TWINS SHUFFLE ll TWOKIM MYUNGNAM

ตอนที่ 4 : C H A P T E R 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 268
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    26 พ.ย. 58

C H A P T E R 3

#ฟิคแฝดมยอง









เสียงนาฬิกาที่ตั้งปลุกไว้ตอนเจ็ดโมงครึ่งทำให้ร่างสูงโปร่งสะลึมสะลือลืมตาตื่นอย่างช่วยไม่ได้ มือแกร่งควานหาโทรศัพท์มือถือตั้งใจจะกดปิดเสียงที่น่ารำคาญนั่นไปซะ ดวงตาคมลืมตาปรืออย่างง่วงงุนก่อนจะขยับลุกจากเตียงอย่างสะลึมสะลือเพื่อเข้าไปอาบน้ำเตรียมตัวไปโรงเรียนของน้องชายฝาแฝดที่เขาไม่เคยไปเลยสักครั้ง

ใช้เวลาไม่นานก็อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ขนมปังหนึ่งชิ้นกับกาแฟหนึ่งถ้วยเท่านั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับอาหารมือเช้า แอลออกจากบ้านอย่างไม่เร่งรีบนักเพราะตั้งใจอยู่แล้วว่าจะไปให้ถึงเวลาเข้าเรียนพอดี การเดินทางไปโรงเรียนของมยองซูต้องอาศัยรถไฟฟ้าซึ่งอยู่ห่างจากบ้านเขาออกไปประมาณสองสถานี ซึ่งแตกต่างจากโรงเรียนของเขาที่อยู่ห่างออกไปเกือบสิบสถานี แล้วก็เป็นไปตามคาดเขามาถึงตอนเข้าเรียนพอดิบพอดี

“คิมมยองซู” เสียงตะโกนดังสวนมาทันทีเมื่อเขาเปิดประตูเข้าห้องเรียนมา คนตัวเล็กผมสีทองยืนเท้าสะเอวมองมาที่เขาตาเขียวปั๊ดก่อนจะเดินดุ่มๆเข้ามาประชิดตัวเขา

“หนีกลับบ้านไม่พอยังทิ้งการ์ตูนเอาให้ฉันต้องตามเก็บอีก มันจะมากเกินไปแล้วนะคิมมยองซู” จากคำพูดและสีหน้าถึงไม่บอกก็รู้ว่าคนตรงตัวเล็กตรงหน้าคงจะมีเรื่องขุ่นเคืองกับน้องชายฝาแฝดเขาอย่างไม่ต้องสงสัย

“....”

แอลเพียงแต่ยืนนิ่งมองร่างเล็กเฉยๆโดยที่ไม่พูดอะไรออกมาสักคำ

“เป็นอะไรไม่สบายเหรอ?” เพราะความที่เป็นคนใส่ใจและช่างสังเกตพอเห็นเพื่อนมีอาการแปลกไปก็รู้สึกได้ทันที มือเล็กออกแรงดึงให้ร่างที่สูงกว่าโน้มตัวเข้ามาใกล้ก่อนจะทาบหน้าผากเล็กของตัวเองกับหน้าผากของอีกคนเพื่อวัดไข้ นิ่งประมวลผลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะผละร่างของเพื่อนออก

“ก็ไม่มีไข้นิ” ร่างเล็กเอ่ยงคอเล็กน้อยทำสีหน้างุนงง แต่ไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อเสียงเรียกของเพื่อนก็ดังขัดขึ้นมาก่อน

“นัม! มยองซู! นั่งที่เร็วอาจารย์มาแล้ว” ไม่ต้องให้เรียกซ้ำร่างเล็กก็พาตัวเองกลับไปนั่งที่อย่างรวดเร็ว จึงไม่ทันได้เห็นรอยยิ้มที่ปรากฏอยู่มุมปากได้รูป

ความวุ่นวายเกิดขึ้นเพียงชั่วเสี้ยววินาทีก่อนที่ทุกอย่างจะสงบลง ที่ว่างแห่งเดียวทำให้แอลรู้ได้ทันทีว่านั่นคือโต๊ะเรียนของมยองซู

หลังจากที่ร่างสูงโปร่งนั่งลงที่เก้าอี้ ไม่นานอาจารย์ก็ก้าวเข้ามาในห้องชายสูงวัยหน้าตาขึงขังดูแล้วน่าจะเป็นอาจารย์ที่เข้มงวดกวดขันไม่น้อย หลังจากที่นักเรียนทำความเคารพก็เข้าสู่เนื้อหาบทเรียนทันทีโดยไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรต่อมิอะไรให้เสียเวลา

เวลาไหลผ่านไปเรื่อยๆแอลที่นั่งนิ่งเท้าคางมองไปที่กระดานอยู่นานเริ่มตาปรือก่อนจะเปิดปากหาวขึ้นมาอย่างรู้สึกง่วงงุนและเบื่อหน่าย จวบจนกระทั่งหมดชั่วโมงเรียนแล้วอาจารย์เดินออกไปนั่นแหละถึงได้ยินเสียงถอนหายใจโล่งอกไปตามๆกัน

“รู้สึกเหมือนโดนผู้คุมวิญญาณกระชากเอาความสุขไปเลย พรุ่งนี้สอบซ่อมพยายามเข้านะมยองซู” ชายร่างบางคนที่เรียกเขาให้นั่งที่เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มแห้งพลางยกกำปั้นขึ้นทั้งสองข้างส่งแรงใจมาให้ ผิดกับแอลที่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเพราะไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังพูดถึงอะไร

“ซ่อม?”

“ใช่ แล้ววันนี้นายก็ต้องติวคณิตกับฉัน ที่สำคัญถ้าครั้งนี้นายสอบไม่ผ่านฉันจะไม่ช่วยนายจริงๆแล้วด้วย” อูฮยอนพูดขู่พลางยกมือกอดอกเสริมลักษณะท่าทางให้ดูน่ากลัวมากขึ้น แต่นอกจากจะไม่ช่วยแล้วกลับทำให้อีกฝ่ายหลุดหัวเราะในลำคอออกมาเบาๆอย่างนึกเอ็นดู


แปลก .. กับมยองซูเขาไม่เห็นรู้สึกว่าจะน่ารักเหมือนกับคนตรงหน้าแบบนี้เลย

อาจเพราะด้วยใบหน้าหรืออะไรหลายอย่างที่ดูคล้ายกันมากก็เป็นได้


“ดงอู นายล่ะจะมาติวที่ห้องด้วยกันมั้ย?” อูฮยอนเอ่ยชวนเพื่อนสนิทอีกคนที่แม้จะสอบผ่าน แต่มานั่งเล่นกันที่ห้องและช่วยกันติวมยองซูอีกแรงก็ดูไม่เลวเหมือนกัน

“วันนี้คงไม่ได้ เพราะนัดกับพวกซึงโฮไว้แล้วว่าจะไปเต้นสตรีทแด๊นซ์กัน” ดงอูเอ่ยพร้อมกับโยกคอด้วยนิดหน่อย ท่าทางคงจะอยากวาดลวดลายเต็มแก่

“น่าสนุกจัง เอาไว้คราวหน้าฉันจะไปดูนายเต้นให้ได้เลย” ถึงร่างเล็กจะรู้สึกเสียดายแต่เพราะเรื่องสอบซ่อมของมยองซูสำคัญกว่าเลยยอมตัดใจง่ายๆในทันที

“ได้เลย” ดงอูรับปากมั่นเหมาะ ขณะที่แอลได้แต่มองทั้งสองเงียบๆไม่ได้พูดอะไรออกมา



วันนี้ทั้งวันดวงตาเรียวของซองกยูได้แต่รอบมองเพื่อนสนิทที่เงียบไม่พูดไม่จาแถมแผ่ออร่าดำทะมึนออกมาอยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งอาจารย์ที่สอนวันนี้ทั้งวันไม่มีใครกล้าเรียกถามเลยสักคน จะว่าไปเจ้าตัวมีอาการแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วหลังจากที่หยิบบัตรสองใบออกมาจากกระเป๋าก่อนจะปากระแทกอัดลงไปบนโต๊ะเต็มแรง จากนั้นก็ยกมือขึ้นทึ้งเส้นผมอย่างเอาเป็นเอาตาย ในขณะที่เขา โฮวอน และซองจงได้แต่นั่งมองอีกฝ่ายอย่างรู้สึกงุนงงสุดขีด

ฟาดงวงฟาดงากับตัวเองจนพอใจนั่นแหละเจ้าตัวก็ลุกเดินสะบัดก้นกลับเข้าห้องนอนของตัวเองไป ทิ้งความงงงวยไว้ให้ทั้งสามคนได้แต่มองตามหลังไปตาปริบๆ มือบางของซองจงหยิบบัตรทั้งสองใบขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นบัตรประชาชนกับบัตรนักเรียนที่เป็นชื่อของเจ้าตัว ก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติเลยนี่นา…


บอกตามตรงเลยว่าตั้งแต่รู้จักกันมาเขาเพิ่งจะเคยเห็นแอลแบบนี้เป็นครั้งแรก…


ไม่รู้รอบที่เท่าไหร่แล้วของวันที่ซองกยูได้แต่นั่งถอนหายใจอยู่ในท่ามกลางบรรยากาศที่อึดอัดเช่นนี้ จวบจนกระทั่งได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือของอีกฝ่ายดังขึ้น ร่างเพรียวจากที่นั่งนิ่งอยู่บนโซฟาตั้งแต่กลับจากไปเรียนก็เด้งตัวลุกขึ้นจากโซฟาราวกับติดสปริง แล้วเดินกลับเข้าไปในห้องนอนของตัวเองทันที

มยองซูที่กลับเข้ามาในห้องเป่าปากผ่อนลมหายใจออกเพื่อควบคุมอารมณ์ไม่ให้ระเบิดใส่อีกฝ่ายไปก่อนที่จะทันได้พูดคุยกันให้รู้เรื่อง

“แอล…” เสียงกระโชกโฮกฮากกลืนหายเข้าไปในลำคอทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายที่สวนกลับมา

(หยุด….ถ้านายยังไม่อยากให้แม่รู้เรื่องสอบซ่อมสี่วิชา มยองซู)

“....”

ได้เลยครับท่าน ทราบแล้วครับผม ปฏิบัติตามนั้นเลยครับ (__)

ถ้าเล่นเอาเรื่องนี้มาขู่ กระผมคิม มยองซู ไม่ขอสู้จริงๆครับพูดเลย ไม่เช่นนั้นท่านฮิบาริในห้องนอนทั้งหลายทั้งมวลอาจมีอันเป็นไปได้

ว่าแต่...

“สี่วิชาเลยเหรอ?”

(อืม) ปลายสายตอบรับสั้นๆแต่น้ำเสียงเอือมเต็มที

สอบตกสี่วิชา .. ถ้าขืนให้บุพการีรู้มีหวังนอกจากท่านฮิบาริจะอันตรธานหายไปแล้ว ชีวิตของเขาคงมีสภาพไม่ต่างกันนัก

(ฉันจะสอบซ่อมให้แทน แลกกับที่นายอยู่โรงเรียนนั่นแทนฉันสามเดือน)

“....”

มยองซูเม้มริมฝีปากแน่นอย่างขบคิด ยอมรับเลยว่าเขาเริ่มรู้สึกลังขึ้นมาเล็กน้อยที่จะตอบรับข้อเสนอ

(หรืออยากให้แม่รู้เรื่องนี้?) เสียงเรียบนิ่งจากพี่ชายฝาแฝดบีบบังคับให้เขาต้องยอมรับกลายๆ

“.......แค่สามเดือนเท่านั้นนะ” มยองซูกลั้นใจเอ่ยพูดออกไปอย่างไม่มีทางเลือก

(อืม แค่สามเดือน)

หลังจากที่ตกลงกันเรียบร้อยก็วางสายไป



มยองซูเป่าปากพ่นลมหายใจออกมาอย่างรู้สึกเครียด เมื่อนึกถึงสิ่งที่เขาต้องเผชิญในอีกสามเดือนข้างหน้า

… โรงเรียนที่มีแต่นักเรียนระดับชั้นหัวกะทิ ...










….

แอลหลังจากที่ตกลงกับน้องชายฝาแฝดเรียบร้อยก็เดินออกมาจากห้องน้ำ แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นร่างเล็กของใครบางคนกำลังยืนกอดอกทำหน้าบึ้งตึงดักรออยู่ที่หน้าประตู

“ได้เวลาติวหนังสือแล้ว พรุ่งนี้อยากกินไข่ต้มไง?” อูฮยอนเอ่ยก่อนจะหมุนตัวเดินไปนั่งที่โต๊ะตั้งพื้นแบบญี่ปุ่น หนังสือเรียนรวมทั้งชีทวิชาคณิตศาสตร์ที่ใช้สอบซ่อมในวันพรุ่งนี้วางกองตั้งไว้อยู่บนโต๊ะ


ตุบ..ตุบ..ตุบ..ตุบ

เสียงมือตบลงพื้นเบาๆเรียกให้อีกฝ่ายมานั่งประจำที่เพื่อจะได้เริ่มต้นติวกันสักที


“ถ้าให้ฉันเดานะ อาจารย์ต้องออกประมาณนี้แน่ๆเลย” อูฮยอนเอ่ยพร้อมกับวางหนังสือไว้ตรงหน้าของแอล มือเล็กที่ถือดินสออยู่ในมือวงไปโจทย์เพื่อบอกให้รู้ว่าหมายถึงข้อไหน

“ถ้าไงเดี๋ยวฉันจะสอนนายทำก่อนสักสามสี่ข้อเป็นตัวอย่าง แล้วนายค่อยลองทำเองนะ” คนตัวเล็กเอ่ยก่อนจะเริ่มต้นอธิบายวิธีทำแคลคูลัสให้อีกฝ่ายทำช้าๆ ก่อนที่เสียงอธิบายเจื้อยแจ้วจะหยุดชะงักลงเมื่อเห็นว่าผลลัพธ์ออกมาได้ไม่ตรงกับที่โจทย์กำหนดค่ามาให้

“เอ่อ แป๊บนึงนะ” ใบหน้าน่ารักยิ้มแหย ก่อนจะไล่ย้อนกลับขึ้นไปดูวิธีการทำใหม่ตั้งแต่ต้นอีกครั้ง ความจริงแอลเห็นแล้วว่าอีกฝ่ายคำนวนผิดตั้งแต่ช่วงแทนค่า f′(c)=0 แล้ว แต่ใบหน้ายามตั้งอกตั้งใจตอนทำโจทย์ทำให้ร่างสูงนิ่งมองโดยไม่พูดอะไรออกมา ยิ่งได้เห็นสีหน้ายุ่งเหยิงเพราะสับสนวิธีการทำของเจ้าตัวแล้วก็ยิ่งมองเพลิน เห็นแล้วก็รู้สึกน่ารักดี

“ได้แล้วๆ” น้ำเสียงเอ่ยพูดขึ้นอย่างร่าเริงเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้กับร่างสูงก่อนจะเริ่มอธิบายใหม่ตั้งแต่เริ่มอีกครั้ง ช่วงเวลาการสอนของอูฮยอนจะเป็นไปด้วยความทุลักทุเลแต่ทว่าก็พยายามช่วยสอนอีกฝ่ายเต็มที่

“เอาล่ะ คราวนี้ตานายลองทำโจทย์ดูบ้างนะ” อูฮยอนยิ้มกว้างให้แอลยังคงนั่งเท้าคางมองมานิ่งๆ

“เอ้า ลองทำดูจะได้รู้ไงว่าติดอะไรตรงไหน” คนตัวเล็กเอ่ยพูดอีกครั้งเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมลงมือทำโจทย์ตามที่บอกสักที


“...........ถ้าทำถูกจะได้อะไร?”


คำเอ่ยถามที่หลุดออกมาจากริมฝีปากได้รูปทำเอาอูฮยอนขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างงุนงง


“ห๊ะ?”

“ก็นี่มันยากใช่มั้ยล่ะ?” แอลเอ่ยพร้อมกับชี้ไปที่โจทย์ในหนังสือขณะที่ดวงตายังไม่ละไปจากใบหน้าของอูฮยอนแม้แต่น้อย

“อ่า…” คนตัวเล็กครางออกมาเบาๆพลางพยักหน้าเล็กน้อย

มันยากอย่างที่อีกฝ่ายบอกจริงๆ

“ถ้ามีรางวัลสักหน่อยมันก็น่าจะดีนะ” แอลพูดเรียบๆพร้อมกับก้มหน้าลงเพื่อหยิบดินสอไม้ที่วางอยู่มาหมุนเล่นไปมา

อูฮยอนโคลงศีรษะไปมาเล็กน้อย


มันอาจจะเป็นความคิดที่ดีก็ได้ เพราะขนาดเด็กยังต้องมีให้รางวัลเลย นับประสาอะไรกับมยองซู


“ถ้านายทำถูก 5 ข้อจาก 10 ฉันจะซื้อหนังสือการ์ตูนรีบอร์นเล่มหน้าให้นายเลย” ถ้าเป็นมยองซูคงจะพยักหน้าตอบรับทันทีโดยไม่คิด แต่เพราะคือแอลไม่ใช่คำตอบจึงเป็นการถอนหายใจหนักพร้อมกับส่ายศีรษะไปมาแทน

ขณะที่อูฮยอนได้แต่เบิกตากว้างเป็นไข่ห่านเพราะแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลยว่ามนุษย์ที่คลั่งไคล้ฮิบาริอย่างเป็นบ้าเป็นหลังจะปฏิเสธหนังสือการ์ตูนรีบอร์นที่เขาตั้งใจจะซื้อให้เป็นรางวัลสำหรับทำถูกโจทย์ได้เกินครึ่ง

“แค่การ์ตูนซื้อเองได้หรอก” พอได้ฟังเหตุผลความแปลกใจก็หายวับไปทันที

“...แล้วอยากได้อะไรล่ะ?” อูฮยอนเอียงคอถามด้วยความสงสัย

“เอาไว้ค่อยบอกหลังจากที่ทำเสร็จแล้วกัน” แอลกดยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยพร้อมกับดินสอที่หมุนเล่นไปมาหยุดนิ่งลง

“งั้นเดี๋ยวฉันไปดูคุณท่อรอนายทำโจทย์นะ” คนตัวเล็กเอ่ยพร้อมกับลุกขึ้นยืนพาร่างของตัวเองทิ้งตัวนอนลงบนเตียงนุ่มที่ขยับขยายจากเตียงนอนเดี่ยวเป็นเตียงเดียวขนาดใหญ่ คว้าเอา E-Pad ที่วางกองไว้บนเตียงแล้วกดเปิดแอพคุณท่อขึ้นมาเพื่อดูรายการวาไรตี้ชื่อดังอย่างดิสอิสอินฟินิททึที่ดูค้างไว้อยู่ต่อ

ช่วงที่อูฮยอนกำลังเพลินอยู่กับความตลกชวนปัญญาอ่อนของวงไอดอลชื่อดัง รอยยิ้มบางๆประดับมุมปากของร่างสูงก่อนที่เขาจะหันกลับมาสนใจกับโจทย์ตรงหน้าอีกครั้ง ดวงตากลมไล่อ่านโจทย์ที่อีกฝ่ายทิ้งไว้คร่าวก่อนๆจะเริ่มหยิบดินสอขึ้นมาเขียนคำตอบพร้อมทั้งแสดงวิธีทำ

ได้ยินเสียงหัวเราะดังออกมาจาก E-Pad เป็นระยะ แต่ทว่าเสียงโวยวายของลีดเดอร์ประจำวงไอดอลชื่อดังกลับเรียกเสียงหัวเราะจากคนตัวเล็กบนที่นอนได้เป็นอย่างดี

แอลเงยหน้าขึ้นจากกระดาษสีขาวที่มีตัวเลขขีดเขียนอยู่เต็มแผ่นหันไปมองร่างเล็กที่นอนตีขาขึ้นลงอยู่บนที่นอนนุ่ม ใบหน้าเปื้อนยิ้มของชายหนุ่มเรือนผมสีทอง เรียกรอยยิ้มบางๆจากร่างสูงได้อย่างง่ายดาย

แปลก ที่รอยยิ้มของร่างเล็กสามารถทำให้คนที่มีใบหน้าติดขรึมอยู่ตลอดกลับมีรอยยิ้มขึ้นมาได้

ดวงตาเรียวรีละสายตาจากจอเพราะรู้สึกได้ถึงดวงตาที่ลอบมองมา ร่างสูงที่นั่งเท้าคางกับโต๊ะพลางเคาะดินสอไปด้วยเป็นจังหวะ ดวงตาคมที่อ่านไม่ออกทำให้อูฮยอนขมวดคิ้วก่อนจะเอ่ยปากถามออกไป

“ทำเสร็จแล้ว?”

“ยัง”

ทั้งที่ทำเสร็จแล้วแต่เขากลับพูดโกหกออกไปโดยไม่รู้ตัว

“ก็ทำให้เสร็จสิ”

“มัน..เสียงดัง” แอลพูดสั้นๆแล้วพยักเพยิดไปทางสิ่งที่อยู่ในมือคนตัวเล็ก อูฮยอนหัวเราะแห้งออกมาก่อนจะรีบกดปุ่มลดเสียงที่ทำลายสมาธิของเพื่อนสนิทเขาก่อนจะขยับตัวเพื่อเอื้อมไปหยิบสายหูฟังมาเสียบเอาไว้

“โทษทีนะ” รอยยิ้มเจื่อนถูกส่งมาจากใบหน้าหวาน ซึ่งแม้จะเป็นรอยยิ้มที่แตกต่างจากตอนแรก แต่กลับยังคงความน่ารักเอาไว้ไม่เปลี่ยน โดยที่เจ้าตัวจะรู้หรือไม่ก็ตามแต่รอยยิ้มของนัมอูฮยอนสร้างความสุขให้ใครต่อใครโดยไม่รู้ตัว

.

.

.

“เสร็จแล้ว” เว้นช่วงระยะไว้พักหนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นเรียบๆ เพราะหูฟังที่ใส่ไว้เพียงข้างเดียวทำให้คนตัวเล็กที่ดูรายการอยู่นั้นรีบกดสต๊อปเพื่อหยุดดูทันที ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงนอนเข้ามานั่งยังที่เดิมของตัวเอง

“ไหนดูหน่อย” มือเล็กทำท่าจะเอื้อมมาหยิบกระดาษแต่กลับถูกมือแกร่งยื้อเอาไว้เสียก่อน

“อย่าลืมที่ตกลงล่ะ”

“ไม่ลืมหรอก” อูฮยอนสวนกลับทันควัน พอได้ยินคำยืนยันจากร่างเล็กเจ้าของมือถึงได้ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายเอาไปตรวจทานดูคำตอบสมใจ

คนตัวเล็กหลังจากที่ได้เห็นวิธีทำและคำตอบทั้งสิบข้อก็นิ่งไปนิด ก่อนจะเงยหน้ามองคนทำพร้อมกับพ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ เห็นเอ่ยปากทวงรางวัลเสียดิบดีก็นึกว่าจะทำได้

“เดี๋ยวฉันสอนใหม่นะ” ร่างเล็กเอ่ยเพียงเท่านั้นก่อนจะเริ่มอธิบายใหม่ตั้งแต่ต้นอีกครั้ง โดยไม่ทันได้สังเกตเห็นรอยยิ้มของแอลที่ปรากฏอยู่บนมุมปากเลยแม้แต่น้อย







....

….

“มยองซู นายแน่ใจนะว่าไม่ลืมอะไรแล้ว ดินสอ ยางลบ บัตรนักเรียน นายเช็คดูให้ดีๆนะ” อูฮยอนเอ่ยย้ำกับเพื่อนเป็นรอบที่สามสิบแล้ว สีหน้าของคนตัวเล็กเต็มไปด้วยความกังวลไม่น้อยแต่จะไม่ให้เขารู้สึกกังวลได้อย่างไรในเมื่ออาจารย์ประกาศชัดว่าหากเพื่อนของเขาสอบซ่อมไม่ผ่านจะให้ซ้ำชั้นอีกปี นั่นหมายถึงการไม่ได้เรียนต่อมหาวิทยาลัยพร้อมกับเขาในปีหน้า

“ถ้าสอบผ่านจะได้อะไร?” แอลที่เงียบอยู่นานเอ่ยถามคำถามแบบเดียวกับที่พูดถามไปเมื่อวาน อูฮยอนขมวดคิ้วมองใบหน้าของร่างสูงนิ่ง ที่จริงแล้วท่าทีดูแปลกไปของอีกฝ่ายทำเอาเขาอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้เหมือนกัน

“เอาไว้รอให้นายสอบผ่านก่อนเถอะ มยองซู” ร่างเล็กเอ่ยเสียงเครียด ถึงแม้ว่าเพื่อนเขาจะมีโอกาสสอบผ่านอยู่ก็จริงแต่ใช่เปอร์เซ็นสอบตกจะมีอยู่น้อยเสียเมื่อไหร่

“จะได้อะไร?” คำถามย้ำขึ้นอีกครั้งคล้ายกับเร่งรัดจะเอาคำตอบเสียให้ได้

“อยากได้อะไร ถ้าฉันให้ได้ฉันให้นายหมดแน่มยองซู” อูฮยอนพูดใส่อารมณ์ไปเล็กน้อย แทนที่จะเครียดเรื่องการสอบกลับมาทวงรางวัลอยู่ได้

“ถือว่าตกลง” เสียงทุ้มเอ่ยบอกเรียบๆก่อนจะทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มที่มุมปากได้รูป ก่อนที่ร่างสูงจะหมุนตัวเดินเข้าห้องสอบไป โดยที่มีสายตาของร่างเล็กได้แต่มองตามแผ่นหลังอย่างนึกพะวงและว้าวุ่นใจ

ในการสอบซ่อมวิชาคณิตศาสตร์ครั้งนี้ใช้เวลาประมาณสองชั่วโมง มีนักเรียนที่ต้องทำการสอบซ่อมใหม่อยู่ประมาณเกือบสามสิบคนเห็นจะได้ ร่างเล็กของอูฮยอนยังคงยืนรออยู่หน้าห้องไม่ไปไหน เดินไปเดินมาคล้ายหนูติดจั่นมาร่วมชั่วโมง จนกระทั่งได้ยินเสียงบานประตูห้องเลื่อนเปิดออก ดวงตาเรียวรีหันขวับไปมองอย่างรวดเร็วพอเห็นว่าเป็นมยองซูเพื่อนของเขาเองที่เดินออกมาก็อ้าปากค้างด้วยความตกใจสุดขีด

“มยองซู !!!!!!!!!!!!!!!!!” อูฮยอนเอ่ยเรียกชื่อของอีกฝ่ายเสียงดังอย่างลืมตัว จนร่างสูงต้องยกนิ้วขึ้นจรดริมฝีปากได้รูปเตือนให้ร่างเล็กเงียบเสียงลง

“นาย...นาย...นาย...ย่าห์ !” มือข้างหนึ่งยกปิดปากของตัวเองเอาไว้ไม่ให้เผลอหลุดเสียงดังออกมา ขณะที่มืออีกข้างก็ยกขึ้นชี้ไปทางแอลที่ขัยบเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะโน้มตัวลงจนใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกัน

“หิวแล้วไปกินข้าวกันเถอะ” ร่างสูงเอ่ยด้วยใบหน้าติดรอยยิ้ม ไม่สนใจท่าทางของคนตัวเล็กแม้แต่นิด ก่อนจะวาดแขนขึ้นโอบไหล่อูฮยอนแล้วพาเดินออกไปพร้อมกัน

“ถ้านายสอบตกฉันสมน้ำหน้านายแน่” อูฮยอนเอ่ยพลางเอื้อมมือไปรับจานข้าวในมือของแอลที่ไปซื้อมาให้ แอลไหวไหล่เล็กน้อยขณะหย่อนตัวลงที่นั่งด้านตรงข้าม

“ทำเสร็จแล้วถึงได้ออกมา”

“มั่วออกมาล่ะสิไม่ว่า” อูฮยอนสวนกลับทันควัน มองใบหน้าของเพื่อนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก็รู้สึกอารมณ์เสียเลยก้มลงไปสนใจข้าวจานตรงหน้าแทน

“ผ่านอยู่แล้ว ข้อสอบง่ายออกอย่างนั้น” คำพูดของแอล อูฮยอนได้แต่ส่ายศีรษะไปมา

เอาเถอะ ประกาศคะแนนออกมาสอบตกต้องเรียนซ้ำชั้นเมื่อไหร่ เขาสัญญาเลยว่านอกจากจะไม่ปลอบแล้วจะเป็นคนแรกที่เอ่ยปากสมน้ำหน้าเลยด้วย












ทางด้านมยองซูเวลานี้อยู่ในช่วงที่เรียกได้ว่ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกสุดๆ เมื่อเห็นความหนาของหนังสือฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ที่ตั้งกองอยู่ตรงหน้าทำเอาลมแทบจับ

ต่อให้เขาอ่านหมดนี่ก็ใช่ว่าจะได้รับเศษเสี้ยวมันสมองอันชาญฉลาดเหมือนอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ผสมกับไอแซก นิวตัน แล้วคูณด้วยโทมัส อัลวา แอนเดอร์สันหรอกนะ (T_T)

ถ้าจะโทษก็ไปโทษแอลคิมเถอะที่ดูดความฉลาดไปจนหมดโดยไม่หลงเหลือตกมาถึงเขาบ้างเลย...

“กูว่าหัวข้อนี้กับหัวข้อนี้ต้องมีถามแน่นอน ถ้ายังไงมึงลองฝึกทำโจทย์ไว้หน่อยก็ดีนะ” ซองกยูเอ่ยพร้อมกับใช้ปลายดินสอชี้บอกด้วย

“ถึงมันจะง่ายสำหรับมึงแต่ว่าฝึกทำให้คล่องมือไว้ก็ดี” มยองซูที่ได้ยินคำพูดต่อมาของซองกยูถึงกับดวงตาเบิกกว้างหันควับไปมองคอแทบเคล็ด

ง่ายบ้านแป๊ะดิ ไอ้ตาตี่ซองกยู~~~




ติ๊ดติ๊ด ติ๊ดติ๊ด

เสียงนาฬิกาแจ้งเตือนในโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ร่างเพรียวสะดุ้งตัวนั่งหลังตรงก่อนที่มือบางจะรีบควานหารีโมตจากในกองหนังสือและชีทที่วางทับถมกันไว้อยู่บนโต๊ะแล้วกดเปิดโทรทัศน์ขึ้นในทันทีก่อนจะตามด้วยหมายเลขช่อง

“ท่านฮิบาริ” ภาพและเสียงการ์ตูนที่โลดแล่นปรากฏอยู่บนจอโทรทัศน์ทำเอาซองกยูถึงกับนั่งมองตาปริบๆ

“มึงดูการ์ตูนด้วยเหรอวะ?” ตั้งแต่ที่รู้จักกันมามีบ้างที่เพื่อนของเขาจะอ่านหนังสือการ์ตูนแต่ก็ไม่เคยเห็นอีกฝ่ายนั่งดูแบบเป็นเรื่องเป็นราวเลยสักครั้ง

“หยิบหนมกับน้ำมาให้หน่อย” ไม่ตอบคำถามไม่พอยังใช้กันดื้อๆด้วย

“เฮ้ย หยิบเองดิวะ”

“รีบอร์นกำลังจะมาแล้วไม่เห็นเหรอ” นิ้วเรียวยกขึ้นชี้ไปที่จอขณะที่สายตามองมาที่เขาเขม็ง คล้ายกับบังคับกลายๆ ร่างสันทัดพ่นลมหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะขยับลุกเดินไปหยิบมาให้ตามที่เพื่อนร้องขอ พอเห็นเช่นนั้นมยองซูก็ยกยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีแล้วหันไปสนใจดูเพลงไตเติ้ลของการ์ตูนรอ

ไม่นานซองกยูก็กลับมาพร้อมกับขนมสองสามห่อและน้ำอัดลมอีกสองกระป๋องสำหรับคนที่กำลังนั่งดูการ์ตูนอย่างเอาเป็นเอาตายและสำหรับตัวเขาเองที่เอามาดื่มแก้กระหายน้ำ

“ขอบใจ” ร่างเพรียวเอ่ยก่อนจะคว้าถุงขนมมาเปิดแกะกินโดยที่ดวงตากลมที่เป็นประกายวิบวับยังไม่ละออกจากโทรทัศน์แม้แต่น้อย

ซองกยูนั่งลงด้านข้างถัดออกจากร่างเพรียวไปไม่ไกลกันนัก ก่อนจะหยิบขนมอีกห่อมาเปิดแกะกินบ้าง คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเป็นพักๆยามที่เห็นร่างเพรียวพร่ำเพ้อถึงความเก่งและความเท่ห์ของตัวละครตัวใดตัวหนึ่งในโทรทัศน์ ฮิบารงฮิบาริอะไรสักอย่างที่เขาไม่รู้จัก…

“วันนี้ท่านฮิบาริก็ยังเท่ห์ตามเคย” มยองซูเอ่ยขึ้นหลังจากที่กดรีโมตปิดโทรทัศน์ไปเรียบร้อย

“นี่ ตาตี่ซองกยูไปหาไรกินกัน” ขนมที่กินไปดูจะไม่พอสำหรับกระเพาะของร่างเพรียวจึงหันไปเอ่ยปากชวนรูมเมตของพี่ชายให้ไปหาไรกินด้วยกัน

“เพิ่งกินขนมไปเองนะ” ซองกยูเอ่ยท้วงพร้อมกับพยักเพยิกไปทางถุงขนมเปล่าที่เกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น

“นั่นมันขนม แต่ตอนนี้อยากกินข้าว” ซองกยูกลอกตาไปมาอย่างคนไม่รู้จะพูดอะไร

“เร็วเข้าดิ” มยองซูหันมาเร่งเมื่ออีกฝ่ายยังคงนั่งนิ่งไม่ยอมลุกเสียที

“เออๆ” ซองกยูเอ่ยก่อนจะลุกขึ้นยืนตาม แต่ไม่ลืมที่จะก้มลงหยิบถุงขนมและกระป๋องน้ำอัดลมที่อีกฝ่ายกินหมดแล้วไปทิ้งถังขยะ

“เลี้ยงด้วยนะ” ซองกยูได้ยินชะงักไปนิด แต่พอเห็นรอยยิ้มที่ส่งมาจากร่างเพรียวก็ไม่ได้พูดตอบอะไร มยองซูที่เข้าใจว่านั่นคือการตอบรับจากอีกฝ่ายกลายๆจึงเดินผิวปากไปใส่รองเท้ารออย่างอารมณ์ดี

แอลที่เขารู้จักไม่ใช่คนที่ยิ้มง่าย พูดมาก กินจุ แถมยังขี้โวยวายเหมือนอย่างในตอนนี้



หรือจะไม่ใช่…

ไร้สาระ จะเป็นไปได้ยังไง



ซองกยูเอ่ยแย้งกับความคิดภายในใจของตัวเองพร้อมทั้งส่ายศีรษะไปมา ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาเล็กน้อยแล้วเดินตามร่างเพรียวออกไป


















BEEBER; บอกเลยนะ ตอนนี้ทั้งตอนเราไม่ได้แต่งเลยแม้จะเป็นพาร์ทน้องแมวกับพี่จิ้งจอก อู้ไปแต่งภูติน้อยหมิงซู ถถถถถถถถ /เผ่น แต่ถึงยังไงก็อย่าย้ายทีมไปหาพี่เสือนะ น้องแมวออกจะน่ารักบ๊องแบ๊ว กินจุ บ้าท่านฮิบาริ พูดมาก ยิ้มเก่งขนาดนี้ต้องอยู่ทีมน้องแมวนะ สังคม!!


AMANE; นิยายเรื่องนี้ส่วนใหญ่เราเป็นคนแต่งพูดเลย -3- #ค้อนบีเบอร์แรง พี่เสือกับน้องหมาโผล่มาแล้วนะ ความหื่นของพี่เสือกำลังจะคืบคลานหลังจากนี้เป็นต้นไป ><


อย่าลืมคอมเมนต์และติดแท็ก #แฝดมยอง นะคะ**   กำลังใจใครว่าไม่สำคัญ !


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #37 HaKuRo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 / 23:21
    โอ้ยยยยยยยยย พี่แอลไมหล่อขนาดเนนนนนนนนนนน้

    เปลี่ยนทีมค่ะ ไงๆก็ต้องเปลี่ยนทีม55555

     เบื่อความโอตะของนังแมววว
    #37
    0
  2. #35 MildNae (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 / 20:13
    อัพเถิดดด เราขอร้อง ??
    #35
    0
  3. #34 Faibook42 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2558 / 12:54
    คือแอลนางร้ายกาจมาก นางฉลาดอยู่คนเดียวนิทั้งเรื่องเลย 5555 ตอนนี้ขออยู่ #ทีมซองกยู เพราะสงสารโดนมยองแอบใช้งานตลอดเวลา 555 สนุกคะ
    #34
    0
  4. #33 Pim.PN (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2558 / 01:14
    แอลสอบให้ผ่านอยู่ล่ะ...นอกจากนางจะแกล้งน้องน่ะนะ...แต่ไม่น่า เพราะอยากได้รางวัลจากนัมหนิเนอะ~

    แล้วนั่นกยูงงตายเลยสิ แอลแบบเปลี่ยนไปขนาดนั่น 555555
    #33
    0
  5. #29 2kimnana (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2558 / 00:22
    หายไปนานเลยนะคะ นี่พี่คิดถึงน้องแมวจะแย่ล่ะ ว่าจะทวงแต่ก็ไม่กล้า555 ตอนนี้พี่ับน้องนัมโผล่มาแล้วคู่นี้ก็น่ารักดี แอลดูท่าจะชอบน้องนัมนะ น้องนัมก็น่ารักเหลือเกิน พี่ฟินมากตอนที่เอาหน้าผากทาบกันเพื่อวัดไข้ ดูแอลสิยังแอบยิ้มเลย ว่าแต่แอลทำไมถึงเอาแต่ถามหารางวัลนะ อยากได้อะไรจากน้องนัมเหรอท่านเสือแอล ดูท่าแล้วทีมเสือแอลจอมหื่นก็น่ารักน่าติดตามนะ อันที่จริงพี่ก็สายหื่นนะ 555555555555

    แต่สายหื่นอย่างพี่กลับอยู่ทีมน้องแมวซะนี่ ก็น้องแมวของพี่ถึงจะไม่หื่นเท่าเสือแอลแต่แมวมยองของพี่ก็น่ารักยิ่งอยู่กับจิ้งจอกกยู พี่หลงหัวปรักหัวปรำเลยทีเดียว ยังไงซะชีวิตนี้ก็คงจะอยู่ทีมแมวมยองไปจนจบโน่นแหละ 

    ตอนนี้ซองกยูเริ่มสงสัยแล้วสินะ ซักวันมยองซูต้องโดนจับได้แน่ๆเลย ก็เล่นแสดงความเป็นมยองซูออกมาเยอะขนาดนั้นใครไม่สงสัยก็แปลกแล้ว แต่ถูกจับได้ก็ดีจะได้เห็นจิ้งจอกกยูขย้ำน้องแมวบ้าง555555555 

    กำลังสนุกเลยค่ะ อย่าหายไปนานแบบนี้อีกนะคะ รีดเดอร์จะบ้าตายเอาง่ายๆได้นะคะ 5555 

    พี่คนนี้เป็นกำลังใจให้ไรท์ทั้งสองเสมอนะคะ^^
    #29
    0
  6. #28 Hyuksilver (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 23:38
    ฮื่ออออออ หายไปนานมาก มาต่อแล้วววว

    ชอบมยองนัมอ่าาาา นุ้งนัมน่ารักมากเลย อยากอ่านตอนแอลหื่นละอ่ะ อร๊ายยยยยย 555555

    มาต่อไวๆนะคะ อย่าหายนาน มันค้างแรงงงง
    #28
    0
  7. #27 คนรักgyuzizi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 19:41
    อยู่ทีมพี่กยูและแมวน้อยมยองซูชอบ รอตอนต่อไป
    #27
    0