S.L.K to my baby

ตอนที่ 7 : @S.L.K. to my baby :: E P I S O D E :: 05 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,785
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    17 ก.ย. 63


E P I S O D E :: 05

Meet each other again

 

หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา ฉันก็เอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง ไม่ยอมโผล่หน้าไปพบใคร มือถือก็ปิดเครื่องเอาไว้ตลอดเวลา ขนาดมารีเรียก ฉันก็ทำเพียงแค่แง้มประตูแล้วยื่นหน้าออกไปเท่านั้น หรือถ้าหากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ฉันก็จะสวมเสื้อปกปิดมิดชิด ไม่ก็จะหาผ้าพันคอมาพันเอาไว้ แม้ยัยมารีจะแปลกใจ แต่ก็ไม่ได้เปิดปากถามเพราะคงคิดว่าฉันยังไม่คุ้นชินกับการใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทย แต่จริงๆ ฉันก็แค่ต้องการปกปิดรอยจูบของไอ้บ้านั่นต่างหากล่ะ

เวลานี้ฉันกำลังยืนอยู่ตรงหน้ากระจก มองร่างของตัวเองที่สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นขาวมีแถบสีดำที่ปลายแขนและชายเสื้อ กระโปรงจีบรอบสีเทามีแถบสีดำคาดตรงชายกระโปรง พร้อมกับถุงเท้ายาวสีขาวกับรองเท้าหนังสีดำซึ่งเป็นยูนิฟอร์มของโรงเรียนนานาชาติ

ตอนนี้เหลืออย่างสุดท้ายแล้ว ฉันจึงลงมือผูกเนกไทสีแดงพร้อมกับหวนนึกถึงเรื่องราวในอดีต เมื่อครึ่งปีก่อนฉันอาศัยอยู่ในปารีสกับพ่อและแม่ที่เป็นเจ้าของแบรนด์กระเป๋าและเสื้อชั้นนำ ทำให้พวกท่านต้องเดินทางไปๆ มาๆ ระหว่างประเทศฝรั่งเศสกับประเทศอื่นๆ ในแถบเอเชียเพื่อขยายการตลาด และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้มารีมาอาศัยอยู่กับน้าที่ประเทศไทยตั้งแต่สามปีก่อน เพราะมารีเบื่อกับการที่ต้องติดสอยห้อยตามพ่อกับแม่ไปในที่ต่างๆ ส่วนฉันก็เพิ่งมาอยู่ที่ประเทศไทยได้ไม่นาน เพราะเริ่มเบื่อที่พ่อกับแม่ไม่ค่อยจะอยู่บ้านเช่นเดียวกัน สุดท้ายแล้วพ่อก็ตัดสินใจซื้อคอนโดเพื่อให้เราอยู่กันสองคนตามประสาพี่น้องนั่นแหละ

พูดถึงเรื่องเรียนก่อนหน้านี้ฉันเรียนอยู่เกรด 12 จนเกือบจะเรียนจบอยู่รอมร่อ แต่พอย้ายมาอยู่ที่นี่ฉันกลับต้องเรียนซ้ำชั้นใหม่ และนั่นก็ทำให้ฉันเข้าเรียนโรงเรียนภาคปกติซึ่งเปิดเรียนไปแล้วหนึ่งเทอม

แต่ไม่เป็นไรหรอก ลาออกไปก็คงไม่เป็นไร เรียนซ้ำใหม่อีกสักครั้งมันก็คงไม่ใช่ปัญหา เพราะมันดีกว่าที่ฉันต้องไปทนเห็นหน้ายัยชมพูใช่ไหมล่ะ

เอาเป็นว่า...หลังจากนั้นฉันก็ไหว้วานคุณน้าซึ่งเป็นน้องสาวของแม่ไปลาออกจากโรงเรียนเก่า ฉันบอกเหตุผลกับคุณน้าไปว่า ฉันปรับตัวเรียนในภาคปกติไม่ได้ แล้วให้คุณน้าหาที่เรียนให้ใหม่ซึ่งเป็นโรงเรียนนานาชาติ

โชคยังดีที่คุณน้าบอกว่า มีโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่งที่เพิ่งเปิดเรียนไปได้ไม่ถึงอาทิตย์ และนั่นทำให้วันนี้ฉันจะไปเรียนที่โรงเรียนนานาชาติดุษฎี

หลังจากนั้นฉันก็มาโรงเรียนพร้อมกับคุณน้าที่อาสาพาฉันมาส่ง ระหว่างเราสองคนเดินมุ่งหน้าไปยังห้องธุรการ ฉันก็กวาดตามองไปรอบๆ ที่นี่ดูหรูหราโอ่อ่าสมกับเป็นโรงเรียนนานาชาติ แต่ก็ไม่ได้ดูแปลกตาสำหรับฉันเท่าไหร่นัก

สวัสดีค่ะ

ฉันยกมือไหว้อาจารย์ฝ่ายธุรการอย่างนอบน้อม แล้วตั้งใจฟังในสิ่งที่ท่านกำลังบอกอย่างนิ่งๆ

อาจารย์ฝ่ายธุรการบอกกับฉันว่า ที่นี่แบ่งห้องเรียนเป็น A B C D E และ F ซึ่งห้อง F จะเป็นห้องสุดท้ายที่รวบรวมเฉพาะนักเรียนที่มีปัญหา

หนูอลิเซียคงต้องเรียนห้อง F นะจ๊ะ

ทำไมหรือคะ?” ฉันถามด้วยความไม่เข้าใจ

พอดีว่าหนูย้ายมาเรียนกลางคัน ซึ่งพวกเราแบ่งห้องเรียนกันไปแล้วน่ะ เด็กใหม่เลยต้องย้ายไปอยู่ห้อง F จ๊ะ

รับทราบค่ะ

งั้นเชิญทางนี้เลยจ๊ะ เดี๋ยวครูจะพาไปหาอาจารย์ประจำชั้น

อาจารย์ธุรการพูดพร้อมกับผายมือ ส่วนฉันหันไปยกมือไหว้ขอบคุณคุณน้าที่อุตส่าห์สละเวลาพามาส่ง เราสองคนล่ำลากันสองสามคำแล้วจากนั้นฉันก็เดินตามอาจารย์ธุรการมุ่งหน้าไปยังห้องเรียนเกรด 12 ห้อง F นั่นแหละ

เวลานี้ฉันยืนรอคอยอยู่นอกห้องเรียน พร้อมกับได้ยินเสียงอาจารย์ประจำชั้นดังเล็ดลอดออกมาภายนอก

ทุกคนเงียบเสียงหน่อย วันนี้จะมีเพื่อนใหม่มาเรียนกับเรา

ผู้หญิงหรือผู้ชายครับ!

ขอให้เป็นสาวๆ สวยๆ เถอะ เพราะก่อนหน้านี้ในห้องมีแต่ผีปีศาจ หาสวยๆ ยากมาก!

พวกนายหล่อตายล่ะมาว่าพวกเรา!

ฉันได้ยินเสียงโต้ตอบระหว่างเด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชาย

ทุกคนเงียบก่อน...เอาล่ะเข้ามาได้แล้วจ้า

พออาจารย์บอก ฉันก็ค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปในห้องเรียนก่อนจะหยุดยืนอยู่ข้างๆ ร่างของอาจารย์ตรงหน้าห้อง

เฮ้ยไอ้เคกูขอเงินหน่อยจะเอาไปโทรบอกแม่ว่าเจอเนื้อคู่แล้วเว้ย!ผู้ชายที่นั่งหลังสุดแถวกลางตะโกนขึ้นมา

เอ่อ...นายไม่มีมือถือหรือไง!

กูให้มึงไม่ได้หรอกไอ้สายฟ้า เพราะกูจะเอาเงินไปฮั่วเซ่งเฮงกับน้อง จะได้เป็นทองแผ่นเดียวกันกับพี่ ฮ่าๆๆ

คนที่เพื่อนเรียกว่าเคตะโกนพร้อมกับลุกขึ้นยืน

พวกมึงนี่ทุเรศ ต้องกูสิ เพราะกูคบเธอที่ ใจแต่ถ้าเธอ นมใหญ่ก็ถือเป็นกำไรของกู ฮิ้วๆๆๆ

อีกคนที่นั่งแถวหลังแต่อยู่ริมสุดพูดพร้อมกับปรบมือ

เอาเข้าไป ไอ้เด็กพวกนี้เป็นบ้าอะไรเนี่ย!

เอาล่ะทุกเงียบเสียงก่อน...ให้เธอได้แนะนำตัวก่อนสิจ๊ะ

อาจารย์ส่ายหัวไปมาพร้อมกับยกมือเป็นสัญญาณบอกให้ทุกคนเงียบ

เอาล่ะแนะนำตัวสั้นๆ เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รู้จักหน่อยนะจ๊ะ

ฉันชื่ออลิเซีย...

นามสกุล...วีรวรภาสจู่ๆ คนที่ยังยืนอยู่และเป็นคนที่เพื่อนเรียกว่าเคก็ตะโกนแทรกขึ้นมาเสียดื้อๆ

ไอ้เคด่วยหุบปากไปเลยมึงน่ะ

ไอ้ซันอย่าอิจฉา

กูไม่ได้อิจฉา กูแค่อยากรู้ชื่อของเค้า เพราะฉะนั้นมึงนั่งลงแล้วหุบปากได้แล้ว

กูไม่นั่ง...

ทำไมมึงถึงไม่นั่ง

ก็ลมมันเย็น...

เอ่อ...พวกเขาเล่นมุกอะไรกันเนี่ย!

ฉันได้แต่ส่ายหน้าพร้อมกับพูดแทรกพวกเขาเพื่อให้มันจบๆ ไป

ฉันชื่ออลิเซีย นามสกุลกาลาส เป็นลูกครึ่งไทยฝรั่งเศสฉันยังไม่ลืมเน้นคำว่านามสกุลด้วย

อ้าว ฉันก็นึกว่าเธอเป็นครึ่งคนครึ่งนางฟ้าซะอีก ฮ่าๆ

คนที่ชื่อเคยังไม่ยอมหยุดแซวเลย แต่ฉันไม่สนใจเขา เพราะต้องการจะแนะนำตัวเพื่อให้มันจบๆ

ฉันเพิ่งย้ายมาอยู่ประเทศไทยได้ครึ่งปี แต่พูดไทยได้ อ่านไทยได้เป็นอย่างดีเพราะมีคุณแม่เป็นคนไทย...และอีกอย่างฉันอายุมากกว่าพวกนาย...เพราะต้องเรียนซ้ำชั้นอีกรอบ แต่ก็ไม่ได้อยากให้ทุกคนเรียกว่าพี่ จะเรียกด้วยชื่ออลิเซียหรือว่าเอิงก็ได้

เฮ้ย! ผู้หญิงแบบพี่สาวนี่มันสเปกของไอ้เฟิร์สเลยนี่หว่า

ผู้ชายที่ชื่อเคพูดพร้อมกับหันไปมองทางด้านหลัง

เฟิร์ส...

เฟิร์สงั้นเหรอ?

เอ่อ...ทำไมในห้องนี้ถึงได้มีคนชื่อคล้ายๆ กันกับฉันล่ะ

เออว่ะ แบบนี้เสร็จไอ้เฟิร์สแน่ๆ

อีกคนที่ฉันยังไม่รู้จักชื่อพูดพร้อมกับหันไปมองตรงที่ผู้ชายชื่อเคยืนบังอยู่

ไอ้เค...มึงนั่งลงได้แล้ว

ฉันได้ยินเสียงของผู้ชายที่นั่งอยู่หลังสุด คนที่โดนผู้ชายชื่อเคบังเสียมิดดังขึ้น และพอร่างของเคค่อยๆ นั่งลง คราวนี้ฉันก็ได้เห็นผู้ชายที่นั่งอยู่ด้านหลังเขาเต็มสองตา

แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าที่ส่องลอดหน้าต่างเข้ามารำไรยิ่งขับให้ใบหน้าขาวใสของเขาดูดีขึ้นกว่าที่เห็นก่อนหน้านี้มากมาย มุมปากของเขายกขึ้นน้อยๆ เหมือนได้เจอของเล่นที่ตามหามานานแสนนาน

ทันทีที่เราสองคนสายตาสบกัน ฝ่ายฉันเหมือนจะยังตั้งตัวไม่ติด ฉันเพ่งมองอีกฝ่ายจนแน่ใจแล้วว่าใช่

เส้นผมสีแดงเพลิงแบบนี้?

รอยยิ้มร้ายกาจและเจ้าเล่ห์แบบนี้?

ใช่...ไอ้บ้าเป็ดเหลืองนั่นจริงๆ ด้วย!

ทันใดนั้นเองฉันสัมผัสได้ถึงความรู้สึกคุกคามจากแววตาของเขา

สาบานได้ว่าฉันเห็นอันตรายในดวงตาแวววับคู่นั้น มันคือความอันตรายที่ทำให้ฉันเย็นวาบไปถึงกระดูกสันหลังเลยทีเดียว!

เวลานี้ฉันหายใจไม่ค่อยออกจึงพยายามผ่อนลมหายใจที่เก็บกลั้นอยู่นานออกมาอย่างสั้นๆ ใบหน้าของฉันร้อนผ่าว ร่างกายอ่อนยวบจนต้องถอยหลังไปยืนพิงกับผนัง มาถึงตอนนี้ฉันยังสงสัยอยู่ว่าตัวเองฝันไปหรือไม่

เพื่อพิสูจน์ข้อสงสัยนี้ ฉันจึงหันหลังเอาหน้าผากโขกเข้ากับกำแพงหลายๆ สิบที

โอ๊ยเจ็บ!

ฉันไม่ได้ฝันไป แต่ฉันได้พบกับผู้ชายคนนั้นจริงๆ ฉันยกมือขึ้นกดทรวงอกเอาไว้ แต่กลับไม่อาจทำให้หัวใจที่เต้นรัวกลับมาเต้นอย่างปกติได้ ฉันได้แต่คิดทบทวนเหตุการณ์ นับตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้พบเจอกับผู้ชายคนนั้น

เขาชื่อเฟิร์สอย่างนั้นเหรอ?

ถึงว่าทำไมบอกว่าตัวเขาเองก็มีชื่อคล้ายๆ กันกับฉัน เพราะเฟิร์สเองก็แปลว่า หนึ่งเหมือนกัน

ฉันลองตบหน้าหลายๆ ครั้งพลางบอกตัวเองในใจว่า ใจเย็นๆ ใจเย็นๆ

อลิเซียทำอะไรจ๊ะ ทำไมเอาหัวไปโขกกำแพงแบบนั้น

มะ...ไม่มีอะไรค่ะ หนูขอไปนั่งที่ได้หรือเปล่าคะ

ฉันหันกลับมาบอกอาจารย์เสียงเบา แล้วไม่ยอมหันกลับไปมองตรงนั้นอีก

อ่าได้จ้า...ทุกคนคนที่ว่างมีตรงไหนบ้างจ๊ะ

อาจารย์พูดพลางกวาดตามองไปรอบๆ และทันใดนั้นเองฉันก็ได้ยินเสียงโครมมาจากทางหลังห้อง

เอ่อ...อนันยช (อะ-นัน-ยด)...

อาจารย์ได้แต่อึกอัก เมื่อเห็นไอ้บ้าเป็ดเหลืองนั่นลุกขึ้นยืนแล้วถีบเพื่อนที่นอนหลับอยู่ข้างๆ จนกระเด็นออกไปชนกับโต๊ะตัวหนึ่ง

ตรงนี้ว่างครับ

หมอนั่นพูดพร้อมกับชี้ที่โต๊ะด้านข้าง

ให้ตายเถอะ! ลงทุนถีบเพื่อนตัวเองเลยเนี่ยนะ! โหดร้ายเกินไปมั้ย!

และการกระทำทั้งหมดทั้งมวลของเขาทำให้คนอื่นที่มองดูอยู่ต่างก็ตื่นตกใจ จ้องตาถลน อ้าปากค้าง บางคนถึงขนาดพึมพำออกมาว่า เอาแล้วไง

ไอ้เอี้ยเฟิร์ส มึงถีบกูทำไม!

ผู้ชายที่โดนถีบลุกขึ้นมาจากพื้นได้ก็โวยวายเสียงหลง อ่า...ผู้ชายคนนี้คือคนที่ชื่อนาวานี่เอง

แต่อนันยช นั่นเป็นที่ของนาวา...อาจารย์ยังคงอึกอัก

นาวามันบอกกับผมว่าอยากตั้งใจเรียน ก็เลยจะไปนั่งหน้าห้องครับ

เฮ้ยไอ้เฟิร์ส มึงบ้าไปแล้วเหรอวะ! คนอย่างกู...นาวากำลังโวยวาย แต่ทว่ายังไม่ทันจบประโยคดี พอเขาหันมาเห็นฉัน เท่านั้นแหละ หมอนี่ก็อ้าปากค้าง นัยน์ตาเบิกกว้างจนแทบถลนออกมานอกเบ้า

นั่นมันผู้หญิงที่...

ไม่ต้องพูดมาก มึงไปนั่งหน้า...

ไอ้บ้านั่นพูดแทรกขึ้นก่อนที่นาวาจะพูดจบ

ไอ้เพื่อนทรยศ! ไอ้คนเห็นขี้ดีกว่าไส้

เอ่อ...ฉันว่าฉันควรจะทำอะไรสักอย่างก่อนที่จากเป็นขี้แล้วเปลี่ยนไปเป็นอะไรที่ทุเรศมากกว่านั้น

เอ่อนาวา...นายไม่ต้องนั่งหน้าหรอก กลับไปนั่งที่เดิมก็ได้ เดี๋ยวฉันนั่งตรงนี้เองฉันบอกก่อนจะส่งยิ้มให้เขาน้อยๆ แต่ทว่านาวากลับหันไปมองหน้าเฟิร์ส และแล้วใบหน้าของเขาก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยนไปเป็นซีดเผือด

เอ่อ...เธอไปนั่งกับไอ้เฟิร์สเถอะเขาหันมาพูดพร้อมกับทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้

ไม่เป็นไรหรอก เพราะฉันเองก็อยากจะนั่งหน้าน่ะ

ในขณะที่ฉันพูดจู่ๆ โทรศัพท์มือถือของฉันก็สั่นแรงอยู่ในกระเป๋ากระโปรง และพอฉันหยิบมันออกมาดูก็เห็นว่ามีข้อความหนึ่งส่งเข้ามาซึ่งมันเป็นเบอร์ไม่คุ้นตาเอาเสียเลย และพอเห็นเป็นเบอร์แปลก ฉันก็ทำท่าจะเก็บมือถือลงกระเป๋า แต่ทว่า...กลับมีข้อความส่งเข้ามาอีกรอบ ว่าแต่ทำไมจู่ๆ ฉันถึงได้เงยหน้าขึ้นจากมือถือ แล้วหันไปจ้องหน้าของอีตาบ้านั่นได้นะ

แล้วทำไม...

ทำไมอีตาบ้านั่นก็กำลังยกมือถือขึ้นมาเหมือนกันด้วยล่ะ

ฉันแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาด เพราะเวลานี้เขากำลังขยับริมฝีปากบางสวยเป็นถ้อยคำสามคำ

เปิดดูสิ

ไอ้บ้านั่นมีเบอร์โทรของฉันด้วยเหรอเนี่ย! หรือว่ามันจะแอบเอาเบอร์โทรของฉันไประหว่างที่ฉันกำลังนอนหลับ ให้ตายเถอะ ร้ายกาจเกินไปแล้ว

แล้วทีนี้พอฉันเลื่อนดูข้อความ มันก็เป็นข้อความแบบ MMS

ฉันอ้าปากค้าง นัยน์ตาเบิกกว้างจนแทบถลนออกมานอกเบ้า

ไอ้บ้านั่นส่งรูปเสื้อชั้นในของฉันมาพร้อมกับข้อความที่ว่า ถ้าไม่อยากให้ฉันเอาเสื้อในออกมาโชว์ มานั่งกับฉันซะแค่ข้อความไม่กี่คำกลับทำให้ฉันขนลุกเกรียวเลยล่ะ สุดท้ายฉันก็ต้องจำใจเดินมานั่งข้างๆ ไอ้บ้าเป็ดเหลืองนั่นจนได้ และพอก้นของฉันหย่อนลงบนเก้าอี้ ผู้ชายผมสีแดงเพลิงที่นั่งเท้าค้างหันหน้ามาหาฉันก็เอ่ยทักด้วยภาษาฝรั่งเศส

“Bienvenue Mon amour (เบียงเวอนู มง-นา-มูร์) ยินดีต้อนรับยอดรักของฉัน...หึ

มะ...หมอนี่...ทำไมถึงได้พูดภาษาฝรั่งเศสได้ล่ะเนี่ย!

ไปตายซะ!

หึหึแต่ทว่าเขากลับหัวเราะในลำคอเบาๆ

ฉันจะทำยังไงกับไอ้บ้านี่ดีล่ะเนี่ย!

ไอ้เป็ดเหลือง! ไอ้ไบเซ็กชวล! ไอ้โจรขโมยเสื้อชั้นใน!

ฉันได้แต่พ่นคำด่าในใจออกมาเป็นชุด!

แม้เวลานี้อาจารย์กำลังสอนอยู่หน้าห้องเรียน แต่ฉันกลับนั่งใจลอยไปด้วยความลืมตัว แต่ทว่าจู่ๆ ผู้ชายที่นั่งข้างๆ ก็ยื่นมือมาใต้โต๊ะ มือของเขาวางซ้อนบนมือของฉันทั้งๆ ที่หน้าของเขายังมองตรงไปข้างหน้า

เฮ้ยนาย!ฉันหันไปมองหน้าเขาพร้อมกับพึมพำ แต่ทว่านิ้วมือของเขาที่กอบกุมมือของฉันกำลังเลื้อยเข้าไปอยู่ใต้กระโปรงราวกับพิสูจน์ถึงความอ่อนนุ่มของผิวเนื้อ ไอ้บ้า หยุดนะ!แต่ถึงฉันจะห้ามแต่เขายังดื้อดึงทำโดยไม่สนใจใคร

อ๊ะ...ฉันเหมือนจะลืมตัวจึงเผลอส่งเสียงร้องออกมา

อนันยช! อลิเซีย ตั้งใจฟังครูสอนกันหน่อยสิ!

ฟังอยู่ครับเขาพูดโดยไม่ยอมปล่อยมือออก ส่วนฉันก็เริ่มจะหอบหายใจแรงกับการกระทำของเขาจึงเผลอแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากที่กำลังแห้งผากของตัวเอง

ฉันเคยเตือนไปแล้วไม่ใช่หรือไงว่าอย่าทำท่าแบบนี้จู่ๆ แววตาของเขาก็เข้มขึ้น แต่ก่อนที่ฉันจะพูดอะไรหรือทำอะไรเขาก็เอามือออกพร้อมกับร่างสูงผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้เสียดื้อๆ

อาจารย์ครับ!

มีอะไรหรืออนันยช

นักเรียนใหม่ปวดท้อง ผมจะพาเธอไปห้องพยาบาลครับ!

หา!? ใครปวดท้อง?

นี่นายหมายถึงฉันใช่ไหมเนี่ย!?

ในขณะที่ฉันกำลังอึ้งอยู่นั้นเอง จู่ๆ เขาก็คว้าแขนของฉันก่อนจะลากออกจากห้องเรียนโดยไม่สนใจสายตาของทุกคนที่จ้องมองมา

ดะ...เดี๋ยวนะ

นายจะพาฉันไปไหนเนี่ย!เมื่อออกมาจากห้องเรียนได้ ฉันก็โวยวายพร้อมกับพยายามดึงมือของตัวเองออก

ห้องพยาบาลเขาตอบเสียงเรียบพร้อมกับก้าวเท้ายาวๆ จนทำให้เท้าของฉันลอยหวือแล้วปลิวไปตามแรงลากของเขาเลยซ้ำ

นายจะพาฉันไปห้องพยาบาลทำไม!

ไม่น่าถาม ฉันก็จะพาเธอไปรื้อฟื้นความทรงจำยังไงล่ะ

รอยยิ้มที่มุมคลี่กว้างขึ้นนัยน์ตาฉายแววกรุ้มกริ่ม จู่ๆ ฉันก็คิดช่วงเวลานั้น ครั้งแรกที่ได้เผชิญหน้ากับเขาแบบเปลือยเปล่า ฉันก็ตื่นเต้นจนแทบจะหายใจไม่ออก เพียงแค่ได้สัมผัสลูบคลำร่างกายของเขา รวมไปถึงเรี่ยวแรงทรงพลังที่เขาซุกซ่อนไว้ภายใต้เสื้อผ้านั่น คิดหนักเข้า หน้าฉันก็แดงก่ำ

ฉันแอบชำเลืองมองเขาแวบหนึ่ง ยังไงก็ดูไม่ออกจริงๆ ว่าร่างกายภายใต้เสื้อนั่นจะแข็งแกร่งเสียเหลือเกิน ฉากเหตุการณ์น่าอายหลายอย่างแวบผ่านเข้ามาในหัว ใบหน้าของฉันแดงก่ำราวกับติดไฟ จึงรีบยกมือที่ว่างอยู่ขึ้นมาพัดดับความร้อน รู้สึกปากคอแห้งผาก หัวใจเต้นรัวแรง

ไม่นะเอิง...หยุดคิดเรื่องบ้าๆ แบบนั้นได้แล้ว!






.............................



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,011 ความคิดเห็น

  1. #1011 LIWENHAN-WENYI (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 19:40
    โอ้ยพักบ้างเด้อนางเอกชั้นช้ำหมดพอดีอีตาเฟิร์สเบาได้เบานะแกจะหื่นตลอดเวที่นางแลบลิ้นไม่ได้เด้อออ
    #1,011
    0
  2. #1010 WARIFEW (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 16:30
    รอออออ
    #1,010
    0
  3. #44 Jutharut Jaisutti (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 เมษายน 2558 / 04:51
    ไอ้หื่นบ้าอำนาจ ไอ้บ้าเป็ดเหลือง =.,=
    #44
    0
  4. #43 Rainnie So. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 เมษายน 2558 / 03:34
    555555555555555555555555555555555
    ตอนนี้ขำแรงมาก โคตรสงสารนาวาาาาาา
    โดนถีบ โดนไล่ไปนั่งหน้า โดยไอ่เป็ดเหลือง 5555555+
    ละทุกคนแบบ ต้องชิงดีชิงเด่นกันขนาดนี้เลยมั้ย โคตรหน้าหม้อ 
    โอ๊ยยย ขำแรง เหนื่อยยย
    #43
    0