Sf/Os [BTS x YOU] MOON

ตอนที่ 3 : Sf/Os Jhope x you To the moon and back

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 136
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    5 ต.ค. 63


Sf/Os Jhope x you To the moon and back

เพื่ออรรถรสควรฟังเพลงควบคู่

 


 

ฟู่~ ซ่า~ เสียงน้ำภายในสายยางพ่นออกมาคุณในชุดนอนลายแมวน้ำกำลังยืนใช้สายยางฉีดรดน้ำต้นไม้ของคุณพ่อ“หาว~” คนตัวเล็กอ้าปากหาวเบาๆเวลานี้เธอควรจะยังนอนอยู่บนเตียงสิ ตอนนี้เป็นเวลาหกโมงเช้าเกือบจะเจ็ดโมงแล้ว “รดน้ำเร็วๆเลย รดเสร็จก็รีบไปอาบน้ำล่ะพ่อกับแม่ไปทำงานล่ะ” คุณพยักหน้าก่อนจะโบกมือลาทั้งสองท่าน  มือเล็กปิดก๊อกน้ำเท้าเล็กค่อยๆก้าวเดินเข้าบ้านอย่างเชื่องช้า

.

.


 

.


 

.

07.35 น.


 

ก๊อก แกร๊ก! เสียงไขกุญแจล็อครั้ว “โอ้ย ส่ยไอ่เหี้ยไม่น่าเล่นเกมเลยกูเอ้ยยย!” เสียงบ่นของคุณดังขึ้นทั้งความรีบผมก็ยังไม่ได้ผูก สายตาคนตัวเล็กมองไปที่หน้าหมู่บ้านกลับไร้ซึ่งวินมอเตอร์ไซค์ “เชี่ย เอาดีว่ะรถแท็กซี่ดีไหมว่ะ!” มือเล็กควักเงินในกระเป๋าออกมาดูก่อนที่หางตาจะไปสะดุดเข้ากับรถมอเตอร์ไซค์และผู้ชายคนหนึ่งในชุดเสื้อสีขาวเสื้อกั๊กสีส้มกำลังสวมหมวกกันน็อค “นั่นพี่คะ ไปรร.หน่อยค่ะ” ไม่รีรอพูดจบคุณขึ้นไปซ้อนทันใด “อ...ครับๆ”  ไม่นานนักรถก็เคลื่อนจอดหน้าโรงเรียนทันเวลาพอดี “เท่าไหร่คะพี่....อ...อ้าว พี่ไม่ใช่วินนิ่” คนเจ้าของรถเปิดกระจกขึ้นปรากฎเป็นหน้าพี่ชายข้างบ้านคุณที่เห็นกันอยู่ทุกวันแต่ไม่รู้จักกันหรอกนะ “ฟรีครับ ไปเข้าโรงเรียนได้แล้วเดี๋ยวสาย” คุณยังคงอึ้งเล็กน้อยก่อนมือน้อยจะรีบยกขึ้นประนมและกล่าวขอบคุณ คนตัวเล็กรีบวิ่งไปเข้าแถวเคารพธงชาติทันที


 

15.30 น.

เวลาเลิกเรียนของโรงเรียนทั่วไปในวันศุกร์ คนตัวเล็กเดินกินขนมโตเกียวคุยกับเพื่อนสนิทของตัวเอง “มึงรู้ป้ะวันนี้กูแม่งเอ๋อ ขึ้นรถผิดคิดว่าพี่ข้างบ้านเป็นวินน่าอายชิบหาย” “แล้วหล่อป้ะ?” คุยเบะปากทันทีเมื้อได้ยินคำพูดของเพื่อนสาว “หล่อจ่ะ หล่อแบบตี๋ๆอะน่าจะประมาณทำงานแล้วอะ” เพื่อนคุณเบะปากมองบนกลับ “ชอบล่ะซี้ มีของแรร์อยู่ข้างบ้านทำไมมึงไม่เล่าบ้างเลยว่ะ” “ก็ปกติเห็นผ่านๆอะใครจะไปรู้ว่าหล่อขนาดนี้ว่ะ” คุณและเพื่อนสาวมองหน้ากันสักพักก็ขำจนสำลักขนมโตเกียว ทั้งคู่แยกทางกันตรงหน้าปากซอยบ้านคุณเด็กสาวเดินเข้าซอยบ้านอย่างเบื่อหน่ายเป็นปกติของเธอ สองเท้าหยุดอยู่หน้ารั้วบ้าน มือน้อยค้นหากุญแจรั้วในกระเป๋า “ไอ่เหี้ย....หายไปไหนว่ะ” คุณรีบมองหาดูระหว่างรั้วแต่ก็ไม่พบ “ชิบหายล่ะ” “อ้าว(ชื่อคุณ)กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ถ้าหากุญแจอยู่พี่เก็บได้น่ะ” คุณเงยหน้าตามเสียงเรียก ปรากฎเป็นผู้ชายคนเมื่อเช้า “พี่วินมอไซค์...” คนตัวเล็กพึมพำเบาๆกับตัวเอง “อะ....เอ่อ ขอบคุณนะคะที่เก็บไว้ให้แล้วก็ขอโทษด้วยนะคะเมื่อเช้าที่...คิดว่าพี่เป็นวินมอเตอร์ไซค์” มือน้อยยื่นมือไปรับกุญแจจากมือพี่ชายคนตรงหน้าเขา “ไม่เป็นไรครับ มันผิดพลาดกันได้” “ว่าแต่ทำไมพี่รู้จักชื่อหนูล่ะคะ?” โฮปยิ้มให้กับคำถามของคุณ “ก็คุณพ่อของหนูเขาเรียกทุกวันจนพี่จำหน้าจำชื่อเราได้แล้ว” “แล้วพี่ชื่ออะไรหรอคะ?” นิ้วเรียวชี้มาที่ตัวเอง “พี่ชื่อโฮปครับ” “ค...ความหวังน่ะหรอคะ?” คนตัวสูงพยักหน้าหงึกๆ คุณพยักหน้ารับเบาๆ “งั้นหนูเข้าบ้านก่อนนะคะ”

.


 

.


 

.


 

07.15 น.

คนตัวเล็กในสภาพเสื้อนอนกางเกงขาก๊วยใส่แว่นตาผมเผ้าที่ถูกมัดอย่างลวกๆกำลังยืนเท้าเอวรดน้ำต้นไม้ในวันหยุดของเธอ “อรุณสวัสดิ์ครับ(ชื่อคุณ)” เสียงนี่ทำเอาคุณสะดุ้ง เงยหน้าไปก็พบกับโฮปในชุดสูทสีน้ำเงินผมสีดำที่ถูกเซ็ตเปิดหน้าผากทำเอาคุณแทบอ้าปากค้าง “เอ่อ...ไปทำงานหรอคะ แต่งตัวหล่อมากๆเลยค่ะ” “ครับ กินข้าวรึยัง?” “ยังเลยค่ะเพิ่งตื่นเมื่อกี้ก็โดนใช้เลย” คนตรงหน้าคุณขำเบาๆ “พี่ทำงานอะไรหรอคะ แต่งตัวเท่มากๆเลย” ด้วยความอยากรู้จึงถามออกไปตามประสาเด็กน้อย “พนักงานบริษัทนี่แหละครับ” “...ไม่จริงม้าง เขาให้แต่งงี้ได้หรอคะ?” “เป็นGMน่ะครับ ผู้จัดการ”  คุณทำหน้าว้าวใส่จนคนตัวสูงขำออกมา “ขอโทษนะคะ แต่อายุเท่าไหร่หรอคะ?” ไม่รู้จะเสียมารยาทมากไหมแต่ถามไปแล้วแหละ “28 น่ะครับ” นั่นยิ่งสร้างความตกใจให้กับคุณไปกันใหญ่อายุน้อยแต่ตำแหน่งโอเคมากเลยนะ “เด็กจังค่ะ พี่ไปทำงานเถอะค่ะเดี๋ยวสาย” “ไม่สายหรอกครับ พี่คุยกับเราได้อีกนานเลย” ได้ยินแบบนั้นมีหรือที่คุณจะไม่ถามต่อ

.


 

.


 

.


 

.


 

.

สี่เดือนต่อมา

วันจันทร์

06.55 น.

“ลูกสาว” “ขาแม่” คุณตอบคุณแม่ขณะที่กำลังยืนผูกผมอยู่ “มีแฟนแล้วหรอ?” “บ้าา มีที่ไหนแม่ก็..” คุณตอบปัดๆแก้เขินก่อนจะรีบออกจากบ้านมาเพื่อหนีคำถามแนวนี้จากคุณแม่ เพียงแค่ก้าวออกจากบ้านมาเหมือนอยู่ในนิยายเรื่องไหนสักเรื่อง ดวงอาทิตย์ที่ยังขึ้นไม่เต็มดวงบรรยากาศในตอนเช้าหลังฝนตกเมื่อคืนให้ความรู้สึกหนาวเย็น รอบข้างที่ไร้ซึ่งผู้คนและเสียงรถมีเพียงเสียงลมที่กำลังพัดผ่านเสียงนกที่ออกหากินใบไม้ที่พริ้วไหวตามแรงลม แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันตั้งใจสนใจสิ่งที่สาวน้อยกำลังจ้องมองคือผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้ารั้วบ้านของคุณ ในชุดทำงานเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงสูทสีดำ “พี่โฮป..” “อรุณสวัสดิ์ครับ(ชื่อคุณ)” คนตัวเล็กพยักหน้าเลาๆก่อนจะรีบเดินไปขึ้นเบาะข้างคนขับ คนตัวสูงนั่งลงบนเบาะคนขับ รอยยิ้มเล็กๆผุดขึ้นบนใบหน้าของโฮป “พี่ยิ้มไร” “เปล่า ตาฝาดรึเปล่าเราน่ะ” คุณก็ไม่ได้คิดอะไร พี่โฮปมารับมาส่งคุณอย่างนี้ตั้งแต่สองเดือนแรกแล้วแต่ความสัมพันธ์ก็ไม่แน่ใจว่าเขาคิดยังไง “วันนี้อยากกินอะไรครับ?” “อืมมมม อะไรก็ได้น่ะค่ะ” “ถ้าหนูบอกว่าอะไรก็ได้อีกจะได้กินพี่แทนข้าวนะครับ” คนตัวเล็กหันควับให้กับคำพูดของโฮป ร้อยวันพีนปีไม่เคยพูดแบบนี้ใส่คุณเลยนี่เป็นครั้งแรกครั้งแรกจริงๆ “พี่พูดไรเนี่ย” คนตัวสูงโน้มตัวเข้ามาใกล้คุณจนจมูกของคุณและเขาชนกันทำเอาคนตัวเล็กต้องเบินหน้าหนี “พี่จะออกรถแล้วครับ ยังไม่คาดเบลท์เลย” เสียงกระซิบเบาๆของโฮปข้างหูคุณก่อนจะตามมาด้วยเสียงล็อกสายเบลท์ คนตัวสูงกลับไปนั่งเบาะคนขับเช่นเคย “สรุปจะกินอะไรดีเรา” “ขะ...ข้าวมันไก่ก็ได้ค่ะ” “โอเคครับ” แม้ว่าหน้าจะมองตรงแต่หางตาก็สังเกตเห็นรอยยิ้มอันสะใจของคนตัวสูงข้างๆอย่างชัดเจน คงสะใจมากเลยล่ะสิ.... รถคันหรูจอดเทียบฟุตบาทหน้าโรงเรียน “อิ่มมากอะพี่โฮป” “เข้าโรงเรียนได้แล้วครับ...เดี๋ยวเย็นนี้พี่ไม่ว่างมารับนะครับกลับได้ใช่ไหม?” คนตัวเล็กพยักหน้าหงึกๆ ก่อนที่จะรีบเดินเข้าโรงเรียนไป  “(ชื่อคุณ)” เพื่อนสาวตะโกนเรียกคุณมาแต่ไกล “พี่คนหล่อมาส่งอีกแล้วหรอ?” “เออออ ทะมะมึงจะทะมะ” “ก็เปล่า แล้วเย็นนี้เขามารับอีกเปล่า?” “ไม่อ่ะ ช่วงนี้พี่เขาไม่ค่อยว่าง” สายตาอันเป็นนักสืบของเพื่อนส่งมายังคุณ “ไม่ใช่ว่าตอนเย็นไปอยู่กับตัวจริงหรอกหรอ” “นี่ปากหรอจ้ะอีเหี้ย เขาแค่ไม่ว่าง” หมู่นี้พี่โฮปแกไม่ค่อยว่างมารับตอนเย็นสักเท่าไหร่ก็แอบหวั่นใจนะว่าจริงๆแล้วเขามีคนอื่น...ไม่สิ...มีตัวจริงอยู่แล้วรึเปล่า

เรื่องเมื่อเช้าทำเอาคุณคิดไม่ตกจนถึงเวลาเลิกเรียน เด็กสาวในสภาพที่เหนื่อยจากการเรียนและมีอะไรในใจมากมายกำลังเดินแกว่งแขนไปมาอยู่หน้ารั้วบ้านของพี่ชายคนสนิท “หนู(ชื่อคุณ) มาหาโฮปหรอลูก” “เอ่อ...สวัสดีค่ะคุณแม่พี่โฮป พี่โฮปจะกลับมาเมื่อไหร่หรอคะ?” “แม่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันน่ะลูก” “หรอคะ ขอบคุณค่ะ” คุณกล่าวขอบคุณสำหรับคำตอบ เท้าเล็กเดินกลับมาที่หน้าบ้านของตัวเองก่อนจะถอนหายใจเบาๆ


 

.


 

.


 

.


 

.


 

.

และแล้วปิดเทอมขึ้นมหาลัยก็มาถึงฉันไม่ต้องเครียดกับการสอบอะไรมากเลยเพราะสอบเสร็จแล้วแล้วดันยื่นพอร์ตเภสัชผ่านนี่สิ

04.00 น.

คนตัวเล็กนำกระเป๋าเป้และของจิปาถะมากมายขึ้นหลังรถกระบะคันส้ม คุณในชุดกางเกงวอร์มขาสั้นรองเท้าผ้าใบสำหรับเดินป่าหมวกปีกกว้างสีกากีกำลังยืนกอดอกมองผู้ชายตรงหน้าของคุณในชุดเสื้อยืดกางเกงวอร์มขายาวธรรมดาผมไม่เซ็ตแต่...sexy ปากอวบยกยิ้มให้กับความคิดของตัวเอง “ยิ้มอะไรครับ” เมื่อเจ้าตัวรู้ว่าแอบมอง สายตาของคุณก็เบือนไปทางอื่นทันที วันนี้ที่เตรียมของก็จะขึ้นดอยไปบริจาคอุปกรณ์การเรียนให้น้องบนดอยนี่แหละ

เมื่อมาถึงคนในหมู่บ้านก็ตอนรับเป็นอย่างดี ได้ทั้งสอนหนังสือน้องๆบริจาคอาหารสอนเล่นกีฬา รู้ตัวอีกทีก็ดึกแล้ว คนตัวเล็กเดินลาน้องๆที่มาคุยด้วยกลับมายังเต้นท์ คุณมาทันที่จะสังเกตเห็นว่าพี่ชายคนสนิทกำลังหยิบยาออกจากถุง“...พี่ไม่สบายหรอ” เสียงเรียกคุณทำเอาเขาตกใจมากพอสมควร มือหนารีบกรอกยาลงปากทันที(ตามด้วยน้ำ) “เอ่อ...เป็นหวัดนิดหน่อยน่ะครับ” มีหรือที่ว่าที่เภสัชอย่างคุณจะไม่สงสัยเพราะยาพวกนั้นหน้าตาดูไม่น่าใช่ยาแก้หวัดทั่วไป “พี่...เป็นโรคอะไรหรอคะ?” สายตาของเขาที่สบตาคุณอยู่นั้นบอกทุกอย่างออกมาหมดแล้วว่ามันไม่ใช่โรคหวัดปกติแน่ๆ คนตัวเล็กส่งยิ้มให้กับโฮป มือน้อยหยิบถุงยาออกจากมือของเขา ‘ผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง’ หลังจากอ่านจบคุณจึงยื่นมันคืนให้ตรงหน้า “พี่กลัวหนูรู้ขนาดนั้นเลยหรอคะ?” เป็นคำถามที่เขาไม่อยากตอบที่สุด “เปล่าครับ แต่พี่...กลัวเราจะรับไม่ได้ต่างหาก” คนตัวเล็กหัวเราะออกมาเบาๆ คุณโผกอดโฮปจนเขาหงายหลังลงบนฟูกนอน “หนูรับได้อยู่แล้วค่ะ...พี่” จากบรรยากาศซึ้งกลับเปลี่ยนเป็นบรรยากาศเร้าร้อนแทนเมื่อโฮปพลิกตัวขึ้นคร่อมคุณ “พี่...อ...” ริมฝีปากอวบของคุณถูกครอบงำโดยปากของคนด้านบน แม้ว่าคุณอยากจะขัดขืนแต่สมองกลับสั่งให้ยอมมากกว่าขัดลิ้นร้อนแทรกเข้ามาในโพรงปากเกี่ยวพันตวัดเล่นกับลิ้นของคุณ “แค่กๆ..” แขนเล็กผลักตัวโฮปออกอย่าแรงเนื่องจากเกิดอาการสำลัก ทำเอาคนตัวสูงขำออกมารอยยิ้มน่ารักเกิดขึ้นบนใบหน้าเขาเดิมทีแค่จูบก็แทบจะทำเอาคุณมองหน้าเขาไม่ติดแล้วนี่ยังจะมายิ้มแบบนี้อีกแก้มที่ขึ้นสีแดงรามไปจนถึงใบหูเพื่อเก็บอาการทำให้คุณต้องหันหน้าหนี มือหนาจับหน้าของคุณให้กลับมาสบตากับเขาก่อนจะกดจูบลงอีกครั้งครั้งนี้รู้สึกอบอุ่นมากกว่าเมื่อกี้นะ เขาผละจูบออกมาสบตากับคุณอีกครั้งสายตาคู่นั้นที่กำลังจ้องมองมาที่คุณราวกับว่าอยากจะกลืนกินคนตัวเล็กซะยังไงยังงั้นแหละ คนตัวสูงโน้มใบหน้ามาคล้ายกับว่าจะกดจูบอีกครั้งมือน้อยดันหน้าโฮปออกไปไกลจากใบหน้าของเธอ “พะ...พอแล้วค่ะ” อาการติดอ่างเพราะความเขินทำเอาโฮปขำออกมาอีกครั้งอย่างเอ็นดู “ครับพี่ไม่จูบแล้วก็ได้” คุณโล่งใจกับคำตอบจึงหันออกไปมองวิวด้านนอกเต้นท์แทนแต่หารู้ไม่ว่าคนเจ้าเล่ห์ข้างๆเธอคิดจะทำอะไร ใบหน้าหล่อโน้มเข้ามาใกล้ต้นคอคุณจนรู้สึกได้จากลมหายที่กำลังรดต้นคออยู่นั้น “งับ..” คนตัวสูงกัดลงบนต้นคอของคุณทำเอาคนตัวเล็กสะดุ้งทันที“ทำไรของพี่เนี่ย” เขาไม่ตอบเอาแต่ขำท่าทีเขินของคุณ “ทำหนูขนาดนี้แล้ว...หนูชอบอากาศบนดอยนะคะเหมาะกับการเริ่มต้นดี” คำพูดลอยๆขัดๆแปลกๆของคุณทำโฮปต้องยิ้มออก “...คบกับพี่ไหมครับ?” คนตัวเล็กยิ้มหน้าบานกับคำถาม “อือ...คบก็คบ” มือหนาวางลงบนผมของคุณ “พี่จูบอีกได้ไหม?” “ไม่ได้ค่ะ หนูรู้นะ...ว่ามันจะไม่หยุดที่จูบ” อีกครั้งที่โฮปขำกลบเกลื่อนความเขิน มันน่ารักน่าเอ็นดูเป็นช่วงเวลาที่โคตรโอเคเลยแต่ก็นั่นแหละช่วงเวลาที่ดีมักจะผ่านไปเร็วเสมอ

.


 

.


 

.


 

.


 

.

“หมอพบเนื้อร้ายที่บริเวณปอดทั้งด้านซ้ายของคนไข้นะครับญาติ ระยะนี้แปลกมากที่ยังอาการดีอยู่แต่ด้วยโรคที่เป็นอยู่คือโรคหลอดเลือดสมองแล้วยังมาตรวจเจอเนื้อร้ายระยะที่สองใกล้ระยะที่สามเพราะเนื้อร้ายกำลังลุกลามไปยังอวัยวะข้างเคียงค่ะ หมออยากให้ญาติช่วยให้กำลังใจเขาด้วยนะคะ” แพทย์หญิงพูดจบก็เดินออกจากห้องไป เหมือนจิตหลุดออกไปทันทีทำไมถึงต้องเกิดเรื่องอะไรแบบนี้ด้วยที่มาหาหมอเพราะอยู่ๆคุณผู้ช่วยเขาก็โทรมาว่าพี่โฮปเขาโรงพยาบาลมีอาการเหนื่อยหอบแปลกๆ ไอไม่หยุด สายตาทั้งสองคู่สบเข้ากัน “เดี๋ยวพี่...ก็ไม่อยู่แล้วนะตัวเล็ก” คำพูดแบบนั้น...ฉันไม่อยากได้ยิน ใบหน้าของคนตัวเล็กที่บ่งบอกถึงความเศร้าที่กำลังเพิ่มพูนขึ้นภายในใจ เท้าเล็กก้าวยาวมาจนถึงเตียงผู้ป่วยตรงหน้า “อย่าพูดแบบนี้ได้ไหม?” รอยยิ้มเจือนๆของคนตรงหน้าถูกส่งมาถึงคุณ คนตัวเล็กกอดโฮปแน่นกอดนี้บ่งบอกถึงความรู้สึกที่มีอยู่ในใจตอนนี้ “พี่คงอยู่ได้ไม่นานหรอกครับ...ร่างกายพี่มันไม่แข็งแรง” “ไม่เอา....พี่ไม่พูดแบบนี้ดิ” คนตัวสูงเงียบไปชั่วขณะ “พี่...ตัดสินใจจะทำการุณยฆาตนะครับ” คุณผละออกจากกอดของเขาทันใดแววตาที่มองมายังคนตัวสูงบนเตียงมีทั้งความโกรธโมโหเศร้าแล้วก็รักปนอยู่ เธอสับสนกับความรู้น้ำตาหยดเล็กค่อยไหลลง “...พี่ไม่คิดจะสู้อีกหน่อยหรอ?”  รอยยิ้มบางส่งมาให้คุณอีกครั้ง “พี่สู้มานานเกินพอแล้วครับ...ยานี่พี่ก็กินมาตั้งแต่ปี1 ตอนนั้นพี่เครียดมากเลยนะที่อยู่ๆมันก็เป็นหมอบอกว่ามันเกิดจากความเครียดของพี่เองส่วนไอ่มะเร็งเนี่ยก็เคยเจอไปล่ะครั้งนึงตอนเพิ่งจบใหม่ๆก็ผ่าตัดไปล่ะนะแล้วมันก็ดันมาเกิดอีกแต่พี่ก็เข้าใจแหละว่าเพราะบุหรี่..” ใช่ค่ะก่อนที่จะเจอคุณเขาสูบบุหรี่ คุณปีนขึ้นเตียงผู้ป่วยไปนอนข้างเขา “อะไรครับเนี่ย..” คนตัวเล็กยังไม่ยอมหยุดร้องไห้เอาแต่กอดคนตัวสูง “...พี่ไม่น่าเจอหนูเลยเนอะ...ตอนแรกที่พี่ไม่มีใครมันก็ดีอยู่แล้วเวลาตายพี่จะได้คิดถึงแค่พ่อกับแม่แต่...พอมีหนูเพิ่มมามันยิ่งทำให้พี่...ฮึก...โคตรลำบากใจเลยตัวเล็ก” น้ำเสียงสั่นเครือของโฮปบ่งบอกว่าเขานั้นกำลังร้องไห้ไปพร้อมกับคุณ “...ล..แล้วพี่จะไปวันไหนหรอคะ?” “อีกสัปดาห์นึงครับ...ไม่อยากทนในสภาพสายน้ำเกลือแล้ว” “อือ...พี่ตัดสินใจยังไงหนูก็เคารพการตัดสินใจของพี่นะคะ” ถึงแม้จะพูดอย่างนั้นเสียงก็ยังคงสั่นอยู่“...ทั้งสัปดาห์เราอยู่กับได้ไหม” “หนูลาได้...หนูจะกอดพี่ทั้งวันเลย..หนู...ฮึก” โฮปยิ้มกับท่าทางของคุณเบาๆ “ไม่ร้องได้ไหม พี่...ไม่อยากเห็นเราร้อง” คุณรีบเช็ดน้ำตาทันที “อื้อหนูจะไม่ร้อง!”

.


 

.


 

.


 

.


 

“พี่...รักเรามากนะครับ”


 

.


 


 

To the moon and back

รักคุณมากๆเท่าระยะทางไปกลับของดวงจันทร์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น