เร้นรักพรางใจ ( สนพ. พิมพ์คำ )

ตอนที่ 48 : ตอนพิเศษ 2 : ยายซกมก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,330
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 220 ครั้ง
    14 พ.ค. 61

 

ตอนพิเศษ 2

ยายซกมก

 

            ในบางบ้าน พี่ชายอาจจะมีอำนาจข่มน้องสาวได้เสมอ นิธินันท์เองก็คิดเช่นนั้นมาตลอด เพราะยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา บ้านเธอเป็นอย่างนั้น พี่ชายของเธอเข้ามาวุ่นวายอยากรู้ความเป็นไปของชีวิตมากกว่าพ่อของเธอเสียอีก แต่ดูเหมือนว่าความคิดนั้นจะใช้ไม่ได้กับบ้านนี้

“เมื่อไหร่รูมเมตแกจะกลับมาสักที หาไอ้แต้ว” คำถามนี้ดังขึ้นขณะที่คนถามเดินหอบหมอนและผ้าห่มออกมาโยนที่โซฟาในห้องนั่งเล่น ไม่ต้องบอกก็รับรู้ได้จากน้ำเสียงว่าอารมณ์ขุ่นอยู่หน่อยๆ

น้องสาวที่นั่งอยู่บนโซฟาอยู่ก่อนแล้วเหลือบมองพี่ชายแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบอย่างไม่สนใจความขัดใจที่ฉายชัดบนใบหน้าเขา “ยังไม่รู้เลย มันบอกว่ากลับมาเมื่อไหร่จะโทร. บอก” ว่าเสร็จก็หันกลับไปมองจอโทรทัศน์ต่อ แล้วถามกลับ “ทำไม เดี๋ยวนี้น้องมาขอนอนด้วยนิดหน่อยพูดจาเหมือนจะไล่กลับ...ไม่รักกันแล้วใช่ไหม”

นิธินันท์เพิ่งอาบน้ำเสร็จ และกำลังเดินไปที่บันไดขึ้นชั้นสองซึ่งอยู่ใกล้กับห้องนั่นเล่น เลยทันได้ยินเสียงประโยคสุดท้ายที่กวิตาเอ่ยด้วยเสียงสั่นพอดี หญิงสาวเกือบกลั้นขำไม่อยู่ เธอรู้หรอกว่าที่จริงแล้ว ที่น้องสาวจอมแสบ ไม่ยอมกลับไปหอพักตัวไปสักทีก็เพราะอยากจะแกล้งคืนพี่ชายจอมสั่งบ้าง วันนี้ก็ครบสองสัปดาห์พอดีหลังจากที่กีรติกลับมาจากกรุงเทพ นิธินันท์ไม่ได้มีปัญหาอะไรที่กวิตายังคงค้างอยู่ที่นี่ ออกจะชอบด้วยซ้ำเพราะมันทำให้บ้านครึกครื้นไปอีกแบบ จะมีก็แต่กีรติเท่านั้นล่ะ ที่ออกปากไล่น้องกลับอยู่ทุกวัน ยิ่งเวลาใกล้จะได้เวลานอนแบบนี้ทีไร เป็นต้องเกิดสงครามคารมย่อมๆ ระหว่างพี่น้องทุกที

ก็แน่ล่ะ เพราะถ้าเป็นตอนที่น้องแต้วไม่อยู่ ช่วงเวลาหลังมื้ออาหารเย็น ไม่ก็ค่ำๆ แบบนี้ เขาเป็นต้องชวนเธอดูหนังสักเรื่อง หรือไม่อย่างนั้นก็ชวนลงมานั่งทำงานด้วยกัน อ้อนนิดหยอดหน่อยให้ใจเธอได้ตุ๊มๆ ต้อมๆ ตลอด แต่พอมีน้องแต้วมาอยู่ด้วยแบบนี้ ดูเหมือนว่าพี่ชายจากออกอาการวางมาดอยู่พอดี นอกจากจะถึงเนื้อถึงตัวเธอมากไม่ได้แล้ว ยังต้องทำเป็นนิ่ง เรื่องจะหยอดคำหวานต่อหน้าน้องสาวให้เสียฟอร์มน่ะ ฝันไปได้เลย และแน่นอนว่าสาวคนน้องก็รู้ทันพี่ชาย เลยแกล้งอยู่เป็นก้างเสียให้สมใจ คงอยากจะเอาคืนพี่ชายที่ชอบแกล้งเธอดีนัก นิธินันท์เห็นท่าทางฟึดฟัดนิดๆ ของเขาในบางครั้งแล้วก็อดแหย่ไม่ได้ เคยแอบกระซิบเขาไปว่า

ลำบากหน่อยนะ เกิดเป็นพี่ชายน้องแต้วน่ะ

ประโยคคล้ายๆ กับที่เธอเคยบอกคนน้องไปนั่นละ ทำยังไงล่ะ ก็แสบพอกันทั้งคู่นี่นา ช่วยไม่ได้ถือเสียว่าเป็นกรรมตามทันที่เขาดันทำกับน้องสาวเอาไว้เยอะก็แล้วกัน

“ไม่ได้อยากไล่ แต่อยากได้ห้องนอนคืน” พี่ชายทำอ้าง

ที่กีรติพูดอย่างนั้นก็เพราะว่าช่วงที่เขาไม่อยู่ เขาให้กวิตาใช้ห้องนอนของเขา แต่พอกลับมาแล้ว เตียงในห้องนอนก็ดูจะเล็กเกินกว่าสองพี่น้องจะนอนเบียดกันได้ พี่ชายเลยจำต้องย้ายมานอนที่โซฟาหน้าโทรทัศน์แทน นอกจากจะนอนได้ไม่สบายตัวเท่าเตียงนอนแล้ว มันยัง...

“แกก็รู้ว่าขาพี่ยาวเลยโซฟา นอนติดกันหลายๆ วันมันเมื่อย”

“ถ้านอนบนโซฟามันเมื่อยนัก...” น้องสาวหันไปยิ้มแฉ่งให้ “พี่ต่อก็นอนพื้นสิ”

“ไอ้แต้ว เดี๋ยวเหอะ จะให้มานอนเป็นเพื่อนเลยนี่”

“ฝันไปเถอะค่ะคุณกีรติ แต้วนอนบนเตียงสบายๆ เรื่องอะไรจะยอมนอนพื้น เชอะ!

บทสนทนาตอบโต้ที่เหมือนจะได้ยินอยู่ทุกวันว่าเถียงกันด้วยท็อปปิกเดิมๆ ทว่าก็ทำให้อีกคนที่อยู่ในบ้านพลอยยิ้มตามไปด้วยเสมอ นิธินันท์เลือกที่จะไม่ขัดจังหวะสงครามขนาดย่อมของสองพี่น้อง เธอเดินเงียบๆ ตรงไปที่บันไดขึ้นชั้นสอง แต่พอก้าวขึ้นบันไดไปได้ยังไม่ถึงสามขั้นดี ใครบางคนก็เห็นเธอเสียก่อน

“เฮ้ย! นันท์ เดี๋ยวดิ จะขึ้นห้องแล้วเหรอ”

คนถูกถามหยุดเดินแล้วหันไปพยักหน้าให้ “อื้ม”

“อย่าเพิ่งไปสิ อยู่คุยด้วยกันก่อน”

นิธินันท์เลื่อนสายตาจากคนพูดไปหาสาวร่างเล็กที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอเห็นว่าน้องแต้วกำลังเหลือบมองอาการโอดครวญหน่อยๆ ของพี่ชายแล้วอมยิ้มขำ ช่างภาพสาวเลยผสมโรงแกล้งไปด้วยอีกคน “ก็เห็นคุยสนุกกับน้องแต้วอยู่ เลยว่าจะขึ้นห้องไปทำงาน”

เอ่ยตอบคนพี่ ก่อนจะเลื่อนสายตาไปประสานกับคนน้องแวบหนึ่ง รู้กันตามประสาผู้หญิงที่เริ่มสนิทกันมากขึ้น กวิตาเลยรับไม้ต่อ ตัดบทสนทนาระหว่างคู่รักทั้งสองลงฉับ

“งั้น...ฝันดีนะคะพี่นันท์ เจอกันพรุ่งนี้เช้า” น้องเล็กของบ้านว่าพร้อมโบกมือบ๊ายบาย ก่อนจะต้องร้องอุทานขึ้น “โอ๊ย!

กวิตายกสองมือขึ้นจับศีรษะตรงตำแหน่งที่เพิ่งโดนพี่ชายเขกกะโหลกไปเบาๆ ก่อนจะหันไม่จ้องพี่ชายเขม็ง กำลังจะอ้าปากพูด พี่ชายก็สวนขึ้นมาก่อน

“เจ็บใช่ไหม ไปฟ้องพี่นันท์สิ เดี๋ยวพี่นันท์ก็ขึ้นห้องไปก่อนหรอก” เขาว่าพร้อมกับบุ้ยหน้าไปทางคนที่ถูกอ้างถึง เป็นเชิงให้น้องสาวไปรั้งตัวนิธินันท์ไว้เป็นเกราะป้องกันไม่ให้โดนพี่ชายทำร้ายอีก

นิธินันท์เห็นแล้วก็หัวเราะออกมาเบาๆ ยังไม่ทันจะได้เอ่ยอะไร น้องแต้วก็ว่าขึ้นก่อน

“พี่ต่อนิสัยไม่ดี ทำเป็นอ้างว่าอยากให้แต้วกลับหอเพราะตัวเองจะได้นอนเตียง” กวิตาว่าแล้วเบ้ปาก ก่อนจะกลอกตาให้พี่ชายซ้ำ “ที่แท้ก็อยากสวีตกับแฟน ละทำเป็นปากแข็ง อ้างนั่นอ้างนี่ ทำร้ายน้องอีก เหอะ! สมน้ำหน้าแล้วที่ตอนนั้นพี่นันท์ทิ้งไป”

“อ้าว ไอ้แต้ว! ไหงพูดงี้”

“เป็นแต้วนะ จะหนีไปนานกว่านี้อีก”

“ไอ้แต้ว” คราวนี้พี่ชายเขม่นน้องเสียงเข้ม “เดี๋ยวก็เตะออกไปนอนนอกบ้านเลยนี่”

“พี่นันท์ดูสิ พี่ต่อเป็นพวกชอบทำร้ายร่างกายจริงๆ ด้วย” ไม่ว่าอย่างเดียว น้องสาวรีบวิ่งมาเกาะแขนตัวช่วย ก่อนจะแลบลิ้นให้พี่ชาย แล้วว่าย้ำอีก “ทิ้งพี่ต่อเลยๆ เดี๋ยวแต้วหาเด็กหนุ่มๆ เอ๊าะๆ กว่านี้ให้พี่นันท์เอง ในมหา ลัยแต้วมีเยอะแยะ” ว่าแล้วก็เงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา แล้วถามออกไปซื่อๆ “พี่นันท์ชอบเด็กใช่ไหม”

คนถูกยิงคำถามใส่ถึงกับเผลอเผยอปากออกจากกัน อึ้งกับคำถามของสาวคนน้องอยู่ชั่ววินาทีหนึ่งก่อนจะรู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะที่ดังลั่นราวกับสะใจของกีรติเข้ามาเรียกสติ ตอนแรกเธอต้องเป็นกรรมการห้ามศึกแท้ๆ แต่ไหงสุดท้ายกลายเป็นระเบิดมาลงที่เธอคนเดียวได้เสียนี่

“พอเลยทั้งสองคนนั่นแหละ” สาวช่างภาพว่าไม่ดังมาก คล้ายจะบอกว่ายอมจำนนอยู่ในที สีหน้าออกจากเขินอายอยู่เล็กน้อย ก่อนจะตัดบท “ขึ้นห้องไปทำงานดีกว่า ไปๆ มาๆ ทำไมวกมาที่ทางนี้ได้ก็ไม่รู้”

เสร็จคนโดนรุมก็เดินขึ้นบันไดต่อ พร้อมกับได้ยินเสียงชายเดียวในบ้านหัวเราะไล่หลัง ไม่วาย น้องสาวยังถามพี่ชายซ้ำอีก

“นี่แต้วพูดอะไรผิดเหรอพี่ต่อ”

“ไม่ผิดๆ พี่นันท์ชอบเด็กนั่นแหละถูกแล้ว”

นิธินันท์ยังได้ยินเสียงกีรติตอบกลั้วหัวเราะอย่างชอบใจ แต่เธอก็เขินเกินว่าจะส่งเสียงไปแย้ง เลยทำได้แค่เร่งฝีเท้าเข้าห้องนอน แล้วรีบปิดประตูไป

ร่างบางเอนหลังพิงประตูห้อง รู้ตัวตอนนี้แหละว่าตัวเองอมยิ้มจนปวดแก้ม เลยรีบส่ายหน้าสลัดความเขินให้ออกไป “โดนเด็กแกล้งอีกจนได้สินะเรา เฮ้อ” 

 

หลังจากที่กีรติยอมปล่อยให้นิธินันท์ขึ้นไปทำงานของเธอต่อได้ไม่นาน น้องสาวของเขาก็ขอตัวเข้านอนไป ตอนนี้ก็เพียงแค่เขากับโน้ตบุ๊กคู่ในตรงหน้า ถ้าเป็นคืนก่อนๆ เขาคงชวนให้นิธินันท์ยกโน้ตบุ๊กลงมาทำงานด้วย เขาจำได้ว่าเธอพูดตั้งแต่เมื่อตอนมื้อเย็นแล้ว ว่ายังมีงานค้างอยู่อีกเล็กน้อย พอเธอบอกว่าจะขอแยกขึ้นห้องไปทำงาน เขาก็ลองรั้งเอาไว้ แต่พอเธอยืนยันคำเดิม กีรติเลยยอมให้เธอได้ทำงานอย่างเป็นส่วนตัว ด้วยเพราะรู้ดีกว่าเวลาเขาอยู่กับน้องสาวทีไร บ้านไม่เคยได้สงบ เกรงว่านิธินันท์จะไม่มีสมาธิทำงาน

ทว่าตอนนี้กวิตาก็เข้าห้องนอนไปแล้ว ถ้าเขาชวนเธอลงมาตอนนี้ล่ะ...

คิ้วเข้มของชายหนุ่มย่นเขาหากันนิดๆ มุมปากทั้งสองข้างยกขึ้นหน่อยๆ ชั่งใจอยู่ว่าจะทำอย่างที่คิดดีไหม ลังเลอยู่ไม่นาน เขาก็เลื่อนสายตาไปมองตัวเลขบอกเวลาที่มุมขวาของจอโน้ตบุ๊ก และก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มกว่าแล้ว ชายหนุ่มลุกจากหน้าจอเดินไปยังบันไดขึ้นชั้นสอง ก่อนจะชะโงกหน้าไปมองเล็กน้อย เขาเห็นไม่ชัดว่าห้องของเธอยังเปิดไฟอยู่หรือไม่ แต่ก็ยังคิดเข้าข้างตัวเองอยู่ในใจว่าเธอเป็นคนนอนดึก เวลาสี่ทุ่มไม่ได้ทำให้เธอง่วงหรอกมั้ง

“ล็อกประตูแน่เลย” ชายหนุ่มว่าขึ้นเบาๆ พลางถูมือกับคางตัวเองอย่างครุ่นคิด “ถ้าไปเคาะตอนนี้ต้องไม่ยอมเปิดให้แน่”

ว่าเสร็จก็พยักหน้าซ้ำๆ ให้แผนการที่ผุดขึ้นมาในหัวพลางเดินกลับไปที่ห้องนั่งเล่น ก่อนจะเดินเลยไปหยุดที่ประตูห้องนอนของตัวเอง กระแอมเล็กน้อยแล้วเรียกคนในห้อง

“แต้ว” กีรตินิ่งรอฟังความตอบจากอีกฟากหนึ่งของประตู และเมื่อเห็นว่ายังเงียบเขา เลยลองเรียกอีกที “แต้ว นอนยัง”

เป็นเหมือนเช่นครั้งแรก ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ ดังมาจากภายในห้อง ชายหนุ่มยิ้มออกมาเล็กน้อยอย่างพอใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้านิ่งๆ แล้วหันหลังเดินออกจากบ้านไป

 

ช่างภาพสาวกำลังจดจ่ออยู่กับงานของเธออยู่ที่หน้าจอ มือเล็กดึงกระชับผ้าห่มผืนเล็กที่คลุมตัวเธออยู่ให้เลื่อนขึ้น เธอรู้สึกได้ว่าคืนนี้อากาศหนาวกว่าเมื่อคืนก่อน คงเป็นไปตามที่พยากรณ์อากาศในโทรทัศน์บอกเอาไว้ว่าสัปดาห์นี้อากาศจะเริ่มหนาวเย็นลงอีกเล็กน้อย ขณะที่คนตั้งใจทำงานเผลอคิดถึงเรื่องอากาศพร้อมกับยกแก้วโกโก้ร้อนขึ้นจิบนั้น จู่ๆ เสียงเหมือนมันอะไรบางอย่างกระทบกระจกหน้าต่างเบาๆ ก็เรียกความสนใจจากเธอให้หันมอง นิธินันท์นิ่งไปชั่วอึดใจ จ้องไปยังผ้าม่านที่ปิดหน้าต่างบานที่เธอคิดว่าเป็นต้นเสียงเอาไว้ ทว่าก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรผิดปกติ เธอจึงสรุปเอาตามสิ่งที่เคยเกิดขึ้น

“สงสัยข้างนอกจะลมแรงด้วย” เอ่ยลอยลมพร้อมกับวางแก้วน้ำร้อนไว้บนโต๊ะทำงาน แล้วหันกลับไปสนใจงานของตัวเองต่อ ทว่ายังไม่ทันจะได้เลื่อนเมาส์ เสียงกุกกักที่ดังมาจากประตูระเบียงก็เรียกให้หญิงสาวหันขวับไปมองอย่างรวดเร็ว แล้วก็ต้องตกใจจนแทบช็อกเมื่อประตูบ้านนั้นถูกเปิดออกพอดี

สาวเจ้าเด้งตัวขึ้นจากเก้าอี้ทันควัน เกือบหลุดเสียงกรี๊ดออกมาแล้ว ถ้าเธอไม่ได้สติก่อนว่าผู้บุกรุกเป็นใคร สาวร่างเล็กตรงดิ่งเข้าไปหาเขาทันที พร้อมกับตีไปที่ต้นแขนคนตัวสูง

“ตกใจหมดเลย! เกือบกรี๊ดแล้วไหมเล่า”

คนโดนเอ็ดเพียงยิ้ม “ขอเข้าไปหน่อยสิ...หนาว”

นิธินันท์มองคนตรงหน้าที่ใส่เสื้อแขนสั้นและกำลังถูแขนไปมา ร้ายนัก มันน่าทิ้งให้ยืนหนาวอยู่ข้างนอกไปนานๆ จริงๆ เลย “หนาวก็กลับเข้าบ้านไปสิ”

“ก็นี่ไง ขอเข้าทางนี้”

เจ้าของห้องมองรอยยิ้มกรุ้มกริ่มของเขา คิดอยู่ว่าถ้ายอมให้เข้ามาคงจะไม่ยอมออกไปง่ายๆ แน่ แต่เล่นมายืนอยู่หน้าประตู แถมยังเอาความหนาวมาเป็นเครื่องต่อรองอีก

เธอจะทำอย่างไรกับผู้ชายคนนี้ดีละเนี่ย!

“นะ ให้ต่อเข้าไปหน่อย น้ำมูกจะไหลแล้ว”

กีรติไม่รอฟังคำอนุญาต พอพูดจบประโยคปุ๊บ เขาก็ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาอยู่ในห้องอย่างรวดเร็ว แล้วยิ้มแฉ่งให้เจ้าของห้องที่ได้แต่ยืนหน้าเหลออยู่ ก่อนจะปิดประตูตอกย้ำให้เธอได้ยินชัดขึ้นว่าเขาเข้ามาในห้องได้สำเร็จ แล้วเอ่ยต่อสั้นๆ

“ขอบคุณครับ คืนนี้คนใจร้ายใจดีจัง”

นิธินันท์ฟังคำยอไปพร้อมกับเหลียวมองร่างสูงผู้บุกรุกที่กำลังเนียนเดินผ่านเธอตรงไปยังเตียงนอนของเธอ และแน่นอนว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยอะไรเหมือนทุกครั้ง เขาก็ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนุ่ม พร้อมกับดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นคลุมกาย เจ้าของห้องเห็นแล้วอดไม่ได้ที่ต้องเท้าสะเอวให้

“ต่อ!

“ต่อนอนด้วยนะคืนนี้”

เขาต่อประโยคให้เธอพร้อมกับล้มตัวลงนอน นิธินันท์จึงก้าวฉับๆ เข้าไปหา “ไม่ต้องมาทำเนียน ลงไปนอนข้างล่างเลย”

“ฮ้าว...ว” คนโดนไล่หาวโชว์หวอดใหญ่ “เตียงนันท์ยังหอมเหมือนเดิมเลย” ว่าเสร็จก็ช้อนสายตาขึ้นมองคนหน้ายุ่ง “ขอมานอนด้วยทุกคืนเลยได้ไหม”

“ไม่ต้องมาอ้อน เตียงเล็กแค่นี้จะนอนยังไง”

คิ้วเข้มของชายหนุ่มเลิกขึ้น ยิ้มล้อฉายชัด “เราเคยนอนบนเตียงนี้ด้วยกันสองคนนะ ลืมไปแล้วเหรอ”

หญิงสาวรู้สึกหน้าร้อนวูบขึ้นมา “แต่ว่า...”

“แล้วคืนนั้นเราก็นอนสบายด้วย”

“นี่!

กีรติหัวเราะร่า การขึ้นเสียงของเธอเหมือนเป็นตัวกระตุ้นต่อมขำของเขาไปเสียแล้ว เจ้าของห้องเลยได้แต่ถอนหายใจใส่ “ให้อยู่ได้แป๊บเดียวนะ แล้วต้องลงไปนอนข้างล่าง”

หญิงสาวว่าเสียงจริงจัง คนฟังเลยพยักหน้ารับคำสั่ง พอเห็นว่าเขาว่านอนสอนง่ายแล้ว คนตัวเล็กจึงหันไปดึงเก้าอี้ออก ตั้งใจจะนั่งทำงานต่อ แต่แล้วก็โดนคนที่นอนอยู่บนเตียงเด้งตัวขึ้นนั่งกะทันหัน เอี้ยวตัวมาคว้าเอวเธอให้ลงไปนอนบนเตียงกับเขาอย่างรวดเร็ว

นิธินันท์หลุดเสียงหลงออกมา ก่อนที่มือใหญ่ของเขาจะปิดปากของเธอเอาไว้ เธอได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ พร้อมกับสัมผัสได้ว่าแผ่นอกหนาที่ซ้อนอยู่ข้างหลังสั่นตามแรงหัวเราะไปด้วย หญิงสาวเลยอดไม่ได้ที่จะพลิกตัวหันไปเอ็ดเขา

“เล่นอะไรเนี่ยต่อ”

“นอนด้วยกันสิ ถ้าต่อลงไปแล้วค่อยทำงานต่อ”

“ได้คืบจะเอาศอกนะ” ว่าเขา แต่ตาก็มองริมฝีปากอมยิ้มของคนตรงหน้าไปด้วย

“ไม่คิดถึงกันบ้างเลยหรือไง”

หญิงสาวแกล้งส่ายหน้าหน่อยๆ “ก็เห็นหน้ากันอยู่ทุกวัน”

“โอยยย โคตรเย็นชาเลย”

คราวนี้เป็นนิธินันท์ที่หัวเราะขำเขา สงสัยท่าทางโอดครวญของเขาก็จะเป็นตัวกระตุ้นต่อมขำของเธอเหมือนกัน

กีรติมองรอยยิ้มและดวงตาที่หยีลงของคนในอ้อมแขน เขาตวัดผ้าห่มให้คลุมร่างของเธอเอาไว้ ก่อนจะกระชับแขนให้ระยะห่างระหว่างเขาและเธอใกล้ชิดมากขึ้น ขยับศีรษะให้อยู่ในตำแหน่งที่นอนสบาย เอ่ยลอยๆ ไปด้วย

“ดีจังแฮะ หนาวๆ แบบนี้ไม่ต้องนอนคนเดียว”

คนฟังกลั้นยิ้ม แตะนิ้วชี้ลงเบาๆ ที่ข้างแก้มของชายหนุ่มที่ตอนนี้เขาหลับตาพริ้มอยู่ แกล้งถามเขาไปด้วย “เก็บค่าเช่าเตียงดีไหมน้า...”

“ค่าซ่อมคอมยังไม่ได้จ่ายเลย ลืมไปแล้วเหรอ” เขาว่าโดยไม่ลืมตา

“ก็ไม่บอกสักทีนี่นา ว่าจะให้จ่ายเป็นอะไร”

“จ่ายเป็น...” ปลายเสียงของเขาเบาลง คล้ายว่ากำลังจะเข้าสู่ห้วงนิทรา แต่แล้วจู่ร่างหนาก็พลิกตัวขึ้นคร่อมคนรอฟังเอาไว้ หญิงสาวสะดุ้งจนตาเบิกกว้าง ก่อนจะไหวตัวทันรีบดันแผ่นอกหนาของคนที่โน้มตัวลงมาเอาไว้

“เดี๋ยวก่อนต่อ!

คนโดนห้ามยิ้มระคนหัวเราะ แววตาหยอกล้อกรุ้มกริ่ม

“เอ่อ นันท์ว่า ขอติดไว้ก่อนดีกว่า ยังไม่จ่าย”

“รู้แล้วเหรอจะให้จ่ายเป็นอะไร”

คนถูกถามเม้มปากกลั้นความเขิน ใครใช้ให้มองเธอด้วยสายตาแบบนั้นกันเล่า “...ไม่รู้ แต่ยังไม่อยากจ่าย”

“ทำไม” กีรติพูดปนขำ เธอจะรู้ตัวบ้างไหมนะว่าตอนนี้ดวงหน้าขาวๆ ขึ้นสีระเรื่อลงมาถึงช่วงคอที่โผล่พ้นเสื้อนอนของเธอแล้ว

นิธินันท์ขยับตัว รู้สึกหายใจติดขัดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก “ก็สายตาต่อ...ดูอันตราย”

เขาเกลี่ยนิ้วกับนวลเบาๆ แกล้งถามเสียงแหบพร่า “อันตรายยังไง”

“ก็...อย่างเนี้ย”

“อย่างเนี้ยคืออย่างไหน”

“ต่อ...” เธอเรียกชื่อเขาเสียงยาน ไม่รู้จะเถียงเขาด้วยคำไหนแล้ว

คนโดนปรามไม่สนใจเสียงห้าม ก้มตัวลงหอมแก้มชมพูอย่างเอาแต่ใจ “อย่างนี้รึเปล่า”

คนตัวเล็กตกอยู่ใต้อาณัติไม่ตอบ ได้แต่ย่นคิ้วให้ ก็เลยโดนหอมไปอีกหนึ่งที

“พอแล้วต่อ!

“ตกลงว่าใช่ไหม”

“ไม่บอก ไม่เล่น ไม่เอาแล้ว เสียเปรียบสุดๆ เลย”

กีรติระเบิดหัวเราะออกมาอย่างไม่เกรงใจ ก่อนเย้าเธอซ้ำ “งั้นเดี๋ยวคืนนี้...ต่อจะให้นันท์เป็นฝ่ายได้เปรียบ เอาไหม”

แม้จะไม่รู้แน่ชัดว่าคำว่า ได้เปรียบ ที่กีรติพูดหมายความว่าอย่างไร แต่คนฟังก็รู้สึกว่าเลือดไหลขึ้นไปกองรวมกันบนใบหน้า พูดบ้าอะไรให้คิดเตลิดไปไกลอีกแล้วเนี่ย

“ตกลงอยากได้เปรียบไหม”

“ไม่!

“แปลว่าอยากเสียเปรียบ”

“โอ๊ยย นอนแล้ว” นิธินันท์ตัดบทแล้วพลิกตัวหันไปทางโต๊ทำงาน หลับตาปี๋ พยายามข่มตานอน

งานเงินไม่ต้องทำมันแล้วคืนนี้!

คนช่างแกล้งอมยิ้มมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มลงหอมแก้มเธออีกหนึ่งที

“ขอหอมตุนไว้อีกหน่อย” ว่าแล้วก็ทิ้งตัวลงนอนข้างกายหญิงสาว แน่นอนว่าไม่ลืมดึงคนตัวเล็กให้เข้ามาแนบแผ่นอกด้วย “เห็นว่าแต้วนอนอยู่ข้างล่างหรอกนะเลยยอมให้กดพอสไว้ก่อน แต่เรื่องได้เปรียบเสียเปรียบของเรายังไม่จบนะ”

“ต่อ! นอนได้แล้ว!

แล้วเสียงหัวเราะที่ดังลั่นของกีรติคือเสียงสุดท้ายที่ส่งเธอเข้าสู่ห้วงนิทราที่อบอุ่นตลอดคืน

 

ช่วงสายของวันหยุดที่ทุกคนในบ้านอยู่กันพร้อมหน้า กวิตากำลังคนข้าวต้มในชามตรงหน้าให้คลายร้อน พร้อมกับเล่าให้นิธินันท์ฟังถึงแพลนที่จะเข้าตัวเมืองไปดูหนังกับเพื่อนๆ ของเธอในบ่ายวันนี้

“พี่นันท์ไปดูด้วยกันไหม เรื่องใหม่นะ เพิ่งเข้าอาทิตย์นี้เอง”

คนถูกถามที่กำลังตักข้าวต้มหมูสับจากหม้อบนเตาใส่ชามของตัวเองหยุดคิดเล็กน้อย ก่อนจะปฏิเสธ “แต้วไปดูกับเพื่อนเถอะ งานพี่ยังค้างอยู่เลย”

“งานเมื่อคืนยังไม่เสร็จเหรอคะ”

“ใช่” ตอบพลางเดินมานั่งที่โต๊ะกินข้าวในครัวกับคู่สนทนา อยากจะบ่นเหลือเกินว่าที่ไม่เสร็จก็เพราะพี่ชายของน้องแต้วนั่นแหละที่ก่อกวนเธอ ตอนที่เธอเดินลงมาจากห้อง เขาก็ยังไม่ตื่น

ตื่นยากอีกตามเคย

“แล้วนี่พี่ต่อไปไหนคะ แต้วตื่นมาก็ไม่เห็นที่โซฟาแล้ว มีแต่ผ้าห่มกองอยู่”

ช้อนตักข้าวต้มของนิธินันท์ชักงานค้างกลางอากาศ “เอ่อ...ไปออฟฟิศมั้ง”

“โห วันหยุดแต่เข้าออฟฟิศแต่เช้าเนี่ยนะ ขยันเหมือนไม่ใช่พี่ต่อเลย”

“อะไรๆ นินทาพี่แต่เช้า ระวังจะสำลักข้าวนะแต้ว”

เสียงของคนโดนนินทาโพล่งเข้ามาช่วยตัดบทสนทนาพอดี สองสาวหันไปมองคนมาใหม่ที่โผล่เข้ามาทั้งชุดนอน นิธินันท์ลอบถอนหายใจที่กวิตาไม่เห็นตอนที่เขาเดินลงมาจากชั้นสอง ทว่าก็ลืมนึกถึงความผดปกติอีกเรื่องหนึ่งไปเสียสนิท

“อ้าว ไม่ได้ไปออฟฟิศมาเหรอพี่ต่อ ยังใส่ชุดนอนอยู่เลย”

คำถามของกวิตาเล่นเอานิธินันท์หัวใจหล่นวูบ ทว่าจำเลยอีกคนกลับตีหน้านิ่ง แล้วยักไหล่ให้น้องสาว “เขาไม่ได้ห้ามใส่ชุดนอนไปออฟฟิศนี่”

สาวคนน้องทำหน้าเหยแกให้พี่ชายที่กำลังเดินตรงมาที่โต๊ะอาหาร “พิลึกคน”

“ก็งานรีบ เลยรีบไปทำ รีบกลับมานอนต่อ ก็เลยใส่ชุดนอนไป”

คำอธิบายข้างๆ คูๆ ของกีรติทำเอาคนรู้ความลับอมยิ้ม เรื่องเฉไฉไปทางนั้นทีทางนี้ทีนี่ต้องยกให้เขาเลย

กวิตาพยักหน้าส่งๆ ให้พี่ชาย ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ “เออนี่พี่ต่อ เมื่อคืนอะ แต้วได้ยินเสียงกุกๆ กักๆ ดังมาจากชั้นสอง พี่ต่อได้ยินเหมือนแต้วไหม”

คนที่นอนชั้นสองเมื่อคืนเลื่อนสายตามาประสานกันอย่างไม่ได้นัดหมาย นิธินันท์กำลังคิดว่ามันต้องเป็นเสียงขาเก้าอี้ถูกับพื้นห้องตอนที่เขากระชากตัวเธอลงไปนอนบนเตียงแน่ๆ เพราะตอนนั้นมือของเธอจับพนักพิงเก้าอี้อยู่

“ได้ยิน” เสียงทุ้มของกีรติว่าเรียบๆ ดึงให้นิธินันท์หยุดความคิดแล้วเทความสนใจไปให้เขา “เสียงหนู หนูมันชอบวิ่งตอนดึกๆ”

“หนูที่ชั้นสองเนี่ยนะ” น้องสาวถามกลับเหมือนจะไม่ค่อยเชื่อ เท่าไรก่อนจะเลื่อนสายไปมองเจ้าของห้องบนชั้นสองคล้ายจะขอคำยืนยันว่าจริงไหม ทว่าคนที่ย้ำคำตอบนั้นกลับเป็นพี่ชายของคนถามเอง

“ใช่สิ แกไม่รู้อะไร ห้องพี่นันท์มีหนู”

คนที่จู่ๆ ก็ถูกยัดหนูเข้ามาไว้ในห้องให้ถึงกับอ้าปากค้าง ห้องมีหนูก็แปลว่าห้องของเธอสกปรกงั้นสิ อยู่ดีๆ มายัดเยียดตำแหน่งยายซกมกให้เธอได้ยังไง นิธินันท์อ้าปากกำลังจะเถียงกลับ ทว่ากีรติก็ขยายความเพิ่มอีก

“สงสัยเมื่อคืน หนูมันคงออกมานอนด้วยละมั้ง”

กวิตาหันไปมองเจ้าของห้องอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา คนถูกกล่าวหาเลยสูดหายใจเข้าลึกสุดปอด สะกดกลั้นอารมณ์เอาไว้ ก่อนจะส่งยิ้มหวานกลับไปให้ชายหนุ่ม เอ่ยถามน้องสาวของเขาไปด้วย

“เออ น้องแต้ว เมื่อกี้บอกว่าจะเข้าตัวเมืองตอนบ่ายใช่ไหม เดี๋ยวพี่ไปด้วยนะ”

“เข้าตัวเมือง? ไปทำไม” กีรติผูกสายตาเอาไว้กับหญิงสาวอย่างรอคำตอบ เธอจึงยืดเวลาออกไปด้วยการตักข้าวต้มเข้าปากช้าๆ ก่อนจะยิ้มอย่างเยือกเย็นให้เขา แล้วเอ่ยตอบไปเรียบๆ

“ไปซื้อยาเบื่อหนู”

“เย้ยยยย”

 ====================================================================

ตอนพิเศษของเรื่องนี้มี 2 ตอนนะค้าาา ส่วนซีนแต่งงานและอื่นๆ ที่มีคนขอเข้ามา ไรต์ยังแต่งถึงตอนนั้นไม่ได้จริงๆ เพราะมันจะเป็นการสปอยเนื้อหาของอีกเรื่องนะค่ะ ยังไงใครที่คิดถึงคู่นี้ รอติดตามความคืบหน้าของทั้งคู่ได้ในเรื่องของป๋าวีร์ได้เลย มีโผล่ไปแน่นอน 

ตอนพิเศษในเด็กดีนี้ ไรต์จะไม่ลบนะคะ เข้ามาอ่านได้ตลอดถ้าใครคิดถึง และมีโหลดได้ฟรีในmebด้วยนะคะ  ขอบคุณที่ติดตามนะค้าาาา



 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 220 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

868 ความคิดเห็น

  1. #868 ppop31859 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 20:45
    อยากอ่านเรื่องป๋าวีร์ค่ะ รอนะคะ
    #868
    0
  2. #865 sone9Pp (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 00:23
    ไปซื้อยาเบื่อหนูยักษ์555555 รอเรื่องป๋าวีร์สายเปย์นะค้าาาา
    #865
    0
  3. #864 naanaa (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 07:54
    ไปซื้อยาเบื่อหนู 5555
    #864
    0
  4. #863 Kwanta Lorliam (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 01:01

    สม จะโดนยาเบื่อแล้ว พูดมากนัก

    #863
    0
  5. #862 Somying2525 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 22:55
    ป๋าวีร์ เรื่องอะไรคะ
    #862
    0
  6. #861 wad5380 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 22:26
    งื้ออ ชอบบบบ คิดถึงคู่นี้ที่สุดเลยยยยยย อยากให้มีตอนพิเศษอีกแงงง น่าร้ากๆๆๆๆๆๆๆ จะตามไปโหลดในmebต่อนะค้าาา รอเล่มป๋าวีร์ด้วยยย ชื่อเรื่องอะไรจะออกเมือไหร่ไรต์อย่าลืมมาบอกกันด้วยน้าาาา ขอคู่นี้ไปแจมเยอะๆโลยยยย♡
    #861
    0
  7. วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 21:50
    ชอบบบบบบ ไม่ต้องซื้อยาเบื่อหนูหรอกค่ะ ซื้อนมให้กินก็พอ ทรมานกว่าเยอะ 😆😂????
    #860
    0
  8. #859 iamjoy (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 21:48
    ช้อบบบบบบ
    #859
    0
  9. #858 หมูแบกเป้ (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 21:42
    ตกหลุมความขี้อ้อยของต่อหนักมาก 555
    #858
    0