Sf/Os [BTS x YOU] MOON

ตอนที่ 2 : SF/OS Yoongi x you Full moon

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 261
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    30 ก.ย. 63

SF/OS Yoongi x you Full moon

เรื่องนี้เป็นประเภทโรแมนติกอบอุ่นมีหน่วงๆบ้างนะคะ อยู่ในฟิคชุด moon

 

เพื่ออรรถรสควรฟังเพลง


 


 


 


 

เกร๊งก๊อง~ เสียงกระดิ่งงพวงกุญแจห้อยกระเป๋าของสาวน้อยดังขึ้นเป็นระยะๆ คนตัวเล็กก้าวเท้าสับถี่

ปึก! คุณสะดุดหูรองเท้าล้มกลางโดมโรงเรียน “บ้าเอ้ย!..โอ้ย” ถึงแม้จะเจ็บกับการหกล้มแต่กลัลรู้สึกอายที่คนรอบข้างเอาแต่มองเสียมากกว่า คนตัวเล็กจึงรีบพยุงตัวเองขึ้นแล้ววิ่งมาจนถึงรถคันหรูที่จอดอยู่หน้าโรงเรียน เวลานี้เป็นเวลาเลิกเรียนผู้คนพลุกพล่านไปทั่วที่ลานโรงเรียนแล้วทำไมฉันต้องรีบวิ่งด้วยน่ะหรอ “สายไป3นาที....ฉันจะส่งเธอแค่หน้าหมู่บ้าน” “พี่ยุนกิ!” คุณอยากจะเถียงแต่ก็ขอหอบก่อน ผู้ชายผิวขาวสว่างยืนพิงรถคันหรูสายตาที่เรียบนิ่งส่งมาที่คุณ“ขึ้นรถ...อย่าลีลา” ยังไม่ทันได้เงยหน้าเถียงเจ้าคนตัวขาวก็เข้ารถไปเสียแล้ว “พี่วายจะให้ไอ่...หึ่ย” สายตาที่เรียบนิ่งแต่อย่างว่าสายตาที่เรียบนิ่งมักน่ากลัวเสมอกำลังส่งมายังคุณ

ปรี๊ด!! เสียงแตรรถดังขึ้นทำให้คุณรีบวิ่งไปขึ้นรถทันใด “พี่ยุนกิคะ ถ้าจะรีบขนาดนี้ทีหลังไม่ต้องมานะคะ” “พี่เธอฝากฉันมา มันไม่ว่างคิดว่าฉันอยากมารับมากรึไง” เสียงทุ้มพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง พี่ชายพอรู้ว่าน้องชอบก็จัดให้มารับมาส่งทุกวัน “ก็ไม่ได้ชอบขนาดนั้นป้ะว่ะ” “บ่นไร ฉันไม่ชอบผู้หญิงขี้บ่น” คุณมองยุนกิตาขวางก่อนจะหันหน้าไปทางหน้าต่างรถ มันเป็นแบบนี้มาเกือบได้แล้วค่ะไอเข้าพี่ก็ถามทุกวันงานคืบหน้าไหม คืบหน้านะแต่เรื่องความเกลียดนี่แหละเรื่องสุขภาพด้วยโคตรเหนื่อย ไร้ซึ่งบทสนทนาภายในรถมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศคลอๆเท่านั้น รถเคลื่อนตัวมาจนถึงหน้าหมู่บ้านที่คุณอาศัยอยู่ มือน้อยผลักประตูรถแต่กลับผลักไม่ออก “เปิดสิคะ หนูจะได้ลง” ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับเขาไม่ใส่ใจเลยด้วยซ้ำแต่กลับขับเข้าหมู่บ้านไป “พี่ยุนกิ!” คุณตะโกนเรียกแต่เขาก็ยังคงมองทาง รถหยุดเคลื่อนที่หน้าบ้านของคุณ “ไหนพี่ว่าจะส่งหน้าหมู่บ้านไง” “ถึงฉันจะไม่ชอบเธอแต่ก็ไม่ปล่อยให้คนป่วยเดินไกลหรอกนะ” “อะไรใครป่วย” มือหนาวางบนหัวเข่าสายของคุณด้วยความเจ็บปฏิกิริยาตอบสนองจึงเกิดขึ้นคุณชักขากลับทันที“ไม่ป่วยตรงไหน” ฝ่ามือขาวชมพูหงายขึ้นปรากฎมีรอยเลือดติดบนฝ่ามือของเขา “....เดี๋ยวมันก็หายพี่ไปทำงานเหอะผู้ป่วยอีกเยอะนิ่ ขอบคุณที่มาส่งค่ะ” ไม่ชอบเลยเวลาที่เขาทำแบบนี้กับคุณมันรู้สึกดีทุกครั้งทั้งที่โกรธก็หายโกรธไปเลยดื้อๆ คนตัวเล็กผลักประตูรถเดินลงจากรถไป

คุณทิ้งกระเป๋าลงบนโซฟาทันทีที่เดินเข้ามาถึงห้องโถงทั้งบ้านมีเพียงแค่คุณคนเดียวคุณแม่ท่านอยู่ต่างจังหวัดส่วนคุณกับพี่ชายย้ายมาอยู่ในตัวเมืองเนื่องจากการงานของพี่ที่เป็นแพทย์ คนตัวเล็กปลดเชือกกางเกงวอร์มออกก่อนจะปล่อยลงจนถึงหัวเข่าเป็นธรรมดาที่วันใส่กางเกงวอร์มคุณจะไม่ใส่กางเกงทับ คนตัวเล็กมองดูแผลบนหัวเข่าตัวเอง “ไม่ระวังเลยนะ(ชื่อคุณ)” คุณบ่นกับตัวเอง “ใช่ ไม่ระวังเลยฉันเดินตามเข้ามายังจะกล้าถอดกางเกงอีก” “ห้ะ!” คนตัวเล็กหันควับทันใดเมื่อได้ยินเสียงของผู้มาใหม่ หันไปก็พบเพียงแผ่นหลังของเขาที่ประจันหน้ากับคุณ น่าอายเป็นบ้าพวงแก้มน่ารักขึ้นสีแดงคนตัวเล็กรีบวิ่งไปหยิบผ้าขนหนูในห้องน้ำมาปิดทันใด “ก็...ก็ปกติพี่จะไม่ตามเข้ามานี่นา” “ฉันจะมาทำแผลให้เธอ นั่ง” คุณยอมนั่งด้วยคำสั่งที่ว่าง่าย คนตัวขาวจัดการทำแผลบริเวณหัวเข่าให้คุณทันใด “พี่มือเบาจัง” ยุนกิไม่ได้ตอบอะไรคุณกลับเพียงแต่มองขึ้นมาด้วยสายตาเรียบนิ่งเท่านั้น คนอะไรเวลาจริงจังก็ยังน่ารักทำตัวน่ารักไปวันๆ“ทำไม..พี่ยุนกิถึงไม่มีแฟนสักทีคะ?” เขาไม่ตอบอะไรคุณกลับเอาแต่ตั้งใจทำแผล “พี่...อุ้ย!” มือขาวใช้สำลีกดที่แผลคุณไม่แรงมากแต่ก็ไม่ได้เบา “รำคาญ...” เขาพูดเพียงเท่านั้นก็เหมือนมีกาวมาทาปากของคุณทันทีคนตัวเล็กไม่พูดสิ่งใดอีกระหว่างทำแผล “ขอบคุณค่ะ แล้วนี่พี่จะไปไหนต่อหรอคะ?” ยุนกินั่งลงข้างคุณก่อนจะหันมามองคุณด้วยสายตาเรียบนิ่ง “งานวัด” “งานวัด?! พี่จะไปด้วยจริงอะ” ระหว่างที่คุณตื่นเต้นกับการที่จะมีคนตัวขาวร่วมเดินทางไปด้วยนั้น“ดีใจอะไรขนาดนั้นห้ะยัยตัวดี” เสียงพี่ชายดังมาจากหน้าประตู “หวัดดีค่ะพี่วาย อ้าวนี่ใครคะ?” ผู้หญิงคนหนึ่งในชุดพยาบาลสีขาวสะอาดตาเดินตามหลังพี่ชายคุณเข้ามา “พี่ชื่อแพนค่ะ เป็น...แฟนพี่ชายหนู” มีเรื่องให้น่าตกใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า “บอกแม่ยังพี่วาย” “บอกแล้ว ไปแต่งตัวได้ล่ะไปจะไปล่ะเนี่ย” คนตัวเล็กพยักหน้าก่อนจะรีบวิ่งขึ้นชั้นสองของบ้านไป “ไงไอ่กิ ทำหน้าเบื่อโลกอีกล่ะนะ” เสียงเพื่อนชายเอ่ยถามคนตัวขาวที่มีสีหน้าเรียบนิ่ง “ก็ปกติ...” พี่ชายของคนตัวเล็กทิ้งตัวนั่งลงข้างคนตัวขาวส่วนแฟนของเขาก็นั่งอีกข้างของโซฟา “นี่มึงชอบน้องกูไหมว่ะกิ” ไร้เสียงตอบกลับใดๆจากคนตัวขาว “วายเธอก็ถามยุนกิซะ เธอนี่นะ” แฟนคนสวยของเขาตักเตือนคำพูดของวาย


 

.


 

.


 

.


 

ภายในงานวัดก็ปกติทั่วไปนั่นแหละ มีร้านขายของมากมายหลอดไฟสีสันแขวนอยู่ตามกิ่งไม้ภายในวัด สไลด์เดอร์ของเด็กเล่นเวทีคอนเสิร์ตขนาดย่อมที่กำลังจัดเตรียมเครื่องดนตรี “งั้นไหว้พระก่อนล่ะกันนะทุกคน” วายเอ่ยชวนคุณไม่ได้สนใจเสียงพี่ชายหรอกสนใจแต่คนข้างๆที่ทำหน้าเบื่อโลกเช่นเคยรองเท้าเบอร์เล็กกว่าคนตัวขาวถูกจัดเอามาไว้ข้างๆรองเท้าผ้าใบของเขา มือน้อยหยิบดอกไม้ธูปเทียนยื่นให้ยุนกิแต่ปรากฎว่าเจ้าตัวหยิบมาก่อนแล้วทำให้คุณต้องนำไปเก็บที่เดิม

เป้ง! เป้ง! เป้ง! เสียงคนแถวนั้นตีฆ้องใหญ่ที่แขวนอยู่เพื่อสิริมงคล คุณเพียงแต่ยืนมองเท่านั้นก่อนจะรู้สึกตัวเพราะคนตัวขาวเดินออกจากโบสถ์ผ่านหน้าคุณไปคนตัวเล็กวิ่งดุ๊กดิ๊กตามไปทันที คุณกวาดตามองไปรอบๆที่จอดรองเท้า “พี่ยุนกิ” ไร้เสียงตอบกลับเขาเพียงแค่หันตามเสียงคุณเรียกเท่านั้น “รองเท้าหนูหายอะพี่..” คนตัวขาวถอนหายใจเบาๆแต่คุณก็สังเกตได้ “รออยู่นี่ก่อน..” เขาว่าเพียงเท่านั้นก่อนจะเดินหายไปท่ามกลางผู้คนมากมายแต่นั่นเป็นคำสั่ง คนตัวขาวหายไปประมาณ5นาทีได้เขาเดินกลับมาพร้อมรองเท้ายางคู่ล่ะยี่สิบบาทสีชมพูแป๋น “อะใส่..” ในใจก็อยากจะ ห้ะแต่พี่ยุนกิซื้อให้เลยนะเว้ย คนตัวเล็กยอมสวมรองเท้าสีแป๋นนั่น “แล้วนี่พี่วายกับแฟนไปไหนอะคะ” “ไม่รู้โทรไม่ติด” “แล้วทำไงอะคะ” “กลับ...” ยุนกิทำท่าจะเดินกลับ มือเล็กขวาเอาไว้ได้เสียก่อนสายตาของยุนกิมองมายังมือของคุณที่รั้งเขาไว้ “อย่าเพิ่งดิพี่ ยังไม่ทันได้เดินเที่ยวเลยนะคะ” “...10นาที...ฉันให้เวลาเธอเดิน10นาที” ยุนกิดึงข้อมือออกจากมือคุณ


 

ทั้งคู่หยุดอยู่หน้าร้านขายไก่ย่าง สายตาอันอ้อนวอนของคุณถูกส่งไปยังคนตัวขาวข้างกาย “ไม่ได้เอาเงินมารึไง?” คุณส่ายหน้าเบาๆก่อนจะเบะปาก “เอาไรก็หยิบ..” ประโยคนั้นทำเอาคุณยิ้มดีใจจนแม่ค้าต้องเอ่ยแซว “แฟนหนูนี่น่ารักจริงๆไม่เหมือนผัวป้าเลย” แม่ค้าพูดไปพรางหยิบไก่ย่างไม้ที่คุณเลือกใส่ถุง ส่วนคนตัวขาวก็ทำหูทวนลมไม่สนใจอะไรมีเพียงแค่คุณที่ยืนเขินเป็นบ้าอยู่คนเดียว...แฟนหรอ ถ้าเป็นได้จริงก็ดีสิ.. “พี่ยุนกิคะ” ยุนกิมองมาที่คุณผู้เอ่ยเรียกเขาด้วยสายตาเฉยชา “แวะร้านขนมจีนกันไหมคะ พี่กินไรมายัง?” คนตัวขาวกำลังจะส่ายหน้าปฏิเสธกลับถูกคุณคว้ามือดึงมาจนถึงหน้าร้านผัดไท “...ไหนว่าขนมจีน” มือเล็กยังไม่ยอมปล่อยมือคนตัวขาว กลับหันมายิ้มยีฟันให้ “ก็พี่ชอบผัดไทนี่คะ เห็นว่าช่วงนี้ไม่ค่อยได้กินอะไรที่ชอบเพราะไม่ว่างนี่นางั้น...ลุงคะเอาผัดไท2จานค่ะ” คุณตัดสินใจแทนคนตัวขาวไปหมดทุกอย่างก่อนจะลากเขาเข้ามานั่งภายในร้าน “ใครจ่ายเธอถึงได้กล้าสั่ง?” เสียงเรียบนิ่งเอ่ยถามคุณผู้นั่งตรงข้ามเขา นิ้วน่ารักชี้ไปยังคนตัวขาวตรงหน้าคนตัวเล็กยิ้มออกเชิงหัวเราะมากกว่า “พี่ครับ เอาน้ำไหมครับ?” เสียงเด็กผู้ชายที่ดูเหมือนจะเป็นเด็กเสิร์ฟของทางร้านเอ่ยถามลูกค้า “เอาค่ะ” “เอาอะไรดีครับ เก๊กฮวย ลำไย กระเจี๊ยบชาดำ น้ำเปล่า โค้ก จับเลี้ยง” คุณยังไม่ทันได้พูดตอบก็ดูเหมือนว่าจะถูกแย่งพูดซะก่อน “จับเลี้ยง...” เสียงทุ่มของคนตัวขาวเอ่ยขึ้นมา เด็กผู้ชายรีบวิ่งไปเทน้ำใส่แก้วโอ่งมาเสิร์ฟทันที...แก้วเดียว? “พี่สั่งมาแก้วเดียวหรอคะ?” “แล้วเห็นว่ากี่แก้วล่ะ” คุณได้ยิ้มแห้งตอบไม่นานนักผัดไทสองจานก็มาวางตรงหน้าทั้งคู่มือเล็กหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปตั้งใจถ่ายให้ติดมือของอีกคนที่วางบนโต๊ะเอาไว้อวดเพื่อน “กินได้ยัง?” เสียงยุนกิถามในสีหน้าที่เฉยชาเช่นเดิมทำเอาคุณรีบนำมือถือเก็บทันใด อยากจะเท้าคางนั่งดูเวลาคนตรงหน้าทานแต่ก็ทำไม่ได้เดี๋ยวจะโดนว่า  เมื่อทานเสร็จจ่ายเงินทั้งเขาและคุณก็พาตัวเองออกจากร้านมา “เกินมาหลายนาทีแล้ว...” สายตาอันอ้อนวอนถูกส่งมาอีกครั้งเมื่อยุนกิเอ่ยขึ้นสายตาที่เฉยชาของเขาที่ส่งมายังคุณดูมีความรู้สึกอื่นปนอยู่ในแววตาคู่นั้นด้วย...เขาเขินหรอ? “นะคะ...” เสียงขอร้องอ้อนวอนของคุณดังขึ้นเบาๆ “จะเอาอะไร?” คำพูดแบบนี้แหละที่ฉันต้องการ รอยยิ้มสดใสผุดขึ้นบนใบหน้าของคุณ“อยากเล่นบ้านบอล..” รอยยิ้มเล็กๆผุดขึ้นบนหน้าของยุนกิแม้เพียงเสี้ยววินาทีคุณก็สังเกตเห็น “โตเป็นควายล่ะนะ” ดูปากเขานะ น่าตีอะ “ล้อเล่น อยากกินไอติมหลอดดด” คุณเดินนำยุนกิมาจนถึงร้านไอติมหลอด “ไม้ล่ะ2บาทครับ3ไม้5บาท” เสียงพ่อค้าบอกราคา “เอา10บาทค่ะ เอาอันนี้...แล้วก็อันนี้”  ระหว่างที่คุณยืนสั่งไอติมหลอดอยู่นั้นก็รับรู้ได้ถึงสายตาของผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่มองมายังคนตัวขาวข้างหลังคุณเมื่อจ่ายเงินรับไอติมหลอดมาได้ “พี่ยุนกิ” คนคัวขาวหันตามเสียงเรียก แขนเล็กเกาะแขนขาวของยุ้นกิแน่น “อะไรของเธอ”  “ผู้หญิงพวกนั้นมองพี่” คนตัวเล็กเบะปากเบาๆไม่สบอารมณ์เอามากๆ “เป็นหมารึไง ถึงหวงขนาดนี้..” ดูเหมือนจะเป็นคำด่าด้วยนะ สายตาไม่สบอารมณ์มองขวางไปยังยุนกิ “ยอมเป็นหมาก็ได้ถ้าได้หวงพี่” พูดเองก็เขินเองว่ะฉันเนี่ย “จะเอาอะไรอีกไหม ถ้าไม่จะกลับแล้ว” คนตัวเล็กรีบพยักหน้าทันที “จะกินขนมโป้งเหน่งแล้วก็จะเอาตุ๊กตาแล้วก็จะระบายสีแล้วก็ชิงช้า....” “เงินใคร?” เขาเอ่ยถามเสียงเรียบ “เงินพี่ไงถามได้” ว่าจบคนตัวเล็กก็ดึงแขนคนตัวขาวไปยังร้านระบายสีหุ่น “ระบายสีกันพี่ยุนกิ” คุณยืนเลือกตุ๊กตาปั้นชั้นราคาห้าสิบบาท “เอาตัวนั้นอะ” นิ้วเรียวชี้ไปตุ๊กตาปั้นรูปคนนั่วห้อยขาบนพระจันทร์เสี้ยว “งั้นพี่ระบายอันนี้นะส่วนหนูจะระบายอันนี้” คุณหยิบตุ๊กตาปั้นรูปเด็กผู้หญิงยืนอยู่ข้างพระอาทิตย์


 

ปลายพู่กันตวัดลงครั้งสุดท้ายเป็นอันเสร็จพระอาทิตย์ที่แดงส้ม ตัดกับพระจันทร์ที่เทาน้ำเงิน “ของพี่ยุนกิน่ารัก!” สายตาคนตัวเล็กดันไปสะดุดกับสีฟ้าบนหน้ายุนกิที่เลอะแก้ม นิ้วโป้งน่ารักถูกส่งไปปัดสีออก “ขออนุญาตนะคะ” คนตัวขาวไม่มีท่าทีขัดขืนเพียงแต่มองคุณอยู่อย่างนั้น “สีมันเลอะหน้าพี่อะ ระบายเสร็จแล้วไปนั่งชิงช้าสวรรค์กันไหมคะ?” มีหรือที่เด็กน้อยอย่างคุณจะรอฟังคำตอบรีบไปขอถุงใส่ตุ๊กตาแล้วดึงยุนกิไปหยุดที่หน้าชิงช้าสวรรค์ทันที“ผู้ใหญ่30บาท3รอบจ้า” คุณชูสองนิ้วให้แม่ค้าเป็นอันเข้าใจว่าสองคน สายตาอ้อนวอนมองไปยังยุนกิคนตัวขาวถอนหายใจเบาๆ มือขาวควักเงินออกมาจ่าย เด็กสาวรีบยิ้มยีฟันตอบอย่างสดใส สายตาของคุณระหว่างรอขึ้นชิงช้าสวรรค์นั้นดันไปสะดุดเข้ากับขนมเบื้องครีมล้น มือน้อยรีบดึงตัวยุนกิไปที่ร้านนั้นทันใด “เอากี่กล่องดีจ้ะ?” สายตาอ้อนวอนครั้งนี้ไม่สามารถชนะคนตัวสูงได้อีกต่อไป “ไม่...” สาวน้อยเบะปากทันทีเมื่อได้ยินคำตอบ แต่ต้องกลับมาเขินแทนเพราะคนตัวขาวคว้าแขนคุณเดินมาหน้าชิงช้าสวรรค์อีกครั้ง คนตัวเล็กยิ้มกริ่มหน้าที่เริ่มขึ้นสีเนื่องจากอาการเขิน “มันไม่มีประโยชน์ มีแต่น้ำตาลคาร์บกินไปก็ไม่ดีต่อสุขภาพ” “พี่เป็นห่วงหนูหรอ” “เพราะเธอเป็นคนไข้” ยุนกิกล่าวเสียงเรียบแต่ก็ไม่สามารถกลบความเขินได้แก้มสีแงระเรื่อไปยันใบหูของเขามันเห็นชัด มือขาวก็ยังคงจับมือคุณไว้อย่างนั้น“ไข้ที่ชลรึเปล่า อะแฮ่ม” เสียงคุ้นหูของพี่ชายคุณดังขึ้นมาจากด้านหลังทำเอาทั้งยุนกิและคุณต้องหันมอง มือขาวรีบชักมือกลับทันใด “ก็คิดว่าจะกลับไปล่ะ มาสวีทกันอยู่นี่เอง” หน้ายุนกิยิ่งแดงขึ้นไปอีกเมื่อถูกแซวว “คิวต่อไปครับ!” เสียงเรียกของคนคุมชิงช้าดังขึ้น มือของยุนกิถูกคุณจับอีกครั้ง  ตอนนี้ทั้งคู่กำลังสบสายตากันอย่างเลี่ยงไม่ได้ทำให้คนตัวขาวต้องมองออกไปนอกกรงเหล็กที่กำลังหมุนนี้ “งานวัดนี่สวยดีนะคะ พี่ว่าไหม?” “อืม” เขาตอบเสียงเรียบ “พี่ยุนกิรู้สึกยังไงกับหนูหรอ?” เป็นคำถามที่ดูเหมือนว่าจะทำคนตรงหน้าเสียงอากาศมากทีเดียวแต่ด้วยความมืดจึงไม่สามารถมองเห็นว่าแก้มเขาแดงรึเปล่าแต่กลับสื่ออกมาทางสายตาแทน สายตาทั้งสองคู่กลับมาสบกันอีกครั้ง การสบตาครั้งนี้ดันทำเอาอะดรีนาลีนหลั่งมากไปหน่อยใจเริ่มเต้นเร็วขึ้นจนรู้สึกร้อนขึ้นมา สายตาที่คนตัวขาวส่งมาคืออาการตกใจและอึ้ง “พะ....พี่จ้องทำไมคะ?” “อ...เอ่อเปล่า” หลังจากนั้นก็พบเพียงความเงียบระหว่างทั้งคู่


 

รถเก๋งคันหรูจอดเทียบรั้วบ้านของคุณ ตลอดทางไร้ซึ่งบทสนทนาใดๆ “เอ่อ...ขอบคุณนะคะพี่ยุนกิ” คุณเอ่ยขอบคุณมือเล็กกำลังจะปลดสายเบลท์ “(ชื่อคุณ)” เสียงทุ่มเอ่ยเรียก คนตัวเล็กจึงเงยหน้าขึ้นมอง “ค...” มือหนาประคองท้ายทอยคนตรงหน้าเขา ริมฝีปากของทั้งคู่ประกบกันคุณเบิกตากว้างเนื่องจากไม่ทันตั้งตัว “พี่...ชอบเธอนะ”


 


 


 

FULL MOON

พระจันทร์เคลื่อนใกล้โลก

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น