หงส์เริงระบำ

ตอนที่ 9 : บทที่8 หงส์เตรียมออกระบำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,085
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    11 มิ.ย. 60

ทหารองครักษ์มากมายเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยม ผู้ที่อยู่ด้านหลังขององครักษ์ปั้นหน้าถมึงทึงจ้องไปยังชายหนุ่มปากขยะผู้นั้นเป็นใครไปไม่ได้นอกจากฮ่องเต้หน้าเหม็นสุดที่รักของเธอนั่นเอง หึ..ว่าที่ฮองเฮางั้นหรือ? ได้..อยากเล่นนักจะจัดให้!
"อุ้ย! เสด็จพี่ขาาา ทนคิดถึงน้องไม่ไหวถึงต้องมาถึงที่นี่เลยหรือเพคะ?"เอวิลพูดเสียงหวานกับฮ่องเต้หนุ่มพร้อมเข้าไปควงแขนออดอ้อนซบอก จนฮ่องเต้หนุ่มรู้สึกว่าพระบาทกระตุกทันที เลยโต้ยาโถวน้อยซุกซนผู้นี้กลับไปโดยการโอบที่เอวของยาโถวน้อยผู้นี้เสียและมองยาโถวน้อยอย่างยั่วโทสะนาง เอวิลได้แต่มองตาขวางเพราะจะสะบัดก็ไม่ได้ไม่งั้นคนอื่นก็จะรู้ว่าพวกเธอกำลังเล่นงิ้วกันอยู่ จ้องตาแข่งกันอยู่สักพักฮ่องเต้หนุ่มทรงตรัสว่า
"ใช่ เจ้ากล่าวถูกแล้วเจิ้นคิดถึงเจ้าเป็นอย่างมาก รู้สึกไม่ได้เจอเจ้ามาเสียเนิ่นนานตั้งแต่เช้าที่เจ้าหนีออกจากวังมา"
น้ำเสียงของฮ่องเต้หนุ่มเน้นหนักไปที่คำว่าเป็นอย่างมาก แน่นอน..ใครจะดูไม่ออกว่าพระองค์กำลังประชดประชันเธออยู่ เอวิลเลยหยิกไปที่บั้นเอวของฮ่องเต้หนุ่มอย่างแรง
"โอ้ย!"ฮ่องเต้หนุ่มร้องออกมาเบาๆ แต่พูดอะไรไม่ได้ ได้แต่จ้องตาเอวิลอย่างขัดเคือง
ส่วนเธอนะหรือ? สะใจสิจ๊ะ ฮิๆอยากมากินเต้าหู้และประชดฉันดีนักเป็นไงล่ะ!
"ถะ..ถวายบังคมพะยะค่ะฝ่าบาทขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปีหมื่นๆปี"หลังจากที่ทุกคนเริ่มตั้งสติกันได้แล้ว ก็เริ่มทำความเคารพฮ่องเต้ตามธรรมเนียมอย่างเสียงดัง ทำให้คู่สวีทคู่ใหม่ต้องผละออกจากกัน ฮ่องเต้หนุ่มก็เปลี่ยนจากสีหน้าขัดเคืองยาโถวน้อยเป็นหน้าขรึมเหมือนเดิม และกวาดตามองไปยังชายหนุ่มที่อวดอ้างว่าตนเป็นลูกของขุนนางใหญ่
"ลุกขึ้น"ฮ่องเต้หนุ่มตรัสสั้นๆทุกคนก็ลุกขึ้นยืนได้แต่มองไว้อาลัยให้แก่ชายหนุ่มน่าสมเพชผู้นั่น และก้าวขาเดินเข้าไปหาชายหนุ่มที่ตอนนี้ตัวสั่นงั่กๆยิ่งกว่าตาแก่ไม่มีแรงเดินเสียอีก
"เจ้าชื่อแซ่อันใด บุตรของผู้ใด"สุรเสียงของฮ่องเต้หนุ่มซึ่งตอนนี้มีความแข็งกร้าวและทรงอำนาจมากๆ สร้างความกดดันให้แก่ชายหนุ่มผู้นี้ยิ่งนัก แต่เดี๋ยวก่อน..ฮ่องเต้หนุ่มเป็นวรยุทธแน่นอน..คนรอบข้างก็รู้สึกกดดันไปด้วยจนแทบจะล้มลงทั้งยืน ชายหนุ่มผู้ซึ่งโดนกดดันนั้นแทบอยากจะชิงฆ่าตัวตายเสียเดี๋ยวนี้ให้รู้แล้วรู้รอด
"ทูลพระองค์..กระ..กระหม่อมมีนามว่า หวังชิงโม่ เป็นบุตรคนโตของเสนาบดีกรมพระคลัง หวังอู่ลี่ พะยะค่ะ..ยะ..อย่าทำอะไรกระหม่อมเลย ได้โปรด..กระหม่อมไม่รู้จริงๆว่าแม่นางผู้นั้นเป็นถึงว่าที่ฮองเฮาของพระองค์"หวังชิงโม่ก้มคุกเข่าโขกหัวตัวเองกับพื้นหลายๆรอบด้วยควมกลัวตาย เอวิลมองเหตุการณ์นั้นด้วยความสะใจเป็นอย่างมาก เอาเลย เตเต้ฆ่ามานนนนนนน ฮ่องเต้นิ่งไปพักใหญ่และตรัสด้วยน้ำเสียงเหี้ยมว่า
"เจิ้นเสียใจแทนเสนาบดีหวังยิ่งนักที่มีบุตรชายเช่นเจ้า เสนาบดีหวังนับว่าเป็นขุนนางที่ดีคนนึง แต่ต้องมาทนกับบุตรชายที่ทำตัวเกเร อวดเบ่ง รีดไถเงิน สุรานารีไม่เคยขาด ดี ดีจริงๆ!" เมื่อเอวิลได้ฟังดังนั้นก็อดจะหมั่นไส้ชิงโม่นี่มากขึ้นกว่าเดิม มีพ่อดีซะเปล่าแต่ทำตัวแย่ๆน่าสงสารเสนาบดีหวัง..ที่มีลูกที่ดีมากๆแบบนี้..
"ทูลฝ่าบาท ที่จริงหวังชิงโม่ผู้นี้ก็เป็นคนดีนะเพคะ"เอวิลพูดท่ามกลางความสงสัยของคนทุกคนในที่นั้น ดี..ดีตรงไหนกัน เท่าที่พระองค์พูดมาและการกระทำที่ทำกับว่าที่ฮองเฮาแล้วไม่มีตรงไหนที่ดีเลยสักนิด
"ดีแต่ให้บิดามารดาหนักใจไงล่ะเพคะ ฮ่าๆๆ"เอวิลรีบพูดต่อและระเบิดเสียงหัวเราะมาเสียงดัง แต่ทุกคนเงียบมองมาที่เธอ ส่วนฮ่องเต้หนุ่มนะหรือ? มองตาเขียวมาให้เธอ
"อุ้ย ไม่ขำหรือ? ตายแหล่วววว ขออภัยเพคะ เชิญๆๆ" เอวิลถึงกับต้องรีบหลบมุมเลยทีเดียวเพราะเกรงว่าฮ่องเต้หนุ่มในตอนนี้อาจจะจับเธอไปฆ่าหั่นทิ้งลงแม่น้ำก็เป็นได้..
"ครานี้เจิ้นจะสั่งให้บิดาเจ้าทำโทษเจ้าตามความเหมาะสมแต่ถ้าคราหน้าเจิ้นเจอว่าเจ้ายังทำความผิดซ้ำสอง โทษของเจ้าแม้แต่บิดามารดาเจ้าก็มิอาจช่วยได้ โทษประหารอย่างเดียว!" เมื่อฮ่องเต้ตรัสจบ ก็มีเสียงเทิดทูนฮ่องเต้ดังอยู่เนืองๆจากผู้คนที่เฝ้ามองดูเหตุการณ์อยู่ตรงนั้น ส่วนหวังชิงโม่ที่ลุ้นจนอุจจาระจะบิดก็แทบจะร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจที่ไม่โดนโทษตายและกล่าวขอบคุณฮ่องเต้อย่างกับคนบ้า ฮ่องเต้เดินมาหาเอวิลแล้วอุ้มเอวิลขึ้นมาอย่างไม่ยี่หระอะไรที่ทำต่อหน้าคนอื่น เอวิลได้แต่ตะลึงพรืด ดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดของฮ่องเต้หนุ่มและพูดแกมตะคอกว่า
"ฮะ..เฮ้!นี่ ทำอะไรของฝ่าบาทเนี่ยย" ทุกคนได้แต่ให้ความสนใจภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้เอวิลหน้าแดงแทบอยากจะพลิกกะลาหนี..ฮ่องเต้นี่ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ บ้าไม่พอด้านด้วย!
"เจิ้นจะพาเจ้ากลับวังและจะไปคิดบัญชีกับเจ้าทั้งเรื่ิอง จัดการทหารยามของฮ่องเต้ กล้าประทุษร้ายต่อฮ่องเต้ และที่เจ้ากล้าต่อปากต่อคำกับฮ่องเต้"ฮ่องเต้หนุ่มพูดเสียงเบาๆพอให้ได้ยินกันแค่สองคนและร่ายความผิดของเอวิล ซึ่งทำให้เอวิลแทบจะตั้นหน้าหล่อๆของฮ่องเต้ผู้นี้ แต่ก็ได้แต่จ้องหน้ากินเลือดกินเนื้อฮ่องเต้ต่อไปแต่ในใจ.. เป็นเตเต้แล้วยังไงย่ะะะ แตะต้องไม่ได้ล่ะสิ ชิส์ อ่อนแอก็แพ้ไปสิย่ะ!
"เจิ้นรู้นะว่าเจ้าด่าว่าเจิ้นในใจ"ฮ่องเต้หนุ่มพูดโดยไม่ก้มมามองสตรีในอ้อมอก เมื่อกำลังจะเดินขึ้นเกี้ยวกลับมีเสียงคร่ำครวญร่ำไห้ของสตรีผู้หนึ่งดังขึ้นพร้อมวิ่งมาคุกเข่าต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้และเอวิล แน่นอน..เป็นใครไม่ได้นอกเสียจาก..
"ฮึก..ฮืออ พระองค์เพคะ นังมารนี่มันดีกว่าหม่อมฉันอย่างไรเพคะ หม่อมฉันพยายามมาโดยตลอดที่จะสามารถอยู่เคียงข้างพระองค์ แต่ไฉนเลยท่านถึงไม่สนใจไยดีข้าสักนิด กลับป่าวประกาศไปทั่วว่านังมารร้ายนี่เป็นว่าที่ฮองเฮา ทั้งๆที่ ที่ตรงนั้นควรเป็นของหม่อมฉัน ทั้งๆที่..นางเป็นสตรีที่มาจากไหนก็ไม่รู้แท้ๆ!" 
เสียงร้องไห้คร่ำครวญปนเสียงคำด่าด้วยความริษยาอาฆาตมาจากใครมิได้นอกเสียจากหงซูลี่สตรีหน้างิ้วที่เอวิลเพิ่งเป็นคู่ปรับกันเมื่อวาน หึ..คิดว่าสวยมากมั้งยัยงิ้วหน้าปลาช่อน ร้องไห้ยังกับนางเอกนิยายน้ำเน่าหล่อนเป็นคนร้ายกับฉันก่อนแท้ๆมาหาว่าฉันเป็นนางมาร เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวเถอะยัยนี่! สงสัยเมื่อเช้ายังไม่อิ่ม
ฮ่องเต้มองหงซูลี่ด้วยแววตาคร้านจะตอบ เขาเองก็ไม่อยากบอกว่าดีกว่าทุกตรง อย่างน้อยๆนางก็มิใช่สตรีในห้องหอและเป็นสตรีที่มากมารยาเหมือนหงซูลี่ผู้นี้ เมื่อคิดดังนั้นจึงตรัสเสียงแข็งที่ไร้เยื่อใยไปว่า "เพราะนางเหมาะสมมากกว่าเจ้า หงซูลี่ เจ้ารู้ดีว่าตัวเจ้าเป็นเพียงสตรีที่คิดทะเยอทะยาน ต้องการแต่อำนาจ เจ้าทำอะไรลับหลังเจิ้น อย่าคิดว่าเจิ้นไม่รับรู้ แต่เจิ้นแค่ยังเห็นเจ้าเป็นสหายในวัยเด็กของเจิ้นเพียงเท่านี้" เอวิลได้ฟังดังนั้นก็อดแปลกใจไม่ได้ เขารักฉันจริงๆหรอเนี่ย โอ้พระเจ้าาา หนูจะมีสามีเป็นเตเต้แล้วค่ะแม่ขาาาา
ซูลี่ซึ่งทนฟังคำบาดหูของฮ่องเต้ไม่ไหวและพูดต่อจากฮ่องเต้หรือสหายในวัยเด็กของเธอทันทีว่า
"ไม่! นางมิเหมาะสมเลยสักนิด ความเป็นสตรีก็มิมี เข้าครัวดูจากนิสัยก็คงไม่เคยแม้แต่จะเข้าเลย นาง..นางมันนังปีศาจ นางคงปลอมตัวมาแน่ๆเลยเพคะ นางคือนางจิ้งจอกที่แปลงกายมาหลอกให้พระองค์หลงไหลเป็นแน่" เมื่อประชาชนทุกคนที่อยู่ในระแวกนั้นที่มามุงดูเหตุการณ์ก็เริ่มซุบซิบคุยกัน เพราะเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องน่าคิดเพราะสตรีผู้นี้ไม่มีที่มาที่ไปอย่างใดเลย ฮ่องเต้ก้มตัวลงเพื่อปล่อยเอวิลลงอย่างอ่อนโยน เอวิลเองก็มึนงงกับการกระทำของเขา ตอนแรกจะกวนตีนเล่น แต่เมื่อมองไปที่สีหน้าฮ่องเต้บัดนี้รู้สึกถึงหายนะกำลังมาเยือนอีกรอบเสียแล้ว เธอไม่โกรธแต่เขาโกรธแทนเธอรึเนี่ย น่ารักชะมัดดด
"ใครกล้าวิพากย์วิจารณ์กล่าววาจาให้ร้ายว่าที่ฮองเฮาของเจิ้น จงนำมันไปตัดหัวให้หมด!โดยเฉพาะเจ้า..หงซูลี่"พระสุรเสียงของฮ่องเต้ดังกังวานไปทั่วสารทิศ และจ้องไปที่หงซูลี่ด้วยแววตาแข็งกร้าว ทำให้หงซูลี่ถอยห่างอย่างไม่รู้ตัวและหันไปมองทางเอวิลที่อยู่ข้างๆของฮ่องเต้หนุ่มด้วยแววตาเคียดแค้น นางเพียง..นางเพียงให้ต้องการให้ยัยนั่นออกไปจากชีวิตเทียนหลงของนาง แต่เหตุใดกันนางมาได้ไม่นานแต่ถึงกลับกล้าปกป้องนางนั่นด้วยวิธีแบบนี้..นังนั่นน่าจะตายๆไปซะ!
เอวิลมองหงซูลี่กลับนิ่งๆ และยิ้มมุมปากให้ซูลี่น้อยๆอย่างผู้ชนะ ทำให้ซูลี่ถึงกับกรี๊ดเสียงดังลั่นอย่างกับคนสติแตก และพูดกับฮ่องเต้หนุ่มว่า"พระองค์ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้ หม่อมฉันไม่อยากให้คนบริสุทธิ์ต้องตาย หม่อมฉันจะพิสูจน์ให้คนอื่นเห็นเองว่าหม่อมฉันถึงมิใช่สตรีในห้องหอ มิเคยทำครัวเรือนอันใด แต่หม่อมฉันมีความสามารถมากกว่านั้น และแน่นอนว่าพวกเขาต้องมิเคยเห็นเป็นแน่ สตรี..อย่างน้อยๆก็ต้องเต้นรำได้แน่นอนว่าหม่อมฉันทำมันได้ดี และสามารถร้องเพลงได้เช่นกัน มิทราบว่าคุณหนูหงจะเป็นเกียรติแก่ข้าน้อยผู้ต่ำต้อยนี้หรือไม่เพคะ" เอวิลเน้นหนักไปตรงคำพูดสุดท้าย ฮ่องเต้ได้ยินดังนั้นตอนแรกก็กำลังจะห้ามปราม เพราะรู้แก่ใจว่าหงซูลี่นั้นถูกสอนเรื่องการเต้นรำและขับร้องมาตั้งแต่วัยเยาว์ นางทำได้ถึงขั้นเรียกว่าเป็นที่หนึ่งในใต้หล้าเลยก็เป็นได้ แต่เมื่อนึกถึงคำพูดของพระขนิษฐาตัวน้อยของตนที่เคยพูดว่า 'ท่านพี่เพคะต้องพาเฟยเฟิ่งกลับมาให้ได้นะเพคะ หม่อมฉันเชื่อว่านางต้องกลับมากับท่านพี่แน่นอน หม่อมฉันขอบอกเลยนะเพคะที่มานางไม่ธรรมดา ถ้าท่านพี่รู้แล้วจะตกใจ' เขาพยายามถามพระขนิษฐาของตนเกี่ยวกับที่มาของสตรีผู้นี้แต่ก็ไม่ยอมบอกอะไร พูดแต่ว่าให้นางบอกเอง เขาจึงคิดว่าเป็โอกาสที่ดีที่จะได้เห็นความสามารถที่แท้จริงของนาง นอกจากการขย้ำทหารยามเขาซะเละ! เขาจึงตรัสไปว่า
"เจิ้นเองก็หวังว่าเจ้าจะตอบตกลงนะคุณหนูหง" หงซูลี่ได้ยินดังนั้น ก็รู้สึกหัวใจพองโตขึ้น เพราะรู้ว่าอย่างไรนางต้องชนะแน่ๆ เลยตอบไปว่า
"แน่นอนเพคะหม่อมฉันตกลง ถ้าหม่อมฉันชนะ หม่อมฉันขอตำแหน่งฮองเฮานะเพคะ"เมื่อทุกคนได้ฟังดังนั้นก็แอบลุ้นอยู่ในใจว่าใครจะชนะกัน ต่างจากเฉากงกง และบรรดาองครักษ์ของฮ่องเต้ซึ่งพากันเครียดไปตามๆกันด้วยกลัวว่าหงซูลี่จะชนะพวกเขาต่างรู้นิสัยนางดีว่าเป็นคนเช่นไร พวกเขายอมให้สตรีแปลกหน้าผู้นี้มาเป็นฮองเฮาดีซะกว่าเอาสตรีอย่างซูลี่ เฮ้อ..
"ได้ เจิ้นเชื่อใจว่าที่ฮองเฮาของเจิ้น ว่าจะทำให้เจิ้นและเจ้าแปลกใจไม่มากก็น้อย" คำพูดของฮ่องเต้ทำให้มีเสียงฮือฮาจากผู้คนมากมาย และวันที่ตกลงกันก็คือ วันพรุ่งนี้  ยามอิ่ว* ณ กลางลานกว้างของวังหลวง
สนุกละสิ ยัยซูลี่เอ้ย การร่ายรำแบบยุคโบราณของเธอหรือจะสู้การเต้นของฉัน เสน่ห์มันคนละอย่างกันนะเธอ ขอโทษจริงๆที่งานนี้Queen of Dance อย่างฉันจะครอง..
------------------------------------------------------------------------------------------------

อ้าวว หน่องซูลี่ขาาา งานเข้าแล้วสินี่ควีนออฟแดนซ์นะเทออ อิอิ น้องเอลเราเตรียมตัวออกเต้นละสิ 

ไรท์ขออนุญาตเปลี่ยนชื่อตอนของบทที่7นะคะรู้สึกมันไม่ค่อยเข้ากันเลย 5555
ติชมกันมาเยอะๆนะค้าาา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

97 ความคิดเห็น

  1. #29 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 15:14
    เอลไปถ้าเขาทำมัยยยยยยย
    #29
    0
  2. #18 Nao Ng Sverige (@NaoNgSverige) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 04:10
    อ้าวถ้าแพ้ล่ะ!!!! รีดแจกเปลือกหมอนทองแก่ไรท์แน่ๆๆหุหุหุ
    #18
    1
  3. #17 pegger15384 (@pegger15384) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 21:03
    สาวยุคไฮเทคอย่างเรา แค่2ขวบก็เต้นเป็นแล้ว สาวโบราณหรือจะสู้ได้ หุหุหุ
    #17
    1
  4. #16 Melovemind (@Melovemind) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 18:10
    เอาให้มันระเบิดเลยหนูเอล55+
    " ใครจะมาสู้ฉันได้ " เอลได้กล่าวไว้
    รอดูว่าจะอึ่งกิมกิกันขนาดไหน
    #16
    1
  5. #15 Ceres- (@Ceres-) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 16:24
    รอจ้าาา
    #15
    1