It's Only You [เพียงแค่คุณ] LuMin

ตอนที่ 2 : 0 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 235
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    10 ก.ค. 60







                           

2

 

 

 

 

 

 

 


 

ผ่านวันแรกของการเปิดภาคเรียนไปอีกหนึ่งวัน....



 

ผมได้รู้จักเพื่อนใหม่หลายคนทั้งจากโรงเรียนอื่นและเพื่อนจากโรงเรียนเดิมที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีแต่อยู่คนละห้อง ตอนนี้เราก็ได้มาอยู่ห้องเดียวกันแล้ว ผมยังคงไปกลับโรงเรียนกับ เค้า เหมือนเมื่อก่อน เปลี่ยนแค่แต่ก่อนเราจะนั่งไปด้วยกันโดยมี ลุงอีทึก คนขับรถบ้านเค้าเป็นคนขับไปส่ง แต่พอเค้าขึ้นม.ปลายจึงขออนุญาตอาฮีชอลขับไปเอง ซึ่งท่านก็อนุญาต

 



 

อาทิตย์แรกของการเปิดภาคเรียนอย่างที่ผมบอกไปว่าจะไม่ค่อยได้เรียนกัน เพราะโรงเรียนของเราจะจัดกิจกรรมให้มีการพบปะกันระหว่างรุ่นพี่ที่จบไปแล้วกับรุ่นน้อง ให้มาแนะนำทำความรู้จักกัน พี่ๆเหล่านี้คือกลุ่มบุคคลที่เรียนจบจากที่นี่ (IOY high school) และเรียนต่อมหาวิทยาลัย (IOY University) ในเครือเดียวกัน คล้ายๆพี่เทคที่คอยให้คำปรึกษาและช่วยแนะนำการเรียนตลอดจนการวางตัวและกฎต่างๆภายในโรงเรียน ซึ่งมีประโยชน์มากกับม.ปลายอย่างพวกผม เพราะต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกคณะที่จะเรียนต่อไม่ว่าจะเป็น IOYU หรือมหา’ลัยอื่นๆก็ตาม

 

 

‘ตื่นเต้นจังเลยอ่ะ ในที่สุดก็จะได้เจอพี่จงอินตัวเป็นๆซะที’


 

แบคฮยอนพูดขึ้นหลังจากเราได้ยินเสียงประชาสัมพันธ์จากหอกระจายข่าวของโรงเรียนว่าให้นักเรียนทุกห้องของม.ปลายไปรวมตัวกันที่หอประชุมกลางเพื่อเริ่มกิจกรรม พี่พบน้อง

 

 

พี่จงอิน ที่แบคฮยอนพึ่งพูดถึงเป็นศิษย์เก่าที่จบไปปีที่แล้ว เค้าเป็นคนดังมากในตอนที่เรียนอยู่ที่นี่เพราะบุคลิกที่เงียบขรึมและพฤติกรรมที่ค่อนข้างจะเข้าถึงยากและดูน่ากลัว แต่ผลการเรียนเป็นอันดับ1ตลอด บวกกับโครงหน้าที่ดูมีเสน่ห์และความสามารถทั้งด้านการกีฬา ดนตรี แถมมีดีกรีเป็นถึงลูกชายเพียงคนเดียวของ IOY Group (บริษัทขนาดใหญ่ที่มีทั้งห้างสรรพสินค้า โรงแรม ผับ บาร์ ร้านค้าต่างๆ และสถานศึกษา) พ่วงด้วยตำแหน่งประธานนักเรียน จึงทำให้เป็นที่รู้จักกันดีของนักเรียนที่เข้ามาเรียนที่นี่

 

 

กิจกรรมนี้จะจัดให้เฉพาะม.ปลายปี1เท่านั้น ซึ่งพี่ลู่ก็เคยผ่านกิจกรรมนี้มาแล้ว (ได้ยินว่าพี่เทคก็เป็นลูกครึ่งจีนเหมือนกัน ชื่อ พี่โจวมี่ ) รุ่นพี่ที่ดูแลเราจะดูแลเราไปจนเราจบจากโรงเรียนแห่งนี้

 

 

‘สาธุ!! ขอให้ห้องเราได้กลุ่มของพี่จงอินด้วยเถิ้ดดดดด’

 


 

ด้วยความที่รุ่นพี่มีจำนวนไม่เท่ารุ่นน้องที่มากกว่า ในแต่ละห้องจึงจะมีรุ่นพี่ประมาณ10คนต่อ1ห้อง ซึ่งแต่ละห้องจะมีนักเรียน50คน ดังนั้นพี่ๆแต่ละคนจะมีน้องๆที่ในการดูแลกันคนละ5คน งานโหดใช่เล่นเลย

 


 

‘เราว่ายากอะ ตั้ง11ห้อง ไหนจะพวกห้องพิเศษอีกล่ะ’




 

'ห้องพิเศษ :: แต่ละห้องจะมีนักเรียนแค่10คน ห้องสำหรับคนที่ป่วย เช่น แพ้ฝุ่น แพ้อากาศ แพ้กลิ่นไวท์บอร์ด แพ้หมู หมึก กุ้ง หอย ปู ปลา สารพัดจะสรรหามาแพ้ ซึ่งตอนมาสมัครเรียนต้องยื่นใบรับรองแพทย์ด้วย แบคอยอนชอบเรียกว่า โรคคุณหนู โรคคนรวย โรคเรียกร้องความสนใจ อนึ่งก็คือนักเรียนที่อ่อนไหวบอบบางกว่านักเรียนที่มีสุขภาพปกติทั่วไปต้องการได้รับการดูแลที่พิเศษกว่าคนอื่น แต่บางคนก็ปกติ(?)ดี (พี่อู๋กับพี่ลู่ก็อยู่ในกลุ่มนี้รวมถึงพี่จงอินด้วย) กลุ่มเด็กพิเศษนี้จะมีตึกเรียนและสิ่งอำนวยความสะดวกสบายและสิทธิพิเศษมากกว่าเด็กนักเรียนคนอื่นอีกด้วย 

 



 

‘เออนั่นสิ...ถึงโรงเรียนนี้จะจำกัดคนสมัคร แต่ก็เห็นห้องนี่เพิ่มทุกปี นี่กะให้เด็กทั้งประเทศมาเรียนที่นี่ที่เดียวรึไง๊ ให้ได้ดองกันก่อนเถอะ แม่จะยุบๆไปซะให้หมด อิตึกชมรมเย็บปักถักร้อยเหมือนกัน ไม่รู้จะแยกมันเพื่อ?’

 

 

นั่นน่ะสิ ผมก็คิดเหมือนกันจะแยกมันทำไม ตึกเย็บปัก กับ ตึกถักร้อย  =______=

 

 

‘เอาน่าๆ รีบไปกันเถอะ ขืนช้าไม่ได้อยู่ข้างหน้าอดเห็นพี่จงอินใกล้ๆเราไม่รู้ด้วยนะ’

 

 

ผมพูดยังไม่ทันจะจบความดีก็ถูกแบคฮยอนลากออกมาจากม้านั่งที่นั่งอยู่ ก่อนจะรีบหันไปคว้ากระเป๋าที่วางอยู่เกือบไม่ทัน 

 






และเราทั้งสองก็มาไม่ทันที่ข้างหน้า....


 

 

‘ทีอย่างนี้ล่ะทำไมไม่เรียงลำดับตามความสูง’

 

 

‘เค้าให้นั่งอยู่ดี เห็นเหมือนกันล่ะน่า’

 

 

ผมพูดขึ้นก่อนจะเบนสายตาไปทางกลุ่มปี3ที่กำลังทยอยเดินเข้ามา ก่อนจะเจอ เค้า ในที่สุด  -//-  ผมรีบหันหน้ากลับมาทางแบคฮยอนและก้มลงมองพื้น หายใจเข้าออกยาวๆ2-3ที ก่อนจะเงยหน้าขึ้นและหันไปมองทางเดิมอีกครั้ง







 

(!!!)




 

เราประสานสายตากัน.....







เค้ายิ้มให้




 

ผมยิ้มตอบ






ยกมือขึ้นเกาหัวแก้เก้อ ก่อนที่ผมจะถูกแบคฮยอนลากให้ไปนั่งรวมกับเพื่อนๆในห้อง และกิจกรรมแรกก็เริ่มขึ้น คือการจับสลากเลือกห้องของกลุ่มรุ่นพี่ ผมคุ้นหน้ารุ่นพี่หลายคนเพราะบางคนก็พึ่งจบไปเมื่อปีที่แล้วนี่เอง พี่จงอินก็เป็นหนึ่งในนั้น

 


 

ทันทีที่จบเสียงประกาศของพิธีกรบนเวที รุ่นพี่ทั้งชายและหญิงก็เดินยิ้มโบกไม้โบกมือเรียงกันมายืนเป็นกลุ่มๆ เรียกเสียงโหยหวนกรีดร้องโวกเวกโวยวายจากรุ่นน้องด้านล่างได้เป็นอย่างดี

 


 

‘โอ้โหหหหหห พี่จงอินใส่ชุดนักศึกษาแล้วหล่อเป็นบ้าเลย หุ่นอย่างเซี๊ยะ’  

 


 

แบคฮยอนสะกิดให้ผมมองคนที่ยืนอยู่ตรงกลางเวทีด้วยความตื่นเต้น ผมมองตามก่อนจะยิ้มเห็นด้วย รุ่นพี่จงอิน...หุ่นดีมากจริงๆ แต่.........น้อยกว่าพี่ลู่ของผมนิดนึง ><

 


 

หลังจากผ่านกิจกรรมการเลือกรุ่นพี่รุ่นน้องของแต่ละห้องแล้ว ปี2และปี3ก็แยกไปพบกับพี่เทคของแต่ละคน ปล่อยให้พวกเราปี1ได้ทำความรู้จักกับพี่เทคของตัวเอง โชคร้ายหน่อยที่กลุ่มพี่จงอินที่หลายๆคนอยากให้มาเป็นพี่เทคเลือกได้เด็กห้องพิเศษ ซึ่งปกติกลุ่มนี้จะไม่เข้าร่วมก็ได้แต่ปีนี้ทำไมสนใจเข้าร่วมกิจกรรมก็ไม่ทราบได้...




 

 

‘เห็นล่ะหมั่นไส้ชิบหาย ยังอุตส่าห์ใส่แมวมาเข้าร่วม ดูชะนีนางนั้น เอาอะไรมาครอบหัว โอ๊ยยย บอกทีว่านี่คือโรงเรียนไม่ใช่ปาร์ตี้แฟนตาซี เห้อะะ!! ว่าแต่พี่จงอินจับได้ใครนะ งี้ก็เท่ากับว่าเทคตัวต่อตัวเลยดิ โอ๊ยยยย สงสาร ทำไมต้องเป็นอิพวกโรคคุณหนูนี่ด้วยนะ จะให้คำปรึกษาทีนี่อะไรๆก็ไม่ได้ปะ อันนี้ก็ทำไม่ได้ อันนั้นก็แพ้ อันนู้นหม่อมแม่ก็ว่าไม่ดี ละเป็นบ้าอะไรพากันมาเข้าร่วม ปกติขลุกอยู่แต่ในตึกไม่สนหินสนแดด’

 



 

‘คยองซู  โด คยองซู ห้องA3 คนนั้นละมั๊ง ที่พี่จงอินยืนคุยอยู่ด้วยนั่นอะ’

 




 

ผมบอกพลางชี้นิ้วไปที่พี่จงอินและชายร่างเล็กตาโตนั่นให้แบคฮยอนดู เค้าใส่ชุดนักเรียนปกติเหมือนกับพวกเราไม่ได้มีอะไรเพิ่มเพื่อมาปกปิดร่างกายเหมือนเด็กพิเศษคนอื่นๆ แต่ดูตัวจะซีดกว่าปกติ ดูเหมือนไม่มีแรง เหมือนพร้อมจะล้มอยู่ตลอดเวลา 

 




 

‘จะรอดมั๊ยนั่น ยังอุตส่าห์มาเรียนเนอะ ไม่นอนอยู่บ้านเฉยๆ ทรงเหมือนจะตายวันตายพรุ่งยังไงยังงั้น’

 


 

‘แบค!! พูดอะไรอย่างนั้น’

 


 

ผมรีบเอามือไปปิดปากคนข้างตัวไว้ ก่อนที่เจ้าตัวจะดันมือผมออก ยังไม่ทันที่แบคฮยอนจะโวยใส่ผมเสียงของรุ่นพี่ก็ดึงความสนใจให้เราเงียบเสียงลงและฟังสิ่งที่คนตรงหน้าพูด

 


 

‘เอาล่ะค่ะน้องๆห้องD-4 พี่ชื่อ แทยอน นะคะ น้องๆเลือกกลุ่มไว้แล้วใช่มั๊ยคะ?’ (ค่า/ครับ)

 



 

‘ดีเลยค่ะ ตามที่ทุกคนทราบกันนะคะ รุ่นพี่1คน จะดูแลน้องๆด้วยกัน5คน พี่ขอรบกวนขอตัวแทนของแต่ละกลุ่มๆละ1คนมาจับสลากเลือกค่ะว่าจะได้พี่ๆคนไหนที่จะไปดูแลเราตลอด3ปีสุดท้ายในโรงเรียนแห่งนี้ค่ะ’  

 


 

หลังจากเสียงของผู้หญิงตัวเล็กข้างหน้าสิ้นสุดตัวแทนของแต่ละกลุ่มก็ออกไปจับสลาก ผลออกมาคือกลุ่มเราก็ได้พี่แทยอนนี่แหละครับเป็นพี่เทค

 


 

‘ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะทุกคน ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ มีเรื่องอะไรปรึกษาพี่ได้ตลอดนะ’

 

 

‘ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ ฝากแต่ตัวหรอครับ ไม่ฝากใจด้วยหรอ?’ ฮี้วววววว

 

 

เพื่อนในกลุ่มผมพูดแซวขึ้น พี่แทยอนดูเขินๆก่อนจะพูดแซวตอบ

 

 

‘ถ้าฝากแล้ว ช่วยดูแลให้ดีๆด้วยนะคะ’ ฮี้ววววววว

 




 

หลังจากทำความรู้จักแลกเบอร์โทรตั้งกรุ๊ปไลน์กันเรียบร้อยแล้วก็เลยเวลามาถึงเที่ยงพอดี เพื่อนๆแต่ละห้องและพี่เทคแตีละกลุ่มก็อาสาเลี้ยงข้าวกลางวันน้องๆ บางกลุ่มก็ออกไปหาอะไรกินกันข้างนอก ซึ่งก็คือศูนย์การค้าภายในเครือของ IOY Group เพราะในโรงอาหารอาจจะวุ่นวายเพราะคนเยอะ และต้องกลับเข้ามาภายในโรงเรียนก่อนบ่ายโมงครึ่ง เพราะต้องมาร่วมกิจกรรมอีกช่วงบ่าย โดยรวมทั้งสายชั้นปี1 ยกเว้นแต่พวกห้องพิเศษ

 









---






 

กิจกรรมภายในช่วงบ่ายไม่ค่อยมีอะไรมาก นอกจากนั่งฟังพวกพี่ๆเค้าบอกกฎของโรงเรียนและเล่าประสบการณ์การเรียนการใช้ชีวิตในมหา’ลัยและโรงเรียนมันแตกต่างกันอย่างไร แนะนำการปรับตัวให้เข้ากับบุคคล  สถานการณ์  สถานที่ต่างๆ นอกนั้นก็เป็นเรื่องส่วนตัวของพี่ๆแต่ละคนที่พวกเราถาม ซึ่งคำถามเบๆพื้นๆเลยก็คือ ‘รุ่นพี่มีแฟนรึยัง?’ กับ 'วืธีจีบหนุ่มหล่อสาวสวย' ของมหาลัยลัย

 





 

และเวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงเวลาเลิกเรียน  มีเพื่อนๆหลายคนที่เลิกเรียนแล้วไปเที่ยวต่อกับพี่ๆ กลุ่มผมก็เช่นกัน  แต่เนื่องจากผมมากับพี่ลู่และไม่ได้ขออนุญาตแม่ไว้ก่อน จึงปฎิเสธการไปเที่ยวต่อกับเพื่อนๆและพี่แทยอน แบคฮยอนเองก็ต้องรีบกลับไปทำงานพาร์ทไทม์ต่อ จึงเหลือเพื่อนๆ3คนที่อยู่กันต่อ



 

หลังจากแยกกับแบคฮยอน ผมก็ตรงดิ่งมาที่โรงจอดรถ มือก็ล้วงหาโทรศัพท์เพื่อต่อสายถึงอีกคนที่น่าจะรอผมอยู่ รอเสียงสัญญาณไม่นานก่อนที่คนปลายสายจะกดรับ

 

 

‘พี่กำลังจะโทรหาเราพอดี พอดีมีพี่เทคในห้องพี่เค้าจะหมั้นสิ้นเดือนนี้ เลยจะเลี้ยงฉลอง เราจะไปด้วยรึเปล่า? หรือให้พี่ไปส่งที่บ้านก่อน’

 

 

‘ไปนานรีเปล่าฮะ?’

 


 

‘อันนี้พี่ก็ให้คำตอบเราไม่ได้เหมือนกัน งั้นเดี๋ยวพี่ไปส่งเราที่บ้านก่อนก็ได้’

 


 

ผมกดวางสายหลังจากเดินมาถึงโรงจอดรถ ดึงกระเป๋าของคนที่ยืนถือโทรศัพท์หันหลังอยู่เพื่อสะกิดบอกว่าผมอยู่นี่แล้ว เค้าหันหน้ามาก่อนจะส่งยิ้มหวานๆมาให้ ผมเขินก้มหน้าก่อนจะคุยต่อประโยคที่คุยผ่านโทรศัพท์ก่อนหน้านี้

 

 

‘ถ้าผมไปด้วย จะไม่เป็นไรใช่มั๊ยฮะ รุ่นพี่เค้าจะไม่ว่าอะไรหรอฮะ?’

 


 

‘ไม่หรอก พี่เค้าใจดี’

 


 

คนตรงหน้าผมพูดพลางเอามือมายีผมผมไปมาเหมือนที่เค้าชอบทำ

 


 

‘เอ่าไอ่ลู่ ไปดิ พี่มึงนำไปละ เดี๋ยวกูตามไป ขอเข้าห้องน้ำแปป มาปวดอะไรตอนนี้ก็ไม่รู้ อ้าว? น้องมินนี่ เดี๋ยวค่อยคุยกันนะ ตอนนี้พี่รีบ’

 


 

พี่อูฮยอน เพื่อนจากห้องพิเศษของพี่ลู่พูดขึ้นด้วยท่าทางล่กๆมือนึงกุมท้องมือนึงโบกมือทักทายให้ผม ก่อนจะวิ่งขึ้นอาคารข้างหน้าไปด้วยความรีบร้อน ผมหลุดขำกับท่าทางที่ดูตลกๆของเค้า

 

 

‘ปะ..ไปกัน’

 

 

เค้าลดมือลงจากหัวผมไปเปิดประตูรถให้ ผมเข้าไปนั่งพร้อมรัดเข็มขัดก่อนจะได้ยินเสียงปิดประตูรถตามมา  ระหว่างทางพี่เค้าก็โทรไปขออนุญาตจากแม่ผมว่าอาจจะกลับดึก  ใช้เวลาไม่นานเราก็มาอยู่หน้าร้านอาหารกึ่งผับของ IOY หลังจากจอดรถเรียบร้อยเราสองคนก็เดินเข้าไปร้าน ภายในร้านมีเวทีที่มีนักร้องกำลังบรรเลงเพลงที่ฟังสบายหูอยู่กลางเวที ด้านล่างมีโต๊ะอาหารที่มีผู้คนจับจองกันประปราย รอบๆเป็นบาร์ที่มีเหล่าบาร์เทนเดอร์คอยให้บริการอยู่ ชั้นบนก็น่าจะเป็นที่นั่งสำหรับพวกVIP พี่ลู่บอกชื่อคนที่จองโต๊ะไว้ พนักงานจึงนำทางเราไปจนถึงห้องที่อยู่ริมสุด

 



 

เมื่อถึงห้องดังกล่าวพี่ลู่ก็เคาะห้องเป็นเชิงขออนุญาตก่อนจะเปิดประตูเข้าไปข้างใน  ในห้องคล้ายๆห้องที่แบคฮยอนกับผมชอบไปร้องคาราเกะกันบ่อยๆหลังเลิกเรียนแต่มีขนาดใหญ่กว่ามาก  สไตล์การตกแต่งเน้นสีแดง-ดำ เปิดไปพอสลัวๆ  มีคนอยู่ข้างใน3คนที่กำลังคุยกันท่าท่างสนุกสนาน

 



 

‘อ้าว! มาแล้วเรอะ มาๆๆ นั่งๆๆก่อน เจ้าภาพมันไปรับว่าที่คู่หมั้น ซักพักก็น่าจะถึงละ อยากกินอะไรสั่งเลย แล้วนั่น??’

 

 

‘นี่มินซอกครับ นี่พี่เทคพี่ พี่โจวมี่’

 


 

ผมโค้งให้บุคคลตรงหน้าก่อนก่อนจะโค้งให้อีก2คนที่แนะนำตัวหลังจากพี่ลู่พูดเสร็จ ผมก็เลือกนั่งริมสุดของโซฟาโดยมีเค้านั่งอยู่ข้างๆ เรานั่งคุยกันได้ซักพักก็มีอีก5คนเข้ามา 1ในนั้นมีพี่อูฮยอนด้วย หลังจากทุกคนทักทายกันเสร็จเรียบร้อย ก็เริ่มพูดคุยและอวยพรให้กับเจ้าภาพของงาน ก่อนจะเริ่มเล่นเกมส์หมุนขวดตามประเพณี กติกาคือถ้าโดนใครให้คนนั้นขอหรือถามคำถามอะไรก็ได้จากเพื่อนๆในโต๊ะ1ข้อ ซึ่งเพื่อนๆก็มีสิทธิ์ปฎิเสธโดยให้กินพริกจิ้มซอสมะเขือเทศและคนโดนปฏิเสธคำถามต้องตอบแทนโดยให้พูดความลับของตัวเอง1ข้อ

 


 

เราเล่นกันมาหลายรอบจนขวดชี้ไปที่พี่อูฮยอนที่ตอนนี้หน้าแดงเหงื่อท่วมเพราะกินพริกเข้าหลายเม็ดแล้ว เค้ากวาดสายตามองหาเหยื่อก่อนจะหยุดลงที่ผม

 

 

‘ถามน้องมินนี่...ถ้าสมมุติไอ้ลู่มันมีแฟน แล้วไม่มีเวลาให้เราเหมือนเดิมเพราะต้องเอาเวลาที่ดูแลเราไปดูแลแฟนมัน เราจะทำยังไง?’

 
'ถามอะไรของแกเนี่ย มีปัญหาในชีวิตรักหรอวะ 5555'

'ก็เปล่า ก็เห็นตัวติดกันขนาดนี้ แฟนก็ไม่ใช่พี่น้องก็ดูจะเลยความหมายของคำนั้น นี่ถามเผื่อคนทั้งประเทศIOYเลยนะเว้ยย'


ท่ามกลางเสียงโห่แซวของเพื่อนๆผมก็นั่งคิดตามคำถามของรุ่นพี่ข้างหน้า คิดไม่ออก เพราะผมไม่เคยคิดถึงเรื่องแบบนี้...





 

จะทำยังไงหรอ?

 




 

ผมหยิบพริกตรงหน้าขึ้นมาเคี้ยวๆ กลืน ก่อนจะหยิบแก้วน้ำส้มที่วางอยู่ข้างๆขึ้นดื่มตามความเผ็ดและความเปรี้ยวของซอสสีแดงนี่ที่ช่างไม่เข้ากันเลย 

 

 'โห่ววว อะไรอ่าาา ไม่หนุกเลยย'



ทั้งโต๊ะต่างร้องขึ้นพร้อมกัน  ยกเว้น...คนข้างๆผมที่ดูนิ่งๆไป

 

 



 

 

ขวดเริ่มหมุนอีกครั้ง และหยุดที่พี่อูฮยอนอีกครั้ง....

 

 

‘แหม่ เหมือนรู้ใจ จะถามอะไรใครดีน๊าาาา...แต่ขอร้องให้ตอบเถอะ ไม่มีความลับจะให้แล้ว'

 

 

‘ถามน้องต่อดิวะ’

 

 'ไม่เอาเว้ย ถามเพื่อนรักดีกว่า หึหึหึ'

ทุกคนพร้อมใจกันประสานเสียงให้ถามผม ผมได้แต่เอนตัวไปพิงกับพนักผิงของโซฟาพร้อมกับหลุบสายตาลงเพื่อหลบตาพี่อูฮยอนและความร้อนที่ดูเหมือนจะมากขึ้นกว่าปกติหลังจากได้ลิ้มรสพริกเม็ดหนึ่งไป

 







 

‘คำถามเดียวกันกับน้องมินซอกที่รักครับ ถ้าวันนึงมึงไปมีแฟนแล้วจะยังเหมือนเดิมกับน้องเค้ารึเปล่า..?

 



 

ในขณะที่ทุกคนกำลังดูสนุกสนานกับคำถามของพี่อูฮยอน ผมเองก็อยากจะรู้เหมือนกัน แต่เท่าที่รู้จักกันมาผมว่าเค้าไม่น่าจะเปลี่ยนไป...มั้ง 

อ่า จี๊ดๆตรงหัวใจแปลกแฮะ

 


 

'...อืมมม...



'......'



'...ก็ปกติสิ ไม่ว่าใครจะเปลี่ยนไปยังไงแต่ความเป็นพี่น้องของเรายังเหมือนเดิม..'



มือหนายกขึ้นมาลูบผมผมเหมือนที่เคยชอบทำอยู่เป็นประจำพร้อมรอยยิ้มที่ดูจริงใจ อ่อนโยนเหมือนการกระทำและคำพูดของตน

 







 

‘ใช่มั้ยครับตัวเล็ก'

 





 

พี่น้อง






ก็เป็นได้เท่านี้แหละ ไม่ได้หวังอะไรอยู่แล้ว แค่ที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็มีความสุขดีแล้วนิเนาะ

 






 


 



 





 

(!!!!!!)

 






 

อาจจะเพราะอะไรก็ไม่ทราบได้แก้วน้ำในมือที่ผมถืออยู่ลื่นหลุดตกกระแทกพื้นเป็นเหตุให้ทุกคนที่เงียบไปเมื่อชั่วครู่กลับมามีสติและเริ่มเล่นเกมส์ที่ไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ

 




 

‘เรื่องนี้สนุกดีว่ะ เอ่าไอ่ลู่หมุนๆๆๆ’

 




 

ผมได้ยินเสียงพี่โจวมี่แว่วๆมาจากไกลๆ สติยังคงมาไม่เต็มร้อยดี หลังจากที่พนักงานเอาอาหารว่างเข้ามาให้และจัดการเก็บกวาดสิ่งที่ผมพึ่งทำลงไปอย่างไม่ได้ตั้งใจ

 และอีกครั้งที่เจ้าขวดแสนรู้หมุนไปหยุดที่คนข้างๆตัวผมที่เป็นคนหมุนก่อนหน้านี้ ทุกคนตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง เพื่อรอคำถามจากเค้า

 





 

‘คิม มิน ซอก...’

 







 

‘………….’

 







 

‘เราเลิกเป็น พี่น้อง กันเถอะ’

 











 

‘พี่อยากดูแลเรา ที่ไม่ใช่แบบพี่น้อง....’

 










 

‘………..’

 












 

 









 

---










 

 

ผ่านมาแล้ว3วัน

 

 

3 วันหลังจากคืนที่เค้าเมาพริก(?)แล้วขอคบกับผม  

 

ขอดูแลผม....ในฐานะ....ที่ไม่ใช่พี่น้อง

 


 

ถ้าผมเป็นแบคฮยอนก็ดีสิ จะระเบิดอารมณ์ จะกรีดร้องให้เสียงแหบเสียงหายโดยไม่แคร์สายตาใคร แต่ผมไม่ใช่แบคฮยอน สไตล์ผมคือ ก้มหน้า หลุบตาลงต่ำ ซ่อนใบหน้า อมยิ้มและฟินคนเดียว  ซึ่งตอนนี้ผมได้แต่นั่งมองแคปชั่นไลน์ที่เค้าขยันส่งมาหยอดคำหวานให้ทุกวันหลังจากคืนนั้น  ก็ไม่ได้อะไร.......แค่ไม่มีอะไรทำ เลยแคปเก็บไว้อ่านเล่นเฉยๆ........มันฟินดี ><  ก็ใครมันจะไปคิดล่ะครับ ว่าคนที่เราแอบชอบ จะมาชอบเราตอบ... เข้าใจอารมณ์ผมกันใช่มั๊ยครับ?




 

เสาร์นี้ชวนแบคฮยอนไปเดินห้างดีกว่า จะได้เอาแคปชั่นไลน์นี้ไปปริ้นมาเก็บไว้ ฮี่~ ดูเว่อร์โนะ แต่จะทำอ่ะ ผมยิ้มเขินพลางม้วนตัวเข้ากับห่ม คนมีความรักมันมีความสุขอย่างนี้นี่เองสินะ ยิ่งถ้าความรักที่เราให้ไปนั้นอีกฝ่ายรับและให้ความรักของเค้าตอบกลับ....ยิ่งมีความสุขมากขึ้นไปอีก

 

 

ไม่ใช่รักข้างเดียว แต่เป็นรักด้วยกันทั้งสองฝ่าย

 

ต่างคนต่างมีความรักให้กัน

 

 ตอนนี้จะมีแต่ เรา




‘ความรักทำให้คนตาบอด’



 

ผมพึ่งเข้าใจความหมายของประโยคนี้ก็วันนี้แหละ ห้องผมจากเดิมที่เป็นสีขาว...ตอนนี้ผมมองเห็นแต่สีชมพูกับใบหน้าและน้ำเสียงนุ่มๆน่าฟังของเค้าลอยอยู่เต็มไปหมด T//T





ผมยังไม่ได้ให้คำตอบเค้า ผมขอเวลาคิดทบทวน เพราะเรื่องมันดูฉุกละหุก ออกจะงงๆป่วงๆ อีกอย่างผมไม่คิดว่าเค้าจะรู้สึกกับผม...มากกว่าหรือเกินคำว่าพี่น้อง เพราะด้วยนิสัยของเค้าที่เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว คือเค้าก็ดีกับทุกคน การดูแล การพูดการจา ซึ่งผมไม่เห็นว่าจะมีอะไรที่พิเศษกว่าคนอื่น...รึเปล่า?



 

....วันนั้นผมไม่ได้กลับบ้านพร้อมกับเค้า พี่อูฮยอนเป็นคนมาส่ง เพราะถ้ากลับพร้อมกับเค้าผมคงได้อกแตกตายหน้าไหม้จนไรขนบนหน้าไม่กล้าเกิดเพราะความเขินแล้วล่ะ...อีกอย่างคือเค้ามีนัดประชุมที่โรงเรียนต่อ ผมบอกไปรึยังว่าพี่ลู่ของผมนอกจากจะเป็นนักเรียนจากห้องพิเศษแล้ว เค้าก็เป็นประธานนักเรียนของเราด้วย เรียกได้ว่าคือ เด็กพิเศษ จริงๆ




 

และในช่วง 2-3วันมานี้ ผมหลบหน้าเค้าตลอด ตรงกันข้ามกับเค้าที่ รุกหนักตลอดเช่นกัน ถ้าเรียนเสร็จหรือมีคาบว่างเค้าจะมานั่งรอผมอยู่หน้าห้อง มานั่งยิ้มให้....จนเพื่อนๆเอามาล้อมาแซวผมเล่นเป็นว่าเล่น


 

พอถึงเวลาเรียนก็กลับไปเรียน วนอยู่อย่างนี้ ตอนมาโรงเรียนและกลับบ้านช่วงนี้ผมจะไปกลับกับแบคฮยอน เพราะผมยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับเค้า




 

เฮ้อออออ~~ หลังจากใช้เวลาคิด (อย่างหนัก) ตลอด 3วันมานี้  วันนี้ผมจะให้คำตอบกับเค้า ผมเคยจินตนาการไว้ก่อนที่เค้าจะขอคบกับผม ว่า....ถ้าวันหนึ่งผมกับเค้าเป็นแฟนกัน เค้าจะปฏิบัติตัวกับผมยังไง จะดูแลเหมือนคนอื่นๆ หรือถ้าพิเศษกว่าจะพิเศษยังไง? แบบไหน?


 

พอมานั่งคิดๆดูแล้ว เราไม่เคยไปไหนมาไหนแบบสองต่อสองคนเลย (ยกเว้นตอนไปโรงเรียน) อย่างเช่นไปดูหนัง พี่ลู่เค้าจะชวนเพื่อนๆเค้าไปด้วยตลอด ส่วนผมเองก็จะชวนแบคฮยอนไปด้วย แต่ในตอนนั้นผมไม่คิดอะไรอยู่แล้ว แค่ได้อยู่กับเค้าจะอะไรผมก็โอเคหมดแหละ ก็คนมันชอบ แค่ได้อยู่ใกล้ๆ ได้พูด ได้แอบมอง แค่นี้ก็มีความสุขมากแล้วล่ะครับ  แต่ตอนนี้ก็อีกเรื่องนึงเนาะ เพราะคำตอบของผมอาจจะเปลี่ยนแปลงอะไรๆไปก็ได้ หลังจากนี้เราจะได้ไปดูหนัง กินข้าว เที่ยวเล่นกันได้แบบที่คู่รักคนอื่นๆเค้าทำกันโดยไม่มีใครมาขัดแล้ว




 

ช่วงที่ไปกลับโรงเรียนกับแบคฮยอนผมโดนบ่นทุกวัน จากที่บ่นอยู่ตลอด หลังจากที่ผมเล่าให้เค้าฟังว่าพี่ลู่ขอคบกับผมเค้าก็บ่นหนักกว่าเดิม ไม่ใช่ว่าเค้าไม่ชอบพี่ลู่ แต่เค้าแค่เป็นห่วงผมมากกว่า ผมก็ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง เพราะคิดว่าเค้าคงคิดมากเกินไป ต่างกับครอบครัวที่บ้านผม แม่ที่ปลาบปลื้มพี่ลู่อยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้วพอรู้เรื่องเข้าก็แทบจะจับผมใส่พานถวายให้บ้านนั้นเลย ยิ่งพ่อนี่ยิ่งแล้วใหญ่ ถึงขั้นไปคุยกับบ้านอาฮีชอลซะเป็นเรื่องเป็นราวทั้งที่ผมยังไม่ได้ตอบตกลงกับพี่เค้าเลย น่ารักมั๊ยล่ะครับครอบครัวผม



 

ผมโชคดีที่ครอบครัวเข้าใจและรับได้กับเรื่องแบบนี้ สังคมทุกวันนี้เปิดกว้าง อะไรๆที่ว่าถูกกำหนดให้ต้องคู่กันก็ใช้ไม่ได้แล้วในสมัยนี้ โลกเรามันมีอะไรที่หลากหลายมากขึ้น ถ้าเราไม่ปรับตัว ก็อยู่ร่วมกันกับคนอื่นยาก





 

‘มินนี่~~ พี่ลู่มารอแล้วนะ’





 

ไม่นะ!! ผมยังไม่พร้อมเลย






 ผมพูดกับตัวเองในใจก่อนจะมองตัวเองผ่านกระจก จัดผม จัดเสื้อผ้า ทาแป้งอีกรอบ แล้วหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายเก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋ากางเกงนักเรียน นับ 1-10ในใจ หายใจเข้าออกยาวๆ แล้วตัดสินใจหมุนลูกบิดประตูออกไปเพื่อลงไปข่างล่างที่แม่กับ เค้า รออยู่ (แอบฉีดน้ำหอมเพิ่มด้วย2ที -.,-)



 

‘กลิ่นน้ำหอมฟุ้งเลยนะวันนี้.. ไปๆ รีบไปได้แล้ว เดี๋ยวจะสายเอา...พี่ลู่ ได้เรื่องอะไรยังไงอย่าลืมกลับมาบอกแม่ด้วยนะจ้ะ’




 

ซุบซิบกันซะดังเชียว ไม่สนละ ผมโค้งให้แม่พร้อมกับค้อนแถมไปด้วยงามๆทีนึง ก่อนจะรีบเดินหลบออกมาเพราะความเขินอาย ซักพักเค้าก็เดินตามออกมาพร้อมรอยยิ้มหวานๆนั่น  ผมเห็นแล้วรีบก้มหน้าลงมองรองเท้าของตัวเอง ก่อนเสียงสัญญานปลดล็อครถจะดังขึ้น ผมไม่รอให้เค้าได้เปิดประตูให้ รีบยัดตัวเองเข้าไปนั่งทันที



 

ปกติก็ทำตัวไม่ค่อยจะถูกอยู่แล้ว นี่สถานการณ์ยิ่งไม่เหมือนเมื่อก่อนอีก อยากมุดตัวเข้าไปในคอนโทรลตรงหน้านี้เหลือเกิน




 

‘นั่งตัวเกร็งเชียว...’





 

‘หลบหน้าพี่ตลอดด้วย’




 

‘…………’





 

‘ไลน์ไปก็ไม่ตอบ...’





 

‘………..’





 

‘แต่ไม่เป็นไร แค่กดอ่านพี่ก็ดีใจละ’





 

‘………..’





 

‘เงยหน้าหน่อยได้มั๊ยครับ’



 

คนที่บอกให้ผมเงยหน้าขึ้นขยับตัวเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น ก่อนที่มือทั้งสองของเค้าจะประคองหน้าผมให้เงยขึ้นและหันไปทางเค้า ผมตกใจผงะเล็กน้อยเพราะหน้าเราอยู่ใกล้กันจนเกินไป





 

อันตราย







ตอนนี้ไม่ใช่แค่หน้าผมหรอกที่แดง มันคงจะแดงรามไปทั้งตัวแล้ว เพราะผมรู้สึกร้อนๆแปลกๆ ทั้งที่นี่ก็หน้าหนาวแท้ๆ



 

‘อืมมมม...เหมือนเดิม 



'...น่ารักเหมือนเดิม.. ^^’



 

มือยังประคองหน้าผมอยู่โดยที่มือผมก็จับที่ข้อมือเค้าอีกที


 

เค้ามอง.....กวาดสายตาไปทั่วใบหน้าของผม



 

แล้วก็ยิ้ม




 

ยิ้มที่ทำให้ผมก้มมองรองเท้าตัวเองอยู่เป็นประจำ ยิ้มที่ทำให้ตรงที่เต้นอยู่ตรงข้างซ้ายแทบจะกระดอนออกมา









 

ไม่รู้ผมคิดไปเองรึเปล่า แต่รู้สึกว่าหน้าเค้าเคลื่อนเข้ามาใกล้ผมมากขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ จนสายตาหลุดโฟกัสจากคนหน้าหวานตรงหน้าจนต้องปิดตาพร้อมกับกลั้นลมหายใจเพราะสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เคลื่อนเข้าใกล้จนเกือบจะชิดกับริมฝีปากของผม....





































































































































 




 

 





 

 




















 







 

 



(:

 

 

BlackForest                 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

84 ความคิดเห็น

  1. #4 Jakkaran55 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 01:27
    ชั้นไม่เชื่อว่ามันจะหวานหนดไร้อถปสรรค
    #4
    0