เร้นรักพรางใจ ( สนพ. พิมพ์คำ )

ตอนที่ 16 : บทที่ 12 : กินคนเดียวมันเหงา (5)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,750
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    23 ธ.ค. 60

               นาฬิกาข้างฝาบอกเวลาหนึ่งทุ่มครึ่ง เกือบครึ่งชั่วโมงแล้วที่ปาณัทขอตัวกลับ นิธินันท์จึงจัดการกับความเรียบร้อยในครัวที่ยังตกค้างอยู่เล็กน้อยหลังจากที่ปาณัทช่วยเธอไปบ้างแล้ว หญิงสาวเช็ดทำความสะอาดเคาน์เตอร์ครัว ก่อนสายตาจะไปหยุดอยู่ที่หม้อแกงเขียวหวานที่ยังตั้งอยู่บนเตา พลันคิดถึงอีกคนที่บอกว่าจะกลับมากิน

“ทุ่มกว่าแล้ว ไม่หิวบ้างรึไงนะ จะรีบทำงานอะไรนักหนา แช่งให้เป็นโรคกระเพาะเลยดีไหม” ว่าแล้วก็อยากจะตักลูกชิ้นปลากรายในหม้อออกมากินให้หมด รวมถึงที่ยังแช่อยู่ในตู้เย็นนั่นด้วย อยากกินมากนักแต่ไม่เห็นกลับมากิน ไม่ต้องเหลือไว้ให้เลยน่าจะดี

เสียงข้อความเข้าจากสมาร์ตโฟนดึงให้หญิงสาวหลุดจากความคิด นิธินันท์ผละจากเรื่องตรงหน้าเพื่อไปดูว่าเป็นกีรติรึเปล่าที่ส่งข้อความมาหา แต่เมื่อยื่นหน้าไปดูที่หน้าจอมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะ เธอก็พบว่าข้อความนั้นถูกส่งมาจาก

“พี่ณัท...”

นิธินันท์เดินไปล้างมือและเช็ดจนแห้ง ก่อนจะกดเปิดดูข้อความที่เขาส่งมา ปาณัทส่งข้อความมาขอบคุณแกงเขียวหวานสูตรเด็ดของเธอ ชมเปาะไม่ขาดปากตั้งแต่มื้อเย็นแล้ว แถมยังส่งข้อความมาย้ำอีกว่าจะให้พ่อครัวเพิ่มลงไปในเมนูอาหารของที่ร้าน เพราะเขาเชื่อว่าจะต้องมีลูกค้าอีกหลายคนที่อยากกินแกงเขียวหวานแต่ไม่ชอบความมันของกะทิ

วันหลังพี่คงต้องขอให้น้องนันท์มาสอนพ่อครัวที่ร้านของพี่หน่อย

จะให้ช่างภาพไปสอนพ่อครัวทำอาหารเหรอคะ มันจะไม่เป็นการสอนจระเข้ว่ายน้ำไปหน่อยเหรอ หญิงสาวอมยิ้มขำไปกับความคิดของเขา ก่อนจะขยายความต่ออีก

แค่บอกว่าให้ใช้นมแบบ low fat ก็พอค่ะ

ทำไมต้องใช้แบบ low fat ด้วยครับ

ก็เพราะว่าถ้านมธรรมดามันก็จะมีไขมันอยู่น่ะสิคะ พอต้มไปนานๆ ไขมันนมก็จะขึ้นเป็นแผ่นๆ ที่ผิวหน้าค่ะ

เก่งขนาดนี้ พี่จ้างแม่ครัวเพิ่มอีกสักคนดีไหม

จ้างนันท์ถ่ายรูปอย่างเดียวก็พอแล้วค่ะ

นิธินันท์ที่มัวก้มหน้าก้มตาพิมพ์ข้อความอยู่เลยไม่ทันรู้ตัวว่ามีใครอีกคนเดินมาถึงประตูห้องครัวแล้ว ร่างสูงของคนที่เพิ่งกลับถึงบ้านยืนพิงขอบประตูครัว มองเรียวปากชมพูที่แย้มยิ้มน้อยๆ กับสายตาที่จดจ้องอยู่ที่หน้าจอมือถือของเธอ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากำลังยิ้มให้คนที่อยู่ในจอนั่นแน่ๆ คนที่รีบกลับบ้านทันทีที่ปาณัทส่งข้อความมาขอบคุณเขาเรื่องเมื่อกลางวันเห็นภาพนั้นแล้วรู้สึกปั่นป่วน เหมือนมีอะไรบิดเบียดอยู่ภายในใจ ทนมองอยู่หลายอึดใจรอให้หญิงสาวเงยหน้าขึ้น สุดท้ายตัวร้ายในกายเขาก็อดทนรอต่อไปไม่ไหว ส่งเสียงไปหยุดรอยยิ้มนั้นของเธอ

“หิวจัง”

นิธินันท์เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอทันที พลันสบตากับเขา

“กลิ่นหอมไปถึงหน้าบ้านแน่ะ”

รอยยิ้มน้อยๆ ที่มุมปากหญิงสาวเปลี่ยนเป็นยิ้มกว้าง “เกินไป ฉันปิดฝาหม้อแล้ว”

คนที่พูดเกินความจริงยิ้มบ้าง สาวเท้าเข้าไปหาร่างเล็กที่ยืนพิงสะโพกกับเคาน์เตอร์ครัว ถามเธอเสียงทุ้ม “ตกลงได้เหลือไว้ให้ผมรึเปล่า”

“เยอะแยะไป มีไก่ทอดกรอบด้วยนะ”

กีรติมองคนพูดที่ยิ้มจนตาหยี เผลอเอื้อมมือไปดึงปอยผมที่ติดข้างแก้มเธอออกให้ นิธินันท์เบิกตาโพลงวูบหนึ่ง ตกใจกับสัมผัสจากปลายนิ้วที่แตะลงบนผิวแก้ม

“ผมพี่ยุ่งไปหมด ตกลงวันนี้เป็นแม่ครัวหรือแม่บ้าน”

เขาถามพร้อมกับเลื่อนสายตามาสานสบ ทำเอาหัวใจคนฟังรัวเร็วยิ่งกว่ากลองรบ นิธินันท์วางตัวไม่ถูกรีบหันหลังให้เขา แล้วเดินหนีไปยังตู้เก็บกับข้าว

“ก็ต้องแม่ครัวสิ” ว่าพลางหยิบจานไก่ทอดที่แบ่งไว้ให้เขาออกมาจากตู้ จานที่ไหวอยู่หน่อยๆ บอกได้ดีว่ามือของเธอสั่นไม่ได้น้อยไปกว่าหัวใจเลย

“ทอดตั้งแต่เมื่อเย็นแล้ว ไม่รู้ว่ายังกรอบอยู่รึเปล่า” หญิงสาวพยายามหาเรื่องคุยไปเรื่อยๆ ไม่อยากหันไปสบตากับคนที่กำลังมองมาที่เธออยู่ตอนนี้ แม่ครัวเปิดแรปพลาสติกออก แล้วบิดเนื้อไก่ทอดส่วนหนึ่งออกมาชิม

“เป็นไง”

กีรติถามขึ้น แล้วเป็นฝ่ายเดินเข้ามา นิธินันท์จึงรู้ดีว่า ถ้ายังหลบสายตาเขาต่อไป เขาต้องจับพิรุธเธอได้แน่ เธอเลยเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แต่เพราะไม่รู้จะวางมือไม้ไว้ตรงไหนเลยหยิบไก่ใส่ปากไปด้วย

“ก็กรอบอยู่นะ แต่มันเย็นไปหน่อย เดี๋ยวทอดใหม่ให้อีกรอบแล้วกัน”

ว่าเสร็จก็ทำท่าจะยกจานไก่ไปวางไว้ที่ข้างเตา เตรียมจะทอดซ้ำ ทว่ามือหนาของคนตรงหน้ากลับคว้าหมับที่ข้อมือเธอเสียก่อน นิธินันท์สะดุ้งนิดๆ ก่อนจะเลิกคิ้วให้เขาเชิงถาม ชายหนุ่มไม่ตอบแต่ชี้ไปที่มืออีกข้างของเธอที่ถือไก่อยู่ ก่อนจะกลับมาชี้ที่ปากตัวเอง

หญิงสาวอ่านท่าทางของเขาออก จึงปฏิเสธ

“ป้อนอะไร กินเองสิ”

“มือเปื้อน ยังไม่ได้ล้างมือเลย เอาอันนั้นที่มือพี่นั่นแหละ ให้ผมชิมก่อน ถ้ามันไม่เย็นมาก พี่ไม่ต้องทอดใหม่ก็ได้”

นิธินันท์มองเขาอย่างลังเลว่าจะทำอย่างไรดี แต่อีกฝ่ายย่นคิ้วใส่ ทำหน้าเหมือนจะบอกว่าเธอไม่ได้ดั่งใจ ก่อนจะยื่นมืออีกข้างมาคว้ามือข้างที่มีไก่ไปใส่ปากตัวเองแทน

คนถูกจับสองแขนรีบชักมือกลับทันทีที่ป้อนไก่ถึงปากเขา หน้าของเธอร้อนวูบขึ้นมาอย่างฉับพลัน ร้อนยิ่งกว่าตอนที่เธอยืนทอดไก่อยู่หน้าเตาเมื่อตอนเย็นเสียอีก แล้วก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าโชคดีของเธอดีไหม ที่คนถือวิสาสะคว้ามือเธอไปป้อนนั้น ไม่ได้ใส่ใจสีหน้าของเธอมากไปกว่ารสชาติของอาหารในปากเขาเลย

“ก็ไม่ได้เย็นขนาดนั้นนะพี่ ไม่ต้องทอดใหม่หรอก ผมกินได้ เดี๋ยวเอาไปรวมกับแกงเขียวหวานร้อนๆ มันก็ร้อนไปเองนั่นแหละ”

“อ่อ เอ่อ...งั้น...ไปอาบน้ำก่อนสิ เดี๋ยวจะอุ่นแกงเอาไว้ให้”

แล้วก็เป็นอีกครั้งที่นิธินันท์ต้องหลบสายตาของเขาด้วยการย้ายไปยืนหน้าเตา เปิดฝาหม้อออก แล้วก้มหน้าก้มตาอุ่นแกงเขียวหวานให้โดยไม่ปริปาก

กีรติมองร่างเล็กจากด้านหลัง ขมวดคิ้วนิดๆ ไม่แน่ใจว่ารู้สึกไปเองหรือเปล่าว่าเธอพยายามหลบหน้า แต่พอคิดอย่างนั้นก็หาสาเหตุที่เธอต้องทำอย่างนั้นไม่ได้อยู่ดี ชายหนุ่มเดินไปหยุดอยู่ใกล้ๆ ชะโงกมองหน้าคนที่กำลังคนแกงในหม้อเหมือนอยากจะเห็นสีหน้าเธอให้แน่ใจอีกที

“อย่าเพิ่งขึ้นห้องนะพี่ เดี๋ยวผมมา”

นิธินันท์หันมองตามเสียง รับเอารอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ที่เหมือนเอ่ยคำขอบคุณให้เธอผ่านแววตา เธอชะงักค้างอยู่อย่างนั้น ก่อนที่จะได้ยินเสียงเขากึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าห้องนอนของตัวเองไป ทิ้งให้คนในครัวยังใจสั่นหวั่นไหว

หื้อออ อย่าทำแบบนี้ได้ไหม

ถ้าเธอขอให้เขาอย่าเข้าใกล้ เขาจะถามถึงสาเหตุไหมนะ



สิบนาทีให้หลัง คนตัวสูงที่ตัวหอมกลิ่นสบู่อ่อนๆ ก็กลับเข้ามาในครัวอีกครั้ง แม่ครัวที่คิดว่าอารมณ์สงบลงจนเป็นปกติแล้วรู้สึกว่าตัวเองอาจจะคิดผิด เมื่อเขาเดินมายืนข้างโต๊ะกินข้าว มือข้างหนึ่งที่กำลังเช็ดผมอย่างลวกๆ นั้นเรียกให้หญิงสาวเหลือบตาขึ้นมองอย่างลืมตัว ผมเปียกหมาดๆ ที่ตกลงปรกคิ้วเข้มของเขาประปรายกับสันจมูกโด่งที่เห็นจากด้านข้างทำให้ก้อนเนื้อในอกไหวแรงขึ้นอย่างไม่อาจต้านทานได้

บ้าน่ะ!

พักนี้เธอชักจะอาการหนักเข้าไปทุกทีแล้วนะ นี่เขายังไม่ได้แตะตัวเธอเลยสักนิด ตื่นเต้นเป็นบ้าเป็นหลังเวลาอยู่ใกล้เขาได้ไงเนี่ย

นั่นน้องชายร่วมบ้านนะนันท์ นั่นน้องชายร่วมบ้าน เธอเตือนสติตัวเองอยู่ในใจ ทว่าก็เหมือนใครอีกคนจะไม่ค่อยให้ความร่วมมือ

“พี่นันท์กินอีกไหม กินเป็นเพื่อนผมหน่อยสิ”

คนถูกชวนกัดฟันกดความตื่นเต้นจนประหม่านี้เอาไว้ เลี่ยงเดินไปหยิบจานมาให้ “ต่อกินเลย ที่ฉันกินกับพี่ณัทไปยังย่อยไม่ถึงครึ่งเลย”

คนชวนตีหน้านิ่ง รับจานที่เธอยื่นมาให้ พอคิดว่ามื้อเย็นเธอเพลิดเพลินจนเจริญอาหารแค่ไหน ก็รู้สึกท้องอืดพานจะกินไม่ลงขึ้นมาดื้อๆ

“ข้าวสวยอยู่ในหม้อนะ อุ่นไว้ให้แล้ว ตอนแรกว่าจะซื้อขนมจีนด้วย แต่พี่ณัทบอกว่าเอาข้าวสวย จะได้เข้ากับไก่ทอดด้วยก็เลยไม่ได้ซื้อมา”

“จริงๆ ผมอยากกินขนมจีนมากกว่า” ปดเสียงขุ่นหน่อยๆ ทั้งที่ใจไม่ได้ต้องการอย่างที่ว่า แค่เด็กมีปัญหาในตัวอยากเรียกร้องความสนใจจากเธอบ้างก็เท่านั้น

“อ้าวเหรอ ร้านป้าปิดแล้วด้วย พรุ่งนี้ได้ไหม แกงน่าจะกินได้ถึงพรุ่งนี้อีกมื้อนึง ถ้ายังไม่เบื่อ พรุ่งนี้เช้าจะไปซื้อให้”

เด็กมีปัญหายิ้มเมื่อได้รับการเอาใจ “ไม่เบื่อหรอกครับ แต่ว่าไม่เป็นไร...แค่นี้ก็น่าจะอร่อยแล้ว”

ช่างภาพสาวยืนมองการเคลื่อนไหวของชายหนุ่ม เขาเดินไปตักข้าวใส่จาน แล้วเดินกลับมานั่งลงที่โต๊ะกินข้าว ผ้าขนหนูที่ใช้เช็ดผมเมื่อครู่นี้พาดอยู่บนไหล่ซ้าย เขายกมือขึ้นเสยผมที่เปียกหมาดๆ ให้ตลบไปข้างหลัง ตอนนี้เองที่หญิงสาวเพิ่งสังเกตว่าหน้าตาหลังอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ ของเขาช่างดูสดชื่น ผิวขาวสว่างของหนุ่มเหนือช่างตัดกับคิ้วเข้มนั้นได้ดียิ่งนัก นิธินันท์บันทึกภาพที่เห็นผ่านดวงตาราวกับกำลังกดชัตเตอร์ของกล้องถ่ายรูป

จะว่าไปก็อยากจะถ่ายรูปเก็บไว้เหมือนกันนะ ภาพการใช้ชีวิตแบบธรรมดาที่ดูมีความสุข อุ่นๆ ในอกจนเผลอผลิยิ้มไม่รู้ตัว

“กินคนเดียวเหงาจัง”

เสียงบ่นลอยๆ ที่เหมือนจะตั้งใจให้เธอได้ยินลอยมาทำลายห้วงความคิด นิธินันท์หลุดขำให้คนที่แกล้งโคลงศีรษะไปมา ปั้นหน้าน้อยใจราวกับเด็กถูกทิ้ง

“แล้วใครใช้ให้กลับช้าล่ะ” ไม่อยากคิดไปเองว่าเขาตั้งใจทิ้งให้เธออยู่กับปาณัทสองต่อสองรึเปล่า

กีรติไม่เถียง ไม่อยากโกหกเธอเพิ่ม เลยได้แต่นั่งยิ้ม ยอมรับสภาพที่เขาทำตัวเอง

“พี่มานั่งด้วยกันสิ”

คนถูกชวนลังเลอยู่ชั่วอึดใจ แล้วก็ตัดสินใจปฏิเสธ

“ไม่ละ จะไปอาบน้ำแล้ว” ไม่รอฟังคำตอบ เธอหันหลังทำท่าจะออกจากครัว

“เฮ้ย พี่นันท์ไปจริงดิ กินข้าวคนเดียวมันเหงานะ”

คนถูกเรียกหันกลับมามองคนที่ทำตาละห้อย แต่เธอก็ไม่ละความตั้งใจเดิม “ถ้าหม้อใส่แกงเย็นแล้วก็ปิดฝาแล้วเอาเข้าตู้เย็นให้ด้วยนะ”

“เฮ้ออ...พี่นันท์ไม่รักผมเลย”

คนถูกตัดพ้อค้อนขวับแล้วรีบออกจากครัวไป

เขาไม่รู้หรอกว่ากินข้าวคนเดียวแล้วเหงา มันยังไม่ปวดใจเท่า...กินสองคนแต่ก็ยังเหงา...เพราะเอาแต่คิดถึงใครอีกคนอยู่ดี


ต่อตรงนี้ (5)


นิธินันท์อาบน้ำเสร็จแล้วก็ชิ่งหนีขึ้นห้องนอนเลยตอนอีกฝ่ายกำลังยุ่งอยู่กับการล้างจาน ใจอยากจะเดินเข้าไปหยิบน้ำดื่มขึ้นห้องไปไว้ดื่มตอนทำงานด้วย แต่พอประเมินจากสถาการณ์เมื่อครู่ดูแล้ว ก็เปลี่ยนใจ เดี๋ยวค่อยกลับลงมาเอาตอนเขาเข้าห้องไปแล้วดีกว่า

แปลกใจตัวเองเหมือนกัน พอเขาไม่อยู่ก็อยากเจอ แต่พอเขาอยู่ก็ทนความรู้สึกวูบวาบในใจไม่ไหว เป็นฝ่ายหนีหน้าเขาเองเสียอย่างนั้น

“แกต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ” สาวชั้นสองว่าเมื่อปิดประตูห้องนอนของเธอลงพร้อมกับใช้แผ่นหลังดันเอาไว้ พ่นลมหายใจหนักๆ ออกมาอีกครั้ง ก่อนจะเดินไปพาดผ้าเช็ดตัวที่ราวไม้เล็กๆ เก็บเสื้อผ้าที่ใส่แล้วลงตะกร้าเตรียมซัก แล้วเดินไปทิ้งตัวแผ่หลาอย่างหมดแรงลงบนเตียง

ครู่ใหญ่ที่นิธินันท์ปล่อยสายตาล่องลอยจดเพดานไปพร้อมๆ กับความคิด ก้อนเนื้อเล็กๆ ในอกซ้ายยังสั่นไหวด้วยจังหวะที่ไม่ปกติ หัวใจของเธอเต้นแรงเพียงเพราะได้สบตากับเขา ได้มองรอยยิ้มของเขา ได้ฟังเสียงทุ้มๆ ที่เอ่ยคำพูดกวนๆ ของเขา

แค่นี้เองน่ะหรือ แค่นี้...ก็ทำให้เธอถึงกับจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวได้ขนาดนี้เชียวหรือ...

“นี่เรา...คงไม่ได้ตกหลุมรักน้องชายร่วมบ้านหรอกใช่ไหม”

คำถามที่ยังไร้คำตอบถูกเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา ก็จะจางหายไปในอากาศพร้อมกับการถูกกลืนเข้าสู่ห้วงนิทราของเธอ

...

ร่างระหงบนเตียงขยับตัวเมื่อความเมื่อยล้าจากการนอนไม่ถูกท่าปลุกให้เธอตื่น หญิงสาวงัวเงียลุกขึ้นนั่ง เอื้อมมือไปกดดูเวลาที่โทรศัพท์มือถือ

“สามทุ่มกว่า” ว่าพลางเลิกคิ้วคล้ายจะปลุกให้ตัวเองตื่นเต็มตา โยนมือถือไว้บนเตียง แล้วยกสองมือขึ้นตบแก้มเบาๆ เพื่อปลุกตัวเองอีกที “เผลอหลับไปตอนไหนเนี่ย ตื่นๆๆ ทำงานหน่อยละกัน วันนี้ยังไม่ได้แตะงานเป็นชิ้นเป็นอันเลย”

หญิงสาวตั้งใจจะเดินลงไปหยิบน้ำในครัวขึ้นมาไว้ที่ชั้นสอง แต่ทันทีที่เธอเปิดประตูห้อง แสงสว่างจากชั้นล่างที่ลอดขึ้นมาถึงกลางบันไดทำเอาเธอหยุดกึก นี่เขายังไม่เข้าห้องนอนเหรอเนี่ย

อันที่จริงเธอน่าจะคิดได้ตั้งแต่ก่อนขึ้นข้างบนแล้ว ว่าวันนี้วันหยุด กีรติน่าจะดูโทรทัศน์อยู่ที่ห้องนั่งเล่น คงไม่ง่ายเลยที่จะกลับลงไปหยิบน้ำได้โดยไม่ต้องเผชิญหน้ากับเขา

ทว่าการคาดเดานั้นก็ถูกล้างออกไปเมื่อเธอเดินลงบันไดมาได้กึ่งหนึ่งแล้วรู้สึกว่าไร้ซึ่งเสียงใดๆ จากชั้นล่าง คนที่กึ่งเดินกึ่งย่องถอนหายใจอย่างโล่งอก ถ้าเขาไม่เผลอหลับไปบนโซฟา ก็น่าจะเข้าห้องนอนไปแล้วแต่ลืมปิดไฟแน่ๆ

นิธินันท์เดินลงบันไดมาด้วยความสบายใจ หายเข้าไปในครัวโดยไม่ส่งเสียงทักเขา แต่ก็แอบมองแผ่นหลังกว้างที่โผล่พ้นพนักพิงโซฟาขึ้นมา ดูเหมือนเขาจะก้มตัวเล็กน้อย สงสัยว่าจะเอางานออกมาทำที่ห้องนั่งเล่นอีกตามเคย และขณะที่กำลังจะเดินกลับขึ้นชั้นสอง หางตาของเธอก็เหมือนเห็นร่างหนาเอนตัวลงไปนอนกับโซฟา นิธินันท์หันไปมองอย่างลืมตัวแล้วก็ยิ้มขำเพราะความคิดในหัว

“ทำงานยังไม่ทันไร นอนซะแล้ว” ส่ายหน้าให้เขายิ้มๆ กำลังจะเดินขึ้นบันไดต่อ ทว่าอะไรบางอย่างสะกิดความรู้สึกเธอให้หันกลับไปมองอีกครั้ง คิ้วเรียวได้รูปขมวดมุ่นด้วยความสงสัย

“ทำไมวันนี้นั่งข้างบน ปกติเวลาทำงานจะนั่งข้างล่างนี่ จอคอมพ์ก็ปิดอยู่ด้วย”

ไม่รู้ว่าเป็นความต้องการที่ซ่อนลึกอยู่ภายในหรือเป็นเพราะลางสังหรณ์บวกกับความสงสัยที่มีกันแน่ สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหาเขา และเมื่อเดินไปถึง ร่างหนาที่นอนคุดคู้ตัวงออยู่บนโซฟาก็ทำให้หญิงสาวเบิกตากว้าง เกือบเผลอปล่อยขวดน้ำในมือลงพื้น นิธินันท์ก้มตัวลงวางของในมือบนโต๊ะ เดินไปแตะตัวกีรติเบาๆ

“ต่อ...” เขาลืมตาขึ้นมองเธอ ทว่าก็ยังนิ่วหน้า “เป็นอะไร ปวดท้องเหรอ”

ชายหนุ่มนิ่งไป สีหน้าบอกความเจ็บปวด แต่ไม่มีริ้วรอยของความกังวลเท่าไร เขาพยักหน้าช้าๆ ครางตอบในลำคอ “อืม”

คิ้วของหญิงสาวขมวดแน่นกว่าเดิม เมื่อตอนกินข้าวยังดีๆ อยู่แท้ๆ ทำไมจู่ๆ ถึงเป็นแบบนี้ไปได้ เธอยังไม่ได้แช่งเขาอย่างที่พูดเอาไว้เมื่อตอนเย็นเลยนะ หรือต่อให้เผลอพูดออกไป คำพูดเธอก็ต้องไม่ศักดิ์สิทธิ์ขนาดนั้นสิ!

ร่างเล็กเดินไปย่อตัวลงนั่งใกล้ๆ วางมืออุ่นเหนือศอกของเขา ถามคนป่วยเสียงเบา เหมือนกลัวว่าเขาจะเจ็บเพิ่ม

“ปวดท้องได้ยังไง”

เขาส่ายหน้า

“แล้วกินยารึยัง”

เขาส่ายหน้าอีก นิธินันท์มองริมฝีปากที่เม้มแน่นของเขาแล้วรู้สึกปวดตุบๆ อยู่ในใจ

“ไปโรงพยาบาลกันเถอะ อาการดูไม่ค่อยดีเลย”

คนป่วยลืมตามองคนพูดอีกครั้ง เขาจับความกังวลในน้ำเสียงของเธอได้ เลยยิ้มเบาบางให้

“ผมทนได้พี่ เดี๋ยวก็หาย”

“สาเหตุก็ไม่รู้ ยาก็ไม่ได้กิน จะหายได้ยังไง” คราวนี้น้ำเสียงของเธอเหวี่ยงเล็กน้อย บ่งบอกความไม่พอใจอยู่ในที

“มันอาจจะแค่ปวดกระเพาะก็ได้ ผมคงกินข้าวเย็นผิดเวลาไปหน่อย หลับไป เดี๋ยวตื่นมามันก็หาย พี่ขึ้นไปนอนเถอะ”

นิธินันท์ตีหน้ายุ่ง จ้องเขม็งไปที่คนพยายามข่มตาหลับอย่างไม่พอใจ เห็นๆ อยู่ว่าไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย ทำไมถึงดื้ออย่างนี้นะ หญิงสาวพ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ รู้ว่าบังคับไปก็คงเปล่าประโยชน์ ทำได้แค่ฝืนใจปล่อยเขาไว้อย่างที่เจ้าตัวต้องการ

ทว่าเพียงไม่กี่ก้าวที่เธอเดินแยกออกมา ความกังวลใจที่ตีวนอยู่ในอก ก็ทำให้เธอต้องเดินกลับไปหาเขาอีกครั้ง

“ทนไหวก็ทนไป แต่บอกไว้เลยนะว่าฉันนอนไม่หลับหรอก ถ้าเธอยังดื้อไม่ยอมไปหาหมอแบบนี้”

คนป่วยจับความไม่พอใจในกระแสเสียงได้ดี กีรติลืมตาขึ้นมองคนหน้าบึ้งตึง แล้วพอเธอคล้อยหลังจะเดินออกไป เขาก็รีบคว้าข้อมือบางเอาไว้ “ไม่เอาแบบนี้ พี่นันท์”

 

 

 

talk:

เร็วๆ นี้ ไรต์จะมีเล่นเกมแจกหนังสือฉลองปีใหม่กันนะค้าาา ติดตามได้ที่เพจ อินเอวา เลยค้าาา  

ไรต์จะเปิดจองหนังสือเรื่อง เร้นรักพรางใจ ที่หน้าเพจเร็วๆ นี้นะคะ รอบนี้เค้ามีของที่ระลึกเป็นสมุดเล่มเล็กแถมสำหรับคนที่สั่งกับไรต์นะคะ รูปนี้เล้ยยย


สปอยซีนไปอี๊กกกกกกกกกกก ตัวน้องขี้อ่อยนะดูสายตาสิ เชอะ!


ฝากอีบุ๊กเรื่องล่าสุด้วยนะค้าาาา

 --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ผลงานที่ผ่านมา


ดาราร้อยเล่ห์
อินเอวา
www.mebmarket.com
งานนี้ถ้าเผด็จศึกคุณสา (มี)... ไม่ได้  เธอขอแห้งเหี่ยวตายคาบัลลังก์แคตวอล์ก . . เพราะสถานะไฮโซกำลังจะหลุดลอยไป เมื่อความล้มละลายมาเยือน เกล็ดดาว นางแบ...









 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

868 ความคิดเห็น

  1. #333 ao_majo (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 13:40
    เจอคนพี่แข็งใส่เลยเป็นไงล่ะนายต่อ.......อ้อนต่อเลยมั๊ยล่ะ เฮ่อๆ
    #333
    0
  2. #332 pimon9172 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 08:51
    โดนดุเลยนะต่อ
    #332
    0
  3. #331 พรรณวษา (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 08:43
    โอ๊ย น่ารักมากกกก
    ป.ล.รูปต่อกับพี่นันท์ที่เป้นการ์ตูน น่ารักมากเลยค่ะ
    #331
    0
  4. #330 Aortic (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 07:37
    ต่อนางแอบอ่อยตลอด555
    #330
    0
  5. #329 $pirit Finger$ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 01:27
    ไม่เอาแบบนี้แต่ต่อดื้อกับพี่เค้านะ งื้ออออออ
    #329
    0
  6. #328 maixing (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 00:34
    ไม่เอาแบบนี้ดิต่อ เขินนนนนนน 😳
    #328
    0
  7. #327 ao_majo (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 16:19
    เหงาไปเลยนายต่อ อ่อยทิ้งอ่อยขว้าง ทำไม่สนใจดีนัก 
    #327
    0
  8. #326 Hathaitip54 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 13:45
    ลุ้น ๆ อยู่จ้า เมื่อไหร่หนอจะรู้ใจ 
    #326
    0
  9. #325 Aortic (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 20:29
    อยากกินแกงเขียวหวานไก่ทอดกรอบมั่ง ฮือออ คณะเราเลิกขายแล้ว555
    #325
    0
  10. #324 Slammer15 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 19:20
    รู้ตัวช้าแบบนี้ ระวังเหอะต่อ
    #324
    0
  11. #323 maixing (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 18:24
    เขินนนนน >\\<
    #323
    0
  12. #322 pimon9172 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 16:51
    พี่นันเค้าเขินนะต่อ
    #322
    0
  13. #321 ao_majo (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 15:51
    อิต่อ!!!!!อ่อยแรงนะจ๊ะ คนพี่ยังไหวอยู่มั๊ย!!!!!!

    #321
    0
  14. #320 $pirit Finger$ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 15:08
    มันก็จะเขินๆ อ่ะจ้าาาา ^~^
    #320
    0
  15. #319 AijaSolothurn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 14:44
    มะยังไม่รู้ตัวอีกถ้ารู้ตัวช้าระวังจะอดนะต่อ
    #319
    0
  16. #318 ณัชพล / supawit (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 12:19
    รู้ตัวสักทีสิต่อ
    #318
    0
  17. #317 พรรณวษา (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 10:21
    เมื่อไหร่ต่อจะรู้ตัว
    #317
    0