เร้นรักพรางใจ ( สนพ. พิมพ์คำ )

ตอนที่ 9 : บทที่ 8 : นักปีนป่าย (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,575
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    21 พ.ย. 60



ภาพถ่ายใบที่ ๘

นักปีนป่าย

 

นิธินันท์นั่งอยู่บนเก้าอี้โยกเบาะนุ่มที่ชานหน้าบ้านของเจนนิภา วันนี้เป็นอีกวันที่เจ้าของบ้านชวนให้เธอมาร่วมมื้อเย็นด้วย พักหลังๆ มานี้ เธอมากินข้าวที่นี่บ่อยๆ อาจเป็นเพราะความสนิทสนมที่มากขึ้น จนทำให้เธอกลมกลืนเป็นเพื่อนร่วมก๊วนเดียวกับพวกเขาไปแล้ว วันไหนที่เธอไม่ได้มีงานค้างมากหรืออารมณ์ติสต์จัดจนต้องอยากปลีกวิเวกอยู่คนเดียว เธอก็มักจะยกโน้ตบุ๊กคู่ใจมานั่งทำงานเป็นเพื่อนเจนนิภาที่บ้านนี้เสมอ

มันเป็นเพราะเจนนิภามักบ่นบ่อยๆ ว่าพอช่วงบ่ายทีไร พวกผู้ชายชอบเสียงดังจนเธอทำงานไม่ได้ เป็นต้องหนีมาทำในบ้านตัวเองทุกที ทำไปบางทีก็สับผงกไป แต่พอเดี๋ยวนี้มีนิธินันท์มานั่งทำงานด้วยกัน ค่อยมีเพื่อนนั่งทำงานไปคุยไป กลายเป็นแยกฝั่งชายหญิงคนละบ้านกันไปโดยปริยาย พอทำงานเสร็จ ก็ช่วยกันทำมื้อเย็น แล้วอยู่กินพร้อมกันกับหนุ่มๆ ที่บ้านเจนนิภาเสียเลย

วันนี้ก็เหมือนกัน หลังจากเสร็จงาน นิธินันท์กับเจนนิภาก็ช่วยกันเตรียมอาหารเย็นจนครบหมดทุกอย่างแล้ว เหลือแค่รอเวลาให้สมาชิกทุกคนในก๊วนออฟฟิศน้อยๆ เคลียร์งานของพวกเขาในส่วนของวันนี้ให้เสร็จ แขกของบ้านนั่งทอดอารมณ์รอเวลาไปเรื่อยๆ กลิ่นกาแฟอ่อนๆ ของเทียนหอมไล่ยุ่งที่เริ่มคุ้นเคยชวนให้หญิงสาวคิดถึงครั้งแรกที่ได้กลิ่นแบบนี้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเจ้าของบ้านได้มันมาจากไหน คนที่ตกอยู่ในห้วงความคิดผลิยิ้มเล็กน้อย...ร้านอาหารของปาณัท

“เฮ้ย! ยังไม่ได้ตอบแชตพี่ณัทเลย” โพล่งออกมาพร้อมกับเด้งตัวขึ้นนั่งหลังตรง ก่อนจะรีบควานหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของตัวเองออกมา

ปาณัทส่งข้อความมาหาเธอตั้งแต่เมื่อตอนสาย กำลังจะพิมพ์ตอบกลับเขา ทว่าแม่ของเธอก็โทร. เข้ามาพอดี เธอเลยต้องละเรื่องนี้เอาไว้ก่อน กว่าจะคุยกับแม่เสร็จก็ร่วมชั่วโมง พอตกบ่ายเธอย้ายมาทำงานกับเจนนิภา มีเพื่อนคุยเข้าหน่อย ก็ลืมธุระที่ค้างเติ่งเอาไว้เสียสนิท

คงต้องขอโทษกันชุดใหญ่ หวังว่าพี่ณัทจะไม่โกรธอะไร เพราะอย่างน้อยเขาก็จะได้รู้ว่า...ขี้ลืมแบบนี้ ไอ้นันท์ตัวจริงเสียงจริง ไม่มีปลอมตัวมาตอบแชตเขาแน่นอน

คนจัดการธุระเสร็จถอนหายใจฟู่ เงยหน้าขึ้นมาอีกที ฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว วันนี้หลอดไฟที่ชานหน้าบ้านไม่ได้ถูกเปิดใช้งานดังเช่นทุกวัน เจ้าของบ้านบอกกับเธอว่าหลอดไฟมันกะพริบ และพิพัฒน์กำลังไปซื้อหลอดไฟใหม่มาเปลี่ยนอยู่ หญิงสาวนั่งโยกเก้าอี้เล่นไปเรื่อยๆ ตอนนี้มีเพียงแสงจากหลอดไฟที่ชานหน้าบ้านฝั่งที่ใช้เป็นออฟฟิศเท่านั้นที่พอจะส่องข้ามมาให้ความสว่างได้บ้าง

ช่างภาพสาวเลื่อนสายตาจากหลอดไฟดวงที่ถูกเปิดไว้ไปหาแสงสว่างอีกที่หนึ่ง ซึ่งส่องออกมาจากหน้าต่างกระจกเลื่อนบานใหญ่ที่อยู่ด้านข้างของตัวออฟฟิศ เธอเห็นศีรษะของกีรติโผล่พ้นจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้าเขาขึ้นมาเล็กน้อย นิธินันท์มองอยู่ครู่หนึ่งก็ค่อยๆ ดันเก้าอี้โยกให้ถอยหลังให้เห็นชัดขึ้น มองภาพที่ปรากฏสู่สายตาแล้วแอบยิ้มอยู่คนเดียว

ซีกหน้าของชายหนุ่มคนที่เธอเห็นเขาอยู่ทุกวัน ทว่าตอนนี้ กลับไม่ใช่ใบหน้าที่คุ้นตานัก คนแอบมองรู้ดีว่านั่นเป็นเพราะสีหน้าจริงจัง ที่กำลังขะมักเขม้นกับงานตรงหน้าเขาอยู่ นิธินันท์ยกมือขึ้นปิดปาก กลัวว่าใครจะเห็นว่าเธอยิ้มขำ ยามเห็นหัวคิ้วของเขากระตุก สงสัยคนขี้เล่นจะมีเรื่องให้คิดหนัก นึกในใจอย่างนั้นยิ้มขำก็พลันเปลี่ยนเป็นยิ้มอย่างชื่นชมขึ้นมา เธอคงบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่คิดว่าสีหน้าตอนเครียดของเขา ดูมีเสน่ห์จนยากจะถอนสายตา

นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นเขาทำงานอย่างจริงจัง เพราะปกติแล้ว เวลาทำงานที่บ้าน เขาก็เหมือนทำไปเล่นไป ชวนเธอดูหนังฟังเพลงเสียมากกว่า แล้วความคิดของคนกำลังเคลิบเคลิ้มก็เลยเถิดไปถึงเมื่อสุดสัปดาห์ก่อน วันที่เขาและเธอแนบชิดกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ และไม่ทันตั้งตัว แถมน้องชายตัวแสบยังปั่นความรู้สึกเธอด้วยประโยคที่ทำให้เลือดพรุ่งปรี๊ดไปทั่วร่างในเสี้ยววินาที

พี่นันท์...เราดูหนังกันไหม

ไม่รู้ว่าความคิดเข้าข้างตัวเองจากซอกหลืบไหนของสมองทำให้เธอพลันคิดไปว่าเขาชวนเธอไปดูหนัง คิดแล้วก็น่าอายนัก หญิงสาวผละสายตาจากเขา แล้วกลับมาอยู่กับความคิดตัวเอง มันไม่ได้แย่หรอกที่คำเชิญชวนของเขาไม่ได้หมายถึงการไปดูหนังในโรงหนังด้วยกัน แต่หมายถึงการนั่งดูหนังที่บ้านจากเว็บไซต์ดูหนังที่เขาจ่ายเงินรายเดือนเอาไว้ต่างหาก

อันที่จริงตอนนั้นก็สนุกดีอยู่หรอก เธอกับเขาดูหนังไป คุยไป หยอกล้อกันไป เรียกว่าแกล้งกันจนแทบจะดูหนังไม่รู้เรื่องเสียมากกว่า แต่ยิ่งได้เห็นว่าเขายิ้มร่าเริงเวลาล้อเล่นอย่างสนิทสนมกับเธอได้อย่างไม่ขัดเขินเท่าไร ก็ยิ่งเหมือนย้ำให้เธอ...

“เฮ้อ...อ” รู้สึกอายตัวเองทุกครั้งที่รู้ว่าเผลอคิดเข้าข้างตัวเอง เลยเถิดไปถึงไหนต่อไหน

คนที่ความความคิดกำลังวกวนอยู่กับเรื่องเก่าไม่ทันรับรู้ความเป็นไปรอบตัว จู่ๆ ก็รู้สึกถึงสัมผัสเนียนนุ่ม แผ่วเบาที่ข้างแก้มขวา วนอยู่ชั่ววินาทีหนึ่งจนหญิงสาวต้องผละจากเรื่องในหัวแล้วหันมอง

นิธินันท์ตกใจเอนตัวห่างเล็กน้อย เมื่อเห็นชายร่างสูงที่เธอเพิ่งแอบมองเขาเมื่อตะกี้นี้มายืนอยู่ข้างๆ ส่วนสัมผัสเนียนนุ่มนั้นก็...

“แมว...” ช่างภาพสาวหลุดเสียงเบาหวิว เผลอยกมือขึ้นลูบแก้มป้อยๆ

คนที่อุ้มเจ้าแมวอ้วนอยู่ยิ้มกว้างให้ใบหน้าฉงน มือข้างหนึ่งของเขาจับขาแมวที่เพิ่งเอาไปแตะแก้มเธอเมื่อครู่นี้อยู่ แล้วเขาก็เลื่อนมันไปแตะเบาๆ ที่ไหล่ของหญิงสาวอีกครา “ถ้าเป็นเสือ ผมว่าพี่โดนตะปบไปแล้ว”

“น่ารักจัง”

กีรติมองประกายวิบวับในดวงตากลมของหญิงสาว อดเย้าเธอไม่ได้ “ผมหรือแมว”

คนกำลังสนใจแมวในอ้อมกอดสะบัดสายตาขึ้นมองคนอุ้มทันที กีรติหัวเราะร่า ยื่นแมวอ้วนให้เธอ

“อุ้มไหม”

“ดุไหมอ้ะ”

ชายหนุ่มยักไหล่ “อ้วนขนาดนี้ มันทำอะไรไม่เป็นนอกจากกิน” 

ต่อตรงนี้ 50%

           ว่าพลางโน้มตัวลงทำท่าจะวางเจ้าแมวอ้วนลงบนตักหญิงสาว นิธินันท์ที่ยังยิ้มระคนหัวเราะเพราะคำตอบของเขาอยู่รวบขาขึ้นขัดสมาธิอย่างรู้หน้าที่ รับเจ้าเหมียวเอาไว้ในความดูแลอย่างระมัดระวัง

สายตาของกีรติสังเกตเห็นอะไรบางอย่างเข้าในจังหวะที่หญิงสาวยกขาขึ้นมา เลิกเข้มคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะลอบพ่นลมหายใจอย่างโล่งอก ขอบคุณสวรรค์ วันนี้พี่นันท์ใส่กางเกงขายาว

เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีสิ่งเร้าที่จะทำให้จิตใจสั่นไหว ชายหนุ่มก็เดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนแนวขอบกั้นชานบ้านที่ยกสูงขึ้นจากพื้น มองสาวร่างเล็กตรงหน้าที่กำลังลูบไล้ขนนุ่มละมุนมือของแมวเหมียวบนตัก ได้ยินเสียงเธอเจื้อยแจ้วเป็นระยะๆ ตั้งแต่บ่าย แต่งานยุ่งมากจนเขาไม่มีเวลาโผล่หน้ามาทักททายเธอเลย หนำซ้ำเมื่อเช้า ตอนออกจากบ้านเขาก็ไม่ทันเจอเธอเสียด้วยสิ

สมองของชายหนุ่มคิดไปเพลินๆ โดยไม่ได้เอะใจด้วยซ้ำว่าทำไมเขาถึงอยากเจอเธอนัก ก่อนที่ฝ่ายถูกมองจะช้อนสายตาขึ้นมาสานสบ กีรติสะดุ้งเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเธอรู้ตัวหรือเปล่าว่าเขาแอบมอง หากก็ไม่ได้แสดงอาการใดๆ ออกไป นอกจากเลิกคิ้วให้เชิงถาม

“มันชื่ออะไรเหรอ”

“แมว”

“ใช่ แมวเนี่ย ชื่ออะไร”

“ก็ชื่อแมวไง”

“หา?”

“หาอะไร ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน”

“ไม่แปลกตรงไหน แมวอะไรจะชื่อแมว”

“แล้วทำไมแมวจะชื่อแมวไม่ได้”

กีรติว่าระคนหัวเราะ และนั่นยิ่งทำให้นิธินันท์มั่นใจว่าเขากำลังกวนเธออยู่ เธอมองเขาด้วยสายตาที่บอกชัดว่าไม่ได้เชื่อในคำพูดนั้น ชายหนุ่มจึงขยายความเพิ่ม

“ไอ้เจ้าเนี่ย มันมามุดอยู่ใต้ท้องรถป๋า วันนั้นฝนตกหนักมาก พวกผมก็เลยปล่อยให้มันหลบฝนอยู่ใต้นั้น แต่พอตอนป๋าจะกลับบ้าน มันก็ไม่ยอมออกมาสักที ตอนพยายามเรียกมันออกมา แต่ไม่รู้จักชื่อมันไง ก็เลยเรียก แมวๆๆ ออกมาๆๆ หลังจากนั้นมันก็เลยชื่อแมว”

นิธินันท์ยิ้มให้เรื่องเล่าถึงที่มาที่ไปของเจ้าเหมียวอ้วน ก่อนที่เธอจะฉุกใจถึงความผิดปกติบางอย่างขึ้นมาได้ “อย่างนี้แปลว่ามันก็เป็นแมวคนอื่นน่ะสิ”

 “ก็หลังจากวันนั้นมันก็มามุดอยู่ใต้ท้องรถทุกวัน ป๋าเลยบอกว่าถ้ามันมาอยู่ครบเจ็ดวันเมื่อไหร่ กูจะจับใส่ปลอกคอ” ว่าแล้วก็ยักไหล่ให้เหมือนจะบอกว่าถ้าขโมยก็ไม่ใช่ความผิดเขา “ผมเห็นอีกที มันก็โดนใส่ปลอกคอเรียบร้อย”

“งั้นแปลว่ามันสมัครใจมา”

“ใช่ แต่ดูเหมือนว่ามันจะติดใจผมมากกว่าป๋านะ”

“ขี้โม้”

“จริง!” กีรติพยักหน้าย้ำกับหญิงสาวที่ย่นจมูกใส่เขา ถ้าไม่ติดว่าเป็นพี่จะยื่นมือไปบีบให้หายหมั่นไส้สักทีสองที “มันชอบมานั่งซุกใต้โต๊ะทำงานผม เวลาผมกินขนมตอนทำงานมันก็ชอบเอาเท้ามาเขี่ย แล้วร้องแง้วๆ”

“มิน่าล่ะ อ้วนปุ๊กเชียว ปล่อยให้สัตว์เลี้ยงอ้วนมากๆ มันไม่ดีรู้ไหม”

คนกำลังโดนเอ็ดอมยิ้ม เอียงศีรษะซ้ายขวาไม่สนใจคำตำหนิ “ใครอยู่ใกล้ผม ผมก็เลี้ยงดี” ว่าแล้วก็เอื้อมมือไปลูบหัวเจ้าเหมียวเล่น ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นสานสบกับคนอุ้มแมว “ถ้าพี่อยู่ใกล้ผม ผมก็จะเลี้ยงพี่อย่างดีเหมือนกัน”

นิธินันท์ผละถอยห่างเล็กน้อย รู้สึกว่าอยู่ใกล้จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเส้นผมของเขา ก่อนจะรีบสวนกลับไป “ฉันไม่ใช่แมวนะ”

ชายหนุ่มไม่มองหน้าคนพูด แต่ก้มลงมองหน้าเจ้าแมวอ้วนแทน ว่าพึมพำ “ผมก็ไม่ได้บอกว่าอยากเลี้ยงแมวนี่นา”

ยังไม่ทันจบประโยคที่กีรติพูดดี เสียงเลื่อนประตูรั้วบ้านก็เรียกให้ทั้งสองหันความสนใจไปหา เป็นพิพัฒน์ที่เดินเข้ามาพร้อมกับหลอดไฟในมือ เขาเดินตรงมาทางทั้งสองแล้วยื่นมันให้กีรติ

“ต่อ ฝากจัดการหน่อยดิ ขอไปหาเจนแป๊บ”

“ตรงไหนพี่”

พิพัฒน์ชี้ขึ้นไปที่หลอดไฟเหนือศีรษะของคู่สนทนา ก่อนจะเดินผ่านทางเชื่อม ระหว่างบ้านและออฟฟิศมมุ่งตรงไปยังครัวหลังบ้าน ไม่วายตะโกนบอกศรัณย์ที่กำลังเก็บข้าวของในออฟฟิศเตรียมตัวจะออกมารวมกับคนอื่นๆ

“รัณย์ เสร็จยัง ฝากไปยกบันไดหลังออฟฟิศไปให้ต่อเปลี่ยนหลอดไฟหน้าบ้านที”

“ได้พี่ ผมเสร็จพอดี” ส่งเสียงตอบรับพิพัฒน์แล้วก็ชะโงกหน้าผ่านประตูมาส่งเสียงให้กีรติบ้าง “พี่ต่อ รอแป๊บนะพี่ เดี๋ยวไปเอาบันไดมาให้”

หลังจากกีรติรับคำเขาเพียงสั้นๆ ไม่ถึงห้านาที น้องเล็กของออฟฟิศก็เดินมารวมกับนิธินันท์และกีรติที่หน้าบ้าน พร้อมกับแบกบันไดพับอลูมิเนียมมาด้วยอย่างทะมัดทะเมง เขากางขาของมันออกในตำแหน่งที่พอเหมาะ พร้อมกับใช้แขนยึดขาทั้งสองข้างของบันไดเอาไว้ให้มั่นคง

กีรติดึงหลอดไฟกลมยาวออกมาจากกระดาษแข็ง เหลือบมองสาวร่างเล็กที่ตอนนี้เธอลุกจากเก้าอี้โยก เดินมายืนชิดกับขอบกั้นในตำแหน่งใกล้กับที่เขานั่งอยู่ สายตาจดจ่ออยู่กับการทำงานของศรัณย์ กีรติจึงแกล้งเอาปลอกกระดาษแข็งตีไหล่มนเธอเบาๆ เหมือนอยากเรียกร้องความสนใจ

“ฝากถือหน่อยสิ”


ต่อตรงนี้ 100%

หญิงสาวรับปลอกกระดาษแข็งนั้นมาด้วยอาการงงนิดๆ แม้ในใจจะคิดว่าวางเอาไว้ที่ขอบกั้นก็ได้ ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องถือไว้ ทว่าเธอก็รับมันมาจากเขาอย่างว่าง่าย มองตามคนตัวสูงที่เดินผ่านเธอไปที่หน้าบ้าน ก่อนจะที่เขาจะหันมายิ้ม ส่งแววตามีเลศนัยกลับหาหญิงสาวคนเดียวที่ยังยืนอยู่ที่ชานหน้าบ้าน

“โทษทีพี่นันท์ ฝากเดินไปดูในบ้านให้หน่อยสิว่าสวิตซ์มันปิดอยู่รึเปล่า”

ว่าแล้วว่าในรอยยิ้มนั้นต้องมีอะไร ที่แท้ก็จะใช้งานเธอนี่เอง

นิธินันท์กำลังจะทำตามที่เขาขอ แต่ก็มีเสียงใครอีกคนดังมาจากในตัวบ้านก่อน

“ปิดแล้วๆ เปลี่ยนได้เลย”

หญิงสาวหันกลับไปหาต้นเสียง เจอกรวีร์กำลังเดินออกมาสมบท ก่อนที่เขาจะโน้มตัวลงอุ้มเจ้าเหมียวที่เธอวางเอาไว้บนเบาะนุ่มของเก้าอี้โยก มันขยับตัวหนีคนมาใหม่เล็กน้อยเหมือนไม่อยากให้เขาจับตัว แต่สุดท้ายก็ต้องเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าอยู่ดี นิธินันท์ลอบอมยิ้มให้ภาพที่เห็น

สงสัยมันจะชอบกีรติมากกว่าเจ้าของอย่างที่เขาโม้เอาไว้จริงๆ

“ไอ้รัณย์ จับดีๆ นะมึง ถ้าไอ้ต่อมันตกลงมาแขนขาหัก กูจะให้มึงรับโพรเจกต์พี่ณัทไปทำแทน”

“อ้าวป๋า ตกลงนี่ห่วงหรือแช่ง”

นิธินันท์ผละจากความคิดแล้วหันไปมองสามหนุ่มที่กำลังหัวเราะคิกคักกันอยู่ ตอนนี้หนุ่มร่วมบ้านของเธอขึ้นไปยืนบนบันไดได้สองสามขั้นแล้ว มือทั้งสองข้างของเขาจับขอบบันไดพับให้ทรงตัวได้ โดยที่มือข้างหนึ่งก็จับหลอดไฟเอาไว้ด้วย หญิงสาวมองท่าทางที่ไม่มีอาการเกรงกลัวต่อการขึ้นที่สูงแม้แต่น้อยของเขา อดกระเซ้าไม่ได้

“ไม่เห็นต้องห่วงเลยป๋า ดูจากท่าแล้วน่าชอบปีนป่าย ตอนเด็กคงซนน่าดู”

กรวีร์หันมายิ้มให้สาวข้างตัว ชำเลืองมองคนที่กำลังถอดหลอดไฟที่ใช้งานไม่ได้ออก “ตอนเด็กซนรึเปล่าไม่รู้ แต่เท่าที่รู้ เรื่องปีนเนี่ยงานถนัดไอ้ต่อมัน”

นิธินันท์มองกรวีร์ที่พูดเสร็จก็อมยิ้ม แววตาวาววับบอกชัดว่ามีอะไรบางอย่างแฝงในสิ่งที่เขาพูด ยังไม่ทันจะได้เอ่ยถาม เสียงหัวเราะขันของใครอีกคนที่ได้ยินการสนทนาพอดีก็ดังมาสมทบจากข้างหลัง ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินเข้ามาร่วมวงด้วย ช่างภาพสาวที่เหมือนจะตามผู้ชายสองคนไม่ทันเท่าไรขมวดคิ้วมองพิพัฒน์และกรวีร์ที่ยิ้มล้อ ยักคิ้วให้กันเหมือนรู้ว่าเมื่อกี้เพื่อนหมายถึงอะไร

“ถ้าไม่เชื่อก็ลองถามไอ้ต่อดูสินันท์” ไม่ว่าเปล่า กรวีร์คนต้นเรื่องตะโกนไปหาคนที่ยืนอยู่บนบันได “เฮ้ย ต่อ นันท์อยากรู้ว่ามึงสายปีนใช่ไหม”

“ปีนอะไรพี่”

กีรติชะงักมือ มองกลับมาด้วยสีหน้างงๆ  พิพัฒน์ทำหน้าเหมือนกลั้นขำแล้วตะโกนกลับไปเสียงดังฟังชัด

“ปีนเกลียว!

“เฮ้ย!” คนที่โดนหาว่าปีนเกลียวเผลอปล่อยหลอดไฟที่ถอดออกมาหลุดมือ ผวาคว้าเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด

ชายหนุ่มถอนหายใจพรืดอย่างโล่งอก แต่ก็เพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น...ลมหายใจของเขาก็กลับมาติดขัดอีก เมื่อสายตาเลื่อนไปสานสบกับดวงตากลมที่นิ่งค้างอยู่ นิธินันท์ไม่ได้ยินเสียงใดๆ รอบตัวไปชั่วขณะ เพราะมันถูกกลบด้วยเสียงหัวใจที่สั่นระรัวจนหมดสิ้น ไม่ต่างจากคนที่ยืนอยู่บนบันได กีรติไม่แน่ใจเหมือนกันว่าสาเหตุที่จู่ๆ มือของเขาก็เย็นเฉียบ แถมยังชื้นเหงื่อขึ้นมาฉับพลันนั้น มันเกิดจากอะไรกันแน่ ห้วงภวังค์ระหว่างทั้งสองถูกดึงให้ยื้อเวลาอยู่หลายวินาที ก่อนที่กรวีร์จะดึงทั้งคู่กลับสู่สถาการณ์เดิม

“เมื่อก่อนสมัยเรียนม. ปลาย ไอ้ต่อมันแอบชอบครูสอนเลข ตั้งใจเรียนมาก ชอบยันจบม. ๖ คะแนนเลขนี่สูงปรี๊ดทุกเทอม ขนาดสอบเข้ามหา ลัย มันเลือกวิทยาฯ นะ คะแนนเลขสูงกว่าพวกเลือกวิศวะฯ อีก”

“กำลังใจดีไงมึง แรงจูงใจเยอะ” พิพัฒน์แซ็วสำทับ เรียกเสียงหัวเราะจากคนอื่นๆ ไปด้วย

คนที่เปลี่ยนหลอดไปเสร็จแล้ว เดินลงมาถึงพื้นอย่างปลอดภัยมองกลับมาแล้วยิ้มเขิน ปกติกรวีร์และคนอื่นๆ ก็มักจะเอาเรื่องนี้มาแหย่เขาเล่นเมื่อมีโอกาสอยู่แล้ว และเขาก็ไม่เคยโกรธเคืองอะไร ทุกครั้งก็แค่ยิ้มๆ เห็นเป็นเรื่องขบขันในวัยเด็กเสียมากกว่า ทว่าครั้งนี้น่าแปลก ไม่รู้ทำไม พอได้ยินคำว่า ปีนเกลียว จากปากของพิพัฒน์ สมองของเขาก็ดันตีความว่าหมายถึงนิธินันท์ไปได้ ซ้ำร้าย...ยังตกใจจนหลุดเสียงหลง มือชื้นเหงื่อราวกับถูกจับได้ว่ามีความลับ

ทั้งที่เขาก็ไม่ได้มีความลับอะไร...ชายหนุ่มยังยืนยันขัดความรู้สึกลึกๆ ของตัวเองอยู่เช่นนั้น

“โธ่พี่ เมื่อไหร่จะเลิกแซ็วผมเรื่องนี้”

“เรื่องนี้เผาได้ยันลูกบวช กูพูดเลย” สิ้นประโยคของกรวีร์ เสียงหัวเราะของทุกคนก็ดังครืนอีกครั้ง

นิธินันท์ทำทีหัวเราะเคล้าไปกับคนอื่น แอบปรายตามองกีรติที่กำลังปัดนิ้วไปมากับจมูกแก้เก้อ ดีนะที่เธอไม่ออกอาการหรือเอ่ยปฏิเสธอะไรไปก่อนที่กรวีร์จะได้ขยายความ ครั้งที่คิดว่าเขาชวนไปดูหนังว่าน่าอายแล้ว ครั้งนี้ที่คิดว่ากรวีร์และพิพัฒน์หมายถึงเธอนั้นน่าอายยิ่งกว่า ทำไมเธอถึงกลายเป็นคนอย่างนี้ไปได้ จะว่าเป็นเพราะป้าร้านขายของชำที่เข้าใจผิดว่าเธอกับเขาเป็นแฟนกันก็ดูจะเป็นเหตุผลที่ไร้น้ำหนักไปหน่อย มันคงเป็นเพราะความว้าวุ่นใจของเธอล้วนๆ

คิดแล้วอยากจะตะโกนใส่หูตัวให้ดังฟังชัดไปถึงแกนสมอง ปีนเกลียว นั่นเขาหมายถึงเรื่องที่นานมาแล้วหรอก ไอ้นันท์เอ๊ย!

 

นิธินันท์นั่งทำงานกลางดึกอยู่ในห้องนอน ตอนที่เธอกับกีรติเดินกลับมาที่บ้านก็เลยสี่ทุ่มไปแล้ว กว่าจะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เวลาก็ล่วงเลยมาจนเกือบจะถึงเที่ยงคืน ทว่าแทนที่หญิงสาวจะทิ้งตัวลงบนเตียงหนานุ่ม เธอกลับเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงาน เปิดโน้ตบุ๊ก ตั้งใจจะทำงานต่ออีกสักหน่อย เวลากลางคืนเงียบๆ แบบนี้ อารมณ์ศิลปินของเธอพุ่งปรี๊ดเสมอ

นั่งแต่งรูปสักหน่อยดีกว่า อากาศเย็นกำลังดีด้วย รูปต้องออกมาสวยถูกใจเธอแน่ๆ

ช่างภาพสาวทำงานได้สักพักหนึ่ง เธอก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง น่าแปลก...ปกติแล้ว เวลาแบบนี้เธอจะต้องได้ยินเสียงกุกกักดังมาจากชั้นล่างเป็นระยะๆ ทว่าคืนนี้กลับเงียบ เพิ่งผ่านเที่ยงคืนมาไม่กี่นาที เพื่อนร่วมบ้านของเธอเข้านอนแล้วเหรอเนี่ย

คิดเล่นๆ เพลินๆ ไประหว่างทำงาน แต่ก็ไม่ได้ติดใจสงสัยมากนัก เพราะบ่อยครั้งกีรติก็มักจะเข้านอนก่อนเธอ แม้ว่าเที่ยงคืนนิดๆ อย่างคืนนี้จะเร็วไปสำหรับหนุ่มสาวสายดึกอย่างพวกเธอก็เถอะ

ความคิดของนิธินันท์ไม่ทันจะสิ้นสุดดี เสียงประหลาดที่แว่วมาก็ทำให้หญิงสาวต้องกระตุกคิ้ว หยุดกิจกรรมลงแล้วสดับฟังให้แน่ใจอีกครั้งว่าเสียงที่ได้ยินเมื่อครู่คือเสียงอะไร

“ไอเหรอ” สาวคนพี่คาดเดา ก่อนจะส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ “สงสัยต่อจะตากลมเย็นตอนเปลี่ยนหลอดไปนานไปหน่อย”

นิธินันท์ลุกจากเก้าอี้ทำงาน เดินไปค้นของที่คิดว่าต้องใช้ในกระเป๋าเล็กบนชั้นใกล้ประตูห้อง ไม่นานนักเธอก็ได้สิ่งที่ต้องการ หญิงสาวถือถุงผ้าบางที่มีเชือกรูดปิดปากถุงเอาไว้ เดินอย่างระมัดระวังลงไปที่ชั้นล่าง ชะโงกหน้าเข้าไปดูในห้องนั่งเล่นแล้วไม่เจอตัวคนที่เธอลงมาหา

เขาเข้าห้องนอนไปแล้วอย่างที่เธอคิดไว้จริงๆ

นิธินันท์สาวเท้าไปที่หน้าห้องนอนของกีรติ ชั่งใจอยู่ร่วมนาทีว่าเธอจะเคาะเรียกเขาดีไหม สุดท้ายก็อยากทำตามความตั้งใจ หญิงสาวจึงเคาะเรียกเขาไปสองสามที

เงียบสนิท...

ไม่มีเสียงตอบรับจากคนในห้อง คนที่หอบความหวังดีระคนเป็นห่วงลงมาจากชั้นสองถอนหายใจ เพิ่งคิดได้ว่าเขาขี้เซาแค่ไหน เธอเป็นคนพูดเองว่าถ้าไฟไหม้ คุณหญิงกีรติของเธอก็ตายคนแรกนั่นละ

“เฮ้อ...เอาแขวนหน้าห้องไว้แทนละกัน”

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

Talk:

เค้ากลับมาแล้วววว รอบนี้อัปให้เต็ม 100% เลยนะคะ ชดเชยที่หายไปนานนิสนุง นิดเดียวเองเนาะๆ ยังไม่ลืมกันใช่มั้ย จะบอกว่าที่หายไปเพราะเค้าลงไปเก็บข้อมูลสำหรับนิยายเรื่องใหม่มานะคะ ติดเกาะแบบไม่มีสัญญาณโทรศัพท์สักขีดเดียว เรื่องอัปนิยายก็ลืมไปได้เลย เอารูปมาฝากแทนละกันเนาะ

ด้วยความที่อยากให้เรื่องนี้มีรสชาติอะไรที่แปลกใหม่บ้าง รอบนี้ไรต์เลยข้ามน้ำข้ามทะเลไปที่หมู่บ้านของชาวมอแกน ซึ่งอยู่ในหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา ( หลายคนอาจจะเคยไปแล้ว ) ไรต์ไปมา 3 วัน 2 คืน ได้คุยกับน้องๆ ชาวมอแกน แอบเรียนภาษามอแกนมานิดนึงด้วย อิอิ มีอยู่ในนิยายแน่นอน ไปดูรูปเรียกน้ำย่อยกันก่อน




 

ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดจะอยู่ในส่วนหนึ่งของนิยายเรื่อง Orca เพชฌฆาตแสนหวาน ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จะอัปต่อจากเรื่องนี้นะคะ แล้ววาฬเพชฌาตจะเกี่ยวกับหมู่บ้านมอแกนยังไง กด Fav. ที่รูปได้เล้ยยย 

>>>> <<<<


ฝากอีบุ๊กเรื่องล่าสุด้วยนะค้าาาา

 --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ผลงานที่ผ่านมา


ดาราร้อยเล่ห์
อินเอวา
www.mebmarket.com
งานนี้ถ้าเผด็จศึกคุณสา (มี)... ไม่ได้  เธอขอแห้งเหี่ยวตายคาบัลลังก์แคตวอล์ก . . เพราะสถานะไฮโซกำลังจะหลุดลอยไป เมื่อความล้มละลายมาเยือน เกล็ดดาว นางแบ...









 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

868 ความคิดเห็น

  1. #226 Jellydolphin (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 15:37
    รอเสมอออออ
    คิดถึงต่อกับนันธ์
    #226
    0
  2. #220 Jubjang_pattanan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 06:55
    อินเอวาาๆๆๆๆๆๆ
    เค้ามารอพี่ที่ท่าน้ำทุกวันเลยน้า
    หลายวันแล้ววววคิดถึงพี่มากกก

    #220
    0
  3. #217 $pirit Finger$ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 23:53
    คิดถึงไรท์นร้าาาาาา
    #217
    0
  4. #216 พรรณวษา (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 19:38
    โอ๊ย ไรท์กลับมาแล้วววว
    #216
    0
  5. #215 นักอ่านสุดขี้เกียจ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 19:17
    ไรท์ไปติดเกาะอยู่นี่เอง 555
    #215
    0
  6. #214 noonara (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 18:03
    เย้ ไรท์กลับมาแล้ว ติดตามๆนะคะ
    #214
    0
  7. #212 Jubjang_pattanan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 09:30
    คิดถึงๆพี่นันท์ อิต่อ และเจ้าแมว หลายวันแล้วนะคะไรท์
    กระซิกๆๆๆๆๆๆๆ
    #212
    0
  8. #211 ณัชพล / supawit (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 16:06
    อิอิ เขิน ><
    #211
    0
  9. #210 เมียมโน (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 16:34
    ต่อตั้งใจอ่อยแน่ๆ จริงจังหน่อยจ้าคุณน้องต่อ ระวังตาอยู่เอาไปกินนะ
    #210
    0
  10. #209 sky_2753 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 13:53
    อยากได้เล่มแล้ววววว
    #209
    0
  11. #208 $pirit Finger$ ^ㅆ^ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 01:13
    มีความให้รออออออ
    #208
    0
  12. #207 ao_majo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 22:07
    แหม่ะมีเรียกร้องความสนใจ  หวงล่ะซี้นายต่อ
    #207
    0
  13. #206 pimon9172 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 16:02
    น้องต่อเรียกร้องความสนใจได้น่ารัก
    #206
    0
  14. #205 sitcha (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 12:02
    อยากได้ e book. เรื่องนี้
    #205
    0
  15. #204 พรรณวษา (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 11:50
    โอ๊ยยย ทำไมเขิน >< เด็กเต๊าะน่ารักกก 555
    #204
    0
  16. #203 Berkelium (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 11:33
    จะไม่ทนกับความขี้อ่อยของต่อแล้วนะ!! จะเอาาา
    #203
    0
  17. #202 niceday777 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 11:30
    น้องหยอดบ่อยไปไหม ป้าใจคอไม่ดี
    #202
    0
  18. #201 Jubjang (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 07:42
    เค้ายังรอไรท์อยู่ทุกวันนะคะ
    #201
    0
  19. #200 ao_majo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 14:17
    น่ารักจัง ทั้งสองคนน่ะ อิอิ
    #200
    0
  20. #199 $pirit Finger$ ^ㅆ^ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 00:40
    แมวรึหมู อิน้องอย่ามาทำแบบนี้บ่อยๆ ใจคอไม่ดีอ้าาาาาา
    #199
    0
  21. #198 noonara (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 19:48
    แหม่ นึกว่าลูบแก้ม เฮ้อ แมว!! 555
    #198
    0
  22. #60 Sweet dreaM (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2560 / 19:05
    น่ารักกก 5555
    #60
    0
  23. #59 Min_E (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 23:54
    น่ารักมากๆ มาต่อไวๆนะคะ
    #59
    0
  24. #57 Jennie_BLINK (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 15:49
    ไม่น่าทันนะ5555
    #57
    0
  25. #56 sunisakakarndee (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 16:21
    มาต่อเร็วๆๆนะคะ รออยู่

    #56
    0
  26. #55 dati (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 20:26
    น่ารักกกก
    #55
    0
  27. #52 รอ รอ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 20:55
    น่ารักเนอะ มาต่อเร็วๆนะคะไรท์

    #52
    0
  28. #51 รอ รอ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 20:55
    น่ารักเนอะ มาต่อเร็วๆนะคะไรท์

    #51
    0
  29. #49 Am_surirat (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 20:18
    น่ารักมากกกกกกกเพิ่งเข้ามาอ่านสนุกมากกกกกกกก รออ่านต่ออยูนะคะ
    #49
    0
  30. #47 Suriwipa Charoenwetchathum (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 00:21
    น่ารักมากๆๆๆๆๆๆๆๆ หน้านุ้งต่อลอยมาเลน
    #47
    0
  31. #46 PuyzZMeekaeW (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 22:21
    คืนเลยเหรออออ ขำจิงไรจิงต่อเนี้ยยยยยย มีความกวนทรีนนนนน
    #46
    0