{E-book} Chained Up #โซ่แส้กุญแจรัก [สนพ.SENSE BOOK]

ตอนที่ 4 : Episode 03 : I own you; you’re a slave to my love

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,577
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 122 ครั้ง
    7 ก.ค. 60

 

Episode 03

I own you; you’re a slave to my love

 

            “ยัยจันอับ ออกมาคุยกันหน่อยสิ

เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับบทชีวิตที่ถูกเขียนเอาไว้พังไม่เป็นท่า ฉันลุกลี้ลุกลนว่าจะจัดการยังไงกับชีวิตดี พลันเส้นผมที่บังภูเขาอยู่ก็ถูกเป่าปลิว ความคิดง่ายๆ แต่ได้ผลผุดขึ้นมา แกล้งทำเป็นไม่อยู่ซะก็หมดเรื่อง!

ฉันซุกตัวคุดคู้ลงกับเตียงนอนคว้าหมอนปิดหัวเพื่อกลบเสียงเรียกที่ดังมาพร้อมกับเสียงรัวเคาะประตู

อะไร... ไม่อยู่หรอกเหรอเนี่ย!”

ทนได้ไม่นานฉันได้ยินเขาตะโกนเสียงดังลั่นจากนั้นทุกอย่างก็เงียบลง ฉันรู้ดีว่าพาคุณเป็นพวกความอดทนต่ำ เขาอดทนได้ไม่กี่นาทีก็ถอดใจแล้วล่ะ

ฟู่ว...” ฉันลุกขึ้นนั่งก่อนจะเป่าลมออกจากปาก

ไม่รู้ว่าฉันจะหลบหน้าเขาไปได้อีกนานแค่ไหน หรือถ้าต้องเจอหน้ากันจะๆ ฉันก็ต้องตีเนียนไปก่อนล่ะ

ฉันหันไปมองนาฬิกาบนผนังก็พบว่าเป็นเวลาหกโมงเย็นเข้าไป

โห...ถึงว่าทำไมแสบท้องยังไม่ได้กินข้าวเย็นเลยนี่หว่า

ฉันบ่นพลางลูบหน้าท้องของตัวเองก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าสตางค์และกุญแจห้อง จากนั้นเอาหูแนบเข้ากับบานประตูเพื่อฟังความเคลื่อนไหวจากภายนอก

หลังจากแน่ใจแล้วว่าไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ฉันจึงแง้มบานประตูจนพอแทรกตัวออกไปแล้วจึงค่อยๆ ดึงบานประตูปิดอย่างเบามือ

ทำไมรู้สึกเหมือนขโมยที่แอบย่องออกจากบ้านคนอื่นหลังขโมยเสร็จเลยล่ะเนี่ย!

ฉันเกือบจะหลุดขำ แต่ก็ต้องกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ แล้วพยายามย่องเดินให้เงียบที่สุดเท่าที่จะเงียบได้

โย่ว!” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลัง พลันปลายเท้าของฉันสะดุดกึก ดวงตาของฉันเบิกโพลงอย่างตกใจ จนเกือบจะหวีดร้องออกมา

มะ...ไม่จริงน่า

ฉันตัวสั่นทำเป็นไม่ได้ยินและพยายามก้าวเดินต่อ แต่ทว่าก้าวไปไม่ถึงสามก้าว จู่ๆ คอเสื้อของฉันก็ถูกรั้งไว้ ร่างทั้งร่างถูกกระชากกลับไปอย่างง่ายดาย

เฮ้ย!” ฉันร้องพร้อมด้วยเสียงกระแทกหนาทึบ แผ่นหลังของฉันปะทะเข้ากับร่างสูงโปร่งที่อยู่ด้านหลังอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง

จะหนีไปไหนเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นเหนือศีรษะ

ฉันค่อยๆ เงยหน้าขึ้นไปมองก็เห็นใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มกระจ่างใสราวกับไม่เคยอยู่ภายใต้แสงอาทิตย์กำลังฉีกยิ้มให้ 

อึก...

ฉันกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะสูดลมหายใจลึกยาว ชั่วอึดใจก็กลับมาสุขุมเยือกเย็น อารมณ์ตื่นเต้นตกใจทั้งหมดต่างถูกเก็บเข้าไปในส่วนลึกที่สุด

มีธุระอะไรกับฉันหรือคะ คุณห้องข้างๆ

แหม...เรียกกันซะห่างเหินเชียว ทั้งๆ ที่เราเป็นคนกันเองแท้ๆ

คนกันเองบ้าอะไร ฉันไม่เคยเป็นคนกันเองกับนายมาก่อนโว้ย!

ขอโทษที่ต้องเสียมารยาท เราสองคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เพราะฉะนั้นไม่มีคำว่ากันเองอย่างแน่นอนฉันพยายามอธิบายอย่างใจเย็น

เธอนี่แกล้งตีมึนไม่เนียนเลยนะ

นัยน์ตาสีดำหรี่ลงและทอแววอันตราย ทว่าสีหน้าเขายังคงเดิมทั้งยังมีรอยยิ้มบางๆ อีกด้วย

หรืออยากให้พี่รื้อฟื้นความหลังให้ฟังก่อนดีล่ะครับน้องจันอับ

จับอับบ้าอะไร ฉันก็บอกไปแล้วไงว่านั่นไม่ใช่ชื่อของฉัน!” ฉันถลึงตามองอย่างโกรธจัด เรียกกันว่าจันอับ จันอับอยู่นั่นแหละ!

หรือเธอจะให้ฉันโชว์หลักฐานว่าเราเคยเจอกันมาก่อน

น้ำเสียงของเขาทำให้ฉันรู้สึกถึงอันตราย แต่ให้ตายฉันก็ไม่ยอมรับหรอกว่ากลัวเขาอยู่หน่อยๆ ดังนั้นฉันจึงจงใจฉีกยิ้มเย็น ฉันไม่เชื่อหรอกว่านายจะมีหลักฐานอะไรนั่น!

ก็บอกไปแล้วว่านายน่ะจำคนผิด! เราสองคนไม่เคยเจอกันมาก่อน!” ตีให้ตายฉันก็ไม่มีวันยอมรับหรอก

ฉันจะให้โอกาสเธอพูดอีกครั้งเขาพูดพลางขยับเข้ามาใกล้ ลมหายใจประชิดใกล้มากกว่าเดิม มันร้อนผ่าวจนทำให้แก้มของฉันแดงซ่าน

ตั้งแต่เกิดมานี่เป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกตัวเองเหมือนสัตว์ตัวน้อยที่ถูกราชสีห์ต้อนจนมุม ฉันไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน ทั้งอ่อนแอ สับสน และสิ้นท่าเหมือนร่างกายกำลังละลายภายใต้การจับจ้องของเขา

ฉันหลบตาก่อนจะใช้สองมือผลักร่างของเขาให้ออกห่าง จากนั้นวิ่งกลับไปยังประตูแล้วไขกุญแจห้องของตัวเองอย่างลุกลี้ลุกลน ท่ามกลางเสียงหัวเราะอย่างขบขันของใครบางคนที่ส่งให้มาเป็นระยะๆ

มือของฉันสั่นมาก สั่นมากขนาดที่ไขผิดไขถูกอยู่หลายครั้ง

บ้าจริง! ยิ่งเป็นแบบนี้ก็ยิ่งน่าสงสัยสิ!

และเมื่อเปิดประตูได้ ฉันก็รีบแทรกกายเข้าไป

ว่าไงแสงตะวัน ไม่เจอกันนานเลยนะมึง

แต่ยังไม่ทันได้ปิดประตู คำพูดที่แทรกขึ้นมาก็ทำให้ฉันเหงื่อตก

อะ...อะไรนะ!?

ฉันรีบหลบหลังกำแพงพยายามโน้มตัวยื่นมือไปดึงบานประตูเพื่อปิดแต่มันก็เอื้อมไปไม่ถึง ขนาดใช้ปลายเท้าเขี่ยก็แล้วทว่ามันกลับไปดันบานประตูให้เปิดอ้าออกมากกว่าเดิม

โว้ย! ทำไมวันนี้ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจเลยสักอย่าง!

อ้าว... มึงมาทำอะไรที่นี่น่ะไอ้คุณเสียงของพี่แสงเอ่ยร้องทัก

ไม่ผิดแน่ พี่ชายของฉันปรากฏตัวเพื่อมาเป็นหลักฐานชั้นยอดแล้ว!

ทำไมพี่แสงถึงมาได้ถูกจังหวะขนาดนี้วะ!

กูเพิ่งย้ายมาอยู่หอนี้ ไอ้ห้องริมสุดนั่นน่ะ

อ้าวจริงดิ ทำไมบังเอิญจังวะ เนี่ยๆ น้องกูก็อยู่หอนี้ ห้องข้างๆ มึงเลย ห้องนี้น่ะเสียงของพี่แสงดังเข้ามาใกล้ อ้าวทำไมประตูห้องเปิด”

เสียงนี้ดังมาพร้อมกับใบหน้าของพี่แสงจะโผล่พ้นขอบประตู

“แล้วไอ้จันทร์ ไปหลบอยู่ข้างประตูห้องทำไมวะ

มะ...ไม่มีอะไรหรอกโอ๊ย! ทำไมฉันต้องอึกอักมากขนาดนี้เนี่ย!

เออไอ้คุณแล้วพี่ชายของฉันก็หันไปเรียกพาคุณซึ่งกำลังแอบหัวเราะอย่างขบขัน หมอนั่นรีบตีหน้าขรึมเมื่อพี่แสงหันไปมอง มึงจำจันทร์เจ้าเอ๋ยน้องกูได้มั้ย?”

ใช่แล้วล่ะ พี่ชายของฉันชื่อ แสงตะวันส่วนฉันน่ะชื่อเต็มๆ คือ จันทร์เจ้าเอ๋ยไม่ได้ชื่อจันอับอะไรนั่นซะหน่อย!

อ๋อน้องจันอับ เอ๊ย! น้องจันทร์เจ้าเอ๋ยนี่เองหมอนี่พูดกับพี่ชายของฉันด้วยใบหน้าใสซื่อ ไร้เดียงสาเสียจนน่าตบ

แต่นายเคยเรียกชื่อของฉันดีๆ บ้างมั้ย! เอาแต่เรียก จันอับอยู่นั่นแหละ!

แล้วรู้ไหมว่าจันอับย่อมาจากอะไร!? ก็ จันอัปรีย์ยังไงเล่า!

เออ จำได้ก็ดีแล้ว กูจะได้ฝากฝังให้มึงช่วยเป็นหูเป็นตาให้ แล้วถ้าหากมึงเห็นน้องกูพาผู้ชายเข้าห้องเมื่อไหร่ มึงจัดการแทนกูได้เลย กูอนุญาต

นี่ไม่เท่าฝากปลาย่างเอาไว้กับแมวเรอะ!

ฉันเห็นพาคุณยกปลายนิ้วขึ้นลูบริมฝีปากพร้อมกับพึมพำแบบไร้เสียงว่า เสร็จโจร

ส่วนฉันทำได้เพียงแค่อ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาทองที่ถูกช้อนขึ้นจากน้ำแล้วพึมพำว่า ไม่ๆๆๆ

ไม่นะพี่แสง! พี่อย่าได้พูดแบบนั้นออกมา พี่ต้องถอนคำพูดเดี๋ยวนี้!” กว่าจะหาเสียงตัวเองเจอก็เล่นไปหลายวิฯ

ทำไม?” พี่แสงย้อนเสียงเย็นชา หรือแกคิดจะพาผู้ชายเข้าห้องจริงๆ อย่าได้หวังนะไอ้จันทร์ เพราะพี่ไม่มีทางยอมให้แกทำแบบนั้นเด็ดขาด

ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ฉันอยากจะพาผู้ชายเข้าห้อง แต่มันคือคนที่พี่แสงฝากฝังให้ดูแลต่างหากเล่า!

มึงไม่ต้องเป็นห่วงหรอกไอ้แสงแมวที่จ้องจะกินปลาย่างทำทีเป็นตบบ่าพี่ชายของฉัน น้องมึงก็เหมือนน้องกูนั่นแหละ กูจะดูแลให้อย่างดีเลย

ฉันล่ะอยากให้พี่แสงเห็นรอยยิ้มที่อยู่เบื้องหลังคำพูดนั้นเหลือเกิน ซึ่งแน่นอนว่าหมอนี่ทำลับหลัง!

จบเห่แล้วชีวิตของจันทร์เจ้าเอ๋ย... จบแล้วจริงๆ ฮือๆ

ดีมาก!” พี่แสงพูดพร้อมกับยกนิ้วโป้งให้ ว่าแต่ไอ้คุณนานๆ เจอกันที กูขอถ่ายรูปกับมึงได้ปะวะ

อีกแล้วเหรอวะ

เออสิ คราวก่อนที่ถ่ายเอาไว้ พอกูเอาไปอวดรุ่นน้องแม่งกรี๊ดกันให้เกรียว กูนี่ได้สาวเพิ่มเลยนะ สงสัยเพราะมีเพื่อนหล่อ

แล้วมึงไม่หล่อหรือไง

เออกูหล่อ แต่มีมึงมาช่วยเพิ่มเรตติ้งก็ดีกว่าไง

ทำไมวันนั้นฉันไม่เปิดโทรศัพท์พี่แสงดูวะ จะได้รู้ว่าศัตรูตัวร้ายอยู่ใกล้กันมากขนาดนี้!

มาๆ เอาสักยี่สิบช็อต

เวลานี้ผู้ชายสองคนถ่ายรูปกันอย่างกระหนุงกระหนิง โดยไม่ได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดทุกข์ใจของฉันเลยสักนิด

พี่แสง!” ฉันแผดเสียงเรียกอย่างจงใจ เพื่อขัดขวางโลกสีชมพูของเขาสองคน

อะไร

พี่มาหาน้องมีอะไรหรือเปล่าฉันถามพร้อมกับทำหน้าเซ็ง หิวก็หิว ข้าวก็ยังไม่ได้กิน แล้วยังจะต้องมาเจอหน้าคนที่ยังไม่อยากเจออีก

เออจริงสิ ลืมไปเลยว่าจะมาเอาเสื้อตัวเก่งที่ลืมเอาไว้ งั้นแกเข้าไปเอามาให้หน่อยสิ

พี่แสงพูดแค่นั้นก็หันไปถ่ายรูปต่อ

โว้ย! ทำไมรอบๆ ตัวฉันถึงได้มีแต่ผู้ชายนิสัยแย่วะ!

ฉันเดินกระฟัดกระเฟียดเข้าไปหยิบเสื้อก่อนจะเดินออกมายื่นส่งให้พี่ชายของตัวเอง

ขอบใจพี่แสงพูดกับฉันแค่นั้นแล้วก็หันไปคุยกับอีกคนต่อ คืนนี้กูจะไปเที่ยว มึงจะไปด้วยกันมะ

ไม่ล่ะ กูกินมาหลายวันติดแล้ว นี่ยังแฮงค์ๆ อยู่เลยว่ะ

โหอะไรวะ นานๆ เจอกันที

เอาน่า อีกหน่อยคงได้เจอกันบ่อยขึ้น

ก็จริง...” พี่แสงเอออออย่างเห็นด้วย งั้นกูไปก่อนนะ เดี๋ยวว่างๆ แวะมาหาใหม่แล้วพี่แสงก็เดินจากไปโดยไม่ร่ำลาน้องสาวตัวเองเลยสักคำ!

เอาล่ะ ตัวปัญหาไปแล้วหนึ่ง ทีนี้ก็เหลืออีกหนึ่ง

ขอตัวก่อนนะคุณห้องข้างๆฉันบอกพร้อมกับโบกมือ ทว่าหมอนี่ก็รีบคว้ามือฉันที่ยังคงข้างเติ่งอยู่บนอากาศ

คิดจะหนีไปจากพี่อีกแล้วเหรอครับน้องเจ้าเอ๋ย

ฉันไม่ได้หนี!” ฉันตะโกนพลางดึงมือกลับ เดี๋ยวนะ!? เมื่อกี้นายเรียกฉันว่าอะไร

ก็น้องเจ้าเอ๋ยไงครับ

อึ๋ย...อย่าเรียกฉันแบบนี้ แสลงหูชะมัดพอดึงมือกลับมาได้ฉันก็ยกสองมือขึ้นปิดหู

งั้นเรียกจันอับเหมือนเดิมก็ได้เขาฉีกยิ้มกว้างราวกับประกาศชัยชนะ จันอับทาสรับใช้ของฉัน

ไม่ใช่!”

ฉันแผดเสียงดังกว่าเก่าเหมือนแมวที่โดนเหยียบหาง แล้วคำรามอย่างไร้พิษสง จากนั้นใช้แผนการสุดยอดเลียนแบบนกกระจอกเทศหลบหนีความจริงอีกครั้ง สองมือยกขึ้นปิดหูเอาไว้แน่นในขณะที่ร่างถอยหลังไม่หยุด 

ฉันถอยไปจนติดพอผนัง พอเห็นว่าไม่มีทางให้ถอยแล้วก็นั่งยองๆ ลงกับพื้น เกาะแน่นอยู่ที่มุมผนังเหมือนตะไคร่น้ำ

เฮ้อ...” เขาถอนหายใจเบาๆ แล้วเดินเข้ามาหลายก้าวและพาร่างของตัวเองลงมานั่งยองๆ ตรงหน้าของฉัน

ฉันไม่ใช่ ได้โปรด...ทำเป็นลืมไปเถอะนะ

ฉันหลับตาพลางพูดออกมาอย่างสำลัก สองมือยังปิดอยู่ที่หูไม่ยอมฟังคำพูดของเขาอย่างแน่วแน่

ทำไมเขาถึงจำฉันได้ ทั้งๆ ที่ฉันเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนตั้งเยอะ ไม่พอนะเขายังจำเรื่องที่ฉันอยากจะลืมมันมากที่สุดในชีวิตได้อีก

ยิ่งเธอพูดแบบนี้ ฉันคงทำเป็นลืมมันไม่ได้หรอก

เขาเอนตัวเข้ามาหา สองมือแข็งแรงจับมือของฉันแล้วดึงออกมาอย่างช้าๆ

ฉันร้อนใจจนอยากจะมุดหนีลงรู แต่กลับไม่อาจต่อต้านความแตกต่างของแรงกายระหว่างผู้ชายและผู้หญิงที่สวรรค์ประทานมาให้ได้ มือของฉันจึงห่างจากใบหูทีละน้อย

เธอคงจำสัญญาทาสระหว่างเราได้นะจันทร์เจ้าเอ๋ย

สัญญาทาสอะไรของนาย อย่ามาเพ้อเจ้อ

เพ้อเจ้ออะไร ฉันยังเก็บเอาไว้อยู่เลย เธออยากดูไหมล่ะเขาพูดพลางฉีกยิ้มซึ่งเจือไปด้วยแววท้าทาย

ฉันเบิกตาโตก่อนจะมองเขาอย่างอึ้งๆ ไอ้กระดาษบ้าๆ นั่นเขายังเก็บมันไว้อีกเรอะ!

ไม่จริงน่า เป็นไปไม่ได้หรอก เรื่องมันผ่านมาตั้งห้าหกปีแล้ว ไอ้สัญญานั่นไม่มีทางอยู่รอดมาจนถึงวันนี้หรอก!

ไม่ต้องมาโกหก! มันไม่มีทางเป็นไปได้ฉันบอกพลางส่ายหน้าเป็นพัลวัน

งั้นจะดูไหมล่ะ มาสิ ฉันจะพาเธอไปดูให้เห็นกับตาว่าแล้วเขาก็ปล่อยมือทั้งสองข้างของฉันแล้วเปลี่ยนมาจับข้อมือฉุดร่างของฉันขึ้นจากพื้น

เดี๋ยวๆ นายจะพาฉันไปไหน

ไปดูหลักฐานไงเขาตอบพลางกึ่งดึงกึ่งลากฉันไปที่ห้องของตัวเอง

ล้อเล่นน่า... เขาต้องล้อเล่นแน่ๆ

เมื่อเข้าไปในห้อง พาคุณก็ลากฉันไปจนถึงส่วนของห้องนอน เขากดสวิตซ์ไฟเป็นอันดับแรก จากนั้นก็ลากร่างของฉันไปหยุดอยู่ที่หัวเตียง

นี่ไง หลักฐาน ฉันยังเก็บเอาไว้เป็นอย่างดีเลยนะ” 

ฉันค่อยๆ มองไปตามนิ้วชี้ของเขาอย่างช้าๆ และสิ่งที่ฉันเห็นมันคือกรอบรูปสีขาวบานใหญ่ แน่นอนว่าในกรอบรูปนั้นมันควรจะเป็นรูปถ่ายของใครสักคนที่มีความสำคัญ แต่ทว่ามันกลับกลายเป็นกระดาษสีน้ำตาลแผ่นหนึ่งมีตัวหนังสือซีดจางไปตามกาลเวลาอยู่ในกรอบรูปแทน

ฉันกะพริบตาก่อนจะเพ่งมองอีกครั้งให้แน่ใจ

แน่นอนว่ามันเป็นลายมือของฉัน

...ลายมือที่ถูกเขียนข้อความอะไรบางอย่างเอาไว้พร้อมกับลายเซ็น

...ลายเซ็นที่มาพร้อมกับรูปถ่ายติดบัตรนักเรียนสีขาวดำขนาดสองนิ้ว!

เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ฉันยังแอบเผลอคิดไปว่ามันเป็นภาพหลอน แต่ทว่ายิ่งฉันเพ่งมองทุกสิ่งทุกอย่างมันกลับแจ่มชัดมากยิ่งขึ้น

ทำไมหมอนี่ถึงยังเก็บสัญญาบ้าๆ นี่เอาไว้อีก!

แล้วรูปถ่ายนั่น มันคือฉันแน่เหรอวะ!

โอ๊ย! นี่ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องรูปถ่ายสมัยเป็นเด็กติ่งหูซะหน่อย!

และเมื่อได้สติฉันรีบกระโจนลอดช่องใต้วงแขนของพาคุณเพื่อไปคว้ากรอบรูปนั่น และเมื่อคว้ามาได้ ฉันก็เร่งฝีเท้าของตัวเองเพื่อจะวิ่งหนี แต่ทว่าปลายเท้าของฉันพลันสะดุดเข้ากับท่อนขาของใครบางคนที่ยื่นออกมาขวางทางเอาไว้อย่างรวดเร็ว

ร่างของฉันหงายหลังไปตามแรงโน้มถ่วงของโลกก่อนจะกระแทกเข้ากับเตียงนอนที่อยู่ด้านหลังอย่างแรง

คุณคิดว่ามันจะเหมือนในละครหลังข่าวที่ระหว่างจะล้มนางเอกจะคว้าตัวพระเอกเอาไว้ แล้วจากนั้นสองร่างก็ล้มลงไปด้วยกัน ริมฝีปากสัมผัสกัน มองสบตากันอย่างหวานซึ้งใช่ไหมล่ะ

แต่เปล่าเลย! มันไม่ใช่ ชีวิตจริงมันไม่ได้สวยหรูขนาดนั้นหรอก!

เพราะฉันไม่มีเวลาแม้แต่จะยื่นมือออกไปคว้าสิ่งใดที่อยู่ตรงหน้า ไม่มีเวลาแม้แต่จะเอากรอบรูปให้ห่างจากใบหน้าของตัวเองเลยด้วยซ้ำ

และสุดท้ายไอ้กรอบรูปบ้านั่นมันกระแทกเข้าใส่หน้าฉันเต็มๆ!

“โอ๊ยเจ็บ!” ฉันร้องพร้อมกับทำหน้าเบี้ยว ยกมือขึ้นจับปลายจมูกของตัวเอง ดั้งจะหักไหมเนี่ย!

“สมน้ำหน้า!” เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังขึ้น ฉันลืมตาขึ้นมาก็เห็นพาคุณกำลังหัวเราะเยาะอยู่

ฉันกัดฟันกรอด ... ผู้ชายแบบไหนที่ยื่นขามาขัดขวางผู้หญิงตัวเล็กๆ น่ะฮะ!

และพอฉันจะลุกขึ้นจากเตียง แต่ทว่าสองแขนแกร่งกลับยื่นคว้าหัวไหล่ทั้งสองข้างของฉันเอาไว้ จากนั้นก็ดันร่างฉันกลับไปนอนราบอยู่ที่เดิม  รู้ตัวอีกทีฉันก็ถูกคร่อมไว้ใต้ร่างกำยำของพาคุณแล้ว

 “จะทำอะไรน่ะ” ฉันถามอย่างหวาดๆ “ถอยออกไปนะ”

เขาส่ายหน้าพร้อมกับอมยิ้มน้อยๆ ตรงมุมปาก

“เธอได้เห็นหลักฐานแล้ว เพราะฉะนั้นเธอจะปฏิเสธอะไรไม่ได้อีกแล้วล่ะ”

“แต่เรื่องนั้นมันผ่านมานานแล้ว มันควรจบๆ ไปได้แล้วสิ”

“ฉันให้มันจบไปไม่ได้หรอก เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ฉันยังรอให้เธอกลับมา”

“อะไรนะ...”

ดวงตาของฉันเบิกกว้างจ้องมองอีกฝ่ายอย่างหวาดๆ ใบหน้าอยู่ใกล้กันจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่น กลิ่นเหงื่อผสมกับน้ำหอมของพาคุณแตะเข้ากับจมูกจนรู้สึกสั่นไหว

เขากำลังบอกว่ารอฉันมาตลอดอย่างนั้นเหรอ?

ไม่มีทาง เป็นไปไม่ได้

หมอนี่ก็แค่รอเพื่อจะแก้แค้นฉันต่างหาก แก้แค้นที่ฉันหนีเขามา แก้แค้นที่ฉันไม่ยอมทำตามสัญญาที่ให้ไว้!

อย่าไปหลงเชื่อคำหวานคนอย่างพาคุณนะจันทร์เจ้าเอ๋ย!

ทีนี้... เข้าใจหรือยัง?”

สายตาของเขาไม่ได้อ่อนโยนหรือดุดัน แต่กลับโหยหาอะไรบางอย่าง คาดหวังอะไรบางอย่าง และเจือไปด้วยบางสิ่งบางอย่างที่ฉันไม่เคยสังเกตเห็น

...มันเป็นสายตาที่ทำเอาฉันวูบไปทั้งหัวใจ

ฉันไม่เข้าใจหรอก ถอยไปนะ!”

ฉันพยายามเอามือทั้งสองข้างดันหน้าอกของร่างสูงเอาไว้ แต่ในระหว่างที่ฝ่ามือวางทาบอยู่บนหน้าอกของเขา ฉันก็รับรู้ได้ว่าหัวใจของพาคุณเต้นแรงจนสะท้อนอยู่ใต้ฝ่ามือ

เธอคิดจะหนีความจริงใช่ไหมล่ะ

ฉะ... ฉัน ฉันพยายามพูดแต่ทว่าตอนนี้ภาพตรงหน้ากลับทำให้ฉันรู้สึกร้อนและชาวูบขึ้นมาอย่างน่าประหลาด จนสะกดคำพูดของฉันเอาไว้ ราวกับถูกมนตร์สะกดให้แน่นิ่งได้เพียงแต่จ้องมอง

เธอหนีไปจากฉันไม่ได้หรอกเขาพูดพร้อมกับยกมือข้างหนึ่งเกลี่ยเส้นผมออกจากแก้มของฉันอย่างแผ่วเบา

ฉันรู้สึกโลกหมุนไป... ไม่มีแม้แต่เวลาที่จะให้หยุดหายใจ...

ท่ามกลางความเงียบที่เกิดขึ้น แต่ฉันกลับได้เสียงที่ดังอยู่ในหู มันเป็นเสียงของหัวใจตัวเองที่กำลังเต้นระรัวเร็วขึ้น รู้สึกถึงความตื่นเต้นที่วิ่งพล่านสูบฉีดราวกับเลือดไหลย้อนทาง

มือเรียวของเขากำลังลูบไล้สัมผัสแก้มของฉันอย่างแผ่วเบา จากนั้นก็ได้ยินเสียงนุ่มที่กระซิบอยู่ข้างหู

ฉันจะไม่ยอมให้เธอหนีไปไหนได้อีกแล้ว

ฉันพูดไม่ออก ฝีปากคมกริบในยามปกติใช้งานไม่ได้ในเวลานี้ ลำคอของฉันเหมือนมีอะไรติดอยู่

แล้วถ้าเธอไม่อยากให้ไอ้แสงหรือคนอื่นๆ รู้เรื่องความลับในอดีตของตัวเองล่ะก็...”

จากนั้นเขาก็เปลี่ยนเป็นยิ้มเจ้าเล่ห์เหมือนหมาป่าหิวโซซึ่งกำลังจะกระโจนเข้าใส่แกะน้อย

“...จงกลับมาเป็นทาสรับใช้ของฉันซะ

สิ้นคำพูดริมฝีปากของเขาก็ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวจั๊วะอีกต่างหาก

นี่ฉันจะไม่มีวันหนีไปจากผู้ชายที่ชื่อ พาคุณได้เลยหรือไง!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 122 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

236 ความคิดเห็น

  1. #196 PipadaKuankaew (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 00:45
    อดีตอะไรอ่ะ
    #196
    0
  2. #39 kanjanawan2541 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 22:48
    อดีตอะไรอ่ะ อยากรู้ววววว
    #39
    0
  3. #10 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 09:59
    2 คนนี้มีอดีตยังไงกันแน่นะ

    เป้นแค่ทาสกับเจ้านายจริงเหรอ 

    อยากรู้ซะแล้วสิ้
    #10
    0