Sf/Os [BTS x YOU] MOON

ตอนที่ 1 : SF/OS Moon about (Jin x you)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 295
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    7 ต.ค. 63

SF/OS 

เรื่องนี้เป็นประเภทโรแมนติกดราม่านะคะ อยู่ในฟิคชุด moon

เพื่ออรรถรสกรุณาฟังเพลง

 

 

ปึง! เสียงประตูรถถูกดันปิด

คนตัวเล็กจับสายกระเป๋าแน่นสายตาของคุณมองไปยังตึกตรงกลางโรงเรียน “ตั้งใจเรียนนะลูก” “ค่ะแม่” คุณพูดเท่านั้นก่อนจะเดินเข้าโรงเรียนไป เท้าเล็กก้าวไปเรื่อยๆพรางมองไปรอบๆ เด็กนักเรียนบ้างก็เล่นบอลบ้างก็นั่งเล่นมือถือ “หน้าตาดีกันจัง” ใช่แล้วค่ะนี่เป็นโรงเรียนเอกชนซึ่งฉันเป็นเด็กมัธยมสี่ที่เพิ่งสอบเข้ามาได้ อันที่จริงไม่ได้อยากสอบที่นี่แต่คุณแม่ขยั้นขยอเพราะท่านเป็นศิษย์เก่าที่นี่ ในระหว่างที่คุณกำลังเดินคิดพรางมองไปรอบๆก่อนเงยหน้ามองตึกตามห้องต่างๆ สายตาดันไปสะดุดเข้ากับผู้ชายคนหนึ่งในอิริยาบถยืนใช้สองแขนดันระเบียง สายตาของเขากำลังมองมาที่คุณเหมือนถูกดึงเข้าไปอยู่ในภวังค์ริมฝีปากสีชมพูธรรมชาติจมูกโด่งเป็นสันหน้าไม่ได้คมคายอะไรแต่หล่อหล่อจนหยุดมองไม่ได้ ปากสวยได้รูปถูกยกขึ้นยิ้มส่งมายังคุณ “หล่อ...มาก”  “น้อง! น้องครับ!” เสียงเรียกจากกลุ่มนักเรียนชายกลุ่มหนึ่งทำเอาคุณต้องละสายตาจากผู้ชายคนนี้หันไปมอง “เก็บบอลให้หน่อยครับ” คนตัวเล็กมองไปที่ลูกบอลข้างๆขาของตัวเอง “กลิ้งมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” เท้าเล็กเตะลูกบอลส่งคืนผู้ชายพวกนั้นก่อนจะหันไปมองหาเขาคนนั้นเหมือนเดิมแต่กลับว่างเปล่าที่ตรงนั้นไม่มีใคร “ไปไหนของเขานะ” คุณไม่ได้ใส่ใจอะไรจึงพาตัวเองเดินไปที่ห้องตามใบที่เขาให้มา

 

 

 

 

 

กริ๊งงง! ออดบอกเวลาพักเที่ยงดันขึ้นนักเรียนในห้องที่เริ่มรู้จักเพื่อนๆก็พากันเดินออกไปกันเป็นกลุ่ม คนตัวเล็กเลือกที่จะไม่ตามไปกลับหิ้วปิ่นโตที่คุณแม่เตรียมให้เดินออกจากห้องไปหาพื้นที่ลับนั่ง คุณยืนมองไปในสวนพฤกษาของทางโรงเรียนที่ถูกจัดแต่งอย่างสวยงามเป็นอุโมงค์ทางเข้า เท้าเล็กก้าวตามทางเข้าไปจนถึงม้านั่งไม้สีขาวสะอาดตากลางสวนสีเขียวแต่กลับไม่มีใครมาจับจอง “เสร็จฉัน..” คุณทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งไม้ด้วยความสบายใจ มือเล็กจับชามปิ่นโตออกมาวางไว้บนที่ว่างของม้านั่งวันนี้เป็นข้าวเหนียวไก่ทอด “แค่นี้ใส่ถุงก็ได้ไหม?” คุณบ่นก่อนจะใช้ส้อมจิ้มไก่ขึ้นมาทานขาที่สั้นของคุณทำให้มันแตะไม่ถึงพื้นเวลานั่งเก้าอี้จึงสามารถแกว่งไปมาได้สายตาที่มองไปรอบๆก่อนจะไปสบกับใครบางคนที่เดินเข้ามาใหม่ ร่างสูงโปร่งผิวขาวเนียนไหล่ที่กว้างทำให้เขาดูตัวใหญ่กางเกงนักเรียนสีน้ำเงินเสื้อนักเรียนสีขาวดูเข้ากับเขามากๆ “พี่ขอนั่งด้วยได้ไหมคะตัวเล็ก” คนตัวสูงกล่าวกับคุณเช่นนั้น ด้วยความอึ้งในความหล่อจึงรีบลนจนแทบทำไก่ในปิ่นโตหก เขาทิ้งตัวลงนั่งที่ว่างข้างคุณยังพอมีช่องว่างระหว่างทั้งคู่อยู่เล็กน้อยตอนนี้คนตัวเล็กทำอะไรไม่ถูกมันหิวนะแต่ก็กินไม่ลงเพราะคนข้างๆหล่อเกินไป “...ชื่ออะไรหรือคะตัวเล็ก” เจอผู้ชายปากหวานยิ่งทำอะไรไม่ถูกเหมือนถูกแช่แข็งอย่างไงอย่างงั้น “...ชะ...ชื่อ(ชื่อคุณ)ค่ะ ละ...แล้วพี่ล่ะคะ” ด้วยความเขินคุณจึงไม่กล้าสบตาคนตรงหน้า “พี่ชื่อจินนะครับ ไม่ต้องกลัวพี่หรอกนะครับพี่ไม่ทำอะไรเราหรอก” คนตัวเล็กรีบเงยหน้ามองคนตรงหน้าทันใดใบหน้าที่ส่ายไปมาของคุณทำเอาเขาต้องเอียงคอสงสัย “มะ..ไม่ใช่นะคะ หนูไม่ได้กลัวพี่แต่..แต่ว่ามันเขินค่ะ” คนตัวสูงขมวดคิ้วสงสัย “มีอะไรให้เขินหรือครับ?” หื้ม หน้าเวลาสงสัยน่ารักมากพ่อมากแม่อยากจะเอามือขึ้นมากำเสื้อแต่ก็ทำไม่ได้นี่เขาไม่รู้จริงๆหรอว่าตัวเองหล่อแค่ไหน “ก็...พี่หล่อมากนี่คะ” จินขำให้กำคำพูดของคุณเบาๆ “แค่นี้เองหรอครับ พี่ไม่ค่อยรู้หรอกน่ะครับว่าใครเขินพี่เพราะว่าหล่อเป็นปกติอยู่แล้วจะเขินกันทำไม” คุณทำหน้าเหยเกใส่คนตัวสูงตรงหน้าอย่างจังแต่หล่อจริงยอมเลย “ทำไมมานั่งคนเดียวล่ะคะตัวเล็ก” “หนูไม่ค่อยชอบคนเยอะๆน่ะค่ะ” เหมือนบรรยากาศจะเริ่มผ่อนคลายขึ้นจึงทำให้คุณกล้าทานไก่ทอดในปิ่นโต “แล้วพี่ไม่กินข้าวหรอคะ” คุณพูดขณะเคี้ยวอยู่ “แหนะ ไม่น่ารักเลยนะครับเคี้ยวให้หมดก่อนสิครับค่อยพูด” คุณพยักหน้ารับ ปากก็ยังคงเคี้ยวตุ้ยๆก่อนกลืนลงคอ “พี่ไม่ค่อยอยากกินน่ะครับ คุณแม่เอามาแต่กับข้าวเดิมๆเบื่อแล้ว” มือเล็กใช้ส้อมจิ้มไก่ทอดในชามปิ่นโตยื่นไปตรงหน้าจิน “กินไก่ทอดไหมคะ” มือหนาจับที่ข้อมือของคุณให้ขยับเข้ามาใกล้เขา ก่อนจะงับอาหารบนส้อมเขามองหน้าคุณที่ตอนนี้อึ้งที่คนตัวสูงจับข้อมือจนนิ่งไปแล้วจนจินเคี้ยวอาหารหมดแล้วยังมิวายหายอึ้ง “(ชื่อคุณ)...ตัวเล็กคะ” เสียงเรียกคะขาแบบนี้ใจสั่นอะฮือ “ขา...” “แหนะ ตอบพี่ด้วยนะคะเมื่อกี้ทำไมนิ่งไปคะ?” เนื่องจากความเขินทำเอาคุณต้องนำมือขึ้นมาพัดใบหน้าที่ร้อนผ่าวจนขึ้นสีแดงตอนนี้ “คือ...พี่หล่อไง แล้วคนหล่อมาทำแบบนี้มันก็เขินไง” คุณพูดทั้งๆที่หลบหน้าคนตัวสูง มือหนาวางลงบนผมของคุณก่อนยีไปมา “น่ารักจังเลยนะคะท่าทางแบบนี้..” โอ้ย ใจเจอกันครั้งจริงป่ะนี่เหมือนเขารู้จักกูมาก่อนงั้นแหละ “แล้วนี่พี่อยู่เกรดอะไรหรอคะ” “เกรดหรือเกรดคืออะไร?คะแนนหรอ” คนตัวสูงทำหน้างุนงงเหมือนกับคุณ “ก็...เอ่อ ห้องน่ะค่ะ” ทำไมไม่รู้จักเกรดกันนะ “อ๋อ พี่อยู่มัธยม6น่ะสายวิทย์น่ะครับ” “หึ่ย พี่ก็สายรหัสหนูสิคะ” “ครับผม” มือน้อยหยิบมือถือของคุณขึ้นมา “เจ้านั่น เกมกดหรือ?” “ห้ะ?  กะ...เกมกดไม่ใช่นะคะ พี่...ไม่รู้จักโทรศัพท์หรอคะ?” เขาทำนิ่งไปชั่วครู่ “รู้จักสิ แหม พี่ก็ไม่ได้ล้าสมัยขนาดนั้นไหมล่ะคะ?” คุณพยักหน้านิ้วน่ารักจิ้มเข้าที่กล้องถ่ายรูป “ขอถ่ายรูปด้วยหน่อยได้ไหมคะ?” “ถ่ายไปทำไมหรือ?” “ก็แบบว่า...ที่ระลึกไงคะ เจอกันครั้งแรกที่ไหน...เผื่อแต่งงาน”  คำสุดท้ายคุณพูดมันเบาๆไม่ให้จินได้ยิน “เผื่ออะไรนะคะ พี่ได้ยินไม่ชัด” ได้ยินด้วยหรอว่ะ คุณแกล้งทำเป็นไม่สนใจชูมือถือขึ้นเซลฟี่ “ยิ้มหน่อยได้ไหมคะ” ปากสวยได้รูปยกยิ้มขึ้น...หล่อสัด...

แชะ! เสียงกดชัตเตอร์ของเด็กผู้หญิงตรงหน้าจินดังขึ้นเป็นเวลาเดี๋ยวกันที่ออดของร้องเรียนดังขึ้น “ไปเรียนได้แล้วค่ะตัวเล็ก” “พี่ไม่เดินไปด้วยกันหรอคะ” “เดี๋ยวพี่ไปค่ะ หนูออกไปก่อนเลย” คุณพยักหน้ารับก่อนจะเก็บปิ่นโตของคุณอย่างเร่งรีบ แผ่นหลังของสาวน้อยลิบตาไกลออกไปเรื่อยๆสะท้อนอยู่ในตาของจินเป็นระยะๆ “เหมือนซะจริง”

 

 

.

 

.

 

.

 

.

 

คนตัวเล็กกำลังก้าวเท้าพ้นเขตโรงเรียนในเวลาหกโมงเย็นเป็นธรรมดาที่เลิกดึกเพราะเนื้อหาค่อนข้างมาก คุณตัดสินใจหยุดเดินเพียงเพราะรำคาญผมเผ้าที่หลุดรุ่ยจึงยืนมัดมันซะอย่างกระนั้นแล อยู่ๆลมแรงก็พัดมาเสียดื้อๆราวกับว่าฝนกำลังจะตกอย่างไงอย่างงั้น โบว์เส้นเล็กสีขาวบริสุทธิ์ในมือของสาวน้อยปลิวตกพื้นไปไกล ปากก็คาบยางโบว์ก็จะวิ่งตามมือก็รวบผมอยู่คนตัวเล็กวิ่งไล่โบว์มาหยุดที่ปลายเท้าชายคนหนึ่ง โบว์ที่คุณเป็นเจ้าของถูกหยิบขึ้นมาโดยคนตรงหน้า “เดี๋ยวก็หกล้มหรอกค่ะตัวเล็ก” เสียงนุ่มของคนตรงหน้าดังขึ้นจึงทำให้คุณรู้ทันทีว่าคนตรงหน้าเป็นใคร คุณตั้งตัวยืนขึ้นดังเดิมแต่กลับหลบสายตาคนตรงหน้า “หนูขอโบว์ด้วยค่ะพี่จิน” คนตรงหน้าคุณส่ายหน้าก่อนเจ้าตัวจะเดินไปที่ม้านั่งบริเวณหน้าโรงเรียนคุณเลือกไม่ได้จึงต้องเดินตาม “นั่งลงค่ะ” “นะ...นั่งทำมะ...” ยังไม่ทันได้พูดจบคุณก็ถูกซอกจินดันตัวคุณลงนั่งเบาๆ “ขอยางด้วยค่ะตัวเล็ก” เขายื่นมือมาตรงหน้าคุณ “หนูมัดเองได้ค่ะพี่จิน” เขายังคงแบมืออยู่อย่างนั้นแต่ไม่พูดอะไร คุณจึงยอมวางหนังยางบนมือซอกจิน “มีหวีไหมคะ?” คุณส่ายหน้าปฏิเสธ มือหนารวบผมของคุณเบาๆไม่ได้แน่นเพื่อให้ผมเรียงกันสวยแต่เพราะผมของคุณแค่ประบ่าจึงหลุดเหมือนเดิม “ไม่ต้องมัดหรอกค่ะ” “มัน...น่ารำคาญนี่คะ” “น่ารักแล้วค่ะ ยิ่งใส่แว่นยิ่งน่ารัก” ผู้ชายปากหวานอีกแล้ว ใจสั่นอีกแล้วด้วย คนตัวเล็กหลบตาคนตรงหน้าแต่ยังไม่ทันได้พูดคุยอะไรต่อ

แป๊น! เสียงแตรรถดังดึงความสนใจของคุณไปทางด้านหลัง “ทำอะไรอยู่คะคุณลูก” “สวัสดีค่ะ เอ่อ...หนู” คุณจะหันไปมองผู้ชายตรงหน้าตัวเองแต่กลับมีเพียงลมไร้ซึ่งเงาของเขา “...ไปไหนแล้วเนี่ย” “ดึกแล้วนะลูกขึ้นรถได้แล้ว” ความรีบเร่งของคุณจึงขึ้นไปทั้งปล่อยผมอย่างนั้น คนตัวเล็กมองออกไปนอกหน้าต่างรถอย่างสงสัย “มองอะไรลูก” “เปล่าค่ะ วันนี้มีอะไรทานคะคุณแม่” บทสนทนาบนรถดำเนินไปเรื่อยๆจนรถหยุดเคลื่อนภายในโรงจอดรถในรั้วบ้าน คนตัวเล็กเปิดประตูออกมาก็พบกับ “หวาน!...มาไงอะ” “ย้ายตามมึงมา” หวานเพื่อนสนิทสมัยม.ต้นของคุณ

ทั้งสองสาวพากันขึ้นมาจนถึงห้องของ(ชื่อคุณ) “วันนี้ไมมึงไม่ไปกินข้าวโรงอาหารว่ะ ยืนหาอยู่ตั้งนาน” คุณอมยิ้มให้กับคำถามของเพื่อนสาว “เรื่องนี้แหละที่จะเล่าคือกูไปเจอรุ่นพี่คนนึงมาหล่อลากมากมึงหล่อจนกูคิดว่าเขาควรเป็นศิลปินอะ คำแรกที่เขาพูดกับกูนะแม่งรู้เลยว่าเจ้าชู้” “เขาพูดว่า?” “พี่ขอนั่งด้วยได้ไหมคะตัวเล็ก” “อีเหี้ย อะเฮือกอะเจองี้กูเป็นลมแล้วหล่อมากป่ะมีรูปไหม?” คุณพยักหน้างึกๆ ก่อนจะเปิดมือถือขึ้นดูแต่กลับไม่พบรูปที่ถ่ายในแกลลอรีซะงั้น “ไม่เจอว่ะ สงสัยกูลืมกดถ่าย” ว่าจบคุณก็โยนมือถือลงเตียงนอน “อยากให้เห็นชิบหายปานเทพบุตรกูไม่คิดว่าเป็นคนด้วยซ้ำ” “งั้นพรุ่งนี้พากูไปเจอได้ป้ะ” “จะหาเขาเจอไหมก่อนแปปๆก็หาย”

 

.

 

.

 

 

.

 

.

 

สัปดาห์ถัดมา ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาคุณก็เจอเขาในที่ลับนั่นตลอดวันนี้คุณมาถึงโรงเรียนก่อนหวานเพราะเพื่อนสนิทคนนี้เนี่ยมาสายเสมอสิ่งแรกที่ทำเนี่ยคือมองหาผู้ชายก่อนเลย “อยู่ไหนนะพี่จิน” คนตัวเล็กกวาดสายตาไปรอบๆก่อนที่สายตาจะไปสะดุดเข้ากับรอยยิ้มที่แสนอบอุ่นของคนที่คุณตามหากำลังส่งยิ้มมาให้คุณจากชั้นสามที่เดิมเหมือนเมื่อวานเป๊ะ! คนตัวเล็กฉีกยิ้มยีฟันคืนจนทำเอาเขาที่มองมาขำออกมาเบาๆจนสังเกตได้ “หล่ออีกแล้ว...” อยากจะเดินขึ้นตึกไปซะจริงแต่เขาห้ามสายชั้นอื่นขึ้นตึกเรียนสายชั้นอื่นนี่สิ

เวลาร่วงเลยมาจนถึงเวลาเรียนกีฬาบาสเกตบอล “หวานมึงโดนให้กูนะ” เพื่อนส่ายหน้าทำเอาคุณต้องวิ่งไล่ บอลจากอีกฝ้ากของสนามกลิ้งมาสกัดขาคุณเข้าอย่างจัง

ปึ้ง! คนตัวเล็กล้มลงไปนอนกองกับพื้น

“เป็นอะไรไหมคะ เราขอโทษ” เพื่อนอีกห้องรีบวิ่งมาดูคุณอย่างไว “เห้ย โอเคๆ ไม่เป็นไรแต่...เราว่าเราต้องไปห้องพยาบาล” เพื่อนตรงหน้าพยักหน้ารับก่อนจะรีบพยุงคุณที่ข้อเท้าพลิกมาจนถึงห้องพยาบาลที่แอร์โคตรเย็น “พวกเธอไปเรียนเหอะเดี๋ยวเราอยู่คนเดียวได้” พวกนั้นพยักหน้าเลาๆก่อนจะปิดประตูห้องพยาบาลช้าๆ “เป็นอะไรมาลูก” ครูสาวสวยเดินตรงมายังคุณที่นั่งอยู่ปลายเตียงนอน “ข้อเท้าพลิกค่ะ” ครูสาวเมื่อได้ยินจึงเดินไปดูที่ประคบเย็นในตู้แช่

Rrrrrrr โทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้นเธอจึงเดินไปรับ แต่ดูเหมือนว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นก็เดาจากสีหน้าอะนะ “หนูประคบเองได้ใช่ไหมจ้ะ ครูไปก่อนนะมีรุ่นพี่เขาชักน่ะจ่ะ” คุณพยักหน้ารับก่อนจะมองตามแผ่นหลังครูสาวที่เดินออกไป “แล้วก็ไม่เอามาให้กูประคบด้วยนะให้คนขาพลิกเดินไปหยิบเอง” คนตัวเล็กกำลังจะดันตัวเองลุกขึ้น

พรึบ! เสียงเปิดปิดประตูดังขึ้นจนทำให้คุณต้องหันมอง

“ตัวเล็กเป็นยังไงบ้างคะ เนี่ยเราไม่ระวังเลยนะคะวิ่งเล่นในคาบพละได้ยังไงก็รู้ว่าอีกฝ้ากของยิมก็มีอีกสนามนี่คะ บลาๆๆๆ” มาถึงก็บ่นเลยแหะ “บ่นเหมือนคนแก่เลย จินขี้บ่น” คุณพรึมพรำกับตัวเองคนตัวสูงที่กำลังบ่นคุณมองหน้าคนแล้วหยุดพูดทันทีเหมือนว่าจะได้ยิน “พี่ได้ยินนะคะ ที่พี่บ่นก็เพราะว่าห่วงเรานั่นแหละค่ะตัวเล็กโตขนาดนี้แล้วดูแลตัวเองหน่อยค่ะไม่ใช่เล่นเป็นเด็กไม่รู้จักโต” ถึงแม้ปากจะบ่นแต่มือของเขาก็หยิบเจลประคบออกจากช่องแช่เดินตรงมายังคุณที่นั่งอยู่ปลายเตียง คุณแบมือจะรับเจลประคบเย็นจากซอกจิน “ขอบ...” คนตัวสูงนั่งลงกับพื้นมือหนาประคองเท้าของคุณเบาๆก่อนจะถอดรองเท้าข้างนั้นออกอยากจะชักขากลับแต่ก็ทำอะไรไม่ถูกตอนนี้ใจแม่งโคตรสั่นเลย “หนูทำเองได้พี่...” “อย่าดื้อกับพี่ค่ะ เดี๋ยวพี่ทำให้” “พี่..ไม่รังเกียจเท้าคนอื่นหรอคะ” ซอกจินไม่สนใจคำพูดของคุณแม้แต่น้อยเอาแต่สนใจกับข้อเท้าของคุณ “พี่จิน...พี่ไม่ไปเรียนหรอคะ” คำถามก็ไร้ซึ่งการตอบกลับใดๆมีเพียงแค่ความเงียบและเสียงเครื่องปรับอากาศเบาๆเท่านั้น “พี่จิน..” เขาวางเท้าคุณลงเบาๆ คนตัวสูงเดินไปหยิบผ้ายืดนำมาพันข้อเท้าให้คุณ “ทีหลังก็ระวังหน่อยนะคะ โตแล้วไม่มีใครมาดูแลหนูได้ตลอดหรอกนะคะ” “แล้ว...พี่ไม่อยากดูแลหนูตลอดไปหรอคะ” เป็นคำถามที่คนถามเขินเองส่วนคนโดนถามกลับยิ้มบางๆให้คุณแทนสายตาแบบนั้นมันคืออะไรกัน “พี่ไปก่อนนะคะ” ซอกจินเดินออกไปเหลือเพียงคำถามไว้ในใจคุณแต่ไม่นานหลังจากที่คุณออกไปหวานเพื่อนสนิทก็เดินเข้ามา “ทำหน้าหมาหงอยเป็นอะไรของมึง?” “รู้สึกนอยๆว่ะ แล้วนี่ไม่เรียน?” “เรียนดิแต่คาบต้อย กูเลยบอกว่ามาดูมึง” “ตอแหลมากจ้า” “รู้ตัวจ้า เมื่อไหร่จะหายบวมอะ” “อีกนานพยุงกูด้วย” “ล่ะนี่ใครทำให้ หน้าอย่างมึงไม่น่าเองนะ” หวานยิงคำถาม “ผู้ชาย พอใจยัง” “เมื่อไหร่จะได้เห็นหน้าว่ะหล่อแล้วอบอุ่นขนาดนี้” “ไม่มีทางของกูค่ะ” “จ่ะๆ”  แทบจะนับคำพูดได้เลยแหละว่าคุณมีความสุขแค่ไหนเวลาได้อยู่ซอกจินเวลาที่คุณพูดถึงเขารู้สึกดีตลอดคงชอบเขาจริงๆแล้วแหละ

.

 

.

 

.

 

.

 

สองเดือนต่อมา

เป็นช่วงที่ต้องอ่านหนังสือและทำงานส่งอย่างเร่งรีบ แต่ก็ยังคงมีเวลาไปเจอเขา ที่เรื่องของเขาคุณไม่อยากบอกใครนอกจากเพื่อนสนิทเพราะเขากำชับเอาไว้ ใช่ค่ะ คุณเชื่อฟังเขามาก วันนี้เนื่องจากว่ามีงานกลุ่มชิ้นหนึ่งที่ยังทำไม่เสร็จจึงทำเรื่องขอพักค้างคืนที่โรงเรียนเพราะเขามีหอพักรองรับนักเรียนอยู่

22.00 น.

เวลานี้งานทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อยดีทุกอย่างหอที่นี่ปิดเวลาเที่ยงคืนตรง “หวาน ไปซื้อขนมกินกันไหมคืนนี้กูว่าจะอ่านหนังสือต่อ” เพื่อนสาวส่ายหน้าแต่มีหรือคุณจะไม่ไปก็ไปเช่นเคยก็แน่ล่ะด้านล่างหอมีร้านสะดวกซื้อ24ชม. คนตัวเล็กในชุดนอนกระโปรงยาวถึงหน้าแข้งแขนเสื้อยาวคลุมข้อศอกสีขาวปลายชมพูน่ารักตามประสาเด็กผู้หญิง ออกจากร้านมาพร้อมขนมกรุบกรอบและแบรนด์ในถุงผ้าคุณก้าวเท้าเดินมาจนถึงทางเข้าหอกลับสังเกตเห็นผู้ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงสีผ้าดิบขาก้วยรองเท้าแตะคนหนึ่งกำลังยืนมองมาที่คุณ “...พี่จิน...ไม่กลับบ้านหรอคะ” ชุดนอนบ้านี่ยิ่งทำให้อิฉันใจสั่นค่ะ โอ้ย หล่อลาก คนตัวสูงเดินตรงมาหาคุณ “พี่อยู่หอที่นี่ค่ะ ว่าแต่เราเถอะมาทำอะไร” “มาค้างค่ะ พอดีว่างานมันยังไม่เสร็จ” “แล้วพี่มาทำไรหอหญิงหรอคะ” “เราอะแหละมาทำอะไรหอบุรุษคะ” คุณมองขึ้นไปยังป้ายที่ติดอยู่หน้าหอ ‘หอบุรุษ’ “อุย...ขอโทษค่ะ ก็มันอยู่ใกล้กันนี่เนอะ” คุณหัวเราะแก้เขิน คนตัวเล็กกำลังจะก้าวเท้าออกจากบริเวณหน้าหอ “เดี๋ยว(ชื่อคุณ) ไปทานบะหมี่หมูแดงกันไหมคะ เจ้านี้เจ้าดังเลยอยู่มา50ปีแล้ว” “จะไปยังไงคะ เขาปิดรั้วแล้วนี่คะ” ซอกจินยิ้มมีเลศนัยให้คุณก่อนจะพาคุณแอบมาจนถึงข้างรั้วโรงเรียนหลังร้านบะหมี่ “ลุงคะ เอาบะหมี่หมูแดง2ถ้วยค่ะ” คุณยืนสั่งส่วนซอกจินหลบอยู่หลังกำแพงดูลาดราว “ได้แล้วจ่ะ” คุณยื่นธนบัตรสองใบจ่ายไปก่อนจะยื่นอีกชามในซอกจินที่รอรับอยู่ด้านล่าง หลังจากรับของเสร็จคนตัวสูงก็ถือวิสาสะจับมือคุณเดินมาจนถึงที่ลับที่รู้กันแค่สองคน “พี่..จะปล่อยมือหนูได้รึยังคะ” คนตัวสูงเขินเบาๆรีบคลายข้อมือคุณออกคุณและเขาเอาแต่นั่งซดบะหมี่ในถ้วยกันจนเผลอขำสำลักบ้าง ตะเกียบไม้ของซอกจินคีบลูกมาใส่ในถ้วยของคุณ “ให้ทำไมคะ?” “ไม่ต้องถามเลยค่ะ กิน...” “ใครอยู่ตรงนั่นอ่ะ!” เสียงลุงยามดังเข้าใกล้มาเรื่อยๆพร้อมแสงจากกระบอกไฟฉาย คนตัวสูงดึงตัวคุณมาซ่อนในพุ่มไม้ทั้งที่มืออีกข้างยังถือถ้วยบะหมี่อยู่ไฟจากกระบอกไฟฉายส่องมาที่ม้านั่งสีขาวแต่ก็ไม่พบใคร “ไม่เห็นมีใคร” ลุงยามว่าแล้วก็เดินออกไป คุณและซอกที่กำลังนั่งยองกันอยู่หัวเราะคิกค้ากกันอย่างสนุกสนาน “พี่นี่แกนนำอะไรแบบนี้ใช่ไหมคะเนี่ย” “ก็นิดนึงครับช่วงชีวิตวัยรุ่น เดี๋ยวพี่เอาถ้วยไปคืนร้านให้ส่วนเราก็ไปเข้าหอได้แล้วนะคะ” คุณพยักหน้ารับ

 

.

 

.

 

 

.

 

.

5.50 น.

เวลานี้พระอาทิตย์ยังขึ้นไม่เต็มดวงแต่พอมีแสงรำไรที่ขอบฟ้าคนตัวเล็กในชุดลำลองดูสบายเพราะวันนี้เป็นวันเสาร์แต่ก็ต้องรอเพื่อนตื่นเลยออกมาเดินเล่นในหัวเอาแต่คิดเรื่องเมื่อคืนก่อนจะขำออกมา นึกได้จึงเดินไปที่ลับของเขาและเธอเพราะอดคิดถึงไม่ได้ สิ่งที่ไม่คิดว่าจะเห็นกลับได้เห็นซอกจินในอิริยาบถนั่งไขว้ห่างอ่านหนังสือการ์ตูน “ชุดเมื่อคืนนี่คะ พี่ยังไม่อาบน้ำหรอคะ” “อ้าวตัวเล็ก ยังเลยค่ะแปรงฟันล้างหน้าเสร็จก็ลงมาเดินหาที่สงบอ่านหนังสือ...การ์ตูนน่ะค่ะ” คุณขำเบาๆ คุณที่ก็แอบชอบเขามาสักพักแล้วเราก็รู้จักกันมาขนาดนี้แล้วอะเนอะ “พี่จินคะ” “ครับผม” “เรา...ยังไม่เคยไปเที่ยวด้วยกันเลยนะคะ...เอ่อ หนูไม่ได้หมายถึงว่าเดทนะคะ...คือแค่ชวนไปเที่ยวน่ะค่ะไม่ใช่ชวนเดทนะคะ” ซอกจินส่งยิ้มให้คุณบางๆ “หนูยังเด็กอยู่นะคะ ออกไปเที่ยวกับผู้ชายสองต่อสองมันไม่ดีรู้ไหมคะ” นั่นไง พ่อคนหัวโบราณ “...อือค่ะ” ซอกจินสังเกตสีหน้าของคุณมือหนาวางเล่มหนังสือการ์ตูนลง เจ้าตัวลุกขึ้นยืนเทียบคุณ คนตัวเล็กสูงเพียงไหล่ซอกจินเท่านั้นแต่สาวน้อยกลับเอาแต่ก้มหน้า “เราก็คุยกันเจอหน้ากันทุกวันจับมือกันพี่ก็ทำหลายอย่างที่คนคบกันเขาทำแล้วเมื่อไหร่...” คุณยังไม่ทันพูดจบกลับตกใจกับการกระทำของคนตรงหน้าที่อยู่ๆก็เดินมากอดคุณแต่กอดนี้มันเหมือนเป็นการปลอบใจเลยนะ ไม่รู้ทำไมฉันถึงอยากร้องไห้ มือเล็กกำชายเสื้อซอกจินแน่นเป็นแค่ความรู้สึกหน่วงในใจอย่างบอกไม่ถูก ใบหน้าของคุณถูกประคองขึ้น ริมฝีปากสวยประทับจูบลงบนหน้าผากของคุณ “พี่...พี่ทำแบบนี้หมายความว่าอะไรคะ?” “พี่รักหนูนะคะ แต่...เรารักกันไม่ได้” เขาทิ้งคำพูดแบบนั้นเอาไว้ให้กับคุณนี่เป็นรักแรกซะด้วยสิ คนตัวเล็กทำได้แค่มองแผ่นหลังของเขาเดินออกจากสถานที่แห่งนี้ไปช้าๆ “รักกันไม่ได้...นี่เหตุผลหรอว่ะ” คำพูดที่อึดอัดอยากจะพูดแต่ก็พูดออกมาเป็นคำไม่ได้

“ชื่อคุณ!” เสียงตะโกนเรียกของเพื่อนสาวทำเอาคุณตื่นจากฝันอันแสนเศร้านี้ “ร้องไห้ทำไมว้ะ” “กูฝันร้าย...แต่กูดีใจที่มันเป็นแค่ฝัน” “จานกัลยาเขาขอให้ช่วยจัดหนังสือห้องสมุดอะบวกคะแนนเคมีเพิ่มไปป่าว” วิชานี้สุดแสนยาก “ไปจ้า” คุณรีบไปอาบน้ำแต่งตัวและเช็คอินที่ห้องสมุดโรงเรียนสุดแสนกว้างและแอร์เย็น แต่ล่ะคนถูกจัดกันคนล่ะตำแหน่งคุณถูกจัดมาจัดคัดหนังสือเก่าออก “ชั้นสุดท้ายล่ะ นี่ก็สูงจังเลย”  ขาอวบค่อยๆปีนขึ้นไปหยิบหนังสือใส่ตะกร้าลงมาวางบนโต๊ะ “หนังสือรุ่นสุดจ๊าบ” คุณไปสะดุดตาเข้ากับ ‘รุ่นแรก’ ปกหนังสือค่อนข้างเก่าเริ่มเปื่อยหน่อยๆแล้วด้วยมือเล็กเปิดอ่านไปแต่ล่ะหน้า “ดูเรียบร้อยกันจัง” ระหว่างที่กำลังเปิดไปเรื่อยๆศอกเจ้ากรรมดันไปกระแทกโดยหนังสือเล่มหนึ่งร่วงลงพื้น “เหมือนสมุดเลยแหะ” คุณจึงถือวิสาสะเปิดดู กลับมีรูปภาพใบหนึ่งปลิวตกลงมา มือน้อยหยิบขึ้นมาปรากฎคนในรูปเป็นผู้ชายที่ตัวเองรู้จักดี “พี่จิน...คิม...ซอกจินงั้นหรอ?”หลังรูปเขียนไว้อย่างนั้นหนังสือเล่มนี้เหมือนจะเป็นไดอารี่ซะด้วยสิ

‘ผมเป็นคนเกาหลีแท้ครับ แต่มาโตที่ไทยเมืองไทยก็น่าอยู่นะครับ เพื่อนที่นี่น่ารักดีแต่ผม...ดันไปชอบรุ่นน้องคนนึงเข้าน่ะสิครับจริงๆก็ไม่ได้ชอบอะไรมากหรอกนะครับแต่จริงๆผมโกหกครับน้องเขาตามจีบผมจนผมเนี่ยชอบไปเลยล่ะครับ วันนี้พอแค่นี้น่ะครับครูเข้าแล้ว’ เหมือนสมุดจะจบแค่นี้นะเพราะมันจบแค่หน้าแรกหน้าเดียว คุณให้ความสนใจมากๆแต่ใครกันที่ตามจีบพี่จิน มือเล็กเก็บหนังสือนั่นวางไว้ข้างตัว “ต้องเอาไปล้อสักหน่อย” คุณเลิกสนใจกลับหันมาอ่านหนังสือรุ่นหน้าถัดไป กลับพบรายชื่อหนึ่งที่คุ้นตาเหมือนเคยอ่านไปเมื่อครู่นะ

‘คิม ซอกจิน รหัส 145

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน

รักแรกจะยังคงตราตรึงใจเสมอ’

“ทำไมพี่จินมาอยู่ในหนังสือรุ่นรุ่นแรกอะ” ทั้งชื่อนามสกุลรูปที่ติดเหมือนกันเป๊ะ มันทะแม่งๆล่ะนะ “(ชื่อคุณ)ๆ” เสียงหวานเรียกมาแต่ไกลพร้อมหนังสือเล่มใหญ่ในมือ เพื่อนสาววางหนังสือลงตรงหน้าคุณ “คนนี้โคตรหล่อ”

“พี่จิน...” “ห้ะ...มึงรู้จักด้วยหรอ?”

คุณไม่สนคำพูดของหวานแม้แต่น้อยเอาแต่ตั้งใจอ่านข้อความในหนังสือ

‘นักเรียนดีเด่นประจำรุ่น 01 ปีการศึกษา 2527

นาย ซอกจิน คิม

รหัส 0145

เกิดวันที่ : วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม ปีพุทธศักราช 2509

ได้รับรางวัลวิชาทางด้านวิทยาศาสตร์ระดับชาติ

.

.

เสียชีวิตเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ปี 2527

ขอแสดงความเสียใจและขอให้ความดียังคงอยู่’

 

“น่าเสียดายเนอะ ตายทั้งที่อายุแค่18” “ไม่จริงอะ...” “ไม่จริงไรมึง อ่านไม่ครบรึไง กูก็เสียดายเหมือนกัน” คนตัวเล็กรีบพาตัวเองวิ่งออกจากตึกตรงไปยังที่ลับของเขาและเธอ “พี่จิน!...พี่จิน..” ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับไร้ซึ่งเสียงใดพบเพียงความว่างเปล่าตรงหน้า “พี่จิน...พี่ออกมาดิวะ พี่ยัง....พี่ยังไม่ตายใช่ไหม...” ยังคงไร้เสียงตอบกลับมีเพียงแค่เสียงลมพัดเสียงนกร้อง “ไอ่พี่บ้า....มึงออกมาดิว่ะ” เหมือนถูกหักอกอย่างไงอย่างงั้นเหมือนถูกหลอกให้รัก... “พี่แม่ง....จะมาทำให้รักทำไมว่ะ!!” อยากจะด่าแต่ก็ไม่กล้าอยากจะกอดแต่ก็ไม่มีให้กอดอยากจะทุบอยากจะตีให้สมใจอยากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้

.

 

.

 

.

 

เขาหายไปจากคุณตอนนี้เป็นสัปดาห์ที่สองแล้วต่อให้ไปที่เดิมก็แล้วลองจุดธูปเรียกก็แล้วแต่กลับไม่ได้มีอะไรตอบกลับเลย “ฉันไม่น่ารู้เลย...ถ้าไม่รู้พี่จะได้ไม่หายไป” คุณพรึมพรำใจลอยอยู่ภายในรถเก๋งของคุณแม่ “(ชื่อคุณ)มีเรื่องอะไรก็เล่าให้แม่ฟังสิลูก” คุณกลับเงียบใส่คนเป็นแม่ “แม่ก็เคยมีรักแรกเหมือนกันนะคุยกับแม่หน่อยสิลูก” “แม่รุ่นอะไรหรอคะ ในโรงเรียน” คุณถามแบบหน่ายๆ “รุ่น02จ่ะ ทำไมหรอลูกสนใจอะไร” “แม่รู้จัก01ที่ชื่อซอกจินไหมคะ” คำถามของคุณทำเอาคุณแม่เบรกรถเลี้ยวเข้าข้างทางทันใด “ลูกทำไมรู้จักชื่อนี้?” “เจอในหนังสือรุ่นค่ะ เขา...เขาเป็นคนที่นิสัยไม่ดี...เขา...เขาทำร้ายใจหนูอะแม่...เขา เขาทำให้หนูรักเขาแล้ว..เขาแม่งเสือกตายไปแล้วไงแม่” คุณพูดทั้งน้ำตาตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมาคุณเอาแต่ร้องไห้ภายในห้องนอนอยู่ตลอด “หนูเจอเขาหรอลูก” คนเป็นแม่ลูบหัวคุณเบาๆ “...เขาเป็นรักแรกของแม่นะ เขาคนนี้แหละที่แม่เล่าให้ฟังบ่อยๆว่าเป็นรุ่นพี่ที่หล่อน่ารักนิสัยดี...เขา...ตายเพราะถูกซ้อม..ส่วนที่มาทำให้ลูกแม่รักทำไมแม่ก็ไม่รู้” “แม่รู้ไหมคะ ว่าหนูไม่สนว่าเขาจะเป็นอะไร...ต่อให้เขาเป็นอากาศก็อยากเจออะแม่ทำไมเขา” คนเป็นแม่ไม่ทนเห็นลูกร้องไห้จึงดึงมากอด “ไม่เอาไม่ร้องสิลูก...เขา...คงได้ทำในสิ่งที่เขาอยากทำแล้วนั่นแหละ”  “แล้วหนูอะแม่ เขาไปได้แต่ทิ้งหนูไว้คนเดียวอะนะ เขาไปไม่ลาสักคำเลยอะแม่” มือเรียวลูบหัวคุณเบาๆ “เขาไม่ลาจริงๆหรือเราคิดไปเองกันแน่ลองคิดดูดีๆ คิดว่าทุกวันที่มีเขามีความสุขแค่ไหน...ถ้าเขาไปแล้วเราจะทำอะไรได้ล่ะลูก มันก็เหลือแต่ความทรงจำที่เขาอยากให้หนูนึกถึงมันนะ” “หนูรักเขา...ฮึก...หนูรักเขาอะแม่” คราแรกที่เพียงแค่น้ำตาไหลแต่ครั้งนี้กลับสะอึกสะอื้นฟูมฟาย คนเป็นแม่มีหรือเห็นลูกแบบนี้จะไม่เสียใจไปด้วย

.

 

.

 

.

 

.

รถเก๋งคันสีขาวจอดเทียบสุสานแห่งหนึ่ง คุณและแม่หยุดยืนหน้าหลุมศพหนึ่งเขียนสลัดชื่อเป็นภาษาอังกฤษไว้ว่า ‘Kim seokjin’ คุณในชุดนักเรียนที่ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยน้ำตาจมูกชื้นจนขึ้นสีแดงเปลือกตาที่เริ่มบวมอย่างเห็นได้ชัดว่าเธอร้องไห้มาตลอดทาง เธอเพียงส่งยิ้มบางๆให้กับป้ายหลุมศพนั้นก่อนที่น้ตาที่หยุดไหลไปแล้วจะกลับมาไหลอีกครั้ง

.

 

.

 

.

 

“พี่ขอนั่งด้วยได้ไหมคะตัวเล็ก?”

.

 

.

 

.

 

.

 

“ไม่มีใครอยู่ดูแลเราไปได้ตลอดหรอกนะคะ”

.

 

.

 

.

 

.

“ไปนอนได้แล้วค่ะ”

.

 

.

 

.

 

.

“พี่รักหนูนะคะ”

.

 

.

 

.

 

.

 

รอยยิ้มแบบนั้นจะได้เห็นอีกเมื่อไหร่นะเกิดใหม่อีกกี่รอบถึงจะได้เจอพี่อีกกันนะ

 

 

Moon about

ปรารถนากับบางสิ่ง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น

  1. #1 MY Name PK (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 12:38
    ความหมายแฝงดีมาก
    #1
    0