เร้นรักพรางใจ ( สนพ. พิมพ์คำ )

ตอนที่ 5 : บทที่ 4 : พ่อสื่อจำเป็น (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,899
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    8 ต.ค. 60



บทที่ 4

พ่อสื่อจำเป็น

 

ท้องฟ้าสีฟ้าสดใสถูกอาบด้วยแสงสีส้มร้อนแรงของพระอาทิตย์อันแรงกล้า แนวภูเขาที่อยู่ไกลลิบๆ เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มจนเกือบจะกลายเป็นเงาดำหม่นๆ มองไม่เห็นเส้นแบ่งว่าลูกไหนเป็นลูกไหน มีเพียงเส้นแนวสูงต่ำไล่ระดับขึ้นลงตามธรรมชาติที่ตัดกับสีของท้องฟ้า หญิงสาวมองภาพศิลปะที่ธรรมชาติสรรสร้างขึ้นแล้วเผลอระบายยิ้มให้ความงดงามที่น่าหลงใหล

ภาพวิวที่สวยงามของบรรยากาศยามเย็นผูกสายตาของนิธินันท์เอาไว้ได้อีกแล้ว

สาวร่างเล็กทอดสายตาอันเบาหวิว ล่องลอยออกไปแตะภาพความงามเบื้องหน้า เรียวปากยังคงยิ้มละไมให้ความสุขของชีวิตอันแสนเรียบง่าย แม้ว่าวันนี้เธอจะไม่ได้หยิบกล้องออกมาถ่ายภาพเอาไว้ แต่เธอก็ไม่ได้เสียดาย เพราะอย่างไรเสียเธอก็มีเวลาได้ซึมซับความสวยงามนี้อีกตั้งสามเดือน รับรองว่าเธอจะสูดอากาศสดชื่นเย็นสบายนี้ให้ชุ่มปอด ตั้งใจเก็บกักความสุขของชีวิตอันเรียบง่าย และแสนสงบ...

“เฮ้ย เมาแล้วเหรอพี่”

ยังไม่ทันจะได้เก็บกักความสงบสุขที่ว่าดี สิ่งที่เธอใฝ่ฝันก็ถูกทำลายลงทันทีด้วยคำถามกลั้วหัวเราะ นิธินันท์หันไปหาชายหนุ่มที่นั่งชันเก่าอยู่ข้างๆ ก่อนจะพ่นลมหายใจใส่ตัวทำลายบรรยากาศ เอ็ดเขาเสียงขุ่น “ต่ออ้ะ กำลังเคลิ้มอยู่เลย เสียบรรยากาศหมด”

ชายหนุ่มเลิกคิ้วให้ “เคลิ้ม? เคลิ้มอะไร”

“ก็พระอาทิตย์ตกนั่นไง สวยออก”

“แค่เนี้ย? ที่ทำตาหยาดเยิ้ม ใจลอยจบเกือบจะถอดวิญญาณเมื่อกี้นี้ คือเพราะพระอาทิตย์ตกดินเหรอ” หญิงสาวพยักหน้าย้ำด้วยสีหน้าจริงจัง ทว่าคนแซ็วกลับยิ้มระคนหัวเราะกลับมาให้ “พี่นี่ติสท์กว่าที่ผมคิดอีกนะเนี่ย”

นิธินันท์มองคนพูดที่นอกจากจะไม่มีอารมณ์ร่วมด้วยแล้ว ยังยกกระป๋องเบียร์ขึ้นจดริมฝีปากอย่างไม่ใส่ใจอีก

“คำก็ติสท์ สองคำก็ติสท์ มันไม่ได้เกี่ยวกับติสท์ไม่ติสท์เลย ใครได้มาเห็นก็ต้องบอกว่าสวยทั้งนั้นแหละ หรือเธอคิดว่าไม่สวย” นิธินันท์ว่าแล้วพยักพเยิดไปหาท้องฟ้าสีส้ม พระอาทิตย์ใกล้จะลับไปหลังภูเขาอยู่แล้ว

ชายหนุ่มหันไปมอง แล้วยักไหล่ “เฉยๆ มันก็ตกแบบนี้ทุกวัน เห็นทุกวัน ไม่เห็นจะน่าตื่นเต้นตรงไหน”

นิธินันท์ย่นจมูกให้อย่างจนใจจะเถียงต่อ “ถ้าวันไหนไม่ได้เห็นขึ้นมา อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะว่าคิดถึงภาพสวยๆ บรรยากาศดีๆ แบบนี้น่ะ”

“พี่อยู่ๆ ไป เดี๋ยวก็เลิกตื่นเต้นไปเองนั่นแหละ”

นิธินันท์เบะปากให้คนอารมณ์แข็งกระด้าง ไม่ต่อคำเขา แต่หันกลับไปสนใจภาพสวยงามตรงหน้าแทน กีรติวางท่อนแขนลงบนเข่าที่ชันขึ้นมา โคลงกระป๋องเบียร์ในมือเล่น มองแสงสุดท้ายของวันที่อาบลงใบหน้าของเพื่อนร่วมบ้านสาว เป็นครั้งแรกที่เขาตั้งใจมองซีกหน้าของเธออย่างพินิจ ปากนิด จมูกหน่อย ดวงตาที่มองจากด้านข้างเหมือนว่าจะเล็ก แต่ความทรงจำของเขาบอกว่ามันกลมโต แถมใสแป๋วอีกต่างหาก ผมหน้าม้าปัดข้างนั่นก็ดูท่าจะเอาไว้ปิดเหม่ง ชายหนุ่มก้มหน้าลงนิดๆ เพื่อซ่อนยิ้ม ก่อนจะหันกลับไปมองเรียวปากบางสีชมพูระเรื่อ แม้ตอนนี้จะมองเห็นได้ไม่ชัด แต่เขาจำได้ว่าเคยเห็นลักยิ้มปุ๋มเข้าไปในสองแก้มใสเวลาที่เธอยิ้มด้วย ริมฝีปากของคนแอบมองขยับยิ้มอีกครั้ง สรุปในใจว่าเพื่อนใหม่หน้าตาออกไปทางน่ารักมากกว่าสวย

“พี่นันท์...ไม่มีแฟนเหรอ”

คำถามจากคนข้างตัวถูกเอ่ยขึ้นพร้อมกับที่พระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปพอดี นิธินันท์หันไปมองเขา “ย้ายที่อยู่ไปมาแบบนี้ ใครจะอยากเป็นแฟนฉันกัน”

“อืม ก็จริง”

คนที่ถูกตอกย้ำว่าไม่มีแฟนหันขวับไปหาคนพูด จริงอยู่หรอกที่เธอไม่ได้รู้สึกว่าคำถามของเขาละลาบละล้วงหรืออะไร เคยชินแล้วเสียมากกว่าเพราะเธอมักจะถูกถามแบบนี้เสมอเวลาเจอเพื่อนใหม่...แต่ก็ใช่ว่าจะอยากได้คำสำทับแบบนั้นเสียเมื่อไรกัน หญิงสาวมองค้อนคนพูดนิดๆ ก่อนจะว่าเสริม

“ที่จริงฉันก็เคยมีแฟนนะ” หญิงสาวโอ่ ก่อนจะเปลี่ยนมากดยิ้มมุมปากให้ความรักครั้งเก่า “แต่ก็เลิกกันหลายปีแล้วละ” 

กีรติไม่พูดอะไรต่อในทันที เว้นช่วงคล้ายจะรอดูว่าเธอยังแสดงอาการเศร้ากับเรื่องที่กำลังพูดถึงอยู่ไหม พอเห็นว่าสีหน้าของเธอไม่ได้อมทุกข์ เขาจึงว่าต่อ

“งั้นก็แปลว่าพี่ไม่มีแฟนมาหลายปีแล้ว...ใช่ไหม”

คนถูกถามพยักหน้าน้อยๆ หยิบกระป๋องเบียร์ที่เปิดวางเอาไว้ข้างตัวขึ้นจิบบ้าง พอฟ้าเริ่มมืด อากาศที่ระเบียงชั้นสองก็เริ่มเย็นลง และแอลกอฮอล์คือผ้าห่มที่ดีที่สุด กีรติบอกเธอเมื่อตอนชวนมาดื่มเบียร์ด้วยกันหลังมื้อเย็น และเธอก็เป็นคนเสนอให้มาปูผ้านั่งกับพื้นระเบียงชั้นสอง มุมโปรดของเธอเสียเลย

“ตอนนั้นฉันย้ายที่ทำงานใหม่ แล้วเขาก็ได้เลื่อนขั้นเหมือนกัน ต่างคนก็ต่างยุ่ง ไม่ค่อยมีเวลา สุดท้ายก็เลยต้องเลิกกันไป สามสี่ปีได้แล้วมั้ง”

“โห สามสี่ปีเลยเหรอ นี่พี่ยังจำความรู้สึกตอนโดนหนุ่มจีบได้อยู่รึเปล่าเนี่ย”

นิธินันท์หลุดขำให้คำถามของเขา “ไม่รู้เหมือนกัน หลังๆ มัวแต่สนใจเรื่องถ่ายรูป ไม่ค่อยได้คิดเรื่องพวกนี้เลย”

กีรติวางกระป๋องเบียร์ใกล้ๆ เหยียดขายาวไปกับพื้น แล้วเท้าสองแขนไปข้างหลัง หลายคำถามเริ่มหลั่งไหลเข้ามาในสมอง ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นความอยากรู้ส่วนตัวหรือเป็นเพราะเรื่องเมื่อตอนกลางวันกันแน่

ชายหนุ่มแอบเหลือบมองร่างเล็กข้างๆ ที่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเธอจะเปลี่ยนจากมองพระอาทิตย์ตกมาเป็นมองดาวบนท้องฟ้าแทนแล้ว กีรติยังคงเห็นรอบยิ้มที่ค้างอยู่ใบหน้าของหญิงสาวไม่ไปไหน รอยยิ้มแบบนี้หรือเปล่านะที่ต้องตาต้องใจปาณัทถึงกับออกปากบอกเขาตอนโทร. ไปหาเมื่อตอนกลางวัน

น่ารักมากเลยว่ะต่อ ถามให้หน่อยสิว่าเขาว่างอยู่ไหม

นึกถึงแล้วน้ำเสียงตื่นเต้นของคนพูดแล้วก็อดขำเบาๆ ไม่ได้ จะว่าไป เพื่อนร่วมบ้านคนใหม่ของเขานี่ก็เสน่ห์แรงไม่เบาเหมือนกันนะ ปาณัทต้องดีใจแน่ถ้าได้รู้ว่าเธอยังโสด เรียกว่าโสดสนิทมาหลายปีอีกต่างหาก

เขาอยู่บ้านเดียวกับแกแบบนี้ ถ้าเขายังโสด แกต้องช่วยฉันนะเว้ย

คำพูดของปาณัทแสดงออกอย่างไม่ปกปิดว่าถูกใจนิธินันท์ตั้งแต่แรกเห็นขนาดไหน จะว่าไปแล้วตั้งแต่รู้จักกับปาณัทมา เขาก็ไม่เคยเห็นลูกค้าที่เป็นเสมือนพี่ชายอีกคนคนนี้แสดงออกว่าสนใจผู้หญิงอย่างออกหน้าออกตาขนาดนี้มาก่อน แม้ว่ากีรติจะรู้สึกแปลกๆ อยู่หน่อยๆ เพราะก็ไม่เคยต้องรับบทพ่อสื่อแม่ชักกับเขามาก่อนเลย แต่ในเมื่อปาณัทก็เป็นพี่ที่รู้จักกันมาหลายปีแล้ว แถมยังพ่วงตำแหน่งลูกค้าที่มาจ้างบริษัทเขาทำงานให้อีก ถ้าจะทำให้คนสองคนมีความสุข มันก็คงไม่ใช่เรื่องแย่อะไร ตอนนั้นเขาเลยไหลตามน้ำตอบกลับคนขอร้องไปว่า

เอาดิพี่ เดี๋ยวผมช่วย

แล้วตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าคำตอบของนิธินันท์กำลังบอกว่ากีรติว่า เขาต้องกลายเป็นพ่อสื่อจำเป็นแล้วจริงๆ 

ต่อตรงนี้ (60%)

“แล้วพี่...ชอบผู้ชายแบนไหนอ้ะ” หลังจากทั้งสองเงียบไปครู่หนึ่ง กีรติก็วกกลับเข้าประเด็นเดิมอีกครั้ง นิธินันท์หันไปผูกคิ้วให้เขานิดๆ กำลังคิดว่าเขาจริงจังกับคำถามนั้นมากแค่ไหน

“ไม่รู้สิ ชอบก็คือชอบ ธรรมชาติของคนเรา มีสเปกตายตัวจริงๆ ด้วยเหรอ” ช่างภาพสาวว่าในสิ่งที่สงสัยมานาน “หรือผู้หญิงที่ต่อชอบทุกคนเป็นเหมือนกันหมด”

คนถูกย้อนถามหลุดขำ คิดว่าจะแอบเนียนล้วงความลับเสียหน่อย แต่ไหงกลับวกเข้าหาตัวเองไปเสียได้ ชายหนุ่มยักไหล่ “ผมก็ชอบไปเรื่อยอ้ะพี่ จริงๆ จะเรียกว่าชอบก็ไม่ถูกนะ ผมไม่ได้มีรู้สึกแบบนั้นนานแล้วเหมือนกัน แฟนคนล่าสุดก็ตั้งแต่อยู่ปีสอง หลังจากเลิกกันไป ใครมาทัก ผมก็คุยแก้เบื่อไปเรื่อย แต่สุดท้ายอยู่กับเพื่อนก็สนุกกว่า สบายใจด้วย”

คนฟังยิ้ม แบบนี้หรือเปล่าที่เจนนิภาชอบบอกให้เขาไปอ้อนสาวๆ แต่เจ้าตัวกลับยืนยันหนักแน่นว่าไม่มีแฟน ที่แท้ก็ผู้ชายขี้เหงาที่หวงความโสดนี่เอง

“ตกลงพี่เชื่อรึเปล่าเนี่ย ว่าผมยังไม่มีแฟน”

ความสนใจของนิธินันท์ถูกดึงกลับไปหาคู่สนทนาอีกครั้งเมื่อเขาถามย้ำในสิ่งที่บอกกับเธอเมื่อคืน หญิงสาวอมยิ้มนิดๆ แล้วพยักหน้าให้ ดูท่าเขาจะคิดจริงๆ ว่า เธอจะกังวลว่าผู้หญิงของเขาจะมาแหกอกเพราะเข้าใจผิด

“ทั้งอาหารแช่แข็ง ทั้งอาหารกระป๋อง ไหนจะความรกย่อมๆ ในห้องนั่งเล่น ถ้าเธอมีแฟน คงไม่อยู่ในสภาพนี้หรอก”

กีรติระเบิดหัวเราะออกมา ไม่รู้ทำไมรู้สึกโล่งอกอย่างไม่มีสาเหตุขึ้นมาได้ “เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมทำความสะอาดห้องนั่งเล่นให้นะพี่ แถมล้างห้องน้ำให้ด้วยเลยอ้ะ”

“เรียกว่าเป็นการต้อนรับหรือเปล่า”

ชายหนุ่มยิ้มทะเล้นให้ “ยินดีต้อนรับสู่เชียงราย และบ้านชายโสดที่แสนอบอุ่น”

นิธินันท์หัวเราะร่า “คารมอย่างนี้ละน้า สาวๆ ถึงได้หลง”

“อ้าว วกมาเรื่องสาวๆ อีกละ ไม่เอาแล้ว ผมว่าคุยเรื่องพี่ดีกว่า”

คนเป็นพี่ผูกคิ้ว “เรื่องฉัน? เรื่องฉันก็เล่าไปหมดแล้วเมื่อคืนไง มันก็มีแค่นั้นแหละ” ว่าแล้วก็คลายปมคิ้วที่ผูกกันออก เปลี่ยนยิ้มกว้างให้คู่สนทนาแทน เมื่อคิดอะไรดีๆ ขึ้นมาได้ “วันนี้ตาเธอเล่าเรื่องของตัวเองบ้าง จะอยู่บ้านด้วยกันฉันยังไม่รู้เรื่องของเธอเลย”

“เรื่องของผมมันจะมีอะไรให้เล่า พี่ก็เห็น ชีวิตผมมีแค่นี้แหละ บ้านกับออฟฟิศ เดินไปเดินมาอยู่สองที่นี้แหละ พี่อยากรู้อะไรล่ะ”

“อืม...งั้นก็เล่าเรื่องก๊วนออฟฟิศน้อยๆ สิ” กีรติมองตาใสแป๋วของคนพูดที่กำลังมองมา “บริษัทนั้นใครเป็นเจ้าของเหรอ ใช่คุณปาณัทรึเปล่า”

คนถูกถามกระตุกยิ้ม กำลังคิดอยู่ว่าจะหยั่งเชิญเธอเรื่องของปาณัทอย่างไรดี แล้วก็เหมือนว่าโชคจะเข้าข้าง ฝ่ายนั้นช่วยเปิดทางให้เขาพอดี

“บริษัทนั้นผม พี่พัฒน์ แล้วก็ป๋า หุ้นกันสามคน ส่วนพี่ณัทน่ะเป็นลูกค้า เขาเป็นเจ้าของร้านอาหารในกรุงเทพฯ แล้วกำลังจะมาขยายสาขาในภาคเหนือ ก็เลยมาจ้างพวกผมเขียนโปรแกรม วางระบบพวกการจัดการในร้านอะไรแบบนี้ เอาง่ายๆ เขาก็เหมือนเป็นเจ้านายนั่นละ”

ชายหนุ่มพยายามขายคุณสมบัติที่คิดว่าน่าสนใจของลูกค้าเขาให้แก่หญิงสาว ทว่าความสนใจของเธอกลับอยู่ที่ “โห สามคนเปิดบริษัทด้วยกันเหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่อ้ะ ทำไมเก่งกันจัง”

“เฮ้ย ไม่ได้เก่งอะไรเลยพี่ มันออกจะลุ่มๆ ดอนๆ ซะมากกว่า” ชายหนุ่มว่ายิ้มๆ ยกเบียร์ขึ้นจิบเหมือนรู้ว่าเดี๋ยวจะต้องพูดจนคอแห้ง

“เมื่อสักห้าปีที่แล้วได้ ตอนนั้นผมเพิ่งเรียนจบมาใหม่ๆ ตอนแรกบริษัทที่เคยฝึกงานเรียกตัวไปทำด้วย แต่ไปทำได้แค่สามเดือน ผมก็ทนไม่ไหวเหมือนตอนฝึกงานเป๊ะ”

“ทำไม บริษัทไม่ดีเหรอ”

“บริษัทอ้ะดีมากพี่ โอเคทุกอย่าง ทั้งเนื้องาน ทั้งเพื่อนร่วมงาน แถมยังเป็นบริษัทที่ให้เงินเดือนวิศวกรซอฟต์แวร์จบใหม่เยอะกว่าที่อื่นเกือบสองเท่าแน่ะ” คนพูดยักไหล่ให้ความจริงข้อนั้น ก่อนจะชำเลืองไปสบตาคนตั้งใจฟัง “แต่ผมไม่ชอบความวุ่นวายในกรุงเทพฯ น่ะพี่ ตอนฝึกงานสามสี่เดือนมันก็มีอึดอัดบ้างนะ แต่ก็พอทนได้เหมือนรู้ว่าจะได้กลับบ้านเมื่อไหร่ แต่พอต้องไปอยู่ยาวแบบไม่มีกำหนดจริงๆ” เขาส่ายหน้าคล้ายจะย้ำว่าไม่ไหว “ผมว่า...ผมเกิดมาเพื่ออยู่ที่นี่มากกว่า สงบ สบายใจ สุขมากกว่า สุขแบบไม่ต้องมีเงินเดือนมากๆ ก็ได้ ต๊ะต่อนยอนไปวันๆ ไม่มีอะไรให้ต้องคิดมาก”

นิธินันท์ฟังแล้วอมยิ้ม เกือบหลุดขำให้คำอธิบายแปลกๆ ที่ฟังดูน่ารักของเขา ทว่าเธอก็เห็นด้วยกับสิ่งที่ชายหนุ่มพูด เพราะแค่เธอมาอยู่ไม่กี่วัน ก็รู้สึกได้ว่าชีวิตแบบ ต๊ะต่อนยอน ของที่นี่

สุข...และสงบอย่างที่เขาว่าจริงๆ

“ว่าแต่คนอื่น ตัวเองก็ติสท์เหมือนกันนะเราน่ะ” หญิงสาวแกล้งแซ็วเขายิ้มๆ

“ติสท์ที่ไหน ตรงกันข้ามต่างหาก ผมว่ามันเป็นความเคยชินมากกว่า ผมเกิดที่นี่ โตที่นี่ ให้ย้ายที่อยู่ไปเรื่อยๆ แบบพี่ ผมไม่ติสท์พอจะเปลี่ยนแปลงอะไรบ่อยๆ แบบนั้น”

“อื้ม ก็ถูกของเธอ” นิธินันท์ว่าพลางโคลงกระป๋องเบียร์เล่นไปด้วย คิดไปด้วยว่าเธอชักจะดื่มแอลกอฮอล์บ่อยไปหรือเปล่านะ ทว่าก็หักล้างข้อสงสัยนั้นด้วยการบอกตัวเองในใจว่ามันก็เคล้าไปกับบรรยากาศคุยกันแบบต๊ะต่อนยอนนี้ได้ดี

“เกิดที่นี่ โตที่นี่” ช่างภาพสาวทวนคำพูดของคู่สนทนาอีกครั้ง ก่อนจะหันไปผูกคิ้วให้กีรติ “แล้วทำไมต้องมาเช่าบ้านอยู่ ฉันคิดว่าเธอไม่ใช่คนที่นี่ซะอีก”

“ที่นี่ของผมหมายถึงเชียงราย แต่บ้านจริงๆ ผมไม่ได้อยู่อำเภอเมือง อยู่แม่สาย”

“แม่สาย ที่ติดกับชายแดนพม่าอ้ะนะ”

“ใช่” ชายหนุ่มพยักหน้าให้ ก่อนจะเอนตัวไปใกล้ๆ หญิงสาวแล้วว่าเสริม “เกิดพลาดอีกองศาเดียวผมคงเป็นคนพม่าไปแล้ว”

นิธินันท์ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างไม่เกรงใจ “หน้าก็ให้อยู่นะ”

“อ้าว ไหลตามน้ำซะงั้น”

กีรติยิ้มไปด้วย มองแก้มใสของหญิงสาวที่เริ่มแดงระเรื่อ เขารู้สึกตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่าฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เธอดูน่ารักไปอีกแบบ แถมยังเป็นกันเองมากขึ้นด้วย

“แม่สาย...ไกลจากที่นี่มากเหรอ ถึงต้องเช่าบ้านอยู่” เจ้าของแก้มระเรื่อหันมาถาม เรียกให้ชายหนุ่มหลุดจากภวังค์

“จริงๆ ก็ไม่ไกลนะ ถ้าขับรถแบบปลอดภัย ประมาณสี่สิบห้านาทีก็ถึง แต่มันก็เปลืองนะ ถ้าต้องไปกลับทุกวัน แล้วผมทำงานดึกด้วย” กีรติว่า สายตาเขายังวางอยู่กับดวงตาวาววับของเธอ พลันเอ่ยออกไปอย่างไม่รู้ตัว “วันหลังไปเที่ยวกันไหม”

นิธินันท์คลี่ยิ้มกว้างขึ้นบนใบหน้า ในขณะที่กีรติกลับกระตุกคิ้ว ประหลาดใจที่จู่ๆ ก็เอ่ยชวนเธอออกไปอย่างนั้น แล้วก็ยิ่งต้องประหลาดใจกว่าเดิมเมื่อความรู้สึกลึกๆ กระซิบเบาๆ อยู่ภายในว่าคำว่า เที่ยว ของเขา ไม่ได้หมายถึงสถานที่ที่กำลังพูดถึงอย่างเดียว แต่หมายถึงที่ไหนก็ได้

ที่ไหนก็ได้...ที่ไปด้วยกัน 

ต่อตรงนี้ (100%)


แล้วความคิดแปลกๆ นั้นก็พลันถูกลบไปอย่างรวดเร็วเมื่ออีกคนคล้อยตาม

“มีอะไรมาล่อล่วงบ้างล่ะ ไหนว่ามาซิ”

“เอาจริงก็ไม่มีหรอก” เขาว่ากลั้วหัวเราะ แล้วแกล้งแหย่เธอเล่น “หนุ่มพม่าสักคนเป็นไง”

นิธินันท์หลุดขำพรืด “หนุ่มพม่าเลยเหรอ หนุ่มแม่สายก็พอมั้ง”

กีรติเกือบหลุดปากเสนอชื่อตัวเอง ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงแกล้งหยอกไปแบบนั้น เพราะรู้ดีว่าคนพูดไม่ได้คิดอะไรจริงจัง แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร กับนิธินันท์ เขาเลือกที่จะยั้งคำพูดนั้นเอาไว้

 “ถ้าพี่สนใจหนุ่มแม่สายนะ ที่ออฟฟิศมีอีกคน”

“ใคร”

“ป๋าไง ป๋าเป็นรุ่นพี่ผมตั้งแต่สมัยม. ปลายแล้ว เราเรียนที่เดียวกัน”

ช่างภาพสาวพยักหน้ารับรู้ วางสายตาเอาไว้ที่จมูกโด่งเป็นสันของเขา พลางว่าเสริมบ้าง “แล้วก็มาเรียนคณะเดียวกันอีก ก็เลยสนิทกันมากจนมาเปิดบริษัทด้วยกันว่างั้น”

“เกือบถูก”

“อ้าว”

“สนิทกันมากอ้ะใช่ แต่ไม่ได้เรียนคณะเดียวกันนะ ป๋ากับพี่พัฒน์อ้ะ เรียนวิศวะคอมมาเหมือนกัน ซี้กันมาตั้งแต่เรียนมหา ลัย แต่ผมเรียนวิศวะซอฟต์แวร์มา มันอยู่ในคณะวิทยาน่ะ แต่ผมสนิทกับป๋าไง ก็เลยสนิทกับพี่พัฒน์ไปด้วย งี้แหละ เมื่อก่อนกินเหล้าด้วยกันบ่อย” ว่าเสร็จก็กระดกเบียร์ตอกย้ำกิจกรรมยามว่างให้หญิงสาวดู

นิธินันท์หัวเราะออกมาเบาๆ “แล้วกินเบียร์ทุกวันนี่ใช่หนึ่งในความต๊ะต่อนยอนของที่นี่รึเปล่า”

กีรติหันไปเลือกคิ้วให้คนถาม “ปกติผมก็ไม่ได้กินทุกวันนะ แต่วันนี้บรรยากาศมันให้ แถมมีเพื่อนกินด้วย” ไม่ว่าอย่างเดียว เขายื่นกระป๋องเบียร์ของตัวเองไปชนกับของอีกฝ่าย แล้วยักไหล่ให้ “คอยดูนะ เดี๋ยวผมจะปั้นให้พี่กลายเป็นเมรีขี้เมาภายในสามเดือน”

“จะบ้าเหรอต่อ”

ทั้งสองหัวเราะเบาๆ เคล้าไปกับอากาศที่เริ่มเย็นลง นิธินันท์ชันเข่าขึ้นมารวบกอดเอาไว้หลวมๆ วางคางมนกับหัวเข่าข้างหนึ่ง “ได้อยู่กับเพื่อนที่สนิทกันแบบนี้ก็ดีเนาะ แถมยังทำงานด้วยกันอีก”

“นั่นพี่กำลังอิจฉาผมอยู่รึเปล่า”

หญิงสาวหันไปแยกเขี้ยวให้ “ก็อิจฉาตั้งแต่ที่เธอได้อยู่บ้านนี้แล้ว”

“ตอนนี้ผมก็ไม่ได้ไล่พี่ไปอยู่ที่อื่นนี่” เขาว่าเสียงทุ้มชวนคล้อยตาม “ถ้าพี่ชอบก็อยู่ไปนานๆ ดิ ไม่เห็นเป็นไร”

นิธินันท์ถอนหายใจเบาๆ “คิดอ้ะมันก็ง่ายนะ แต่พอไม่มีอะไรแปลกๆ ให้ถ่าย ก็คงต้องย้ายไปเรื่อยๆ อยู่ดี”

“อย่าอ้างว่าถ่ายรูปเลย ผมว่ามันอยู่ที่ใจมากกว่า ถ้าใจพี่ไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้น พี่ก็อยากจะออกไปตามหาสิ่งใหม่เรื่อยๆ”

ช่างภาพสาวเอียงศีรษะ มองชายหนุ่มอย่างตั้งใจฟังในสิ่งที่เขากำลังพูด เขายกกระป๋องเบียร์ขึ้นดื่มอีกครั้ง ก่อนจะว่าต่อ

“ตอนผมอยู่กรุงเทพฯ มีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจกว่านี้เยอะ แต่ผมอยากกลับบ้านทุกวันเลยนะ ไม่เหมือนกับตอนนี้ งานที่รับมาก็สะเปะสะไปหมด เป็นบริษัทเล็ก ใครจ้างทำอะไรก็รับหมด งานหนักกว่า แต่ผมอยากไปทำงานทุกวัน พี่รู้ไหมตอนเปิดบริษัทปีแรกๆ นะ ตอนนั้นไอ้รัณย์กับพี่เจนยังไม่เข้ามา พวกผมทำงานกันสามคน ยิงยาว 48 ชม.ไม่หลับไม่นอนยังมี ถ้างานเสร็จเร็วก็ได้เงินเร็ว รับงานอื่นต่อได้อีก บางทีนะ สโคปงานที่ถ้าเป็นบริษัทอื่น เขาใช้เวลาทำกันสามเดือน แต่ตอนพวกผมประชุม มานั่งคุยกัน พี่พัฒน์บอก...เฮ้ย มึงเดือนครึ่งไหม พวกผมก็จัดไป เดือนครึ่งเสร็จ ปั่นไฟลุก แทบไม่ได้นอน ช่วงนั้นทำงานกันมันมากพี่ เป็นไฟของช่วงชีวิตวัยรุ่นจริงๆ ” กีรติเล่าด้วยสีหน้าที่ฉายความภูมิใจอย่างชัดเจน “กว่าจะถึงวันนี้ ผ่านอะไรมาด้วยกันมาเยอะ ก็เลยสนิทกันมากอย่างที่พี่เห็น”

นิธินันท์ฟังอย่างเพลิดเพลินไปกับเรื่องราวชีวิตของเขา เรียวปากบางของเธอระบายยิ้ม แววตาประกายไปด้วยความชื่นชมอย่างไม่ปกปิด พอพูดถึงเรื่องงาน เขาดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาเลย หญิงสาวแอบคิดว่าถึงแม้เขาจะอายุน้อยกว่าเธอ แต่บางทีประสบการณ์ชีวิตของเขาอาจจะมากกว่าของเธอเสียด้วยซ้ำ มันช่างเป็นเส้นทางชีวิตนอกรั้วมหาวิทยาลัยในแบบของผู้ชายที่ฟังดูน่าตื่นเต้น น่าสนุกไปอีกแบบเหมือนกัน

“แล้วศรัณย์กับเจนล่ะ เข้ามาตอนไหน”

“พี่เจนเป็นแฟนพี่พัฒน์มาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว ตอนเรียนจบใหม่ๆ พี่เจนทำงานบริษัทอื่นก่อน แต่พอแต่งงาน แล้วต้องย้ายมาอยู่บ้านนั้น ก็เลยลาออกจากงานแล้วมาช่วยงานเอกสารแทน ส่วนไอ้รัณย์ เข้ามาก่อนพี่เจนไม่นาน มาเป็นไอทีซัพพอเตอร์ให้บริษัทน่ะ”

“อ้าว สรุปนี่เป็นไอทีซัพพอเตอร์กันเหรอ ไหนเมื่อกี้บอกว่าเป็นวิศวกรซอฟต์แวร์ไง”

คนถูกถามขมวดคิ้ว “อธิบายยังไงให้พี่เข้าใจดี คือเอาจริงๆ สายงานนี้มันก็มั่วกันไปหมดนะ เมื่อก่อนผมทำงานบริษัทใหญ่ไง งานที่ได้ทำมันก็ค่อนข้างเฉพาะเจาะจง แบ่งหน้าที่กันชัดเจน อย่างผม ออกแบบ เขียนโปรแกรม ตำแหน่งในบริษัทตอนนั้นก็จะเรียกว่าวิศวกรซอฟต์แวร์ แต่เดี๋ยวนี้ออกมาทำเอง งานมันก็มั่วไปหมด ทั้งเขียนโปรแกรม เขียนแอป เขียนเว็บ หลายอย่าง เวลาผมไปบอกคนอื่น ผมก็จะบอกว่าเป็นโปรแกรมเมอร์ เพราะมันก็จะกว้างๆ ครอบคลุมทุกอย่าง ที่ออฟฟิศเรามีโปรแกรมเมอร์สามคน ผม พี่พัฒน์แล้วก็ป๋า”

“หืม...” สาวคนฟังเม้มปากแล้วพยักหน้าตาม “แล้วก็มีศรัณย์เป็นไอทีซัพพอเตอร์อีกที”

กีรติมองปฏิกิริยาตอบกลับของหญิงสาว รู้สึกขัดใจนิดๆ อย่างไม่มีสาเหตุที่เขาเล่าเสียยืดยาว แต่เธอกลับเอ่ยถึงแต่น้องเล็กของบริษัทอยู่อย่างนั้น ชายหนุ่มขยับตัวเล็กน้อย พยายามเก็บอาการ ทำทีไม่สนใจท่าทีของเธอโดยการหันมองตรงไปข้างหน้า แต่ก็ไม่วายใช้ความกวนที่เป็นอาวุธประจำตัวเรียกความสนใจของเธอให้กลับมาอยู่ที่เขา

“ไอทีซัพพอตเตอร์กับโปรแกรมเมอร์ไม่เหมือนกันนะ”

“ไม่เหมือนยังไง”

“โปรแกรมเมอร์หล่อกว่า...พี่ก็เห็น” เขาว่าแล้วหันมายิ้มทะเล้นให้

นิธินันท์ระเบิดหัวเราะออกมาชุดใหญ่ ก่อนจะเบะปากให้ด้วยความหมั่นไส้ ไอ้ความคิดที่บอกว่าเขาเป็นผู้ใหญ่เมื่อตะกี้นี้ ถือว่าไม่เคยเกิดขึ้นละกันนะ

 


 --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ผลงานที่ผ่านมา


ดาราร้อยเล่ห์
อินเอวา
www.mebmarket.com
งานนี้ถ้าเผด็จศึกคุณสา (มี)... ไม่ได้  เธอขอแห้งเหี่ยวตายคาบัลลังก์แคตวอล์ก . . เพราะสถานะไฮโซกำลังจะหลุดลอยไป เมื่อความล้มละลายมาเยือน เกล็ดดาว นางแบ...









 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

868 ความคิดเห็น

  1. #828 Chu Ma (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:05
    ถ้าต่อจบ คณะวิทยาศาสตร์ ต้องเอก วิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือเรียกสั้นว่า วิดคอม นะคะ ไม่ใช่วิศวกรรมซอฟต์แวร์ค่ะ
    #828
    0
  2. #827 Chu Ma (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:05
    ถ้าต่อจบ คณะวิทยาศาสตร์ ต้องเอก วิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือเรียกสั้นว่า วิดคอม นะคะ ไม่ใช่วิศวกรรมซอฟต์แวร์ค่ะ
    #827
    3
    • #827-2 BlackRecon(จากตอนที่ 5)
      13 เมษายน 2561 / 17:10
      ใจ้แล้ว ถ้าเคยเรียนหรือเรียนอยู่ที่มหาลัยนี้ จะฮู้เลยว่าคณะวิชาวิศวกรรมซอฟต์แวร์เป็นส่วนหนึ่งของสำนักวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ เพราะเราก็กำลังเรียนอยู่ที่มอนี้เหมือนกัน 555+ แต่เราชอบนิยายของไรต์มากเลยนะ เพราะไม่ค่อยมีใครเขียนเกี่ยวกับเจียงฮายสักเท่าไร
      #827-2
    • #827-3 (จากตอนที่ 5)
      17 เมษายน 2561 / 22:28
      ว๊ายๆๆๆ เจ้าถิ่นมาเองงง ยินดีมากๆเลยค่ะ ไรต์ก็ชอบเจียงฮายมากๆเหมือนกัน ขอบคุณที่ติดตามนะค้าาาา
      #827-3
  3. #790 Beambinnie (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:02
    เขียนดีนะคะ แต่คำว่า อ้ะ เยอะไปหน่อย มันขัดๆ
    #790
    0
  4. #103 noonara (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 กันยายน 2560 / 23:45
    พี่น้องร่วมบ้านเดียวกันคู่นี้คุยกันน่ารักมุ้งมิ้ง
    #103
    0
  5. #95 Jubjang_pattanan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 กันยายน 2560 / 06:40
    ไรท์ที่รัก........เค้ารออยู่น้าาาา
    #95
    0
  6. #94 Jeon Han-Na (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 07:12
    ไปๆมาๆต่อก็เหมือนเด็กน้อย น่าย้ากกกกก
    #94
    0
  7. #93 Jubjang_pattanan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กันยายน 2560 / 06:01
    อะไร ยังไงคะต่อ...........น่าร๊ากกกกกกกก
    #93
    0
  8. #92 $pirit Finger$ ^ㅆ^ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กันยายน 2560 / 02:11
    น่าร๊ากกกกกอ่ะ ระวังนะพ่อสื่อ เด่วจะตกหลุมรักซะเอง
    #92
    0
  9. #91 ao_majo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 20:58
    อาการขนาดนี้แล้ว ยังจะเป็นพ่อสื่ออยู่อีกหรอนายต่อ
    #91
    0
  10. #90 niceday777 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 16:44
    เดี๋ยวๆๆๆ เป็นพ่อสื่อนะ ลืมยัง
    #90
    0
  11. #89 AijaSolothurn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 12:05
    รอออออนะ
    #89
    0
  12. #88 Jubjang_pattanan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 01:06
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดด

    ไม่เสียแรงที่เข้ามารอ

    ขอบคุณมากนะคะ
    #88
    0
  13. #87 ao_majo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 22:06
    หาเรื่องให้ตัวเองซะแล้วนายต่อ
    #87
    0
  14. #85 ณัชพล / supawit (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 18:37
    ชอบมากครับ^^ รอไรเตอร์มาต่อนะครับ^^
    #85
    0
  15. #84 sitcha (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 17:12
    เฮ้อ พ่อสื่อพ่อชัก
    #84
    0
  16. #28 wonderfully (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:44
    ซ่อนความขันเอาไม่มิด    เอาไว้ไม่มิด
    หลังจากอาหารมื้อดึกจนลง      จบลง
    ทั้งคู้ตัดสินใจ       ทั้งคู่
    ขึ้นบันไดไปได้ครั้งทาง       ครึ่งทาง
    ว้าวนางเอกเป็นพี่กินเด็กเหรอนี่
    #28
    0
  17. #23 Pompom06 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 02:54
    อิอิพี่นันท์น้องต่อ
    #23
    0
  18. #22 fsn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:53
    อ้าว น้องต่อเหรอค้า หุๆ
    #22
    0
  19. #19 __dA (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:33
    น่ารักอ้ะพี่นันท์น้องต่อออ
    #19
    0
  20. #18 PuyzZMeekaeW (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 02:47
    ค๊าบพี่นันท์ น้องต่อ
    #18
    0