S.L.K to my baby

ตอนที่ 4 : @S.L.K. to my baby :: E P I S O D E :: 02 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,066
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 159 ครั้ง
    17 ก.ย. 63


E P I S O D E :: 02

 

หลังจากที่แยกจากผู้ชายแปลกหน้าคนนั้นได้แล้ว ฉันก็กดโทรศัพท์หาน้องสาวทันที หลังรอสายไปสักพักยัยมารีน้องสาวของฉันก็กดรับสาย

เฮ้ยมารี ตอนนี้แกอยู่ที่ไหนวะ

ฉันถามเมื่อได้ยินเสียงเพลงดังกระหึ่ม

[หนูอยู่บ้านเอ็มน่ะเจ้]

บ้านเอ็ม...แกไปบ้านหมอนั่นทำไม อย่าบอกนะว่า...

ฉันเผลอจินตนาการไปต่างๆ นานา คือเอ็มน่ะเป็นหนึ่งในกิ๊กของน้องสาวฉัน แล้วฉันเองก็รู้จักหมอนี่ด้วย เพราะเคยเจอกันครั้งสองครั้ง

แต่...เดี๋ยวก่อน ฉันต้องขออธิบายก่อนนะว่า ถึงเอ็มจะเป็นกิ๊กของมารี แต่ไม่ใช่ว่ามารีมีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้วหรอกนะ แต่เพราะน้องสาวของฉันน่ะยังไม่มีแฟนและยังไม่อยากปิดโอกาสที่จะพบเจอกับคนดีๆ ยัยนั่นก็เลยยกสถานะให้กับผู้ชายทุกคนที่คุยกันอยู่ด้วยคำว่า กิ๊กเท่านั้นเองแหละ

แต่เรื่องของเรื่องคือเวลานี้มารีไปอยู่บ้านของเอ็มก็ไม่เท่ากับว่า...

[เฮ้ยเจ้ใจเย็นๆ ก่อนอย่าเพิ่งเข้าใจผิด วันนี้เป็นวันเกิดของเอ็ม แล้วเอ็มก็จัดงานวันเกิดที่บ้าน หนูก็เลยมางานปาร์ตี้ด้วย อีกอย่างหนูก็ไม่ได้มาคนเดียวนะเจ้ แต่เพื่อนๆ ของเอ็มมากันเพียบเลยล่ะ]

แกแน่ใจนะว่าไม่ได้ไปทำอะไรกันสองต่อสอง

[ถ้าเจ้ไม่เชื่อจะมาร่วมวงปาร์ตี้ด้วยเลยไหมล่ะ เอ็มคงดีใจที่เจ้มาแน่ๆ]

จะว่าไปแล้วมันก็ดีเหมือนกัน ไปกินฟรีอะไรฟรีก็คงพอช่วยทำให้จิตใจของฉันสงบลงได้บ้าง เพราะในงานวันเกิดคงมีอะไรสนุกๆ ให้ฉันทำเยอะแยะแน่ แล้วฉันก็จะใช้โอกาสนี้เพื่อหลงลืมภาพบาดตาทั้งหมดที่เกิดขึ้น

ใช่...เวลานี้มันไม่ใช่เวลาที่ฉันจะมาฟูมฟายหรือเสียใจ เพราะฉันไม่เคยร้องไห้ ต่อให้ต้องเจ็บปวดมากแค่ไหน ฉันก็ไม่เคยหลั่งน้ำตาให้ใครได้เห็น แล้วบทจะให้ไปโวยวายหรือทำอะไรอย่างที่ผู้หญิงควรจะทำมันก็ไม่ใช่นิสัยของฉันเสียด้วย เพราะถ้ายิ่งทำแบบนั้น...ฉันก็จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ สู้ให้ฉันจากพวกเขาไปอย่างเป็นผู้ที่ได้รับชัยชนะเสียดีกว่า

ในเมื่อผู้ชายเขาไม่ใช่ของเรา เขาไม่ได้จริงใจกับเรา แล้วฉันจะไปแคร์มันทำไม โบกมือลาจากไอ้ผู้ชายเลวคนนั้นไปอย่างสวยๆ ดีกว่า...จริงมั้ย?

เออดีเหมือนกัน งั้นแกส่งที่อยู่ของเอ็มมาที่ไลน์เจ้เลยนะ เดี๋ยวตามไปฉันบอกก่อนจะกดตัดสายทันที

เอาล่ะไปหาซื้อของขวัญติดไม้ติดมือสักหน่อยดีกว่า

หลังจากที่เลือกของขวัญได้แล้ว ฉันก็โบกรถแท็กซี่แล้วบอกเป้าหมายของตัวเองกับคนขับ จากนั้นฉันก็นั่งกอดอกโดยไม่สนใจอะไรอีกเลย

เมื่อรถจอดสนิท ฉันก็จ่ายค่าโดยสารแล้วเงยหน้าขึ้นมองประตูรั้วขนาดใหญ่ จากนั้นก็เปิดประตูเข้าไปโดยไม่ต้องรอให้ใครออกมาต้อนรับ เพราะยัยมารีบอกว่าถ้ามาถึงแล้วให้เข้ามาด้านในได้เลย

เมื่อก้าวเข้ามาด้านในฉันก็มองคฤหาสน์ที่อยู่ตรงหน้า คฤหาสน์ที่เห็นอยู่ไกลๆ เป็นทรงแบบตะวันตกสไตล์ทิวดอร์ ซึ่งเป็นคฤหาสน์จำนวนสามชั้น ชวนให้นึกถึงประสาทในอังกฤษ ผนังก่อด้วยก้อนอิฐยาวสีน้ำตาล เสามีลวดลายสลักพร้อมกับหอคอยขนาบสองข้าง ครอบด้วยหลังคาสามเหลี่ยมสูง ส่วนด้านข้างเป็นที่จอดรถ ซึ่งมีรถหรูจอดเลียบเยอะจนนับไม่ถูกว่ามีจำนวนกี่คัน ...บอกได้คำเดียวว่าอลังการ

บ้านหรือวังวะเนี่ย

ฉันเผลอทำเสียงสูงเมื่อมองคฤหาสน์หลังโตที่อยู่ตรงหน้า ท่าทางเอ็มจะรวยไม่เบาเลยแฮะ

ว่าแต่จัดงานวันเกิดที่ไหนล่ะเนี่ย

ฉันพึมพำเมื่อพบว่าด้านนอกที่โอบล้อมด้วยสวนสีเขียวที่ตัดแต่งพุ่มไม้เป็นรูปทรงต่างๆ อย่างลงตัวไม่ได้มีงานวันเกิดอย่างที่ตัวเองคิดแต่อย่างใด

งั้นท่าทางจะจัดในบ้านแน่ๆ

เมื่อคิดได้แบบนั้นฉันก็สาวเท้าเข้าไปด้านในซึ่งมีเสียงเพลงดังกระหึ่มและมันน่าจะเป็นห้องนั่งเล่น และพอเข้าไปในห้องนั้นได้ฉันก็มองเห็นกลุ่มคนเป็นจำนวนมาก ที่บางกลุ่มก็นั่งจับกลุ่มก๊งเหล้ากันอยู่บนพื้น บางกลุ่มก็นั่งอยู่บนโซฟา บางกลุ่มก็เต้นกันอย่างสนุกสุดเหวี่ยง ซ้ำยังมีดีเจคอยเปิดเพลงให้อีกด้วย โหย...อลังการงานสร้างจริงๆ

ฉันคิดก่อนจะยักไหล่อย่างไม่สนใจแล้วมองไปอีกด้านก็เห็นโต๊ะอาหารตัวยาวคลุมผ้าปูโต๊ะสีขาวสะอาดตา จานใบใหญ่จัดแต่งอาหารหลากหลายชนิดถูกจัดเรียงไว้อย่างสวยงาม เท่าที่เห็นมีทั้งอาหารฝรั่งเศสและอิตาเลี่ยน

เจ้ทางนี้!

เสียงฝีเท้าเดินมาจากมุมหนึ่งพร้อมกับร่างของยัยมารีที่ในชุดเดรสสีเขียวอ่อนวิ่งเข้ามากอดต้นแขนของฉัน

ไปเจ้ เอ็มกำลังรอเจ้อยู่มารีพูดพร้อมกับดึงต้นแขนของฉันกึ่งดึงกึ่งลากไปยังมุมหนึ่งของห้องแทบจะทันที

เจ้เอิง!เอ็มโบกไม้โบกมือแล้วผละร่างออกห่างจากกลุ่มเด็กผู้ชายที่เขากำลังพูดคุยอยู่

สุขสันต์วันเกิดนะเอ็มฉันพูดพร้อมกับยื่นกล่องของขวัญไปให้

ขอบคุณมากครับเจ้เอ็มรับของขวัญไปแล้วก็เอามันไปวางบนโต๊ะตัวหนึ่งที่มีไว้เพื่อวางพวกของขวัญโดยเฉพาะ

เอ่อ...ถ้านับไม่ผิดกล่องของขวัญมีไม่ต่ำกว่าสิบกล่องเลยล่ะ

เจ้เอิงจะดื่มอะไรดีครับ

ไม่ต้องดูแลเจ้หรอก เอ็มตามสบายเลย เดี๋ยวเจ้จัดการเองฉันบอกพร้อมกับอมยิ้ม

งั้นเจ้ตามสบายเลยนะ คิดเสียว่าที่นี่เป็นบ้านของเจ้เลยก็แล้วกัน

โอเค

ฉันตอบตกลงก่อนจะเดินแยกออกมา แล้วไปหาอะไรดื่ม

จริงๆ ฉันก็แค่อยากจะหลบสายตาของเพื่อนเอ็มที่จ้องมองฉันเป็นตาเดียวต่างหากล่ะ บอกตามตรงเลยนะว่า ฉันเองก็ไม่ได้เป็นพวกหลงตัวเองอะไรนักหรอก แต่ด้วยความที่ฉันมีสายเลือดลูกครึ่งยุโรปเอเชีย ทำให้ฉันโดดเด่นสะดุดตา ถ้าไม่นับผมสีทองยาวถึงแผ่นหลังกับดวงตาเป็นสีฟ้าปนเทาแล้ว ฉันก็มีรูปร่างสูงโปร่งซ้ำผิวของฉันก็ขาวจนเกือบซีด ทำให้ทุกอย่างบนตัวของฉันมันดูลงตัวไปซะหมด ส่วนมารีเองก็มีรูปลักษณ์ภายนอกไม่แตกต่างจากฉันเท่าไหร่ แต่เพราะมารีเป็นกิ๊กกับเจ้าของบ้าน เด็กผู้ชายพวกนั้นจึงไม่สนใจ

ว่าไปแล้ว วันนี้ดื่มอะไรดีนะ เพราะตรงหน้าของฉัน เรียกได้ว่ามีของมึนเมาแทบจะทุกอย่างที่มีอยู่บนโลกใบนี้เลยด้วยซ้ำ

ไม่ว่าจะเป็นเบียร์กระป๋อง เบียร์สดเป็นหลอด หรือไม่ก็เป็นพวกไวน์ วิสกี้ วอดก้า บาคาร์ดี้ และสปายไวน์คูลเลอร์ ยันไปถึงเหล้าแดงเหล้าขาวและพวกมิกซ์เซอร์อยู่เต็มโต๊ะไปหมด

เอิ่ม...งานวันเกิดของลูกคนรวยนี่มันอลังการงานสร้างจริงๆ เลยแฮะ

จริงๆ ที่บ้านของฉันก็มีฐานะดี แต่ก็ไม่เคยจัดงานวันเกิดแบบนี้มาก่อน

เอาล่ะอย่าปล่อยเวลาผ่านเลยไป...

คิดได้แบบนั้นฉันจึงเลือกที่จะหยิบกระป๋องเบียร์ออกมาจากถังแช่ประมาณห้ากระป๋อง เพราะเบียร์ดื่มง่ายที่สุดและไม่ต้องผสมอะไรให้เสียเวลา

หลังจากที่ได้เบียร์แล้ว ฉันก็หอบกระป๋องเบียร์แล้วเดินแยกออกมานั่งตรงโถงทางเข้า จากนั้นก็ลงมือดื่มอย่างไม่สนใจใครอีกเลย

ขณะที่ฉันนั่งดื่มเบียร์เพียงลำพัง ฉันก็ได้ยินเสียงฝีเท้าซึ่งน่าจะมีหลายคนกำลังเดินเข้ามาจากภายนอก และจากนั้นฉันก็ยินเสียงของผู้ชายคนหนึ่งเหมือนกำลังคุยโทรศัพท์

[ไอ้เอ็ม กูมาถึงแล้วนะ]

อ้อ...ท่าทางจะเป็นเพื่อนของเอ็ม

[เออ...เดี๋ยวกูเข้าไปข้างใน ตอนนี้อยู่ตรงห้องโถงแล้ว...

[เออ]

[เฮ้ยเอ็มมึงอย่าเพิ่งวาง ฟังกูพูดก่อน...]

[]

ฉันไม่รู้ว่าเอ็มตอบว่าอะไรหรอกนะ

[คือกูพาเพื่อนมาด้วยสองคนน่ะ มึงคงไม่ว่าอะไรหรอกนะ]

กูจะไปว่าอะไรล่ะ มาหลายๆ คนสนุกดี

เอ่อ...เสียงเอ็มดังมาก ดังขนาดที่ฉันยังได้ยินเลย ไม่สิ ตอนนี้เอ็มออกมาจากห้องนั่งเล่นแล้วมายืนค้ำหัวของฉันอยู่ต่างหาก

อ้าวเจ้ มานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้เนี่ยเมื่อเอ็มก้มหน้ามาเห็นฉันก็เอ่ยปากถามขึ้นอย่างสงสัย

ไม่มีอะไรหรอกเอ็ม เจ้อยากอยู่คนเดียวน่ะฉันบอกพร้อมกับกระดกเบียร์เข้าปาก

เจ้เป็นอะไรหรือเปล่าจู่ๆ เอ็มมันก็ทิ้งตัวนั่งยองๆ ข้างๆ

เจ้ไม่ได้เป็นอะไร เอ็มไปสนุกกับเพื่อนๆ เถอะ

แต่ว่า...

โน่นๆ เพื่อนเอ็มยืนรออยู่ ไปต้อนรับเพื่อนๆ เถอะ

ฉันพูดพร้อมกับโบ้ยหน้าไปทางผู้ชายสามคน ซึ่งคนที่อยู่หลังสุดฉันมองไม่เห็นหน้า เพราะว่าเขาถือถาดกระป๋องเบียร์เอาไว้อยู่สามถาด แต่คาดเดาจากการแต่งตัวคงจะเป็นผู้ชาย

จะว่าไปกางเกงยีนสีดำกับเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตสีดำแดงนี่มันคุ้นๆ ยังไงชอบกล

เฮ้ยมัวทำอะไรกันอยู่ กูหนักนะเว้ย!เสียงตะโกนดังขึ้นจากผู้ชายคุ้นๆ คนนั้น เอ่อ...ยิ่งเสียงก็ยิ่งคุ้นเข้าไปใหญ่

ไอ้เอ็ม...มาสนใจพวกกูก่อนผู้ชายที่เป็นคนคุยโทรศัพท์พูดพร้อมกับกวักมือเรียกเอ็ม

เออๆเอ็มว่าแล้วก็ลุกขึ้นแล้วเดินตรงไปหาผู้ชายคนนั้น

นี่เพื่อนกูที่บอกว่าจะมาร่วมแจมด้วยพวกมันซื้อเบียร์มาด้วยน่ะผู้ชายคนนั้นพูดแล้วก็คว้าถาดเบียร์สามถาดมาจากผู้ชายอีกคนแล้วยื่นส่งให้เอ็ม

เอ่อ...นี่ฉันดื่มเบียร์เข้าไปสองกระป๋องก็เมาแล้วเหรอเนี่ย!

ฉันลองขยี้ตาแล้วจ้องมองไปยังร่างของคนที่สวมเสื้อยืดสีดำทับด้วยเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตสีดำแดงขณะที่มือทั้งสองมือของเขาเปลี่ยนเป็นยกขึ้นกอดอกเอาไว้

สายตาของฉันอ้อยอิ่งอยู่ที่เขาสองสามวินาที

ฉันรู้สึกเพียงว่าผู้ชายคนนั้นคุ้นตามากเหมือนกับ...?

ดวงตาของฉันเบิกกว้างขึ้นทันที

ฉันร้องเสียงค่อยอย่างตกใจและรีบก้มหน้าลง

ผู้ชายคนนี้คือชายหนุ่มแปลกหน้าคนที่ให้ตั๋วคอนเสิร์ตฉันจริงๆ

รีบเข้าไปข้างในเถอะเถอะ กูหนักเอ็มบอกก่อนจะหมุนตัว

เออเจ้...ถ้าเบื่อๆ ก็กลับเข้าไปในห้องนั่งเล่นนะแล้วยังหันมาบอกฉันก่อนจะเดินเข้าไปด้านในอีกด้วย

อือฉันพยักหน้ารับ จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตาดื่มเบียร์ต่อไป

อยู่คนเดียวก็สนุกได้น่า

เวลาผ่านไปได้สักพักใหญ่ๆ มารีก็เดินออกมาตามฉัน

เจ้ๆ เข้าไปด้านในเถอะ เอ็มจะเป่าเทียนแล้วน่ะ

ก็ดีเหมือนกันเพราะเบียร์ที่หอบหิ้วมาหมดไปแล้วด้วย ฉันลุกขึ้นแล้วเซเล็กน้อยเพราะนั่งนานมากไปหน่อย

และหลังจากที่เอ็มเป่าเทียนเรียบร้อยแล้ว ฉันก็ทำท่าจะแยกตัวออกมาอีกรอบ แต่ทว่าคราวนี้มารีกลับรั้งต้นแขนของฉันเอาไว้

เจ้เป็นอะไรหรือเปล่า เห็นเอ็มบอกว่าเจ้อยากอยู่คนเดียวมารีถามฉันด้วยน้ำเสียงห่วงใย

เจ้ไม่ได้เป็นอะไรหรอก แกอย่างคิดมากเลย

งานเลี้ยงไม่สนุกเหรอเจ้มารีถามพลางทำหน้าสลด หรือว่าหนูชวนเจ้มาเจอแต่เรื่องน่าเบื่อหรือเปล่าน่ะ

เจ้ไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ เชื่อเจ้สิฉันบอกน้องสาวของตัวเองอย่างลำบากใจ เพราะฉันไม่อยากเล่าให้น้องสาวฟังเลยว่าตัวเองไปเจอกับอะไรมา เพราะไม่เช่นนั้นยัยมารีก็จะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟพร้อมกับอาละวาดแน่ๆ แล้วทีนี้งานเลี้ยงคงถึงคราวไม่สนุกจริงๆ

คงเบื่อเพราะเพลงไม่สนุกมากกว่าล่ะมั้ง

จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้น และพอฉันหันไปทางมองทางต้นเสียงก็เห็นว่าผู้ชายแปลกหน้าคนนั้นกำลังยืนกอดอกโดยที่มือถือแก้วเหล้าเอาไว้

อือใช่ๆ เพื่อนคนนี้พูดถูก เจ้เบื่อเพราะเพลงไม่สนุกน่ะฉันบอกมารีเมื่อได้โอกาสก่อนจะพยักหน้าให้เขาแทนคำขอบคุณ

อ้อ...หนูก็นึกว่ามีอะไรแล้วเจ้ไม่ยอมบอกหนูเสียอีก งั้นเดี๋ยวหนูไปบอกให้ดีเจเปลี่ยนเพลงให้นะ

ไม่ต้องหรอก ตอนนี้เจ้ไม่ค่อยเบื่อแล้วล่ะ

อ้าว...

แกไปสนุกต่อเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วงเจ้หรอกฉันบอกพร้อมกับฉีกยิ้มกว้าง เดี๋ยวเจ้ไปหาอะไรดื่มต่อ แกอย่าห่วงเลยน่า ก็รู้ว่าเจ้เป็นขาดื่ม ถ้าได้ดื่มเดี๋ยวก็หายเบื่อเองแหละ

ก็จริงของเจ้ งั้นหนูไปหาเอ็มก่อนนะ

อือๆฉันพยักหน้ารับเบาๆ เมื่อมารีเดินจากไปแล้ว ฉันก็มองหาร่างของผู้ชายแปลกหน้าคนนั้นที่ตอนนี้เขาไม่ได้ยืนอยู่ที่เดิมแล้ว ยิ่งหันไปมองรอบๆ ก็ไม่เห็นเขาอยู่ที่นี่อีกต่างหาก

อ้าว...หายไปไหนแล้วล่ะ ว่าจะขอบคุณเสียหน่อย

ฉันคว้าบาคาร์ดี้รสมะนาวมาสองขวดแล้วก็เดินตามหาผู้ชายคนนั้น

อยู่ไหนนะฉันบ่นพึมพำพลางกวาดตามองไปรอบๆ จนกระทั่งขาที่เหยียบอยู่บนรองเท้าส้นสูงเริ่มกระตุกด้วยความเจ็บปวดจึงพบเงาร่างสูงใหญ่ของเขาเสียที

ผู้ชายแปลกหน้าคนนั้นยืนสูบบุหรี่อยู่คนเดียวบริเวณสวนหลังบ้าน นิ้วชี้กระดิกพาให้เถ้าบุหรี่กระเด็นไปไกล

แสงไฟจากในสวนทำให้ผมของเขาเหมือนเป็นสีแดงเข้ม ริมฝีปากบางทว่ากลับดูเซ็กซี่เข้าไปอีก ไม่รู้ว่าฉันเมาหรือว่าอะไร แต่ทว่าเวลานี้ฉันกลับรู้สึกว่าเขาดูสง่างามน่าหลงใหล

บุหรี่ที่ถูกคีบอยู่ระหว่างสองนิ้วส่งควันสีขาวเป็นสาย เขาเขี่ยบุหรี่และหันหน้ามา ดวงตาลุ่มลึกแน่วนิ่งมองมาที่ฉันเหมือนรู้อยู่ก่อนแล้วว่าฉันยืนอยู่ตรงนี้

นี่นาย...ฉันพยักหน้าให้เขา พยายามเอ่ยทักทายอย่างไม่รีบร้อน แต่น้ำเสียงกลับสั่นสะท้านอย่างไม่เอาไหน ซ้ำหัวใจยังเต้นตึกตักไม่เป็นจังหวะ นี่ฉันจะตื่นเต้นอะไรนักหนาเนี่ย

ว่าไงเขาเอ่ยพลางวางก้นบุหรี่ลงในที่เขี่ย

ฉันจะมาขอบคุณเรื่องเมื่อกี้น่ะฉันบอกก่อนจะยื่นขวดบาคาร์ดี้ให้

ไม่เป็นไรหรอกเขาพูดแล้วรับขวดไปแล้วก็กระดกดื่ม

เอ่อ...แค่ท่ากระดกขวด ทำไมถึงได้เท่มากขนาดนี้นะ

ว่าแต่เราสองคนนี่บังเอิญจังเลยเนอะฉันเดินไปหยุดยืนข้างๆ ก่อนจะเอ่ยปากพูดคุยกับเขาเพื่อทำลายบรรยากาศน่าอึดอัด

แต่ฉันไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญหรอกนะ

หือ?”

ฉันคิดว่ามันเป็นพรหมลิขิตระหว่างเรา...หึเขาพูดพร้อมกับโค้งริมฝีปากขึ้น เอ่อ...นี่มันไม่น้ำเน่าไปหน่อยหรือไง

ฉันแก้เขินด้วยการกระดกขวดบาคาร์ดี้พรวดเดียวจนหมดเกลี้ยง แอลกอฮอล์ไหลลงท้องจนรู้สึกร้อนวูบวาบ จริงๆ วันนี้ฉันเพิ่งจะดื่มเบียร์เข้าไป แล้วมาดื่มบาคาร์ดี้แบบนี้มีหวังได้เมาตายห่าแน่ๆ เลยล่ะ

บาคาร์ดี้หมดแล้ว ฉันกลับเข้าไปข้างในก่อนนะ

ฉันไปด้วยเขาบอกก่อนจะเดินนำ

จริงๆ ฉันคิดจะหนีนายต่างหาก ทำไมนายถึงไม่รู้ตัวเลยล่ะเนี่ย! อ้อไม่สิ ต้องเปลี่ยนเป็นตอนนี้เขาหนีฉันแทนต่างหากล่ะ!

เมื่อกลับเข้ามาในห้องนั่งเล่น แต่ทว่าเสียงเพลงที่กำลังดังกระหึ่มกลับหยุดลงราวกับถูกใครปิดสวิตช์

เกิดอะไรขึ้นน่ะ ปิดเพลงกันทำไมเหรอฉันเดินเข้าไปถามมารี

พวกเขาจะเล่นเกมกันน่ะเจ้

เกม?”

อือ...มารีเอ่ยพร้อมกับหน้าแดงก่ำ แล้วก็ดึงร่างของฉันไปหลบอยู่มุมหนึ่งของห้อง ฉันที่ยังงงๆ อยู่จึงค่อยๆ กวาดตามองไปรอบๆ ห้องถึงได้รู้ว่าตอนนี้เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างที่อยู่ในห้องนี้ถูกกวาดไปไว้มุมหนึ่ง ซ้ำพวกเราทุกคนที่อยู่ในนี้ยังล้อมวงทิ้งพื้นที่ตรงกลางเอาไว้

เอาล่ะ เราจะเริ่มจากน้องเนสซี่

สิ้นคำประกาศของดีเจ เด็กผู้หญิงที่แต่งตัวด้วยผ้าน้อยชิ้นอย่างกับจะช่วยลดโลกร้อนก็ก้าวออกมายืนอยู่ตรงกลาง

เริ่มได้เลยครับพอดีเจพูดแบบนั้นเนสซี่อะไรนั่นก็ค่อยๆ เปิดปากพูดขึ้นอย่างช้าๆ

สีชมพูค่ะพอเนสซี่พูดแบบนั้น พวกหนุ่มๆ ที่ยืนรายล้อมอยู่ต่างก็โห่ร้องออกมาอย่างเสียดาย

เอ่อ...นี่มันเกมอะไรน่ะมารีฉันกระซิบถามมารีด้วยความไม่เข้าใจ

ก็แบบนี้นะเจ้ พวกผู้หญิงที่ออกไปยืนน่ะจะเป็นคนเลือกสีมาหนึ่งสี แล้วทีนี้คนที่มีสีนั้นอยู่ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ กางเกง หรืออะไรที่อยู่ในตัวอะก็จะก้าวออกไป

แล้ว...คือก้าวออกไปด้านหน้าแล้วมันทำไมหว่า แต่ไม่ทันที่ยัยมารีจะบอกอะไร จู่ๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งก้าวออกมาจากมุมหนึ่ง

ยี่ห้อเสื้อของฉันมีสีชมพูผู้ชายคนนั้นพูดแล้วก็ชี้ไปที่อกเสื้อจากนั้นก็เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเนสซี่

แหม เนสก็อุตส่าห์เลือกสีที่คิดว่าหนุ่มๆ จะไม่มีแล้วเสียอีก

เนสซี่พูดพลางหัวเราะแล้วจากนั้นเธอก็

...จูบ!

เนสซี่เป็นฝ่ายประกบริมฝีปากของตัวเองเข้ากับริมฝีปากของผู้ชายคนนั้น แต่แทนที่คนถูกจูบจะอึ้ง ทว่ากลับเป็นฉันต่างหากที่ได้แต่อึ้งกับสิ่งที่สองคนนี้ทำ และดูเหมือนว่าทุกคนที่อยู่ร่วมเป็นสักขีพยานก็ไม่เห็นมีใครตกใจหรือแปลกใจอะไรอย่างฉันเลยสักนิดเดียว และก่อนที่ฉันจะตกใจไปมากกว่านี้เสียงของดีเจก็ดังขึ้นอีกครั้ง!

เกมได้เริ่มขึ้นแล้ว!

มารี...เล่นเกมแบบนี้ พ่อกับแม่ของเอ็มจะไม่ว่าอะไรหรือไงฉันก้มหน้ากระซิบถามน้องสาวอีกรอบ

ไม่มีใครอยู่หรอกเจ้ พ่อกับแม่ของเอ็มทำงานที่ต่างประเทศน่ะ ที่นี่ก็เลยมีเอ็มอยู่แค่คนเดียว ส่วนแม่บ้านก็จะไปเช้าเย็นกลับ แล้วระหว่างนี้เอ็มก็สั่งให้แม่บ้านหยุดสามวัน

พระเจ้า! เด็กพวกนี้วางแผนกันเอาไว้แต่แรกเรอะ!

งั้นเจ้ออกไปข้างนอกดีกว่าจนเมื่อเริ่มรู้ตัวแล้วว่าตัวเองเข้ามาร่วมเกมอันตราย ร่างของฉันก็ค่อยๆ ถอยอย่างช้าๆ พยายามทำเหมือนว่าตัวเองไม่มีตัวตน เพื่อจะหนีออกไปจากห้องนี้ให้แนบเนียนที่สุดเท่าที่จะทำได้!

...แต่แล้วอยู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น เป็นผลทำให้ร่างของฉันหยุดชะงักก่อนจะค่อยๆ หันไปมองตามเสียงนั้นอย่างช้าๆ

ขอเชิญเจ้คนสวยพี่สาวของมารี ทางนี้เลยครับ

เฮ้ย! ฉันไม่เล่น!ฉันตะคอกออกไปแทบจะทันที แต่ทว่ายัยมารีกลับผลักหลังฉันไปยืนตรงกลางอย่างแรงจนหน้าเกือบคว่ำ

สู้ๆ นะเจ้

มารี!

เอาน่าเจ้ อย่าคิดมากเลย เจ้ก็ลองสุ่มสีที่คิดว่าไม่มีใครมีสิเอ็มบอกก่อนจะยิ้มให้ฉันจนตาตี่เลยล่ะ

งั้นถ้าสมมตินะ สมมติว่าบังเอิญสีที่เจ้เลือก แล้วก็บังเอิญว่ามีคนที่มีสีนั้นอยู่ในตัว แต่เจ้ไม่จูบได้ไหมล่ะ

ก็แล้วแต่เจ้เลย เพราะทุกอย่างมันอยู่ที่ความสมัครใจ ถ้าเจ้ไม่ยอมก็ไม่มีใครทำอะไรเจ้ได้อยู่แล้ว หรือถ้าแบบว่าจู่ๆ ก็มีคนที่มีสีนั้นอยู่หลายคน เจ้ก็เลือกได้เลยว่าจะจูบใครหรือไม่จูบใครเลยก็ได้

พอเอ็มพูดแบบนี้ฉันก็รู้สึกโล่งใจไปเปราะหนึ่ง

เอาล่ะสรุปว่าเจ้คนสวยจะเลือกสีอะไรดีครับ อ้อๆ ห้ามสีซ้ำกับเนสซี่นะครับ

แหม...ดักทางเอาไว้ก่อนเลยนะ

และพอเสียงของดีเจจบลงฉันก็ค่อยๆ กวาดตามองไปรอบๆ พวกหนุ่มๆ นี่ทำหน้าทำตาเป็นประกายอย่างมีความหวังแทบจะทุกคนเลยล่ะ

หึ...คนอย่างเอิงน่ะไม่มีวันพ่ายแพ้หรอก

เพราะฉันจะไม่ยอมเลือกสีพื้นๆ ที่เห็นได้ทั่วไป

ฉันเลือกสีชาเขียวใส่นมฉันพูดพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างๆ ให้กับทุกคน แน่นอนล่ะว่าสีแบบนี้จะมีได้ไง เพราะขนาดขวดเหล้า ขวดเบียร์หรืออะไรที่อยู่ในห้องนี้ฉันยังไม่เห็นมีสีนี้เลยด้วยซ้ำ สีชาเขียวใส่นม...หึหึ

ขี้โกง!

สีแบบนั้นมันจะมีได้ไง ไม่ยอม!

ใช่ๆ สีชาเขียวใส่นมเนี่ยนะ นี่มันไม่ใช่ร้านกาแฟหรือร้านขายขนม

ไม่เอา เลือกใหม่เลยพวกผู้ชายทุกคนต่างก็โวยวาย

แต่พวกนายบอกว่าสีอะไรก็ได้ฉันยักไหล่อย่างไม่ยินดียินร้าย

แต่...มีคนหนึ่งพยายามค้าน

เอาเป็นว่าฉันชนะแล้ว เชิญคนต่อไป...

ฉันบอกก่อนทำท่าจะเดินกลับออกมา แต่ทว่าจู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากมุมหนึ่งพร้อมกับร่างสูงก้าวออกมาแล้วมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของฉัน

ใช้อันนี้ได้หรือเปล่า

ฉันรู้สึกว่าหนังตาข้างซ้ายมันกระตุกถี่ยิบ

เพราะหลังจากที่เขาพูดประโยคนี้ออกมา นิ้วเรียวสวยที่มีแหวนอยู่หลายวงก็ยกของบางอย่างขึ้น

เฮ้ย! เดี๋ยวนะ! นี่มันคิทแคทชาเขียวนี่!

โหสุดยอด นั่นมันสีชาเขียวใส่นมเลย ตรงตัวเป๊ะๆเอ็มพูดพร้อมกับปรบมืออย่างหัวเราะชอบอกชอบใจ

มันไม่ใช่สีชาเขียวใส่นม แต่มันเป็นชาเขียวใส่นมเลยต่างหากล่ะ!

ถ้าใช้ได้ ฉันไม่เกรงใจล่ะนะ

ดะ...เดี๋ยวสิ ฉันต้องมีสิทธิ์เลือกที่จะจูบไม่จูบไม่ใช่หรือไง

ทันทีที่พูดยังไม่ทันจะจบประโยคดีด้วยซ้ำ คนหน้าหล่อ (แต่แปลกหน้า) ก็ทำท่าจะขยับเข้ามาประชิดตัว เล่นเอาร่างของฉันถอยฉากแทบไม่ทันแถมตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า ทั้งแขนทั้งเข่าอ่อนแรงจนอยากจะเป็นลมเสียให้ได้

ยังไงเธอก็ไม่ปฏิเสธฉันอยู่แล้ว

เฮ้ย! หลงตัวเองเกินไปแล้วนะ

งั้นฉันจะพิสูจน์ให้เธอดู

จู่ๆ เขาก็วางฝ่ามือบนหน้าอกของฉัน ทำให้ฉันตกใจเงยหน้าขึ้น แล้วทันใดนั้นเอง ริมฝีปากของฉันก็ถูกปิด แม้พยายามจะเบี่ยงคางหลบ แต่ร่างกายกลับถูกกอดเอาไว้แน่น จนเหมือนร่างจะจมหายไปในอ้อมกอดของเขา

ฉันพยายามดิ้นให้หลุดออกจากการเกาะกุม ทว่าเนื้อตัวของเขาแผ่รังสีคุกคามและดุร้ายออกมาพร้อมๆ กัน พริบตานั้น ฉันตัวแข็งทื่อไม่กล้ากระดุกกระดิก สักพักเขาเงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มให้ฉันอย่างพึงพอใจ มันเป็นรอยยิ้มร้ายกาจ ลึกลับและน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน

อีตาบ้า ใครบอกให้นายจูบฉันเนี่ย!ฉันตะคอกทั้งๆ ที่หน้าแดงก่ำ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธหรือว่าอายกันแน่

งั้นเธออยากเป็นฝ่ายจูบฉันเองสินะ

จะบ้าเหรอไง ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น

งั้นหมายความว่าเธอเป็นพวกปอดแหกใช่ไหมล่ะเขาผุดยิ้มเจ้าเล่ห์

หึ...นายรู้จักฉันน้อยไปแล้ว ฉันจะแสดงให้นายเห็นเองว่าฉันไม่ใช่คนปอดแหก

ก็แค่ปากแตะปาก ทำไมฉันจะทำไม่ได้ล่ะ

ในขณะที่เขาอึ้งอยู่นั้น ฉันก็ฉวยโอกาสโน้มคอของเขาลงมาแล้วจุมพิตบนริมฝีปากเขาอีกครั้ง แต่ทว่าทันทีที่ฉันจะผละริมฝีปากของตัวเองออก ทว่าจู่ๆ ริมฝีปากของเขาที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ไล้ผ่านริมฝีปากของฉันอย่างเชื่องช้า

เฮ้ย!ฉันได้แต่ร้องเพราะเวลานี้ริมฝีปากของฉันถูกจูบรัวเหมือนนกจิกก่อนที่จะแนบสนิทเมื่อเขาสอดลิ้นเข้ารุกรานอย่างดูดดื่ม

รสจูบของเขามีความหวานซ่อนขมอยู่จางๆ มันเป็นรสชาติเหมือนกับเหล้าที่เคยดื่มครั้งแรก

ไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อ ไม่รู้ว่าดีกรีแรงแค่ไหน

หากแต่ยิ่งแรงกลับยิ่งทำให้เคลิบเคลิ้ม รสชาติยิ่งบาดคอก็ยิ่งหวาน เพราะริมฝีปากของเขากำลังทำให้ฉันเมามาย

ฉันรู้สึกในหัวหมุนติ้ว เพราะรสสัมผัสที่คนตรงหน้ามอบให้ มันทั้งอบอุ่นและร้อนแรงอย่างที่ฉันไม่เคยสัมผัสมันมาก่อน

นี่เขาคิดอะไร ทำไมถึงได้ทำแบบนี้กับผู้หญิงที่ไม่รู้จักกันแม้กระทั่งชื่อ!

ให้ตายเถอะ...นี่ฉันหลวมตัวเข้ามาเล่นเกมบ้าๆ แบบนี้ได้ยังไง

แล้วทำไม...ทำไมฉันถึงได้ไปรับคำท้าบ้าจี้แบบนั้นของเขาด้วย

 

 

 




 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 159 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,011 ความคิดเห็น

  1. #999 MSNSST (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 11:57

    ว้าวววววว เกมส์อะไรเนี่ยเล่นแบบนี้ก็ได้เหรอ????????

    #999
    0
  2. วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 16:29

    อื้อหือออ

    #998
    0
  3. #997 bts_taekook (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 01:23
    รอค่าาาา
    #997
    0
  4. #22 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 เมษายน 2558 / 08:48
    ตอนแรกคิดว่าสี กกน. ซะอีกอ่ะ

    แต่ว่าแบบนี้ฟินกว่าาา
    #22
    0
  5. #21 Lächeln (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 เมษายน 2558 / 07:10
    เอ้ย!!! ทำไมเราคิดเหมือนเจ้ฝน
    แว้บแรกแบบว่า  ต้อง กกน แน่ๆ 555555
    เอิงหลงกลเฟิร์สเต็มๆเลย จูบโชว์กันสนุกเชียว
    #21
    0
  6. #20 Rainnie So. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 เมษายน 2558 / 05:41
    โถ่ นึกว่าเฟิร์สจะใส่กางเกงในสีชาเขียวใส่นมซะอีก 55555555 อดเยย
    #20
    1
    • #20-1 จีนี่_เจลรี่_ดีดี้(จากตอนที่ 4)
      8 เมษายน 2558 / 05:54
      ตอนนี้ยังไม่ปล่อยของ เดี๋ยวตอนหน้าก่อนเถอะ เพราะมันจะต้องเล่นเกมเป่ายิงฉุบแก้ผ้าแล้ว ฮ่าๆๆๆๆ
      #20-1