S.L.K to my baby

ตอนที่ 5 : @S.L.K. to my baby :: E P I S O D E :: 03 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,367
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 109 ครั้ง
    17 ก.ย. 63

[190318]  Mark Tuan XCIII Evolution #GOT7 #MARK

E P I S O D E :: 03

I wanna make love to my baby

 

เมื่อเขาถอนริมฝีปากออก แต่ทว่าเราสองคนยังคงยืนประจันหน้ากันอยู่ที่เดิม แสงไฟภายในห้องปิดลงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่ที่รู้คือห้องทั้งห้องมีแสงสีขาววิบๆ วับๆ สาดกระจายไปทั่วซึ่งมันมาจากไฟดิสโก้บอลที่ติดอยู่บนเพดาน เสียงดนตรีเนิบช้าแผ่วเบาดังคลออยู่ภายในห้อง ฉันรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น จึงผ่อนลมหายใจออกมาเล็กน้อย

ปากเธอ...

จู่ๆ ผู้ชายตรงหน้าก็ยกนิ้วโป้งขึ้นมาปาดริมฝีปากของฉันแผ่ว

ฉันได้แต่ยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ นิ่งจนไม่สามารถกระดิกตัว ได้แต่ยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ปล่อยให้เขาใช้นิ้วโป้งสัมผัสริมฝีปากของฉันอยู่อย่างนั้น

...ปากฉันทำไม

เธออยากรู้เหรอ...

เขาเม้มริมฝีปากบาง เหมือนจงใจหยุดพูดเพื่อยั่วยุให้ฉันอยากรู้ พร้อมใช้สายตาล้ำลึกเลื่อนไล้มาจนถึงริมฝีปากของฉันแล้วหยุดนิ่งอย่างเนิ่นนาน

ถ้าไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอกฉันเชิดหน้าใส่เขาอย่างไม่พอใจ

เวลาผ่านไปเรื่อยๆ สายตาของเราสองคนยังคงห้ำหั่นกันกลางอากาศ โดยไม่ได้สนใจรอบข้างที่เวลานี้ชายหญิงหลายคู่กำลังเต้นรำกันอยู่รอบๆ ตัว

เมื่อถูกเขาจ้องมองนานเข้า ฉันก็อดรู้สึกคอแห้งไม่ได้ จึงเผลอแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากที่เริ่มแห้งเพราะความกระดากอาย

นี่ฉันคิดไปเองหรือเปล่า?

เพราะการกระทำของฉันกลับทำให้แววตาของเขาเข้มขึ้น มันเหมือนจะลุกไหม้ได้เลยด้วยซ้ำ

อย่าทำท่าแบบนี้อีกเข้าใจมั้ย?” เขาบอกเสียงเครียดก่อนจะยกมือเกาต้นคอของตัวเอง เอ่อ...ฉันก็แค่เลียปากของตัวเอง ทำไมต้องทำหน้าลำบากใจมากขนาดนั้นด้วย

ตกลงปากของฉันมีอะไร?”

ก็ปากของเธอมันร้อนมากเลยยังไงล่ะ ร้อนจนฉันคิดว่าจะถูกปากของเธอลวกเลยด้วยซ้ำ

สิ้นคำพูดของเขา ทันใดนั้นเองใบหน้าของฉันก็แดงก่ำ นี่ยังดีที่ว่าไฟดิสโก้บอลหมุนวนไปทางอื่นพอดี ไม่อย่างนั้นเขาคงเห็นว่าหน้าฉันแดงไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

ก็ฉันดื่มเหล้าเข้าไป ปากก็ร้อนเป็นเรื่องธรรมดาสิ

หึ...แน่ใจนะพอเขาถามอย่างเจ้าเล่ห์ฉันก็รีบเบนหน้าหนีหันไปมองทางอื่นอย่างรวดเร็ว

อนึ่ง!จู่ๆ ก็มีเสียงเรียกจากทางด้านหลังพร้อมกับร่างของผู้ชายคนหนึ่งที่ฉันจำได้ว่าเขามากับผู้ชายคนนี้ เขาตะโกนพร้อมกับเดินเข้ามาล็อกต้นคอจากทางด้านหลัง

ผู้ชายคนนี้มีผมสีทองสว่างซึ่งเป็นทรงผมซอยสั้นไถด้านข้างส่วนด้านบนก็เซตตั้งอย่างเท่ๆ

จะว่าไปแล้วผู้ชายคนนี้ก็หน้าตาหล่อไม่เบา

ไม่สิ...เขาดูน่ารักมากกว่าหล่อ

นั่นชื่อพ่อ!

อ่า...ตอนแรกฉันก็คิดว่าผู้ชายแปลกหน้าคนนี้ชื่ออนึ่งเสียอีก แต่ปรากฏว่าเป็นชื่อพ่อของเขาสินะ

ไม่ต้องมาพูดมากเลย มึงมานี่กับกูเลย

ไปไหน

มาเถอะน่า...เพราะกูยังไม่ได้จัดการมึงเรื่องตั๋วคอนเสิร์ตเลยนะ

เดี๋ยวนะ?

ตั๋วคอนเสิร์ต!?

มึงพูดเรื่องอะไร

มึงอย่ามาตีหน้าซื่อ เพราะไม่เข้ากับมึงเพื่อนของเขาส่ายหน้า บอกมา ทำไมจู่ๆ ถึงได้โทรมาบอกกูว่าทำตั๋วคอนเสิร์ตหายผู้ชายผมสีทองพูดพร้อมกับเขย่าต้นคอของผู้ชายผมสีแดง

ก็กูทำหาย...

ไอ้จอมโกหก เมื่อกี้กูเข้าเฟซบุ๊ก กูเห็นนะว่าก่อนหน้านี้มึงเช็กอินที่คอนเสิร์ตด้วย!

เอ่อ...ผู้ชายผมแดงได้แต่ทำท่าทางอึกอักก่อนจะหันมามองหน้าฉันแวบหนึ่ง แล้วจากนั้นก็เป็นฝ่ายลากคอเพื่อนของตัวเองออกไปจากตรงนี้อย่างรวดเร็ว

งั้นแสดงว่าเขาโกหกฉัน และโกหกเพื่อนของเขาด้วยสินะ เหอะๆๆ

วิธีจีบสาวของเขานี่มันไม่ธรรมดาจริงๆ

ฉันหันไปมองรอบๆ ห้องก็เห็นว่าชายหญิงหลายคู่กำลังคลอเคลียกันอยู่ ฉันถึงได้ตัดสินใจเดินดิ่งๆ ไปคว้าขวดเหล้าที่ยังไม่ได้เปิดแล้วก้าวออกมาจากห้องนั่งเล่น

เอิ่ม...จู่ๆ ฉันก็เผลอคิดถึงริมฝีปากของเขา ราวกับว่ามันยังคงหลงเหลืออยู่ในร่างกาย ให้ตายเถอะ! นี่สมองของฉันผิดปกติไปแล้วหรือไง!

ฉันครุ่นคิดตลอดเวลาที่ก้าวเดินออกมาจากห้องนั่งเล่นแล้วเดินมุ่งหน้าไปยังสวนหลังบ้านซึ่งเป็นที่ลับตาคน ไม่สิ...ถ้าฉันกลับไปตรงนั้นไม่แน่ผู้ชายแปลกหน้าผมแดงคนนั้นก็คงย้อนกลับไปสูบบุหรี่อีก

ไม่เอาดีกว่า...ฉันหยุดฝีเท้าของตัวเองก่อนจะหันไปมองรอบๆ ก็เห็นห้องครัวขนาดไม่ใหญ่มากจนเกินไป ฉันจึงมุ่งหน้าไปตรงนั้นก่อนจะกดเปิดสวิตช์ แล้ววางขวดเหล้าไว้บนเคาน์เตอร์ก่อนจะเริ่มเทเหล้าลงในแก้ว

เฮ้อ...ฉันถอนหายใจพร้อมกับกระดกเหล้าเข้าปาก จนไม่รู้เลยว่าเวลาล่วงเลยไปนานแค่ไหน จนกระทั่งฉันหันไปมองนาฬิกาบนฝาผนังถึงได้รู้ว่ามันปาเข้าไปตีสองกว่าแล้ว

อ๊ะ...เหล้าหมดฉันยกขวดเหล้าว่างเปล่าขึ้นดู จากนั้นก็เดินย้อนกลับเข้าไปในห้องนั่งเล่นเพื่อดูคนอื่นๆ ก็เห็นว่าตอนนี้พวกเขาต่างก็กระจัดกระจายไม่ได้อยู่ในห้องนั่งเล่นแล้ว เพราะบ้างก็ออกมานอนอยู่ด้านนอก บ้างก็ออกมานั่งเล่นเกม และบางคู่ก็นอนซบกันกอดกัน ส่วนที่ไม่เห็นนั้นก็คงแอบไปทำอะไรกันในที่ลับตาคนอยู่อย่างแน่นอน

ว่าแต่ยัยมารีหายไปไหนแล้วนะ? ฉันกวาดตามองไปรอบๆ ถึงได้เห็นว่าน้องสาวของฉันเมาหลับคาอกของเอ็มอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก

เฮ้อ...ฉันถอนหายใจยาวก่อนจะหยิบเสื้อของใครก็ไม่รู้ที่ถอดวางทิ้งไว้ไปคลุมร่างของน้องสาวตัวเอง

จริงอยู่ว่ามารีเป็นน้องสาวของฉัน แต่ว่าเรื่องส่วนตัวบางครั้งเราก็เข้าไปก้าวก่ายกันไม่ได้หรอก ยัยมารีเองก็โตแล้ว พอจะรู้แหละว่าอะไรเป็นอะไร

 

หลังจากนั้นฉันก็เดินย้อนกลับมาที่ห้องครัว และยังคงดื่มเหล้าแบบเพียวๆ อย่างเอาเป็นเอาตาย เวลานี้ลำคอของฉันตึงเปรี๊ยะ กลืนเหล้าอึกสุดท้ายจากแก้วช็อตผ่านคอลงไปกองที่กระเพาะ ความอุ่นวูบเล็กๆ ไหลวนอยู่ในนั้น

วันนี้ฉันดื่มไปหลายขนานมากเหมือนกัน ร่างที่ยืนอยู่ตรงหลังเคาน์เตอร์จึงเริ่มเซเล็กน้อย ฉันรับรู้ได้เลยว่าร่างกายของฉันเริ่มร้อนฉ่า รู้สึกหัวหมุน จนคิดอะไรไม่ออก ดวงตาก็เริ่มพร่าเลือนไปทีละน้อย

ฉันกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งยันไปบนเคาน์เตอร์เพื่อพยุงกายเอาไว้ก่อนจะใช้มืออีกข้างล้วงไปที่กระเป๋ากระโปรงแล้วหยิบมือถือออกมา จากนั้นฉันก็กดเบอร์โทรอย่างผิดๆ ถูกๆ ไปหลายสิบครั้ง จนในที่สุดก็โทรออกไปถูกเบอร์เสียที

หลังรอสายไปได้สักพัก เขาก็กดรับสาย

[เอิงมีอะไรหรือเปล่า ตอนนี้พี่ไม่ว่างน่ะ แค่นี้ก่อน...]

เขาพูดเสียงเบาเหมือนกระซิบราวกับว่ากำลังแอบคุยโทรศัพท์ยังไงยังงั้น ไม่แน่เวลานี้เขาอาจจะอยู่กับชมพูก็เป็นไปได้...หึ

อย่าเพิ่งวาง...เอิงมีเรื่องจะพูดแค่ประโยคเดียว พี่พัตเตอร์ตั้งใจฟังให้ดีๆ นะฉันกลืนน้ำลายลงคอ

[มีอะไรก็รีบพูดมาสิ]

หัวสมองของฉันว่างเปล่า แสบขื่นขึ้นมาถึงลูกกระเดือกจนแทบอ้วก

เราเลิกกันเถอะ...แค่นี้นะ อ้อ...แล้วก็ไม่ต้องโทรมาหาเอิงอีก

[เอิง! เอิงหมายความว่าไง! เอิงอย่าเพิ่งวาง เดี๋ยวก่อน!...]

ฉันวางสายโดยไม่สนใจแม้ว่าเขาพยายามจะตะโกนเรียก

ทำไมฉันไม่เห็นจะรู้สึกดีขึ้นเลยวะ! ฉันคิดว่าถ้าได้พูดออกไปแล้วไอ้ความรู้สึกบ้าๆ นี่จะหายไป แต่ทำไมมันถึงได้เจ็บอย่างนี้

มันต้องไม่เป็นไรสิ...

ถ้าขาดเพื่อนรักไปสักคน ขาดแฟนไปสักคนฉันก็คงไม่ตาย

ขอบตาของฉันร้อนผ่าว เพราะด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เป็นจำนวนมากทำให้ฉันไม่สามารถควบคุมสติอารมณ์ของตัวเองได้ เป็นผลทำให้ร่างกายของฉันอ่อนยวบจนต้องหันหลังยืนพิงเคาน์เตอร์ก่อนจะไถลลงไปนั่งกองกับพื้นอย่างไร้การทรงตัว

ดวงตาของฉันเหม่อลอยอย่างไร้เรี่ยวแรง ร่างกายนี้เหมือนไม่ใช่ร่างกายของตนเอง ไม่มีแรงที่จะขยับเขยื้อน มีแต่หยาดน้ำตาที่ยังคงรินไหลต่อไป

จนกว่า...จนกว่ามันจะกลายเป็นสายเลือด

จนกว่ามันจะเหือดแห้ง จนกว่าความเศร้าความปวดร้าวจะจางลง

และจนกว่าฉันจะสิ้นแรงที่จะก้าวเดินต่อไป

เฮ้ยเธอ

ฉันค่อยๆ ลืมตาที่แสบร้อนขึ้น น้ำตาเอ่อล้นแล้วกลิ้งตัวช้าๆ ลงบนแก้ม จากนั้นกะพริบปรับสายตาจ้องไปที่ริมฝีปากแดงสดที่ยื่นเข้ามาใกล้

ผู้ชายแปลกหน้าผมแดงคนเดิมกำลังนั่งยองๆ อยู่ตรงหน้าและริมฝีปากของเขากำลังขยับขึ้นลง มานั่งร้องไห้อะไรตรงนี้

นายรู้ไหมว่าตลอดเวลาฉันเป็นที่หนึ่งมาตลอด ชีวิตของฉันเกิดมาเพื่อเป็นผู้ชนะ ไม่ว่าจะการเรียน กีฬา ดนตรี หรือแม้แต่ทำอาหาร ฉันก็ไม่เคยพ่ายแพ้ใคร

ฉันรู้สึกเหมือนเลือดในกายสูบฉีดขึ้นสมองมากขึ้น จนเริ่มไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไปบ้าง

แต่ตอนนี้ฉันกลับพ่ายแพ้...พ่ายแพ้ให้กับเพื่อนสนิทของฉัน...อึก...พ่ายแพ้อย่างไม่เหลือชิ้นดี...ทำไมล่ะ...ทำไม...ทั้งๆ ที่แด๊ดบอกกับฉันตลอดว่า เอิงจะเป็นที่หนึ่ง เป็นที่หนึ่งสมชื่อ

ฉันหยุดคำพร่ำเพ้อของตัวเองไว้กลางคัน ใบหน้าของฉันแสดงถึงการพยายามรวบรวมคำพูด แต่ความพยายามนี้ก็ต้องพักไว้เมื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งกลับเห็นใบหน้าตะลึงงันของเขาอยู่ห่างออกไปกว่าเดิม

เธอชื่อเอิงงั้นเหรอ?”

ใช่...เอิงในภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่าหนึ่ง

นี่มันเรื่องบังเอิญอีกแล้วหรือไง

จู่ๆ เขาก็พึมพำออกมาก่อนจะทรุดตัวนั่งข้างๆ ร่างของฉัน

หือ...บังเอิญอะไรเหรอ

ก็ชื่อของเธอคล้ายกับฉันไงล่ะ

คล้าย?”

ใช่ เพราะฉันเองก็มีชื่อคล้ายๆ กันกับเธอเขาโค้งริมฝีปากขึ้น

เขาเองก็มีชื่อคล้ายกันกับฉันอย่างนั้นเหรอ? หรือเขาจะชื่อ หนึ่งนะ

แล้วเราสองคนต่างคนต่างก็เงียบ...ฉันก็เงียบ เขาก็เงียบ มองกันไปคนละทาง แบบที่ไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี มีบ้างที่เหลือบตามองกัน แล้วก็ดันแอบสบกันโดยบังเอิญ แล้วก็เป็นฝ่ายฉันที่ต้องรีบหันหน้าหนี พร้อมๆ กับในอกมันเต้นตึกตักจนน่าหนวกหู

เอางี้ดีกว่า เธอจะมามัวนั่งเศร้าไปทำไม เราสองคนมาเล่นเกมกันดีกว่ามั้ย?” จู่ๆ เขาก็เสนออะไรบางอย่างขึ้นมา

เกมอะไรล่ะ?”

เรามาเล่นเกมเป่ายิงฉุบกัน

หือ...เกมเป่ายิงฉุบเนี่ยนะ

ใช่...แต่กติกาไม่ใช่แค่นี้...เขาพูดพร้อมกับผุดยิ้มเจ้าเล่ห์ คือ ใครแพ้ต้องถอดผ้าทีละชิ้นแล้วก็ต้องดื่มวอดก้าหนึ่งช็อตด้วย

เฮ้ย...นี่มันไม่เอาเปรียบกันไปหน่อยเหรอ นายเป็นผู้ชายนะ แก้ผ้ายังไงก็ไม่เสียหาย แต่ฉันเป็นผู้หญิง...

แต่ทว่าเขากลับแบมือทั้งสองข้าง ไม่ใส่ใจคำแดกดันของฉัน

หรือว่าเธอกลัวจะแพ้ฉันล่ะ ก็ไหนว่าไม่เคยพ่ายแพ้ใครไม่ใช่หรือไง

ฉัน...ฉันเปิดปากพูดแต่พูดไม่ค่อยออก

เขาเลิกคิ้ว รอยยิ้มกรีดลึกขึ้นอย่างท้าทาย แล้วขยับริมฝีปากบางสวยเป็นถ้อยคำสามคำ กลัวล่ะสิ?”

สารท้ารบของเขายิงตรงถึงฉันทันที ฉันตัวเกร็งแข็ง เลือดทั้งตัวไหลไปรวมกันอยู่ที่ศีรษะ เพลิงโทสะพลุ่งพล่านออกมาทางแววตา สติสัมปชัญญะทั้งหลายแหล่ก็พลันเหือดหาย

กลัวงั้นเหรอ...ฝันไปเถอะย่ะ!

ได้สิ...ไม่มีปัญหา นายไปเอาวอดก้ามาได้เลย

ฉันพูดออกไปด้วยความฉุนเฉียว แต่ทว่าทันทีที่หลุดปากออกไป ฉันก็แทบอยากจะกัดลิ้นทิ้งเสียเดี๋ยวนั้น

นี่ฉันพูดอะไรออกไป!

บิงโก!

ฉันตกหลุมพรางของเขาเสียแล้ว ผู้ชายร้ายกาจคนนี้หลอกล่อให้ฉันหลงติดในกับดัก โอ๊ย! นี่ฉันเมามากหรือโง่มากขนาดติดกับง่ายๆ แบบนี้ได้ไง

งั้นรอแป๊บนะ

เขายิ้มเจ้าเล่ห์เหมือนยิ้มให้กับความสำเร็จของตัวเอง ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินหายออกไปจากห้องครัว

ฉันไม่รู้ว่าตัวเองควรทำอย่างไร จึงคว้าขวดเบียร์ที่เหลืออยู่ของเขาขึ้นมากระดกพรวดเดียวหมด

จนเมื่อเขาเดินย้อนกลับมา ฉันก็เห็นว่านอกจากมือของเขาจะมีขวดวอดก้าเปิดใหม่เอี่ยมอ่องแล้วก็ยังมีผ้าแพรสีม่วงผืนหนึ่งอยู่ในมือด้วย

เพื่อไม่เป็นการเอาเปรียบเธอ ฉันจะให้เธอใช้ผ้าแพรนี่คลุมตัวเองได้ แล้วเราปิดไฟก็แล้วกัน

ริมฝีปากเจือกลิ่นเหล้ากับบุหรี่เคลื่อนเข้าใกล้หูเพื่อกระซิบให้เราได้ยินแค่สองคน

โอ๊ย! นี่ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ แม้ฉันอยากจะปฏิเสธแต่ก็รู้ดีว่าตอนนี้ฉันถอยหลังกลับไม่ได้อีกแล้ว

และหลังจากนั้นเราสองคนก็นั่งเผชิญหน้ากัน เขาเปิดเพลงจากโทรศัพท์มือถือเพื่อไม่ให้มันเงียบจนเกินไป เวลานี้เราสองคนก็เริ่มเล่นเกมเป่ายิงฉุบ แต่ทว่าส่วนมากเขาจะเป็นฝ่ายแพ้ ฉันไม่รู้ว่าเขาจงใจให้ตัวเองแพ้หรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ฉันรู้เพียงแค่ว่าเวลานี้ร่างกายของเขาหลงเหลือเพียงแค่เสื้อผ้าอยู่สองชิ้น นั่นก็คือเสื้อยืดสีดำกับกางเกงบ็อกเซอร์สีขาวลายเป็ดเหลือง

อุบ...ฉันเผลอหัวเราะเมื่อเห็นลายกางเกงบ๊อกเซอร์ของเขา

อย่าหัวเราะนะ...

ไม่หัวเราะก็ได้...อุบ

นี่เธอหัวเราะอะไร ลายเป็ดเหลืองนี่ออกจะน่ารักเขาพูดพร้อมกับใช้นิ้วชี้ไปยังลายเป็ดเหลืองที่มันดันทะลึ่งไปอยู่ตรงกลางเป้าของเขาพอดิบพอดี

เอ่อ...ไอ้ที่ฉันเห็นอยู่มันไม่ใช่เป็ดเหลืองแล้ว แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่มันขยับเคลื่อนไหวได้ต่างหากล่ะ

เป็ดเหลืองขยับได้ มันขยับได้! กรี๊ดดดดด!

เรามาเล่นกันต่อเถอะ...อึก

ฉันเผลอกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะรีบเสหน้าไปมองทางอื่นด้วยใบหน้าร้อนผ่าวมากกว่าเก่า ไม่รู้เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือว่าอะไร แต่ฉันรู้สึกว่าร่างกายมันร้อนรุ่มอย่างบอกไม่ถูก

อะไรเนี่ย ฉันแพ้อีกแล้ว เธอโกงหรือเปล่าเนี่ย ทำไมเธอเพิ่งถอดเสื้อคลุมไปตัวเดียวเอง

เขาบ่นอุบก่อนจะดื่มวอดก้าไปหนึ่งช็อต จากนั้นก็ค่อยๆ ถอดเสื้อยืดของตัวเองออกอย่างช้าๆ และทันทีที่เขาถอดเสื้อยืดออก ฉันก็เห็นรูปร่างของเขาเต็มสองตา

 แสงจากภายนอกขับเน้นโครงร่างของเขา เผยให้เห็นไหล่ที่ไร้เสื้อผ้าปิดบังนั้นดูกว้างมากกว่าเดิม กล้ามเนื้อท้องปรากฏชัดเจนมากยิ่งขึ้น

นายสักด้วยเหรอฉันถามเมื่อเห็นรอยสักรูปดอกกุหลาบพันด้วยเถาวัลย์ที่อยู่บนอกด้านซ้ายของเขา

อือ...

สวยจัง...ฉันเผลอใช้มือซ้ายลูบไล้บนรอยสักของเขาอย่างแผ่วเบา แต่แล้วอุณหภูมิร้อนผ่าวจากผิวกายของเขา ทำให้ฉันได้สติ และรีบชักมือกลับเหมือนถูกของร้อนลวก

ขอโทษ...

ไม่เป็นไร...เอาล่ะตาต่อไป ฉันจะไม่ยอมแพ้เธออีกแล้วเขายิ้มเจ้าเล่ห์ และมันก็เป็นอย่างที่เขาว่าจริงๆ เวลานี้ฉันดื่มวอดก้าไปเป็นจำนวนมาก ทำให้สติสตังของฉันพร่าเลือนไปมากกว่าเก่า เวลานี้ฉันสวมเพียงแค่ชุดชั้นใน แต่โชคยังดีที่ยังมีผ้าแพรปิดคลุมส่วนด้านล่างเอาไว้ ส่วนท่อนบนฉันก็ปล่อยให้มันเป็นแบบนั้นแหละ เพราะเวลานี้ไม่หลงเหลือความอายอีกต่อไปแล้ว

มองอะไรน่ะฉันยื่นหน้าเข้าไปใกล้เมื่อเห็นว่าเขายังใช้สายตาอ้อยอิ่งจ้องอยู่บนเนินอกของฉันอยู่นานสองนาน

เปล่าๆ แต่...อึก...ฉันว่าเธอควรจะถอยไปหน่อยดีกว่า

เพราะอะไรล่ะฉันยังยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขามากกว่าเดิม

เพราะว่ามันใกล้เกินไป...มันอันตราย

อือ...เอาเป็นว่าตอนนี้ฉันเหลือสองชิ้น นายเหลือหนึ่งชิ้น จากนี้ไปจะเป็นตัวตัดสินแล้วว่าใครจะชนะ

ได้...ตาสุดท้ายฉันหลับตาพร้อมกับกำมือทั้งสองข้างเอาไว้เหนืออก จากนั้นก็ค่อยๆ

เป่ายิง...ฉันลืมตาพร้อมกับออกค้อน เพราะจากสังเกตมาตลอดเขามักจะออกกรรไกร แต่ทว่าพอฉันเห็นนิ้วเรียวทั้งห้าของเขา

ฉันก็เบิกตาที่พร่าเลือนของตัวเองจ้องมองมือที่อยู่ตรงหน้า ไม่สิ...ฉันถึงกับใช้มือจับมือของเขาเลยด้วยซ้ำ เขาออกกระดาษ ฉันออกค้อน งั้นไม่เท่ากับว่าเขาชนะสิ!

เอาล่ะ...ดื่มแล้วก็ถอด...หึเขายิ้มเจ้าเล่ห์เหมือนหมาป่าหิวโซที่กำลังจะกระโจนเข้าใส่แกะน้อย แถมยังฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว

ฉันได้แต่ก้มหน้านิ่งไม่กล้าสบตาเขาตรงๆ ให้เปลือยกายต่อหน้าผู้ชายแปลกหน้าน่ะเหรอ ฉันทำไม่ได้...คือถึงแม้ว่าตอนนี้ร่างของฉันจะเกือบเปลือยก็เถอะ แต่อย่างน้อยๆ มันก็ยังมีเสื้อชั้นในปิดบังร่างของฉันเอาไว้นี่

แต่ไม่ว่าจะยังไงฉันก็ต้องถอด เพราะฉันรู้ตัวเองดีว่าเกมนี้ฉันเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ฉันจึงยกขวดวอดก้าขึ้นมาแล้วดื่มส่วนที่เหลือพรวดเดียวหมด ทันทีที่ของเหลวไหลผ่านลำคอ ฉันรู้สึกราวกับมีเปลวไฟแผดเผาอยู่ในท้อง ที่ดื่มนี่ไม่ใช่อะไรหรอกนะ...ฉันแค่อยากจะเมาๆ จะได้ไม่อายยังไงล่ะ

ฉันนั่งแบบนี้ก็ได้...จะได้ไม่เอาเปรียบเธอจนเกินไปจู่ๆ เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นข้างหู เขาเข้ามานั่งข้างฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

อือ

ฉันตอบรับในลำคอเสียงเบาก่อนจะค่อยๆ หันหลังให้เขาแล้วก็เอื้อมมือไปด้านหลังเพื่อจะปลดตะขอเสื้อชั้นใน เอ่อ มันแกะไม่ออก คือมือฉันสั่นมาก สั่นจนทำอะไรไม่ได้เลย

เป็นอะไร

ฉันแกะไม่ได้น่ะ เอ่อ...นายรอแป๊บ...

เดี๋ยวฉันแกะให้...

สิ้นคำพูดฝ่ามือของเขาก็แตะเข้ากับสายบราเซียร์ของฉัน ซ้ำยังค่อยๆ เลื่อนมันลงอย่างช้าๆ ราวกับจงใจ

หา!? มะ...ไม่ต้อง

ฉันละล่ำละลักแล้วทำท่าจะหันกลับไปหยุดฝ่ามืออันร้อนผ่าว แต่ทว่าจู่ๆ แผ่นหลังของฉันกลับสัมผัสเข้ากับริมฝีปากอันร้อนผ่าวที่ไล้ตั้งแต่แผ่นหลังเปลือยเปล่าไปจนถึงขอบเสื้อชั้นใน

ขะ...เขาทำอะไรน่ะ!?

ใบหน้าของฉันร้อนผ่าวมากกว่าเก่า เซลล์สมองกว่าครึ่งประท้วงหยุดงานอย่างกะทันหัน ฉันไม่รู้ว่าบราเซียร์ถูกปลดออกตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้เพียงแค่ว่าเวลานี้ฉันรู้สึกว่างเปล่าไปหมด ทั้งๆ ที่ฉันนั่งหันหลังอยู่แต่ทว่าสัญชาตญาณทำให้ฉันยกสองมือขึ้นปกปิดหน้าอกของตัวเองเอาไว้

รู้ไหมว่ายิ่งเธอปิดแบบนี้ฉันก็ยิ่งอยากเห็น

แต่ทว่ามือทั้งสองของฉันที่ยกขึ้นมาปิดหน้าอกถูกเขาจับเอาไว้ ก่อนจะดึงร่างของฉันเข้าไปหาอย่างเงียบๆ

ฉะ...ฉัน

ฉันขอจูบเธอได้มั้ย?”

สิ้นคำขออย่างตรงไปตรงมา ทันใดนั้นใบหน้าของฉันก็ร้อนผ่าว หัวใจเต้นถี่รัว แค่คิดถึงสายตายามที่เขาพูดแบบนั้น ฉันก็หายใจถี่ จนสงสัยว่าตัวเองเป็นไข้หรือเปล่า หัวใจของฉันเกือบจะหยุดเต้นตอนที่ถูกเขาโปรยเสน่ห์อันยากจะต้านทานใส่ตรงๆ

ไม่ปฏิเสธถือว่าตกลงนะ

เขาหันร่างมาหาฉันแบบเต็มตัวจากนั้นก็ก้มลงบดริมฝีปากตัวเองลงมาซ้ำยังดันร่างของฉันติดกับเคาน์เตอร์

จูบแรกไล้ผ่านที่ริมฝีปากบนของฉัน

จูบที่สองไล้ผ่านริมฝีปากล่างเบาๆ

และไม่นานเขาก็สอดปลายลิ้นเข้ามากอบกว้านรสหวานขมของแอลกอฮอล์ที่ยังติดตรึงอยู่ในปาก กล้ามเนื้ออ่อนนุ่มเกี่ยวตวัดพันพัวปลุกเร้าความใคร่กระหายให้ยิ่งลุกโชน ปลดเปลื้องสัญชาตญาณดิบให้อยู่เหนือเหตุผลใดๆ

อือ!

จูบจาบจ้วงเร่าร้อนบดขยี้ลงมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนฉันต้องร้องประท้วงเพราะออกซิเจนในปอดถูกลิดรอนจนหมด เขาจึงผละออกอย่างอ้อยอิ่ง กลิ่นชวนมึนเมาจากลมหายใจเขาลอยฟุ้งเข้าจมูก ก่อนเขาจะขบกัดริมฝีปากล่างของฉันจากนั้นก็เริ่มสอดปลายลิ้นเข้ามาอีกครั้ง

เพียงแค่นั้นฉันก็โผเข้าหาร่างของเขาเพื่อให้เขาสอดลิ้นเข้ามามากกว่าเดิม

ความรู้สึกวาบหวิวอย่างรุนแรงวิ่งพล่านไปทั่วร่างมันเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน ทำเอาฉันสั่นสะท้านไปทั้งตัวอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้

ฉันผวาก่อนจะรีบคว้ามือของเขาเอาไว้ และเมื่อเขาถอนริมฝีปากออกมาไล่จูบไปทั่วใบหน้าใช้ไรหนวดบดไปกับแก้ม ก่อนจะละลงมาฝังจมูกและปากที่ซอกคอ

...และยิ่งเขาทำแบบนั้น ฉันก็ยิ่งหอบหนัก

เวลานี้หัวสมองของฉันว่างเปล่า แต่ประสาทสัมผัสกลับทำงานได้ดีอย่างเหลือเชื่อ ซ้ำหูของฉันยังได้ยินเสียงหอบของเขาดังมาพร้อมกับเพลงที่มันหมุนเล่นมาถึงพอดิบพอดี

 

~I wanna make love to my baby

Do it all day and we can do it all night long (shawty)

I’m gunna make love to my baby

Have it your way but I like it with the lights on

Imma make love to my baby

Girl get on top of me and imma let you take it off

Tonight is your night Baby So imma love you down

 

ฉันอยากจะมีอะไรกับที่รักของฉัน

ทำกันทั้งวัน ทำกันทั้งคืน

ฉันอยากจะมีอะไรกับเธอนะที่รัก

ทำแบบที่เธอชอบ แต่ฉันขอเปิดไฟนะ

ฉันอยากจะมีอะไรกับเธอนะที่รัก

ให้เธออยู่ข้างบน และฉันจะถอดเสื้อผ้าเธอออก

นี่คือคืนของเธอนะ ฉันจะรักเธอสุดๆ เลย

 

ฉันถึงกับคล้องแขนรอบคอเขาขณะยินยอมให้เรียวลิ้นชื้นเข้ามาสำรวจทุกซอกมุมในโพรงปาก ลิ้นของตัวเองที่ได้แต่ขยับเงอะงะเพราะด้อยประสบการณ์แทบถูกกลืนกินด้วยรสจูบหวานล้ำ รู้สึกปวกเปียกเหมือนกำลังจะหลอมละลายในอ้อมกอดอุ่นของเขายังไงยังงั้น

จูบหอมหวานที่ซ่อนความขมเอาไว้กำลังฉุดรั้งให้ฉันจมดิ่งไปสู่ห้วงแห่งปรารถนา มันแผดเผาจนไร้สติ...และโอนอ่อนจนหมดหนทางหลีกหนีไปไหนได้ ปลายนิ้วของเขานวดคลึงอยู่บริเวณท้ายทอยขณะริมฝีปากนุ่มบดเบียดล่วงล้ำเหมือนจะไม่มีวันผละห่าง แต่ชั่ววินาทีก่อนที่ฉันจะร้องขออากาศหายใจ เขาก็ผละออก

ฉันเผยอปากหอบหนัก สูดเอาออกซิเจนไปช่วยหล่อเลี้ยงก้อนเนื้อซึ่งกำลังเต้นระรัวอยู่ในอกด้านซ้าย ลืมตามองคนตรงหน้าที่กำลังจดจ้องมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยประกายความต้องการไม่ต่างกัน

ฉะ...ฉันฉันถึงกับพูดออกไปไม่เป็นภาษา

ชู่ว์เขาก้มหน้าลงมาก่อนจะใช้ริมฝีปากไล้แก้มร้อนผ่าวของฉันอย่างแผ่วเบาก่อนกดจูบสั้นๆ อีกหน

อื้อฉันหลุดครางเพราะถูกเขาดึงเข้าหาแล้วใช้สันจมูกโด่งสันรุกไล้ไปทั่วซอกคอ

ตัวเธอยังหอมอยู่เลยเขากระซิบเสียงแหบพร่า หอมมากๆ

ฉันแทบจะจับใจความไม่ได้เลยว่าเขาพูดอะไร เพราะฉันสะดุ้งตกใจทุกครั้งที่จูบแผ่วเบาแตะเข้าที่ผิวเนื้อร้อนรุ่มเหมือนจะเป็นไข้ ไม่นานฉันก็ขบริมฝีปากแน่นเพราะเขาเริ่มดูดดุนเคลียคลอทุกตารางนิ้วแทบไม่เหลือที่ว่าง สัมผัสนั้นนุ่มนวลทะนุถนอม แต่น่าแปลกที่มันกลับปลุกปั่นให้ยิ่งร้อนผ่าวจนต้องเอียงคอเปิดพื้นที่ให้เขาสัมผัสได้ถนัดขึ้น

มารู้ตัวอีกทีร่างของฉันก็ถูกเขาประคองให้นอนราบลงไปบนพื้นเย็นเฉียบ ฉันถูกกดอยู่อย่างนี้ ถ้าไม่นับกางเกงชั้นในแนบเนื้อกับผ้าแพรที่ปกปิดท่อนล่างของฉันเอาไว้แล้ว ร่างของฉันก็เหมือนเปลือยเปล่าอยู่ต่อหน้าเขา

อารมณ์สุขสันต์ที่มากเกินไปยิ่งทำให้ฉันรู้สึกว่างเปล่าและต้องการเติมเต็ม ฉันถึงกับเกาะเกี่ยวร่างแข็งแกร่งของเขาโดยอัตโนมัติ




....



.............



............................


เขาไม่ใช่หมาป่าแสนโหดร้าย หากแต่เป็นเสือที่หลอกเหยื่อให้ตายใจ 

มารู้ตัวอีกทีฉันก็ถูกเขาขย้ำเสียจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก

 

  





......



 


 




 



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 109 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,011 ความคิดเห็น

  1. #1009 kanokradaparima (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 14:12
    ถูกล่อลวงแล้วล่ะเอิง
    #1,009
    0
  2. #1007 Sayree (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 00:52
    กลับมาอัพแล้ววว ดีใจมากกก
    #1,007
    0
  3. #1005 maytag (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 00:04

    ต้องมีแผนการ อะไรแน่เลย รอติดตาม
    #1,005
    0
  4. วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 07:44

    พี่หล่อเขาลงทุนนะ 5555

    #1,004
    0
  5. #1002 katty-Nichanun (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 23:57
    เย้มาแล้วรอตั้งนานนน
    #1,002
    0
  6. #31 Lessbald (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 เมษายน 2558 / 18:44
    ชอบมากกกก ><
    #31
    0
  7. #30 TIP (^O^) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 เมษายน 2558 / 13:33
    จะผิดถ้าจะบอกว่าชอบตอนนี้มาก แบบโอ้ยชอบอ่ะ
    นี้เราไม่ได้หื่นใช่มั้ย
    #30
    0
  8. #28 น้องน้อยเตี๊ยเตี้ย (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 เมษายน 2558 / 09:48
    เขินนนนนนน >//////<
    #28
    0
  9. #27 เจ้ฝนเอง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 เมษายน 2558 / 07:32
    เฟิร์สสสสสส กรี๊ดดดดด นายมันล้ำโคตรรรร

    อ๊ายยยย เขินนนน กรี๊ดดดดด

    เป็ดเหลืองนั่นมัน... อรั๊ยยยย
    #27
    0
  10. #26 Lächeln (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 เมษายน 2558 / 07:12
    เฟิร์สอ่อยแรงมาก อร๊ายๆๆๆ >< ฟินนนนน
    #26
    0