{E-book} Chained Up #โซ่แส้กุญแจรัก [สนพ.SENSE BOOK]

ตอนที่ 2 : Episode 01 : The Ghost next door

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,188
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 107 ครั้ง
    12 มิ.ย. 60

  

 

Episode 01

The Ghost next door

 

เมื่อไหร่พี่แสงจะกลับหอของตัวเองไปซะที

ก็ยัยนั่นยังไม่ออกไปจากห้องของพี่เลย พี่เบื่ออ่ะ ขอหลบภัยห้องแกสักคืนสองคืนนะ

แล้วทำไมพี่ไม่บอกเธอไปดีๆ ล่ะ นั่นมันห้องของพี่นะ

ฉันยืนเท้าเอวบอกพี่ชายที่นอนเอกเขนกอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่บนโซฟาในหอพักของฉัน

พี่บอกอ้อมๆ ไปแล้ว แต่ยัยนั่นก็ยังทำเป็นหูทวนลม พอบอกไปตรงๆ เธอก็บอกว่ารูมเมทชอบพาแฟนมาห้องเลยไม่อยากอยู่เป็นก้างขวางคอ ขอมาอยู่กับพี่สักพัก พี่ก็ไม่รู้จะทำยังไง เลยต้องบากหน้ามาหาแกนี่แหละ

พี่น่ะผิดตั้งแต่แรกแล้วฉันย้อนเสียงเย็นชา

พี่ผิดยังไงวะพี่ชายของฉันละจากหนังสือก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามอง

ก็ถ้าไม่คิดจะคบกับเค้าจริงๆ จังๆ ก็ไม่ควรพาไปที่ห้องของตัวเองตั้งแต่แรกสิ

ฉันยืนจ้องหน้าพี่ชายอย่างเอาเรื่อง ถ้าไม่คิดจะสานสัมพันธ์ ไม่อยากคบกันเป็นเรื่องเป็นราว ก็อย่าไปให้ความหวังผู้หญิง อย่าพาผู้หญิงเข้าไปในโลกของตัวเองสิ!

โอ๊ย! นี่มันสมัยไหนแล้ว ปกติพี่ก็พาผู้หญิงไปที่ห้องบ่อยๆ ก็ไม่เห็นมีใครจะเป็นแบบนี้เลยสักคน นี่เจอคนแรกเลยนะที่เกาะเป็นปลิงแบบนี้น่ะ

พี่พูดแบบนี้ออกมาได้ไง!ฉันตะคอกเสียงดัง พี่อย่าลืมสิว่าตัวเองก็มีน้องสาว ถ้าเวรกรรมมันตกมาถึงน้องล่ะ

เวรกรรมอะไรวะ

ก็ถ้าหากสักวันน้องโดนผู้ชายทำแบบนี้บ้างล่ะ...

ไม่มีวันนั้นหรอกพี่ชายของฉันเอ่ยเสียงเย็น เพราะถ้ามีใครทำแบบนั้นกับแก ฉันจะไปฆ่ามัน แถมฆ่าแกให้ตายตกไปตามกัน ด้วยข้อหาไปนอนห้องของผู้ชาย

สิ้นคำพูดของพี่ชาย ฉันได้แต่กะพริบตามองอย่างอึ้งๆ

คำพูดเห็นแก่ตัวแบบนี้มันออกมาจากปากของเขาได้ยังไง!

เขาเกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่เดียวกันกับฉันได้ยังไงเนี่ย!

แล้วถ้าเกิดผู้หญิงคนนั้นมีพี่ชาย แล้วพี่ชายของเจ้าหล่อนก็คิดเหมือนกันกับพี่ล่ะ พี่จะไม่โดนฆ่าตายเรอะ!

อ๋อ...เรื่องนั้นไม่มีปัญหาหรอกพี่ชายของฉันพูดพลางยักไหล่ขึ้นลง

ทำไมล่ะ

ก็ยัยนั่นน่ะมีแต่พี่สาว ซ้ำพี่สาวของเธอก็เป็นหนึ่งในกิ๊กของพี่ด้วย ฮ่าๆ

โว้ย! นี่มันพญาเทครัวแล้ว!!

ฉันไม่รู้สรรหาคำไหนมาด่าพี่ชายของตัวเองแล้ว! จึงได้แต่ถอนหายใจพลางกวาดห้องอย่างเซ็งๆ

ทีตอนขอไปอยู่ด้วยเพื่อประหยัดค่าเช่าหอ ก็บ่ายเบี่ยงบอกว่าตัวเองเป็นผู้ชาย มีกิจกรรมอะไรๆ ที่ผู้ชายต้องทำอยู่หลายอย่าง เช่นเรื่องที่ผู้ใหญ่เขาต้องทำกัน เด็กผู้หญิงอย่างฉันไม่ควรได้รับรู้ แต่ทีตอนนี้พอไปทำเรื่องผู้ใหญ่ไม่เข้าท่าก็บากหน้ามาให้น้องช่วยอีก!

ชิ! มีพี่ชายนิสัยไม่ดีก็เหมือนมีส้วมอยู่หน้าบ้าน!

แต่เอาจริงๆ ฉันก็รู้หรอกว่าตัวเองจะอยู่ร่วมห้องเดียวกันกับพี่ชายไม่ได้ เพราะคงไม่มีใครเชื่อว่าเราสองคนเป็นพี่น้องกัน ขนาดสมัยมัธยม ตอนนั้นเป็นช่วงงานกีฬาสี ฉันกับพี่ชายต้องอยู่ช่วยงานกันจนมืด พออาจารย์ของเด็กประถมมาเห็นเราสองคนนั่งรอพ่อมารับ ก็มาต่อว่าต่อขานไล่ให้เราสองคนรีบกลับบ้าน (เพราะคิดว่าจีบกันอยู่) พอฉันบอกกับอาจารย์ไปว่าเราสองคนเป็นพี่น้องกัน อาจารย์ก็ไม่เชื่อ มองหน้าฉันสลับกับพี่ชาย แล้วหาว่าฉันโกหกอีก ฉันเลยต้องใช้ไม้เด็ด คือโชว์อกเสื้อซึ่งปักชื่อนามสกุลของเราทั้งคู่ให้อาจารย์ดู นั่นแหละอาจารย์ถึงกับหงายหน้าหัวเราะกลบเกลื่อน พร้อมกับพูดประโยคที่ฉันฟังแล้วเจ็บจี๊ดถึงหัวใจ

ขอโทษที่ครูเข้าใจผิด ก็หน้าของเราสองคนไม่เห็นกันเลย ครูเลยพานคิดไปว่าเรากำลังถูกรุ่นพี่หน้าตาดีหลอกจีบอยู่น่ะ

นั่นแหละค่ะ ประโยคนั้นทำเอาฉันถึงกับอึ้ง

ใช่สิ! ตอนนั้นฉันไม่ได้ดูดี แถมตัวก็เตี้ย ขาก็สั้น ซ้ำผมยังตัดบ๊อบสั้นติดติ่งหูอีก

เฮอะ! ใครจะมันไปดูดี ขนาดที่ทำผมสกินเฮดเหมือนนักรบย้อนยุคยังมีสาวๆ ตามกรี๊ดเป็นพรวนเหมือนพี่ชายของฉันกันเล่า!

คิดเรื่องอดีตแล้วก็แอบเคือง ฉันถึงกลับหันไปมองค้อนพี่ชายที่ดูไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยสักนิด

เอาเถอะ ไล่ยังไงพี่แสงก็คงไม่ยอมกลับไปง่ายๆ หรอก รีบจัดห้องเก็บข้าวของเครื่องใช้ให้เป็นที่ก่อนดีกว่า

เพราะถึงแม้ว่าฉันจะย้ายเข้ามาอยู่ในหอพักนี้ได้ประมาณสองอาทิตย์แล้ว แต่ฉันก็แทบจะไม่มีเวลาเก็บของเลย เพราะนอกจากจะต้องตื่นเช้าไปเรียนแล้ว หลังเลิกเรียนยังต้องเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องอีก วันนี้เป็นวันหยุดก็เลยมีเวลาจัดการข้าวของนี่แหละ แต่แทนที่วันหยุดจะเป็นวันสงบสุขกลับมีมารคอหอยมาก่อกวนแต่เช้านี่สิ!

ว่าแต่... กลิ่นอะไร?

ฉันทำจมูกฟุดฟิดเหมือนแมวแล้วพยายามหาต้นตอของกลิ่นแปลกประหลาด แล้วในที่สุดฉันก็ได้เจอกับต้นตอของกลิ่นนี้

ฉันถลึงตามองพี่ชายที่กำลังสูบบุหรี่อยู่ตรงโซฟาก่อนจะตะโกนเสียงดังลั่น

พี่แสง! ทำไมไม่ออกไปดูดบุหรี่ที่นอกระเบียงฮะ!

จะดูดตรงไหนก็เหมือนๆ กันนั่นแหละ

ไม่เหมือนโว้ย!ฉันตะโกนพร้อมพยายามดึงแขนของพี่ชายไปด้วย ออกไปดูดข้างนอก เดี๋ยวกลิ่นมันติดเสื้อติดผ้าห่มของน้อง!

อย่าบ่นเป็นยายแก่ไปหน่อยเลยน่าพี่ชายไม่สนใจแถมยังพ่นควันใส่หน้าของฉันอีก

ฉันกัดฟันกรอดก่อนจะหันไปคว้าสเปรย์ดับกลิ่นห้องแล้วฉีดกระจายไปทั่วบริเวณ

เฮ้ยแกมาฉีดสเปรย์ใส่พี่ทำไมเนี่ย!

พี่แสงสบถพร้อมกับถอยร่างหนี แต่ฉันไม่สนใจเอาแต่พ่นสเปรย์ใส่ไปทั่วร่างของเขา มาถึงตอนนี้ห้องของฉันมีทั้งกลิ่นน้ำหอมผสมปนเปไปกับกลิ่นบุหรี่จนแสบฉุนไปหมด

ดูดในห้องไปเลยนะ เอาให้ตายไปคนเดียวเลย!

ตะโกนจบฉันก็พุ่งตัวออกไปตรงระเบียง แถมยังปิดประตูระเบียงขังพี่ชายเอาไว้ข้างในอีกต่างหาก

เปิดประตูระเบียงเดี๋ยวนี้นะโว้ย!พี่แสงพูดพลางหมุนลูกบิด แต่ฉันเอาร่างของตัวเองดันบานประตูเอาไว้

ไม่!

จันทร์หนวดเขี้ยว!

อย่าเรียกน้องแบบนี้นะ!ฉันตะโกนสวนกลับไป

ทำไมจะเรียกไม่ได้ ก็แกชื่อจันทร์จริงๆ นี่หว่า

งั้นน้องก็จะเรียกพี่ว่านายทองแก้ว!

ทำชื่อเสียงเพริศแพร้ว ไว้ลายเลือดไทย เฮ้ย! ไม่ใช่ เปิดประตู เปิดเดี๋ยวนี้ไอ้จันทร์!

และในที่สุดฉันก็สู้แรงของพี่ชายไม่ไหว พี่แสงดันประตูอย่างแรงจนทำให้บานประตูโขกเข้ากับหัวของฉัน

เจ็บนะ!ฉันลูบหัวตัวเองป้อยๆ

ทำไมฉันทำอะไรไม่เคยชนะพี่ชายของตัวเองเลยสักครั้ง!

สมน้ำหน้า อยากเล่นอะไรไม่เข้าเรื่องพี่แสงพูดพร้อมกับทำปากยื่นปากยาวใส่ ฉันได้แต่ย่นจมูกแล้วก็ต้องเดินตามเขาเข้าไปเพื่อเปิดพัดลมไล่กลิ่นบุหรี่ออกมาแทน

คนเกิดทีหลัง มักจะเสียเปรียบแบบนี้สินะ เชอะ!

หลังจากนั้นฉันจำต้องปล่อยให้พี่ชายสูบบุหรี่ ดื่มเบียร์กระป๋องและยึดครองโซฟาโดยที่ทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง นี่ยังดีนะตอนที่เขาลงไปซื้อเบียร์ ยังมีแก่ใจซื้อข้าว ขนม และน้ำอัดลมมาเผื่อด้วย

แต่ใจดีแค่นี้ก็ไม่ทำให้ฉันหายโกรธหรอก!

ฉันได้แต่เล่นโน้ตบุ๊กอยู่บนโต๊ะญี่ปุ่นตรงหน้าระเบียงห้องโดยไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปนานมากแค่ไหน และพอเงยหน้าขึ้นไปมองก็เห็นพี่แสงออกมาจากห้องน้ำในสภาพชุดใหม่ แถมยังฉีดน้ำหอมซะฟุ้งห้องไปหมด

พี่จะไปไหนน่ะ แต่งตัวซะหล่อเชียวฉันถามทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มอก

ไปเที่ยวพี่แสงบอกพลางใช้ปลายนิ้วเสยผมของตัวเองตรงหน้ากระจกเบาๆ พอพี่ออกไปแล้วแกก็ล็อกห้อง แล้วอย่าปิดโทรศัพท์ เดี๋ยวดึกๆ พี่กลับมาถึงหอแล้วจะโทร.เข้ามาบอก แกก็ลงไปรับด้วยล่ะ

เดี๋ยวนะ...พี่กำลังจะบอกน้องว่า พี่จะกลับมานอนที่นี่?”

ใช่แล้วน้องเอ๋ย...พี่แสงพูดแล้วก็หันมาขยิบตาให้อย่างเท่ๆ มาล็อกประตูห้องเร็วๆ พี่จะไปแล้ว

เฮ้อออออ น่าเบื่อกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!

ฉันจำต้องลุกขึ้นแล้วคว้ากุญแจห้องและคีย์การ์ดเดินตามพี่แสงไปที่หน้าประตู

ไหนๆ พี่ก็จะกลับมานอนที่นี่อยู่แล้ว พี่ก็เอากุญแจกับคีย์การ์ดไปด้วย น้องขี้เกียจลงไปเปิดให้

ฉันบอกอย่างเซ็งๆ เพราะหอพักทุกคนต่างก็รู้ว่าประตูเข้าหอพักจำเป็นต้องใช้คีย์การ์ดเพื่อเปิดเข้า ฉันเองก็ขี้เกียจลงไปเปิด และก็ไม่รู้ว่าพี่ชายจะกลับมากี่โมงด้วย ไปเที่ยวแบบนี้คงตีสองตีสามโน้นแหละกว่าจะกลับ

เออๆ ก็ได้พี่ชายพยักหน้ารับ ปิดประตูแล้วล็อกด้วยนะ

โอ๊ย! สั่งอย่างกับพ่อ!

ฉันปิดประตูตามหลังพี่ชายก่อนจะกดตัวล็อกตรงลูกบิดอย่างแรง เดี๋ยวก็แกล้งใส่กลอนประตูด้วยซะเลยนี่!

และเมื่อพี่แสงไม่อยู่แล้ว ฉันก็ได้เวลาเก็บกวาดห้องอีกครั้ง ฉันเปิดประตูระเบียงอย่างไม่กลัวว่ายุงจะเข้า (แต่เคยได้ยินว่าชั้น 5 ยุงบินขึ้นมาไม่ถึง ซึ่งเรื่องนี้ไม่รู้จริงหรือเปล่า) แล้วจัดการเปิดพัดลมให้มันพัดกลิ่นต่างๆ ออกจากห้องไป แล้วไม่นานกลิ่นทุกอย่างก็ลอยออกไปจนเกือบหมด หลงเหลือเพียงกลิ่นบุหรี่ผสมกับกลิ่นน้ำหอมจางๆ เท่านั้น

จริงๆ ฉันก็ไม่ได้รังเกียจกลิ่นพวกนี้หรอกนะ ออกจะเฉยๆ และชินซะมากกว่า แต่แบบว่าอย่างน้อยๆ พี่ชายของฉันก็ควรออกไปสูบนอกระเบียง เพื่อให้กลิ่นมันลอยออกไปสิ... เฮ้อออออ

ฉันเดินกลับเข้ามาในห้องพลางคิดจะโทรศัพท์ไปคุยกับไอ้หมวยเพื่อนที่เพิ่งจะสนิทกันมาได้ไม่นาน แต่ทว่าพอหยิบโทรศัพท์แล้วแสกนนิ้วปรากฏว่ามันแสกนไม่ได้! พอกดปุ่มด้านข้างเพื่อดูหน้าจอมันก็ไม่ใช่รูปของฉัน แถมยังมีสายที่ไม่ได้รับอีกห้าสิบกว่าสาย!

ไอ้พี่แสงหยิบโทรศัพท์ผิดไปเหรอเนี่ย!

ฉันบ่นพร้อมกับโยนโทรศัพท์ไปบนเตียงนอน จริงๆ ฉันก็รู้พาสเวิร์ดโทรศัพท์ของพี่ชายอยู่หรอกนะ เพราะคนบื้อๆ บ้าๆ แบบนั้นคงใช้พาสเวิร์ดเดิมๆ ซ้ำๆ แบบจำง่ายๆ อย่างเช่น 1111 หรือ 1234 อะไรทำนองนี้ แต่ที่ฉันไม่เปิดมันก็เพราะกลัวไปเจอเรื่องที่ไม่ควรรู้เข้า เพราะถึงแม้เราจะเป็นพี่น้องกัน พี่ชายก็คงมีเรื่องที่ไม่อยากให้น้องตัวเองรู้หรอก

และคราวนี้ฉันไม่มีอะไรทำจริงๆ จึงเดินออกมานอกระเบียง หยิบกระถางต้นกระบองเพชรที่ปลูกไว้มามองอย่างมีความสุข ถึงแม้ฉันจะโชคร้ายในเรื่องที่ถูกพี่ชายของตัวเองก่อกวนความสุข ทว่าฉันก็ยังมีโชคดีอยู่บ้าง เพราะไอ้ห้องด้านข้างของฉันซึ่งอยู่ห้องริมสุดไม่มีคนอยู่ ฉันเลยอาศัยความเนียนเอาต้นกระบองเพชรไปวางไว้ที่ระเบียงห้องนั้นด้วย

แต่น่าแปลกมั้ย? ทำไมหอพักแห่งนี้ยังมีห้องว่างทั้งๆ ที่ห้องเต็มหมดทุกห้อง ไม่สิ... ต้องบอกว่าหอพักในละแวกนี้ไม่มีห้องว่างเหลืออยู่เลย ฉันเคยไปถามพี่ที่ดูแลหอว่าทำไมไม่มีคนอยู่ห้องนั้น แต่พี่เค้าก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมตอบคำถาม ซ้ำพอฉันขอย้ายไปอยู่ห้องนั้นเพราะเห็นว่าเป็นห้องริม พี่เขาก็ปฏิเสธ บอกว่าไม่ได้อีก

ฉันเลยไม่สามารถเก็บความสงสัยเอาไว้ได้ ถึงขนาดเดินสำรวจภายในตึกกันเลยทีเดียว

หอพักแห่งนี้มีจำนวน 5 ชั้น มีลิฟต์และบันไดอยู่ตรงกลางตึก ในแต่ละชั้นจะมีอยู่ 6 ห้องซึ่งฝั่งที่ติดอยู่กับบันไดจะมีห้องอยู่ทางซ้ายและขวาอย่างละห้อง ส่วนอีกฝั่งจะมีอยู่ 4 ห้องติดๆ กันไป

แต่ที่น่าแปลกก็คือชั้น 5 ที่ฉันอยู่มันมีแค่ 5 ห้อง! ซ้ำไอ้ห้องที่ไม่มีคนพักมันดูใหญ่กว่าห้องอื่นๆ อีกด้วย

คิดดูเอาเถอะว่าฉันสงสัยมากขนาดไหน ฉันเคยคิดจะปืนระเบียงห้องข้ามไปห้องข้างๆ เลยด้วยซ้ำ นี่ถ้าไม่ติดว่ากลัวตกลงไปตายจนกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งละก็... ฉันคงทำไปแล้ว!

เหอะๆฉันได้แต่หัวเราะให้กับความขี้สงสัยของตัวเองพลางหันไปมองระเบียงห้องด้านข้าง แต่ทว่า...

เฮ้ย! ต้นกระบองเพชรหายไปไหนเนี่ย!

ฉันเผลอชะโงกหน้าไปมองระเบียงห้องด้านข้าง ต้นกระบองเพชรที่ฉันเอาไปวางไว้บนขอบระเบียงห้องนั้นมันหายไป! หายไปจริงๆ นะ!

ฉันเบิกตาโตอย่างตกใจ มะ...ไม่ใช่ว่ามันร่วงหล่นลงไปด้านล่างแล้วโดนหัวใครเข้าหรอกนะ!

ไม่สิๆๆ เป็นไปไม่ได้ มันจะโดนหัวใครไม่ได้ ลมมันไม่ได้พัดแรงมากขนาดจะทำให้กระถางต้นไม้หล่นลงไปได้ คือถ้ามันเป็นแบบนั้นจริง กระถางที่ห้องของฉันก็ต้องตกลงไปด้วยสิ!

และอีกอย่างฝั่งห้องของฉัน ระเบียงมันติดอยู่กับที่ดินว่างเปล่า มันไม่ได้ติดถนน เพราะฉะนั้นมันไม่ทางหล่นไปใส่หัวใครได้หรอก ตะ...แต่ถ้ามีใครบังเอิญเดินเข้ามาในที่ดินผืนนี้ล่ะ

โอ๊ยๆๆๆ ไม่เอาๆ ฉันยังไม่อยากโดนข้อหาประมาททำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือนะ หรือดีไม่ดีอาจจะโดนข้อหาเจตนาฆ่าก็เป็นได้!

ฉันสติหลุดถึงกับยกมือขึ้นกัดเล็บส่ายหน้าไปมาเลยด้วยซ้ำ

ไม่ได้ๆ ต้องเก็บๆฉันเก็บกระถางกระบองเพชรออกจากขอบระเบียงแล้วมาวางบนพื้นอย่างรวดเร็ว

ฉันนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นระเบียงแล้วจัดการเรียงกระถางต้นกระบองเพชรของตัวเองอยู่นานสองนาน โดยไม่ได้สนใจรอบข้างเลยแม้แต่น้อย แต่ทว่าจู่ๆ ฉันก็ได้กลิ่นอะไรบางอย่างลอยเข้ามาปะทะกับจมูก

...มันเป็นกลิ่นบุหรี่อีกแล้วล่ะ

คราวนี้ฉันหันซ้ายหันขวาก่อนจะรีบคลานสี่ขาชะโงกหน้ามองเข้าไปในห้อง

พี่แสงก็ไม่อยู่ กลิ่นในห้องก็ไม่มี

ละ...แล้วกลิ่นบุหรี่มาจากไหนเนี่ย!

ฉันลุกขึ้นก่อนจะชะโงกหน้าไปมองห้องอีกฝั่งซึ่งเป็นห้องที่มีคนพักอยู่ ห้องนี้เป็นห้องของนักศึกษาหญิงสองคน ซ้ำประตูระเบียงปิด ไฟในห้องก็ปิด แสดงว่าตอนนี้พวกเธอทั้งคู่ไม่ได้อยู่ในห้อง!

ระ...หรือว่าจะเป็นอีกห้อง!

ฉันย้ายฝั่งโดยที่ค่อยๆ เกาะขอบระเบียงห้องของตัวเองพลางชะโงกหน้าไปมอง แต่มันก็มองไม่เห็นอะไรเพราะประตูระเบียงห้องนั้นเปิดอ้าจนบังระเบียงห้องนั้นเสียมิด โดยยังคงมีกลิ่นบุหรี่ลอยออกมาอย่างต่อเนื่อง!

เดี๋ยวนะ!? ห้องข้างๆ ไม่มีคนอยู่ แต่ทำไมประตูระเบียงถึงเปิดออกทั้งๆ ที่เมื่อตอนที่ฉันหากระถางต้นไม้มันยังปิดอยู่เลย แถมยังมีกลิ่นบุหรี่ลอยออกมาอีกต่างหาก

หือ?

ฉันเบิกตาโตก่อนจะคิดได้ในที่สุด

อย่างนี้มันเรียกว่าผีหลอกใช่มั้ย!

แน่นอนว่าฉันไม่กลัวผี ตอนเด็กๆ พ่อแม่ไม่เคยหลอกผีให้ฉันกลัว แต่ถึงฉันจะไม่กลัว มันก็ไม่ได้แปลว่าฉันจะไม่เชื่อว่ามีผีอยู่บนโลกใบนี้หรอกนะ!

หรือว่าที่ไม่มีคนพักอยู่ห้องนั้น เพราะเคยมีคนตายมาก่อน และพอมีคนมาอยู่จึงเจอดีเข้า เลยพากันย้ายออกไปจนหมด หลังจากนั้นห้องนั้นเลยถูกปิดตาย ไม่ให้ใครเข้าพักอาศัยอีก!

สงสัยงานนี้ฉันคงมีเพื่อนข้างห้องเป็นผีเสียแล้วล่ะ!

“The Ghost next door เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะทำบุญไปให้นะ!

ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่กล้าตะโกนออกไปแบบนั้น!

หึดูเหมือนผีข้างห้องจะตอบรับความหวังดีของฉันด้วยการส่งเสียงหึมาหนึ่งที คราวนี้ล่ะฉันถึงกับโหวกเหวกโวยวาย

ว๊าก! ไม่ต้องตอบก็ได้ ไปที่ชอบที่ชอบเถอะ!

ตะโกนจบฉันก็รีบกระโจนเข้าห้องพุ่งไปที่เตียงหยิบผ้าห่มขึ้นคลุมโปงอย่างรวดเร็ว

อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ....อะ...อะไรต่ออ่ะ

กรี๊ด! จำไม่ได้ ไม่เคยสวดมนต์ ไม่เคยไล่ผี ไม่เคยคิดว่าจะมาเจอผีตัวเป็นๆ มาก่อนในชีวิต!

ถ้างั้นก็...ปีศาจจงออกไป! มารร้ายจงออกไป!

ฉันขออันเชิญเทพยดาที่บังเอิญผ่านมาช่วยขับไล่ผีข้างห้องโดยเร็วด้วยเถิด!

 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 107 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

236 ความคิดเห็น

  1. #98 Am_Rat (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 07:56
    5555555
    #98
    0
  2. #5 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 11:36
    มันใช่ผีแน่เหรอจันทร์  อาจจะเป็นเจ้ากรรมนายเวรก็ได้นะ 555
    #5
    0