เร้นรักพรางใจ ( สนพ. พิมพ์คำ )

ตอนที่ 15 : บทที่ 12 : กินข้าวคนเดียวมันเหงา (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,490
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    19 ธ.ค. 60

ภาพถ่ายใบที่ ๑๒

กินข้าวคนเดียวมันเหงา

 

            “เป็นไงมาไงเนี่ยพี่”

กีรติเอ่ยทักแขกของบ้าน ขณะนั่งลงที่โซฟาในห้องนั่งเล่น ซึ่งมีปาณัทที่เดินเข้าบ้านมาก่อนเขานั่งอยู่ ส่วนนิธินันท์กำลังง่วงอยู่กับการหาน้ำมาต้อนรับแขกอยู่ในครัว

            “พอดีฉันไปธุระที่นครสวรรค์มา เลยซื้อลูกชิ้นปลากรายมาฝากน้องนันท์เขา”

คนพูดพยักพเยิดหน้าไปหาคนในครัว สีหน้ากรุ้มกริ่มบอกเป็นนัยว่ากำลังเดินหน้าเอาใจคนที่กำลังพูดถึง กีรติมองท่าทางของคนตรงหน้าแล้วพยักหน้ารับรู้ ยิ้มล้อนิดๆ ที่มุมปาก แต่ในใจลึกๆ ก็อยากรู้ว่าพี่ทั้งสองของเขามีการเชื่อมสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดเป็นการส่วนตัวไปถึงขั้นไหน

            ชายหนุ่มตั้งใจจะถามถึงเรื่องที่กังขาในใจ ทว่าคนในครัวกลับเดินออกมาพอดี

“มาเหนื่อยๆ ดื่มน้ำเย็นๆ ก่อนนะคะพี่ณัท”

กีรติมองรอยยิ้มหวานหยดที่ปาณัทส่งให้หญิงสาว รู้สึกคันยุบยิบอยู่ในอกอย่างไรชอบกล แล้วจู่ๆ ก็ไม่รู้ว่าอะไรดลใจ เขาก็โพล่งถามนิธินันท์ออกไปอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย “ผมขอกินลูกชิ้นด้วยได้ไหมพี่”

คำพูดที่ฟังคล้ายดูกระเซ้าเล่น แต่อันที่จริงคนพูดก็เพิ่งจะรู้ตัวตอนพูดเสร็จเหมือนกันว่าเขาทำตัวเหมือนเด็กขี้อิจฉาที่กำลังเรียกร้องความสนใจอย่างไรอย่างนั้น

“ได้อยู่แล้วสิ พี่ณัทซื้อมาตั้งเยอะ เต็มตู้เลย ฉันกินคนเดียวไม่หมดหรอก” นิธินันท์ที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรว่าด้วยรอยยิ้ม

ปาณัทวางแก้วน้ำแล้วหันมองตาม ถือโอกาสที่หญิงสาวกำลังมุ่งความสนใจไปที่กีรติแอบส่งสัญญาณให้พ่อสื่อจำเป็นทำหน้าที่ และกีรติก็รับสารนั้นได้อย่างรวดเร็ว

“เอ้อ...อ” ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นจากโซฟา ทำท่าบิดขี้เกียจไปด้วย “เดี๋ยวผมไปออฟฟิศก่อนนะพี่”

“อ้าว วันนี้วันหยุดต้องเข้าออฟฟิศด้วยเหรอ” เจ้าของเสียงหวานที่เอ่ยถามขมวดคิ้วมุ่น เพราะช่วงเช้าแม่ของกีรติอยู่ด้วย เลยมัวแต่คุยกันเรื่องสัพเพเหระ ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องงานเลย

“ก็ไม่ต้องเข้าหรอก แต่พอดีมีงานค้างอยู่ในคอม ไฟล์ใหญ่เลยไม่ได้เซฟกลับมาทำที่บ้านน่ะ” 

แขกของบ้านลอบยิ้ม รู้ดีว่านั่นเป็นแค่ข้ออ้างเรื่อยเปื่อยของกีรติ ทว่าใครอีกคนกลับหน้าหงอยลงอย่างไม่เก็บอาการ แถมยังถามคนจะไปออฟฟิศไม่เต็มเสียง

“ไปนานไหมอ้ะ” น้ำเสียงห่อเหี่ยวไม่แพ้สีหน้า ทำเอาคนถูกถามอึกอักในคำตอบ

“ก็...น่าจะอยู่ถึงเย็นๆ มั้ง”

นิธินันท์กดมุมปากข้างหนึ่งเหมือนจำใจยอมรับสถานการณ์ ทำเอาคนพูดรู้สึกโหวงๆ เหมือนทำผิดร้ายแรงต่อเธอขึ้นมาเสียอย่างนั้น

“อย่าทำหน้างั้นดิพี่ ผมไม่ได้ทิ้งพี่อยู่คนเดียวซะหน่อย ยังไงพี่ณัทก็อยู่เป็นเพื่อน” ว่าแล้วก็หันไปหาชายหนุ่มอีกคน “ใช่ไหมพี่”

“ใช่ครับน้องนันท์” ปาณัทรับไม้ต่อราวกับรอจังหวะนี้มานาน “วันนี้พี่ว่าง อยู่เป็นเพื่อนน้องนันท์ได้ถึงเย็นเลย”

ช่างภาพสาวรู้ตัวตอนนี้ว่าเธออาจจะเอาแต่ใจเกินไป จนชายหนุ่มทั้งสองต้องคอยหาทางเอาใจเธอเหมือนเด็กๆ เธอก็เพียงแค่คิดว่ามันคงจะดีกว่าถ้ากีรติอยู่ด้วย เพราะตอนเดินเข้าบ้านมาก่อน เธอดันรับปากกับปาณัทเอาไว้ว่าจะทำมื้อเย็นกินด้วยกันที่บ้าน ถ้ารู้ว่าเพื่อนร่วมบ้านตัวแสบจะหนีไปแบบนี้ สู้ขอเลื่อนไปเป็นวันธรรมดาที่ทุกคนทำงาน แล้วชวนปาณัทไปกินพร้อมหน้ากับก๊วนออฟฟิศน่าจะดีกว่า

“แล้ว...จะกลับมากินข้าวเย็นด้วยกันไหม” ว่าที่แม่ครัวของมื้อเย็นถามเสียงแผ่ว ทว่าแววตาก็ยังวาวชัดไปด้วยความหวัง “เมื่อกี้คุยกับพี่ณัทไว้ว่าจะเอาลูกชิ้นปลากรายมาทำแกงเขียวหวาน ถ้าต่ออยากกินลูกชิ้น ก็น่าจะกลับมากินด้วยกัน ออฟฟิศกับบ้าน...ใกล้กันแค่นี้เอง”

ปาณัทมองแววตาของหญิงสาว เขาจับความต้องการที่แผ่ออกมานั้นได้อย่างชัดเจน ชายหนุ่มไม่แน่ใจว่าทำไมนิธินันท์ถึงต้องการให้กีรติอยู่กับเธอขนาดนี้ เป็นไปได้ว่าเธออาจจะยังไม่ชิน เลยขัดเขินที่จะต้องอยู่สองต่อสองกับเขา หรือเธอมีเหตุผลอื่นมากกว่านั้นกันแน่

กีรติเลื่อนสายตาไปหาชายหนุ่มอีกคนแวบหนึ่งเหมือนลังเลใจ ก่อนจะหันไปตอบนิธินันท์

“ยังไม่แน่ใจเลยพี่ พี่ก็ทำเผื่อผมไปก่อน ถ้างานผมไม่ติดพัน เดี๋ยวผมเดินกลับมากินด้วย” เขาว่าด้วยเสียงสดใสแถมยังยิ้มกว้าง พยายามอย่างยิ่งให้บรรยากาศหม่นๆ กลับมามีสีสันขึ้นอีกครั้ง “แล้วห้ามพี่กินสองคนกินลูกชิ้นหมดก่อนล่ะ โดยเฉพาะพี่นันท์” คนพูดแกล้งหันไปหรี่ตาใส่สาวหน้าบูด “ชอบแย่งผมกินประจำเลย พี่ณัทดูดิ”

นิธินันท์เผลอหัวเราะออกมาเพราะท่าทางของเขา เช่นเดียวกับปาณัทที่หันไปยิ้มให้คนที่โดนหาว่าแย่งของกิน คนโดนแซ็วส่งยิ้มตาหยีกลับไปให้คนพูด คำพูดไม่กี่ประโยคของเขาเปลี่ยนอารมณ์บูดของเธอกลายเป็นรอยยิ้มได้เสมอ เหมือนกับครั้งนี้ ไม่รู้ว่าจู่ๆ ที่เธออารมณ์ดีขึ้นมาได้เป็นเพราะที่เขาแกล้งแซ็วหรือเป็นเพราะเขารับปากว่าจะกลับมากินกับข้าวฝีมือเธอกันแน่

“งั้นผมเข้าออฟฟิศก่อนนะพี่”

กีรติว่าแล้วเดินไปหยิบกุญแจออฟฟิศกับบัตรพนักงานในห้องนอนของเขา ก่อนจะกลับออกมาแล้วหยุดตรงหน้าหญิงสาวที่มองตามการเคลื่อนไหวของเขาอยู่ กระดิกนิ้วชี้ตรงหน้าเธอแล้วมองด้วยสายตาคาดโทษ

“ห้ามกินหมดล่ะ เดี๋ยวผมกลับมา”

“อื้ม”

คนรับปากไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ารอยยิ้มและแววตาของเธอแสดงออกว่าพึงพอใจมากแค่ไหน กีรติเอี้ยวตัวมองชายอีกคนที่มองพวกเขามาจากโซฟา ก่อนจะยักคิ้วให้อย่างรู้กัน

“ผมไปก่อนนะพี่ณัท ไว้เจอกัน”

เมื่อปาณัทยกมือเหมือนรับคำลาจากคนพูดแล้ว กีรติก็เดินลิ่วออกจากบ้านไป ไม่ทันเห็นว่ารอยยิ้มที่เขาฝากเอาไว้บนหน้าหญิงสาวค่อยๆ เลือนหาย เช่นเดียวกับความหวังในดวงตากลมที่พร่าจางไป หัวใจที่เพิ่งจะพองโตได้ไม่ถึงนาทีของนิธินันท์ฟีบลงในทันตา...

ด้วยประโยคทิ้งท้ายนั้น...เธอเข้าใจในทันทีว่าเขาจะต้องกลับมาตอนปาณัทกลับไปแล้วอย่างแน่นอน  



ต่อตรงนี้ (2)


หลังจากที่กีรติออกไปแล้วนิธินันท์กับปาณัทก็เดินเข้าครัว เจ้าบ้านเปิดตู้เย็นดูว่านอกจากแกงเขียวหวานแล้ว ยังมีของสดอะไรจะทำอาหารเพิ่มได้อีกไหม ทว่าอันที่จริง ถ้าปาณัทไม่มาเยี่ยม เย็นนี้เธอกับกีรติก็คงกินกับข้าวที่แม่ของเขาเอามาฝาก แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะเมื่อตอนที่คุยกันก่อนที่กีรติจะตื่น แม่ของเขาบอกเธอเอาไว้ว่าเลือกทำกับข้าวที่เก็บได้นานอยู่แล้ว เอาไว้ค่อยเอาออกมากินมื้อต่อๆ ไปละกัน ส่วนเย็นนี้ก็คงต้องเอาของสดที่ซื้อติดตู้เย็นไว้มาทำก่อน

“ทำไก่ทอดกรอบเพิ่มอีกสักอย่างดีไหมคะ” เธอหันไปถามแขกของบ้านที่ตอนนี้กำลังหยิบผ้ากันเปื้อนมาผูกเพราะเสนอตัวจะเป็นผู้ช่วย “พอดีนันท์เคยไปกินที่ร้านโปรดของคุณแม่ที่กรุงเทพน่ะค่ะ เห็นว่าเข้ากันกับแกงเขียวหวานดี”

“ก็ไม่เลวนะครับ” หนุ่มร่างสูงโปร่งว่าด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะก้มหน้าลงพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้น แต่แล้วคำพูดต่อมาของหญิงสาวก็ทำให้กิจกรรมของเขาชะงัก

“เมื่อสองสามวันก่อนต่อบ่นว่าอยากกินด้วย”

ร่างเล็กที่ผูกผ้ากันเปื้อนรอบเอวเอาไว้เรียบร้อยแล้ว กำลังมือเป็นระวิงหยิบของที่จำเป็นต้องใช้ออกมาจากตู้เย็น ไม่รู้ตัวว่าอีกคนกำลังวางสายตาน่าสงสัยไว้ที่เธอ

“ดูน้องนันท์กับต่อ...จะสนิทกันมากเลยนะ”

การเคลื่อนไหวของหญิงสาวสะดุดลงโดยพลัน ก่อนเจ้าตัวจะเก็บอาการ แล้วปั้นหน้ายิ้มกลับไปให้ “ก็นันท์เจอต่อบ่อยที่สุดนี่คะ แถมอยู่บ้านเดียวกันอีก ถ้าไม่สนิทกันสิแปลก จริงไหมคะ”

“แล้วกินข้าวด้วยกันทุกวันเลยรึเปล่า”

“อืม...ก็ไม่นะคะ บางทีต่อก็ไปต่างจังหวัดบ้าง บางทีก็ไปทำงานนอกออฟฟิศแล้วกินกับลูกค้ามาบ้าง แต่ส่วนใหญ่ถ้าเป็นวันธรรมดา เราก็จะกินด้วยกันกับก๊วนออฟฟิศ ที่กินที่บ้านด้วยกันจริงๆ ก็แค่เสาร์อาทิตย์แบบนี้ละค่ะ”

นิธินันท์เลือกที่จะตอบกลางๆ ไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของเธอกับกีรติมีอะไรพิเศษ ก่อนจะเลือกเบี่ยงประเด็นไปคุยเรื่องของอีกฝ่ายบ้าง

“ปกติพี่ณัทชอบทานแกงเขียวหวานกับอะไรคะ ข้าวสวยหรือว่าขนมจีน”

“แล้วแต่น้องนันท์เลยครับ ปกติพี่กินแกงเขียวหวานไม่ค่อยบ่อย”

“อ้าว พี่ณัทไม่ชอบเหรอคะ ถ้าไม่ชอบเราเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นดีไหมคะ”

“ไม่ใช่ว่าไม่ชอบแกงเขียวหวานหรอกครับ แต่พอดีพี่ไม่ค่อยชอบความมันๆ ของกะทิเท่าไหร่”

นิธินันท์มองคนตัวสูงกว่าที่ยอมรับซื่อๆ ด้วยยิ้มเขิน ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ “ถ้าอย่างนั้นพี่ณัทไม่ต้องห่วงเลยค่ะ นันท์มีวิธีทำแกงเขียวหวานที่รับรองว่าไม่มีความมันของกะทิแน่นอน”

“ทำได้ด้วยเหรอครับ” ปาณัทเลิกคิ้วถาม ทว่าก็แอบยิ้มอยู่ในใจยามเห็นสีหน้ามั่นใจที่ฉายบนดวงหน้าจิ้มลิ้มตรงหน้า

“พี่ชายของนันท์ก็ไม่ชอบกินกะทิเหมือนกันค่ะ เวลาทำแกงกะทิกินกันที่บ้าน แม่ก็เลยจะใช้นมสดแทน”

“นมสดเหรอครับ แล้ว...รสชาติมันจะไม่แปลกๆ เหรอ”

แม่ครัวหลุดขำให้หน้าตาฉงนของคนถาม “เดี๋ยวพี่ณัทก็ลองชิมเอาเองก็แล้วกันค่ะ แล้วถ้าพี่ณัทกินไม่ได้ นันท์ยินดีจะทอดไก่เพิ่มให้อีกชุดใหญ่เลย”

คราวนี้คนถูกเอาใจยิ้มกว้าง “ถ้าอย่างนั้น เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ”

“งั้นเดี๋ยวเราหมักไก่ แล้วออกไปซื้อนมสดที่ร้านป้าเพิ่มก่อนก็ละค่ะ มีพริกแกงกับของสดอีกสองสามอย่างที่ต้องซื้อด้วย”

นิธินันท์ว่าพลางเอาไก่ที่ล้างเสร็จแล้วใส่ภาชนะที่จะใช้หมัก ก่อนจะเอี้ยวตัวไปหยิบเครื่องปรุง คนที่มองดูอยู่จึงเอ่ยถามขึ้น

“แล้วให้พี่ช่วยอะไรดีล่ะ”

หญิงสาวหันกลับมา กดมุมปากอย่างครุ่นคิด “ช่วยถอดผ้ากันเปื้อนแล้วไปนั่งรอที่โซฟาละกันค่ะ”

“อ้าว ละไหนบอกจะให้พี่ช่วยไง”

หญิงสาวหัวเราะเบาๆ เพราะสีหน้าของปาณัทที่เหมือนจะถามกลายๆ ว่าเขาทำอะไรผิด “ตอนนี้ยังไม่มีอะไรใช้ช่วยค่ะ เอาไว้ช่วยหลังจากกลับจากซื้อของละกันนะคะ”

“โอเคครับ” รับคำด้วยยิ้มกว้าง ถอดผ้ากันเปื้อนวางไว้ที่เดิม แล้วเดินออกจากห้องครัวไป

นิธินันท์ชะโงกมองตามหลัง ทันเห็นร่างโปร่งทิ้งตัวลงบนโซฟาหน้าโทรทัศน์ รอยยิ้มเล็กๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก อันที่จริงการอยู่กับปาณัทสองต่อสองก็ไม่ได้รู้สึกแย่อย่างที่เธอกังวลไว้แต่แรก เขายังดูเป็นผู้ชายที่น่าชื่นชมเหมือนครั้งที่เธอเจอเขาที่ร้านอาหารครั้งนั้นไม่มีผิด เห็นแล้วคิดถึงพี่ชายตัวเองขึ้นมาเลย

“คืนนี้โทร. หาพี่กรหน่อยดีกว่า”

ฝากอีบุ๊กเรื่องล่าสุด้วยนะค้าาาา

 --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ผลงานที่ผ่านมา


ดาราร้อยเล่ห์
อินเอวา
www.mebmarket.com
งานนี้ถ้าเผด็จศึกคุณสา (มี)... ไม่ได้  เธอขอแห้งเหี่ยวตายคาบัลลังก์แคตวอล์ก . . เพราะสถานะไฮโซกำลังจะหลุดลอยไป เมื่อความล้มละลายมาเยือน เกล็ดดาว นางแบ...









 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

868 ความคิดเห็น

  1. #316 $pirit Finger$ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 17:31
    ต่อจะทำงานรู้เรื่องเหรอออออ
    #316
    0
  2. #315 wonderfully (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 14:50
    เจ้าต่อต้องอยู่ไม่เป็นสุขแน่ๆ เปลี่ยนจากต่อเป็นตุ่นแล้วกัน
    #315
    0
  3. #314 เมียมโน (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 13:29
    ต่อเอ๊ย!! เมื่อไรจะรู้ใจตัวเองสักที ระวังตาอยู่คว้าพุงเพียวๆไปกินนะ 555
    #314
    0
  4. #313 pimon9172 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 12:52
    ต่อกลับมากินแกงเขียวหวานให้ได้นะ
    #313
    0
  5. #312 นักอ่านสุดขี้เกียจ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 02:42
    สงสารพี่นัน
    #312
    0
  6. #311 noonara (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 11:51
    ชั้นว่าต่อต้องงุ่นง่าน ไม่เป็นทำอะไรต้องหาเรื่องกลับบ้านมาเป็น กขค เค้าแน่นวล 555
    #311
    0
  7. #310 พรรณวษา (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 07:28
    นายต่ออออออ ทำแบบนี้ เค้าจะงอนแล้วนะะะะะ
    #310
    0
  8. #309 $pirit Finger$ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 07:12
    พี่หงอยเลยอ่ะต่อ
    #309
    0
  9. #308 $pirit Finger$ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 07:12
    พี่หงอยเลยอ่ะต่อ
    #308
    0
  10. #307 $pirit Finger$ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 07:12
    พี่หงอยเลยอ่ะต่อ
    #307
    0