S.L.K to my baby

ตอนที่ 3 : @S.L.K. to my baby :: E P I S O D E :: 01

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,145
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 104 ครั้ง
    17 ก.ย. 63


E P I S O D E :: 01

 

ฉันตื่นขึ้นอย่างไม่รื่นรมย์นัก ดูเหมือนแอร์จะเย็นเกินไป ลำคอจึงแสบเคืองจนต้องกระแอมไอ

แค่กๆ

ฉันค่อยๆ ยันกายขึ้นจากพื้นแล้วหันไปหยิบขวดน้ำที่อยู่ด้านข้างขึ้นมาดื่มรวดเดียวเกลี้ยง

เวลานี้ฉันรู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรงเนื่องจากดื่มเหล้าหนักจนเกินไป ทำให้ร่างกายซึ่งไม่สามารถกำจัดและสลายแอลกอฮอล์ได้นั้นมันกำลังกระเสือกกระสนทุรนทุรายอยู่ภายในร่าง

จะว่าไปแล้ว ฉันอยู่ที่ไหนนะ?

เมื่อกวาดตามองไปรอบๆ ฉันก็พบว่าเวลานี้อยู่ในห้องครัว ซึ่งด้านหลังเป็นเคาน์เตอร์ทำอาหารขนาดใหญ่และเป็นที่ลับตาคนจนทำให้คนที่อยู่นอกห้องครัวไม่อาจมองเห็นได้

นี่ฉันเมามากจนถึงขนาดมานอนในห้องครัวเลยอย่างนั้นเหรอ?

ฉันแสยะยิ้มให้กับตัวเองอย่างสมเพช ก่อนจะเริ่มขยับตัว แต่ทว่าพอฝ่ามือยันไปบนพื้น ฉันก็รับรู้ถึงสัมผัสอันอ่อนนุ่ม มันคือผ้าแพรสีม่วงเนื้อดีซึ่งปูรองรับร่างกายของฉันเอาไว้

ว่าแต่ทำไมฉันถึงรู้สึกท่อนล่างโล่งเย็นอย่างบอกไม่ถูก คล้ายอากาศชำแรกซึมจนแสบผิวเนื้อ เหมือนกับว่าฉันลืมใส่กางเกงชั้นใน ราวกับว่าภายใต้กระโปรงเวิ้งว้างว่างเปล่าไร้การปกป้องยังไงยังงั้น ไม่สิ...เวลานี้ฉันไม่ได้สวมเสื้อผ้าชุดเดิม เพราะเมื่อก้มมองร่างกายของตัวเองก็เห็นว่าเสื้อไหมพรมสีขาวที่ฉันสวมอยู่นั้นมันไม่ได้อยู่บนร่างกายของฉันอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นเสื้อเชิ้ตแขนยาวลายสก๊อตสีแดงสลับดำตัวใหญ่ซึ่งติดกระดุมเอาไว้อย่างเรียบร้อย

เดี๋ยวนะ...!?

เมื่อหันไปมองด้านข้างฉันก็เห็นว่าเสื้อผ้าของตัวเองวางกองทิ้งเอาไว้อย่างระเกะระกะ

พระเจ้า! นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับฉัน!

เวลานี้ฉันทำได้เพียงแค่คว้าเสื้อผ้าของตัวเองมาไว้แนบอกอย่างลนลาน ก่อนจะเริ่มคลานสี่ขามุ่งหน้าไปยังห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกลมากนัก

หลังจากเข้ามาในห้องน้ำได้ ฉันเกาะขอบอ่างล้างหน้าแล้วพยายามสงบสติอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ในหัว

ใจเย็นๆ นะเอิง ใจเย็นๆ เข้าไว้

มันต้องไม่มีอะไร...มันต้องไม่ใช่อย่างที่เธอคิด

หลังจากสงบสติอารมณ์ของตัวเองได้บางส่วน ฉันจึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองกระจกเงาบานใหญ่ที่แขวนอยู่ตรงหน้า และแล้วสายตาของฉันก็เหลือบไปเห็นรอยแดงราวกับกลีบกุหลาบอยู่บนต้นคอของตัวเอง

นี่มัน!?

ทันใดนั้นดวงตาของฉันก็เบิกโพลงขึ้นอย่างตกตะลึง

ฉันไม่ได้ไร้เดียงสามากขนาดที่จะมองไม่ออกหรอกนะว่ามันคือรอยอะไร

มันคือรอยจูบ!

รอยจูบของใครบางคน!

เวลานี้ฉันอยู่ในภาวะตื่นตระหนก ดวงตากลมโตของฉันกะพริบปริบๆ ก่อนจะเริ่มลงมือถอดเสื้อเชิ้ตที่สวมอยู่บนร่างกายของตัวเองออกเพื่อตรวจดูให้แน่ใจ และตอนนี้เองฉันถึงได้เห็นว่านอกจากเสื้อเชิ้ตที่ฉันเพิ่งถอดออกไปเมื่อกี้แล้ว ร่างกายของฉันก็ไม่มีเสื้อผ้าชิ้นใดอีก

ฉันกะพริบตาอีกครั้งก่อนจะค่อยๆ เหลือบมองเงาร่างเปลือยที่นอกจากจะมีกล้ามเนื้อแน่นกระชับสะท้อนในกระจกแล้ว ร่างกายของฉันมันยังมีรอยกลีบกุหลาบอยู่บนผิวเนื้ออยู่เต็มไปหมด ไล่ตั้งแต่ลำคอลามไปจนถึงเนินอก

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!

เมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้น!

ฉันคิดอย่างสับสนจนเผลอกัดริมฝีปากจนรู้สึกเจ็บเล็กน้อย

ทำไมปากของฉันถึงได้บวมแดงมากขนาดนี้ล่ะ!

ฉันยืนนิ่งอยู่นาน ก่อนหรี่ตาลงพยายามสาวเส้นด้ายแห่งความทรงจำ

 

@สองทุ่มครึ่งของเมื่อวานนี้

อะไรนะ! มาไม่ได้แล้ว? พี่พัตเตอร์หมายความว่าไง!

ฉันเผลอตะคอก แต่รีบหรี่เสียงลงเพราะนึกขึ้นได้ว่าอยู่ท่ามกลางฝูงชนหน้าคอนเสิร์ตของวงร็อกชื่อดังวงหนึ่ง แต่ความจริงในช่วงไม่กี่นาทีก่อนคอนเสิร์ตเริ่มแบบนี้ ต่อให้เสียงดังบ้างก็คงไม่มีใครสนใจ

แล้วบัตรคอนเสิร์ตล่ะ

[ขอโทษนะเอิง พี่ไปไม่ได้จริงๆ]

ยิ่งได้ยินเสียงของพี่พัตเตอร์แฟนของฉันขอโทษจากปลายสาย ฉันก็ยิ่งหงุดหงิดจนไม่อาจควบคุมอารมณ์ได้อีกต่อไปแล้ว

ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว แค่นี้นะ

ฉันวางสายโดยไม่สนใจแม้ว่าเขาพยายามจะอธิบาย ใจจริงฉันอยากจะขว้างมือถือให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ต้องอดทนที่จะไม่ทำแบบนั้น

พี่พัตเตอร์ใจร้ายชะมัด มาให้ความหวังกันทำไม!

ฉันได้แต่สบถในใจพลางเบนสายตามองฝูงชนทยอยเดินเข้าไปในประตูจากนั้นก็คิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้า

เมื่อวานก่อนพี่พัตเตอร์โทร.มาบอกว่าได้บัตรคอนเสิร์ตของวงดนตรีร็อกที่ฉันชื่นชอบมาตั้งแต่สมัยเด็ก แล้ววันนี้พวกเขาจะเปิดการแสดงครั้งสุดท้ายก่อนจะอำลาวงการ จริงๆ ฉันถอดใจนานแล้วเพราะคิดว่าคงไม่มีปัญญาหาตั๋วแน่ เพราะได้ยินว่าบัตรหมดเกลี้ยงตั้งแต่เริ่มเปิดขายไม่กี่นาที

แต่จู่ๆ พี่พัตเตอร์ก็โทร.มาบอกว่าบังเอิญได้บัตรมา ฉันเลยตาลุกวาวทันทีหลังจากได้ยินแบบนั้น ซ้ำยังจินตนาการความสุขของตัวเองไปต่างๆ นานา เพราะระหว่างที่เราคบกันนั้นแทบจะหาช่วงเวลาดีๆ ร่วมกันไม่ได้เลย

วันนี้ฉันจึงรีบออกจากบ้านตั้งแต่ห้าโมงเย็นด้วยความตื่นเต้น และคิดว่าพี่พัตเตอร์จะมาถึงก่อนเพราะบ้านเขาอยู่ใกล้กว่า แต่จนแล้วจนรอดเขากลับยังไม่โผล่มา จนกระทั่งเหลือเวลาอีกสิบนาทีก่อนคอนเสิร์ตเริ่ม โทรศัพท์มือถือของฉันก็ดังขึ้น พี่พัตเตอร์บอกว่าเขาอยู่ที่มหาวิทยาลัยและปลีกตัวออกมาไม่ได้เพราะต้องทำรายงานกลุ่มกับเพื่อนๆ แล้วเมื่อบัตรคอนเสิร์ตอยู่กับเขา เวลานี้ฉันจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากตัดใจ

ความจริงฉันไม่มีสิทธิ์โกรธหรือตำหนิเขา แต่ก็อดเจ็บใจไม่ได้จริงๆ

นี่เธอ...

ขณะที่ฉันหันหลังกลับทั้งที่ยังทำใจไม่ได้ จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลัง

ฉันหันกลับไปมองตามเสียงเรียก ก็เห็นว่าเป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งซึ่งสวมเสื้อยืดสีดำทับด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวลายสก๊อตสีแดงสลับดำ ส่วนท่อนล่างสวมกางเกงยีนสีดำสนิท ซ้ำยังสวมสร้อยคอสีเงินมีจี้ห้อยคอเป็นตัวเลขโรมัน

ฉันเหลือตั๋วอีกใบ เธอสนใจจะไปดูด้วยกันมั้ย?” เขาพูดพร้อมกับยกมือขึ้นเกาต้นคอของตัวเองจนทำให้เห็นโซ่คล้องข้อมือเท่ๆ ของเขาอีกด้วย

ฉันได้แต่ยืนเงียบแล้วมองใบหน้าเขาอย่างไม่ไว้ใจ

เอ่อ...จะว่าไปแล้วผู้ชายคนนี้หล่อมากทีเดียว

เส้นผมสีแดงเพลิงซอยสไลด์เปิดหูเผยให้เห็นใบหูซึ่งถูกเจาะไม่ต่ำกว่าข้างละห้ารู และแต่ละรูก็ใส่ห่วงอะไรไม่รู้สีดำๆ ดวงตาสีดำล้ำลึกแฝงความเซ็กซี่ที่ดูเหมือนเขาจะเกิดมาเพื่อล่อลวงหัวใจสาวๆ ทั่วทั้งโลก แล้วไหนจะริมฝีปากบางซึ่งปรากฏรอยยิ้มร้ายกาจอยู่ตลอดเวลานั่นอีก

ในขณะที่ฉันจ้องมองเขา ส่วนเขาก็หรี่ตาคู่สวยเล็กน้อยก่อนจะเปิดปากพูดขึ้นอีกครั้ง

ฉันไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง พอดียืนอยู่ใกล้ๆ เลยได้ยินว่าเพื่อนของเธอมาไม่ได้

เวลาเขาพูดจะเห็นเขี้ยวเสน่ห์ที่มุมปากทั้งสองข้างอีกด้วย

อืม...หล่อจริงๆ เลยแฮะ

แล้วนายไม่ได้มีเพื่อนมาด้วยหรือไง

ในเมื่อเขาพูดจาเป็นกันเองแบบนี้ แล้วฉันจะต้องพูดสุภาพกับเขาทำไมล่ะ...จริงมั้ย?

เพื่อนฉันมันเบี้ยวนัด ทิ้งฉันแล้วไปเที่ยวกับสาวน่ะ

เขาตอบพร้อมกับขยิบตาให้ฉันอย่างเท่ๆ และคงเพราะเขาโดดเด่นมากล่ะมั้ง สาวๆ ที่เดินผ่านมาถึงกับมองเขาจนเหลียวหันหลังเชียวล่ะ

แล้วมาชวนฉันแบบนี้มันจะดีเหรอ เราไม่ได้รู้จักกันมาสักหน่อย

ฉันถามเขาอย่างไม่ไว้ใจ ไม่แปลกหรอกที่ฉันจะคิดแบบนี้ เพราะปกติจะมีใครที่ไหนจู่ๆ มาชวนคนไม่รู้จักไปดูคอนเสิร์ตด้วยกันน่ะ

ก็แค่เข้าไปดูคอนเสิร์ตเฉยๆ แล้วเราก็ไม่เห็นจำเป็นต้องรู้จักกันเลยนี่ เธอดูของเธอ ฉันดูของฉัน เพราะถ้าเธอไม่ดูจะให้ไปชวนคนอื่นก็คงเสียเวลา แล้วจะให้ทิ้งตั๋วก็เสียดายเขาพูดพลางยักไหล่อย่างไม่ยินดียินร้ายอะไรนัก

งั้นเอาแบบนี้ ฉันขอซื้อตั๋วต่อจากนายก็แล้วกัน

ฉันล้วงกระเป๋าสะพายเพื่อหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา แต่ทว่าทันใดนั้นเองมือของฉันกลับสัมผัสเข้ากับมือเรียวยาวที่มีแหวนหัวกะโหลกอยู่บนนิ้วชี้ขวาของเขา

ไม่ต้องหรอก เพราะฉันได้ตั๋วมาฟรี

แต่...

เอาน่า เราสองคนเสียเวลามากแล้ว

ตอนแรกฉันคิดว่าตัวเองควรจะรบเร้า แต่พอเห็นว่าเลยเวลามาหลายนาทีแล้วจึงพยักหน้าตอบตกลง

งั้นฉันไม่เกรงใจล่ะนะ

อือเขาตอบรับก่อนจะหยิบบัตรคอนเสิร์ตสองใบออกมาจากกระเป๋ากางเกง ตอนแรกฉันคิดว่าเขาจะยื่นอีกใบหนึ่งให้ แต่ทว่า...

ไปกันเถอะชายหนุ่มแปลกหน้า (แต่หล่อโคตรๆ) เดินเคียงข้างฉันโดยไร้ท่าทีเคอะเขินราวกับมาด้วยกันแต่แรก

เอาเถอะ...ก็แค่ดูคอนเสิร์ต ฉันไม่ได้ตามเขาไปในที่ที่ไม่ดีเสียหน่อย

โชคดีที่คอนเสิร์ตยังไม่เริ่ม ไม่งั้นปิดไฟมืดไปหมดแน่

เขาหันมาพูดกับฉันด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินนำเข้าไปด้านใน แต่เพียงแค่เขายิ้มฉันเกือบจะเผลอกลืนน้ำลายในความหล่อและมีเสน่ห์ของเขาเลยล่ะ แล้วยิ่งได้มองแผ่นหลังกว้างดูสง่างามที่เหมือนนายแบบเขาฉันก็ยิ่งต้องเก็บน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

อึ้มๆ เท่เกินไปแล้ว!

จากนั้นเราสองคนก็ยืนคู่กันโดยที่คอนเสิร์ตดำเนินไปได้สักยี่สิบนาทีเห็นจะได้ แล้วฉันก็มัวแต่สนุกสุดเหวี่ยงจนหลงลืมหนุ่มแปลกหน้าที่ยืนอยู่ข้างกายไปเลยด้วยซ้ำ และพอเป็นช่วงเพลงช้า ฉันก็หยุดโบกไม้โบกมือแล้วค่อยๆ หันไปมองรอบๆ กาย...

คนเยอะจัง อดปลื้มแทนศิลปินไม่ได้เลยจริงๆ แฮะ

เอ๊ะนั่น...!?

ฉันแน่ใจว่าไม่ได้ตาฝาด ฉันมั่นใจว่าตัวเองเห็นผู้ชายคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือนกับแฟนของตัวเอง แฟนที่บอกว่าตอนนี้อยู่ในมหาวิทยาลัยยืนห่างออกไปเล็กน้อย ซ้ำเขาก็ไม่ได้ยืนอยู่คนเดียว แต่กลับยืนโอบเอวผู้หญิงคนหนึ่งแล้วโยกร่างนั้นไปมาจากทางด้านหลังอย่างมีความสุข

ฉันมองสองร่างนั้นอย่างอึ้งๆ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจ และได้แต่บอกกับตัวเองว่ามันเป็นไปไม่ได้ มันไม่มีทางเป็นไปได้

แต่ทว่ายิ่งฉันพยายามหลอกตัวเองมากเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งเห็นว่าพี่พัตเตอร์กำลังกอดร่างนั้นอย่างแนบแน่น ซ้ำยังดูสนิทสนมจนมากเกินกว่าคำว่าเพื่อนอีกต่างหาก

เวลานี้ใบหน้าของฉันขาวซีดไร้เลือดฝาด พร้อมกับยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อนราวกับกำลังเห็นภาพน่ากลัวที่สุดในชีวิต

เพื่อนสนิทของฉันกับแฟนของฉันกำลังหักหลังไม่เหลือชิ้นดี

เวลานี้ฉันไม่รู้อะไรอีกแล้ว ไม่รู้ว่าคอนเสิร์ตจบลงตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ฉันรู้เพียงแค่ว่าความรู้สึกบางอย่างอัดแน่นอยู่ในอกจนพูดไม่ออก ทำอะไรไม่ได้ โดยมีไอร้อนที่พลุ่งพล่านอยู่ในอกลามมาถึงเบ้าตาของตัวเอง

ความรู้สึกเจ็บปวดค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ และแผ่ลามออกไปเหมือนเถาวัลย์ที่รัดพันใจของฉันเอาไว้จนแน่น มันบีบความรู้สึกของฉันจนหัวใจเจ็บแปลบจนแทบจะทนต่อไปไม่ไหว

ฉันรู้ดีว่าความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะพี่พัตเตอร์นอกใจ แต่เพราะเพื่อนที่ฉันไว้ใจที่สุดและรักมากที่สุดเป็นคนหักหลังฉันต่างหาก

ทำไมเธอถึงทำแบบนี้กับฉันล่ะ...ชมพู

เธอเป็นอะไรหรือเปล่า เห็นยืนเหม่ออยู่นานแล้วนะ

เสียงของผู้ชายแปลกหน้าคนเดิมดังขึ้นจากซ้ายมือ ตอนแรกฉันคิดว่าเขาจะแยกไปแล้วตั้งแต่ที่เราสองคนเดินออกมาจากคอนเสิร์ตเสียอีก

ไม่มีอะไรหรอก ขอบคุณสำหรับตั๋วคอนเสิร์ตนะ

ฉันบอกพร้อมกับทำท่าจะเดินหนี

เดี๋ยว...แต่ทว่าเขากลับรั้งท่อนแขนของฉันเอาไว้

นายอย่าคิดว่าให้ตั๋วแล้วฉันจะยอมไปกับนายต่อนะ

ฉันพูดพร้อมกับมองเขาอย่างนิ่งๆ ถึงผู้ชายคนนี้จะหล่อมากก็เถอะ แต่อย่าได้คิดว่าฉันจะยอมไปกับเขาง่ายๆ

ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นซะหน่อย

เขาเสหน้าไปมองทางอื่น เหมือนไม่อยากสบตาฉัน เหมือนไม่อยากให้ฉันเห็นว่าเขากำลังหลบซ่อนอะไรบางอย่างเอาไว้ในแววตาของเขา

ถ้าไม่ได้คิดแบบนั้นก็ปล่อยได้แล้ว ฉันจะกลับบ้าน

ฉันพูดพลางเผลอคิดถึงใบหน้าของชมพูเพื่อนรักในเวลาที่เธอสบตาหวานหยดย้อยกับแฟนของตัวเองไม่ได้เลยจริงๆ

จะกลับได้เหรอ ทั้งๆ ที่เธอมีสภาพแย่ขนาดนี้เนี่ยนะ

นี่เขาสังเกตเห็นด้วยเหรอ...?

ทั้งๆ ที่เป็นคนอื่นแท้ๆ

ทำไมล่ะ...ทำไมถึงได้รู้ว่าฉันอยู่ในห้วงอารมณ์ไหน

ฉันไม่ได้เป็นอะไรจริงๆฉันบอกเขาซ้ำอีกรอบ

เวลานี้ฉันได้แต่เกลียดตัวเอง เกลียดตัวเองที่โง่งมงายให้คนที่ฉันรักทั้งสองคนหลอกลวงมาตลอด ไม่ต้องเดาก็พอจะรู้ว่าสองคนนั้นคงแอบคบกันมานานมากแล้ว เพราะภาพที่เห็น เพราะเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้า ทำให้สรุปได้ไม่ยากเลย พอยิ่งคิดฉันก็ยิ่งกัดริมฝีปากล่างจนแน่น ก้อนหินในใจหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ ฉันไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี แล้วช่วงเวลาที่เจ็บที่สุดภาพครอบครัวและน้องสาวสุดที่รักพลันปรากฏขึ้นในสมอง

ฉันจะไปหาน้องสาว นายไปเถอะ

...เขาเงียบไม่พูดอะไร ฉันเลยตัดสินใจพูดต่อ

และขอบคุณอีกครั้งสำหรับตั๋วคอนเสิร์ตนะฉันพูดจบแล้วก็เดินหนีจากเขาอย่างรวดเร็วโดยไม่รอเขาพูดอะไร

แต่ใครจะไปรู้ว่าในเวลาต่อมาฉันจะได้พบเจอกับเขาอีกครั้ง

อีกครั้งที่ทำให้โลกของฉันแปรเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม...

 



..............


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 104 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,011 ความคิดเห็น

  1. #1006 suthxxxx (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 03:50

    รอเลยค้าบบบบบ

    #1,006
    0
  2. #996 aprilfuday (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 14:04
    จัดมาเลยค่ะ
    #996
    0
  3. #995 Tananya Wanseiang (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 14:00
    รออ่านอยุ่ค่ะ
    #995
    0
  4. #994 yingkunsuda (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 17:28

    รออ่านค่าาา

    #994
    0
  5. #17 Lächeln (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2558 / 05:52
    เมื่อแรกเจอมันดูดี๊ดี....ไม่น่าโรคจิต(ขโมยเสื้อใน)เลยเฟิร์ส
    #17
    0
  6. #16 Jutharut Jaisutti (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2558 / 05:41
    แหมใจดีจิงๆนะเฟิร์ส แกวางแผนอะไรไว้ใช่มั้ย???
    #16
    0
  7. #15 Lamoodty (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2558 / 04:57
    ห้องครัว!!!! รีบจริงไรจริง
    #15
    0
  8. #14 Rainnie So. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2558 / 04:31
    เฟิร์สอ่อยแรง 55555555555

    #14
    0