{E-book} Chained Up #โซ่แส้กุญแจรัก [สนพ.SENSE BOOK]

ตอนที่ 3 : Episode 02 : Bad guy next door

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,657
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 118 ครั้ง
    14 มิ.ย. 60




 

Episode 02

Bad guy next door

 

เบาเสียงหน่อย นี่มันตีสามแล้ว คนจะหลับจะนอนโว้ย!”

ฉันเกาะขอบระเบียงพลางตะโกนบอกพวกผีข้างห้อง แต่ทว่าเสียงที่ตอบกลับมากลายเป็นเสียงตะโกนโห่ร้องเพลงที่มากกว่าเดิม

ใช่แล้วล่ะ... ไอ้พวกบ้านั่นมันเป็นผี!

แล้วมันจะไม่ใช่ผีได้ยังไง ก็พวกมันคือผีปาร์ตี้ยังไงเล่า!

แน่นอนว่าเวลานี้ฉันรู้ซึ้งแล้วว่า ไอ้กลิ่นบุหรี่แบบนั้น ไอ้คนที่ส่งเสียงหึกลับมาแบบนั้น มันไม่ใช่ผีหรือวิญญาณอะไรที่ฉันเผลอคิดและหวาดกลัวไปไกล แต่พวกมันคือผีปาร์ตี้ที่กำลังดีดกีตาร์ ร้องเพลง เคาะขวดแก้วเป็นจังหวะต่างหากเล่า!

สาบานเถอะสองวันแรก ฉันยังยอมรับได้กับการจัดปาร์ตี้ตามประสาวัยรุ่นของพวกผี เอ่อเพื่อนข้างห้องที่คงฉลองกับการย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ เลยพานคิดไปว่าเจ้าห้องคงจะมีเพื่อนเยอะเลยต้องจัดปาร์ตี้สองวันติด แต่ทว่านี่ก็ปาไปคืนที่สี่แล้ว... คืนที่สี่เข้าไปแล้วไอ้ผีบ้านั่นก็ยังไม่ยอมหยุดงานปาร์ตี้นี้ไปเสียที!

เมื่อวานฉันถึงกับหมดความอดทน เพราะไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาสามคืนติด จึงไปบอกพี่ที่ดูแลหอพักให้ไปว่ากล่าวตักเตือนไอ้พวกผีปาร์ตี้พวกนั้น ในตอนนั้นพี่เขาก็รับปากอย่างดี ฉันก็เลยดีใจที่คืนที่สี่จะได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่ม แต่ทว่ามันก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะไม่เพียงงานปาร์ตี้จะเลิกราไป แต่มันกลับกลายเป็นเพิ่มผู้เข้ามาร่วมงานสังสรรค์มากขึ้นกว่าเดิม แถมไอ้ผีพวกนั้นมันยังเดินเข้าเดินออก เปิด-ปิดประตูห้องนั้นเป็นว่าเล่น!

แล้วอีพี่แสงก็เหมือนนกรู้ เพราะหลังจากวันที่เขามาก่อกวนความสงบสุขของฉัน เขาก็แค่กลับมาเปลี่ยนโทรศัพท์พร้อมกับคืนคีย์การ์ดและกุญแจห้อง พอฉันถามเขาว่าจะกลับไปนอนห้องตัวเองเหรอ เขาก็ปฏิเสธบอกจะนอนหอของรุ่นน้อง ใจจริงฉันก็อยากจะถามนะว่ารุ่นน้องที่ว่านี่เป็นผู้ชายหรือผู้หญิง แต่อีพี่แสงก็ไม่เปิดโอกาสให้ฉันถาม เพราะเขาชิ่งหนีไปซะก่อน

เอาเหอะ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาสนใจเรื่องอื่น ฉันต้องทำอะไรสักอย่างกับไอ้ผีปาร์ตี้พวกนั้น!

คิดได้แบบนั้นฉันก็เดินออกมาจากห้องของตัวเองมุ่งหน้าไปสู่ประตูห้องนั้นอย่างหงุดหงิด!

ปัง! ปัง! ปัง!

นี่! ช่วยเบาๆ กันหน่อยได้มั้ย!”

ฉันเคาะประตูห้องไปพลางตะโกนไป และจังหวะนั้นเองเสียงภายในห้องก็เงียบลง แต่มันเงียบไปสักอึดใจก่อนจะมีหลายๆ เสียงประสานตอบกลับมา

ประตูห้องเช่ามีรองเท้าสองคู่เคียงกัน คู่หนึ่งนั้นเป็นรองเท้าเธอพี่จำได้ดี อีกคู่หนึ่งไม่เคยเห็นเลยก่อนนี้ แปลกใจอะไรกันนี่ ห้องน้องมีรองเท้าผู้ชาย[1]...”

ราวกับจงใจ เพราะเสียงที่ตอบกลับมามันเป็นเสียงร้องเพลงนี้ไปซะงั้น!

โอ๊ย! นี่กวนประสาทกันเหรอ...” ฉันกัดฟันกรอด ไอ้เจ้าของห้องนี้น่ะ ออกมาคุยกันหน่อยสิวะ!”

ฉันตะโกนไปพลางกำหมัดทุบเข้ากับบานประตูอยู่หลายสิบครั้ง

ออกมา! ออกมาเดี๋ยวนี้นะโว้ย!”

ออกมาเต้น อ้าวออกมาเต้น เต้นหน่อย ค่อยคิดกัน...โว้ๆๆ[2]

แต่แทนที่จะมีใครสักคนเปิดประตูออกมา แต่มันร้องเพลงประสานเสียงสวนกลับมาอีกรอบ!

ฉันเข้าใจแล้วไอ้ผีปาร์ตี้พวกนี้มันจงใจกวนบาทาฉัน!

ไอ้พวกบ้าเอ๊ย!” ฉันได้แต่ยกสองมือขยุ้มผมตัวเองไปมาเพื่อระบายความคับแค้นใจ

ฉันจะทำยังไงกับไอ้พวกผีปาร์ตี้พวกนี้ดีล่ะเนี่ย ดูท่าแล้วไอ้เจ้าของห้องคงไม่ออกมาเจอหน้าฉันง่ายๆ แน่!

และในระหว่างที่ฉันกำลังหงุดหงิด เดินทึ้งผมวนไปวนไปอยู่ตรงหน้าประตูห้องของพวกผีปาร์ตี้อย่างไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี และในจังหวะนั้นเองการประสานเสียงร้องเพลงก็เงียบลงราวกับใครกดสวิตซ์ปิด

หือ?

ฉันตกใจถึงกับหยุดเดินเมื่อจู่ๆ เสียงกีตาร์โปร่งดังเล็ดลอดออกมาราวกับว่าคนที่ดีดกีตาร์กำลังยืนอยู่ตรงหน้าประตูอีกฝั่งหนึ่ง

 

คืนนี้จันทร์นวลผ่อง มองแล้วคิดถึงแต่เธอ ตัวฉันยืนมองเหม่อ ถามว่าเธออยู่ที่ใด

วอนสายลมแผ่วแผ่ว ให้ช่วยพัดพาใจไป บอกกับเธอว่า คิดถึง

จันทร์เจ้ารู้หรือเปล่าว่าฉันเหงาเกินกว่าใคร วันที่เธอลาไกลบอกไปแล้วจะกลับมา

คืนนี้ฉันรอเธออยู่อยากบอกให้รู้คำเดียวว่า จะรอจนกว่าค่ำคืนนี้ ไม่มีจันทร์[3]

 

ฉันได้แต่เบิกตาโพลง ตกใจจนแทบสิ้นสติ เซลล์สมองกว่าครึ่งประท้วงหยุดงานอย่างกะทันหัน

ไอ้คนที่ร้องเพลงนี้อยู่มันจงใจร้องให้ฉันฟังอย่างนั้นเหรอ?

มันรู้เหรอว่าฉันชื่ออะไร?

มันรู้จักฉันใช่ไหมเนี่ย!?

คิดแบบนั้นฉันก็ตกใจจนหน้าซีด ผงะถอยหลังแล้วตั้งท่าเหมือนแมวระวังภัย

ไม่ได้การแล้วพรุ่งนี้ฉันต้องทำอะไรสักอย่าง ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าไอ้เจ้าของห้องแสนกวนบาทานั่นเป็นใคร!

ถ้าเกิดไอ้เจ้าของห้องมันรู้จักฉัน แล้วกวนประสาทกันแบบนี้ล่ะก็ คราวนี้ล่ะ แม่จะซัดให้หมอบเลย!

 

หลังจากนั้นฉันก็กลับเข้ามาในห้อง ทิ้งตัวนอนลงบนเตียงแล้วใช้ความอดทนอดกลั้นฟังเสียงดังน่ารำคาญของไอ้พวกผีปาร์ตี้ จนเกือบจะตีห้านั่นแหละทุกเสียงที่เกิดขึ้นภายในห้องนั้นมันค่อยๆ เบาลงจนกลายเป็นเงียบสงัด

ไอ้พวกบ้าคงหมดแรงและเมาหลับไปแล้วมั้ง!

เอาล่ะตอนนี้ถึงเวลาที่ฉันจะนอนเอาแรงบ้างเพื่อไปชำระแค้นที่สั่งสมมาอยู่หลายคืน และก่อนนอนฉันส่งข้อความไปบอกเพื่อนสนิทของตัวเองว่าวันนี้จะไม่เข้าเรียน ฝากบอกอาจารย์และเช็คชื่อให้ด้วย จากนั้นก็ตั้งปลุกเอาไว้ตอนสิบเอ็ดโมงแล้วจึงผล็อยหลับไป

เสียงปลุกจากโทรศัพท์มือถือที่ดังต่อเนื่องมาตั้งแต่เมื่อห้านาทีก่อน ฉันพลิกหน้าหนีเสียงโทรศัพท์ซึ่งดังน่ารำคาญก่อนจะดึงหมอนที่อยู่ใกล้ๆ มาปิดหูตัวเองเอาไว้ แล้วพยายามกล่อมตัวเองให้หลับลงไปอีกครั้ง แต่ทว่ามือถือยังคงส่งเสียงอย่างไม่ยอมแพ้

ก็ได้ๆ

ฉันนิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่ออาการปวดแล่นจี๊ดเข้ากระบอกตา ฉันยกปลายนิ้วกดตรงที่ปวดนิ่ง เผื่อจะช่วยให้อาการทุเลาลงบ้าง จากนั้นนอนนิ่งอยู่แบบนั้นพักนึงก่อนจะกดปัดหน้าจอโทรศัพท์ปิดเสียงปลุก

รีบอาบน้ำแล้วไปทำภารกิจชำระแค้นดีกว่า

ฉันบอกกับตัวเองก่อนจะปัดผ้าห่มให้พ้นทางแล้วพุ่งไปยังห้องน้ำอย่างรวดเร็ว

ไม่นานฉันก็จัดการกับตัวเองเสร็จ ฉันซึ่งอยู่ในสภาพเสื้อยืดสีขาวตัวหลวมกับกางเกงขาสั้นสีดำก็รีบเร่งออกมาจากห้องเพื่อลงมาที่ชั้นล่างในส่วนของร้านอาหารประจำหอพัก

ฉันสั่งข้าวผัดเป็นมื้อกลางวัน และในระหว่างที่ฉันกำลังกินข้าวอยู่นั้นพลันสองหูก็ได้ยินป้าเพ็ญซึ่งเป็นแม่ครัวกำลังคุยโทรศัพท์สายในอยู่

ห้อง 505 ใช่ไหมจ้ะ รับทราบจ้า เดี๋ยวป้าให้เด็กขึ้นไปส่งให้

เป็นอันรู้กันว่าหอพักแห่งนี้จะมีบริการส่งข้าว ถ้าหากใครขี้เกียจออกไปกินข้างนอก หรือขี้เกียจลงมากินที่ร้าน ก็สามารถโทรสั่งได้ แม้ราคาจะแพงกว่านิดหน่อยแต่ก็ถือว่าสะดวกสบาย และมันยิ่งสะดวกสำหรับพวกขี้เกียจ พวกเมาค้างอะไรแบบนี้

ป้าคะฉันเดินไปหาป้าเพ็ญก่อนจะตะโกนเรียก

ว่าไงจ้ะคุณป้าหันมายิ้มหวานให้

ห้อง 505 ที่โทรมาสั่งข้าวเมื่อกี้น่ะ พอดีหนูอยู่ห้องข้างๆ กำลังจะกลับขึ้นห้องไปพอดี ป้าฝากหนูเอาไปให้ก็ได้นะคะ

หือ?” ป้าหันมามองพลางขมวดคิ้วอย่างสงสัย

ก็ตอนนี้ไม่มีใครว่างไม่ใช่หรือคะ คุณป้าเองจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปส่งเองฉันบอกเพราะเห็นว่าพี่ที่เดินส่งข้าวตอนนี้ขึ้นไปส่งข้าวห้องอื่นอยู่

จริงด้วย ตอนนี้รายการเป็นหางว่าวเลย

งั้นเดี๋ยวหนูจัดเองเอง ป้าคิดค่าข้าวห้องนั้นไปด้วยเลยนะคะ เดี๋ยวหนูค่อยไปเก็บกับเจ้าห้องทีหลัง

ได้จ้า ขอบคุณมากนะป้าบอกก่อนจะรับเงินทั้งในส่วนของฉันกับของไอ้พวกผีปาร์ตี้นั่น

แหม...ใครมันสั่งราดหน้าตั้งแต่เที่ยง อ้อ..ต้องเป็นไอ้พวกเมาค้างที่ตื่นมาแล้วก็อยากจะกินอะไรร้อนๆ (พี่แสงเป็นบ่อย ตื่นมาแล้วก็ร้องจะกินแต่โจ๊ก แต่ข้าวต้ม)

ฉันเดินถือถาดซึ่งมีจานราดหน้าพร้อมเครื่องปรุงอย่างระมัดระวัง แล้วก็ได้แต่คิดว่า ทำไมถึงสั่งแค่จานเดียว เพราะถ้าได้ยินไม่ผิด คนที่อยู่ร่วมปาร์ตี้เมื่อคืนนี้มีไม่ต่ำกว่า 5 คนแน่

เดินไปก็ขมวดคิ้วไป...

เอาเถอะ สงสัยก็อยู่ในส่วนสงสัย รีบไปจัดการให้มันเรียบร้อยก่อนดีกว่า

ไม่นานฉันก็ยืนอยู่หน้าประตูห้องซึ่งมีเลขสลัก 505 ฉันพยายามสูดลมหายใจเข้าอย่างลึกๆ แล้วกระแอมไอสองสามทีเพื่อปรับโทนเสียงของตัวเอง

ข้าวมาส่งแล้วจ้า

ฉันพยายามพูดยานๆ แล้วดัดเสียงเป็นคนแก่ อ้อ...แล้วก็ไม่ลืมเอาปลายนิ้วของมือที่ว่างอยู่จิ้มปิดตาแมวไปด้วย

เพราะเดี๋ยวใครสักคนส่องตาแมวเห็นฉันเข้าล่ะก็ แผนการจบเห่กันพอดี

มาแล้วครับ มาแล้วคร้าบบบบเสียงตอบกลับเป็นเสียงของผู้ชาย

เอ่อ... เสียงมันคุ้นหูยังไงชอบกล

และแล้วบานประตูตรงหน้าค่อยๆ เปิดอ้าออกอย่างช้าๆ และในวินาทีนั้นฉันรีบอาศัยจังหวะที่ประตูกำลังเปิดอยู่พุ่งพรวดเข้าไปในห้องด้วยเกรงว่าถ้าคนที่เปิดประตูเห็นฉันเข้า มันจะปิดประตูใส่หน้าไปซะก่อน

เมื่อเข้ามาด้านใน ฉันก็ต้องเบิกตาโพลงอย่างตกตะลึง เพราะนอกจากในห้องนี้จะมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ อย่างพวกกลิ่นเหล้า กลิ่นบุหรี่อบอวลไปหมดนั้น มันยังมีสิ่งมีชีวิตที่นอนเปลือยอก สวมเพียงกางเกงยีนขายาว นอนเกยกันอยู่เต็มห้อง บางคนก็นอนกอดขวดเบียร์ บางคนก็นอนกอดกีตาร์ บ้างก็กระจัดกระจายกันเป็นจุดๆ ประหนึ่งเมาตรงไหนก็นอนมันตรงนั้น

ฉันเผลอมองไปยังประตูหนึ่งซึ่งเปิดค้างเอาไว้ ก็เห็นเตียงนอนยับยู่ยี่

หือ?

ทำไมห้องนี้มีแยกส่วนเป็นห้องนอนด้วยล่ะ ซ้ำห้องนี้ยังกว้างขวางกว่าห้องของฉันมาก ราวกับรวมสองห้องเอาไว้ในห้องเดียว เพราะห้องของฉันเปิดประตูเข้าไปเดินสองสามก้าวก็เจอกับเตียงนอนแล้ว

จะบอกยังไงดี คือห้องนี้มันเหมือนห้องของคอนโดหรูๆ มันไม่เหมือนห้องพักสำหรับนักศึกษาทั่วๆ ไปน่ะ

ว้าว! ป้าเพ็ญดูเด็กขึ้นเยอะเลยนะครับเสียงปิดประตูดังมาพร้อมกับเสียงหนึ่งจากทางด้านหลัง

ฉันลืมไปเสียสนิทว่าตัวเองเข้ามาในห้องของคนอื่นโดยพละการ ซ้ำยังทิ้งคนที่เปิดประตูห้องนี้เอาไว้ด้านหลังของตัวเองอีกต่างหาก

เอ่อ... เอาไงดี ตอนพุ่งเข้ามาก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะพูดอะไรเป็นประโยคแรกซะด้วยสิ

เสียงฝีเท้าของใครคนนั้นเดินเข้ามาใกล้ ในวินาทีนั้นร่างของชายหนุ่มที่ทั้งตัวสวมเพียงกางเกงยีนสีเข้มซึ่งหลุดต่ำจนเห็นขอบบ๊อกเซอร์หยุดอยู่ตรงหน้า รูปร่างของเขาสมส่วนประหนึ่งรูปปั้น กล้ามเนื้อกระชับไร้ไขมันส่วนเกิน มีส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างแจ่มชัด แต่ถึงอย่างนั้นต้นแขนก็ยังมีมัดกล้ามอย่างชายหนุ่มทั่วๆ ไป เพียงแต่เป็นชายหนุ่มที่ดูจะสะโอดสะองมากเกินไปหน่อย

สายตาของฉันมองไล่ขึ้นไปจนถึงใบหน้า เส้นผมสีทองด้านหน้ายาวจนเกือบจะปิดดวงตาสีดำล้ำลึกนั้นเปียกลู่ระหน้าผาก ผมด้านข้างสีดำตัดสั้นอย่างมีสไตล์

ฉันกลืนน้ำลายลงคอมองหยดน้ำกลิ้งไล่จากปลายผมระไปตามส่วนโค้งเว้าด้านหลังคอ กล้ามหน้าท้อง จนไปหยุดอยู่ที่ขอบบ๊อกเซอร์ ก่อนจะซึมผ่านเนื้อผ้าไป

เพียงแค่เห็นฉันรู้สึกเหมือนกับถูกฟ้าผ่า ร่างกายแข็งทื่อขึ้นมาทันใด

ป้าเพ็ญดูเด็กไม่พอ ซ้ำยังใจดีขึ้น มาบริการถึงในห้องเลยนะครับ

เขาเอ่ยอย่างยิ้มๆ โดยไม่สนใจสีหน้าของฉันแล้วก็คว้าถาดราดหน้าไปวางไว้บนโต๊ะทั้งๆ ที่มือของฉันแข็งค้างอยู่ในท่าเดิม

ใบหน้าของฉันซีดลงอย่างไม่เป็นธรรมชาติโดยไม่รู้สาเหตุ กล้ามเนื้อทุกมัดบนร่างเครียดแข็งโป๊กอย่างกับหิน คำพูดของเขาไม่ส่งถึงหูของฉันเลยแม้แต่น้อย

ไม่จริง! เป็นไปไม่ได้! ไม่มีทาง!

ฉันพยายามหลอกตัวเอง พยายามกะพริบตาเพื่อให้ภาพของชายหนุ่มตรงหน้ามันหายไป แต่ทว่าไม่เพียงภาพตรงหน้าจะจางหายไปเหมือนกลุ่มควัน มุมปากของเขายังยกขึ้นน้อยๆ เหมือนได้เจอของเล่นที่ตามหามานานแสนนาน

สาบานได้ว่าฉันเห็นอันตรายในดวงตาแวววับคู่นั้น มันคือความอันตรายที่ทำให้ฉันเย็นวาบไปถึงกระดูกสันหลังเลยทีเดียว!

รู้ใจจัง ผมกำลัง หิวอยู่พอดี

น้ำเสียงที่แปลกไปของเขาทำให้ฉันเผลอจ้องดวงตาคู่นั้น รอยยิ้มร้ายกาจราวกับนักล่าของเขาทำให้หัวใจของฉันเต้นรุนแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก

อ้าว? ดูๆ ไปแล้วก็ไม่ใช่ป้าเพ็ญนี่หว่า งั้นแสดงว่าป้าเพ็ญใจดีส่งอาหารพิเศษแถมมาให้ด้วย

รอยยิ้มแบบนี้นี่มันเหมือนรอยยิ้มของฉลามขาวตัวใหญ่ยักษ์ที่กำลังเขมือบเหยื่อลงท้องเลย!

เวลานี้ฉันหายใจไม่ค่อยออกจึงพยายามผ่อนลมหายใจที่เก็บกลั้นอยู่นานออกมาอย่างสั้นๆ ร่างกายอ่อนยวบจนต้องเผลอยกมือขึ้นบีบตรงอกด้านซ้ายเพื่อควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจ

หึ...”

เสียงหึดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงเดินย่างสามขุมเข้ามาหาอย่างช้าๆ  ด้วยความที่ยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรจึงทำให้ฉันต้องก้าวถอยหลังรักษาระยะห่าง จวบจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังขาจึงสะดุดกึก แต่ชายหนุ่มตรงหน้าก็ยังไม่หยุดเดิน แขนแกร่งสองข้างเอื้อมข้ามบ่าของฉันแล้ววางนาบกับผนังห้อง

เมื่อร่างสูงโปร่งยืนคร่อมร่างเอาไว้มันให้ความรู้สึกเหมือนถูกคุกคาม หัวใจของฉันเต้นถี่รัวด้วยความตื่นเต้นยากจะบรรยาย ใบหน้าหล่อเหลาก้มต่ำลงมา ดวงตาสีดำคมเข้มจ้องอยู่ในระดับเดียวกันกับสายตาของฉัน

ชะ...ช่วยถอยออกไปก่อนได้มั้ย คะ...คือฉันอธิบายเรื่องนี้ได้ฉันบอกด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

เป็นอาหาร พูดไม่ได้นะเขาพูดพลางส่ายหน้าปฏิเสธ ซ้ำยังเอาใบหน้ามาคลอเคลียอยู่ข้างหูของฉันอีกต่างหาก

นี่นายทำบ้าอะไรเนี่ย!”

อาหารอะไรพูดมากจริง

เขาสบถอย่างรำคาญแล้วยื่นมือมาจับปลายคางของฉันเอาไว้

จะทำอะไร ปล่อยนะ!”

ฉันพยายามเบี่ยงคางหลบ แต่ทว่าเขากลับโน้มใบหน้าเข้ามาและใช้เรียวปากปิดเสียงของฉันเอาไว้ ริมฝีปากของเขาบดเบียดอย่างเร่าร้อน และบ้าคลั่งราวกับจะกลืนกินฉันเข้าไปทั้งตัว

ฉันเบิกตากว้าง ตกตะลึงจนหัวสมองว่างเปล่าและขาวโพลนไปหมด

ขะ... เขากำลังทำอะไร!

ฉันไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่ อันตรายขนาดนี้มาก่อน การสัมผัสกับเพศตรงข้ามของฉันอย่างมากก็แค่คลาสเบื้องต้นอย่างเช่นการจับมือ แม้กระทั่งจูบยังไม่เคยเลยด้วยซ้ำ!

"อ๊ะ" เมื่อเขาดูดเม้มริมฝีปากของฉันจนเปียกชื้น ฉันถึงกับเผลอส่งเสียงร้องออก เขาจึงได้โอกาสสอดปลายลิ้นเข้ามาอย่างเร่าร้อน

เวลานี้เรียวลิ้นแข็งแรงรุกล้ำเข้ามาพันรัดอยู่ในปากเข้ายึดครองความหอมหวานอย่างที่ไม่เคยมีใครได้สัมผัสมันมาก่อน แม้ตอนแรกฉันจะตกใจจนทำอะไรไม่ถูกได้แต่ดิ้นรนตามสัญชาตญาณ แต่เพราะเขาจับคางของฉันเอาไว้เสียแน่น ฉันจึงไม่สามารถหลีกหนีไปไหนได้

ฉันใกล้จะหายใจไม่ออกเต็มที จึงกำหมัดและทุบไปบนอกกว้างของเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย ทั้งยังออกแรงกัดลิ้นที่ละโมบโลภมากของเขาอย่างเหี้ยมโหด

โอ๊ย!!” เสียงแห่งความเจ็บปวดดังขึ้นพร้อมกับร่างของฉันที่เป็นอิสระ

ไอ้คนสารเลว! ฉันไม่ใช่ของเล่นของนายนะ!” ฉันตะโกนด่าด้วยใบหน้าแดงก่ำแล้วรีบยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากของตัวเองอย่างลวกๆ

ทำไมเธอจะไม่ใช่เขาย้อนเสียงเย็นชาพลางยกนิ้วขึ้นลูบปลายลิ้นของตัวเองด้วยใบหน้านิ่งเฉย

ตลกมากไปแล้ว นายเห็นผู้หญิงเป็นอะไร อยู่ๆ จะมาจูบคนที่เพิ่งเจอหน้ากันครั้งแรกได้ยังไงวะ!”

เจอกันครั้งแรกงั้นเหรอ?” เขาพูดพลางเลิกคิ้วข้างนึงขึ้น นี่สมองของเธอมีปัญหาไปแล้วเหรอไง

สมองของฉันไม่ได้มีปัญหา ของนายนั่นแหละที่มีปัญหา นายน่ะไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีอะไรเลยสักอย่าง เพราะนอกจากจะทำเสียงดังรบกวนเพื่อนข้างห้องแล้ว นายน่ะยังมีหน้ามาจูบคนอื่นอีก! นายมันสารเลว ชั่วช้า หน้าด้าน ไร้ยางอาย อุบาทว์ที่สุดในโลก!”

ฉันด่ากราดอย่างไม่ไว้หน้า จนหลงลืมไปว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่คนที่ฉันควรจะเข้าไปแหยมด้วย

นี่เธอคิดว่าตัวเองอยู่ในฐานะที่พูดแบบนี้กับฉันได้อย่างนั้นเหรอ

ได้สิ ทำไมจะไม่ได้!”

จันอับ...”

เมื่อคำพูดนี้ลอยเข้าหู ฉันถึงกับเบิกตาโพลง

จันอับบ้าอะไร ฉันไม่ได้ชื่อจันอับ นายจำผิดคนแล้วโว้ย!!” ฉันปฏิเสธเสียงหลง พลางส่ายหน้าเป็นพัลวัน

ฉันยังไม่ได้บอกสักคำว่ามันเป็นชื่อของเธอเรียวคิ้วสวยๆ ของเขาเลิกขึ้นเล็กน้อย

สาบานว่าฉันเห็นรอยยิ้มผุดขึ้นบางๆ ตรงมุมปาก มันเป็นรอยยิ้มของฉลามขาวตัวเดิมไม่มีผิดเพี้ยน!

เสียงดังอะไรกันวะ!”

เมื่อผู้ชายที่นอนอยู่ใกล้ๆ ผงกหัวขึ้นมาจากพื้นด้วยท่าทางงัวเงีย ฉันเลยอาศัยจังหวะตอนที่เขาเผลอผลักหน้าอกของเขาอย่างแรง แล้วก็รีบเปิดประตูวิ่งหนีออกมาจากห้องของเขาด้วยสีหน้าร้อนรนราวกับกลัวว่าด้านหลังจะมีผีปีศาจไล่ตามมา

เมื่อเข้ามาในห้องของตัวเองได้ ร่างของฉันก็ทรุดลงไถลไปกับผนังอย่างเชื่องช้าเพราะแข้งขาอ่อนปวกเปียกไปหมด

ฉันผ่อนลมหายใจที่เก็บกลั้นอยู่นานออกมาอย่างสั่นๆ ใบหน้าของฉันร้อนผ่าว หัวใจเต้นรัวแรงจนไม่อาจควบคุมได้ มาถึงตอนนี้แล้วฉันยังสงสัยอยู่ว่าตัวเองฝันไปเปล่า

เพื่อพิสูจน์ข้อสงสัยนี้ ฉันจึงหันหน้าเอาหัวโขกเข้ากับกำแพงห้องหลายๆ ที

โอ๊ย! เจ็บๆๆๆฉันยกมือขึ้นลูบหน้าผากของตัวเอง ฉันไม่ได้ฝันไป

พาคุณ...

ไอ้ผู้ชายสารเลวคนนั้นมันกลับมาแล้ว!!

 



[1] เพลงรองเท้าหน้าห้อง สายัณห์ นิรันดร

[2] เพลงออกมาเต้น - ติ๊ก ชิโร่

[3] เพลงคืนจันทร์ - LOSO






*มีใครอ่านเรื่องนี้อยู่บ้างคะ ส่งเสียงหน่อย อีไรท์เหงามาก

ตอนนี้พระเอก นางเอกเจอกันแล้ว เป็นยังไงกันบ้าง

นิยายเรื่องนี้อัพช้าอัพเร็วขึ้นอยู่กับคนอ่านแล้วนะคะ 

เหงาจริงๆ เหมือนอัพแล้วอ่านคนเดียวเลย ฮือๆๆ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 118 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

236 ความคิดเห็น

  1. #195 PipadaKuankaew (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 00:34
    สนุกกกกกกก
    #195
    0
  2. #169 nice12122 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 16:52
    ที่เข้ามาอ่านเนี่ยไม่ใช่ไรหรอก เก๊าาชอบจีซู5555
    #169
    0
  3. #91 ลายหมึก (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 23:12
    อ่านๆ ไม่พลาดหรอก
    #91
    0
  4. #44 SXRXCHXYX (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 07:46
    สนุกกก
    #44
    0
  5. #9 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 08:55
    รออยุ่นร้าาา
    #9
    0
  6. #8 Foong_Fooo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 12:03
    อ่านค่า มาต่อเบยๆ
    #8
    0
  7. #7 ranot (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 15:26
    เค้าอ่านค่ะไรต์~~~
    #7
    0
  8. #6 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 08:37
    เจอหน้าปุํบจัุบจุบปั้บนี่คือไรยะ
    #6
    0