร์รีบร้องเตือนเดี๋ยวก็เมาหัวราน้ำหรอก

ก็อยากให้เป็นแบบนั้นน่ะสิ...

วันนี้ฉันจะไม่เซฟมายไลฟ์แล้ว

รู้น่าฉันชงเหล้าอีกแก้วแล้วยกดื่มไม่บันยะบันยังเหมือนกระหายน้ำมาก พริบตาเดียวก็เหลือเพียงแก้วเปล่าอีกครั้งก็แค่อยากเมา

เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าไอ้ฟาร์ถามด้วยน้ำเสียงห่วงใยหรือเป็นเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้

เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้?” ฉันย้อนถาม

อ้าว...” ไอ้ฟาร์ถึงกับเบิกตาโตตอบอย่างตกตะลึงก็วันนี้แกเพิ่งเลิกกับแฟนนี่

อ๋อ...จริงสิ วันนี้ฉันเพิ่งเลิกกับแฟน

นั่นสินะ... ใช่แล้วล่ะ

เฮ้อ...ฉันลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท

ไม่ใช่หรอก วันนี้ก็แค่อยากเมาเฉยๆฉันส่ายหน้าพลางชงเหล้าให้ตัวเองอีกแก้ว และเมื่อเห็นว่าเหล้าที่อยู่บนโต๊ะว่างเปล่าไม่เหลือเลยสักหยด ฉันจึงเปิดปากบอกไอ้ฟาร์อีกครั้งแกสั่งเหล้ามาเพิ่มอีกชุดหนึ่ง

นอกจากเหล้าที่พวกหนุ่มๆ สั่งมาให้พวกเราและฉันก็ดื่มไปจนหมดแล้ว ก็ยังมีเหล้าที่พวกเขาสั่งมาดื่มกันเอง แต่ว่าพวกเขายกมันติดมือไปที่โต๊ะพลูด้วย เพราะงั้นถ้าหากฉันอยากดื่มอีกก็ต้องสั่งมาเพิ่มเองใช่ไหมล่ะ

แกจะดื่มอีกเหรอ?”

อืมฉันผงกหัวยืนยัน

ก็ได้ๆ

ขณะที่ไอ้ฟาร์กำลังสั่งเหล้า ฉันก็แหงนหน้าขึ้นพลางกวาดตามองไปรอบๆ และแล้วก็พบกับสายตาคู่หนึ่งมองสบกลับมาจากมุมมืด

ควันที่ยืนกอดอกพิงกำแพง มือข้างหนึ่งถือแก้วเหล้า และเขาก็กำลังมองฉันด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ ริมฝีปากผุดรอยยิ้มร้ายกาจ

สายตาของฉันอ้อยอิ่งอยู่ที่เขาสองถึงสามวินาที จากนั้นก็เป็นฝ่ายเบนสายตาหลบ

ฉันไม่ได้คิดไปเอง... ฉันถูกดวงตาคู่นั้นมองมาอย่างยั่วยุอยู่ตลอด

บ้าจริง เขาจะมองไปถึงไหนกันนะ...

หลังจากนั้นไม่นานเหล้าและมิกซ์เซอร์ก็ถูกนำมาเสิร์ฟ แม้จะแปลกใจแต่ไอ้ฟาร์ซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ก็คอยชงเหล้าให้ฉันราวกับเป็นบริกรคนหนึ่ง...

เมื่อเหล้าแก้วแล้วแก้วเล่าไหลลงสู่กระเพาะ แอลกอฮอล์ในของเหลวเริ่มออกฤทธิ์จนทำให้ร่างกายร้อนผ่าว แก้มทั้งสองข้างของฉันเริ่มร้อนรุ่ม ดวงตาเริ่มพร่าลาย แขนขาก็เริ่มอ่อนเปลี้ย

นี่ฉันเริ่มเมาแล้วสินะ...

เอ่อ ไอซ์ แกดื่มมากไปแล้ว แบบนี้มันไม่ค่อยดีแล้วนะ

ไอ้เธอที่นั่งมองอยู่นานเริ่มออกปากเตือนเบาๆ คงเพราะตอนนี้เหล้าในขวดใหม่พร่องลงไปครึ่งหนึ่งแล้ว

ฉันดื่มหมดไปอีกแก้วหนึ่ง และกำลังจะเปิดปากพูด แต่อาการสั่นแบบไร้ที่มาก็จู่โจมจนฉันชะงัก พูดอะไรไม่ออกสักคำ... ฉันรู้ได้ในทันทีว่าเขากลับมาที่โต๊ะแล้ว...

อ้าว ทำไมเหล้าที่อยู่บนโต๊ะหมดไปแล้วล่ะพี่เนียร์เป็นคนถามสามสาวดื่มกันเองจนหมดเลยเหรอเนี่ย?”

ไม่ใช่หรอกไอ้ฟาร์ตอบเพราะมีคนอยากเมาน่ะ

และเหมือนพี่เนียร์อยากจะรู้ว่า คนอยากเมาน่ะเป็นใคร ไอ้ฟาร์จึงกระซิบกระซาบทำราวกับฉันไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้

ควันที่กลับมานั่งอยู่ข้างๆ มองไปยังขวดเหล้าที่ว่างเปล่าก่อนจะเบนสายตากลับมาที่ฉัน

นี่เธอดื่มเข้าไปคนเดียวเหรอ?”

ทั้งๆ ที่รู้คำตอบ เพราะเขาเองก็มองฉันอยู่ตลอด แต่ก็ยังถาม

อืมฉันครางรับ

ทำไมถึงอยากเมาล่ะ

คำถามหยั่งเชิงแบบนี้ อยากจะได้คำตอบแบบไหนล่ะ...หึ

ได้สิ...งั้นเรามาเล่นเกมกัน

ก็เพราะนายไง

สิ้นคำตอบของฉัน เขาส่งยิ้มแบบที่เกินจะคาดเดามาให้พร้อมกับหรี่ตาลง ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนเข้ามาใกล้อีก นิ้วชี้ของเขาลูบสันกรามตัวเองเล่น ดวงตาดำขลับลึกล้ำมีประกายประหลาดจ้องมองเขม็ง

คราวนี้ฉันไม่หลบสายตา มองเปลวไฟที่ลุกโชนในดวงตาคู่นั้นซึ่งร้อนแรงยิ่งกว่าตอนที่เราสบตากันครั้งแรกซะอีก...

เพราะฉันงั้นเหรอเขาถามพลางหยิบบุหรี่ออกมา ปลายคางเรียวหันชี้ออกไปด้านนอก งั้นเราออกไปอยู่กันตามลำพังเถอะ

 



...To Be Continued


 


 

Z o n e Talks

 

ไปไม่ไป มาลองทายกัน 5555555


......

 

1 เม้นต์ 1 กำลังใจ

 

 

.......


 ทวิตติดแท็ก #สโมคออนไอซ์

กดติดตามนิยายเรื่องนี้ Add Fav

About 'ควันไฟ' Set คลิกที่รูป



 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.07K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

870 ความคิดเห็น

  1. #481 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 09:56
    จะไปแล้วอ่ออออ
    #481
    0
  2. #319 Rabit99 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 12:38
    ไปด้วยค่ะอิอิ
    #319
    0
  3. #306 Kanijang_1630 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 10:10
    ทั้งคู่เคยคบกันใช่ไหมแล้วก็เลิกรากันไป
    #306
    0
  4. #282 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 20:16

    งื้ออออออ พี่ควัน

    #282
    0
  5. #267 LIWENHAN-WENYI (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 13:46
    ไปค่ะ55555
    #267
    0
  6. #266 firstzy93 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 12:52
    ไปไหนดีคะ
    #266
    0
  7. #265 Panther Navy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 12:01
    ชอบมากกกกกมาบ่อยๆน้า
    #265
    0
  8. #264 Baifai Cotton (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 11:23
    หูยยยยยยยย
    #264
    0
  9. #263 WongdueanManee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 14:33

    ใจแข็งไว้

    #263
    0
  10. #262 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 13:40

    เขามีอดิตอะไรกันนะคู่นี้ อยากรู้ซะแล้วสิ

    #262
    0
  11. #261 firstzy93 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 11:10
    รุกแรงงงง
    #261
    0
  12. #260 NNattChaA (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 09:10

    อิพี่ตามไปจริงๆ ด้วยยยย

    #260
    0
  13. #259 -Riwa- (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 09:07
    โอ้ยพี่ควันรุกแรงจังคะ
    #259
    0
  14. #258 hope hope (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 07:51
    ชอบมากๆค่ะ มาอัปบ่อยๆน้า☺
    #258
    0
  15. #257 Panther Navy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 07:21
    มาบ่อยๆน้าาา
    #257
    0
  16. #256 firstzy93 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 15:58
    4 คู่เลยหรอ
    #256
    0
  17. #255 Nannang (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 14:33
    ‘ ครบคู่จริงค่ะ ขอมโนคู่อื่นได้มั้ยคะ


    ควัน/ไอซ์
    เนียร์/ฟาร์
    รีอัล/ซีเปีย
    ไอศูรย์/เธอ

    เราว่ามันดีต่อใจมากเลยนะ ❤️
    #255
    0
  18. #254 NNattChaA (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 10:38

    ต้องตามแน่ๆ

    #254
    0
  19. #253 hope hope (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 10:32
    ตามแน่ๆ
    #253
    0
  20. #252 -Riwa- (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 08:48
    ไปย้อนอ่านเข้าใจลำดับเหตุการ์ณละค่า ส่วนตอนนี้พี่ควันตามแน่นอน5555555
    #252
    0
  21. #251 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 08:17

    โดนล็อคเป้าเรียบร้อยจร้าาา

    #251
    0
  22. #250 Panther Navy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 06:15
    จะตามไหมน้า
    #250
    0
  23. #249 Noonans (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 10:05
    เอากลับบ้านคืนนี้เลยไหมพี่
    #249
    0
  24. #248 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 07:43

    ฮียโน่ววววววววว

    #248
    0
  25. #247 LIWENHAN-WENYI (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 05:29
    อย่ามาร้ายนะควันน้องก้อตัวแค่เนี่ย
    #247
    0